หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ >อ.ท่าตูม >ต.กระโพ > หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์
TL;DR: หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ อยู่ที่บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ 32120 เปิดทุกวัน เวลา 07.30 – 17.00 น.
หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07.30 – 17.00 น.
หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ หรือหมู่บ้านช้างบ้านตากลาง เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีคนกับช้างที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ เป็นพื้นที่ที่ชาวกูยหรือกวย ซึ่งในอดีตนิยมเรียกกันว่าชาวส่วย ได้สืบทอดภูมิปัญญาการเลี้ยงช้าง การดูแลช้าง และความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้างจากบรรพบุรุษมาหลายชั่วอายุคน จุดเด่นของหมู่บ้านคือการที่ช้างไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ใช้งาน แต่เป็นสมาชิกของครอบครัว เป็นเพื่อนร่วมบ้าน และเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันของชุมชน ผู้มาเยือนจึงได้เห็นภาพช้างอยู่ในพื้นที่หมู่บ้าน เห็นโรงช้างใกล้บ้านคน เห็นควาญช้างดูแลช้างอย่างใกล้ชิด และได้สัมผัสวัฒนธรรมช้างสุรินทร์ในบริบทจริงของชุมชนบ้านตากลาง
หมู่บ้านช้างบ้านตากลางมีความพิเศษจากลักษณะการอยู่ร่วมกันของคนกับช้างที่แตกต่างจากแหล่งเลี้ยงช้างหลายพื้นที่ ชาวบ้านตากลางเลี้ยงช้างไว้เป็นเพื่อนและผูกพันกับช้างในระดับครอบครัว บ้านหลายหลังมีโรงช้างอยู่ในบริเวณเดียวกันกับที่พักอาศัย เมื่อเดินอยู่ในหมู่บ้านจะเห็นสภาพแวดล้อมที่คน ช้าง ควาญช้าง บ้านเรือน ลานหญ้า และเส้นทางชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างเป็นระบบ ความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่ภาพจัดฉากเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นวิถีชีวิตที่สืบทอดมายาวนานและเป็นรากสำคัญของอัตลักษณ์จังหวัดสุรินทร์
ชาวกูยบ้านตากลางมีชื่อเสียงด้านคชศาสตร์หรือความรู้เกี่ยวกับช้างมาตั้งแต่อดีต บรรพบุรุษของชุมชนมีความชำนาญในการติดตาม คล้อง ฝึก และดูแลช้างป่า ก่อนที่สภาพสังคมและกฎหมายการอนุรักษ์สัตว์ป่าจะเปลี่ยนแปลงไปจนไม่มีการออกไปคล้องช้างป่าเหมือนในอดีต ภูมิปัญญาที่เคยใช้ในการคล้องช้างจึงถูกปรับบทบาทมาเป็นความรู้ด้านการเลี้ยง การดูแล การสังเกตอารมณ์ การรักษาด้วยสมุนไพร และการอยู่ร่วมกับช้างอย่างรับผิดชอบ หมู่บ้านแห่งนี้จึงเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจคชศาสตร์ชาวกูยอย่างเป็นรูปธรรม
ชื่อบ้านตากลางผูกพันกับภาพของช้างสุรินทร์ในความทรงจำของคนไทยมายาวนาน จังหวัดสุรินทร์ได้รับสมญาเกี่ยวกับเมืองช้างและมีงานช้างเป็นประเพณีสำคัญระดับประเทศ แต่หากต้องการเข้าใจว่าเบื้องหลังภาพขบวนช้างและงานช้างยิ่งใหญ่นั้นเกิดจากชีวิตของคนกลุ่มใด บ้านตากลางคือจุดที่ตอบคำถามได้ชัดเจนที่สุด เพราะที่นี่คือชุมชนจริงของควาญช้างและครอบครัวช้าง เป็นบ้านของคนที่มีช้างอยู่ในชีวิตประจำวัน และเป็นต้นทางสำคัญของวัฒนธรรมช้างสุรินทร์ที่ปรากฏในงานประเพณีหลายรูปแบบ
หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์มีทั้งมิติชุมชนและมิติแหล่งเรียนรู้สมัยใหม่ ภายในพื้นที่มีศูนย์คชศึกษา โครงการโลกของช้าง พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์ ลานแสดงช้าง พื้นที่เรียนรู้เรื่องช้าง พื้นที่จัดแสดงวิถีชาวกูย พื้นที่ให้อาหารช้าง จุดชมสถาปัตยกรรมร่วมสมัย และเส้นทางเชื่อมไปยังวังทะลุบริเวณแม่น้ำมูลกับแม่น้ำชีไหลมาบรรจบกัน ผู้มาเยือนจึงสามารถเห็นทั้งวิถีดั้งเดิมของชุมชนและการจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่พัฒนาโดยหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่เดียวกัน
ศูนย์คชศึกษาเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการท่องเที่ยวในบ้านตากลาง ศูนย์แห่งนี้เกิดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่รวมความรู้เกี่ยวกับช้างไทย วัฒนธรรมควาญช้าง และวิถีชีวิตของชุมชนผู้เลี้ยงช้าง หลังจากนั้นพื้นที่ได้รับการพัฒนาเป็นโครงการโลกของช้าง เพื่อรองรับช้างที่กลับคืนสู่ถิ่นเดิม ลดปัญหาการนำช้างออกไปเร่ร่อนในเมือง และสร้างอาชีพให้ควาญช้างกับครอบครัว แนวคิดนี้ทำให้หมู่บ้านช้างบ้านตากลางไม่ใช่เพียงสถานที่ชมช้าง แต่เป็นโครงการที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์ช้าง การดูแลชุมชน การศึกษา และการท่องเที่ยวไว้ด้วยกัน
โครงการโลกของช้างมีเป้าหมายให้เป็นพื้นที่ที่คนและช้างอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับช้างครบวงจร มีทั้งพื้นที่อาหารช้าง พื้นที่สมุนไพรช้าง พื้นที่แสดงความรู้ พื้นที่กิจกรรม และพื้นที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนวิถีชาวกูยผู้เลี้ยงช้าง ความสำคัญของโครงการนี้อยู่ที่การไม่แยกช้างออกจากคนในชุมชน แต่พยายามให้การท่องเที่ยวช่วยสนับสนุนการดูแลช้างและควาญช้างในถิ่นเดิมอย่างเป็นระบบ
พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์เป็นแหล่งเรียนรู้ใหม่ที่ช่วยเติมเต็มการเที่ยวบ้านตากลางได้อย่างสมบูรณ์ ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ภายในโครงการโลกของช้างและมีงานสถาปัตยกรรมอิฐสีแดงที่โดดเด่น จัดแสดงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้างตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน แนะนำช้างป่า ช้างบ้าน ช้างหลวง ช้างในประวัติศาสตร์ไทย ความรู้เกี่ยวกับช้างทั่วโลก ช้างดึกดำบรรพ์ งานศิลปะเกี่ยวกับช้าง และประเพณีของชาวกูยผู้เลี้ยงช้าง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจช้างมากกว่าการเห็นช้างตัวจริงเพียงอย่างเดียว
ภายในพิพิธภัณฑ์มีโซนจัดแสดงที่ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจช้างในหลายมิติ เริ่มจากโซนช้างป่า ช้างหลวง และช้างบ้าน ซึ่งเชื่อมโยงประวัติศาสตร์เมืองสุรินทร์กับวิถีชีวิตชาวกูย ต่อด้วยโซนความรู้เรื่องช้างจากทั่วโลก โซนช้างดึกดำบรรพ์ที่เล่าเรื่องช้างในยุคก่อนประวัติศาสตร์ และโซนแกลเลอรีช้างที่รวบรวมงานศิลปะกับนิทรรศการหมุนเวียน ผู้มาเยือนที่มีเด็กหรือชาวต่างชาติร่วมเดินทางจะได้ประโยชน์มาก เพราะพิพิธภัณฑ์ช่วยอธิบายวัฒนธรรมช้างสุรินทร์ด้วยภาพ วัตถุจำลอง และสื่อจัดแสดงที่เข้าใจง่าย
ลานแสดงช้างแสนรู้เป็นพื้นที่กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวรู้จักมากที่สุดแห่งหนึ่งของศูนย์คชศึกษา โดยมีรอบการแสดงหลักเวลา 10.00 น. และ 14.00 น. กิจกรรมแสดงให้เห็นความฉลาด ความเชื่อฟัง และความสัมพันธ์ระหว่างช้างกับควาญช้าง เช่น การทักทายผู้ชม การเคลื่อนไหวตามคำสั่ง การแสดงพละกำลัง และกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ชมเห็นความสามารถของช้างอย่างใกล้ชิด ผู้เข้าชมควรนั่งในพื้นที่ที่กำหนด ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเด็กเล็กตลอดเวลา
