หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ >อ.เมืองสุรินทร์ >ต.ในเมือง > ประเพณีแซนโฎนตาวันสารทของชาวไทยเชื้อสายเขมร
TL;DR: ประเพณีแซนโฎนตาวันสารทของชาวไทยเชื้อสายเขมร เวลา พิธีที่บ้าน วัด และพื้นที่จัดงานชุมชนเป็นไปตามกำหนดของแต่ละพื้นที่. จุดเด่นคือ การทำบุญที่วัด การเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่บ้าน การจูนโฎนตาญาติผู้ใหญ่ การรวมญาติ และการอุทิศบุญให้ผีไม่มีญาติ.
ประเพณีแซนโฎนตาวันสารทของชาวไทยเชื้อสายเขมร

วันจัดงาน: ช่วงเดือน 10 ตามปฏิทินจันทรคติ โดยวันแซนโฎนตาหลักตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี
กำหนดวันสำคัญปี 2569: วันเบ็ณฑ์ตู๊จ 25 กันยายน 2569, วันกันซ็อง 26 กันยายน 2569, วันแซนโฎนตา 10 ตุลาคม 2569
เวลาเปิดทำการ: พิธีที่บ้าน วัด และพื้นที่จัดงานชุมชนเป็นไปตามกำหนดของแต่ละพื้นที่
ประเพณีแซนโฎนตา หรือที่หลายคนเรียกว่า สารทเขมร เป็นประเพณีสำคัญของชาวไทยเชื้อสายเขมรในจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และพื้นที่อีสานใต้ จัดขึ้นในช่วงเดือน 10 ตามปฏิทินจันทรคติของทุกปี โดยมีหัวใจสำคัญคือการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ ญาติผู้ล่วงลับ และดวงวิญญาณที่ไร้ญาติ ประเพณีนี้ไม่ได้เป็นเพียงพิธีเซ่นไหว้ตามความเชื่อดั้งเดิมเท่านั้น แต่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ลูกหลานกลับบ้าน มารวมญาติ ไหว้พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ญาติผู้ใหญ่ และร่วมกันประกอบพิธีทั้งที่บ้านและที่วัด แซนโฎนตาจึงเป็นประเพณีที่เชื่อมโยงครอบครัว ศาสนา ความกตัญญู ความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษ และอัตลักษณ์ของชาวไทยเชื้อสายเขมรไว้อย่างลึกซึ้ง
คำว่า แซนโฎนตา มาจากคำเขมรพื้นถิ่นที่มีความหมายชัดเจน คำว่า แซน หมายถึง การเซ่น การบูชา การไหว้ หรือการทำบุญ ส่วนคำว่า โฎนตา หมายถึง ยายตา ปู่ย่า ตายาย หรือบรรพบุรุษ เมื่อรวมกันจึงหมายถึงการเซ่นไหว้และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ความหมายนี้สะท้อนแก่นของประเพณีอย่างตรงไปตรงมา เพราะพิธีทั้งหมดตั้งอยู่บนความเชื่อว่าลูกหลานมีหน้าที่ระลึกถึงผู้มีพระคุณที่จากไปแล้ว และต้องแสดงความกตัญญูผ่านการทำบุญ การเซ่นไหว้ การถวายภัตตาหารพระสงฆ์ และการรวมญาติพี่น้องให้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา
ในวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายเขมร แซนโฎนตาเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายต่อทั้งคนเป็นและผู้ล่วงลับ คนเป็นได้ทำหน้าที่ต่อครอบครัวและบรรพบุรุษ ส่วนดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับได้รับส่วนบุญจากลูกหลาน ความเชื่อนี้ทำให้ประเพณีมีความอบอุ่นและศักดิ์สิทธิ์ไปพร้อมกัน บ้านแต่ละหลังจะเตรียมเครื่องเซ่นไหว้อย่างประณีต วัดในชุมชนจะมีการทำบุญถวายภัตตาหาร พระสงฆ์เป็นศูนย์กลางของการอุทิศบุญ และญาติพี่น้องที่อยู่ต่างถิ่นจะกลับมาพบกัน ประเพณีนี้จึงทำหน้าที่รักษาความสัมพันธ์ในเครือญาติและรักษาความทรงจำเกี่ยวกับรากเหง้าของครอบครัว
