หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ >อ.เมืองสุรินทร์ >ต.ในเมือง > ประเพณีแซนโฎนตา วัฒนธรรมภาคอีสาน
TL;DR: ประเพณีแซนโฎนตา วัฒนธรรมภาคอีสาน เปิดจัดเป็นประจำทุกปีในช่วงวันแรม 14 – 15 ค่ำ เดือน 10; ปี 2569 ตรงกับวันที่ 10 – เวลา พิธีครอบครัวและพิธีวัดจัดตลอดวันตามธรรมเนียมท้องถิ่น.
ประเพณีแซนโฎนตา วัฒนธรรมภาคอีสาน

วันเปิดทำการ: จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงวันแรม 14 – 15 ค่ำ เดือน 10; ปี 2569 ตรงกับวันที่ 10 – 11 ตุลาคม 2569
เวลาเปิดทำการ: พิธีครอบครัวและพิธีวัดจัดตลอดวันตามธรรมเนียมท้องถิ่น; งานสาธารณะในจังหวัดสุรินทร์มักจัดช่วงบ่ายถึงเย็น
ประเพณีแซนโฎนตา วัฒนธรรมภาคอีสาน เป็นประเพณีสำคัญของชาวไทยเชื้อสายเขมรในภาคอีสานใต้ โดยมีพื้นที่สืบทอดเด่นในจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ แก่นแท้ของประเพณีคือการเซ่นไหว้และทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับ พร้อมทั้งเป็นช่วงเวลาที่ลูกหลานกลับบ้านมาพบญาติผู้ใหญ่ รวมครอบครัว ทำบุญที่วัด และร่วมกันรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมของชุมชนให้คงอยู่ต่อไป
แซนโฎนตาไม่ใช่เพียงพิธีกรรมประจำปี แต่เป็นระบบความทรงจำของครอบครัวและชุมชน คำว่า “แซน” หมายถึงการเซ่นไหว้ ส่วน “โฎนตา” หมายถึงปู่ย่า ตายาย หรือบรรพบุรุษ เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึงการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ เพื่อแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณทั้งที่ล่วงลับไปแล้วและผู้ใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่ ประเพณีนี้จึงมีทั้งมิติทางจิตวิญญาณ มิติครอบครัว มิติชุมชน และมิติการอนุรักษ์อัตลักษณ์ของชาวไทยเชื้อสายเขมรในอีสานใต้
หัวใจของประเพณีแซนโฎนตาคือความเชื่อว่าช่วงเดือน 10 ตามปฏิทินจันทรคติเป็นวาระที่ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษได้รับโอกาสกลับมาเยี่ยมลูกหลาน ลูกหลานจึงเตรียมอาหารคาว อาหารหวาน ผลไม้ ขนมพื้นบ้าน เครื่องเซ่นไหว้ ธูปเทียน และของใช้จำเป็น เพื่ออัญเชิญบรรพบุรุษมารับส่วนบุญ ความเชื่อนี้ทำให้คนในครอบครัวตระหนักถึงสายสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นปัจจุบันกับคนรุ่นก่อน และทำให้บ้าน วัด และชุมชนกลายเป็นพื้นที่เดียวกันของความกตัญญู
ประเพณีนี้สัมพันธ์กับวันสารทเดือน 10 และมักประกอบพิธีในช่วงวันแรม 14 – 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี โดยปี 2569 วันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 และวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 สำหรับชุมชนไทยเชื้อสายเขมรในสุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นช่วงกลับบ้าน รวมญาติ ทำบุญ และไหว้บรรพบุรุษที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของปี
ในอดีต การประกอบพิธีแซนโฎนตามักเกิดขึ้นภายในบ้านและวัดประจำหมู่บ้านเป็นหลัก ครอบครัวจะทำความสะอาดบ้าน จัดเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ และเชิญญาติพี่น้องให้กลับมาพร้อมหน้า ผู้สูงอายุจะมีบทบาทสำคัญในการจัดพิธี บอกลำดับการไหว้ เรียกชื่อบรรพบุรุษ และอธิบายความหมายของเครื่องเซ่นแก่ลูกหลาน การสืบทอดจึงไม่ได้เกิดจากตำรา แต่เกิดจากการลงมือทำร่วมกันในบ้านจริง ๆ เด็กและเยาวชนเรียนรู้ผ่านการช่วยเตรียมข้าวปลาอาหาร จัดพาน จัดกระทง จุดธูปเทียน และฟังคำอธิบายจากผู้ใหญ่
