หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ >อ.ขุนหาญ >ต.บักดอง > วัดสำโรงเกียรติ
TL;DR: วัดสำโรงเกียรติ อยู่ที่บ้านสำโรงเกียรติ หมู่ 8 ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ 33150 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางไปอำเภอขุนหาญ ผ่านอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง แล้วเข้าสู่ตำบลบักดองและบ้านสำโรงเกียรติ.

ศรีสะเกษ

วัดสำโรงเกียรติ

วัดสำโรงเกียรติ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
 
วัดสำโรงเกียรติ ศรีสะเกษ ตั้งอยู่ที่บ้านสำโรงเกียรติ หมู่ 8 ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีความสำคัญต่อชุมชนบ้านสำโรงเกียรติและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างลึกซึ้ง วัดแห่งนี้มีพื้นที่ 11 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา เป็นศาสนสถานที่ชาวบ้านใช้ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ทำบุญ ฟังธรรม บำเพ็ญกุศล และเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนในตำบลบักดองมาหลายชั่วอายุคน สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญที่สุดของวัดคือ หลวงพ่อพระตาตน พระพุทธรูปขนาดเล็กแบบขอมที่ชาวบ้านเคารพนับถือในฐานะพระพุทธรูปคู่บ้านสำโรงเกียรติและเป็นปูชนียวัตถุสำคัญของอำเภอขุนหาญ
 
วัดสำโรงเกียรติมีประวัติการตั้งวัดอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2457 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2525 โดยมีนายสกและนายเสาร์เป็นผู้ริเริ่มสร้างวัด เพื่อให้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพระตาตนและเป็นศูนย์กลางศรัทธาของชุมชน เมื่อเริ่มสร้างวัดได้มีการสร้างเสนาสนะและอาคารประกอบศาสนกิจขึ้นตามกำลังของชาวบ้าน จนพัฒนาเป็นวัดประจำหมู่บ้านที่มีองค์ประกอบครบถ้วน ทั้งอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง เมรุ ศาลาบำเพ็ญกุศล วิหารพระตาตน ปราสาท 5 ยอด ศาลาพักใจ และพื้นที่ประกอบกิจกรรมของชุมชน
 
ชื่อ “สำโรงเกียรติ” มีที่มาจากลักษณะภูมิประเทศและภาษาท้องถิ่นของชุมชน เดิมบริเวณหมู่บ้านมีต้นสำโรงใหญ่ขึ้นอยู่ในหนองน้ำแห่งหนึ่ง และมีผักตบชวาอยู่ในหนองน้ำนั้น ชาวบ้านที่ใช้ภาษาเขมรถิ่นเรียกผักตบชวาว่า “ตราวกิ๊ด” ชื่อของต้นสำโรงและคำเรียกในภาษาท้องถิ่นจึงกลายเป็นที่มาของชื่อชุมชนและชื่อวัด วัดสำโรงเกียรติจึงไม่ใช่เพียงชื่อทางศาสนา แต่เป็นชื่อที่เก็บความสัมพันธ์ระหว่างต้นไม้ แหล่งน้ำ ภาษาเขมรถิ่น และชีวิตของชุมชนชายแดนอีสานใต้ไว้ด้วยกัน
 
ความโดดเด่นของวัดสำโรงเกียรติอยู่ที่การเป็นวัดที่ผูกพันกับ หลวงพ่อพระตาตน อย่างแน่นแฟ้น ตำนานของวัดกล่าวว่า พระพุทธรูปองค์นี้เกี่ยวข้องกับนายตาตน ชาวเขมรต่ำที่มีญาติอยู่บ้านสำโรงเกียรติและเดินทางไปมาหาสู่กันเสมอ วันหนึ่งนายตาตนออกไปวางไซดักปลาในร่องน้ำเชิงเขาทางทิศใต้ของบ้านสำโรงเกียรติ เมื่อกลับไปกู้ไซในวันรุ่งขึ้นไม่พบปลา แต่พบพระพุทธรูปติดอยู่ในไซแทน จึงนำพระพุทธรูปไปถวายไว้ที่วัดสำโรงเกียรติ เมื่อเจ้าอาวาสแจ้งข่าวให้ญาติโยมทราบ ผู้คนก็พากันมากราบไหว้อย่างคับคั่ง และเรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “หลวงพ่อพระตาตน” ตามชื่อผู้พบและนำมาถวายวัด
 
