หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ >อ.ขุขันธ์ >ต.ปรือใหญ่ > สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์
TL;DR: สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ อยู่ที่5 หมู่ 13 บ้านนาจะเรีย ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33140 เปิดนักท่องเที่ยวทั่วไป วันเสาร์ - วันอาทิตย์ / หมู่คณะและหน่วยงาน วันจันทร์ เวลา 10.00 - 15.00 น.

ศรีสะเกษ

สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์

สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์

วันเปิดทำการ: นักท่องเที่ยวทั่วไป วันเสาร์ - วันอาทิตย์ / หมู่คณะและหน่วยงาน วันจันทร์ - วันศุกร์ โดยประสานงานล่วงหน้า
เวลาเปิดทำการ: 10.00 - 15.00 น.
 
สถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ศรีสะเกษ หรือชื่อทางการว่า สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ ตั้งอยู่ภายในโครงการทับทิมสยาม 06 บ้านนาจะเรีย หมู่ 13 ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสัตว์ป่าและระบบนิเวศที่สำคัญของอีสานใต้ พื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาพนมดงรัก ห่างจากตัวอำเภอขุขันธ์ประมาณ 18 กิโลเมตร อยู่ในภูมิประเทศที่เชื่อมต่อป่า ชุมชน และพื้นที่อนุรักษ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างชัดเจน สถานีแห่งนี้มีบทบาททั้งด้านการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์สัตว์ป่า การฟื้นฟูสัตว์ป่า การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยคืนธรรมชาติ การให้ความรู้แก่ประชาชน และการเปิดพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบกำหนดรอบเข้าชม
 
จุดเด่นของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์อยู่ที่การเป็นสถานที่ราชการด้านการอนุรักษ์ที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาเรียนรู้ได้จริง ผู้มาเยือนไม่ได้เห็นสัตว์ป่าในฐานะสิ่งจัดแสดงเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ได้เข้าใจว่าสัตว์ป่าหลายตัวมีที่มาจากการเป็นสัตว์ของกลาง สัตว์ป่วย สัตว์พิการ สัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากการลักลอบค้าหรือการอยู่ใกล้ชุมชน และสัตว์ที่ต้องได้รับการฟื้นฟูก่อนกลับคืนสู่ธรรมชาติ การเข้าชมจึงมีคุณค่ามากกว่าการเที่ยวชมสัตว์ เพราะเป็นการเรียนรู้ระบบงานอนุรักษ์ที่อยู่เบื้องหลังการคุ้มครองสัตว์ป่าของประเทศ
 
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์มีที่มาจากพระราชดำริเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2536 เมื่อสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงรับโครงการสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าของจังหวัดศรีสะเกษเข้าร่วมโครงการทับทิมสยาม 06 และพระราชทานชื่อว่า “สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์” เพื่อปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสมกับการเพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ และปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ อันเป็นการรักษาสมดุลของระบบนิเวศในพื้นที่ชายแดนอีสานใต้
 
พระราชดำริเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เน้นให้สถานีเตรียมความพร้อมสำหรับการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่า ฝึกสัตว์ป่าให้มีความพร้อมก่อนปล่อยกลับเข้าป่า ปรับปรุงแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร สร้างแหล่งอาหารเสริม และพัฒนาระบบประปาเพื่อสนับสนุนแปลงพืชอาหารสัตว์ แนวทางดังกล่าวทำให้สถานีแห่งนี้ไม่ได้ทำงานเฉพาะการเลี้ยงสัตว์ในกรง แต่เชื่อมโยงกับการฟื้นฟูระบบนิเวศ การจัดการน้ำ การจัดการอาหารสัตว์ และการเตรียมพื้นที่ธรรมชาติให้รองรับการคืนชีวิตสัตว์ป่าสู่ป่าได้อย่างเป็นระบบ
 