ก่อนถึงวันพิธี ครอบครัวจะเตรียมอาหารและขนมพื้นบ้าน เช่น ข้าวต้มมัด ขนมเทียน ขนมต้ม ผลไม้ หมากพลู ข้าวสาร ข้าวเหนียว เนื้อสัตว์ อาหารแห้ง และของใช้สำหรับประกอบพิธี เครื่องเซ่นหลายอย่างมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ อาหารคาวหวานแทนความอุดมสมบูรณ์ ข้าวสารและข้าวเหนียวแทนหลักชีวิตของครอบครัว ผลไม้แทนความเจริญงอกงาม ธูปเทียนแทนการสื่อสารกับบรรพบุรุษ และการกรวดน้ำแทนการอุทิศบุญกุศลให้ผู้ล่วงลับ
ในบางพื้นที่จะมีธรรมเนียม “จูนโฎนตา” ซึ่งเป็นการที่ลูกหลานนำของไปมอบให้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ เพื่อแสดงความกตัญญูและขอพรจากผู้ใหญ่ หากพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่เสียชีวิตไปแล้ว ลูกหลานจะนำสิ่งของไปถวายพระหรือทำบุญอุทิศให้แทน ธรรมเนียมนี้ทำให้แซนโฎนตาไม่ได้เป็นเพียงพิธีสำหรับผู้ล่วงลับ แต่ยังเป็นวันแห่งการดูแลผู้ใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย
เมื่อถึงวันสำคัญ สมาชิกครอบครัวจะจัดเครื่องเซ่นไว้ในบ้านหรือบริเวณที่กำหนด จุดธูปเทียน เชิญบรรพบุรุษมารับอาหารและส่วนบุญ ผู้อาวุโสในบ้านจะเป็นผู้กล่าวอัญเชิญ เรียกชื่อบรรพบุรุษเท่าที่จำได้ และบอกกล่าวให้ดวงวิญญาณรับรู้ว่า ลูกหลานได้เตรียมอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ผลไม้ และของใช้ไว้ให้แล้ว พิธีนี้มีความละเอียดอ่อน เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนในบ้านได้กล่าวถึงชื่อของผู้ล่วงลับ ทำให้ความทรงจำของครอบครัวยังคงถูกส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
หลังจากพิธีไหว้ที่บ้าน หลายครอบครัวจะนำอาหารและเครื่องทำบุญไปวัด เพื่อถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ ฟังธรรม รับศีล และอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ พื้นที่วัดจึงเป็นศูนย์กลางทางจิตใจของประเพณีแซนโฎนตา เพราะเป็นสถานที่ที่คนทั้งหมู่บ้านมารวมกัน ทำบุญร่วมกัน และพบปะญาติพี่น้องที่อาจไม่ได้เจอกันตลอดปี บรรยากาศในวัดช่วงแซนโฎนตามักเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความสงบ และความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชุมชน
พิธีกรรมสำคัญที่พบในหลายพื้นที่ประกอบด้วยการเซ่นไหว้ศาลปู่ตาประจำหมู่บ้าน การไหว้ศาลพระภูมิประจำบ้าน การประกอบพิธีแซนโฎนตาที่บ้าน การนำกระเชอหรือเครื่องจูนโฎนตาไปวัด การทำบุญอุทิศส่วนกุศล และกิจกรรมทางวัฒนธรรมของชุมชน เช่น การรำบวงสรวง การแสดงพื้นบ้าน การเล่นดนตรีกันตรึม การจัดขบวนวัฒนธรรม และการรวมตัวของหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อสืบสานประเพณีให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่า
จังหวัดสุรินทร์เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เห็นภาพประเพณีแซนโฎนตาได้ชัดเจน เพราะมีประชากรไทยเชื้อสายเขมรจำนวนมาก และมีการจัดงานสาธารณะเพื่อสืบสานประเพณีเป็นประจำ งานประเพณีแซนโฎนตาบูชาบรรพบุรุษ ประจำปี 2568 จัดขึ้นที่บริเวณปะรำพิธีอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง โดยจังหวัดสุรินทร์ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายในงานมีพิธีสงฆ์ การส่งและรับมอบเครื่องจูนโฎนตา การแสดงศิลปวัฒนธรรม และพิธีแซนโฎนตาเพื่อบูชาบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ
พื้นที่ศรีสะเกษ โดยเฉพาะอำเภอขุขันธ์และชุมชนไทยเชื้อสายเขมรในหลายตำบล ยังคงรักษาแซนโฎนตาไว้ในฐานะบุญประเพณีเดือนสิบที่ผูกพันกับบ้าน วัด และศาลปู่ตา ความโดดเด่นของศรีสะเกษคือการสืบทอดวัฒนธรรมขอมอีสานใต้ที่เข้มแข็ง มีการเล่าเรื่องความหมายของโฎนตา การรวมญาติ และการทำบุญอุทิศให้บรรพบุรุษอย่างต่อเนื่อง ชุมชนจำนวนมากยังใช้ประเพณีนี้เป็นช่วงเวลาสอนลูกหลานให้รู้จักรากเหง้า ภาษา อาหาร และพิธีกรรมของตนเอง
