หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ >อ.ศีขรภูมิ >ต.ระแงง > ปราสาทศีขรภูมิ
TL;DR: ปราสาทศีขรภูมิ อยู่ที่บ้านปราสาท ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ ปรางค์ประธานอยู่กลางฐานเดียวกัน มีปรางค์บริวาร 4 องค์ล้อมรอบที่มุมทั้ง 4 ปรางค์ทั้งหมดหันหน้าไปทางทิศตะวันออก.
ปราสาทศีขรภูมิ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07.00 – 18.00 น.
ปราสาทศีขรภูมิ สุรินทร์ เป็นโบราณสถานศิลปะขอมที่สำคัญและงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่ที่บ้านปราสาท ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 34–36 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 226 เส้นสุรินทร์–ศรีสะเกษ และอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอศีขรภูมิประมาณ 1 กม. ปราสาทแห่งนี้ประกอบด้วยปรางค์อิฐ 5 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน องค์กลางเป็นปรางค์ประธาน มีปรางค์บริวารล้อมรอบอยู่ทั้ง 4 มุม หันหน้าไปทางทิศตะวันออกตามแบบแผนศาสนสถานขอม และมีคูน้ำรูปตัวยูล้อมรอบพื้นที่โบราณสถาน ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมทุกวัน มีการเก็บค่าเข้าชม และเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวสุรินทร์ในมิติประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และอารยธรรมขอมโบราณ
จุดเด่นของปราสาทศีขรภูมิอยู่ที่ความสมบูรณ์ของผังปราสาท 5 องค์บนฐานเดียวกัน และความประณีตของงานสลักหินทรายบนปรางค์ประธาน โดยเฉพาะทับหลังรูปศิวนาฏราช หรือพระศิวะทรงฟ้อนรำ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทับหลังเรื่องศิวนาฏราชที่งดงามมากที่สุดในกลุ่มศิลปะขอมที่พบในประเทศไทย ภาพสลักนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานประดับอาคาร แต่เป็นหัวใจของความหมายทางศาสนา เพราะสะท้อนคติไศวนิกายในศาสนาฮินดูที่ยกพระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ปราสาทศีขรภูมิจึงเป็นโบราณสถานที่มีทั้งคุณค่าด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ประวัติศาสตร์ศาสนา และภูมิทัศน์วัฒนธรรมในพื้นที่อีสานใต้
ตัวปราสาทสร้างขึ้นราวกลางพุทธศตวรรษที่ 17 อยู่ในช่วงศิลปะขอมแบบบาปวนต่อเนื่องถึงแบบนครวัด ลักษณะนี้ปรากฏชัดจากรูปแบบทับหลัง เสาประดับกรอบประตู ลายก้ามปู ทวารบาล เทพธิดา และงานประดับหินทรายที่ใช้ร่วมกับตัวอาคารอิฐ การผสมผสานวัสดุระหว่างอิฐ หินทราย และศิลาแลงเป็นลักษณะสำคัญของปราสาทขอมในดินแดนไทย โดยใช้อิฐเป็นวัสดุหลักขององค์ปรางค์ ใช้ศิลาแลงเป็นฐานรองรับ และใช้หินทรายกับชิ้นส่วนที่ต้องแกะสลักลวดลายละเอียด เช่น ทับหลัง เสากรอบประตู และกลีบขนุน
