หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ >อ.อุทุมพรพิสัย >ต.ขะยูง > ปราสาทวัดสระกำแพงน้อย
TL;DR: ปราสาทวัดสระกำแพงน้อย อยู่ที่วัดเทพปราสาท สระกำแพงน้อย บ้านกลาง ตำบลขะยูง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.

ศรีสะเกษ

ปราสาทวัดสระกำแพงน้อย

ปราสาทวัดสระกำแพงน้อย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
 
ปราสาทวัดสระกำแพงน้อย จังหวัดศรีสะเกษ เป็นโบราณสถานศิลปะขอมที่ตั้งอยู่ภายในวัดเทพปราสาท สระกำแพงน้อย บ้านกลาง ตำบลขะยูง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ใกล้ตัวเมืองศรีสะเกษและเดินทางสะดวกตามทางหลวงหมายเลข 226 สายศรีสะเกษ-อุทุมพรพิสัย จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือปรางค์ประธาน วิหารหรือบรรณาลัย กำแพงศิลาแลง โคปุระ และสระน้ำที่จัดวางอย่างเป็นระบบตามผังศาสนสถานขอมโบราณ เดิมเป็นศาสนสถานในศิลปะแบบบาปวนช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 และต่อมาได้รับการบูรณะหรือสร้างเพิ่มเติมในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 จนมีองค์ประกอบแบบบายนและสัมพันธ์กับอโรคยศาล หรือศาสนสถานประจำสถานพยาบาลของชุมชนในวัฒนธรรมขอมโบราณ
 
ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยเป็นหนึ่งในโบราณสถานสำคัญของจังหวัดศรีสะเกษที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์อีสานใต้ ศิลปกรรมขอม และความหมายของอโรคยศาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โบราณสถานแห่งนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าปราสาทสระกำแพงใหญ่ แต่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง เพราะสามารถเห็นผังอโรคยศาลได้ชัดเจน ทั้งปรางค์ประธาน วิหาร กำแพงแก้ว ซุ้มประตูทางเข้า และสระน้ำที่สัมพันธ์กับแนวคิดเรื่องการรักษาโรค การชำระล้าง และความเป็นสิริมงคลในคติพุทธมหายาน
 
พื้นที่ของปราสาทตั้งอยู่ภายในวัดที่ยังมีชีวิตทางศาสนา ทำให้บรรยากาศของสถานที่แตกต่างจากโบราณสถานที่แยกตัวออกจากชุมชนอย่างสิ้นเชิง ผู้มาเยือนจะได้เห็นทั้งร่องรอยสถาปัตยกรรมขอมโบราณและบรรยากาศของวัดในปัจจุบันอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ความสงบของวัดช่วยให้การเดินชมปราสาทเป็นไปอย่างช้า ๆ และตั้งใจ นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างโบราณสถาน สระน้ำ พื้นที่วัด และชุมชนบ้านกลางได้อย่างชัดเจน
 
ลักษณะสำคัญของปราสาทวัดสระกำแพงน้อยคือการก่อสร้างด้วยศิลาแลงและหินทราย ปรางค์ประธานหันหน้าไปทางทิศตะวันออกตามแบบแผนศาสนสถานเขมรโบราณ ด้านหน้ามีพื้นที่ทางเข้าและซุ้มประตูหรือโคปุระ ส่วนภายในเขตกำแพงศิลาแลงประกอบด้วยปรางค์ วิหารหรือบรรณาลัย และพื้นที่ประกอบพิธีกรรม การเลือกใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักสะท้อนรูปแบบการก่อสร้างในยุคบายนที่เน้นความมั่นคง แข็งแรง และก่อสร้างได้รวดเร็ว ขณะที่หินทรายใช้ในส่วนที่ต้องการรายละเอียดของการจำหลัก เช่น ทับหลัง กรอบประตู และองค์ประกอบทางศิลปกรรม
 
ด้านหน้าของปรางค์เคยมีทับหลังสลักภาพพระวรุณ เทพเจ้าแห่งฝน ประทับบนแท่น มีหงส์แบก 3 ตัว อยู่เหนือเศียรเกียรติมุข ลักษณะดังกล่าวเป็นศิลปะแบบบาปวนและมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 พระวรุณในคติพราหมณ์-ฮินดูสัมพันธ์กับน้ำ ฝน และความอุดมสมบูรณ์ การปรากฏภาพพระวรุณบนทับหลังจึงเชื่อมโยงกับความสำคัญของน้ำในภูมิทัศน์ศาสนสถาน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาร่วมกับสระน้ำขนาดใหญ่และสระน้ำกรุศิลาแลงที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน
 