นอกจากการแสดงแล้ว ผู้มาเยือนยังสามารถเดินชมบรรยากาศของหมู่บ้านและเรียนรู้วิถีชีวิตชาวกูยผู้เลี้ยงช้างได้อย่างใกล้ชิด ภาพช้างอยู่กับบ้านเรือน ควาญช้างเตรียมอาหารช้าง ช้างกินอ้อย กล้วย หญ้า หรือใบไม้ และการดูแลช้างในชีวิตประจำวัน ล้วนช่วยให้เข้าใจว่าช้างหนึ่งเชือกต้องใช้แรงงาน เวลา อาหาร และความรู้จำนวนมากเพียงใด การเห็นวิถีเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจความหมายของคำว่า “เลี้ยงช้างไว้เป็นเพื่อน” ได้ชัดเจนกว่าการอ่านคำอธิบายเพียงอย่างเดียว
พื้นที่บ้านตากลางยังเชื่อมโยงกับวังทะลุ ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 กม. วังทะลุเป็นจุดที่แม่น้ำมูลและแม่น้ำชีไหลมาบรรจบกัน มีภูมิทัศน์ริมน้ำที่สำคัญต่อชุมชนและเกี่ยวข้องกับวิถีช้างในอดีต บริเวณนี้เคยเป็นพื้นที่สำคัญในประเพณีบวชนาคช้างและเป็นจุดที่ควาญช้างพาช้างไปอาบน้ำในบางช่วงเวลา วังทะลุจึงเป็นสถานที่ที่ควรเชื่อมเข้ากับการเที่ยวหมู่บ้านช้าง เพราะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างช้าง ชุมชน แม่น้ำ และประเพณีได้ชัดเจนขึ้น
ประเพณีบวชนาคช้างเป็นประเพณีสำคัญที่สะท้อนตัวตนของชุมชนบ้านตากลางอย่างลึกซึ้ง ชาวกูยมีความเชื่อว่าการบวชเป็นบุญใหญ่ และการแห่นาคด้วยช้างทำให้พิธีมีความสง่างามและเป็นสิริมงคล ประเพณีนี้จัดขึ้นในช่วงก่อนเข้าพรรษา มีขบวนแห่นาคบนหลังช้าง เครื่องแต่งกายพื้นเมือง ดนตรีพื้นบ้าน ผู้ร่วมขบวนจำนวนมาก และพิธีกรรมที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ เมื่อมองในเชิงวัฒนธรรม ประเพณีนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานท่องเที่ยว แต่เป็นพิธีที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนา ชุมชน ช้าง และคติความเชื่อของชาวกูย
ศาลปะกำและพิธีเซ่นไหว้ครูบาใหญ่หรือบรรพบุรุษช้างเป็นอีกมิติหนึ่งของคชศาสตร์ชาวกูย ปะกำเกี่ยวข้องกับเชือกหรือเครื่องมือสำคัญในการคล้องช้างและเป็นสัญลักษณ์ของครูผู้ถ่ายทอดวิชาช้าง พิธีเซ่นไหว้ปะกำจึงเป็นการแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษ หมอช้าง ควาญช้าง และวิชาความรู้ที่ทำให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันมาได้ยาวนาน ภายในพิพิธภัณฑ์และกิจกรรมบางช่วงมีการนำเสนอเรื่องเหล่านี้เพื่อให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าวัฒนธรรมช้างสุรินทร์มีทั้งมิติชีวิตประจำวันและมิติพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์
วันช้างไทยซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 13 มีนาคมของทุกปีเป็นอีกกิจกรรมสำคัญของพื้นที่ศูนย์คชศึกษา ในงานมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้หมอช้าง ควาญช้าง และช้างที่ล้มไปแล้ว มีพิธีเซ่นไหว้ศาลปะกำ พิธีสงฆ์ พิธีบวงสรวงองค์พระพิฆเนศวร การเลี้ยงอาหารช้าง และนิทรรศการเกี่ยวกับคชศาสตร์ชาวกูย งานนี้สะท้อนว่าช้างไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรการท่องเที่ยว แต่เป็นผู้มีคุณูปการต่อสังคมไทย วัฒนธรรมท้องถิ่น และประวัติศาสตร์จังหวัดสุรินทร์
