หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ >อ.กันทรลักษ์ >ต.กระแชง > พุทธสถานศีรษะอโศก
TL;DR: พุทธสถานศีรษะอโศก อยู่ที่หมู่ 15 บ้านศีรษะอโศก ตำบลกระแชง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110 เปิดทุกวัน เวลา 06.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองศรีสะเกษ ใช้เส้นทางถนนศรีสะเกษ - กันทรลักษ์ มุ่งหน้าอำเภอกันทรลักษ์ ระยะทางประมาณ 60 - 65 กม.
พุทธสถานศีรษะอโศก

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 - 17.00 น.
พุทธสถานศีรษะอโศก ศรีสะเกษ ตั้งอยู่ที่หมู่ 15 บ้านศีรษะอโศก ตำบลกระแชง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นพุทธสถาน ชุมชนปฏิบัติธรรม แหล่งศึกษาดูงาน และพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตแบบบุญนิยมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอีสานใต้ สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เน้นความตื่นตาของอาคารใหญ่หรือความบันเทิง แต่โดดเด่นจากความเรียบง่าย ความสงบ ความมีระเบียบของชุมชน การดำรงชีวิตด้วยศีล การลดละอบายมุข การกินอาหารมังสวิรัติ การทำกสิกรรมไร้สารพิษ และการสร้างระบบชุมชนที่พึ่งตนเองผ่านหลักบ้าน วัด โรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม ผู้มาเยือนจึงได้สัมผัสทั้งธรรมะ วิถีชุมชน การเกษตรปลอดสารพิษ และแนวคิดการใช้ชีวิตอย่างประหยัด เรียบง่าย และเกื้อกูลกัน
พุทธสถานศีรษะอโศกเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของเครือข่ายชาวอโศกที่สะท้อนรูปแบบการปฏิบัติธรรมในชีวิตจริง ผู้ที่เดินทางมาที่นี่จะพบว่าศาสนาไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะการไหว้พระ การสวดมนต์ หรือการนั่งฟังธรรมในศาลาเท่านั้น แต่แทรกอยู่ในวิถีชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การตื่นเช้า ทำวัตร ทำความสะอาด ทำงานส่วนรวม ปลูกผัก ทำอาหาร กินอาหารอย่างพอประมาณ ลดการบริโภคเกินจำเป็น และช่วยกันดูแลพื้นที่ชุมชน พุทธสถานแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นภาพธรรมะในระดับการปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงธรรมะในตำรา
จุดเริ่มต้นของพุทธสถานศีรษะอโศกย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2517 เมื่อสมณะจากสำนักสันติอโศกได้จาริกมาปักกลดบริเวณป่าช้าสาธารณประโยชน์บ้านกระแชง ซึ่งชาวบ้านใช้เป็นพื้นที่ฝังหรือเผาศพ พื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากตัวอำเภอกันทรลักษ์ไปทางจังหวัดศรีสะเกษประมาณ 5 กิโลเมตร ในระยะแรก ผู้คนจำนวนหนึ่งเข้ามาหาพระด้วยความหวังตามความเชื่อแบบเดิม เช่น การขอหวยหรือขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเหลือ แต่สมณะชาวอโศกใช้โอกาสนั้นเผยแพร่ธรรมะที่เน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจริง โดยให้ถือศีล 5 ศีล 8 ลด ละ เลิกอบายมุข เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ เลิกการพนัน เลิกยาเสพติด และหันมาสร้างเมตตาธรรมผ่านการไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์