ผังของปราสาทศีขรภูมิแสดงแนวคิดเรื่องจักรวาลในคติขอมอย่างชัดเจน ปรางค์ประธานที่ตั้งอยู่ตรงกลางเปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางของจักรวาล ส่วนปรางค์บริวารทั้ง 4 องค์ที่ตั้งอยู่ตามมุมทั้ง 4 ทิศ ทำหน้าที่เสริมความหมายของภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น การตั้งปรางค์ 5 องค์บนฐานเดียวกันพบไม่มากนักในโบราณสถานขอมของไทย จึงทำให้ปราสาทศีขรภูมิมีเอกลักษณ์โดดเด่นกว่าปราสาทขนาดชุมชนหลายแห่งในสุรินทร์ โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าปราสาทไม่ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นการออกแบบพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ตามระบบความคิดทางศาสนาและจักรวาลวิทยา
ปรางค์ประธานมีผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเพิ่มมุม ไม่มีมุขยื่น มีประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว ส่วนด้านอื่นทำเป็นผนังและช่องประตูหลอกตามแบบแผนของศาสนสถานขอม ตัวปรางค์ก่อด้วยอิฐเป็นหลัก ส่วนกรอบประตูและทับหลังทำจากหินทราย ลักษณะของปรางค์ประธานยังคงแสดงรูปทรงสูงเด่นเหนือฐานศิลาแลง แม้ส่วนยอดและองค์ประกอบบางส่วนจะเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา แต่ความสง่างามของเรือนธาตุและรายละเอียดประดับยังทำให้เห็นฝีมือของช่างขอมในช่วงศิลปะบาปวนถึงนครวัดได้อย่างชัดเจน
ทับหลังเหนือประตูทางเข้าปรางค์ประธานเป็นงานสลักสำคัญที่สุดของปราสาทศีขรภูมิ ภาพหลักคือพระศิวะในปางนาฏราชหรือศิวนาฏราช ทรงฟ้อนรำอยู่เหนือแท่นและเหนือเศียรเกียรติมุข มีหงส์แบก 3 ตัวอยู่ด้านบน รายรอบด้วยเทพสำคัญในศาสนาฮินดู ได้แก่ พระคเณศ พระพรหม พระวิษณุ และนางปารพตีหรือพระอุมา องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ทับหลังชิ้นนี้เป็นภาพรวมของจักรวาลแห่งเทพในคติไศวนิกาย พระศิวะไม่ได้ปรากฏเพียงในฐานะเทพเจ้าองค์หนึ่ง แต่เป็นศูนย์กลางของพลังจักรวาล การร่ายรำของพระองค์สื่อถึงการสร้าง การดำรงอยู่ การทำลาย และการขับเคลื่อนโลกตามคติฮินดู
ความงามของทับหลังศิวนาฏราชอยู่ที่ความแน่นขององค์ประกอบและจังหวะของลายสลัก พระศิวะทรงฟ้อนรำด้วยพระหัตถ์หลายกรในท่วงท่าที่มีพลัง แต่ยังรักษาความสมดุลของภาพไว้ได้อย่างประณีต ด้านล่างมีเทพประกอบซึ่งช่วยขยายความหมายของภาพให้ลึกขึ้น ลวดลายพวงมาลัย หน้ากาล เทพนรสิงห์ หงส์ และพรรณพฤกษาถูกวางให้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นระบบ งานสลักนี้ทำให้ผู้ชมเห็นทั้งความสามารถเชิงช่างและความเข้าใจคติศาสนาอย่างลึกซึ้งของผู้สร้าง
เสาประดับกรอบประตูของปรางค์ประธานมีลวดลายเทพธิดา ลายก้ามปู และรูปทวารบาล ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ควรสังเกตอย่างใกล้ชิด รูปเทพธิดาแสดงความอ่อนช้อยของงานสลักแบบขอม ขณะที่ทวารบาลทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ทางเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ลายก้ามปูบนเสาประดับเป็นลักษณะศิลปกรรมที่ช่วยบอกอายุและเชื่อมโยงปราสาทศีขรภูมิกับกลุ่มศิลปะนครวัด การเดินชมด้านหน้าปรางค์ประธานจึงควรใช้เวลาอ่านรายละเอียดตั้งแต่ฐาน เสากรอบประตู ทับหลัง ไปจนถึงส่วนหน้าบันและองค์ปรางค์ด้านบน