พื้นที่โครงการทับทิมสยาม 06 บ้านนาจะเรียมีภูมิหลังสำคัญต่อการพัฒนาชุมชนชายแดน เดิมบ้านนาจะเรียเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดที่ทำกินและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ชุมชนตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของตำบลปรือใหญ่ ใกล้เขตเทือกเขาพนมดงรักและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา การเกิดขึ้นของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์จึงสัมพันธ์กับการฟื้นฟูป่า การลดแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างความเข้าใจระหว่างคนกับสัตว์ป่าในพื้นที่ที่ชุมชนกับป่าอยู่ใกล้กันมาก
 
สถานีตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่มีความพิเศษ เพราะอยู่บนรอยต่อของอำเภอภูสิงห์ อำเภอขุขันธ์ และอำเภอขุนหาญ พื้นที่กว่า 6,000 ไร่ของสถานีจึงมีทั้งเขตป่า แหล่งน้ำ แปลงอาหารสัตว์ คอกเพาะเลี้ยง กรงอนุบาล จุดจัดแสดงเพื่อการเรียนรู้ และเส้นทางธรรมชาติที่เชื่อมกับผืนป่าใกล้เคียง ความกว้างใหญ่ของพื้นที่ทำให้สัตว์บางกลุ่มมีพื้นที่ฟื้นฟูและปรับพฤติกรรมมากกว่ากรงเลี้ยงขนาดเล็กทั่วไป โดยเฉพาะสัตว์กีบ สัตว์ปีก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์นักล่าที่ต้องใช้การดูแลจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด
 
สัตว์ป่าที่พบในสถานีมีหลายกลุ่ม กลุ่มสัตว์กีบประกอบด้วยเก้ง กวาง เนื้อทราย ละอง และละมั่ง ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศป่าในฐานะสัตว์กินพืชและเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหาร กลุ่มสัตว์ปีกมีทั้งนกอินทรี เหยี่ยว ไก่ฟ้า และนกชนิดต่าง ๆ ที่ใช้เป็นฐานความรู้เรื่องพฤติกรรมการบิน การหาอาหาร และการขยายพันธุ์ ส่วนกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีลิง นางอาย อีเห็น ชะมด และสัตว์ป่าขนาดกลางอีกหลายชนิด สถานียังมีโซนเสือโคร่งและเสือดาวซึ่งเป็นกลุ่มสัตว์ที่ต้องควบคุมการเข้าชมด้วยความปลอดภัยสูง
 
โซนเสือโคร่งและเสือดาวเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งของสถานี เพราะเสือเป็นสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ที่มีพลังทางสายตาและมีความหมายต่อระบบนิเวศป่าอย่างมาก การเข้าชมโซนนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่และใช้การนั่งรถเข้าพื้นที่ตามรอบที่กำหนด เพื่อป้องกันอันตรายต่อทั้งนักท่องเที่ยวและสัตว์ป่า การจัดการเช่นนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเห็นสัตว์ได้อย่างใกล้ชิดในระดับที่เหมาะสม ขณะเดียวกันยังคงรักษาระยะปลอดภัยและลดความเครียดของสัตว์ในกรงเลี้ยง
 
ภารกิจของสถานีไม่ได้หยุดอยู่ที่การดูแลสัตว์ป่าที่นักท่องเที่ยวเห็น แต่รวมถึงการรับสัตว์ของกลางจากคดีลักลอบค้าสัตว์ป่า การดูแลสัตว์ป่วยและสัตว์พิการ การรักษาสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บ การฝึกสัตว์ให้ลดการพึ่งพาคน การจัดอาหารที่เหมาะสมตามชนิดสัตว์ และการประเมินความพร้อมก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ สัตว์บางตัวสามารถกลับคืนป่าได้ ส่วนบางตัวต้องอยู่ในการดูแลระยะยาวเพราะไม่สามารถดำรงชีวิตตามธรรมชาติได้เต็มที่ สถานีจึงเป็นทั้งโรงพยาบาล บ้านพักฟื้น ศูนย์อนุรักษ์ และห้องเรียนของสังคมในเวลาเดียวกัน
 