หลวงพ่อพระตาตนเป็นพระพุทธรูปแบบขอม ปางสะดุ้งมาร มีขนาดเล็กมาก หน้าตักกว้างประมาณ 4 นิ้ว สูงประมาณ 5 นิ้ว สร้างด้วยเกสรดอกไม้ผสมครั่งหรือยางชันแล้วปั้นเป็นรูปพระ ลักษณะขององค์พระแสดงให้เห็นคติความเชื่อและฝีมือเชิงช่างที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมเขมรในพื้นที่อีสานใต้ ขนาดที่เล็กขององค์พระไม่ได้ลดทอนความศรัทธา แต่กลับทำให้หลวงพ่อพระตาตนมีลักษณะเฉพาะที่ชาวบ้านจดจำได้อย่างชัดเจน เพราะเป็นพระพุทธรูปที่มีตำนานการค้นพบ ความศักดิ์สิทธิ์ และความผูกพันกับหมู่บ้านสำโรงเกียรติอย่างลึกซึ้ง
 
ตำนานสำคัญอีกตอนหนึ่งของหลวงพ่อพระตาตนเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2420 พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน เจ้าเมืองขุขันธ์ ได้เดินทางมาอาราธนาหลวงพ่อพระตาตนจากวัดสำโรงเกียรติไปประดิษฐานไว้ที่เมืองขุขันธ์ มีการจัดขบวนช้างม้าอัญเชิญองค์พระขึ้นหลังช้าง แต่เมื่อขบวนออกจากวัดและกำลังจะข้ามสะพานห้วยทา เกิดลมพายุพัดมาทั้ง 4 ทิศ ฝนตกหนัก ช้างม้าหมอบลงกับพื้น และมีเสียงฟ้าร้องกึกก้อง เจ้าเมืองขุขันธ์จึงประกาศว่าหากลมฝนหยุดตกจะนำหลวงพ่อพระตาตนกลับไปประดิษฐานไว้ที่วัดสำโรงเกียรติตามเดิม เมื่อลมฝนหยุดลง ขบวนจึงอัญเชิญองค์พระกลับวัด และหลวงพ่อพระตาตนก็ประดิษฐานอยู่ที่วัดสำโรงเกียรติมาจนถึงปัจจุบัน
 
เรื่องราวนี้ทำให้หลวงพ่อพระตาตนมีสถานะเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านที่ชาวบ้านเชื่อมั่นในพระบารมีอย่างสูง ผู้ศรัทธาจำนวนมากเดินทางมาสักการะเพื่อขอพรเรื่องครอบครัว ชีวิต สุขภาพ ความสงบใจ และความเป็นสิริมงคล การแก้บนหลวงพ่อพระตาตนในคติชุมชนมีลักษณะที่เน้นบุญกุศล โดยเฉพาะการบวชอยู่ชั่วคราวหรือตลอดไป ซึ่งสะท้อนว่าความศรัทธาต่อหลวงพ่อพระตาตนไม่ได้มุ่งเพียงผลทางโลก แต่เชื่อมโยงกับการสร้างบุญ การฝึกตน และการกลับเข้าสู่พระธรรม
 
ปัจจุบันหลวงพ่อพระตาตนประดิษฐานอยู่ในพื้นที่สำคัญของวัด มีพระตาตนจำลอง 2 องค์ คือแบบสีดำและแบบสีทอง เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้และระลึกถึงองค์จริงอย่างสะดวก การมีองค์จำลองช่วยให้ผู้ศรัทธาจำนวนมากสามารถสักการะได้โดยไม่กระทบต่อองค์พระพุทธรูปสำคัญที่มีขนาดเล็กและมีคุณค่าทางศรัทธาสูง ภายในวัดยังมีพระประธานในอุโบสถ 1 องค์ และพระพุทธรูปในศาลาการเปรียญ 3 องค์ ทำให้วัดมีพื้นที่สักการะหลายจุดที่รองรับกิจกรรมทางศาสนาและการทำบุญของชาวบ้านได้ครบถ้วน
 