ประเพณีแซนโฎนตาสัมพันธ์กับวันสารทเดือนสิบในวัฒนธรรมหลายกลุ่ม แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะของชาวไทยเชื้อสายเขมรอย่างชัดเจน ทั้งภาษา ชื่อเรียก ลำดับวัน พิธีเซ่นไหว้ เครื่องเซ่น การจูนโฎนตา การไปวัด การไหว้ศาลปู่ตา และการเรียกดวงวิญญาณบรรพบุรุษให้มารับส่วนบุญ คำว่า สารทเขมร จึงเป็นชื่อเรียกที่ช่วยให้ผู้คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นพิธีสารทเดือนสิบของกลุ่มวัฒนธรรมเขมรในไทย แต่ภายในชุมชน คำว่า แซนโฎนตา ให้ความหมายลึกกว่า เพราะผูกกับภาษา ความเชื่อ และพิธีกรรมของครอบครัวโดยตรง
ในจังหวัดสุรินทร์ แซนโฎนตาเป็นหนึ่งในประเพณีที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้เด่นชัดที่สุด สุรินทร์เป็นพื้นที่ที่มีชาวไทยเชื้อสายเขมรอยู่จำนวนมาก และยังคงรักษาภาษา ประเพณี พิธีกรรม อาหาร เครื่องแต่งกาย และความเชื่อเกี่ยวกับบรรพบุรุษไว้ในชีวิตประจำวัน ประเพณีแซนโฎนตาจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมตามเทศกาล แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนทั้งจังหวัด ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน วัด โรงเรียน หน่วยงานราชการ ไปจนถึงงานระดับจังหวัดที่จัดขึ้นในพื้นที่สำคัญของเมืองสุรินทร์
ลำดับพิธีของแซนโฎนตาเริ่มจากช่วงวันเบ็ณฑ์ตู๊จ ซึ่งตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 ในหลายพื้นที่ วันนี้ถือเป็นวันเริ่มต้นของการเตรียมบุญและการประกาศให้บรรพบุรุษรับรู้ว่าลูกหลานได้เริ่มจัดงานแซนโฎนตาแล้ว ครอบครัวจะเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ ข้าวปลาอาหาร ขนม ผลไม้ และสิ่งของจำเป็นสำหรับใช้ในพิธีที่บ้าน พร้อมนำภัตตาหารไปถวายพระสงฆ์ที่วัด วันเบ็ณฑ์ตู๊จจึงเป็นเหมือนการเปิดประตูของเทศกาล ทำให้คนในครอบครัวเริ่มจัดบ้าน เตรียมสำรับ และเตรียมใจเข้าสู่ช่วงเวลาระลึกถึงบรรพบุรุษอย่างจริงจัง
วันกันซ็องเป็นวันถัดจากวันเบ็ณฑ์ตู๊จ โดยทั่วไปตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 คำว่า กัน หมายถึง การปฏิบัติ ส่วนคำว่า ซ็อง หมายถึง พระสงฆ์ วันนี้ชาวบ้านจะนำภัตตาหารไปถวายพระสงฆ์ที่วัด ทำบุญอุทิศให้บรรพบุรุษและผู้ล่วงลับ รวมถึงจัดเวรทำบุญที่วัดในชุมชนอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนถึงวันแซนโฎนตาใหญ่ การทำบุญในช่วงกันซ็องสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวกับวัด เพราะวัดเป็นพื้นที่กลางที่ทำให้บุญจากลูกหลานส่งถึงบรรพบุรุษผ่านพิธีสงฆ์และการอุทิศส่วนกุศล
วันแซนโฎนตาหรือวันสารทใหญ่ตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 เป็นวันที่สำคัญที่สุดของประเพณี ลูกหลานที่อยู่ห่างไกลจะพยายามกลับบ้านเพื่อร่วมพิธี ช่วงเช้ามีการทำบุญถวายภัตตาหารพระสงฆ์ที่วัด อุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ ญาติผู้ล่วงลับ และผีไม่มีญาติ หลังจากนั้นครอบครัวจะกลับมาทำพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่บ้าน มีการจัดสำรับกับข้าว ขนม ผลไม้ น้ำดื่ม เหล้า เสื้อผ้า เครื่องหอม และของใช้ไว้พร้อม เพื่อเชิญดวงวิญญาณบรรพบุรุษมารับเครื่องเซ่นและส่วนบุญจากลูกหลาน
