หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ >อ.ขุนหาญ >ต.พราน > วัดบ้านพราน (วัดสุพรรณรัตน์)
TL;DR: วัดบ้านพราน (วัดสุพรรณรัตน์) อยู่ที่บ้านพราน ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ 33150 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางไปอำเภอขุนหาญ ผ่านอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง แล้วเข้าสู่ตำบลพราน ระยะทางประมาณ 70 - 80 กม.
วัดบ้านพราน (วัดสุพรรณรัตน์)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
วัดบ้านพราน หรือวัดสุพรรณรัตน์ ศรีสะเกษ เป็นวัดเก่าแก่ของตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านพรานซึ่งเป็นพื้นที่วัฒนธรรมอีสานใต้ที่มีความสัมพันธ์กับภาษาเขมรถิ่น พระพุทธศาสนา ประเพณีบรรพบุรุษ และร่องรอยศิลปกรรมขอมโบราณอย่างเด่นชัด วัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางจิตใจของชาวตำบลพราน เป็นสถานที่ทำบุญของหมู่บ้านในตำบลพรานหลายหมู่บ้าน และเป็นพื้นที่ประกอบงานบุญสำคัญของชุมชน เช่น ประเพณีสารทเขมรหรือแซนโดนตา ซึ่งสะท้อนความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและความผูกพันระหว่างคนเป็นกับผู้ล่วงลับตามคติของชาวไทยเชื้อสายเขมรในอีสานใต้
ความสำคัญของวัดสุพรรณรัตน์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบทบาทของวัดประจำชุมชน แต่ยังโดดเด่นในฐานะแหล่งเก็บรักษา ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์วัดบ้านพราน ศิลปะสมัยปาปวน ซึ่งเป็นโบราณวัตถุสำคัญของพื้นที่อำเภอขุนหาญ ทับหลังชิ้นนี้มีลวดลายสลักหินทรายที่สวยงามและชัดเจน แสดงภาพพระนารายณ์บรรทมอยู่บนพญาอนันตนาคราช เป็นคติศิลปะฮินดูที่แพร่หลายในวัฒนธรรมขอมโบราณ ก่อนที่พื้นที่นี้จะกลายเป็นชุมชนพุทธของชาวบ้านในยุคต่อมา การที่ทับหลังได้รับการดูแลรักษาอยู่ในวัด ทำให้วัดบ้านพรานมีความหมายทั้งในฐานะศาสนสถานพุทธและแหล่งเรียนรู้ศิลปกรรมโบราณของท้องถิ่น
วัดบ้านพรานเป็นวัดที่มีชีวิตของชุมชนตำบลพราน ชาวบ้านใช้วัดเป็นพื้นที่ทำบุญ ฟังธรรม จัดงานกฐิน ผ้าป่า งานบุญประจำปี งานบำเพ็ญกุศล และกิจกรรมของตำบลอย่างต่อเนื่อง วัดจึงเป็นศูนย์รวมของผู้คนจากหลายหมู่บ้าน ไม่ใช่เพียงสถานที่ประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา แต่เป็นพื้นที่กลางที่เชื่อมญาติพี่น้อง ผู้สูงอายุ เด็ก เยาวชน พระสงฆ์ ผู้นำชุมชน และคนในท้องถิ่นเข้าด้วยกัน เมื่อมีงานบุญของตำบล วัดบ้านพรานจึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่รวมแรงกาย แรงศรัทธา และความสามัคคีของชุมชนอย่างเด่นชัด
ตำบลพรานเป็นพื้นที่ชายขอบวัฒนธรรมที่มีความสัมพันธ์กับชุมชนไทย-เขมรถิ่นในจังหวัดศรีสะเกษ ชื่อประเพณี ภาษาเรียกพิธีกรรม และความทรงจำของผู้คนยังสะท้อนรากวัฒนธรรมเขมรถิ่นอยู่มาก วัดสุพรรณรัตน์จึงเป็นสถานที่ที่ควรเข้าใจร่วมกับบริบทของชุมชน ไม่ใช่มองเพียงตัวอาคารวัด เพราะความหมายของวัดเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับชีวิตชาวบ้าน ประเพณีแซนโดนตา ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ และความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษที่ยังอยู่ในวิถีชีวิตของคนตำบลพราน
ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่วัดบ้านพรานเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้วัดแห่งนี้ต่างจากวัดชุมชนทั่วไป ภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์เป็นคติสำคัญในศาสนาฮินดู หมายถึงพระวิษณุหรือพระนารายณ์บรรทมอยู่เหนือพญาอนันตนาคราชกลางเกษียรสมุทร ก่อนการสร้างโลกใหม่ในคติจักรวาลแบบอินเดียและขอมโบราณ ภาพดังกล่าวมักปรากฏบนทับหลังของปราสาทหินและศาสนสถานในวัฒนธรรมขอม สื่อถึงพลังแห่งการดำรงรักษาโลก ความเป็นระเบียบของจักรวาล และความศักดิ์สิทธิ์ของศาสนสถานที่ใช้ประกอบพิธีกรรมในอดีต
ทับหลังชิ้นนี้เดิมเกี่ยวข้องกับปราสาทภูฝ้าย ซึ่งเป็นโบราณสถานในพื้นที่อำเภอขุนหาญ ปราสาทภูฝ้ายตั้งอยู่บนภูฝ้ายและมีร่องรอยของปราสาทขอมโบราณที่พังทลายลงตามกาลเวลา ภายในพื้นที่พบร่องรอยฐานปราสาท อิฐ ศิลาแลง และองค์ประกอบหินทรายจำนวนหนึ่ง ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่วัดสุพรรณรัตน์จึงเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ช่วยเชื่อมบ้านพรานกับภูฝ้ายและเครือข่ายศาสนสถานขอมในอีสานใต้เข้าด้วยกันอย่างชัดเจน
ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการนำทับหลังมาดูแลรักษาคือ พระครูวิบูลธรรมวาที อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านพรานหรือวัดสุพรรณรัตน์ในปัจจุบัน ท่านนำทับหลังจากปราสาทภูฝ้ายมาเก็บรักษาไว้ที่วัด เพื่อให้ชุมชนช่วยกันดูแลและป้องกันการสูญหาย ปัจจุบันทับหลังเก็บรักษาอยู่บริเวณระเบียงกุฏิเจ้าอาวาสหรือกุฏิวิบูลเวศน์ ซึ่งสร้างเมื่อ พ.ศ. 2539 การกระทำนี้ทำให้วัดสุพรรณรัตน์กลายเป็นพื้นที่อนุรักษ์โบราณวัตถุของชุมชน และทำให้คนในตำบลพรานได้มีส่วนร่วมดูแลมรดกทางศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ของพื้นที่ตนเอง
ศิลปะสมัยปาปวนบนทับหลังมีลักษณะเด่นคือการจัดองค์ประกอบที่สมดุล ลวดลายชัดเจน และการแกะสลักที่ให้รายละเอียดของบุคคล เทพเจ้า พญานาค และลายพรรณพฤกษาอย่างประณีต เมื่อมองทับหลังในระยะใกล้จะเห็นเส้นสลักที่ยังคงบอกฝีมือช่างโบราณได้ดี แม้ผ่านกาลเวลามานาน ความงามของทับหลังทำให้ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ศิลปะขอมจากวัตถุจริงได้โดยไม่ต้องเดินทางเข้าไปถึงพื้นที่ปราสาทที่พังทลายแล้ว วัดบ้านพรานจึงทำหน้าที่เป็นเหมือนห้องเรียนศิลปกรรมกลางชุมชน
ในมิติทางศาสนา การที่โบราณวัตถุฮินดูอยู่ภายในวัดพุทธไม่ได้เป็นความขัดแย้ง แต่เป็นลักษณะปกติของพื้นที่อีสานใต้ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน หลายพื้นที่เคยเป็นศาสนสถานฮินดูหรือพุทธมหายานในวัฒนธรรมขอม ก่อนจะถูกใช้งานหรือได้รับการตีความใหม่ในบริบทพุทธเถรวาทของชุมชนยุคหลัง วัดสุพรรณรัตน์จึงแสดงให้เห็นการซ้อนทับของศาสนาและวัฒนธรรมอย่างงดงาม ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์บอกเรื่องอดีตของอารยธรรมขอม ส่วนวัดและพระสงฆ์บอกเรื่องศรัทธาปัจจุบันของชุมชนพุทธ
ปัจจุบันวัดสุพรรณรัตน์เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพระสงฆ์จำพรรษาและมีการจัดกิจกรรมพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง เจ้าอาวาสปัจจุบันคือ พระอธิการสุโข กตปุญฺโญ ผู้ดูแลวัดร่วมกับคณะสงฆ์ ชุมชนบ้านพราน ชุมชนตำบลพราน และหน่วยงานท้องถิ่นในอำเภอขุนหาญ วัดยังเป็นสถานที่ที่ญาติโยมเดินทางมาทำบุญ ถวายภัตตาหาร ร่วมงานกฐิน ผ้าป่า และร่วมพิธีกรรมที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนในตำบลพราน
พระอธิการสุโข กตปุญฺโญ เป็นพระสงฆ์ที่มีบทบาทต่อการดูแลวัดสุพรรณรัตน์ในยุคปัจจุบัน ข้อมูลประวัติระบุว่าท่านมีพื้นเพเกี่ยวข้องกับพื้นที่ตำบลพราน ทำให้การดูแลวัดมีความเชื่อมโยงกับชุมชนอย่างใกล้ชิด วัดชุมชนในลักษณะนี้ต้องดูแลทั้งกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา อาคารเสนาสนะ พื้นที่สักการะ การรองรับญาติโยม และการรักษาโบราณวัตถุสำคัญอย่างทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ จึงเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยทั้งศรัทธา ความรับผิดชอบ และความร่วมมือจากคนในพื้นที่
ภายในวัดยังมีพื้นที่สักการะและสิ่งสำคัญหลายจุดที่สะท้อนศรัทธาของชุมชน เช่น ท้าวเวสสุวรรณ เจดีย์ทองบรรจุอัฐิพระเทพวรมุนี มณฑปบูรพาจารย์ท่านพ่อพระมงคลโสภิตพรหมสโร รูปเหมือนบูรพาจารย์ และพื้นที่กุฏิที่เก็บรักษาทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้วัดสุพรรณรัตน์มีทั้งมิติของวัดที่กำลังใช้งานอยู่ในปัจจุบัน มิติของความเคารพบูรพาจารย์ และมิติของการอนุรักษ์โบราณวัตถุในพื้นที่เดียวกัน
มณฑปบูรพาจารย์และรูปเหมือนท่านพ่อพระมงคลโสภิตพรหมสโรเป็นจุดที่สะท้อนความกตัญญูของชุมชนต่อพระเถระและครูบาอาจารย์ผู้มีคุณูปการต่อวัด การมีพื้นที่ระลึกถึงบูรพาจารย์ภายในวัดทำให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจว่าวัดไม่ได้ดำรงอยู่ด้วยอาคารเพียงอย่างเดียว แต่ดำรงอยู่ด้วยการสืบทอดของพระสงฆ์และชุมชนหลายรุ่น พระเถระในอดีตเป็นผู้สร้างฐานศรัทธา ดูแลวัด อบรมญาติโยม และทำให้วัดเป็นที่พึ่งทางใจของชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน
เจดีย์ทองบรรจุอัฐิพระเทพวรมุนีเป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรชมด้วยความเคารพ เจดีย์ในวัดไทยทำหน้าที่เป็นทั้งสัญลักษณ์ทางศาสนาและพื้นที่ระลึกถึงบุคคลสำคัญ ความเป็นสีทองให้ความรู้สึกสว่าง สงบ และสูงส่ง สอดคล้องกับคติการระลึกถึงพระเถระผู้มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนา เมื่อเดินชมพื้นที่วัด ผู้มาเยือนควรใช้เวลาสักการะและพิจารณาความหมายของเจดีย์ในฐานะเครื่องเตือนใจเรื่องความไม่เที่ยง บุญกุศล และการสืบทอดพระธรรม
ท้าวเวสสุวรรณภายในวัดเป็นจุดสักการะที่ได้รับความสนใจจากผู้ศรัทธาในปัจจุบัน ท้าวเวสสุวรรณเป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาลและเป็นสัญลักษณ์ของการคุ้มครอง ป้องกันภัย และรักษาพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ การมีท้าวเวสสุวรรณอยู่ภายในวัดทำให้วัดสุพรรณรัตน์มีพื้นที่สักการะที่ตอบรับความเชื่อร่วมสมัยของพุทธศาสนิกชน ขณะเดียวกันผู้มาเยือนควรสักการะด้วยความสำรวมและไม่ทำให้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นเพียงจุดขอพรทางโลกเท่านั้น
ประเพณีสำคัญที่สุดที่ผูกพันกับวัดบ้านพรานคือ ประเพณีสารทเขมร หรือแซนโดนตา ซึ่งเป็นประเพณีเซ่นไหว้บรรพบุรุษของชาวไทยเชื้อสายเขมร คำว่า “แซน” หมายถึงการเซ่นไหว้ ส่วน “โดนตา” หมายถึงตายายหรือบรรพบุรุษ ความหมายโดยรวมคือการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับและบรรพบุรุษ ประเพณีนี้มีความสำคัญมากในชุมชนเขมรถิ่น เพราะเป็นวันที่ลูกหลานกลับมาระลึกถึงผู้มีพระคุณ จัดสำรับอาหาร ทำบุญ และแสดงความกตัญญูต่อสายตระกูลของตน