ทับหลังพระวรุณยังช่วยบอกเล่าอดีตชั้นแรกของปราสาทวัดสระกำแพงน้อยในฐานะศาสนสถานที่มีรากทางคติพราหมณ์-ฮินดู ก่อนที่พื้นที่จะได้รับอิทธิพลและการปรับเปลี่ยนในช่วงพุทธมหายานสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 การมีทั้งร่องรอยศิลปะแบบบาปวนและสถาปัตยกรรมแบบบายนทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างสำคัญของโบราณสถานที่ผ่านการใช้งานและการปรับความหมายทางศาสนามากกว่า 1 ช่วงเวลา
 
ในพุทธศตวรรษที่ 18 ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยได้รับการเชื่อมโยงกับระบบอโรคยศาล ซึ่งเป็นศาสนสถานประจำสถานพยาบาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อโรคยศาลไม่ได้เป็นโรงพยาบาลในความหมายสมัยใหม่ทั้งหมด แต่เป็นพื้นที่ที่ผสานการดูแลผู้เจ็บป่วยกับพิธีกรรม ความศรัทธา และคติพุทธมหายาน ในบริบทของอาณาจักรขอมโบราณ การสร้างอโรคยศาลหลายแห่งสะท้อนแนวคิดของกษัตริย์ผู้ปกครองที่มองความทุกข์ของประชาชนเป็นภาระสำคัญของแผ่นดิน
 
ศาสนสถานแบบอโรคยศาลมักมีผังใกล้เคียงกัน คือมีปราสาทประธานอยู่ภายในกำแพง มีบรรณาลัยหรือวิหารอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีโคปุระเป็นทางเข้าหลักด้านทิศตะวันออก และมีสระน้ำอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยมีองค์ประกอบเหล่านี้ชัดเจน จึงช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจรูปแบบของอโรคยศาลได้ง่ายกว่าการอ่านจากตำราเพียงอย่างเดียว การเดินชมสถานที่จริงทำให้เห็นว่าการวางผังไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นระบบที่มีความหมายทางศาสนาและการใช้งานร่วมกัน
 
ปรางค์ประธานเป็นหัวใจของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ภายในบริเวณนี้เป็นจุดที่สะท้อนบทบาททางพิธีกรรมของโบราณสถาน ส่วนวิหารหรือบรรณาลัยทำหน้าที่เป็นอาคารประกอบที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมและการจัดเก็บหรือประดิษฐานสิ่งสำคัญในศาสนสถาน กำแพงศิลาแลงล้อมรอบทำหน้าที่แบ่งเขตพื้นที่ภายนอกกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ภายใน ขณะที่โคปุระด้านทิศตะวันออกเป็นจุดผ่านเข้าสู่พื้นที่สำคัญ การเดินผ่านโคปุระจึงไม่ได้เป็นเพียงการเข้าชมโบราณสถาน แต่เป็นการเข้าสู่พื้นที่ที่ถูกออกแบบให้มีความหมายทางคติความเชื่อ
 
สระน้ำของปราสาทวัดสระกำแพงน้อยเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญมาก ด้านหน้าปรางค์มีสระน้ำขนาดใหญ่ และภายในผังอโรคยศาลยังมีสระน้ำที่กรุขอบด้วยศิลาแลงอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ น้ำในศาสนสถานขอมโบราณมีความหมายหลายชั้น ทั้งในเชิงการใช้งาน การชำระล้าง ความอุดมสมบูรณ์ และพิธีกรรม หากมองในบริบทของอโรคยศาล น้ำยังสัมพันธ์กับแนวคิดเรื่องการเยียวยาและการรักษาโรค การมีสระน้ำอยู่ใกล้ศาสนสถานจึงช่วยเติมเต็มความหมายของพื้นที่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
 
ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยยังเกี่ยวข้องกับคติพระพุทธเจ้าไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา หรือพระพุทธเจ้าแห่งการรักษาโรค ซึ่งเป็นคติสำคัญของอโรคยศาลในพุทธมหายาน พระไภษัชยคุรุสัมพันธ์กับการเยียวยา ความเมตตา และการขจัดทุกข์จากโรคภัย การรับรู้ความหมายนี้ทำให้การชมปราสาทวัดสระกำแพงน้อยมีความลึกมากขึ้น เพราะผู้มาเยือนไม่ได้เห็นเพียงอาคารหินเก่า แต่เห็นพื้นที่ที่เคยเป็นศูนย์รวมความหวังของผู้คนในอดีต
 
ความน่าสนใจของปราสาทวัดสระกำแพงน้อยคือการเป็นโบราณสถานที่ซ้อนทับคติศาสนาหลายชั้น ศิลปะบาปวนจากทับหลังพระวรุณบอกเล่าโลกของคติพราหมณ์-ฮินดู ส่วนสถาปัตยกรรมแบบบายนและผังอโรคยศาลบอกเล่าโลกของพุทธมหายานในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ได้ทำให้สถานที่สูญเสียความหมายเดิม แต่ทำให้พื้นที่มีชั้นประวัติศาสตร์มากขึ้น และกลายเป็นหลักฐานของความต่อเนื่องทางศาสนาและวัฒนธรรมในอีสานใต้
 
ชื่อปราสาทวัดสระกำแพงน้อยสัมพันธ์กับวัดและสระน้ำที่อยู่ในพื้นที่ คำว่า “สระกำแพงน้อย” ทำให้เห็นภาพของสระน้ำและกำแพงศิลาแลงซึ่งเป็นองค์ประกอบเด่นของสถานที่ ชื่อดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อทางภูมิศาสตร์ แต่สะท้อนลักษณะทางกายภาพของโบราณสถานอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันชื่อวัดเทพปราสาท สระกำแพงน้อยก็เป็นชื่อวัดในปัจจุบันที่ทำให้โบราณสถานแห่งนี้ยังคงมีบทบาทในชีวิตของชุมชน
 
การเดินชมพื้นที่ควรเริ่มจากด้านหน้าทิศตะวันออก ซึ่งเป็นแนวทางเข้าหลักของโบราณสถาน จากนั้นพิจารณาโคปุระหรือซุ้มประตูทางเข้า ก่อนเข้าสู่พื้นที่ภายในกำแพงศิลาแลง เมื่อเดินเข้าไปจะเห็นปรางค์ประธาน วิหารหรือบรรณาลัย และพื้นที่ว่างโดยรอบที่ช่วยให้มองเห็นผังเดิมได้ชัดเจน หลังจากชมองค์ปรางค์แล้วควรเดินไปยังสระน้ำด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือและสระน้ำขนาดใหญ่ด้านหน้า เพื่อเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างอาคารศักดิ์สิทธิ์กับภูมิทัศน์น้ำ
 
โซนสำคัญภายในปราสาทวัดสระกำแพงน้อยประกอบด้วยโซนทางเข้าทิศตะวันออก โซนโคปุระ โซนกำแพงศิลาแลง โซนปรางค์ประธาน โซนวิหารหรือบรรณาลัย โซนสระน้ำกรุศิลาแลงด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โซนสระน้ำใหญ่ด้านหน้า และโซนวัดในปัจจุบัน การแบ่งพื้นที่ชมเช่นนี้ช่วยให้เข้าใจสถานที่ทั้งในฐานะโบราณสถานและวัดที่ยังใช้งานอยู่ ไม่ใช่เพียงการเดินดูซากสถาปัตยกรรมแบบแยกส่วน
 
บรรยากาศภายในวัดสงบ ร่มรื่น และเดินชมได้ไม่ยาก พื้นที่โบราณสถานอยู่ใกล้ถนนสายหลัก ทำให้เหมาะกับการแวะชมระหว่างเดินทางจากตัวเมืองศรีสะเกษไปยังอำเภออุทุมพรพิสัยหรือพื้นที่ใกล้เคียง นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเข้าชมประมาณ 30–60 นาที หากต้องการศึกษารายละเอียดผังอโรคยศาล ทับหลัง กำแพงศิลาแลง และสระน้ำ ควรเผื่อเวลา 1–1.30 ชั่วโมง เพื่อเดินชมอย่างละเอียดและถ่ายภาพโดยไม่เร่งรีบ
 