อุโบสถวัดสำโรงเกียรติเป็นอาคารศาสนสถานสำคัญ มีขนาดกว้าง 30 เมตร ยาว 40 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2516 เป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรมและพิธีสำคัญของคณะสงฆ์ ภายในประดิษฐานพระประธานที่เป็นศูนย์กลางของอุโบสถ อาคารอุโบสถเป็นหลักฐานของการพัฒนาวัดในช่วงสมัยใหม่ที่ชุมชนร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อให้วัดมีพื้นที่ศาสนกิจที่สมบูรณ์ การมีอุโบสถขนาดใหญ่ในหมู่บ้านสะท้อนความเข้มแข็งของศรัทธาชุมชนและความตั้งใจของชาวบ้านในการรักษาพระพุทธศาสนาไว้เป็นแกนกลางของชีวิต
 
ศาลาการเปรียญของวัดมีขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 21 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2525 เป็นพื้นที่สำหรับทำบุญ ฟังธรรม ประชุมญาติโยม และประกอบกิจกรรมทางศาสนาของชุมชน ภายในศาลาการเปรียญมีพระพุทธรูปประดิษฐาน 3 องค์ ศาลาหลังนี้จึงเป็นทั้งพื้นที่ทางธรรมและพื้นที่ทางสังคม ชาวบ้านสามารถมารวมตัวกันในวันพระ งานบุญ งานกฐิน งานผ้าป่า งานบำเพ็ญกุศล และกิจกรรมของหมู่บ้านได้อย่างสะดวก บทบาทของศาลาการเปรียญทำให้วัดสำโรงเกียรติเป็นศูนย์กลางการพบปะและสร้างความสามัคคีของคนในพื้นที่
 
หอระฆังของวัดสร้างเมื่อ พ.ศ. 2536 มีความสูง 4 ชั้น เป็นองค์ประกอบที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้พื้นที่วัดและทำหน้าที่ทางพิธีกรรมในชีวิตวัดไทย เสียงระฆังในวัดเป็นสัญญาณของเวลา กิจกรรม และการเตือนสติให้ผู้คนระลึกถึงความสงบของจิตใจ เมรุของวัดสร้างในปีเดียวกัน มีขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 15 เมตร ทำหน้าที่รองรับพิธีฌาปนกิจของชุมชน ส่วนศาลาบำเพ็ญกุศลสร้างเมื่อ พ.ศ. 2540 มีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 18 เมตร เป็นพื้นที่สำหรับจัดพิธีศพและกิจกรรมบำเพ็ญกุศลที่เกี่ยวข้องกับวงจรชีวิตของคนในหมู่บ้าน
 
วิหารพระตาตนสร้างเมื่อ พ.ศ. 2543 เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับรองรับศรัทธาต่อหลวงพ่อพระตาตนโดยเฉพาะ การสร้างวิหารทำให้องค์พระและเรื่องราวของพระตาตนมีสถานที่สักการะที่เป็นสัดส่วน ช่วยให้ผู้มาเยือนสามารถกราบไหว้ด้วยความสำรวมและใช้เวลาระลึกถึงตำนานขององค์พระได้อย่างชัดเจน วิหารแห่งนี้จึงเป็นหัวใจของการมาเยือนวัดสำโรงเกียรติ เพราะเป็นจุดที่เชื่อมตำนาน ความศรัทธา และการปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาเข้าด้วยกัน
 
ปราสาท 5 ยอดที่สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2549 เป็นองค์ประกอบที่สะท้อนกลิ่นอายศิลปะขอมและคติความเชื่อในพื้นที่อีสานใต้ได้อย่างเด่นชัด รูปแบบปราสาทที่มียอดหลายยอดช่วยเชื่อมวัดสำโรงเกียรติกับภูมิหลังทางวัฒนธรรมของอำเภอขุนหาญและจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีร่องรอยอารยธรรมเขมรโบราณและวัฒนธรรมเขมรถิ่นอยู่มาก การมีปราสาท 5 ยอดในวัดทำให้พื้นที่ศาสนสถานมีมิติทางศิลปกรรมเพิ่มขึ้น และช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าวัดแห่งนี้ไม่ได้แยกจากบริบทวัฒนธรรมอีสานใต้
 