เมื่อวัดบ้านพรานเป็นสถานที่จัดงานแซนโดนตาของตำบลพราน วัดจึงทำหน้าที่เชื่อมพิธีกรรมในบ้านกับพิธีกรรมในวัดเข้าด้วยกัน ภายในครอบครัว ชาวบ้านจัดเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษตามธรรมเนียม ส่วนที่วัด ชุมชนมาร่วมทำบุญ ฟังธรรม ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พื้นที่วัดจึงกลายเป็นศูนย์รวมของความกตัญญู ความทรงจำ และความสัมพันธ์ของเครือญาติในระดับตำบลอย่างชัดเจน
ประเพณีแซนโดนตายังสะท้อนโครงสร้างสังคมของชาวบ้านพราน เพราะเป็นประเพณีที่ทำให้คนต่างวัยได้กลับมาพบกัน ผู้สูงอายุถ่ายทอดเรื่องราวของบรรพบุรุษให้ลูกหลาน เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ชื่อญาติผู้ล่วงลับและมารยาทในการทำบุญ ครอบครัวได้รวมตัวกัน และวัดได้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางของชุมชน ความหมายของแซนโดนตาจึงไม่ใช่เพียงการเซ่นไหว้ แต่เป็นการรักษาความต่อเนื่องของครอบครัว ชุมชน ภาษา และวัฒนธรรมเขมรถิ่นให้คงอยู่
การที่วัดสุพรรณรัตน์มีทั้งทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์และประเพณีแซนโดนตา ทำให้วัดแห่งนี้มีคุณค่าหลายชั้น ชั้นแรกคือชั้นศรัทธาพระพุทธศาสนาในชีวิตประจำวัน ชั้นที่สองคือชั้นวัฒนธรรมเขมรถิ่นผ่านประเพณีบรรพบุรุษ ชั้นที่สามคือชั้นโบราณคดีและศิลปกรรมขอมโบราณผ่านทับหลังหินทราย และชั้นที่สี่คือชั้นชุมชนที่ร่วมกันดูแลวัดกับมรดกวัฒนธรรมของตนเอง เมื่อเดินเข้าวัด ผู้มาเยือนจึงไม่ได้เห็นเพียงอาคารวัด แต่ได้เห็นร่องรอยการอยู่ร่วมกันของหลายยุคสมัยในพื้นที่เดียว
สำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะ ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่วัดบ้านพรานเป็นสิ่งที่ควรใช้เวลาศึกษาอย่างละเอียด การชมควรมององค์ประกอบรวมก่อน ได้แก่ พระนารายณ์ พญานาค ท่าบรรทม บุคคลประกอบ และลายประดับ จากนั้นจึงค่อยสังเกตรายละเอียดของเส้นสลัก ความลึกของลาย การวางน้ำหนักของภาพ และความสมมาตรขององค์ประกอบ การชมเช่นนี้ทำให้เข้าใจว่าทับหลังไม่ได้เป็นเพียงหินสลักเก่า แต่เป็นงานศิลปกรรมที่บรรจุความคิดเรื่องจักรวาล ศาสนา และอำนาจศักดิ์สิทธิ์ในโลกขอมโบราณ
ผู้มาเยือนควรเข้าใจว่าทับหลังเป็นโบราณวัตถุสำคัญที่ชุมชนดูแลรักษา จึงควรชมด้วยความระมัดระวัง ไม่สัมผัส ไม่เคาะ ไม่ขูด ไม่ปีน และไม่วางสิ่งของทับบนพื้นผิวหิน การถ่ายภาพควรทำโดยไม่รบกวนพื้นที่กุฏิหรือกิจวัตรของพระสงฆ์ หากมีพระสงฆ์หรือผู้ดูแลอยู่ในบริเวณ ควรขออนุญาตด้วยความสุภาพ การรักษามารยาทเช่นนี้ช่วยให้โบราณวัตถุคงอยู่และช่วยให้ผู้มาเยือนแสดงความเคารพต่อทั้งวัดและชุมชนเจ้าของพื้นที่
นอกจากการสักการะและชมทับหลัง วัดบ้านพรานยังเหมาะสำหรับการเรียนรู้เรื่องภูมิศาสตร์วัฒนธรรมของอำเภอขุนหาญ พื้นที่นี้อยู่ใกล้แนวเทือกเขาพนมดงรัก มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมจำนวนมาก เช่น วัดป่ามหาเจดีย์แก้วหรืวัดล้านขวด น้ำตกสำโรงเกียรติ น้ำตกห้วยจันทร์ วัดไพรพัฒนา มณฑปหลวงปู่สรวง และผามออีแดง วัดสุพรรณรัตน์จึงสามารถจัดอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมศิลปกรรมขอม วัฒนธรรมเขมรถิ่น วัดพุทธ และธรรมชาติชายแดนได้อย่างลงตัว
การเดินทาง ไปวัดบ้านพรานสามารถเริ่มจากตัวเมืองศรีสะเกษ ใช้เส้นทางไปอำเภอขุนหาญ ผ่านอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง แล้วเข้าสู่ตำบลพราน ระยะทางจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 70–80 กิโลเมตรตามเส้นทางถนน ส่วนจากตัวอำเภอขุนหาญไปยังวัดมีระยะทางประมาณ 18–20 กิโลเมตร การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด เพราะสามารถจัดเส้นทางร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงในอำเภอขุนหาญและอำเภอภูสิงห์ได้ในวันเดียว