การเปิดให้เข้าชมของสถานีมีลักษณะต่างจากสวนสัตว์ทั่วไป เพราะสถานีเป็นพื้นที่ควบคุมด้านสัตว์ป่าและเป็นพื้นที่ราชการด้านอนุรักษ์ นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชมในวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 10.00 - 15.00 น. ส่วนหมู่คณะ นักเรียน นักศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ เข้าศึกษาดูงานในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 10.00 - 15.00 น. โดยต้องประสานงานล่วงหน้า การกำหนดเวลาและรอบเข้าชมเช่นนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ควบคุมจำนวนคน ลดผลกระทบต่อสัตว์ และจัดการความปลอดภัยภายในพื้นที่ได้เหมาะสม
 
ค่าธรรมเนียมเข้าชมตามข้อมูลการเปิดท่องเที่ยวล่าสุดที่พบคือ ผู้ใหญ่ไทย 30 บาท เด็กไทย 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 500 บาท และเด็กชาวต่างชาติ 200 บาท ค่าธรรมเนียมนี้เป็นการเก็บตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำหรับพื้นที่ศึกษาธรรมชาติและการดูแลสัตว์ป่า ส่วนทริปพิเศษเชื่อมโยงผามรกตมีค่าบริการตามรอบกิจกรรมที่สถานีประกาศ โดยข้อมูลทริปทดลองระบุแบบกรุ๊ป 8 คน ค่าบริการกรุ๊ปละ 1,200 บาท หรือเฉลี่ยคนละ 150 บาท ครอบคลุมค่าเข้าพื้นที่ รถรับส่ง และอาหารว่างยามเช้า
 
โซนการเรียนรู้ภายในสถานีแบ่งได้หลายส่วน เริ่มจากโซนแสดงสัตว์ป่าซึ่งเป็นพื้นที่แรกที่ผู้มาเยือนใช้ทำความเข้าใจภาพรวมของสถานี ต่อด้วยโซนสัตว์กีบสำหรับชมเก้ง กวาง เนื้อทราย ละอง และละมั่ง โซนสัตว์ปีกสำหรับเรียนรู้ไก่ฟ้า เหยี่ยว อินทรี และนกหายาก โซนโรงฟักไข่ซึ่งอธิบายกระบวนการเพาะขยายพันธุ์สัตว์ปีก โซนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์สัตว์ปีก โซนโรงแมลงที่เกี่ยวข้องกับอาหารสัตว์และระบบนิเวศ และโซนเสือที่ต้องเข้าชมโดยมีเจ้าหน้าที่ควบคุมเส้นทาง
 
นอกจากโซนสัตว์ป่า สถานียังมีพื้นที่แหล่งน้ำและแปลงอาหารสัตว์ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของงานอนุรักษ์ สัตว์ป่าหลายชนิดต้องการอาหารเฉพาะตามฤดูกาล เจ้าหน้าที่จึงต้องดูแลแปลงพืชอาหารสัตว์ แหล่งหญ้า แหล่งน้ำ และพื้นที่เสริมอาหารให้เหมาะสม การจัดการเหล่านี้ช่วยลดต้นทุนอาหาร สร้างความหลากหลายทางโภชนาการ และทำให้สัตว์บางชนิดยังรักษาพฤติกรรมการหาอาหารใกล้เคียงธรรมชาติได้ดีขึ้น ผู้มาเยือนที่สังเกตพื้นที่เหล่านี้จะเข้าใจว่างานอนุรักษ์ต้องใช้ทั้งวิทยาศาสตร์ การเกษตร การจัดการน้ำ และความอดทนของเจ้าหน้าที่
 
กิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความสนใจคือการให้ประชาชนเป็นผู้สนับสนุนอาหารสัตว์ป่า ผู้มาเยือนสามารถนำผักหรือผลไม้สดที่เหมาะสมไปมอบให้สถานีเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ โดยต้องส่งมอบให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้จัดการ ไม่ควรให้อาหารสัตว์เองโดยพลการ เพราะสัตว์แต่ละชนิดมีข้อจำกัดด้านอาหารและสุขภาพ การทำบุญกับสัตว์ป่าในรูปแบบนี้จึงควรทำอย่างถูกต้องผ่านเจ้าหน้าที่ การส่งอาหารให้ถูกระบบช่วยให้สัตว์ได้รับอาหารที่ปลอดภัยและช่วยแบ่งเบาภาระการดูแลสัตว์จำนวนมากในสถานี
 