ศาลาพักใจสร้างเมื่อ พ.ศ. 2546 เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่สะท้อนบทบาทของวัดในฐานะสถานที่พักกายและพักใจ ชื่อ “ศาลาพักใจ” สอดคล้องกับภารกิจของวัดที่ไม่เพียงรองรับพิธีกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ผู้คนได้หยุดพักจากความเร่งรีบของชีวิต มานั่งสงบใจ ไหว้พระ สนทนาธรรม หรือใช้เวลาทบทวนตนเองท่ามกลางบรรยากาศของวัดชุมชน ศาลาพักใจจึงเป็นสัญลักษณ์เล็ก ๆ ที่บอกบทบาทของวัดสำโรงเกียรติในฐานะที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้านได้อย่างชัดเจน
 
กำแพงรอบวัดทั้ง 4 ด้านสร้างเมื่อ พ.ศ. 2539 และกำแพงรอบอุโบสถสร้างเมื่อ พ.ศ. 2547 ทำให้พื้นที่วัดมีขอบเขตชัดเจน เป็นระเบียบ และเหมาะต่อการประกอบศาสนกิจ วัดไทยในชุมชนชนบทมักเป็นพื้นที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน แต่การมีแนวกำแพงช่วยกำหนดขอบเขตศาสนสถานให้สงบและเป็นสัดส่วนมากขึ้น ภายในกำแพงวัดจึงเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านเข้ามาด้วยจิตใจที่ตั้งมั่น เพื่อทำบุญ ไหว้พระ หรือร่วมกิจกรรมชุมชนภายใต้บรรยากาศที่เหมาะสมกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
 
วัดสำโรงเกียรติอยู่ภายใต้การดูแลของ พระอธิการอุทัย มหาปุญฺโญ เจ้าอาวาสวัดสำโรงเกียรติ ร่วมกับคณะสงฆ์ ชุมชนบ้านสำโรงเกียรติ และหน่วยงานท้องถิ่นในอำเภอขุนหาญ การดูแลวัดในชุมชนเช่นนี้ต้องครอบคลุมทั้งการประกอบศาสนกิจ การรักษาพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ การดูแลอาคารเสนาสนะ การรองรับงานบุญ งานศพ กิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และการต้อนรับผู้ศรัทธาที่เดินทางมาสักการะหลวงพ่อพระตาตนจากพื้นที่ต่าง ๆ
 
บทบาทปัจจุบันของวัดสำโรงเกียรติคือการเป็นแหล่งเสริมสร้างและพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของชาวบ้านสำโรงเกียรติและหมู่บ้านใกล้เคียง วัดเป็นพื้นที่ที่ผู้สูงอายุเข้ามาทำบุญ เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้มารยาททางพระพุทธศาสนา ครอบครัวใช้เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมสำคัญ และชุมชนใช้เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมร่วมกัน ความสำคัญของวัดจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่อาคารหรือปูชนียวัตถุ แต่รวมถึงการเป็นสถาบันทางสังคมที่หล่อหลอมความสัมพันธ์ของผู้คนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
 
การมาเยือนวัดสำโรงเกียรติควรเริ่มจากการเข้าสักการะหลวงพ่อพระตาตนในวิหารพระตาตน ผู้มาเยือนควรถอดรองเท้าในพื้นที่ที่วัดกำหนด แต่งกายสุภาพ และเข้าสู่พื้นที่สักการะด้วยความสำรวม เมื่อกราบหลวงพ่อพระตาตนแล้วควรใช้เวลาสังเกตพระตาตนจำลอง พระประธานภายในวัด สถาปัตยกรรมปราสาท 5 ยอด อุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง และศาลาพักใจ การเดินชมอย่างช้า ๆ จะช่วยให้เข้าใจว่าวัดนี้มีหลายชั้นความหมาย ทั้งชั้นตำนาน ชั้นศรัทธา ชั้นศิลปกรรม และชั้นชีวิตชุมชน
 
สำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมอีสานใต้ วัดสำโรงเกียรติเป็นจุดเรียนรู้ที่มีคุณค่า เพราะมีทั้งภาษาเขมรถิ่นในที่มาของชื่อวัด พระพุทธรูปแบบขอม ความเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อพระตาตน และสถาปัตยกรรมที่สะท้อนการรับอิทธิพลทางวัฒนธรรมหลายสาย อำเภอขุนหาญเป็นพื้นที่ชายแดนที่เชื่อมโยงกับเทือกเขาพนมดงรักและชุมชนเขมรถิ่น วัดสำโรงเกียรติจึงเป็นตัวอย่างของวัดที่แสดงให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาในอีสานใต้มีความสัมพันธ์กับภาษา ภูมิประเทศ ตำนาน และศิลปะท้องถิ่นอย่างแนบแน่น
 
การเดินทาง ไปวัดสำโรงเกียรติสามารถเริ่มจากตัวเมืองศรีสะเกษ ใช้เส้นทางไปอำเภอขุนหาญ ผ่านอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง จากนั้นเข้าสู่ตำบลบักดองและบ้านสำโรงเกียรติ ระยะทางจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 80 กิโลเมตรตามเส้นทางถนน ส่วนจากตัวอำเภอขุนหาญไปยังวัดมีระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร เหมาะกับการใช้รถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น ผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารควรลงในตัวอำเภอขุนหาญแล้วต่อรถท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลบักดอง
 
วัดสำโรงเกียรติสามารถจัดอยู่ในเส้นทางเดียวกับน้ำตกสำโรงเกียรติหรือน้ำตกปีศาจได้อย่างเหมาะสม เพราะอยู่ในพื้นที่บ้านสำโรงเกียรติและตำบลบักดองเช่นเดียวกัน ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากการไหว้หลวงพ่อพระตาตนในช่วงเช้า แล้วเดินทางต่อไปน้ำตกสำโรงเกียรติเพื่อพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติในช่วงสายหรือบ่าย หากมีเวลามากขึ้นยังสามารถต่อเส้นทางไปน้ำตกห้วยจันทร์ วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว วัดไพรพัฒนา มณฑปหลวงปู่สรวง หรือเส้นทางอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารได้
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนวัดคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายก่อนเย็น ช่วงเช้ามีอากาศสงบ เหมาะสำหรับไหว้พระและเดินชมวัดโดยไม่ร้อนมาก ส่วนช่วงบ่ายเหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินทางต่อไปยังน้ำตกหรือแหล่งธรรมชาติในอำเภอขุนหาญ หากต้องการเที่ยววัดร่วมกับน้ำตกสำโรงเกียรติ ช่วงเดือนกันยายนถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่ธรรมชาติรอบน้ำตกมีความสมบูรณ์และมีน้ำมาก เหมาะกับการจัดเส้นทางวัดและธรรมชาติในวันเดียว
 
วัดสำโรงเกียรติไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะหลวงพ่อพระตาตน ไหว้พระ ทำบุญ และเดินชมพื้นที่วัดได้ตามเวลาเปิดทำการ การถวายดอกไม้ พวงมาลัย ธูปเทียน ปัจจัย หรือร่วมทำบุญบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธา ลักษณะนี้ทำให้วัดยังคงเป็นศาสนสถานของชุมชนที่เปิดกว้างสำหรับชาวบ้าน พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
 
มารยาทในการเข้าชมวัดสำโรงเกียรติควรยึดหลักความสุภาพและความเคารพต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าในพื้นที่ที่วัดกำหนด ไม่ส่งเสียงดัง ไม่แตะต้ององค์พระหรือวัตถุศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ปีนอาคารหรือปราสาท 5 ยอด ไม่รบกวนพระสงฆ์และผู้มาทำบุญ ไม่ทิ้งขยะ และรักษาความสะอาดของพื้นที่วัด การใช้พื้นที่วัดด้วยความเคารพช่วยรักษาบรรยากาศศรัทธาและให้เกียรติชุมชนบ้านสำโรงเกียรติซึ่งเป็นเจ้าของมรดกทางวัฒนธรรมนี้
 