หากเดินทางจากตัวอำเภอขุนหาญ ให้มุ่งหน้าไปทางตำบลพรานและบ้านพราน โดยใช้เส้นทางท้องถิ่นที่เชื่อมชุมชนในตำบล วัดตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนและสามารถใช้พิกัดทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์เป็นจุดนำทางได้ ผู้เดินทางควรเผื่อเวลาในการขับรถ เพราะบางช่วงเป็นถนนชุมชนและมีทางแยกไปหมู่บ้านหรือสวนเกษตร เมื่อถึงวัดควรจอดรถในพื้นที่ที่วัดหรือชุมชนจัดไว้ และเข้าสู่พื้นที่วัดด้วยความสำรวม
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายก่อนเย็น ช่วงเช้ามีบรรยากาศสงบ เหมาะสำหรับไหว้พระและชมทับหลังอย่างละเอียด ส่วนช่วงบ่ายเหมาะสำหรับการเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอำเภอขุนหาญ หากต้องการสัมผัสชีวิตชุมชนและประเพณี ควรเดินทางในช่วงที่มีงานบุญของตำบลหรือช่วงแซนโดนตา ซึ่งวัดจะมีบรรยากาศของการรวมญาติ การทำบุญ และการประกอบพิธีกรรมที่เห็นบทบาทของวัดในชุมชนได้ชัดเจนที่สุด
วัดบ้านพรานไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะ ทำบุญ และชมพื้นที่วัดได้ตามเวลาเปิดทำการ การถวายดอกไม้ ธูปเทียน พวงมาลัย ปัจจัย หรือร่วมบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธา ลักษณะนี้ทำให้วัดยังคงเป็นศาสนสถานของชุมชนที่เปิดกว้างสำหรับชาวบ้าน พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจศิลปกรรมขอมในจังหวัดศรีสะเกษ
มารยาทในการเข้าชมวัดสุพรรณรัตน์ควรยึดหลักความสุภาพและความเคารพต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ถอดรองเท้าในพื้นที่ที่วัดกำหนด ไม่รบกวนพระสงฆ์ ไม่ปีนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ไม่แตะต้องโบราณวัตถุโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เคลื่อนย้ายสิ่งของ ไม่ทิ้งขยะ และควรพูดคุยกับคนในพื้นที่ด้วยความเคารพ เพราะวัดแห่งนี้เป็นทั้งพื้นที่ศาสนาและพื้นที่ความทรงจำของชุมชน
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วัดบ้านพรานเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายอีสานใต้ได้ชัดเจน เพราะมีทั้งวัดพุทธที่ยังใช้งานอยู่ ประเพณีบรรพบุรุษของชาวไทยเชื้อสายเขมร และโบราณวัตถุขอมที่มีคุณค่าทางศิลปกรรม ภาพทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ช่วยเปิดประตูไปสู่อดีตของศาสนาฮินดูในวัฒนธรรมขอม ส่วนประเพณีแซนโดนตาช่วยอธิบายวัฒนธรรมครอบครัวและบรรพบุรุษของชุมชนปัจจุบัน วัดสุพรรณรัตน์จึงเป็นจุดเรียนรู้ที่มีทั้งอดีตและปัจจุบันอยู่ร่วมกันอย่างสมบูรณ์
วัดบ้านพรานจึงเป็นมากกว่าวัดประจำตำบลพราน เพราะเป็นสถานที่ที่พระพุทธศาสนา วัฒนธรรมเขมรถิ่น ศิลปะขอมโบราณ ประเพณีแซนโดนตา และความร่วมมือของหมู่บ้านในตำบลพรานมาบรรจบกัน ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์เป็นหลักฐานของอดีตอันลึกซึ้ง ส่วนกิจกรรมบุญของชุมชนเป็นหลักฐานของศรัทธาที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน การมาเยือนวัดแห่งนี้จึงเป็นการเดินทางเข้าสู่หัวใจของขุนหาญอีกด้านหนึ่ง ด้านที่เงียบ งดงาม และมีคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างมั่นคง
