หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ >อ.ภูสิงห์ >ต.ไพรพัฒนา > วัดบ้านไพรพัฒนา
TL;DR: วัดบ้านไพรพัฒนา อยู่ที่111 หมู่ 10 ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ 33140 เปิดทุกวัน เวลา 06.00 - 20.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางลงทิศใต้ผ่านอำเภอวังหิน อำเภอขุขันธ์ และเข้าสู่อำเภอภูสิงห์ ผ่านทางหลวงหมายเลข 220, 24.

ศรีสะเกษ

วัดบ้านไพรพัฒนา

วัดบ้านไพรพัฒนา

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 - 20.00 น.
 
วัดไพรพัฒนา ศรีสะเกษ หรือที่ผู้คนจำนวนมากเรียกว่า วัดบ้านไพรพัฒนา หลวงปู่สรวง เป็นวัดสำคัญของตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายแดนอีสานใต้ใกล้แนวเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งเชื่อมโยงกับทั้งชุมชนไทย ชุมชนเขมรถิ่น และเส้นทางธรรมะของหลวงปู่สรวง ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนในอำเภอภูสิงห์ อำเภอขุนหาญ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ และประชาชนจากหลายพื้นที่ของประเทศไทย วัดแห่งนี้เป็นทั้งศาสนสถาน สถานที่ปฏิบัติธรรม แหล่งเรียนรู้ประวัติหลวงปู่สรวง และจุดหมายสำคัญของผู้แสวงบุญที่ต้องการมากราบสรีระสังขารของหลวงปู่สรวงซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในมณฑปปราสาทอิฐแดงขนาดใหญ่ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมงดงามคล้ายศิลปะขอม
 
ความสำคัญของวัดไพรพัฒนาเกิดจากศรัทธาต่อ หลวงปู่สรวง พระผู้ทรงศีลและบำเพ็ญเพียรภาวนาตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ผู้คนในอีสานใต้เรียกท่านด้วยความเคารพว่า เทวดาเดินดิน หรือ เทวดาเล่นดิน เพราะท่านมีปฏิปทาสมถะ พูดน้อย มักน้อย สันโดษ และดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายในกระท่อมไร่นาหรือพื้นที่ป่าตามแนวชายแดน ท่านไม่เน้นการสร้างภาพลักษณ์ภายนอก ไม่กล่าวเล่าประวัติส่วนตัวมากนัก แต่ผู้คนที่ได้พบเห็นและได้รับเมตตาจากท่านต่างเกิดความศรัทธาอย่างลึกซึ้ง ศรัทธานี้สืบทอดมาจนวัดไพรพัฒนากลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในอีสานใต้และผู้เดินทางจากทั่วประเทศ
 
หลวงปู่สรวงเป็นพระที่มีเรื่องเล่าปากต่อปากมากมายในพื้นที่ชายแดน บางคำบอกเล่าว่าท่านเป็นพระสงฆ์ที่เดินทางมาจากฝั่งกัมพูชา บางคำบอกเล่าว่าท่านเกี่ยวข้องกับชุมชนชายแดนศรีสะเกษ แต่สิ่งที่ทุกคำบอกเล่าตรงกันคือท่านเป็นผู้รักษาศีล ปฏิบัติธรรม และเมตตาต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก ชาวบ้านในสมัยก่อนเรียกท่านว่า “ลูกเอ็อวเบ๊าะ” หรือ “ลูกตาเบ๊าะ” ซึ่งเป็นภาษาเขมรถิ่นหมายถึงพระดาบสหรือผู้รักษาศีลอยู่ตามถ้ำ ป่าเขา และลำเนาไพร คำเรียกนี้สะท้อนภาพหลวงปู่สรวงในสายตาชาวบ้านว่าเป็นพระผู้ไม่ยึดติดสถานที่ ใช้ชีวิตใกล้ธรรมชาติ และดำรงตนด้วยความสำรวมเหนือวิถีของคนทั่วไป
 
พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่สรวงครอบคลุมชุมชนชายแดนหลายแห่ง ทั้งแถบอำเภอขุนหาญ อำเภอขุขันธ์ และอำเภอภูสิงห์ โดยเฉพาะบริเวณเชิงเขาพนมดงรักซึ่งเป็นแนวเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ท่านมักพักอยู่ตามกระท่อมในไร่ชาวบ้านโคกหรือกระท่อมนาเล็ก ๆ แล้วเวียนไปในที่ต่าง ๆ เป็นระยะ เมื่อหายไปนานก็กลับมาให้ผู้คนเห็น ณ ที่เดิมอีก ภาพเช่นนี้ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าท่านเป็นพระที่เดินทางอย่างอิสระ ไม่ผูกติดกับสิ่งใด และมีวิถีปฏิบัติที่เข้มข้น ท่านใช้ธรรมชาติเป็นที่พัก ใช้ความเรียบง่ายเป็นเครื่องฝึกตน และใช้เมตตาเป็นสะพานเชื่อมกับผู้คน
 
วัดไพรพัฒนาเดิมเป็นพื้นที่พำนักสำคัญของหลวงปู่สรวงในช่วงที่ท่านยังมีชีวิต ต่อมาหลังจากหลวงปู่สรวงละสังขารในปี พ.ศ. 2542 สรีระสังขารของท่านไม่เปื่อยเน่า ลูกศิษย์จึงอัญเชิญสรีระสังขารบรรจุไว้ในโลงแก้ว เพื่อให้ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนได้มากราบไหว้ สักการะ ขอพร และลอดใต้โลงแก้วเพื่อความเป็นสิริมงคล พื้นที่ที่เคยเป็นเพียงสถานที่พำนักของพระผู้สมถะจึงพัฒนาขึ้นเป็นศูนย์กลางศรัทธาขนาดใหญ่ มีผู้คนเดินทางมาอย่างต่อเนื่องทั้งในวันธรรมดา วันหยุด วันพระ และช่วงเทศกาลสำคัญ
 
จุดเด่นสูงสุดของวัดคือ มณฑปปราสาทหลวงปู่สรวง อาคารอิฐแดงขนาดใหญ่ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมคล้ายปราสาทขอม ตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวัดไพรพัฒนา ตัวอาคารมีโครงสร้างสูงเด่น ลวดลายประดับละเอียด และบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์สมกับเป็นที่ประดิษฐานสรีระสังขารของหลวงปู่สรวง การใช้รูปแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะขอมสอดคล้องกับภูมิหลังของพื้นที่อีสานใต้ ซึ่งเป็นเขตวัฒนธรรมที่มีร่องรอยขอมโบราณและวัฒนธรรมเขมรถิ่นอยู่หนาแน่น มณฑปปราสาทจึงไม่ใช่เพียงอาคารสักการะ แต่เป็นงานสถาปัตยกรรมที่เชื่อมศรัทธาปัจจุบันเข้ากับรากวัฒนธรรมของพื้นที่อย่างชัดเจน
 
ภายในมณฑปปราสาทเป็นที่ตั้งของโลงแก้วหลวงปู่สรวง ซึ่งเป็นหัวใจทางศรัทธาของวัด ผู้มาเยือนนิยมเข้าสักการะด้วยการกราบไหว้ ตั้งจิตอธิษฐาน ถวายดอกไม้ ธูปเทียน พวงมาลัย และเดินลอดใต้โลงแก้วตามความเชื่อเรื่องสิริมงคล การลอดใต้โลงแก้วเป็นพิธีปฏิบัติที่ผู้ศรัทธาให้ความหมายในเชิงการขอพร ขจัดอุปสรรค และรับพลังใจจากบารมีของหลวงปู่สรวง อย่างไรก็ตาม การปฏิบัตินี้ควรทำด้วยความสำรวม ไม่เร่งรีบ ไม่เบียดเสียด และให้เกียรติผู้ที่กำลังสักการะอยู่ภายในมณฑป
 
รอบพื้นที่มณฑปปราสาทจะพบรูปปั้นไก่ชนจำนวนมากที่ประชาชนนำมาถวายเพื่อแก้บนและแสดงความศรัทธาต่อหลวงปู่สรวง ไก่ชนกลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่ผู้มาเยือนจดจำได้ทันทีเมื่อมาถึงวัดไพรพัฒนา รูปปั้นไก่หลากสีหลายขนาดทำให้พื้นที่วัดมีภาพลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งสะท้อนความเชื่อพื้นถิ่นและแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างศรัทธาของประชาชนกับเรื่องเล่าเกี่ยวกับหลวงปู่สรวง การถวายไก่ชนในลักษณะนี้ควรเข้าใจในฐานะภาษาทางศรัทธาของชาวบ้าน เป็นการแสดงความเคารพและขอบคุณต่อบารมีของหลวงปู่ตามความเชื่อของผู้มาสักการะ
 