ส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ ประเพณีแซนโฎนตายังคงปรากฏในชุมชนไทยเชื้อสายเขมรและหน่วยงานราชการในพื้นที่ โดยมีการประกอบพิธีทำบุญให้บรรพบุรุษตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี เครื่องไหว้ที่นิยมใช้ ได้แก่ หัวหมู ไก่ ผลไม้ ขนมหวาน และอาหารที่ครอบครัวเชื่อว่าบรรพบุรุษเคยชอบ การสืบทอดในบุรีรัมย์สะท้อนให้เห็นว่าประเพณีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง แต่เป็นมรดกร่วมของอีสานใต้ที่มีพื้นฐานทางวัฒนธรรมเขมรใกล้เคียงกัน
ความสำคัญด้านจิตวิญญาณของแซนโฎนตาอยู่ที่การสร้างพื้นที่ให้ลูกหลานได้แสดงความกตัญญูต่อผู้ล่วงลับ คนไทยเชื้อสายเขมรจำนวนมากเชื่อว่าการทำบุญ การเซ่นไหว้ และการกล่าวเรียกบรรพบุรุษด้วยความเคารพช่วยให้ดวงวิญญาณได้รับส่วนบุญและรับรู้ว่าลูกหลานยังระลึกถึง การกระทำเหล่านี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับคนตายไม่ถูกตัดขาด แต่ยังดำรงอยู่ผ่านพิธีกรรม ความทรงจำ และความรักของครอบครัว
ความสำคัญด้านสังคมของแซนโฎนตาชัดเจนมาก เพราะเป็นช่วงที่ลูกหลานซึ่งทำงานหรืออาศัยอยู่ต่างจังหวัดกลับมารวมญาติ บ้านที่เงียบเหงากลับมามีชีวิต ผู้สูงอายุได้พบลูกหลาน เด็ก ๆ ได้รู้จักญาติพี่น้อง และสมาชิกครอบครัวได้ร่วมรับประทานอาหารหลังเสร็จพิธี การกินข้าวร่วมกันหลังไหว้บรรพบุรุษเป็นภาพสำคัญของประเพณีนี้ เพราะอาหารที่เคยใช้เป็นเครื่องเซ่นจะกลายเป็นอาหารแห่งความผูกพันของคนในบ้าน
ความสำคัญด้านวัฒนธรรมอยู่ที่การรักษาอัตลักษณ์ของชาวไทยเชื้อสายเขมรในภาคอีสานใต้ ทั้งภาษา คำเรียกพิธี เครื่องไหว้ อาหารพื้นบ้าน ดนตรี การรำ การแต่งกาย และรูปแบบการจัดงานของชุมชน ประเพณีแซนโฎนตาทำให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นว่าวัฒนธรรมไม่ใช่สิ่งไกลตัว แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านของตนเอง บนโต๊ะอาหารของตนเอง และในวัดประจำชุมชนของตนเอง
ในยุคปัจจุบัน แซนโฎนตาปรับตัวเข้ากับสังคมสมัยใหม่อย่างชัดเจน ครอบครัวใช้โทรศัพท์และสื่อออนไลน์นัดหมายญาติให้กลับบ้าน หน่วยงานท้องถิ่นประชาสัมพันธ์กำหนดการผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ โรงเรียนและชุมชนจัดกิจกรรมให้เด็กได้เรียนรู้ความหมายของประเพณี ขณะเดียวกันแก่นของพิธียังคงเดิม คือการไหว้บรรพบุรุษ ทำบุญ อุทิศส่วนกุศล และรวมญาติด้วยความเคารพ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้ประเพณีแซนโฎนตา จังหวัดสุรินทร์เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสม เพราะมีทั้งชุมชนไทยเชื้อสายเขมร วัดสำคัญ พื้นที่จัดงานสาธารณะ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมใกล้เคียง เช่น อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง ศาลหลักเมืองสุรินทร์ วัดบูรพาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ และหมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง ผู้มาเยือนสามารถใช้โอกาสนี้เรียนรู้ทั้งประเพณี ความเชื่อ ผ้าไหม อาหาร และประวัติศาสตร์เมืองสุรินทร์ในเส้นทางเดียวกัน
การเดินทาง หากอ้างอิงจุดจัดงานสาธารณะในตัวเมืองสุรินทร์ สามารถเดินทางมายังบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวางได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง รถไฟ หรือรถรับจ้างในเมือง ตัวเมืองสุรินทร์มีสถานีรถไฟและสถานีขนส่งที่เชื่อมต่อกับจังหวัดใกล้เคียง เมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงตัวเมืองสามารถเดินทางต่อไปยังวัด ชุมชน และพื้นที่จัดกิจกรรมได้ไม่ยาก ช่วงเทศกาลควรวางแผนล่วงหน้า เพราะเป็นช่วงที่คนท้องถิ่นจำนวนมากเดินทางกลับบ้าน