ปี พ.ศ. 2519 จำนวนผู้สนใจปฏิบัติธรรมเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียง ผู้ปฏิบัติธรรมเหล่านี้ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างพุทธสถานขึ้นในพื้นที่ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ป่าช้า” มีสมณะจากสำนักสันติอโศกมาอยู่ประจำและผลัดเปลี่ยนกันจำพรรษา เมื่อถึงวันพระ ญาติธรรมจะมาช่วยกันปลูกต้นไม้ สร้างศาลาฟังธรรม สร้างโบสถ์อย่างเรียบง่าย สร้างกุฏิขนาดเล็กระหว่างต้นไม้ และปรับปรุงพื้นที่ป่าให้เหมาะกับการเดินจงกรม พร้อมจัดหาห้องน้ำห้องส้วมให้เพียงพอ การเริ่มต้นเช่นนี้สะท้อนจุดยืนของพุทธสถานศีรษะอโศกตั้งแต่แรก คือไม่เน้นความหรูหรา แต่เน้นสถานที่ที่ช่วยฝึกตน ฝึกวินัย และฝึกความเสียสละร่วมกัน
กิจกรรมสำคัญที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกคือการจัดงานอบรมธรรมะประจำปีในวันมาฆบูชาเมื่อ พ.ศ. 2519 ใช้ชื่อว่า “ปลุกเสกพระแท้ ๆ ของพุทธ” ความหมายของชื่องานไม่ได้หมายถึงการปลุกเสกพระเครื่อง แต่หมายถึงการฝึกคนให้เป็นพระในความหมายของผู้ประเสริฐ ผู้ที่เข้าร่วมต้องฝึกถือศีล 8 กินอาหารมังสวิรัติวันละ 1 มื้อ ไม่สวมรองเท้า และฝึกวินัยของตนเองอย่างเคร่งครัด ต่อมางานนี้เลื่อนไปจัดช่วงเดือนเมษายนก่อนวันสงกรานต์เพื่อความเหมาะสม และกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่สืบต่อกันมาในชุมชนศีรษะอโศก
แก่นของพุทธสถานศีรษะอโศกอยู่ที่การฝึกชีวิตให้ลดความยึดติดและลดความฟุ่มเฟือย ผู้มาเยือนที่ศึกษาดูงานจะเห็นว่าชุมชนนี้ให้ความสำคัญกับการอยู่เหนืออบายมุข การกินอยู่อย่างพอเพียง การทำงานร่วมกัน และการดำเนินชีวิตตามศีลธรรม หลักการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในห้องประชุม แต่ปรากฏผ่านการทำงานประจำวันของคนในชุมชน เช่น การปลูกผักไร้สารพิษ การผลิตอาหารมังสวิรัติ การทำผลิตภัณฑ์สมุนไพร การจัดร้านค้าชุมชน การดูแลโรงเรียน และการรับผู้มาศึกษาดูงานจากภายนอก
พ.ศ. 2530 ญาติธรรมในจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียงที่สนใจปฏิบัติธรรมที่พุทธสถานศีรษะอโศกได้เริ่มรวมตัวกันมากขึ้น มีการจัดงานอุโบสถเดือนละ 1 ครั้งในวันเสาร์และอาทิตย์แรกของเดือน และมีการพักค้างคืนในพื้นที่ ส่วนกลุ่มเด็กนักเรียนที่เรียกว่า “แซงแซวน้อยเรียนธรรม” ก็มีการอบรมทุกวันอาทิตย์และพักค้างที่วัด ต่อมาญาติธรรมอีกส่วนหนึ่งต้องการอยู่ใกล้พุทธสถาน จึงร่วมกันสร้างชุมชนชื่อว่า “หมู่บ้านพุทธธรรม” โดยมีชุมชนปฐมอโศกเป็นต้นแบบ หมู่บ้านนี้เกิดขึ้นเพื่อให้ผู้ปฏิบัติธรรมสามารถใช้ชีวิตใกล้พุทธสถานและนำหลักธรรมมาใช้จริงในชีวิตประจำวัน
กฎระเบียบของหมู่บ้านพุทธธรรมสะท้อนลักษณะชีวิตแบบชาวอโศกอย่างชัดเจน สมาชิกต้องถือศีล 5 ละอบายมุขเป็นพื้นฐาน กินอาหารมังสวิรัติไม่เกินวันละ 2 มื้อ ห้ามมีเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนตัวบางประเภท ห้ามเลี้ยงสัตว์ ห้ามทำธุรกิจเพื่อประโยชน์ส่วนตัวในหมู่บ้าน และห้ามนำเดรัจฉานวิชา เช่น เครื่องราง ของขลัง การทรงเจ้าเข้าผี หมอดู หรือไสยศาสตร์เข้ามาในชุมชน หลักเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อฝึกให้สมาชิกใช้ชีวิตเรียบง่าย ลดการครอบครอง ลดความฟุ้งเฟ้อ และสร้างสังคมที่ใช้ธรรมะเป็นแกนกลาง
ชีวิตในชุมชนศีรษะอโศกจึงเป็นรูปแบบการปฏิบัติธรรมที่เน้นความจริงจังในชีวิตประจำวัน ชาวชุมชนมีตารางกิจวัตร เช่น ทำวัตรเช้า ทำความสะอาดบริเวณพุทธสถาน ศึกษาธรรมะ ทำงานส่วนรวม ทำวัตรเย็น และดูแลพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมกัน รายได้และทรัพยากรจำนวนมากมาจากการทำงานของส่วนรวม การบริจาคของญาติธรรม และกิจกรรมผลิตของชุมชน ทุกคนอยู่ในระบบที่เน้นประโยชน์สูง ประหยัดสุด ไม่มุ่งสะสมเพื่อความมั่งคั่งส่วนตัว แต่ใช้แรงงานและทรัพยากรร่วมกันเพื่อให้ชุมชนดำรงอยู่ได้อย่างพอเพียง