สำหรับผู้ที่สนใจการถ่ายภาพ ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยมีมุมที่น่าสนใจหลายจุด โดยเฉพาะมุมด้านหน้าที่เห็นปรางค์ประธานและสระน้ำ มุมโคปุระที่ให้ภาพกรอบทางเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ มุมกำแพงศิลาแลงที่แสดงพื้นผิววัสดุโบราณ และมุมสระน้ำซึ่งสะท้อนบรรยากาศสงบของสถานที่ ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เป็นเวลาที่แสงนุ่ม เหมาะกับการถ่ายภาพพื้นผิวศิลาแลงและเงาของปรางค์บนพื้นที่โดยรอบ
 
ในฐานะวัดที่ยังมีพระสงฆ์จำพรรษา นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพและรักษามารยาทในการเข้าชม ทั้งต่อพื้นที่วัดและโบราณสถาน ควรหลีกเลี่ยงการปีนป่ายกำแพง ศิลาแลง หรือองค์ปรางค์ ไม่ขีดเขียนบนก้อนหิน ไม่เคลื่อนย้ายชิ้นส่วนโบราณสถาน ไม่สัมผัสลวดลายจำหลักโดยไม่จำเป็น และไม่ทิ้งขยะในพื้นที่ การชมโบราณสถานอย่างเคารพช่วยรักษาสถานที่ให้คงอยู่ต่อไป และยังเป็นการให้เกียรติชุมชนที่ดูแลพื้นที่นี้มาอย่างยาวนาน
 
ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยมีความได้เปรียบด้านการเดินทาง เพราะอยู่ห่างจากตัวจังหวัดศรีสะเกษประมาณ 8–10 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 226 สายศรีสะเกษ-อุทุมพรพิสัย ผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถขับตามถนนสายหลักได้สะดวก เมื่อมาจากตัวเมืองศรีสะเกษจะพบพื้นที่วัดอยู่ริมถนนด้านขวามือ ส่วนผู้ที่มาจากอำเภออุทุมพรพิสัยสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 2083 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 226 มุ่งหน้าไปทางตัวเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 10 กม. จะถึงบริเวณวัดเทพปราสาท สระกำแพงน้อย
 
การเดินทาง เหมาะที่สุดคือรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถจักรยานยนต์ เนื่องจากสามารถแวะเที่ยวสถานที่ใกล้เคียงได้หลายแห่งในวันเดียวกัน หากไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารที่ผ่านเส้นทางศรีสะเกษ-อุทุมพรพิสัย แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือให้รถจอดใกล้บริเวณวัดตามความสะดวกของเส้นทาง ควรเดินทางในช่วงกลางวันเพื่อให้เห็นป้ายวัด ทางเข้า และรายละเอียดของโบราณสถานได้ชัดเจน
 
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะกับปราสาทวัดสระกำแพงน้อยสามารถจัดได้ทั้งแบบครึ่งวันและ 1 วัน หากเริ่มจากตัวเมืองศรีสะเกษ สามารถแวะศาลหลักเมืองศรีสะเกษ วัดมหาพุทธารามหรือหลวงพ่อโต พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำศรีสะเกษ แล้วเดินทางต่อไปยังปราสาทวัดสระกำแพงน้อย หากต้องการขยายเส้นทางไปด้านอุทุมพรพิสัย สามารถไปต่อยังปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ ซึ่งเป็นโบราณสถานขอมขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษได้ในวันเดียวกัน
 
ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยยังเหมาะสำหรับการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพราะช่วยอธิบายเรื่องศาสนสถานขอม อโรคยศาล พุทธมหายาน คติพระไภษัชยคุรุ และการจัดภูมิทัศน์ด้วยสระน้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจประวัติศาสตร์สามารถใช้สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างในการทำความเข้าใจว่าปราสาทขอมไม่ได้มีหน้าที่เหมือนกันทุกแห่ง บางแห่งเป็นเทวาลัย บางแห่งเป็นศาสนสถานประจำชุมชน และบางแห่งมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการรักษาโรคและการดูแลผู้คน
 