ปรางค์บริวารทั้ง 4 องค์ตั้งอยู่ที่มุมของฐานเดียวกันกับปรางค์ประธาน แม้บางส่วนชำรุดและเหลือสภาพไม่สมบูรณ์เท่าปรางค์กลาง แต่ยังช่วยให้ผังรวมของปราสาทสมบูรณ์และอ่านได้ชัดเจน ปรางค์บริวารมีลักษณะใกล้เคียงกัน คือก่อด้วยอิฐ ใช้หินทรายในส่วนประดับ และมีประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก การมีปรางค์บริวารล้อมรอบปรางค์ประธานทำให้ปราสาทศีขรภูมิดูสง่างามเมื่อมองจากด้านหน้า เพราะองค์ปราสาททั้ง 5 เรียงตัวเป็นกลุ่มที่มีมิติและมีความสมดุลในผังเดียวกัน
ทับหลังจากปรางค์บริวารที่พบเพิ่มเติมเป็นภาพเรื่องกฤษณาวตาร ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ภาพสำคัญคือพระกฤษณะต่อสู้กับช้างและคชสีห์ ซึ่งสะท้อนการผสมผสานเรื่องราวเทพปกรณัมฮินดูภายในศาสนสถานเดียวกัน เรื่องของพระกฤษณะสัมพันธ์กับคติไวษณพ แต่เมื่อปรากฏในพื้นที่เดียวกับทับหลังศิวนาฏราช ยิ่งทำให้เห็นว่าปราสาทศีขรภูมิเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่รวมโลกของเทพเจ้าไว้อย่างหลากหลาย โดยยังมีพระศิวะเป็นแกนหลักของความหมาย
ด้านหน้าปราสาทมีคูน้ำรูปตัวยูและพื้นที่น้ำที่ช่วยกำหนดขอบเขตของศาสนสถาน น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญในภูมิทัศน์ขอม เพราะเชื่อมโยงกับความอุดมสมบูรณ์ ความบริสุทธิ์ และการจัดวางจักรวาลจำลอง การเดินชมบริเวณด้านหน้าและรอบคูน้ำจะช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างองค์ปราสาทกับภูมิทัศน์โดยรอบได้ชัดเจนขึ้น ปราสาทศีขรภูมิไม่ได้งดงามเฉพาะตัวอาคาร แต่ยังงดงามจากการตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่เปิดโล่ง น้ำ ต้นไม้ และชุมชนบ้านปราสาทที่ล้อมรอบโบราณสถาน
ในประวัติศาสตร์ช่วงหลัง ปราสาทศีขรภูมิถูกดัดแปลงให้เป็นวัดในพุทธศาสนาราวพุทธศตวรรษที่ 22–23 ในสมัยอยุธยาตอนปลาย หลักฐานสำคัญคือจารึกอักษรธรรมอีสาน ภาษาไทยและบาลี ที่กล่าวถึงการบูรณะปฏิสังขรณ์โดยพระเถระและผู้นำท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนความต่อเนื่องของการใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์จากศาสนาฮินดูมาสู่พุทธศาสนาในบริบทชุมชนท้องถิ่น ปราสาทศีขรภูมิจึงไม่ได้เป็นเพียงหลักฐานของอาณาจักรขอม แต่ยังเป็นหลักฐานของการปรับเปลี่ยนความหมายทางศาสนาในสังคมไทยอีสานตอนล่าง
ชื่อเดิมของปราสาทศีขรภูมิสัมพันธ์กับบ้านระแงงและชุมชนบ้านปราสาทในอำเภอศีขรภูมิ พื้นที่นี้เป็นชุมชนที่มีรากวัฒนธรรมไทย–เขมรและลาวอีสานปะปนกันมาอย่างยาวนาน การที่ปราสาทตั้งอยู่ใกล้ชุมชนและยังเป็นที่รู้จักของคนท้องถิ่น ทำให้โบราณสถานแห่งนี้มีชีวิตในความทรงจำของผู้คน ไม่ใช่เพียงโบราณสถานที่แยกออกจากชุมชน ชื่อบ้านปราสาทและชื่ออำเภอศีขรภูมิทำให้ปราสาทกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของพื้นที่ ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว และอัตลักษณ์ท้องถิ่น
การบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์ของปราสาทศีขรภูมิดำเนินการโดยกรมศิลปากรระหว่าง พ.ศ. 2528–2534 ทำให้พื้นที่โบราณสถานได้รับการจัดระเบียบและสามารถรองรับการเข้าชมได้ดีขึ้น โบราณวัตถุสำคัญบางส่วน เช่น ทับหลังรูปกฤษณาวตาร กลีบขนุน และแบบจำลองปราสาท ถูกนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เพื่อการอนุรักษ์และการเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ส่วนตัวปราสาทที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จริงยังคงทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้กลางแจ้งที่เชื่อมโยงโบราณคดีกับภูมิทัศน์ชุมชน