ด้านกสิกรรมไร้สารพิษเป็นหัวใจสำคัญของศีรษะอโศก เพราะชุมชนเริ่มทำเกษตรธรรมชาติอย่างจริงจังตั้งแต่ช่วงที่มีการซื้อที่นาและที่สวนไว้ใช้ประโยชน์ส่วนกลาง ชาวชุมชนปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกไม้ผล เพาะเห็ด ทำปุ๋ยชีวภาพ และทำกิจกรรมเกษตรที่ไม่ใช้สารเคมี เนื่องจากชุมชนถือหลักไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์และต้องการพึ่งพาตนเองทางอาหาร ผลผลิตส่วนหนึ่งใช้กินในชุมชน ส่วนที่เหลือนำไปแบ่งปันหรือจำหน่ายในราคาที่เหมาะสม แนวทางนี้ทำให้พุทธสถานศีรษะอโศกเป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านเกษตรปลอดสารพิษที่มีรากจากหลักธรรม ไม่ใช่เพียงเทคนิคการเกษตร
ผู้มาเยือนจะพบสินค้าชุมชนและผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรปลอดสารพิษจำหน่ายในพื้นที่ พื้นที่จำหน่ายสินค้าเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนตลาดท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นช่องทางให้ชุมชนแบ่งปันผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากแรงงานของคนในพื้นที่ เช่น ข้าวกล้อง ผักปลอดสาร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า แชมพูสมุนไพร เห็ด และของใช้พื้นฐานที่สะท้อนแนวคิดการพึ่งตนเอง ผู้ซื้อจึงไม่ได้ซื้อเพียงสินค้า แต่ได้สัมผัสระบบคุณค่าของชุมชนที่มุ่งสร้างของกินของใช้ด้วยแรงงานสุจริตและลดการพึ่งพาตลาดภายนอกมากเกินจำเป็น
พุทธสถานศีรษะอโศกยังมีบทบาทด้านการศึกษาอย่างเด่นชัด ชุมชนได้พัฒนาสถานศึกษาในแนวทางสัมมาสิกขาและสัมมาอาชีวะ โดยตั้งโรงเรียนสัมมาสิกขาศีรษะอโศกและโรงเรียนสัมมาอาชีวสิกขาศีรษะอโศก เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ทั้งวิชาการ การทำงานจริง ศีลธรรม การอยู่ร่วมกัน และการรับผิดชอบต่อส่วนรวม ระบบการศึกษาเช่นนี้แสดงให้เห็นแนวคิด “บวร” หรือบ้าน วัด โรงเรียน ที่ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน โดยศาสนาเป็นแกนหล่อหลอมวิถีชีวิตของคนในชุมชน
การศึกษาดูงานที่พุทธสถานศีรษะอโศกจึงเหมาะกับหลายกลุ่ม ทั้งนักเรียน นักศึกษา หน่วยงานราชการ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ กลุ่มชุมชนพึ่งตนเอง กลุ่มผู้สนใจมังสวิรัติ และผู้ที่ต้องการศึกษาระบบชีวิตแบบบุญนิยม ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้วิธีที่ชุมชนจัดการงานส่วนรวม การทำอาหาร การทำเกษตร การเรียนการสอน การผลิตสินค้า การดูแลสิ่งแวดล้อม และการนำหลักศีลธรรมมาใช้ในระบบชุมชนจริง การมาศึกษาดูงานที่นี่จึงควรมองด้วยใจเปิดกว้าง เพราะหลายสิ่งในศีรษะอโศกแตกต่างจากวิถีบริโภคนิยมของสังคมทั่วไปอย่างชัดเจน
ลักษณะเด่นของศีรษะอโศกคือความเรียบง่ายที่มีระบบ พื้นที่ภายในชุมชนมักมีอาคารไม้ ศาลาฟังธรรม พื้นที่ทำงาน ร้านค้าชุมชน โรงครัว พื้นที่เกษตร โรงเรียน ที่พักของชุมชน และพื้นที่ร่มรื่นใต้ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศโดยรวมไม่ใช่รีสอร์ตหรือพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นชุมชนที่ยังใช้งานจริง ผู้มาเยือนจึงควรเคารพจังหวะชีวิตของคนในพื้นที่ ไม่เข้าไปในเขตพักอาศัยหรือพื้นที่สงฆ์โดยพลการ ไม่ถ่ายภาพบุคคลโดยไม่ขออนุญาต และไม่ใช้พื้นที่ชุมชนในลักษณะรบกวนการปฏิบัติธรรม