วัดป่าอาเจียงเป็นสถานที่ใกล้เคียงที่ควรอยู่ในเส้นทางเดียวกับหมู่บ้านช้าง เพราะเป็นวัดป่าที่เชื่อมโยงเรื่องราวช้าง ชาวกูย และสุสานช้างเข้าด้วยกัน ภายในพื้นที่มีองค์ประกอบทางศาสนาและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับช้าง เช่น ศาลาเอราวัณ งานปั้นลวดลาย และพื้นที่ระลึกถึงช้างที่ล้มไปแล้ว ผู้มาเยือนที่ต้องการเข้าใจช้างสุรินทร์ในมิติศรัทธาและความทรงจำของชุมชนควรแวะจุดนี้ควบคู่กับศูนย์คชศึกษา
การเที่ยวหมู่บ้านช้างบ้านตากลางเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งครอบครัว นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจวัฒนธรรมชาวกูย นักถ่ายภาพ นักท่องเที่ยวต่างชาติ และผู้ที่ต้องการเรียนรู้เรื่องช้างไทยในพื้นที่จริง การใช้เวลาที่เหมาะสมคืออย่างน้อย 2 – 4 ชั่วโมง หากต้องการชมพิพิธภัณฑ์ ดูการแสดง เดินชมหมู่บ้าน ให้อาหารช้าง และต่อไปยังวังทะลุหรือวัดป่าอาเจียง ควรวางแผนเป็นทริปครึ่งวันถึงหนึ่งวันเต็ม เพราะพื้นที่มีรายละเอียดมากกว่าการแวะถ่ายภาพสั้น ๆ
ผู้มาเยือนควรปฏิบัติต่อช้างด้วยความเคารพและความระมัดระวัง ช้างเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีอารมณ์ ความรู้สึก และพื้นที่ส่วนตัว ควรอยู่ในจุดที่เจ้าหน้าที่หรือควาญช้างกำหนด ยื่นอาหารอย่างช้า ๆ ไม่แกล้งช้าง ไม่ส่งเสียงดังใกล้ช้าง ไม่เดินเข้าไปด้านหลังช้าง ไม่ให้เด็กเข้าใกล้ช้างโดยลำพัง และไม่จับงวง หาง หู หรือส่วนต่าง ๆ ของช้างโดยไม่ได้รับอนุญาต การปฏิบัติตามกติกาเหล่านี้ทำให้การท่องเที่ยวปลอดภัยและให้เกียรติทั้งช้าง ควาญช้าง และชุมชนเจ้าของพื้นที่
หมู่บ้านช้างบ้านตากลางมีค่าเข้าชมในส่วนกิจกรรมของศูนย์คชศึกษาและการแสดงช้าง โดยข้อมูลการท่องเที่ยวระบุอัตราค่าเข้าชมหลักสำหรับการแสดงและพื้นที่ศูนย์คชศึกษาเป็นผู้ใหญ่ไทย 50 บาท เด็กไทย 20 บาท และชาวต่างชาติ 100 บาท ส่วนพิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์มีค่าเข้าชมแยกต่างหาก โดยนักท่องเที่ยวไทยเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี 30 บาท เด็กอายุ 10 ปีขึ้นไป 40 บาท ผู้ใหญ่ 50 บาท นักท่องเที่ยวต่างชาติเด็ก 100 บาท และผู้ใหญ่ 200 บาท กิจกรรมพิเศษหรือการซื้ออาหารช้างคิดตามจุดบริการในพื้นที่
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในพื้นที่มีทั้งอาคารพิพิธภัณฑ์ ลานแสดงช้าง ลานกิจกรรม จุดให้อาหารช้าง ร้านค้าชุมชน ร้านขายของฝาก ห้องน้ำ ที่จอดรถ จุดถ่ายภาพ หอชมวิวหรือสถาปัตยกรรมแลนด์มาร์กในโครงการโลกของช้าง และพื้นที่บริการพื้นฐานสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้ที่เดินทางเป็นหมู่คณะควรประสานงานล่วงหน้า เพื่อให้การเข้าชม พิพิธภัณฑ์ การแสดง และการอธิบายข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่น
การเดินทาง จากตัวเมืองสุรินทร์ใช้ทางหลวงหมายเลข 214 สายสุรินทร์ – ร้อยเอ็ด มุ่งหน้าไปทางอำเภอท่าตูม ก่อนถึงอำเภอท่าตูมจะมีทางแยกซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 36 แล้วไปตามถนนลาดยางอีกประมาณ 22 กม. เข้าสู่บ้านตากลาง ตำบลกระโพ รวมระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 58 กม. ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง 15 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและจุดเริ่มต้น
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารหรือรถสองแถวสายสุรินทร์ – กระโพ จากสถานีขนส่งจังหวัดสุรินทร์ แล้วลงบริเวณหน้าศูนย์คชศึกษา จากนั้นเดินเข้าสู่พื้นที่หมู่บ้านหรือจุดบริการที่ต้องการเดินทางต่อ การเดินทางด้วยรถส่วนตัวหรือรถเช่าจะสะดวกที่สุดสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะสามารถแวะวังทะลุ วัดป่าอาเจียง ร้านอาหาร และจุดท่องเที่ยวใกล้เคียงได้ในเส้นทางเดียวกัน