การชมปราสาทศีขรภูมิควรเริ่มจากด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นด้านหน้าหลักของปราสาท ผู้มาเยือนจะเห็นภาพรวมของปรางค์ 5 องค์บนฐานเดียวกันอย่างชัดเจน จากนั้นควรเดินเข้าใกล้ปรางค์ประธานเพื่อชมเสากรอบประตู เทพธิดา ทวารบาล และทับหลังศิวนาฏราช แล้วค่อยเดินชมรอบฐานเพื่อสังเกตปรางค์บริวารทั้ง 4 องค์ คูน้ำ และสภาพแวดล้อมโดยรอบ การเดินชมตามลำดับนี้ช่วยให้เข้าใจโครงสร้างของศาสนสถานได้ครบทั้งผังรวมและรายละเอียดงานสลัก
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพควรใช้เวลาช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะแสงจะช่วยให้ผิวอิฐและหินทรายมีมิติ ลวดลายสลักบนทับหลังและเสาประดับจะเห็นรายละเอียดได้ชัดขึ้น มุมด้านหน้าทิศตะวันออกเป็นมุมสำคัญที่สุด เพราะเห็นองค์ปรางค์ประธานและปรางค์บริวารด้านหน้าในแนวเดียวกัน ส่วนมุมด้านข้างช่วยให้เห็นฐานศิลาแลง คูน้ำ และความสูงของปรางค์กลางเมื่อเทียบกับปรางค์บริวาร การถ่ายภาพอย่างเหมาะสมควรรักษาระยะ ไม่ปีนป่ายองค์ปราสาท และไม่สัมผัสลวดลายหินทรายโดยไม่จำเป็น
ปราสาทศีขรภูมิเหมาะกับการเที่ยวแบบใช้เวลา 1–2 ชั่วโมง หากชมอย่างละเอียด เพราะรายละเอียดของสถานที่มีทั้งผังปราสาท งานสลัก ภูมิทัศน์น้ำ และประวัติการเปลี่ยนผ่านทางศาสนา นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเดินชม ถ่ายภาพ และอ่านภาพรวมได้ภายในประมาณ 45–60 นาที แต่ผู้ที่สนใจศิลปะขอมควรเผื่อเวลานานขึ้น เพื่อพิจารณาทับหลังศิวนาฏราช เทพธิดาบนเสากรอบประตู และร่องรอยการบูรณะในยุคหลังอย่างละเอียด
การเดินทาง จากตัวเมืองสุรินทร์ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 226 เส้นสุรินทร์–ศรีสะเกษ ระยะทางประมาณ 34–36 กม. เมื่อเข้าสู่อำเภอศีขรภูมิ ให้เดินทางต่อไปยังบ้านปราสาท ตำบลระแงง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 1 กม. เส้นทางเป็นถนนหลัก เดินทางสะดวก เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น หากเดินทางด้วยรถไฟ สามารถลงที่สถานีรถไฟศีขรภูมิแล้วต่อรถท้องถิ่นไปยังปราสาทได้ เพราะตัวโบราณสถานอยู่ไม่ไกลจากย่านชุมชนและตัวอำเภอ
ผู้ที่วางแผนเที่ยวแบบครึ่งวันสามารถเดินทางจากตัวเมืองสุรินทร์ไปปราสาทศีขรภูมิช่วงเช้า ใช้เวลาเดินชมประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วแวะรับประทานอาหารหรือซื้อของฝากในตัวอำเภอศีขรภูมิ เช่น กาละแมศีขรภูมิและร้านอาหารท้องถิ่น จากนั้นสามารถเดินทางกลับเมืองสุรินทร์เพื่อเที่ยววัดบูรพาราม ศาลหลักเมืองสุรินทร์ หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ หากต้องการจัดเส้นทางปราสาทขอมเพิ่มเติม สามารถเชื่อมต่อกับปราสาทเมืองทีหรือโบราณสถานในอำเภออื่นของสุรินทร์ได้ตามเวลาเดินทาง