พุทธสถานศีรษะอโศกเหมาะกับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้มากกว่าการท่องเที่ยวแบบเร่งรีบ ผู้มาเยือนควรใช้เวลาเดินชมพื้นที่อย่างสงบ ดูวิธีการจัดการชุมชน ดูแปลงเกษตรปลอดสารพิษ ศึกษาสินค้าชุมชน พูดคุยกับผู้ดูแลหรือสมาชิกชุมชนในช่วงที่เหมาะสม และสังเกตว่าหลักศีล 5 ศีล 8 ถูกนำมาใช้จริงอย่างไรในระบบการกิน การอยู่ การทำงาน และการบริโภค การมองเช่นนี้จะทำให้เข้าใจว่าพุทธสถานแห่งนี้มีคุณค่าในฐานะห้องเรียนชีวิตมากกว่าจุดถ่ายภาพธรรมดา
แนวคิดอาหารมังสวิรัติเป็นอีกหัวใจหนึ่งของชุมชนศีรษะอโศก เพราะการไม่กินเนื้อสัตว์สัมพันธ์กับหลักเมตตาธรรมและการลดการเบียดเบียนชีวิต ผู้ที่มาศึกษาดูงานจะพบว่าวิถีอาหารของชุมชนไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกด้านสุขภาพ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกใจให้ลดความอยาก ลดความติดรสจัดเกินจำเป็น และฝึกความพอใจในอาหารที่เรียบง่าย อาหารมังสวิรัติของชุมชนจึงเชื่อมโยงกับศีล การทำเกษตรปลอดสารพิษ และการพึ่งตนเองด้านอาหารอย่างเป็นระบบ
ในด้านสิ่งแวดล้อม พุทธสถานศีรษะอโศกเป็นตัวอย่างของชุมชนที่พยายามจัดการพื้นที่ด้วยหลักประหยัดและใช้ทรัพยากรอย่างรู้ค่า การปลูกต้นไม้ การปลูกผักกินเอง การทำปุ๋ยชีวภาพ การใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร การลดการใช้สารเคมี และการใช้แรงงานร่วมกันในการดูแลพื้นที่ ทำให้สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศต่างจากชุมชนทั่วไปที่พึ่งพาการซื้อขายจากภายนอกเป็นหลัก ผู้มาเยือนสามารถเห็นได้ว่าความยั่งยืนเริ่มจากวินัยของผู้คน ไม่ใช่เริ่มจากเทคโนโลยีราคาแพงเสมอไป
พุทธสถานศีรษะอโศกยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจชุมชนในรูปแบบของตนเอง ชาวชุมชนไม่ได้มุ่งสร้างกำไรส่วนตัวเป็นหลัก แต่สร้างงานที่ช่วยให้ชุมชนอยู่รอดและแบ่งปันได้ กิจกรรมการผลิต เช่น ข้าวกล้อง ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เห็ด ผัก ผลไม้ และของใช้ในชีวิตประจำวัน จึงมีเป้าหมายเชื่อมโยงกับการกินอยู่จริงของชุมชน ระบบเช่นนี้ทำให้ผู้มาศึกษาดูงานได้เห็นทางเลือกของเศรษฐกิจที่ยืนอยู่บนศีลธรรม ความขยัน ความประหยัด ความซื่อสัตย์ ความเสียสละ และความกตัญญู
บทบาทของผู้นำในชุมชนศีรษะอโศกเน้นการเป็นผู้รับใช้มากกว่าผู้สั่งการ แนวทางนี้ทำให้ชุมชนให้ความสำคัญกับคุณธรรมและการเสียสละมากกว่าตำแหน่งทางสังคม ผู้ที่ได้รับการยอมรับในชุมชนจึงเป็นผู้ที่ทำงานจริง มีความอดทน รับผิดชอบ และช่วยเหลือส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง ลักษณะนี้มีความสำคัญต่อผู้มาศึกษาดูงาน เพราะทำให้เห็นว่าการพัฒนาชุมชนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากอำนาจหรือทุนขนาดใหญ่ แต่เริ่มจากคนที่มีศีล มีวินัย และพร้อมทำงานเพื่อประโยชน์ร่วมกัน
การมาเยือนพุทธสถานศีรษะอโศกควรให้ความสำคัญกับมารยาทและข้อปฏิบัติของพื้นที่ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ พูดคุยด้วยเสียงเบา ไม่สูบบุหรี่ ไม่นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรืออบายมุขเข้ามาในชุมชน ไม่นำอาหารเนื้อสัตว์เข้าไปรับประทานในพื้นที่ ไม่สร้างเสียงรบกวน ไม่ทิ้งขยะ และให้ความเคารพต่อวิถีมังสวิรัติของชุมชน การปฏิบัติตามหลักเหล่านี้ทำให้การท่องเที่ยวและการศึกษาดูงานเป็นไปอย่างเหมาะสมกับสถานที่
สำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างหรือเข้าศึกษาปฏิบัติในฐานะอาคันตุกะ พุทธสถานศีรษะอโศกมีหลักการที่เน้นการถือศีล 5 ละอบายมุข กินอาหารมังสวิรัติไม่เกินวันละ 2 มื้อ และมีความขวนขวายช่วยเหลืองานของชุมชน ผู้ที่เข้ามาศึกษาจึงไม่ได้เข้ามาในฐานะแขกท่องเที่ยวที่รับบริการอย่างเดียว แต่เข้ามาเรียนรู้ผ่านการร่วมใช้ชีวิตและร่วมทำงานในระดับที่เหมาะสม แนวทางนี้ทำให้การพักค้างในชุมชนเป็นการฝึกตนมากกว่าการพักผ่อนแบบโรงแรมทั่วไป