ความเชื่อสำคัญของวันแซนโฎนตาคือ ช่วงเวลานี้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษได้รับการปลดปล่อยให้กลับมาเยี่ยมลูกหลานบนโลกมนุษย์และมารับส่วนบุญที่ครอบครัวจัดให้ การทำบุญที่วัดและการเซ่นไหว้ที่บ้านจึงต้องทำด้วยความตั้งใจ เพราะลูกหลานเชื่อว่าบรรพบุรุษจะได้รับรู้ถึงความกตัญญู ความคิดถึง และความผูกพันของคนในครอบครัว พิธีนี้จึงมีทั้งความศักดิ์สิทธิ์ ความอบอุ่น และความเศร้าอ่อน ๆ จากการระลึกถึงผู้ที่จากไปแล้ว
เครื่องเซ่นไหว้ในประเพณีแซนโฎนตามีความหมายในตัวเอง สิ่งแรกที่มักเตรียมคือกรวยดอกไม้ 5 กรวยหรือขันธ์ 5 ใช้เป็นเครื่องบูชาและแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษ บางบ้านใส่เงินทองหรือของมีค่าในพานเพื่อแสดงความตั้งใจและความสมบูรณ์ของพิธี เสื้อผ้า ผ้าโสร่ง ผ้าซิ่นไหม แป้งหอม น้ำหอม น้ำอบ หวี และกระจก สื่อถึงการเตรียมของใช้ให้บรรพบุรุษได้ใช้ในโลกวิญญาณ สำรับอาหารคาวหวานสื่อถึงการเลี้ยงดูและการต้อนรับญาติผู้ล่วงลับกลับมาสู่บ้านของลูกหลาน
อาหารในสำรับแซนโฎนตามักประกอบด้วยอาหารที่ครอบครัวตั้งใจทำอย่างดีที่สุด เช่น เป็ดต้ม ไก่ต้ม หัวหมู อาหารพื้นบ้าน แกง ข้าวสวย ข้าวเหนียว และกับข้าวที่บรรพบุรุษเคยชอบ ขนมที่พบได้บ่อย ได้แก่ ข้าวต้มห่อใบมะพร้าว ข้าวต้มหมู ขนมเทียน ขนมไข่หงส์ และขนมพื้นบ้านอื่น ๆ ผลไม้ที่นิยมใช้ เช่น มะพร้าวอ่อน กล้วยน้ำว้าสุก และผลไม้ตามฤดูกาล น้ำดื่มและเหล้าใช้เป็นเครื่องดื่มในพิธี เพื่อให้สำรับสมบูรณ์ตามความเชื่อของแต่ละครอบครัว
ขั้นตอนการทำพิธีที่บ้านมักเริ่มจากผู้อาวุโสของครอบครัวจุดธูปเทียน ยกขันห้าไหว้ กล่าวเชิญดวงวิญญาณบรรพบุรุษ ญาติพี่น้องที่ล่วงลับ และผู้มีพระคุณให้มารับเครื่องเซ่นไหว้ จากนั้นรินน้ำหรือเครื่องดื่มเพื่อบอกให้วิญญาณรับรู้ว่ามีอาหารและของใช้ใดจัดเตรียมไว้บ้าง พิธีใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที เมื่อเสร็จแล้วลูกหลานจะนำอาหารมารับประทานร่วมกัน การกินข้าวพร้อมหน้าหลังพิธีเป็นส่วนสำคัญ เพราะทำให้การเซ่นไหว้ไม่ได้จบเพียงพิธีกรรม แต่ต่อเนื่องไปสู่ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวที่ยังมีชีวิตอยู่
พิธีจูนโฎนตาเป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับแซนโฎนตา คำว่า จูน หมายถึง การมอบหรือการนำไปให้ ส่วนโฎนตาหมายถึงบรรพบุรุษหรือผู้ใหญ่ในครอบครัว จูนโฎนตาจึงเป็นการที่ลูกหลานนำของไปไหว้พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย และญาติผู้ใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่ สิ่งของที่นิยมมอบ ได้แก่ มะพร้าว ข้าวสารเหนียว ขนม ผลไม้ เครื่องใช้ หรือเงินสำหรับทำบุญ ประเพณีนี้ทำให้แซนโฎนตาไม่ได้เป็นเพียงการระลึกถึงผู้ล่วงลับ แต่ยังเป็นโอกาสแสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่ที่ยังอยู่กับครอบครัว