การมาเยือนปราสาทวัดสระกำแพงน้อยยังช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างปราสาทขอมขนาดเล็กกับโบราณสถานขนาดใหญ่ในจังหวัดเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบกับปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ จะเห็นความแตกต่างด้านขนาด ผัง และบทบาทของสถานที่ ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่มีความสมบูรณ์และขนาดใหญ่กว่า ส่วนปราสาทวัดสระกำแพงน้อยมีจุดเด่นเรื่องอโรคยศาลและผังสถานพยาบาลในสมัยขอมโบราณ ทั้ง 2 แห่งจึงควรเที่ยวควบคู่กันเพื่อให้เข้าใจภาพรวมศิลปะขอมในอำเภออุทุมพรพิสัยและพื้นที่ใกล้เคียง
 
คุณค่าของปราสาทวัดสระกำแพงน้อยอยู่ที่ความชัดเจนของผังและความหมายทางประวัติศาสตร์ แม้ตัวโบราณสถานจะไม่ใหญ่โต แต่สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้หลายชั้น ทั้งศิลปะบาปวนจากทับหลังพระวรุณ สถาปัตยกรรมบายนจากผังอโรคยศาล คติพุทธมหายานเรื่องพระไภษัชยคุรุ ความสำคัญของน้ำในภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ และบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่ที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสศรีสะเกษอย่างลึกซึ้ง ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยเป็นจุดหมายที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเดินทางง่าย ใช้เวลาไม่มาก และให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เข้มข้นกว่าขนาดของสถานที่มาก ผู้มาเยือนจะได้เห็นทั้งปรางค์ศิลาแลง สระน้ำ กำแพง โคปุระ วิหาร และบรรยากาศวัดที่ยังดำรงอยู่ในชุมชน เมื่อเดินออกจากพื้นที่ปราสาท สิ่งที่ติดตัวกลับไปไม่ใช่เพียงภาพของโบราณสถานเก่าแก่ แต่คือความเข้าใจว่าอีสานใต้เป็นพื้นที่ที่เคยมีระบบศาสนา การรักษาโรค ศิลปกรรม และชุมชนเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง
 
ชื่อสถานที่ปราสาทวัดสระกำแพงน้อย หรือ ปราสาทสระกำแพงน้อย
ที่ตั้งวัดเทพปราสาท สระกำแพงน้อย บ้านกลาง ตำบลขะยูง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
ที่อยู่ตำบลขะยูง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ 33120
พิกัด15.146262, 104.247169
ไฮไลต์ปรางค์ประธาน วิหาร กำแพงศิลาแลง โคปุระ สระน้ำขนาดใหญ่ และผังอโรคยศาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
ประวัติ / สมัย / ยุคเดิมเป็นศาสนสถานศิลปะขอมแบบบาปวนราวพุทธศตวรรษที่ 16 ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 18 มีองค์ประกอบแบบบายนและสัมพันธ์กับอโรคยศาลในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
ที่มาของชื่อชื่อสระกำแพงน้อยสัมพันธ์กับสระน้ำและกำแพงศิลาแลงที่เป็นองค์ประกอบเด่นของโบราณสถาน ส่วนวัดในปัจจุบันรู้จักในชื่อวัดเทพปราสาท สระกำแพงน้อย
ลักษณะเด่นปรางค์และวิหารก่อด้วยศิลาแลง ล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง มีซุ้มประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก และมีสระน้ำอยู่ในผังโบราณสถาน
หลักฐานสำคัญทับหลังพระวรุณประทับบนแท่นมีหงส์แบก 3 ตัว เหนือเศียรเกียรติมุข ศิลปะแบบบาปวน กำแพงศิลาแลง โคปุระ วิหาร บรรณาลัย สระน้ำกรุศิลาแลง และผังอโรคยศาลแบบบายน
การเดินทางจากตัวเมืองศรีสะเกษใช้ทางหลวงหมายเลข 226 สายศรีสะเกษ-อุทุมพรพิสัย ระยะทางประมาณ 8–10 กม. วัดอยู่ริมถนนด้านขวามือ หากมาจากอำเภออุทุมพรพิสัยใช้ทางหลวงหมายเลข 2083 ต่อด้วยหมายเลข 226 ประมาณ 10 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เป็นโบราณสถานภายในวัดเทพปราสาท สระกำแพงน้อย และเป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปะขอมแบบบายนในจังหวัดศรีสะเกษ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.30 – 16.30 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถภายในวัด พื้นที่เดินชมโบราณสถาน สระน้ำ พื้นที่ร่มรื่น และจุดไหว้พระภายในวัด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. ทางเข้าด้านทิศตะวันออก
2. โคปุระหรือซุ้มประตูทางเข้า
3. กำแพงศิลาแลง
4. ปรางค์ประธาน
5. วิหารหรือบรรณาลัย
6. สระน้ำกรุศิลาแลงด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
7. สระน้ำใหญ่ด้านหน้าปรางค์
8. พื้นที่วัดเทพปราสาท สระกำแพงน้อย
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระอธิการบุญบันดาล สุปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดเทพปราสาท สระกำแพงน้อย และกรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ในฐานะหน่วยงานดูแลโบราณสถาน
เบอร์ติดต่อพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลขะยูง โทร. 0-4582-6176
สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา โทร. 044-471518
เว็บไซต์ / เพจทางการองค์การบริหารส่วนตำบลขะยูง: khayung.go.th
สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา: finearts.go.th/fad10
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำศรีสะเกษ ประมาณ 10 กม.
2. ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 10 กม.
3. วัดมหาพุทธาราม หลวงพ่อโต ประมาณ 11 กม.
4. ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ ประมาณ 22 กม.
5. วัดพระธาตุเรืองรอง ประมาณ 23 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Coffee House บ้านกาแฟ ประมาณ 5 กม. โทร. 095-621-4246
2. ร้านอาหารดวงดี ประมาณ 9 กม. โทร. 045-691-399
3. คา-เฟ่ชา อุทุมพรพิสัย ประมาณ 10 กม. โทร. 098-474-4458
4. ชาบู ไทบ้าน อุทุมพรพิสัย ประมาณ 10 กม. โทร. 086-856-4330
5. Jungle Cafe สาขาอุทุมพรพิสัย ประมาณ 10 กม. โทร. 063-751-1771
ที่พักใกล้เคียง1. Onanong Resort อำเภออุทุมพรพิสัย ประมาณ 18 กม. โทร. 081-910-7046, 089-012-7059
2. ยู สี เกด รีสอร์ท อำเภอเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 14 กม. โทร. 094-539-0688, 045-814-767
3. แก้วขวัญรีสอร์ท อำเภอเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 15 กม. โทร. 086-450-1859
4. โรงแรมบ้านต้นไม้ ศรีสะเกษ ประมาณ 16 กม. โทร. 045-611-563, 080-477-7854
5. เฟิสท์ การ์เด้นโฮม รีสอร์ท อำเภอเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 17 กม. โทร. 045-612-613
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยตั้งอยู่ภายในวัดเทพปราสาท สระกำแพงน้อย บ้านกลาง ตำบลขะยูง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 8–10 กม.
 