ที่ตั้งของพุทธสถานศีรษะอโศกอยู่ในอำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งเป็นอำเภอสำคัญของจังหวัดศรีสะเกษด้านตะวันออกเฉียงใต้ ตัวอำเภอมีทั้งย่านการค้า ตลาด ร้านอาหาร โรงแรม หน่วยงานราชการ และเส้นทางเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและประวัติศาสตร์ เช่น แก่งตาดหิน แก่งตะวัน น้ำตกสีดา ปราสาทโดนตวล วัดภูสามสวรรค์ วัดธรรมสำเริงพุทธศิริ และพื้นที่เทือกเขาพนมดงรัก ผู้มาเยือนศีรษะอโศกจึงสามารถจัดเป็นทริปศึกษาดูงานครึ่งวันหรือเต็มวัน แล้วต่อเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอกันทรลักษ์ได้อย่างเหมาะสม
การเดินทาง จากตัวเมืองศรีสะเกษมายังพุทธสถานศีรษะอโศกสามารถใช้เส้นทางถนนศรีสะเกษ - กันทรลักษ์ มุ่งหน้าอำเภอกันทรลักษ์ ระยะทางประมาณ 60 - 65 กิโลเมตร เมื่อเข้าเขตอำเภอกันทรลักษ์ให้มุ่งหน้าไปตำบลกระแชงและบ้านศีรษะอโศก ระยะทางจากตัวอำเภอประมาณ 5 กิโลเมตร เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น หากเดินทางเป็นคณะศึกษาดูงานควรประสานงานกับพุทธสถานล่วงหน้าเพื่อให้การต้อนรับและการเข้าศึกษาพื้นที่เป็นระเบียบ
จากอำเภอกันทรลักษ์ การเดินทางเข้าบ้านศีรษะอโศกใช้เวลาไม่นาน พื้นที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชุมชนเมืองกันทรลักษ์ จึงสะดวกต่อการหาอาหาร ที่พัก ร้านค้า และบริการพื้นฐาน ผู้มาเยือนสามารถพักในตัวอำเภอกันทรลักษ์แล้วเดินทางไปพุทธสถานในช่วงเช้า หรือเดินทางจากตัวเมืองศรีสะเกษแบบไปเช้าเย็นกลับก็ได้ หากต้องการศึกษาดูงานอย่างละเอียด ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง เพื่อชมพื้นที่หลัก ฟังคำอธิบาย พูดคุยกับชุมชน และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษ
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้า เพราะอากาศไม่ร้อนมากและเป็นเวลาที่เห็นกิจกรรมของชุมชนได้ชัดเจน เช่น การทำงานส่วนรวม การดูแลพื้นที่ การจัดเตรียมอาหารมังสวิรัติ หรือการดูแลแปลงเกษตร ช่วงบ่ายเหมาะกับการเดินชมสินค้าและพูดคุยสั้น ๆ แต่ควรหลีกเลี่ยงการรบกวนช่วงที่ชุมชนทำวัตรหรือประกอบกิจกรรมภายใน การเที่ยวศีรษะอโศกควรใช้จังหวะสงบและให้ความเคารพต่อเวลาและวิถีของคนในพื้นที่
พุทธสถานศีรษะอโศกไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว ผู้มาเยือนสามารถเข้าชมและศึกษาดูงานในพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชมตามเวลาเปิดทำการ การทำบุญ การอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือการซื้อสินค้าเกษตรปลอดสารพิษเป็นไปตามศรัทธาและความสมัครใจ การไม่เก็บค่าเข้าชมทำให้สถานที่แห่งนี้ยังคงรักษาฐานะของพุทธสถานและชุมชนเรียนรู้มากกว่าแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พุทธสถานศีรษะอโศกเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายภาพพระพุทธศาสนาไทยในมุมที่แตกต่างจากวัดท่องเที่ยวทั่วไป ที่นี่ไม่ได้เน้นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ เจดีย์สูง หรือพิธีกรรมอลังการ แต่เน้นการปฏิบัติธรรมผ่านชีวิตประจำวัน การกินมังสวิรัติ การทำงานร่วมกัน การทำเกษตรไร้สารพิษ และการสร้างชุมชนที่ใช้ศีลธรรมเป็นระบบการอยู่ร่วมกัน ชาวต่างชาติที่สนใจวิถีพุทธเชิงปฏิบัติ ชุมชนทางเลือก เกษตรอินทรีย์ และการใช้ชีวิตเรียบง่ายจะได้เห็นตัวอย่างที่ชัดเจนจากพื้นที่นี้