วัดไพรพัฒนาเป็นวัดราษฎร์ที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและอยู่ภายใต้การดูแลของ พระครูโกศลสิกขกิจ หรือหลวงพ่อพุฒิ วายาโม เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนาและเจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ ฝ่ายธรรมยุต ท่านมีบทบาทสำคัญในการดูแลวัด สืบทอดศรัทธาหลวงปู่สรวง พัฒนาพื้นที่วัด ดูแลกิจกรรมสาธารณะของศิษยานุศิษย์ และส่งเสริมการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร วัดจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สักการะสรีระสังขารเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและการศึกษาพระปริยัติธรรมในพื้นที่ชายแดน
 
ภายในวัดมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมโกศลสิกขกิจวิทยาวัดไพรพัฒนา ซึ่งรองรับการศึกษาเล่าเรียนของภิกษุและสามเณรในพื้นที่ การมีสถานศึกษาพระปริยัติธรรมภายในวัดทำให้วัดไพรพัฒนามีบทบาทด้านการศึกษาอย่างชัดเจน สะท้อนเจตนารมณ์ของคณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์หลวงปู่สรวงที่ต้องการให้วัดเป็นทั้งสถานที่สักการะ สถานที่ศึกษา และพื้นที่สร้างอนาคตให้เยาวชนในเพศบรรพชิต วัดจึงมีคุณค่าทั้งทางศรัทธาและทางสังคม
 
วัดไพรพัฒนาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2550 และมีการพัฒนาเสนาสนะหลายส่วน เช่น อุโบสถ ศาลาใหญ่ กุฏิ อาคารเรียน และพื้นที่รองรับกิจกรรมของผู้มาเยือน อุโบสถสร้างขึ้นเพื่อรองรับสังฆกรรมและพิธีสำคัญของวัด ส่วนศาลาใหญ่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่รวมญาติโยม ทำบุญ ฟังธรรม และรองรับงานบุญของศิษยานุศิษย์หลวงปู่สรวง การพัฒนาเหล่านี้ทำให้วัดมีโครงสร้างพร้อมสำหรับรองรับผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญที่มีผู้เดินทางมาจากหลายจังหวัด
 
วัดยังได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานบรรจุไว้ ณ มณฑปปราสาทหลวงปู่สรวง ทำให้มณฑปปราสาทมีความหมายทางพระพุทธศาสนาเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่ง ผู้มาเยือนจึงไม่ได้มากราบสรีระสังขารของพระอริยสงฆ์ผู้เป็นที่เคารพเท่านั้น แต่ยังได้สักการะพระบรมสารีริกธาตุซึ่งเป็นปูชนียวัตถุสูงสุดในพระพุทธศาสนา การสักการะควรทำด้วยความสงบ ตั้งจิตให้มั่น และระลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสำคัญ
 
ความศรัทธาต่อหลวงปู่สรวงมีลักษณะเฉพาะ เพราะท่านเป็นพระที่อยู่กึ่งกลางระหว่างประวัติบุคคล ตำนานท้องถิ่น และประสบการณ์ศรัทธาของผู้คนจำนวนมาก เรื่องเล่าของท่านไม่ได้เน้นลำดับประวัติแบบเป็นทางการ แต่เน้นปฏิปทา ความสมถะ ความเมตตา และความอัศจรรย์ที่ผู้คนบอกเล่าต่อกัน สิ่งนี้ทำให้หลวงปู่สรวงเป็นบุคคลสำคัญของความทรงจำร่วมในอีสานใต้ ผู้คนไม่ได้ศรัทธาท่านเพราะข้อมูลชีวประวัติครบถ้วน แต่ศรัทธาเพราะปฏิปทาที่ชัดเจนและประสบการณ์ทางใจที่ได้รับจากการกราบไหว้บูชา
 