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ยังเชื่อมโยงกับเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ที่เรียกว่า ผามรกต ซึ่งเดิมชาวบ้านเรียกว่า “ผาฉลุย” ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา เป็นหน้าผาธรรมชาติที่มองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อน และมีจุดชมวิวโขดหินทอดยาวกว่า 200 เมตร จุดเด่นคือการชมพระอาทิตย์ขึ้นลอดผ่านยอดเขาพระวิหารและภูมะเขือ รวมถึงทะเลหมอกในช่วงปลายฝนต้นหนาว เส้นทางนี้เชื่อมกับสถานีโดยใช้รถของชาวบ้านหรือรถที่จัดไว้ในทริป ระยะทางจากสถานีถึงผามรกตประมาณ 8 กิโลเมตร
 
ผามรกตทำให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์มีมิติท่องเที่ยวเพิ่มจากการชมสัตว์ป่า เพราะผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้สัตว์ในช่วงบ่าย พักในพื้นที่ที่จัดไว้ แล้วออกเดินทางช่วงเช้ามืดไปชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกบนหน้าผา เส้นทางเช่นนี้ช่วยให้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มีทั้งการเรียนรู้ การพักผ่อน การชมธรรมชาติ และการสนับสนุนรายได้ของชุมชนท้องถิ่น การเปิดเส้นทางแบบจำกัดจำนวนคนต่อกรุ๊ปช่วยลดผลกระทบต่อพื้นที่ป่าและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางบนเส้นทางภูเขา
 
บริเวณบ้านนาจะเรียและโครงการทับทิมสยาม 06 ยังมีความเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น เช่น วัดถ้ำสระพงษ์ อ่างเก็บน้ำนาจะเรีย พื้นที่ป่าตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก และเส้นทางชุมชนตำบลปรือใหญ่ ผู้มาเยือนที่มีเวลาเพียงครึ่งวันสามารถเลือกชมสัตว์ป่าและเรียนรู้ภายในสถานี ส่วนผู้ที่ต้องการทริปเต็มวันหรือพักค้างสามารถเชื่อมกับผามรกตและเส้นทางธรรมชาติรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา การจัดเส้นทางเช่นนี้เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และผู้ที่สนใจงานอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างจริงจัง
 
การเดินทาง จากตัวเมืองศรีสะเกษสามารถใช้เส้นทางไปอำเภอขุขันธ์ แล้วมุ่งหน้าไปตำบลปรือใหญ่และบ้านนาจะเรีย หมู่ 13 ระยะทางจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 75 กิโลเมตร จากตัวอำเภอขุขันธ์ประมาณ 18 กิโลเมตร เส้นทางเป็นถนนลาดยางเข้าสู่ชุมชนและพื้นที่โครงการทับทิมสยาม 06 ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด ส่วนหมู่คณะควรใช้รถตู้หรือรถบัสขนาดเหมาะสมกับเส้นทางและควรประสานสถานีล่วงหน้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดรอบเข้าชมและเส้นทางภายในพื้นที่ได้อย่างเป็นระเบียบ
 