พุทธสถานศีรษะอโศกจึงมีคุณค่าหลายด้าน ด้านแรกคือเป็นพุทธสถานที่เน้นการปฏิบัติธรรมในชีวิตจริง ด้านที่สองคือเป็นชุมชนบุญนิยมที่พัฒนาระบบบ้าน วัด โรงเรียนร่วมกัน ด้านที่สามคือเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรปลอดสารพิษและผลิตภัณฑ์ชุมชน ด้านที่สี่คือเป็นพื้นที่ศึกษาดูงานด้านการพึ่งตนเอง และด้านที่ห้าคือเป็นจุดหมายเชิงวัฒนธรรมของอำเภอกันทรลักษ์ที่แสดงให้เห็นทางเลือกของการใช้ชีวิตบนฐานศีลธรรม ความประหยัด และความเสียสละ
โดยสรุป พุทธสถานศีรษะอโศกเป็นสถานที่ที่ควรอยู่ในเส้นทางเรียนรู้ศรีสะเกษสำหรับผู้ที่สนใจธรรมะ วิถีชุมชน และเกษตรปลอดสารพิษ เพราะที่นี่เป็นพื้นที่ที่ทำให้เห็นคำว่า “ธรรมะในชีวิตจริง” อย่างชัดเจน ตั้งแต่ประวัติการเริ่มต้นจากป่าช้าบ้านกระแชง การสร้างพุทธสถานอย่างเรียบง่าย การเกิดหมู่บ้านพุทธธรรม การจัดงานปลุกเสกพระแท้ ๆ ของพุทธ การพัฒนาโรงเรียน การทำกสิกรรมไร้สารพิษ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ผู้มาเยือนจะได้รับทั้งความสงบ ความรู้ และมุมมองใหม่ต่อการใช้ชีวิตที่ลดความฟุ่มเฟือยและเพิ่มคุณค่าทางใจ
| ชื่อสถานที่ | พุทธสถานศีรษะอโศก ศรีสะเกษ |
| ชื่อสำคัญที่เกี่ยวข้อง | พุทธสถานศีรษะอโศก, บ้านศีรษะอโศก, ชุมชนบุญนิยมศีรษะอโศก, หมู่บ้านพุทธธรรม, กสิกรรมไร้สารพิษศีรษะอโศก, สัมมาสิกขาศีรษะอโศก |
| ประเภทสถานที่ | พุทธสถาน ชุมชนปฏิบัติธรรม แหล่งศึกษาดูงาน วิถีชีวิตบุญนิยม แหล่งเรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษ และแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนปลอดสารพิษ |
| ที่ตั้ง | หมู่ 15 บ้านศีรษะอโศก ตำบลกระแชง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110 |
| ลักษณะทำเล | ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านศีรษะอโศก ใกล้ตัวอำเภอกันทรลักษ์ประมาณ 5 กม. และอยู่ในเส้นทางเชื่อมตัวเมืองศรีสะเกษกับอำเภอกันทรลักษ์ |
| ระยะทางจากจุดสำคัญ | ห่างจากตัวอำเภอกันทรลักษ์ประมาณ 5 กม. และห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 60 - 65 กม. ตามเส้นทางถนนศรีสะเกษ - กันทรลักษ์ |
| ความสำคัญ | เป็นพุทธสถานและชุมชนบุญนิยมที่ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ศึกษาดูงาน เรียนรู้การถือศีล มังสวิรัติ กสิกรรมไร้สารพิษ การพึ่งตนเอง และการดำเนินชีวิตแบบลดละอบายมุข |
| ประวัติโดยสรุป | เริ่มจากสมณะสันติอโศกจาริกมาปักกลดที่ป่าช้าสาธารณประโยชน์บ้านกระแชงเมื่อ พ.ศ. 2517 ต่อมา พ.ศ. 2519 มีผู้ปฏิบัติธรรมมากขึ้นและร่วมกันสร้างพุทธสถานอย่างเรียบง่าย จากนั้น พ.ศ. 2530 เกิดหมู่บ้านพุทธธรรมและพัฒนาต่อเป็นชุมชนบุญนิยมศีรษะอโศกที่มีบ้าน วัด โรงเรียน กสิกรรมไร้สารพิษ และการศึกษาดูงานเป็นองค์ประกอบสำคัญ |
| แนวทางหลักของสถานที่ | ถือศีล 5 และศีล 8 ลด ละ เลิกอบายมุข กินอาหารมังสวิรัติ ใช้ชีวิตประหยัด ทำงานส่วนรวม พึ่งตนเอง ทำกสิกรรมไร้สารพิษ และสร้างชุมชนที่ใช้ศาสนาเป็นแกนกลางของชีวิต |
| ผู้ดูแล / ประสานงาน | พุทธสถานศีรษะอโศก และชุมชนบุญนิยมศีรษะอโศก |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม แหล่งศึกษาดูงาน แหล่งเรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษ และแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดสารพิษของชุมชน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 - 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว การทำบุญ การอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน และการซื้อสินค้าเกษตรปลอดสารพิษเป็นไปตามศรัทธาและความสมัครใจ |