บริเวณอำเภอศีขรภูมิมีร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านของฝากหลายแห่งที่เหมาะกับการแวะพักก่อนหรือหลังชมปราสาท ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านส้มตำ ร้านกาแฟ และร้านขนมท้องถิ่นตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอ ผู้มาเยือนที่ต้องการอาหารจานง่ายสามารถเลือกแวะร้านในชุมชนระแงงและตัวอำเภอศีขรภูมิได้สะดวก ส่วนผู้ที่ต้องการร้านอาหารและที่พักหลากหลายกว่าสามารถกลับไปยังตัวเมืองสุรินทร์ ซึ่งมีตัวเลือกโรงแรม ร้านอาหาร และบริการท่องเที่ยวครบกว่า
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักใกล้ปราสาทสามารถเลือกรีสอร์ทในอำเภอศีขรภูมิ เช่น จามจุรี รีสอร์ท ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอเดียวกัน หากต้องการความสะดวกด้านการเดินทางต่อและตัวเลือกที่พักมากกว่า การพักในตัวเมืองสุรินทร์เป็นทางเลือกที่เหมาะ โดยสามารถขับรถหรือเดินทางมาตามทางหลวงหมายเลข 226 เพื่อเที่ยวปราสาทศีขรภูมิแบบไปเช้าเย็นกลับได้ เส้นทางนี้เหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการเที่ยวสุรินทร์อย่างเป็นระบบ
มารยาทในการเข้าชมปราสาทศีขรภูมิมีความสำคัญมาก ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายบนองค์ปราสาท ไม่จับต้องลวดลายสลักหินทราย ไม่เคลื่อนย้ายชิ้นส่วนอิฐหรือหิน ไม่ขีดเขียนบนโบราณสถาน และไม่ทิ้งขยะในพื้นที่ ทุกส่วนของอาคารโบราณเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ต้องรักษาไว้ในตำแหน่งเดิม การท่องเที่ยวอย่างระมัดระวังช่วยให้ปราสาทศีขรภูมิยังคงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์สำหรับคนรุ่นต่อไป
สำหรับชาวต่างชาติ ปราสาทศีขรภูมิเป็นสถานที่ที่อธิบายอารยธรรมขอมในประเทศไทยได้ชัดเจน เพราะมีองค์ประกอบครบทั้ง Khmer sanctuary, five brick towers, Shiva Nataraja lintel, Baphuon and Angkor Wat styles, Hindu Shaivism, later Buddhist adaptation และ living local community landscape การเดินชมที่นี่ทำให้เข้าใจว่าสุรินทร์เป็นพื้นที่สำคัญของวัฒนธรรมขอมในอีสานใต้ และยังเป็นพื้นที่ที่โบราณสถาน ชุมชน และภูมิทัศน์น้ำยังคงเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น
เมื่อเปรียบเทียบกับปราสาทขอมแห่งอื่นในสุรินทร์ ปราสาทศีขรภูมิมีลักษณะเด่นที่ผังปรางค์ 5 องค์และทับหลังศิวนาฏราช ต่างจากปราสาทบ้านพลวงซึ่งเด่นด้านงานสลักหินทรายขนาดเล็ก ต่างจากปราสาทบ้านไพลซึ่งเป็นปราสาทอิฐ 3 องค์ และต่างจากปราสาทเมืองทีซึ่งเป็นอโรคยศาลในคติพุทธมหายาน ปราสาทศีขรภูมิจึงเป็นจุดหมายที่ช่วยเติมเต็มภาพรวมของเส้นทางปราสาทขอมสุรินทร์ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นความยิ่งใหญ่ของผังปราสาทหมู่และรายละเอียดทับหลังชั้นเยี่ยมในสถานที่เดียว