จากตัวอำเภอขุขันธ์ ผู้เดินทางสามารถใช้เส้นทางท้องถิ่นผ่านชุมชนตำบลปรือใหญ่เข้าสู่บ้านนาจะเรีย สภาพเส้นทางโดยทั่วไปเป็นถนนที่ชุมชนใช้งาน แต่ช่วงใกล้พื้นที่ป่าและเส้นทางเชื่อมธรรมชาติควรขับด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือหลังฝนตกเพราะพื้นถนนบางช่วงอาจลื่น เส้นทางไปผามรกตเป็นเส้นทางภูเขาและต้องใช้รถที่จัดการโดยเจ้าหน้าที่หรือชุมชนตามรอบทริป ไม่ควรขับเข้าไปเองโดยไม่ประสานงาน เพราะพื้นที่อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและต้องควบคุมความปลอดภัย
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวชมสัตว์ป่าคือช่วงเวลาเปิดเข้าชม 10.00 - 15.00 น. เพราะเป็นช่วงที่เจ้าหน้าที่สามารถดูแลรอบเข้าชมและให้ข้อมูลได้ชัดเจน ผู้ที่ต้องการชมผามรกตควรใช้รูปแบบทริปที่สถานีประกาศ โดยมีการเดินทางถึงสถานีในช่วงบ่าย ชมสัตว์ป่า พักค้างในพื้นที่ที่จัดไว้ แล้วออกเดินทางเวลาเช้ามืดเพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้น เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสป่าอย่างสงบและเข้าใจระบบนิเวศมากกว่าการเที่ยวแบบเร่งรีบ
 
มารยาทสำคัญในการเข้าชมสถานีคือไม่ส่งเสียงดัง ไม่เคาะกรง ไม่ยื่นมือเข้าไปในพื้นที่สัตว์ ไม่ให้อาหารสัตว์เอง ไม่ใช้แฟลชหรือเสียงดังรบกวนสัตว์ ไม่แหย่หรือกระตุ้นให้สัตว์เคลื่อนไหวเพื่อถ่ายภาพ ไม่ทิ้งขยะ ไม่เก็บพืชหรือสิ่งของในพื้นที่ ไม่เข้าเขตหวงห้าม และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด สัตว์ป่าหลายตัวอยู่ระหว่างฟื้นฟูสุขภาพหรือปรับพฤติกรรม การลดสิ่งรบกวนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยอนุรักษ์อย่างแท้จริง
 
สำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยว สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เด็กเข้าใจสัตว์ป่าในมุมที่ถูกต้อง เด็กจะได้เห็นว่าสัตว์ป่าไม่ใช่สัตว์เลี้ยง ไม่ใช่ของเล่น และไม่ใช่สิ่งที่ควรถูกซื้อขายผิดกฎหมาย การได้เห็นเสือ กวาง ลิง นก และสัตว์หายากภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ช่วยปลูกฝังความเคารพต่อชีวิตสัตว์และธรรมชาติ ผู้ปกครองควรใช้โอกาสนี้อธิบายเรื่องการไม่ซื้อสัตว์ป่า ไม่เลี้ยงสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย และไม่สนับสนุนการท่องเที่ยวที่ทำร้ายสัตว์
 
สำหรับนักเรียน นักศึกษา และคณะศึกษาดูงาน สถานีแห่งนี้เหมาะกับการเรียนรู้แบบบูรณาการ ทั้งชีววิทยา ระบบนิเวศ พฤติกรรมสัตว์ การแพทย์สัตว์ป่า การจัดการแหล่งอาหาร การฟักไข่ การเพาะขยายพันธุ์ การฟื้นฟูสัตว์ของกลาง การปล่อยคืนธรรมชาติ และการทำงานร่วมกันระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ ชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น การศึกษาดูงานที่นี่จึงช่วยให้บทเรียนเรื่องสัตว์ป่ากลายเป็นภาพจริง มีสถานที่จริง เจ้าหน้าที่จริง และกระบวนการทำงานจริงให้สังเกต
 
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์เป็นตัวอย่างของแหล่งเรียนรู้สัตว์ป่าที่แตกต่างจากสวนสัตว์เชิงพาณิชย์ เพราะพื้นที่นี้เกิดจากภารกิจอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปล่อยคืนธรรมชาติ สัตว์จำนวนมากอยู่ที่นี่เพราะต้องได้รับการดูแลจากภาครัฐและสัตวแพทย์ นักท่องเที่ยวต่างชาติจะได้เข้าใจว่าภาคอีสานใต้ไม่ได้มีเพียงปราสาทหิน วัด หรือแหล่งท่องเที่ยวชายแดนเท่านั้น แต่ยังมีระบบงานอนุรักษ์สัตว์ป่าที่เชื่อมโยงกับชุมชน ป่า และการพัฒนาพื้นที่ชายแดนอย่างลึกซึ้ง
 
ความงดงามของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ไม่ได้อยู่ที่ความสะดวกสบายแบบสวนสัตว์เมืองใหญ่ แต่อยู่ที่ความจริงของพื้นที่อนุรักษ์ สัตว์บางตัวมีอดีตจากการถูกลักลอบค้า บางตัวได้รับบาดเจ็บ บางตัวต้องฝึกพฤติกรรมใหม่ บางตัวเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์สำคัญ และบางตัวเป็นตัวแทนของระบบนิเวศที่ต้องได้รับการปกป้อง พื้นที่นี้จึงทำให้ผู้มาเยือนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างคน สัตว์ และป่าในมิติที่ลึกกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป
 
โดยสรุป สถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ศรีสะเกษ หรือสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ เป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้เชิงอนุรักษ์ที่สำคัญที่สุดของจังหวัดศรีสะเกษ เพราะรวมพระราชดำริด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า ภารกิจของกรมอุทยานแห่งชาติ งานฟื้นฟูสัตว์ป่า แหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชน เส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และบทบาทของชุมชนชายแดนไว้ในพื้นที่เดียวกัน ผู้มาเยือนจะได้รับทั้งความรู้ ความตระหนัก ความประทับใจจากสัตว์ป่า และความเข้าใจต่อคุณค่าของผืนป่าพนมดงรัก การเที่ยวที่นี่จึงเป็นการท่องเที่ยวที่ควรใช้สายตาแห่งการเรียนรู้และหัวใจแห่งการเคารพชีวิตสัตว์ป่าอย่างแท้จริง
 