ร้านอาหารใกล้หมู่บ้านช้างมีทั้งร้านในตำบลกระโพ ร้านริมน้ำ และร้านในตัวอำเภอท่าตูม หากต้องการกินใกล้พื้นที่มากที่สุดควรเลือกร้านในบ้านกระโพหรือท่าตูม ส่วนผู้ที่ต้องการตัวเลือกอาหารหลากหลายสามารถแวะตัวอำเภอท่าตูมหรือกลับเข้าสู่เมืองสุรินทร์ ร้านที่มีข้อมูลติดต่อชัดเจนในเส้นทางใกล้เคียง ได้แก่ ร้านแพนาวาทองริมน้ำมูล ครัวคุณเก๋ท่าตูม ไดโนชาบูท่าตูม PunThai Coffee PTF ท่าตูม และร้านท่าตูมโภชนา
ที่พักใกล้หมู่บ้านช้างมีทั้งโฮมสเตย์ชุมชนในบ้านตากลาง ที่พักในตัวอำเภอท่าตูม และโรงแรมในเมืองสุรินทร์ หากต้องการสัมผัสวิถีชุมชนอย่างใกล้ชิดสามารถเลือกบ้านตากลางโฮมสเตย์หรือโฮมสเตย์ชุมชนที่ประสานผ่านชุมชน หากต้องการความสะดวกแบบโรงแรมพื้นฐานสามารถเลือกที่พักในอำเภอท่าตูม เช่น บัลลังก์โฮเต็ล รีสอร์ท แอนด์ สระว่ายน้ำ ภาวิณี รีสอร์ท หรือเอ็นพีวิว รีสอร์ท ส่วนผู้ที่ต้องการร้านอาหารและบริการเมืองครบถ้วนสามารถพักในตัวเมืองสุรินทร์แล้วเดินทางมาเที่ยวหมู่บ้านช้างแบบไปเช้าเย็นกลับ
สถานที่ใกล้เคียงที่ควรจัดร่วมในเส้นทาง ได้แก่ วังทะลุ จุดบรรจบแม่น้ำมูลกับแม่น้ำชี วัดป่าอาเจียงซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องราวช้างและชาวกูย ปราสาทนางบัวตูมหรือวัดปทุมศิลาวารีในเขตอำเภอท่าตูม รวมถึงสถานที่ในตัวเมืองสุรินทร์ เช่น ศาลหลักเมืองสุรินทร์ วัดบูรพาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ และหมู่บ้านหัตถกรรมเขวาสินรินทร์ เส้นทางเหล่านี้ช่วยให้เห็นสุรินทร์ครบทั้งวิถีช้าง ศรัทธา ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และหัตถกรรม
สำหรับชาวต่างชาติ หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์เป็นจุดหมายที่ช่วยอธิบายวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมอีสานใต้ได้ลึกมาก เพราะที่นี่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ใหญ่ที่ไม่ได้จำกัดอยู่ในกรอบการแสดงหรือสวนสัตว์ แต่มีรากจากครอบครัว ชุมชน ภาษา ความเชื่อ พิธีกรรม และความรู้เฉพาะทางของชาวกูย ผู้มาเยือนต่างชาติจะได้เห็นว่าช้างมีสถานะทางสังคมและวัฒนธรรมในสุรินทร์อย่างไร และทำไมจังหวัดนี้จึงมีชื่อเสียงในฐานะเมืองช้างของประเทศไทย
การมาเยือนหมู่บ้านช้างบ้านตากลางควรมองด้วยความเข้าใจว่าที่นี่เป็นทั้งชุมชนจริงและพื้นที่ท่องเที่ยว ชาวบ้านยังดำเนินชีวิตประจำวัน ควาญช้างยังทำงานดูแลช้าง และช้างแต่ละเชือกมีพฤติกรรมกับอารมณ์เฉพาะตัว ผู้มาเยือนจึงควรขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลหรือถ่ายภาพใกล้ช้าง ไม่เดินเข้าเขตบ้านเรือนส่วนตัว ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทิ้งขยะ และใช้บริการจากจุดที่ชุมชนจัดไว้ การท่องเที่ยวด้วยความเคารพจะช่วยให้ประสบการณ์ของผู้มาเยือนมีคุณค่าและช่วยรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักท่องเที่ยวกับชุมชน