| กิจกรรมสำคัญ | งานปลุกเสกพระแท้ ๆ ของพุทธ กิจกรรมอุโบสถประจำเดือน การทำวัตร การฟังธรรม การศึกษาดูงาน การทำกสิกรรมไร้สารพิษ การผลิตสินค้าชุมชน และการอบรมวิถีชีวิตบุญนิยม |
| โซน / ส่วนสำคัญภายในพื้นที่ | 1. โซนพุทธสถานและศาลาฟังธรรม 2. โซนพื้นที่ทำวัตรและปฏิบัติธรรม 3. โซนชุมชนบุญนิยมศีรษะอโศก 4. โซนหมู่บ้านพุทธธรรม 5. โซนกสิกรรมไร้สารพิษ 6. โซนแปลงผักและพื้นที่ผลิตอาหารชุมชน 7. โซนร้านค้าชุมชนและผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษ 8. โซนโรงเรียนสัมมาสิกขาศีรษะอโศก 9. โซนโรงเรียนสัมมาอาชีวสิกขาศีรษะอโศก 10. โซนโรงครัวมังสวิรัติ 11. โซนพื้นที่ศึกษาดูงาน 12. โซนพื้นที่พักสงบและร่มไม้ภายในชุมชน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ต้อนรับผู้ศึกษาดูงาน ศาลาฟังธรรม ร้านค้าชุมชน จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษ พื้นที่แปลงเกษตร พื้นที่จอดรถในบริเวณที่ชุมชนจัดไว้ ห้องน้ำ และบริการพื้นฐานในตัวอำเภอกันทรลักษ์ |
| เบอร์ติดต่อที่เกี่ยวข้อง | พุทธสถานศีรษะอโศก โทร. 088-585-0267 เทศบาลเมืองกันทรลักษ์ โทร. 045-663-480, 045-663-481 สำนักงานเทศบาลเมืองกันทรลักษ์ โทร. 045-663-480 ต่อ 1 |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองศรีสะเกษ ใช้เส้นทางถนนศรีสะเกษ - กันทรลักษ์ มุ่งหน้าอำเภอกันทรลักษ์ ระยะทางประมาณ 60 - 65 กม. จากตัวอำเภอกันทรลักษ์เดินทางต่อไปตำบลกระแชงและบ้านศีรษะอโศกประมาณ 5 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น |
| ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าชม | แต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ไม่สูบบุหรี่ ไม่นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรืออบายมุขเข้าพื้นที่ ไม่รับประทานอาหารเนื้อสัตว์ในชุมชน ไม่ถ่ายภาพบุคคลโดยไม่ขออนุญาต ไม่เข้าเขตพักอาศัยโดยพลการ และเคารพวิถีมังสวิรัติของชุมชน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ตัวอำเภอกันทรลักษ์และย่านตลาด ประมาณ 5 กม. 2. ศาลหลักเมืองกันทรลักษ์ ประมาณ 6 กม. 3. สวนสุขภาพหนองกวางดีด ประมาณ 7 กม. 4. วัดธรรมสำเริงพุทธศิริ / หลวงพ่อใหญ่ปวดหาย ประมาณ 12 กม. 5. วัดภูสามสวรรค์ ประมาณ 18 กม. 6. แก่งตะวัน ประมาณ 28 กม. 7. แก่งตาดหิน ประมาณ 30 กม. 8. ปราสาทโดนตวล ประมาณ 43 กม. 9. วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว / วัดล้านขวด ประมาณ 35 กม. โทร. 084-524-3770 10. ตัวเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 60 - 65 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. อัตลักษณ์ Coffee ของฝากกันทรลักษ์ ประมาณ 5 กม. โทร. 094-525-1926 2. PunThai Coffee กันทรลักษ์1 ประมาณ 5 กม. โทร. 080-046-1469 3. Lotus's Eats กันทรลักษ์ ประมาณ 5 กม. โทร. 095-205-4617 4. Anda Patisserie 5 กันทรลักษ์ ประมาณ 6 กม. โทร. 088-159-6424 5. คัพเปอร์คราวน์คาเฟ่ กันทรลักษ์ ประมาณ 8 กม. โทร. 064-535-6551 6. คาเฟ่หลังบ้าน กันทรลักษ์ ประมาณ 6 กม. โทร. 098-093-7878 7. Nata Café กันทรลักษ์ ประมาณ 10 กม. โทร. 081-073-3885 8. KFC โลตัส กันทรลักษ์ ประมาณ 5 กม. โทร. 091-557-8823 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. กันทรลักษ์เฮ้าส์รีสอร์ท ประมาณ 5 กม. โทร. 097-356-7414 2. สบายใจรีสอร์ท กันทรลักษ์ ประมาณ 6 กม. โทร. 081-600-3300 3. ภูลดารีสอร์ท กันทรลักษ์ ประมาณ 7 กม. โทร. 087-879-7245 4. ภูลดา รีสอร์ท ประมาณ 7 กม. โทร. 045-662-951 5. กันทรลักษ์พาเลซ โรงแรม ประมาณ 6 กม. โทร. 045-635-157 6. โรงแรมเอส.