ชื่อสถานที่สถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ศรีสะเกษ / สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์
ชื่อสำคัญที่เกี่ยวข้องสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์, โครงการทับทิมสยาม 06, บ้านนาจะเรีย, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา, ผามรกต
ประเภทสถานที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า แหล่งเรียนรู้เชิงอนุรักษ์ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ พื้นที่ฟื้นฟูสัตว์ป่า และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแบบกำหนดรอบเข้าชม
ที่ตั้ง5 หมู่ 13 บ้านนาจะเรีย ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33140
ลักษณะทำเลตั้งอยู่ภายในโครงการทับทิมสยาม 06 บนแนวเทือกเขาพนมดงรัก เชื่อมพื้นที่อำเภอภูสิงห์ อำเภอขุขันธ์ และอำเภอขุนหาญ
พื้นที่กว่า 6,000 ไร่
ระยะทางจากจุดสำคัญห่างจากตัวอำเภอขุขันธ์ประมาณ 18 กม. และห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 75 กม.
ความสำคัญเป็นสถานีเพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ ฟื้นฟู และเตรียมความพร้อมสัตว์ป่าก่อนปล่อยคืนธรรมชาติ พร้อมเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านสัตว์ป่าและระบบนิเวศให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ เข้าศึกษา
ประวัติโดยสรุปเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2536 สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงรับโครงการสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าของจังหวัดศรีสะเกษเข้าร่วมโครงการทับทิมสยาม 06 และพระราชทานชื่อเป็น “สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์” เพื่อเพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ และปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ
ผู้ดูแลสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) ร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลาและชุมชนตำบลปรือใหญ่
หัวหน้าสถานีนายสาธิต พันธุมาศ
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และแหล่งเรียนรู้ด้านสัตว์ป่าแบบกำหนดรอบเข้าชม
วันเปิดทำการนักท่องเที่ยวทั่วไป: วันเสาร์ - วันอาทิตย์
หมู่คณะ นักเรียน นักศึกษา และหน่วยงาน: วันจันทร์ - วันศุกร์ โดยประสานงานล่วงหน้า
ทริปผามรกต: ตามรอบที่สถานีประกาศและต้องจองล่วงหน้า
เวลาเปิดทำการ10.00 - 15.00 น.
ค่าเข้าชมชาวไทย: ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 200 บาท
ทริปผามรกตตามรอบที่ประกาศ: กรุ๊ปละ 1,200 บาท หรือเฉลี่ยคนละ 150 บาท สำหรับกรุ๊ป 8 คน
สัตว์ป่าที่พบในสถานีเก้ง, กวาง, เนื้อทราย, ละอง, ละมั่ง, ไก่ฟ้า, อินทรี, เหยี่ยว, ลิง, นางอาย, อีเห็น, ชะมด, เสือโคร่ง, เสือดาว และสัตว์ป่าของกลางหรือสัตว์ป่าที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูอีกหลายชนิด
โซน / ส่วนสำคัญภายในพื้นที่1. โซนต้อนรับและจุดประสานงานเข้าชม
2. โซนแสดงสัตว์ป่า
3. โซนสัตว์กีบ
4. โซนสัตว์ปีก
5. โซนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์สัตว์ปีก
6. โซนโรงฟักไข่
7. โซนโรงแมลงและอาหารสัตว์
8. โซนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
9. โซนเสือโคร่งและเสือดาว
10. โซนแหล่งน้ำและแปลงพืชอาหารสัตว์
11. โซนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
12. โซนทริปผามรกตและจุดเชื่อมเส้นทางชมพระอาทิตย์ขึ้น
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่ต้อนรับ จุดจอดรถ เส้นทางเข้าชมที่เจ้าหน้าที่นำทาง ห้องน้ำ พื้นที่ศึกษาดูงาน จุดพักคอย บ้านพักหรือพื้นที่พักตามทริปที่ประกาศ และบริการพื้นฐานในชุมชนบ้านนาจะเรียกับตัวอำเภอขุขันธ์
เบอร์ติดต่อที่เกี่ยวข้องสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ โทร. 080-010-1632
สอบถามและจองทริปผามรกต โทร. 086-879-7788
การเดินทางจากตัวเมืองศรีสะเกษเดินทางสู่อำเภอขุขันธ์ แล้วต่อไปยังตำบลปรือใหญ่ บ้านนาจะเรีย หมู่ 13 ระยะทางประมาณ 75 กม. จากตัวอำเภอขุขันธ์ถึงสถานีประมาณ 18 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าชมเข้าชมตามรอบที่กำหนด ไม่ให้อาหารสัตว์เอง ไม่เคาะกรง ไม่ยื่นมือเข้าใกล้สัตว์ ไม่ใช้เสียงดัง ไม่ใช้แฟลชรบกวนสัตว์ ไม่เข้าเขตหวงห้าม ไม่ทิ้งขยะ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทุกขั้นตอน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. โครงการทับทิมสยาม 06 บ้านนาจะเรีย ประมาณ 0 กม.
2. ผามรกต ประมาณ 8 กม.
3. วัดถ้ำสระพงษ์ ประมาณ 3 กม.
4. อ่างเก็บน้ำนาจะเรีย ประมาณ 4 กม.
5. ตัวอำเภอขุขันธ์ ประมาณ 18 กม.
6. วัดเขียนบูรพาราม / วัดบูรพามหาพุทธาราม ประมาณ 23 กม.
7. ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ ประมาณ 35 กม.
8. วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว / วัดล้านขวด ประมาณ 36 กม. โทร. 084-524-3770
9. วัดไพรพัฒนา / มณฑปหลวงปู่สรวง ประมาณ 40 กม. โทร. 099-625-3859
10. น้ำตกสำโรงเกียรติ ประมาณ 45 กม. โทร. 063-565-9399
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Loft House Café ขุขันธ์ ประมาณ 18 กม. โทร. 086-364-9492
2. El Fante Cafe ขุขันธ์ ประมาณ 18 กม. โทร. 094-557-0578, 094-268-9666
3. ร้านเล่า @Khukhan ขุขันธ์ ประมาณ 18 กม. โทร. 082-515-1626
4. เจี๊ยบ ตะบันตำ อำเภอขุขันธ์ ประมาณ 22 กม. โทร. 061-034-9564
5. Pongsin Resort & Restaurant ตำบลพราน ประมาณ 35 กม. โทร. 088-375-5199
6. BJ Coffee House ขุนหาญ ประมาณ 42 กม. โทร. 098-214-6024
7. ฌ-เฌอ Cho Cher Coffee & Bakery ขุนหาญ ประมาณ 42 กม. โทร. 091-014-0622
ที่พักใกล้เคียง1. ไชแอณ รีสอร์ท ขุขันธ์ ประมาณ 20 กม. โทร. 085-024-4829
2. โรงแรมบ้านสวนศรีสุภาพ ขุขันธ์ ประมาณ 20 กม. โทร. 080-240-7090
3. ฮันนีมูนรีสอร์ท ภูสิงห์ ประมาณ 33 กม. โทร. 093-567-1285
4. ผึ้งหลวงรีสอร์ท ภูสิงห์ ประมาณ 35 กม. โทร. 092-992-9952
5. Peace Pool Resort ขุนหาญ ประมาณ 42 กม. โทร. 081-879-5822
6. Rerawadi Resort & Spa ขุนหาญ ประมาณ 42 กม. โทร. 087-128-0095
7. B2 Sisaket Boutique & Budget Hotel เมืองศรีสะเกษ ประมาณ 75 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ศรีสะเกษอยู่ที่ไหน?
ตอบ: สถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ศรีสะเกษ หรือสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ ตั้งอยู่ที่ 5 หมู่ 13 บ้านนาจะเรีย ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ภายในโครงการทับทิมสยาม 06 บนแนวเทือกเขาพนมดงรัก
 