การกลับบ้านในช่วงแซนโฎนตาจึงมีความหมายมากกว่าการเดินทางตามเทศกาล ลูกหลานที่ไปทำงานต่างจังหวัดหรืออยู่ไกลบ้านจะกลับมาร่วมพิธี ทำอาหาร ช่วยเตรียมเครื่องเซ่น ไปวัด และไหว้ญาติผู้ใหญ่ การกลับมาพบกันในช่วงนี้ทำให้ญาติพี่น้องได้พูดคุย ปรับความเข้าใจ ช่วยกันทำบุญ และสานความสัมพันธ์ในครอบครัว ประเพณีแซนโฎนตาจึงเป็นกลไกทางสังคมที่ช่วยให้เครือญาติยังคงแน่นแฟ้น แม้สมาชิกครอบครัวจะกระจายไปใช้ชีวิตในหลายพื้นที่
บทบาทของวัดในประเพณีแซนโฎนตามีความสำคัญอย่างมาก วัดเป็นสถานที่ทำบุญ ถวายภัตตาหาร ฟังธรรม อุทิศส่วนกุศล และเป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนมาพบกัน ช่วงกันซ็องถึงวันแซนโฎนตา ชาวบ้านจะเวียนกันเป็นเจ้าภาพถวายอาหารพระและทำบุญให้ผู้ล่วงลับ บางพื้นที่มีการจัดอาหารและของใช้สำหรับผีไม่มีญาติ เพื่อให้บุญแผ่ถึงวิญญาณที่ไม่มีลูกหลานทำบุญให้ สิ่งนี้สะท้อนเมตตาธรรมในพุทธศาสนาและความเชื่อเรื่องวิญญาณในวัฒนธรรมเขมรที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน
นอกจากวัดและบ้านแล้ว ศาลปู่ตา ศาลพระภูมิ และพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนก็มีบทบาทในช่วงแซนโฎนตา หลายครอบครัวจะไหว้ศาลปู่ตาประจำหมู่บ้านหรือศาลประจำบ้าน เพื่อบอกกล่าวเจ้าที่ เจ้าทาง และวิญญาณผู้คุ้มครองชุมชนก่อนประกอบพิธีใหญ่ ความเชื่อเรื่องปู่ตาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่นอีสานใต้ที่ให้ความสำคัญกับผีบรรพบุรุษ ผีผู้คุ้มครอง และความสัมพันธ์ระหว่างคนกับพื้นที่ การไหว้ศาลปู่ตาจึงช่วยเชื่อมพิธีครอบครัวเข้ากับพิธีระดับชุมชน
ประเพณีแซนโฎนตาเป็นตัวอย่างเด่นของการผสมผสานระหว่างความเชื่อดั้งเดิมกับพุทธศาสนา พิธีเซ่นไหว้ที่บ้านสะท้อนความเชื่อเรื่องดวงวิญญาณบรรพบุรุษ ส่วนการถวายภัตตาหารพระสงฆ์และการอุทิศส่วนกุศลที่วัดสะท้อนคติพุทธ เมื่อทั้งสองส่วนมารวมกัน ประเพณีจึงมีความสมบูรณ์ทั้งทางจิตวิญญาณและทางศาสนา ลูกหลานได้ทำหน้าที่ต่อบรรพบุรุษผ่านพิธีเซ่นไหว้ และได้สร้างบุญกุศลผ่านพระพุทธศาสนาในเวลาเดียวกัน
ในระดับจังหวัด สุรินทร์มีการจัดงานประเพณีแซนโฎนตาบูชาบรรพบุรุษในพื้นที่สำคัญของเมือง โดยใช้บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวางเป็นพื้นที่จัดงานระดับจังหวัดในข้อมูลล่าสุด พื้นที่นี้มีความเหมาะสมเชิงสัญลักษณ์ เพราะอนุสาวรีย์เป็นอนุสรณ์ของผู้สร้างเมืองสุรินทร์และเป็นศูนย์รวมความเคารพของชาวเมือง การประกอบพิธีแซนโฎนตา ณ บริเวณนี้จึงขยายความหมายจากระดับครอบครัวไปสู่ระดับเมือง เป็นการรำลึกถึงบรรพบุรุษของครอบครัวและบรรพชนผู้วางรากฐานเมืองสุรินทร์พร้อมกัน
กิจกรรมระดับจังหวัดมักประกอบด้วยขบวนแห่เครื่องจูน เครื่องแซนโฎนตา พิธีสงฆ์ พิธีเซ่นไหว้ การแสดงศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการมีชีวิต การสาธิตทำอาหารและขนมพื้นบ้าน รวมถึงการรวมตัวของหน่วยงานราชการ ชุมชน เยาวชน และประชาชนทั่วไป กิจกรรมเหล่านี้ทำให้ประเพณีที่เคยอยู่ในบ้านและวัดของชุมชนปรากฏในพื้นที่สาธารณะของเมือง ผู้มาเยือนจึงได้เห็นทั้งมิติศรัทธา มิติครอบครัว และมิติการสืบสานวัฒนธรรมของจังหวัดสุรินทร์