บี กันทรลักษ์ ประมาณ 6 กม. โทร. 045-663-103 7. B2 Sisaket Boutique & Budget Hotel เมืองศรีสะเกษ ประมาณ 65 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พุทธสถานศีรษะอโศกอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พุทธสถานศีรษะอโศกตั้งอยู่ที่หมู่ 15 บ้านศีรษะอโศก ตำบลกระแชง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ใกล้ตัวอำเภอกันทรลักษ์ประมาณ 5 กม. และห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 60 - 65 กม.
ถาม: พุทธสถานศีรษะอโศกเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: พุทธสถานศีรษะอโศกเปิดทุกวัน เวลา 06.00 - 17.00 น. ผู้มาเยือนสามารถเข้าชมพื้นที่ ศึกษาดูงาน เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษ และเรียนรู้วิถีชุมชนบุญนิยมได้ตามเวลานี้
ถาม: พุทธสถานศีรษะอโศกมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: พุทธสถานศีรษะอโศกไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว การทำบุญ การอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือการซื้อสินค้าเกษตรปลอดสารพิษเป็นไปตามศรัทธาและความสมัครใจ
ถาม: จุดเด่นของพุทธสถานศีรษะอโศกคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการเป็นพุทธสถานและชุมชนบุญนิยมที่นำธรรมะมาใช้ในชีวิตจริง ผ่านการถือศีล ลดละอบายมุข กินอาหารมังสวิรัติ ทำกสิกรรมไร้สารพิษ พึ่งตนเอง และใช้ระบบบ้าน วัด โรงเรียนเป็นแกนของชุมชน
ถาม: พุทธสถานศีรษะอโศกเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่สนใจปฏิบัติธรรม ศึกษาดูงานชุมชนพึ่งตนเอง เรียนรู้เกษตรปลอดสารพิษ ศึกษาวิถีมังสวิรัติ เรียนรู้ระบบโรงเรียนชุมชน และต้องการสัมผัสรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายบนฐานศีลธรรม
ถาม: ภายในพุทธสถานศีรษะอโศกมีอะไรให้ชมและศึกษา?
ตอบ: ภายในมีศาลาฟังธรรม พื้นที่ปฏิบัติธรรม ชุมชนบุญนิยม หมู่บ้านพุทธธรรม แปลงกสิกรรมไร้สารพิษ ร้านค้าชุมชน ผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดสารพิษ โรงเรียนสัมมาสิกขา โรงเรียนสัมมาอาชีวสิกขา โรงครัวมังสวิรัติ และพื้นที่ศึกษาดูงานด้านวิถีชุมชน
ถาม: ผู้มาเยือนควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
ตอบ: ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ไม่สูบบุหรี่ ไม่นำแอลกอฮอล์หรืออบายมุขเข้าพื้นที่ ไม่รับประทานอาหารเนื้อสัตว์ในชุมชน ไม่ถ่ายภาพบุคคลโดยไม่ขออนุญาต และเคารพวิถีมังสวิรัติของศีรษะอโศก
ถาม: เดินทางไปพุทธสถานศีรษะอโศกอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางถนนศรีสะเกษ - กันทรลักษ์ มุ่งหน้าอำเภอกันทรลักษ์ ระยะทางประมาณ 60 - 65 กม. จากตัวอำเภอกันทรลักษ์เดินทางต่อไปตำบลกระแชงและบ้านศีรษะอโศกประมาณ 5 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
หมวดหมู่: ●วิถีชีวิต
กลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชน
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