ในช่วงสงกรานต์ วัดไพรพัฒนามีกิจกรรมสำคัญคือพิธีสรงน้ำและเปลี่ยนผ้าไตรหลวงปู่สรวง ซึ่งเป็นงานบุญที่ผู้ศรัทธาจำนวนมากเข้าร่วมทุกปี พิธีนี้มีความหมายในเชิงการแสดงกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ การบูชาคุณของหลวงปู่สรวง และการรวมใจของศิษยานุศิษย์ทั้งใกล้และไกล ผู้ที่เดินทางมาในช่วงงานจะเห็นภาพวัดในมิติที่มีชีวิตมากขึ้น ทั้งขบวนผู้ศรัทธา การทำบุญ การถวายเครื่องสักการะ และบรรยากาศชุมชนชายแดนที่รวมตัวกันด้วยศรัทธาเดียวกัน
 
อีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้วัดไพรพัฒนาแตกต่างคือ ตลาดวัดไพรพัฒนา หรือตลาดประชารัฐต้องชมที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัด ตลาดนี้เกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงศรัทธาหลวงปู่สรวงกับเศรษฐกิจชุมชน ผู้มาเยือนสามารถทำบุญ ไหว้พระ และซื้อสินค้าท้องถิ่นในพื้นที่เดียวกัน ตลาดช่วยเพิ่มรายได้ให้ชุมชน รักษาวิถีชีวิตท้องถิ่น และทำให้วัดเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่เชื่อมศาสนา วัฒนธรรม และเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม
 
วัดไพรพัฒนาตั้งอยู่ใกล้เส้นทางท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชาหลายแห่ง เช่น จุดชมวิวพญากูปรี เมืองใหม่ช่องสะงำ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ และผามออีแดงในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ผู้ที่เดินทางมาสักการะหลวงปู่สรวงจึงสามารถต่อเส้นทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและชายแดนได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะจุดชมวิวพญากูปรีซึ่งตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาพนมดงรัก มองเห็นพื้นที่ต้นน้ำห้วยสำราญและภูมิทัศน์ชายแดนที่สวยงาม
 
บริบทภูสิงห์ทำให้วัดไพรพัฒนามีเอกลักษณ์พิเศษ อำเภอนี้เป็นพื้นที่ชายแดนที่มีทั้งภูเขา ป่า สวนยางพารา ชุมชนเกษตร และวัฒนธรรมเขมรถิ่น เส้นทางสู่ชายแดนช่องสะงำทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ถึงความเป็นด่านหน้าอีสานใต้ วัดไพรพัฒนาจึงไม่ได้เป็นวัดในเมืองที่แยกจากธรรมชาติ แต่เป็นวัดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศชายแดน มีบรรยากาศของศรัทธา ป่าเขา และชีวิตผู้คนตามแนวพรมแดนปะปนอยู่ด้วยกัน
 
การเดินทางมายังวัดไพรพัฒนาจากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางลงไปทางทิศใต้ ผ่านอำเภอวังหิน อำเภอขุขันธ์ และเชื่อมต่อสู่อำเภอภูสิงห์ตามเส้นทางหมายเลข 220, 24, 2201, 4001 และ 2341 ระยะทางโดยรวมประมาณ 90–100 กิโลเมตรตามเส้นทางถนน ผู้ที่เดินทางจากตัวอำเภอขุนหาญสามารถใช้เส้นทางไปตำบลพรานและตำบลไพรพัฒนา โดยมีระยะทางประมาณ 35–40 กิโลเมตร ส่วนผู้ที่มาจากเส้นทางช่องสะงำสามารถแวะวัดไพรพัฒนาก่อนหรือหลังเที่ยวจุดชมวิวพญากูปรีและเมืองใหม่ช่องสะงำได้สะดวก
 
การเดินทาง ด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะวัดตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลไพรพัฒนาที่เชื่อมกับแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง หากเดินทางแบบวันเดียวจากตัวเมืองศรีสะเกษ ควรออกเดินทางช่วงเช้าเพื่อมาถึงวัดในช่วงอากาศไม่ร้อนมาก จากนั้นใช้เวลาสักการะหลวงปู่สรวง ชมมณฑปปราสาท ตลาดวัดไพรพัฒนา และเดินทางต่อไปจุดชมวิวพญากูปรี หาดสุขสำราญ หรือช่องสะงำ หากต้องการเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ ควรพักค้างคืนในพื้นที่ภูสิงห์หรือขุนหาญ
 
เวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็นก่อนค่ำ ช่วงเช้าเหมาะสำหรับสักการะหลวงปู่สรวง เดินชมมณฑป และทำบุญโดยไม่แออัด ส่วนช่วงเย็นแสงธรรมชาติช่วยขับสีของมณฑปปราสาทอิฐแดงให้สวยงามขึ้น ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพควรใช้มุมภายนอกอาคารและลานวัดโดยไม่รบกวนผู้สักการะ ส่วนภายในมณฑปควรถ่ายภาพด้วยความสำรวมและปฏิบัติตามข้อกำหนดของวัดอย่างเคร่งครัด
 
วัดไพรพัฒนาไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะหลวงปู่สรวง กราบสรีระสังขาร ชมมณฑปปราสาท เดินตลาดวัด และทำบุญได้ตามเวลาเปิดทำการ การถวายดอกไม้ พวงมาลัย ธูปเทียน ผ้าไตร ปัจจัย หรือร่วมบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธา การไม่เก็บค่าเข้าชมทำให้วัดยังคงเป็นศาสนสถานของประชาชน เปิดกว้างสำหรับผู้ศรัทธา นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจวัฒนธรรมชายแดนอีสานใต้
 
มารยาทในการเข้าชมวัดไพรพัฒนาควรยึดหลักความสุภาพและความเคารพเป็นสำคัญ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าในพื้นที่ที่วัดกำหนด รักษาความสงบ ไม่ส่งเสียงดังภายในมณฑป ไม่ปีนโครงสร้างอาคาร ไม่แตะต้องโลงแก้วหรือสรีระสังขารโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ขวางทางผู้ที่ต้องการลอดใต้โลงแก้ว ไม่ทิ้งขยะ และไม่ใช้พื้นที่วัดเพื่อความบันเทิงหรือการถ่ายภาพที่ไม่เหมาะสม สถานที่นี้เป็นพื้นที่ศรัทธาของผู้คนจำนวนมาก การใช้พื้นที่อย่างเคารพจึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญที่สุด
 
สำหรับผู้ที่ต้องการลอดใต้โลงแก้วหลวงปู่สรวง ควรรอคิวอย่างเป็นระเบียบ ตั้งจิตให้สงบ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หรือผู้ดูแลวัด การลอดใต้โลงแก้วมีความหมายในเชิงศรัทธาและความเป็นสิริมงคล ไม่ควรทำด้วยความคึกคะนองหรือเร่งรีบ หลังจากสักการะแล้วควรเว้นพื้นที่ให้ผู้อื่นได้เข้ากราบไหว้ต่อ การรักษาความเป็นระเบียบทำให้บรรยากาศภายในมณฑปสงบและเหมาะกับการบูชาครูบาอาจารย์
 
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วัดไพรพัฒนาเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายศาสนาและวัฒนธรรมอีสานใต้ได้อย่างชัดเจน เพราะมีทั้งพระพุทธศาสนา ความศรัทธาต่อครูบาอาจารย์ สถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะขอม ประเพณีชายแดน ตลาดชุมชน และภูมิประเทศใกล้เทือกเขาพนมดงรัก ผู้มาเยือนจะเห็นว่าศรัทธาไทยในระดับท้องถิ่นไม่ได้อยู่เฉพาะในวัดหลวงหรือศาสนสถานเมืองใหญ่ แต่ดำรงอยู่ในวัดชายแดนที่ผู้คนเดินทางมาด้วยความเคารพและความผูกพันทางใจอย่างแท้จริง
 
วัดไพรพัฒนาจึงเป็นจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาในจังหวัดศรีสะเกษ มณฑปปราสาทหลวงปู่สรวงเป็นหัวใจทางสถาปัตยกรรม โลงแก้วหลวงปู่สรวงเป็นหัวใจทางศรัทธา ตลาดวัดไพรพัฒนาเป็นหัวใจของชุมชน รูปปั้นไก่ชนเป็นภาพจำของการแก้บนและความเคารพ ส่วนเส้นทางภูสิงห์-ช่องสะงำเป็นบริบททางภูมิศาสตร์ที่ทำให้วัดแห่งนี้แตกต่างจากวัดอื่นอย่างชัดเจน การมาเยือนวัดแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงการไหว้พระ แต่เป็นการเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์ ชาวบ้าน ศรัทธา ชายแดน และวัฒนธรรมอีสานใต้ที่ยังดำรงอยู่จริง
 