อาหารและขนมที่ปรากฏในงานแซนโฎนตาเป็นส่วนสำคัญของการรักษาภูมิปัญญา ข้าวต้มมัด ข้าวต้มห่อใบมะพร้าว ขนมเทียน ขนมไข่หงส์ อาหารพื้นบ้าน และสำรับคาวหวานล้วนเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น การทำอาหารในช่วงนี้ไม่ใช่เพียงการเตรียมของไหว้ แต่เป็นการสอนลูกหลานให้รู้จักรสชาติ กลิ่น วิธีห่อ วิธีต้ม วิธีจัดสำรับ และความหมายของอาหารแต่ละอย่าง เด็กและเยาวชนจำนวนมากจึงได้เรียนรู้วัฒนธรรมจากการช่วยผู้ใหญ่ทำครัวและจัดของไหว้ในบ้าน
เครื่องแต่งกายในงานแซนโฎนตายังสะท้อนอัตลักษณ์ชุมชนไทยเชื้อสายเขมรอย่างชัดเจน หลายพื้นที่นิยมแต่งกายด้วยผ้าไหม ผ้าซิ่น ผ้าโสร่ง หรือชุดพื้นเมืองในพิธีสำคัญ ผ้าไหมไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกายที่สวยงาม แต่เป็นสัญลักษณ์ของความประณีต ความเคารพ และภูมิปัญญาท้องถิ่นสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์มีชื่อเสียงด้านผ้าไหมและชุมชนทอผ้า เมื่อผ้าไหมปรากฏในพิธีแซนโฎนตา จึงทำให้ประเพณีนี้เชื่อมโยงกับมรดกหัตถกรรมของจังหวัดอย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับผู้มาเยือนที่ต้องการสัมผัสประเพณีแซนโฎนตาในสุรินทร์ การเริ่มต้นจากพื้นที่จัดงานระดับจังหวัดในตัวเมืองช่วยให้เห็นภาพรวมของประเพณีได้ชัดเจน จากนั้นจึงสามารถเดินทางต่อไปยังวัด ชุมชน หรือหมู่บ้านที่ยังประกอบพิธีตามวิถีดั้งเดิม พื้นที่ตัวเมืองสุรินทร์มีสถานที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหลายแห่ง เช่น อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง ศาลหลักเมืองสุรินทร์ วัดบูรพาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ และหมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง ซึ่งช่วยเติมความเข้าใจเกี่ยวกับเมืองสุรินทร์ได้ครบถ้วนขึ้น
ประเพณีแซนโฎนตาเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมอย่างเคารพและเข้าใจ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าวัดหรือพื้นที่พิธี ไม่รบกวนขณะครอบครัวทำพิธีเซ่นไหว้ ไม่ถ่ายภาพใกล้เกินไปโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้คำพูดที่ให้เกียรติต่อความเชื่อของชุมชน พิธีนี้เกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษและความทรงจำของครอบครัว จึงมีความเป็นส่วนตัวและศักดิ์สิทธิ์ในระดับหนึ่ง การเข้าร่วมด้วยความสำรวมจะทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจคุณค่าของประเพณีได้ลึกกว่าการชมในฐานะงานเทศกาลทั่วไป
ในปี 2569 วันสำคัญของประเพณีแซนโฎนตาเริ่มจากวันเบ็ณฑ์ตู๊จในวันที่ 25 กันยายน 2569 ต่อด้วยวันกันซ็องในวันที่ 26 กันยายน 2569 และวันแซนโฎนตาหลักในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 การจัดกิจกรรมระดับจังหวัดและกิจกรรมชุมชนใช้กำหนดการของหน่วยงานและพื้นที่นั้น ๆ ส่วนพิธีครอบครัวจัดตามเวลาที่ผู้อาวุโสกำหนด โดยทั่วไปครอบครัวจะเตรียมอาหารและของไหว้ตั้งแต่เช้า ไปทำบุญที่วัด และประกอบพิธีเซ่นไหว้ที่บ้านในช่วงเวลาที่เหมาะสมของวัน