ผู้ที่มาเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษและต้องการมองเห็นความหลากหลายของจังหวัดควรให้เวลาวัดสุพรรณรัตน์อย่างเหมาะสม เพราะที่นี่ไม่ใช่วัดที่มีชื่อเสียงจากความใหญ่โตของอาคาร แต่โดดเด่นจากความลึกของเรื่องราว ทับหลังเพียงชิ้นเดียวสามารถเล่าเรื่องปราสาทภูฝ้าย ศิลปะปาปวน พระนารายณ์บรรทมสินธุ์ และการอนุรักษ์ของชาวบ้านได้ ส่วนวัดทั้งวัดเล่าเรื่องการทำบุญร่วมกันของ 5 หมู่บ้าน ประเพณีแซนโดนตา และศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาในชุมชนเขมรถิ่น วัดบ้านพรานจึงเป็นจุดหมายที่งดงามในแบบสงบ ลึก และมีความหมายต่อผู้ที่ต้องการเข้าใจศรีสะเกษจากรากวัฒนธรรมจริง
| ชื่อสถานที่ | วัดบ้านพราน / วัดสุพรรณรัตน์ ศรีสะเกษ |
| ชื่อสำคัญที่เกี่ยวข้อง | วัดสุพรรณรัตน์(พราน), วัดบ้านพราน, ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์วัดบ้านพราน, กุฏิวิบูลเวศน์, ประเพณีสารทเขมร, แซนโดนตา |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ศาสนสถาน แหล่งเรียนรู้ศิลปกรรมขอม แหล่งอนุรักษ์โบราณวัตถุ และศูนย์กลางงานบุญของชุมชนตำบลพราน |
| ที่ตั้ง | บ้านพราน ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ 33150 |
| พิกัดทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์วัดบ้านพราน | 14.6063773539, 104.492257112 |
| ระยะทางจากจุดสำคัญ | ห่างจากตัวอำเภอขุนหาญประมาณ 18 - 20 กม. และห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 70 - 80 กม. ตามเส้นทางถนน |
| ความสำคัญ | เป็นวัดเก่าแก่ของตำบลพราน เป็นศูนย์กลางงานบุญของชุมชนหลายหมู่บ้าน เป็นสถานที่จัดประเพณีสารทเขมรหรือแซนโดนตา และเป็นที่เก็บรักษาทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ศิลปะสมัยปาปวน |
| ประวัติโดยสรุป | วัดสุพรรณรัตน์เป็นวัดเก่าแก่ของตำบลพรานที่ชุมชนใช้เป็นพื้นที่ทำบุญและประกอบประเพณีสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง อดีตเจ้าอาวาสพระครูวิบูลธรรมวาทีได้นำทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์จากปราสาทภูฝ้ายมาเก็บรักษาไว้ที่วัด ทำให้วัดมีบทบาทสำคัญด้านศาสนาและการอนุรักษ์ศิลปกรรมขอม |
| โบราณวัตถุสำคัญ | ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์วัดบ้านพราน เป็นทับหลังหินทรายศิลปะสมัยปาปวน ลวดลายชัดเจน สวยงาม เดิมมาจากปราสาทภูฝ้าย ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่ระเบียงกุฏิเจ้าอาวาส กุฏิวิบูลเวศน์ |
| ความหมายของทับหลัง | ภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์แสดงคติพระวิษณุหรือพระนารายณ์บรรทมอยู่เหนือพญาอนันตนาคราชกลางเกษียรสมุทร เป็นสัญลักษณ์ของการรักษาโลก ความเป็นระเบียบของจักรวาล และศิลปกรรมขอมโบราณในอีสานใต้ |
| ประเพณีสำคัญของวัด | ประเพณีสารทเขมร หรือแซนโดนตา เป็นประเพณีเซ่นไหว้และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษของชาวไทยเชื้อสายเขมรในตำบลพราน |