โดยสรุป วัดไพรพัฒนา หรือวัดบ้านไพรพัฒนา หลวงปู่สรวง เป็นหนึ่งในศาสนสถานที่มีความหมายมากที่สุดของอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เพราะเป็นสถานที่ประดิษฐานสรีระสังขารของหลวงปู่สรวง พระผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเทวดาเดินดินของอีสานใต้ เป็นวัดที่มีมณฑปปราสาทอิฐแดงงดงาม มีตลาดชุมชน มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม มีเส้นทางเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวชายแดน และเป็นพื้นที่ที่ศรัทธาของผู้คนจำนวนมากเดินทางมาบรรจบกันอย่างต่อเนื่อง ผู้มาเยือนจะได้รับทั้งความสงบทางใจ ความเข้าใจในวัฒนธรรมชายแดน และภาพจำอันลึกซึ้งของศรัทธาต่อหลวงปู่สรวงที่ยังไม่เสื่อมคลาย
 
ชื่อสถานที่วัดไพรพัฒนา ศรีสะเกษ / วัดบ้านไพรพัฒนา หลวงปู่สรวง
ชื่อสำคัญที่เกี่ยวข้องวัดไพรพัฒนา, วัดหลวงปู่สรวง, มณฑปปราสาทหลวงปู่สรวง, หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน, หลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน, ตลาดวัดไพรพัฒนา
ประเภทสถานที่วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ศาสนสถาน สถานที่ปฏิบัติธรรม แหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา และศูนย์รวมจิตใจของศิษยานุศิษย์หลวงปู่สรวง
ที่ตั้ง111 หมู่ 10 ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ 33140
พิกัด14.465792, 104.071762
ระยะทางจากจุดสำคัญห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 90 - 100 กม. ตามเส้นทางถนน ห่างจากตัวอำเภอขุนหาญประมาณ 35 - 40 กม. และอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวภูสิงห์ - ช่องสะงำ
ความสำคัญเป็นวัดสำคัญของหลวงปู่สรวง พระผู้ได้รับการเคารพศรัทธาในฐานะเทวดาเดินดินแห่งอีสานใต้ เป็นที่ประดิษฐานสรีระสังขารของหลวงปู่สรวงภายในโลงแก้ว และเป็นจุดหมายหลักของผู้แสวงบุญในอำเภอภูสิงห์
ประวัติโดยสรุปวัดไพรพัฒนาเดิมเป็นพื้นที่พำนักของหลวงปู่สรวง พระผู้บำเพ็ญเพียรตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากหลวงปู่ละสังขารในปี พ.ศ. 2542 สรีระสังขารไม่เปื่อยเน่า ลูกศิษย์จึงอัญเชิญบรรจุไว้ในโลงแก้วภายในมณฑปปราสาท เพื่อให้ศิษยานุศิษย์และประชาชนได้มากราบไหว้บูชา
บุคคลสำคัญหลวงปู่สรวง พระผู้ทรงศีลและปฏิบัติธรรมตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นที่รู้จักในนามเทวดาเดินดินหรือเทวดาเล่นดินของอีสานใต้
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูโกศลสิกขกิจ หรือหลวงพ่อพุฒิ วายาโม เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา และเจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ ฝ่ายธรรมยุต ร่วมกับคณะสงฆ์วัดไพรพัฒนา มูลนิธิหลวงปู่สรวง ศิษยานุศิษย์ และชุมชนตำบลไพรพัฒนา
พระจำพรรษา5 รูป
สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสรีระสังขารหลวงปู่สรวงในโลงแก้ว, พระบรมสารีริกธาตุภายในมณฑปปราสาท, รูปเหมือนหลวงปู่สรวง, มณฑปปราสาทหลวงปู่สรวง และจุดสักการะภายในวัด
จุดเด่นสถาปัตยกรรมมณฑปปราสาทหลวงปู่สรวงอิฐแดงรูปแบบคล้ายศิลปะขอม อาคารสูงเด่น ลวดลายประดับละเอียด มีบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์และเป็นแลนด์มาร์กหลักของวัดไพรพัฒนา
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดและแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ประชาชนสามารถเข้าสักการะหลวงปู่สรวง กราบโลงแก้ว เดินตลาดวัดไพรพัฒนา และชมมณฑปปราสาทได้ตามเวลาเปิดทำการ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ06.00 - 20.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เก็บค่าเข้าชม การทำบุญ ถวายดอกไม้ พวงมาลัย ธูปเทียน ผ้าไตร หรือปัจจัยบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธา
งานประเพณีสำคัญพิธีสรงน้ำและเปลี่ยนผ้าไตรหลวงปู่สรวงในช่วงสงกรานต์ งานบุญบูชาครูบาอาจารย์ งานกฐิน งานผ้าป่า และกิจกรรมของศิษยานุศิษย์หลวงปู่สรวง