มารยาทสำคัญในการร่วมงานคือการแต่งกายสุภาพ เคารพพื้นที่พิธี ไม่ขัดจังหวะการไหว้ ไม่ถ่ายภาพระยะใกล้โดยไม่ขออนุญาต และไม่สัมผัสเครื่องเซ่นโดยพลการ หากเข้าร่วมพิธีในบ้านหรือชุมชน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าบ้านหรือผู้อาวุโส หากร่วมงานในวัด ควรถอดรองเท้าในพื้นที่ที่กำหนด สำรวมกิริยา และหลีกเลี่ยงการใช้เสียงดังขณะพระสงฆ์ประกอบพิธี
เสน่ห์ของแซนโฎนตาอยู่ที่ความเป็นประเพณีที่ยังมีชีวิต ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อการแสดงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นจากความเชื่อจริง ความรักจริง และความผูกพันจริงของครอบครัวในอีสานใต้ ทุกพานเครื่องไหว้ ทุกคำเรียกบรรพบุรุษ ทุกครั้งที่ลูกหลานกลับบ้าน และทุกมื้ออาหารที่ญาติพี่น้องนั่งล้อมวงร่วมกัน ล้วนทำให้ประเพณีแซนโฎนตายังคงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่หนักแน่น งดงาม และมีความหมายในสังคมไทยร่วมสมัย
แซนโฎนตาจึงเป็นมากกว่างานบุญเดือนสิบของชาวไทยเชื้อสายเขมร แต่เป็นประเพณีที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน เชื่อมบ้านกับวัด เชื่อมคนรุ่นก่อนกับคนรุ่นหลัง และเชื่อมความเชื่อส่วนบุคคลกับความสามัคคีของชุมชน ผู้ที่ได้สัมผัสประเพณีนี้จะเห็นภาพวัฒนธรรมภาคอีสานในมิติที่ลึกกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป เพราะนี่คือวัฒนธรรมที่เริ่มต้นจากคำว่า “กตัญญู” และดำรงอยู่ด้วยพลังของครอบครัว ชุมชน และความภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง
| ชื่อประเพณี | ประเพณีแซนโฎนตา / สารทเขมร |
| พื้นที่สำคัญ | จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และชุมชนไทยเชื้อสายเขมรในภาคอีสานใต้ |
| จุดอ้างอิงสำหรับนักท่องเที่ยว | บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ |
| ไฮไลต์ | การเซ่นไหว้บรรพบุรุษ การทำบุญอุทิศส่วนกุศล การรวมญาติ การจูนโฎนตา พิธีสงฆ์ และการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสานใต้ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวเขมรและชาวไทยเชื้อสายเขมร สืบทอดในพื้นที่อีสานใต้มาอย่างยาวนานในช่วงบุญเดือน 10 |
| ที่มาของชื่อ | “แซน” หมายถึง การเซ่นไหว้ ส่วน “โฎนตา” หมายถึงปู่ย่า ตายาย หรือบรรพบุรุษ |
| ลักษณะเด่น | เป็นประเพณีครอบครัวและชุมชนที่รวมพิธีไหว้บรรพบุรุษ การทำบุญที่วัด และการพบปะญาติพี่น้องในช่วงเวลาเดียวกัน |
| การเดินทาง | เดินทางสู่ตัวเมืองสุรินทร์ได้ด้วยรถยนต์ รถโดยสาร หรือรถไฟ จากนั้นเดินทางต่อไปยังลานอนุสาวรีย์ วัด หรือชุมชนที่จัดกิจกรรม |
| สถานะปัจจุบัน | ยังมีการสืบทอดและจัดกิจกรรมในชุมชนไทยเชื้อสายเขมร โดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ |
| วันจัดพิธีหลัก | วันแรม 14 – 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี; ปี 2569 ตรงกับวันที่ 10 – 11 ตุลาคม 2569 |
| เวลาเปิดทำการ | พิธีในครอบครัวและวัดจัดตลอดวันตามธรรมเนียมแต่ละพื้นที่; งานสาธารณะในตัวเมืองสุรินทร์มักจัดช่วงบ่ายถึงเย็น |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับพิธีชุมชนและงานสาธารณะทั่วไป |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | บริเวณตัวเมืองสุรินทร์มีที่พัก ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ สถานีรถไฟ สถานีขนส่ง และรถรับจ้างในเมือง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พื้นที่พิธีในบ้านและโต๊ะเครื่องเซ่น 