| บุคคลสำคัญในประวัติวัด | พระครูวิบูลธรรมวาที อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านพราน ผู้มีบทบาทสำคัญในการนำทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์จากปราสาทภูฝ้ายมาเก็บรักษาไว้ที่วัดสุพรรณรัตน์ |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระอธิการสุโข กตปุญฺโญ เจ้าอาวาสวัดสุพรรณรัตน์ ร่วมกับคณะสงฆ์ ชุมชนบ้านพราน ชุมชนตำบลพราน และหน่วยงานท้องถิ่นในอำเภอขุนหาญ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดและแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ประชาชนสามารถเข้าสักการะ ทำบุญ ร่วมงานประเพณี และชมทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ได้ตามเวลาเปิดทำการ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 - 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว การทำบุญ ถวายดอกไม้ ธูปเทียน พวงมาลัย หรือร่วมบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธา |
| โซน / ส่วนสำคัญภายในวัด | 1. โซนกุฏิวิบูลเวศน์และระเบียงเก็บรักษาทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ 2. โซนอุโบสถและพื้นที่สักการะพระประธาน 3. โซนมณฑปบูรพาจารย์ท่านพ่อพระมงคลโสภิตพรหมสโร 4. โซนรูปเหมือนบูรพาจารย์และพระเถระสำคัญ 5. โซนเจดีย์ทองบรรจุอัฐิพระเทพวรมุนี 6. โซนท้าวเวสสุวรรณ 7. โซนศาลาและลานทำบุญ 8. โซนพื้นที่จัดงานบุญตำบลพรานและประเพณีแซนโดนตา 9. โซนเรียนรู้ศิลปกรรมขอมและประวัติทับหลังจากปราสาทภูฝ้าย 10. โซนกุฏิสงฆ์และพื้นที่สงฆ์ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานวัด พื้นที่สักการะ ศาลา พื้นที่ทำบุญ จุดชมทับหลัง พื้นที่จอดรถในบริเวณที่วัดหรือชุมชนจัดไว้ และบริการพื้นฐานในชุมชนตำบลพราน |
| เบอร์ติดต่อที่เกี่ยวข้อง | ที่ว่าการอำเภอขุนหาญ โทร. 045-679-035 เทศบาลตำบลขุนหาญ โทร. 045-679-227 สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ โทร. 045-622645 หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ โทร. 045-612611, 065-121-4049 |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางไปอำเภอขุนหาญ ผ่านอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง แล้วเข้าสู่ตำบลพราน ระยะทางประมาณ 70 - 80 กม. จากตัวอำเภอขุนหาญไปยังวัดประมาณ 18 - 20 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น |
| ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าชม | แต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ไม่แตะต้องทับหลังหรือโบราณวัตถุโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ปีนอาคารหรือกุฏิ ไม่รบกวนพระสงฆ์ ไม่ถ่ายภาพในพื้นที่ส่วนตัวของสงฆ์โดยไม่ขออนุญาต และรักษาความสะอาดภายในวัด |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ปราสาทภูฝ้าย ประมาณ 8 กม. 2. ชุมชนบ้านพราน / ตำบลพราน ประมาณ 0 กม. 3. วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว / วัดล้านขวด ประมาณ 20 กม. โทร. 084-524-3770 4. ตัวอำเภอขุนหาญ ประมาณ 18 - 20 กม. 5. น้ำตกสำโรงเกียรติ / น้ำตกปีศาจ ประมาณ 25 กม. โทร. 063-565-9399 6. น้ำตกห้วยจันทร์ / น้ำตกกันทรอม ประมาณ 28 กม. 7. วัดไพรพัฒนา / มณฑปหลวงปู่สรวง ประมาณ 38 กม. โทร. 099-625-3859 8. จุดชมวิวพญากูปรี ประมาณ 42 กม. 9. ผามออีแดง / อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ประมาณ 55 กม. 10. ตัวเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 70 - 80 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Pongsin Resort & Restaurant ตำบลพราน ประมาณ 8 กม. โทร. 088-375-5199 2. BJ Coffee House กาแฟสด ขุนหาญ ประมาณ 18 กม. โทร. 098-214-6024 3. ฌ-เฌอ Cho Cher Coffee & Bakery ขุนหาญ ประมาณ 18 กม. โทร. 