เมื่อมองในภาพรวม หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์เป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับช้าง เพราะเป็นพื้นที่ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ของชาวกูย คชศาสตร์ วิถีครอบครัวควาญช้าง การอนุรักษ์ช้าง การพัฒนาชุมชน พิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ และประเพณีที่สืบทอดมายาวนานไว้ในพื้นที่เดียวกัน ผู้ที่เดินทางมาที่นี่จะได้เห็นช้างตัวจริง ได้เรียนรู้เรื่องช้างผ่านพิพิธภัณฑ์ ได้ชมกิจกรรมในศูนย์คชศึกษา ได้เข้าใจชุมชนบ้านตากลาง และได้เห็นว่าช้างมีบทบาทต่อชีวิตคนสุรินทร์อย่างลึกซึ้งเพียงใด
โดยสรุป หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์หรือหมู่บ้านช้างบ้านตากลาง เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีคนกับช้างที่สำคัญของอำเภอท่าตูม ตั้งอยู่ที่ตำบลกระโพ จังหวัดสุรินทร์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน มีศูนย์คชศึกษา โครงการโลกของช้าง พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์ ลานแสดงช้าง วิถีชุมชนชาวกูย วังทะลุ และวัดป่าอาเจียงเป็นองค์ประกอบสำคัญ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้วัฒนธรรมช้างไทย การท่องเที่ยวครอบครัว การศึกษาชุมชน และการทำความเข้าใจสุรินทร์ในฐานะเมืองช้างที่มีรากวัฒนธรรมเข้มแข็งและยังมีชีวิตอยู่จริงในปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ / หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง / ศูนย์คชศึกษา / โครงการโลกของช้าง |
| ที่ตั้ง | บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ 32120 |
| ที่อยู่ | ศูนย์คชศึกษา / โครงการโลกของช้าง บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ 32120 |
| ไฮไลต์ | หมู่บ้านช้างเลี้ยงของชาวกูย, วิถีคนกับช้างอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน, ศูนย์คชศึกษา, โครงการโลกของช้าง, พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์, การแสดงช้างแสนรู้, วังทะลุ, ประเพณีบวชนาคช้าง และงานวันช้างไทย |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ชุมชนบ้านตากลางเป็นชุมชนชาวกูยผู้มีภูมิปัญญาด้านคชศาสตร์และการเลี้ยงช้างสืบทอดจากบรรพบุรุษ ต่อมาจังหวัดสุรินทร์จัดตั้งศูนย์คชศึกษา และพัฒนาเป็นโครงการโลกของช้างเพื่ออนุรักษ์ช้าง วิถีชาวกูย และลดปัญหาช้างเร่ร่อน |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อหมู่บ้านช้างมาจากบทบาทของบ้านตากลางในฐานะชุมชนเลี้ยงช้างสำคัญของสุรินทร์ ส่วนศูนย์คชศึกษาและโครงการโลกของช้างเป็นชื่อพื้นที่เรียนรู้และอนุรักษ์ที่พัฒนาขึ้นเพื่ออธิบายวิถีคนกับช้างอย่างครบวงจร |
| ลักษณะเด่น | ชาวบ้านเลี้ยงช้างไว้เสมือนสมาชิกในครอบครัว มีโรงช้างใกล้บ้าน ควาญช้างดูแลช้างในชีวิตประจำวัน มีแหล่งเรียนรู้เรื่องช้าง พิพิธภัณฑ์ ลานแสดง กิจกรรมให้อาหารช้าง และประเพณีท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับช้าง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุรินทร์ใช้ทางหลวงหมายเลข 214 สายสุรินทร์ – ร้อยเอ็ด ก่อนถึงอำเภอท่าตูมมีทางแยกซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 36 แล้วไปตามถนนลาดยางอีกประมาณ 22 กม. รวมระยะทางประมาณ 58 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม เรียนรู้วิถีคนกับช้าง ชมศูนย์คชศึกษา โครงการโลกของช้าง พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์ และกิจกรรมวัฒนธรรมช้างตามปกติ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | พื้นที่หมู่บ้านช้างและศูนย์คชศึกษา 07.30 – 17.00 น. รอบการแสดงช้างแสนรู้ 10.00 น. และ 14.00 น. พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์ เปิดวันพุธ – วันอาทิตย์ รอบเช้า 09.00 – 12.00 น. และรอบบ่าย 13.00 – 16.