ปราสาทศีขรภูมิเป็นโบราณสถานที่มีความครบถ้วนในหลายมิติ ทั้งประวัติศาสตร์ขอม ศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ศิลปะบาปวนต่อเนื่องนครวัด การดัดแปลงเป็นพุทธศาสนสถานในสมัยอยุธยาตอนปลาย และการอนุรักษ์โดยกรมศิลปากรในยุคปัจจุบัน ความงามของปราสาทแห่งนี้อยู่ทั้งในภาพรวมของปรางค์ 5 องค์และรายละเอียดเล็ก ๆ ของงานแกะสลัก เมื่อเดินชมด้วยความเข้าใจ ปราสาทศีขรภูมิจะไม่ใช่เพียงโบราณสถานเก่าแก่ของสุรินทร์ แต่เป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่เล่าเรื่องอีสานใต้ในฐานะดินแดนแห่งศิลปะ ความศรัทธา และมรดกวัฒนธรรมขอมได้อย่างงดงาม
| ชื่อสถานที่ | ปราสาทศีขรภูมิ |
| ที่ตั้ง | บ้านปราสาท ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ |
| ที่อยู่ | บ้านปราสาท ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ 32110 |
| ไฮไลต์ | ปรางค์อิฐ 5 องค์บนฐานศิลาแลงเดียวกัน ทับหลังศิวนาฏราชบนปรางค์ประธาน เสาประดับกรอบประตูลายเทพธิดา ทวารบาล และคูน้ำรูปตัวยูรอบโบราณสถาน |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างราวกลางพุทธศตวรรษที่ 17 ศิลปะขอมแบบบาปวนต่อเนื่องนครวัด เดิมเป็นศาสนสถานฮินดู ลัทธิไศวนิกาย และได้รับการดัดแปลงเป็นพุทธศาสนสถานในสมัยอยุธยาตอนปลาย |
| ลักษณะเด่น | ปรางค์ประธานอยู่กลางฐานเดียวกัน มีปรางค์บริวาร 4 องค์ล้อมรอบที่มุมทั้ง 4 ปรางค์ทั้งหมดหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูทางเข้าด้านเดียวและใช้หินทรายในส่วนแกะสลักสำคัญ |
| หลักฐานสำคัญ | ทับหลังศิวนาฏราช พระคเณศ พระพรหม พระวิษณุ พระอุมา เสาประดับกรอบประตูรูปเทพธิดา ทวารบาล ทับหลังเรื่องกฤษณาวตาร กลีบขนุน และจารึกอักษรธรรมอีสานภาษาไทย–บาลี |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสุรินทร์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 226 เส้นสุรินทร์–ศรีสะเกษ ระยะทางประมาณ 34–36 กม. เข้าสู่อำเภอศีขรภูมิ แล้วเดินทางต่อไปยังบ้านปราสาท ตำบลระแงง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 1 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมทุกวัน เป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดสุรินทร์ ได้รับการดูแลและอนุรักษ์โดยกรมศิลปากร |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 07.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ชาวไทย 10 บาท / ชาวต่างชาติ 50 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่เดินชมโบราณสถาน ลานด้านหน้า พื้นที่ถ่ายภาพ พื้นที่ภูมิทัศน์รอบคูน้ำ จุดจำหน่ายบัตรเข้าชม และทางเข้าถึงจากชุมชนอำเภอศีขรภูมิ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ปรางค์ประธาน ปรางค์บริวาร 4 องค์ ฐานศิลาแลง ประตูด้านทิศตะวันออก ทับหลังศิวนาฏราช เสาประดับกรอบประตู ทวารบาล คูน้ำรูปตัวยู และพื้นที่โบราณสถานรอบปราสาท |
| ผู้ดูแลโบราณสถาน | กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ร่วมกับเทศบาลตำบลศีขรภูมิและชุมชนบ้านปราสาท |