091-014-0622 4. MOMOCHA ชานมไข่มุกไต้หวัน ขุนหาญ ประมาณ 18 กม. โทร. 064-959-0476, 062-441-9235 5. Indy Coffee Bar & Restaurant ขุนหาญ ประมาณ 19 กม. โทร. 099-069-5889 6. พรสวรรค์คาเฟ่ ขุนหาญ ประมาณ 20 กม. โทร. 063-497-7625, 088-192-3166 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Pongsin Resort & Restaurant ตำบลพราน ประมาณ 8 กม. โทร. 088-375-5199 2. Peace Pool Resort ขุนหาญ ประมาณ 18 กม. โทร. 081-879-5822 3. Rerawadi Resort & Spa ขุนหาญ ประมาณ 18 กม. โทร. 087-128-0095 4. ไชแอณ รีสอร์ท ขุขันธ์ ประมาณ 42 กม. โทร. 085-024-4829, 045-966-585 5. โรงแรมบ้านสวนศรีสุภาพ ขุขันธ์ ประมาณ 46 กม. โทร. 087-245-9125, 080-240-7090 6. B2 Sisaket Boutique & Budget Hotel เมืองศรีสะเกษ ประมาณ 75 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดบ้านพราน หรือวัดสุพรรณรัตน์ อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดบ้านพราน หรือวัดสุพรรณรัตน์ ตั้งอยู่ที่บ้านพราน ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นวัดเก่าแก่ของตำบลพรานและเป็นศูนย์กลางงานบุญของชุมชนหลายหมู่บ้าน
ถาม: วัดบ้านพรานเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: วัดบ้านพรานเปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะ ทำบุญ ชมทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ และเรียนรู้ประเพณีท้องถิ่นได้ตามเวลานี้
ถาม: วัดบ้านพรานมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดบ้านพรานไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว การทำบุญ ถวายดอกไม้ ธูปเทียน พวงมาลัย หรือร่วมบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธาของผู้มาเยือน
ถาม: ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์วัดบ้านพรานมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์เป็นโบราณวัตถุหินทรายศิลปะสมัยปาปวน เดิมมาจากปราสาทภูฝ้าย แสดงภาพพระนารายณ์บรรทมเหนือพญาอนันตนาคราช เป็นหลักฐานสำคัญของศิลปกรรมขอมในพื้นที่อำเภอขุนหาญ
ถาม: เจ้าอาวาสวัดสุพรรณรัตน์ปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดสุพรรณรัตน์คือ พระอธิการสุโข กตปุญฺโญ ซึ่งดูแลวัดร่วมกับคณะสงฆ์ ชุมชนบ้านพราน ชุมชนตำบลพราน และหน่วยงานท้องถิ่นในอำเภอขุนหาญ
ถาม: ประเพณีแซนโดนตาที่วัดบ้านพรานคืออะไร?
ตอบ: แซนโดนตาเป็นประเพณีสารทเขมรของชาวไทยเชื้อสายเขมร เป็นการเซ่นไหว้และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ วัดบ้านพรานเป็นสถานที่จัดงานบุญของตำบลพรานในประเพณีนี้
ถาม: จุดเด่นที่ควรชมภายในวัดบ้านพรานมีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญ ได้แก่ ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่กุฏิวิบูลเวศน์ มณฑปบูรพาจารย์ รูปเหมือนพระเถระสำคัญ เจดีย์ทองบรรจุอัฐิพระเทพวรมุนี ท้าวเวสสุวรรณ และพื้นที่จัดงานบุญของชุมชนตำบลพราน
ถาม: เดินทางไปวัดบ้านพรานอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางไปอำเภอขุนหาญ ผ่านอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง แล้วเข้าสู่ตำบลพราน ระยะทางประมาณ 70 - 80 กม. จากตัวอำเภอขุนหาญไปยังวัดประมาณ 18 - 20 กม. เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างท้องถิ่น
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