ประเพณีแซนโฎนตายังคงมีพลังในสังคมปัจจุบัน เพราะตอบโจทย์ความต้องการทางใจของผู้คนในยุคที่ครอบครัวกระจายตัว ลูกหลานจำนวนมากทำงานหรือเรียนอยู่ต่างจังหวัด แต่เมื่อถึงช่วงสารทเขมร ทุกคนมีเหตุผลสำคัญในการกลับบ้าน กลับไปกราบผู้ใหญ่ กลับไปทำบุญให้บรรพบุรุษ และกลับไปยืนยันว่าครอบครัวยังมีศูนย์กลางร่วมกันอยู่ พิธีนี้จึงเป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ เชื่อมคนที่อยู่ไกลกับบ้านเกิด และเชื่อมปัจจุบันกับอดีตของตระกูล
ในภาพรวม ประเพณีแซนโฎนตาวันสารทของชาวไทยเชื้อสายเขมรเป็นมรดกวัฒนธรรมที่มีคุณค่าทั้งด้านศาสนา ครอบครัว ชุมชน และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เป็นประเพณีที่สอนเรื่องความกตัญญู การระลึกถึงบรรพบุรุษ การทำบุญร่วมกัน การเคารพผู้ใหญ่ และการรักษารากเหง้าของชุมชนไทยเชื้อสายเขมรในอีสานใต้ จังหวัดสุรินทร์เป็นพื้นที่สำคัญที่ยังสืบสานประเพณีนี้อย่างเข้มแข็ง ทั้งในระดับครอบครัว วัด ชุมชน และงานระดับจังหวัด ทำให้แซนโฎนตายังคงเป็นหนึ่งในประเพณีที่แสดงตัวตนของสุรินทร์ได้ชัดเจนที่สุด
| ชื่อประเพณี | ประเพณีแซนโฎนตาวันสารทของชาวไทยเชื้อสายเขมร หรือ สารทเขมร |
| พื้นที่สำคัญ | จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และชุมชนชาวไทยเชื้อสายเขมรในอีสานใต้ |
| พื้นที่จัดงานหลักในสุรินทร์ | บริเวณปะรำพิธีอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ |
| ช่วงเวลาจัดงาน | ช่วงเดือน 10 ตามปฏิทินจันทรคติ โดยพิธีสำคัญที่สุดตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี |
| กำหนดวันสำคัญปี 2569 | 1. วันเบ็ณฑ์ตู๊จ: 25 กันยายน 2569 2. วันกันซ็อง: 26 กันยายน 2569 3. วันแซนโฎนตา: 10 ตุลาคม 2569 |
| เวลาเข้าร่วมกิจกรรม | พิธีครอบครัวนิยมจัดช่วงเช้าถึงบ่าย ส่วนงานระดับจังหวัดและงานชุมชนใช้กำหนดการของแต่ละพื้นที่ |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับพื้นที่พิธีสาธารณะ |
| ความหมายของชื่อ | แซน หมายถึง การเซ่นไหว้ การบูชา หรือการทำบุญ ส่วนโฎนตา หมายถึง ปู่ย่า ตายาย หรือบรรพบุรุษ รวมความหมายคือการทำบุญและเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับ |
| ลักษณะสำคัญ | การทำบุญที่วัด การเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่บ้าน การจูนโฎนตาญาติผู้ใหญ่ การรวมญาติ และการอุทิศบุญให้ผีไม่มีญาติ |
| เครื่องเซ่นสำคัญ | กรวยดอกไม้ 5 กรวย ขันธ์ 5 เสื้อผ้าใหม่ ผ้าโสร่ง ผ้าซิ่นไหม แป้งหอม น้ำหอม น้ำอบ หวี กระจก สำรับอาหาร เป็ดต้ม ไก่ต้ม หัวหมู ขนมพื้นบ้าน ผลไม้ น้ำดื่ม และเครื่องดื่มตามธรรมเนียมครอบครัว |
| ขนมและอาหารเด่น | ข้าวต้มห่อใบมะพร้าว ข้าวต้มหมู ขนมเทียน ขนมไข่หงส์ กล้วยน้ำว้าสุก มะพร้าวอ่อน อาหารคาวหวาน และสำรับกับข้าวสำหรับบรรพบุรุษ |