| เบอร์ติดต่อหลัก | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โทร. 044-513-274 สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา โทร. 044-471-518, 044-481-024 เทศบาลตำบลศีขรภูมิ โทร. 044-561-243 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ปราสาทเมืองที ประมาณ 19 กม. 2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ประมาณ 38 กม. 3. วัดบูรพาราม พระอารามหลวง ประมาณ 36 กม. 4. ศาลหลักเมืองสุรินทร์ ประมาณ 36 กม. 5. หมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง ประมาณ 41 กม. 6. ปราสาทบ้านไพล ประมาณ 45 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. กาละแมศีขรภูมิต้นตำรับ 5 ปราสาท ประมาณ 1 กม. โทร. 044-561-285, 044-065-244 2. ภูผาก๋วยเตี๋ยวเรือ ศีขรภูมิ ประมาณ 2 กม. โทร. 093-343-3246 3. ตำมั่ว ปตท.ศีขรภูมิ ประมาณ 2 กม. โทร. 089-844-4319 4. Home Hug Coffee & Steak ประมาณ 3 กม. โทร. 044-560-189 5. ครีม หมูกระทะ ศีขรภูมิ ประมาณ 5 กม. โทร. 092-836-5198 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Jamjuree Resort ศีขรภูมิ ประมาณ 2 กม. โทร. 044-560-289, 089-190-5156 2. Arena Hotel Surin ประมาณ 31 กม. โทร. 044-519-555, 063-356-2455 3. Martina Hotel Surin ประมาณ 37 กม. โทร. 044-713-555, 044-713-655 4. Thongtarin Hotel Surin ประมาณ 36 กม. โทร. 085-300-8858, 044-514-281 ต่อ 8 5. The Wood Surin ประมาณ 36 กม. โทร. 063-023-7999 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ปราสาทศีขรภูมิอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ปราสาทศีขรภูมิตั้งอยู่ที่บ้านปราสาท ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 34–36 กม.
ถาม: ปราสาทศีขรภูมิเปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00 – 18.00 น.
ถาม: ปราสาทศีขรภูมิมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: มีค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท และชาวต่างชาติ 50 บาท
ถาม: จุดเด่นของปราสาทศีขรภูมิคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือปรางค์อิฐ 5 องค์บนฐานเดียวกัน และทับหลังศิวนาฏราชบนปรางค์ประธาน ซึ่งเป็นงานสลักหินทรายศิลปะขอมที่งดงามมาก
ถาม: ปราสาทศีขรภูมิสร้างขึ้นในศาสนาใด?
ตอบ: เดิมสร้างขึ้นในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย เพื่อบูชาพระศิวะ และต่อมาถูกดัดแปลงให้เป็นพุทธศาสนสถานในสมัยอยุธยาตอนปลาย
ถาม: ปราสาทศีขรภูมิอยู่ในศิลปะขอมสมัยใด?
ตอบ: ปราสาทศีขรภูมิอยู่ในช่วงศิลปะขอมแบบบาปวนต่อเนื่องถึงแบบนครวัด กำหนดอายุราวกลางพุทธศตวรรษที่ 17
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองสุรินทร์ไปปราสาทศีขรภูมิอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 226 เส้นสุรินทร์–ศรีสะเกษ ระยะทางประมาณ 34–36 กม. เข้าสู่อำเภอศีขรภูมิ แล้วเดินทางต่อไปยังบ้านปราสาท ตำบลระแงง
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวปราสาทศีขรภูมินานเท่าไร?
ตอบ: ควรใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง เพื่อเดินชมปรางค์ทั้ง 5 องค์ ทับหลังศิวนาฏราช คูน้ำ และรายละเอียดงานสลักหินทรายอย่างครบถ้วน
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