ถาม: ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการเดินชมและถ่ายภาพที่สุด
 
ถาม: ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ฟรี โดยควรรักษามารยาทในพื้นที่วัดและไม่ปีนป่ายโบราณสถาน
 
ถาม: ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นโบราณสถานศิลปะขอมที่มีทั้งร่องรอยศิลปะแบบบาปวนและสถาปัตยกรรมแบบบายน โดยสัมพันธ์กับอโรคยศาลหรือศาสนสถานประจำสถานพยาบาลในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
 
ถาม: ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดของปราสาทวัดสระกำแพงน้อยคืออะไร?
ตอบ: ไฮไลต์สำคัญคือปรางค์ประธาน วิหาร กำแพงศิลาแลง โคปุระ สระน้ำกรุศิลาแลง สระน้ำใหญ่ด้านหน้า และเรื่องราวของทับหลังพระวรุณในศิลปะแบบบาปวน
 
ถาม: เดินทางไปปราสาทวัดสระกำแพงน้อยอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้ทางหลวงหมายเลข 226 สายศรีสะเกษ-อุทุมพรพิสัย ระยะทางประมาณ 8–10 กม. วัดอยู่ริมถนน เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวปราสาทวัดสระกำแพงน้อยนานเท่าไร?
ตอบ: การเดินชมทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที หากต้องการดูผังอโรคยศาล สระน้ำ กำแพงศิลาแลง และถ่ายภาพอย่างละเอียด ควรเผื่อเวลา 1–1.30 ชั่วโมง
 
ถาม: ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยเที่ยวร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำศรีสะเกษ ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ วัดมหาพุทธาราม ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ และวัดพระธาตุเรืองรองได้

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(12)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(8)
วัด วัด(13)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(7)
น้ำตก น้ำตก(5)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(3)