| โซนพิธีกรรม / พื้นที่สำคัญ | 1. บ้านของแต่ละครอบครัวสำหรับพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ 2. วัดในชุมชนสำหรับถวายภัตตาหารและอุทิศบุญ 3. ศาลปู่ตาหรือศาลประจำหมู่บ้าน 4. พื้นที่จัดงานระดับจังหวัดบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีฯ 5. โซนขบวนแห่เครื่องจูนและเครื่องแซนโฎนตา 6. โซนสาธิตอาหาร ขนมพื้นบ้าน และนิทรรศการวัฒนธรรม |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานประสานงาน | จังหวัดสุรินทร์, องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์, เทศบาลเมืองสุรินทร์, วัดในพื้นที่ และชุมชนชาวไทยเชื้อสายเขมร |
| เบอร์ติดต่อหลัก | สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ โทร. 044-511963 เทศบาลเมืองสุรินทร์ โทร. 044-511117, 044-511272 ททท. สำนักงานสุรินทร์ โทร. 044-514447 |
| ข้อควรปฏิบัติ | แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าวัดและพื้นที่พิธี ไม่รบกวนครอบครัวที่ทำพิธี ไม่ถ่ายภาพใกล้ชิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และเคารพความเชื่อของชุมชน |
| ข้อมูลส่วนที่ 2: สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และที่พักใกล้เคียง | ข้อมูลต่อไปนี้อ้างอิงจากพื้นที่จัดงานระดับจังหวัดบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง ระยะทางเป็นค่าประมาณตามเส้นทางจริงในตัวเมืองสุรินทร์ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง ประมาณ 0 ม. 2. กำแพงเมือง-คูเมืองสุรินทร์ ประมาณ 300 ม. 3. ศาลหลักเมืองสุรินทร์ ประมาณ 700 ม. 4. วัดบูรพาราม พระอารามหลวง ประมาณ 800 ม. 5. วิหารพระพุทธสุรินทรภักดี ประมาณ 900 ม. 6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ประมาณ 4.4 กม. โทร. 044-513274 7. หมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง ประมาณ 8.1 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. For Foo Cafe ถนนหลักเมือง ประมาณ 1 กม. โทร. 089-426-9992 2. Craft Cafe ประมาณ 1.7 กม. โทร. 095-605-4281 3. SATI Coffee Roaster ประมาณ 1.9 กม. โทร. 085-567-7104 4. ลาบมหานคร สุรินทร์ ถนนหลักเมือง ประมาณ 2 กม. โทร. 095-571-6286 5. Sydney Grilled สุรินทร์ ประมาณ 1 กม. โทร. 063-289-7964, 044-519570 6. ร้านอาหารโรงแรมทองธารินทร์ ประมาณ 1.4 กม. โทร. 044-514281, 044-514282, 044-514283 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. The Grace Residence ประมาณ 300 ม. โทร. 044-512164, 095-605-9350 2. The Wood Surin ประมาณ 1.1 กม. โทร. 063-023-7999 3. โรงแรมทองธารินทร์ ประมาณ 1.4 กม. โทร. 044-514281, 085-300-8858 4. โรงแรมมณีโรจน์ ประมาณ 1.1 กม. โทร. 044-514569 5. Surin Majestic Hotel ประมาณ 1.1 กม. โทร. 044-713980 6. Seven Bee Boutique Hotel - Surin ประมาณ 2.1 กม. โทร. 089-355-5777 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีแซนโฎนตาคืออะไร?
ตอบ: ประเพณีแซนโฎนตา หรือสารทเขมร เป็นพิธีทำบุญและเซ่นไหว้บรรพบุรุษของชาวไทยเชื้อสายเขมร จัดขึ้นในช่วงเดือน 10 ตามปฏิทินจันทรคติ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับและรวมญาติพี่น้องให้กลับมาพบกัน
ถาม: แซนโฎนตาแปลว่าอะไร?
ตอบ: แซนหมายถึงการเซ่นไหว้ การบูชา หรือการทำบุญ ส่วนโฎนตาหมายถึงปู่ย่า ตายาย หรือบรรพบุรุษ รวมความหมายคือการทำบุญและเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว
ถาม: วันแซนโฎนตาปี 2569 ตรงกับวันไหน?
ตอบ: วันแซนโฎนตาหลักตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 โดยปี 2569 ตรงกับวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ส่วนวันเบ็ณฑ์ตู๊จตรงกับวันที่ 25 กันยายน 2569 และวันกันซ็องตรงกับวันที่ 26 กันยายน 2569
ถาม: ประเพณีแซนโฎนตาจัดที่ไหนในจังหวัดสุรินทร์?
ตอบ: พิธีหลักเกิดขึ้นที่บ้าน วัด และชุมชนของชาวไทยเชื้อสายเขมร ส่วนงานระดับจังหวัดในข้อมูลล่าสุดจัดที่บริเวณปะรำพิธีอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง อำเภอเมืองสุรินทร์
ถาม: เครื่องเซ่นไหว้แซนโฎนตามีอะไรบ้าง?
ตอบ: เครื่องเซ่นไหว้ประกอบด้วยกรวยดอกไม้ 5 กรวย ขันธ์ 5 เสื้อผ้าใหม่ ผ้าโสร่ง ผ้าซิ่นไหม เครื่องหอม หวี กระจก สำรับอาหาร เป็ดต้ม ไก่ต้ม หัวหมู ขนมพื้นบ้าน ผลไม้ น้ำดื่ม และเครื่องดื่มตามธรรมเนียมของแต่ละครอบครัว
ถาม: วันเบ็ณฑ์ตู๊จและวันกันซ็องต่างจากวันแซนโฎนตาอย่างไร?
ตอบ: วันเบ็ณฑ์ตู๊จเป็นวันเริ่มต้นการเซ่นไหว้และทำบุญ วันกันซ็องเป็นช่วงทำบุญถวายภัตตาหารพระสงฆ์และอุทิศบุญต่อเนื่อง ส่วนวันแซนโฎนตาเป็นวันสารทใหญ่ที่ลูกหลานกลับบ้าน ทำบุญที่วัด และเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่บ้านอย่างพร้อมหน้า
ถาม: จูนโฎนตาคืออะไร?
ตอบ: จูนโฎนตาคือการที่ลูกหลานนำของไปไหว้พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย และญาติผู้ใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยมักนำมะพร้าว ข้าวสารเหนียว ขนม ผลไม้ เครื่องใช้ หรือเงินสำหรับทำบุญไปมอบให้
ถาม: ผู้มาเยือนควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเข้าร่วมงานแซนโฎนตา?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ เคารพพื้นที่วัดและพิธีครอบครัว ไม่รบกวนขณะทำพิธี ไม่ถ่ายภาพใกล้ชิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้เกียรติความเชื่อของชุมชนชาวไทยเชื้อสายเขมร
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