โซน / ส่วนสำคัญภายในวัด1. โซนมณฑปปราสาทหลวงปู่สรวง
2. โซนโลงแก้วสรีระสังขารหลวงปู่สรวง
3. โซนลอดใต้โลงแก้วเพื่อความเป็นสิริมงคล
4. โซนพระบรมสารีริกธาตุภายในมณฑป
5. โซนรูปเหมือนและจุดบูชาหลวงปู่สรวง
6. โซนรูปปั้นไก่ชนแก้บน
7. โซนตลาดวัดไพรพัฒนา / ตลาดประชารัฐต้องชม
8. โซนอุโบสถและศาลาใหญ่
9. โซนโรงเรียนพระปริยัติธรรมโกศลสิกขกิจวิทยา
10. โซนลานวัดและพื้นที่ทำบุญ
11. โซนพื้นที่สงฆ์และกุฏิ
12. โซนจุดถ่ายภาพมณฑปปราสาทอิฐแดง
สิ่งอำนวยความสะดวกลานจอดรถ พื้นที่สักการะ มณฑปปราสาท ศาลาใหญ่ ตลาดวัด จุดบูชาดอกไม้และเครื่องสักการะ ห้องน้ำ พื้นที่พักคอย ลานวัด และบริการพื้นฐานของชุมชนตำบลไพรพัฒนา
เบอร์ติดต่อที่เกี่ยวข้องวัดไพรพัฒนา / มูลนิธิหลวงปู่สรวง โทร. 081-265-9154, 081-394-1813, 098-586-0507, 099-625-3859
องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยตึ๊กชู โทร. 045-608021, 045-608112
การเดินทางจากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางลงทิศใต้ผ่านอำเภอวังหิน อำเภอขุขันธ์ และเข้าสู่อำเภอภูสิงห์ ผ่านทางหลวงหมายเลข 220, 24, 2201, 4001 และ 2341 ระยะทางประมาณ 90 - 100 กม. ตามเส้นทางถนน เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าชมแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ถอดรองเท้าในพื้นที่ที่วัดกำหนด ไม่แตะต้องโลงแก้วหรือสรีระสังขารโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ปีนมณฑปหรือรูปปั้น ไม่ขวางทางผู้ลอดใต้โลงแก้ว ไม่รบกวนพระสงฆ์และผู้สักการะ และรักษาความสะอาดภายในวัด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ตลาดวัดไพรพัฒนา ภายในวัด ประมาณ 0 กม.
2. จุดชมวิวพญากูปรี ประมาณ 8 กม.
3. หาดสุขสำราญ / อ่างเก็บน้ำห้วยสำราญ ประมาณ 9 กม.
4. เมืองใหม่ช่องสะงำ ประมาณ 12 กม.
5. จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ประมาณ 13 กม.
6. วัดพระพุทธบาทภูสิงห์ ประมาณ 18 กม.
7. ผามออีแดง / อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ประมาณ 25 กม.
8. วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว / วัดล้านขวด ประมาณ 42 กม. โทร. 084-524-3770
9. น้ำตกสำโรงเกียรติ / น้ำตกปีศาจ ประมาณ 45 กม. โทร. 063-565-9399
10. ตัวเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 90 - 100 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. พิซซ่าเตาฟืน ไพรพัฒนา ประมาณ 1 กม. โทร. 086-440-7603
2. The Yard - Suksamran หาดสุขสำราญ ประมาณ 9 กม. โทร. 094-542-3292
3. Pongsin Resort & Restaurant ตำบลพราน ประมาณ 18 กม. โทร. 088-375-5199
4. BJ Coffee House กาแฟสด ขุนหาญ ประมาณ 38 กม. โทร. 098-214-6024
5. ฌ-เฌอ Cho Cher Coffee & Bakery ขุนหาญ ประมาณ 38 กม. โทร. 091-014-0622
6. MOMOCHA ชานมไข่มุกไต้หวัน ขุนหาญ ประมาณ 38 กม. โทร. 064-959-0476, 062-441-9235
7. บ้านนมสดขุนหาญ ประมาณ 38 กม. โทร. 094-287-2058
8. พรสวรรค์คาเฟ่ ขุนหาญ ประมาณ 39 กม. โทร. 063-497-7625, 088-192-3166
ที่พักใกล้เคียง1. ฮันนีมูนรีสอร์ท ภูสิงห์ ประมาณ 10 กม. โทร. 093-567-1285
2. ผึ้งหลวงรีสอร์ท อำเภอภูสิงห์ ประมาณ 12 กม. โทร. 092-992-9952
3. Pongsin Resort & Restaurant ตำบลพราน ประมาณ 18 กม. โทร. 088-375-5199
4. ห้วยซันรีสอร์ท ประมาณ 22 กม. โทร. 045-781-844, 045-781-845, 089-844-8185
5. Peace Pool Resort ขุนหาญ ประมาณ 38 กม. โทร. 081-879-5822
6. Rerawadi Resort & Spa ขุนหาญ ประมาณ 38 กม. โทร. 087-128-0095
7. B2 Sisaket Boutique & Budget Hotel เมืองศรีสะเกษ ประมาณ 95 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดไพรพัฒนา หรือวัดบ้านไพรพัฒนา หลวงปู่สรวง อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดไพรพัฒนาตั้งอยู่ที่ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นวัดสำคัญของหลวงปู่สรวงและอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชาด้านภูสิงห์ - ช่องสะงำ
 
ถาม: วัดไพรพัฒนาเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: วัดไพรพัฒนาเปิดทุกวัน เวลา 06.00 - 20.00 น. ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะหลวงปู่สรวง ชมมณฑปปราสาท เดินตลาดวัด และทำบุญได้ตามเวลานี้
 
ถาม: วัดไพรพัฒนามีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดไพรพัฒนาไม่เก็บค่าเข้าชม การถวายดอกไม้ พวงมาลัย ธูปเทียน ผ้าไตร หรือร่วมทำบุญบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธาของผู้มาเยือน
 
ถาม: หลวงปู่สรวงมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: หลวงปู่สรวงเป็นพระผู้ทรงศีลและบำเพ็ญเพียรตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวอีสานใต้และประชาชนทั่วไปในนามเทวดาเดินดินหรือเทวดาเล่นดิน
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนาปัจจุบันคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนาคือ พระครูโกศลสิกขกิจ หรือหลวงพ่อพุฒิ วายาโม ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ ฝ่ายธรรมยุต และดูแลวัดร่วมกับคณะสงฆ์ มูลนิธิหลวงปู่สรวง ศิษยานุศิษย์ และชุมชนตำบลไพรพัฒนา
 
ถาม: จุดเด่นที่ควรชมภายในวัดไพรพัฒนามีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดเด่นสำคัญ ได้แก่ มณฑปปราสาทหลวงปู่สรวง โลงแก้วสรีระสังขารหลวงปู่สรวง จุดลอดใต้โลงแก้ว พระบรมสารีริกธาตุ รูปเหมือนหลวงปู่สรวง รูปปั้นไก่ชนแก้บน ตลาดวัดไพรพัฒนา อุโบสถ ศาลาใหญ่ และโรงเรียนพระปริยัติธรรมภายในวัด
 
ถาม: เดินทางไปวัดไพรพัฒนาอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางลงทิศใต้ผ่านอำเภอวังหิน อำเภอขุขันธ์ และเข้าสู่อำเภอภูสิงห์ ระยะทางประมาณ 90 - 100 กม. ตามเส้นทางถนน เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
 
ถาม: วัดไพรพัฒนาสามารถเที่ยวร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับจุดชมวิวพญากูปรี หาดสุขสำราญ เมืองใหม่ช่องสะงำ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ วัดพระพุทธบาทภูสิงห์ ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร วัดล้านขวด และน้ำตกสำโรงเกียรติได้

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(12)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(8)
วัด วัด(13)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(7)
น้ำตก น้ำตก(5)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(3)