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ศูนย์คชศึกษา / การแสดงช้าง: ผู้ใหญ่ไทย 50 บาท, เด็กไทย 20 บาท, ชาวต่างชาติ 100 บาท พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์: คนไทยเด็กต่ำกว่า 10 ปี 30 บาท, เด็ก 10 ปีขึ้นไป 40 บาท, ผู้ใหญ่ 50 บาท, ต่างชาติเด็ก 100 บาท, ต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท กิจกรรมพิเศษและอาหารช้างคิดตามจุดบริการ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์, ศูนย์คชศึกษา, ลานแสดงช้าง, จุดให้อาหารช้าง, ร้านค้าชุมชน, ร้านของฝาก, ห้องน้ำ, ลานจอดรถ, พื้นที่ถ่ายภาพ, พื้นที่จัดกิจกรรม และจุดบริการข้อมูลนักท่องเที่ยว |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. หมู่บ้านช้างบ้านตากลางและโรงช้างชุมชน 2. ศูนย์คชศึกษา 3. โครงการโลกของช้าง Elephant World 4. ลานแสดงช้างแสนรู้ 5. พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์ 6. โซนช้างป่า ช้างหลวง และช้างบ้านในพิพิธภัณฑ์ 7. โซนความรู้ช้างทั่วโลกและช้างดึกดำบรรพ์ 8. แกลเลอรีช้างและพื้นที่ศิลปะเกี่ยวกับช้าง 9. จุดให้อาหารช้างและพื้นที่กิจกรรมชุมชน 10. พื้นที่วิถีชาวกูยและคชศาสตร์ 11. เส้นทางเชื่อมวังทะลุ 12. พื้นที่งานวันช้างไทยและประเพณีบวชนาคช้าง |
| ประเพณี / พิธีกรรมสำคัญ | ประเพณีบวชนาคช้าง, งานวันช้างไทย, พิธีเซ่นไหว้ศาลปะกำ, พิธีบวงสรวงครูช้าง, พิธีสงฆ์อุทิศส่วนกุศลให้หมอช้าง ควาญช้าง และช้างที่ล้มไปแล้ว, การเลี้ยงอาหารช้าง และกิจกรรมคชศาสตร์ชาวกูย |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์เป็นหน่วยงานดูแลศูนย์คชศึกษาและโครงการโลกของช้าง ร่วมกับชุมชนบ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ |
| เบอร์ติดต่อ | สำนักงานศูนย์คชศึกษา โทร. 065-928-9433 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ โทร. 044-515-581 ข้อมูลส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัด / พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์ โทร. 065-467-8488 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วังทะลุ จุดบรรจบแม่น้ำมูลกับแม่น้ำชี ประมาณ 3 กม. 2. วัดป่าอาเจียง ตำบลกระโพ ประมาณ 5 กม. 3. ปราสาทนางบัวตูม / วัดปทุมศิลาวารี อำเภอท่าตูม ประมาณ 25 กม. 4. ตัวอำเภอท่าตูมและย่านริมแม่น้ำมูล ประมาณ 26 กม. 5. ศูนย์ชุมชนและตลาดท่าตูม ประมาณ 27 กม. 6. ศาลหลักเมืองสุรินทร์ ประมาณ 58 กม. 7. วัดบูรพาราม พระอารามหลวง ประมาณ 58 กม. 8. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ประมาณ 62 กม. โทร. 044-513-272, 044-513-274 9. หมู่บ้านหัตถกรรมเขวาสินรินทร์ ประมาณ 48 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านแพนาวาทอง อำเภอท่าตูม ประมาณ 27 กม. โทร. 089-949-5475 2. ครัวคุณเก๋ท่าตูม ประมาณ 27 กม. โทร. 081-566-0658 3. ไดโนชาบู ท่าตูม ประมาณ 27 กม. โทร. 087-139-1921 4. PunThai Coffee PTF ท่าตูม ประมาณ 27 กม. โทร. 091-545-9859 5. ทรัพย์ธารา เซอร์วิส / ร้านอาหารย่านบ้านกระเจา ตำบลกระโพ ประมาณ 14 กม. โทร. 081-421-1849 6. ท่าตูมโภชนา อำเภอท่าตูม ประมาณ 27 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านตากลางโฮมสเตย์ / กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านตากลางโฮมสเตย์ ประมาณ 1 กม. 2. เซราะกราว โฮมสเตย์ บ้านตากลาง ประมาณ 1 กม. 3. บัลลังก์โฮเต็ล รีสอร์ท แอนด์ สระว่ายน้ำ อำเภอท่าตูม ประมาณ 27 กม. 4. ภาวิณี รีสอร์ท อำเภอท่าตูม ประมาณ 27 กม. โทร. 044-591-188 5. เอ็นพีวิว รีสอร์ท อำเภอท่าตูม ประมาณ 27 กม. โทร. 089-579-0156 6. HOP INN Surin อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 58 กม. โทร. 065-518-9784 7. Maneerote Hotel Surin อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 58 กม. โทร. 044-514-569 8. Thong Tarin Hotel อำเภอเมืองสุรินทร์ ประมาณ 59 กม. โทร. 044-514-281, 085-300-8858 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์หรือหมู่บ้านช้างบ้านตากลางตั้งอยู่ที่บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ 32120 ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 58 กม.
ถาม: หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์เปิดให้เข้าชมวันเวลาใด?
ตอบ: พื้นที่หมู่บ้านช้างและศูนย์คชศึกษาเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.30 – 17.00 น. การแสดงช้างแสนรู้มีรอบหลักเวลา 10.00 น. และ 14.00 น.
ถาม: หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ศูนย์คชศึกษาและการแสดงช้างมีค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ไทย 50 บาท เด็กไทย 20 บาท และชาวต่างชาติ 100 บาท ส่วนพิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์คิดค่าเข้าชมแยกต่างหากตามอัตราที่กำหนด
ถาม: จุดเด่นของหมู่บ้านช้างบ้านตากลางคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือวิถีชีวิตของชาวกูยผู้เลี้ยงช้างที่อยู่ร่วมกับช้างเสมือนสมาชิกในครอบครัว มีศูนย์คชศึกษา โครงการโลกของช้าง พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์ การแสดงช้าง และประเพณีบวชนาคช้างที่สืบทอดมายาวนาน
ถาม: ใครเป็นผู้ดูแลศูนย์คชศึกษาและโครงการโลกของช้าง?
ตอบ: องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์เป็นหน่วยงานดูแลศูนย์คชศึกษาและโครงการโลกของช้าง ร่วมกับชุมชนบ้านตากลางในตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม
ถาม: พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์มีอะไรให้ชม?
ตอบ: พิพิธภัณฑ์ช้างสุรินทร์จัดแสดงเรื่องราวช้างป่า ช้างหลวง ช้างบ้าน วิถีชาวกูย คชศาสตร์ ประเพณีผู้เลี้ยงช้าง ช้างทั่วโลก ช้างดึกดำบรรพ์ และแกลเลอรีศิลปะเกี่ยวกับช้าง
ถาม: ควรเที่ยวหมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวังทะลุ วัดป่าอาเจียง ปราสาทนางบัวตูม ตัวอำเภอท่าตูม ศาลหลักเมืองสุรินทร์ วัดบูรพาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ และหมู่บ้านหัตถกรรมเขวาสินรินทร์ได้
ถาม: ควรเตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปหมู่บ้านช้างบ้านตากลาง?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ สวมรองเท้าที่เดินสะดวก เตรียมหมวกหรือน้ำดื่มในวันที่อากาศร้อน ปฏิบัติตามคำแนะนำของควาญช้าง ไม่เข้าใกล้ช้างโดยพลการ ไม่ส่งเสียงดัง และดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิดตลอดการเข้าชม
หมวดหมู่: ●วิถีชีวิต
กลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชน
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