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วัดสำโรงเกียรติช่วยอธิบายภาพของวัดไทยในอีสานใต้ได้ชัดเจน เพราะวัดแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงอาคารศาสนสถาน แต่มีตำนานพระพุทธรูปเล็กแบบขอม ความสัมพันธ์กับภาษาเขมรถิ่น พื้นที่ชุมชนชายแดน และเส้นทางธรรมชาติของอำเภอขุนหาญ ผู้มาเยือนจะเห็นว่าพระพุทธศาสนาในท้องถิ่นไทยมีรูปแบบที่หลากหลายและเชื่อมโยงกับบริบทของผู้คนอย่างลึกซึ้ง วัดสำโรงเกียรติจึงเหมาะสำหรับการเรียนรู้ทั้งศรัทธา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่นในจังหวัดศรีสะเกษ
 
วัดสำโรงเกียรติจึงเป็นมากกว่าวัดประจำหมู่บ้าน เพราะเป็นพื้นที่ที่หลวงพ่อพระตาตน ตำนานนายตาตน ชื่อสำโรงเกียรติ ศิลปะขอม ภาษาเขมรถิ่น อาคารเสนาสนะของวัด และวิถีชีวิตชุมชนบ้านสำโรงเกียรติมารวมกันอย่างมีเอกลักษณ์ การมาเยือนวัดแห่งนี้ทำให้เห็นว่าความศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เกิดจากขนาดขององค์พระหรือความใหญ่โตของอาคารเท่านั้น แต่เกิดจากความเชื่อร่วมกันของชุมชน การดูแลสืบทอดอย่างต่อเนื่อง และการใช้วัดเป็นพื้นที่สร้างบุญ สร้างคุณธรรม และรักษาความสัมพันธ์ของคนในท้องถิ่นให้มั่นคงจากรุ่นสู่รุ่น
 