ถาม: สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์เปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชมวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 10.00 - 15.00 น. ส่วนหมู่คณะ นักเรียน นักศึกษา และหน่วยงานเข้าศึกษาดูงานวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 10.00 - 15.00 น. โดยประสานงานล่วงหน้า
 
ถาม: สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์มีค่าเข้าชมเท่าไร?
ตอบ: ค่าธรรมเนียมเข้าชมคือ ชาวไทยผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 500 บาท และเด็กชาวต่างชาติ 200 บาท ส่วนทริปผามรกตมีค่าบริการตามรอบที่สถานีประกาศ
 
ถาม: ภายในสถานีมีสัตว์ป่าอะไรให้ชมบ้าง?
ตอบ: ภายในสถานีมีสัตว์กีบ เช่น เก้ง กวาง เนื้อทราย ละอง ละมั่ง สัตว์ปีก เช่น ไก่ฟ้า เหยี่ยว อินทรี และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น ลิง นางอาย อีเห็น ชะมด รวมถึงเสือโคร่งและเสือดาวในโซนที่ต้องเข้าชมภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่
 
ถาม: สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา คณะศึกษาดูงาน ผู้สนใจสัตว์ป่า ผู้สนใจงานอนุรักษ์ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้ระบบนิเวศของเทือกเขาพนมดงรักอย่างใกล้ชิด
 
ถาม: ผามรกตเกี่ยวข้องกับสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์อย่างไร?
ตอบ: ผามรกตเป็นเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลาที่เชื่อมกับสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ ระยะทางจากสถานีประมาณ 8 กม. ใช้สำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น ทิวเขา และทะเลหมอกตามรอบทริปที่สถานีประกาศ
 
ถาม: ผู้มาเยือนควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเข้าชม?
ตอบ: ควรเข้าชมตามรอบที่กำหนด ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เคาะกรง ไม่ให้อาหารสัตว์เอง ไม่ยื่นมือเข้าใกล้สัตว์ ไม่เข้าเขตหวงห้าม ไม่ทิ้งขยะ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทุกขั้นตอน
 
ถาม: เดินทางไปสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์อย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองศรีสะเกษเดินทางไปอำเภอขุขันธ์ แล้วต่อไปยังตำบลปรือใหญ่ บ้านนาจะเรีย หมู่ 13 ระยะทางจากเมืองศรีสะเกษประมาณ 75 กม. และจากตัวอำเภอขุขันธ์ประมาณ 18 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์

ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(12)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(8)
วัด วัด(13)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(7)
น้ำตก น้ำตก(5)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(5)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(3)