2. วัดประจำชุมชนและศาลาการเปรียญ 3. ศาลปู่ตาหรือศาลบรรพบุรุษประจำหมู่บ้าน 4. ลานกิจกรรมวัฒนธรรมของชุมชนหรือหน่วยงานท้องถิ่น 5. พื้นที่รวมญาติและรับประทานอาหารหลังเสร็จพิธี |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วัด และผู้อาวุโสในชุมชน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ โทร. 044-511963 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศาลหลักเมืองสุรินทร์ ประมาณ 1 กม. 2. วัดบูรพาราม ประมาณ 1 กม. 3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ ประมาณ 5 กม. 4. อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ประมาณ 7 กม. 5. หมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง ประมาณ 10 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. เต่าบินสุรินทร์ สาขาอนุสาวรีย์จางวาง ประมาณ 0 กม. โทร. 097-964-5588, 062-224-8283 2. สวัสดีสุรินทร์ ประมาณ 2 กม. โทร. 085-637-7707 3. Seoul Bar - Cafe & Bistro สุรินทร์ ประมาณ 2 กม. โทร. 080-959-7942 4. ร้านอาหารโมเซิล สุรินทร์ ประมาณ 4 กม. โทร. 084-995-6492 5. เฌอทม สุรินทร์ ประมาณ 4 กม. โทร. 098-997-7916 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. HOP INN Surin ประมาณ 1 กม. โทร. 02-080-2222 2. โรงแรมทองธารินทร์ ประมาณ 1 กม. โทร. 084-451-4281-8, 084-451-1580 3. Surin Majestic Hotel ประมาณ 1 กม. 4. Sorin Boutique Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 044-060-188 5. The Gun Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 088-123-0456 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีแซนโฎนตาคืออะไร?
ตอบ: ประเพณีแซนโฎนตาคือประเพณีเซ่นไหว้และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษของชาวไทยเชื้อสายเขมรในภาคอีสานใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์
ถาม: ประเพณีแซนโฎนตาจัดวันไหน?
ตอบ: จัดในช่วงวันแรม 14 – 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี โดยปี 2569 ตรงกับวันที่ 10 – 11 ตุลาคม 2569
ถาม: คำว่าแซนโฎนตาหมายถึงอะไร?
ตอบ: “แซน” หมายถึงการเซ่นไหว้ ส่วน “โฎนตา” หมายถึงปู่ย่า ตายาย หรือบรรพบุรุษ รวมความหมายคือการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ
ถาม: จังหวัดใดมีประเพณีแซนโฎนตาเด่นชัด?
ตอบ: จังหวัดที่มีการสืบทอดเด่นชัด ได้แก่ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของชุมชนไทยเชื้อสายเขมรในอีสานใต้
ถาม: เครื่องเซ่นไหว้ในประเพณีแซนโฎนตามีอะไรบ้าง?
ตอบ: เครื่องเซ่นไหว้มักประกอบด้วยอาหารคาว อาหารหวาน ผลไม้ ข้าวต้มมัด ขนมเทียน หมากพลู ข้าวสาร ข้าวเหนียว ธูปเทียน และของใช้ที่ครอบครัวจัดเตรียมตามธรรมเนียม
ถาม: นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมงานแซนโฎนตาได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถเข้าร่วมงานสาธารณะหรือกิจกรรมวัฒนธรรมในพื้นที่ได้ โดยควรแต่งกายสุภาพ เคารพพิธีกรรม และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าภาพหรือชุมชน
ถาม: ประเพณีแซนโฎนตามีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: พิธีชุมชนและงานสาธารณะทั่วไปไม่มีค่าเข้าชม แต่ควรตรวจสอบกำหนดการของแต่ละพื้นที่ก่อนเดินทาง
ถาม: จุดใดในสุรินทร์เหมาะสำหรับเริ่มเรียนรู้ประเพณีแซนโฎนตา?
ตอบ: ตัวเมืองสุรินทร์และบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวางเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว วัด ร้านอาหาร และที่พักหลายแห่ง
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