ชื่อสถานที่วัดสำโรงเกียรติ ศรีสะเกษ
ชื่อสำคัญที่เกี่ยวข้องวัดสำโรงเกียรติ หลวงพ่อพระตาตน, วัดบ้านสำโรงเกียรติ, หลวงพ่อพระตาตน, พระตาตน
ประเภทสถานที่วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ศาสนสถาน แหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา และแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นอำเภอขุนหาญ
ที่ตั้งบ้านสำโรงเกียรติ หมู่ 8 ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ 33150
พิกัด14.53083, 104.49028
พื้นที่วัด11 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา
ระยะทางจากจุดสำคัญห่างจากตัวอำเภอขุนหาญประมาณ 20 กม. และห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 80 กม. ตามเส้นทางถนน
ความสำคัญเป็นวัดประจำบ้านสำโรงเกียรติและเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระตาตน พระพุทธรูปแบบขอมขนาดเล็กที่ชาวบ้านเคารพในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ชุมชน
ประวัติโดยสรุปตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2457 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2525 โดยมีนายสกและนายเสาร์เป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพระตาตนและเป็นศูนย์กลางศรัทธาของชุมชน
ที่มาของชื่อชื่อวัดเกี่ยวข้องกับต้นสำโรงใหญ่ที่ขึ้นอยู่ในหนองน้ำ และคำเรียกผักตบชวาภาษาเขมรถิ่นว่า “ตราวกิ๊ด” รวมกับชื่อหมู่บ้านสำโรงเกียรติ
ปูชนียวัตถุสำคัญหลวงพ่อพระตาตน พระพุทธรูปแบบขอมปางสะดุ้งมาร ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 4 นิ้ว สูงประมาณ 5 นิ้ว สร้างด้วยเกสรดอกไม้ผสมครั่งหรือยางชันปั้นเป็นรูปพระ
พระตาตนจำลองมีพระตาตนจำลอง 2 องค์ ได้แก่ แบบสีดำและแบบสีทอง เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้และระลึกถึงหลวงพ่อพระตาตน
เสนาสนะสำคัญอุโบสถกว้าง 30 เมตร ยาว 40 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2516
ศาลาการเปรียญกว้าง 12 เมตร ยาว 21 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2525
หอระฆังสูง 4 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2536
เมรุ กว้าง 5 เมตร ยาว 15 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2536
ศาลาบำเพ็ญกุศล กว้าง 8 เมตร ยาว 18 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2540
วิหารพระตาตน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2543
ศาลาพักใจ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2546
ปราสาท 5 ยอด สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2549
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระอธิการอุทัย มหาปุญฺโญ เจ้าอาวาสวัดสำโรงเกียรติ ร่วมกับคณะสงฆ์ ชุมชนบ้านสำโรงเกียรติ และหน่วยงานท้องถิ่นในอำเภอขุนหาญ
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดและแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ประชาชนสามารถเข้าสักการะหลวงพ่อพระตาตน ไหว้พระ ทำบุญ และเรียนรู้ประวัติชุมชนบ้านสำโรงเกียรติได้ตามเวลาเปิดทำการ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 - 17.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว การทำบุญ ถวายดอกไม้ พวงมาลัย ธูปเทียน หรือร่วมบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธา
โซน / ส่วนสำคัญภายในวัด1. โซนวิหารหลวงพ่อพระตาตน
2. โซนพระตาตนจำลองสีดำและสีทอง
3. โซนอุโบสถ
4. โซนศาลาการเปรียญ
5. โซนปราสาท 5 ยอด
6. โซนศาลาพักใจ
7. โซนหอระฆัง
8. โซนศาลาบำเพ็ญกุศลและเมรุ
9. โซนลานวัดและพื้นที่ทำบุญ
10. โซนเรียนรู้ตำนานหลวงพ่อพระตาตนและชุมชนสำโรงเกียรติ
สิ่งอำนวยความสะดวกลานวัด พื้นที่สักการะหลวงพ่อพระตาตน ศาลา พื้นที่ทำบุญ จุดจอดรถในบริเวณที่วัดหรือชุมชนจัดไว้ และบริการพื้นฐานของชุมชนบ้านสำโรงเกียรติ
เบอร์ติดต่อที่เกี่ยวข้องที่ว่าการอำเภอขุนหาญ โทร. 045-679-035
เทศบาลตำบลขุนหาญ โทร. 045-679-227
น้ำตกสำโรงเกียรติ โทร. 063-565-9399
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ โทร. 045-622645
การเดินทางจากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางไปอำเภอขุนหาญ ผ่านอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง แล้วเข้าสู่ตำบลบักดองและบ้านสำโรงเกียรติ ระยะทางประมาณ 80 กม. ตามเส้นทางถนน จากตัวอำเภอขุนหาญไปยังวัดประมาณ 20 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าชมแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ถอดรองเท้าในพื้นที่ที่วัดกำหนด ไม่แตะต้ององค์พระหรือวัตถุศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ปีนอาคารหรือปราสาท 5 ยอด ไม่รบกวนพระสงฆ์และผู้มาทำบุญ และรักษาความสะอาดภายในวัด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. น้ำตกสำโรงเกียรติ / น้ำตกปีศาจ ประมาณ 5 กม. โทร. 063-565-9399
2. ชุมชนบ้านสำโรงเกียรติ ประมาณ 0 กม.
3. น้ำตกห้วยจันทร์ / น้ำตกกันทรอม ประมาณ 25 กม.
4. วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว / วัดล้านขวด ประมาณ 24 กม. โทร. 084-524-3770
5. ตัวอำเภอขุนหาญ ประมาณ 20 กม.
6. ทุเรียนภูเขาไฟสวนลุงเสริม ประมาณ 25 กม.
7. วัดไพรพัฒนา / มณฑปหลวงปู่สรวง ประมาณ 40 กม. โทร. 099-625-3859
8. จุดชมวิวพญากูปรี ประมาณ 43 กม.
9. ผามออีแดง / อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ประมาณ 55 กม.
10. ตัวเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 80 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. BJ Coffee House กาแฟสด ขุนหาญ ประมาณ 20 กม. โทร. 098-214-6024
2. ฌ-เฌอ Cho Cher Coffee & Bakery ขุนหาญ ประมาณ 20 กม. โทร. 091-014-0622
3. MOMOCHA ชานมไข่มุกไต้หวัน ขุนหาญ ประมาณ 20 กม. โทร. 064-959-0476, 062-441-9235
4. Indy Coffee Bar & Restaurant ขุนหาญ ประมาณ 20 กม. โทร. 099-069-5889
5. สวนอาหารวังกุ้ง ขุนหาญ ประมาณ 21 กม. โทร. 087-244-6364
6. Pongsin Resort & Restaurant ประมาณ 18 กม. โทร. 088-375-5199
ที่พักใกล้เคียง1. Pongsin Resort & Restaurant ขุนหาญ ประมาณ 18 กม. โทร. 088-375-5199
2. Peace Pool Resort ขุนหาญ ประมาณ 20 กม. โทร. 081-879-5822
3. Rerawadi Resort & Spa ขุนหาญ ประมาณ 20 กม. โทร. 087-128-0095
4. ไชแอณ รีสอร์ท ขุขันธ์ ประมาณ 43 กม. โทร. 085-024-4829, 045-966-585
5. โรงแรมบ้านสวนศรีสุภาพ ขุขันธ์ ประมาณ 47 กม. โทร. 087-245-9125, 080-240-7090
6. B2 Sisaket Boutique & Budget Hotel เมืองศรีสะเกษ ประมาณ 83 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสำโรงเกียรติอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสำโรงเกียรติตั้งอยู่ที่บ้านสำโรงเกียรติ หมู่ 8 ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นวัดสำคัญของชุมชนบ้านสำโรงเกียรติและอยู่ในเส้นทางเดียวกับน้ำตกสำโรงเกียรติ
 
ถาม: วัดสำโรงเกียรติเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: วัดสำโรงเกียรติเปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะหลวงพ่อพระตาตน ไหว้พระ ทำบุญ และเดินชมพื้นที่วัดได้ตามเวลานี้
 
ถาม: วัดสำโรงเกียรติมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดสำโรงเกียรติไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว การทำบุญ ถวายดอกไม้ พวงมาลัย ธูปเทียน หรือร่วมบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธาของผู้มาเยือน
 
ถาม: หลวงพ่อพระตาตนคือใคร?
ตอบ: หลวงพ่อพระตาตนเป็นพระพุทธรูปแบบขอมปางสะดุ้งมาร ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 4 นิ้ว สูงประมาณ 5 นิ้ว สร้างด้วยเกสรดอกไม้ผสมครั่งหรือยางชัน เป็นปูชนียวัตถุสำคัญของวัดสำโรงเกียรติและเป็นที่เคารพของชาวบ้านสำโรงเกียรติ
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดสำโรงเกียรติปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดสำโรงเกียรติคือ พระอธิการอุทัย มหาปุญฺโญ ซึ่งดูแลวัดร่วมกับคณะสงฆ์ ชุมชนบ้านสำโรงเกียรติ และหน่วยงานท้องถิ่นในอำเภอขุนหาญ
 
ถาม: จุดเด่นที่ควรชมภายในวัดสำโรงเกียรติมีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญ ได้แก่ วิหารหลวงพ่อพระตาตน พระตาตนจำลองสีดำและสีทอง อุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง ปราสาท 5 ยอด ศาลาพักใจ และพื้นที่วัดที่เป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชน
 
ถาม: เดินทางไปวัดสำโรงเกียรติอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางไปอำเภอขุนหาญ ผ่านอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง แล้วเข้าสู่ตำบลบักดองและบ้านสำโรงเกียรติ ระยะทางประมาณ 80 กม. จากตัวอำเภอขุนหาญไปยังวัดประมาณ 20 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างท้องถิ่น
 
ถาม: วัดสำโรงเกียรติสามารถเที่ยวร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับน้ำตกสำโรงเกียรติ น้ำตกห้วยจันทร์ วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว ตัวอำเภอขุนหาญ วัดไพรพัฒนา มณฑปหลวงปู่สรวง จุดชมวิวพญากูปรี และผามออีแดงได้ โดยจัดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและธรรมชาติในอำเภอขุนหาญ

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(12)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(8)
วัด วัด(13)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(7)
น้ำตก น้ำตก(5)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(3)