หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ >อ.ไพรบึง >ต.ปราสาทเยอ > หมู่บ้านปราสาทเยอ
TL;DR: หมู่บ้านปราสาทเยอ อยู่ที่บ้านปราสาทเยอ ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ 33180 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางไปอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง แล้วเข้าสู่ตำบลปราสาทเยอ ระยะทางประมาณ 35 กม.
หมู่บ้านปราสาทเยอ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
หมู่บ้านปราสาทเยอ ศรีสะเกษ ตั้งอยู่ในตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของชาวเยอที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัฒนธรรมชาติพันธุ์ พระพุทธศาสนา และโบราณคดีของอีสานใต้ หมู่บ้านแห่งนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์เยอซึ่งสืบทอดภาษา ความเชื่อ พิธีกรรม อาหาร ผ้าทอ วิถีเกษตรกรรม และระบบชุมชนของตนเองมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันกลางหมู่บ้านยังมีปราสาทขอมโบราณที่รู้จักกันในชื่อ “ปราสาทเยอ” ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดปราสาทเยอเหนือ ทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นทั้งหมู่บ้านชาติพันธุ์ แหล่งเรียนรู้โบราณสถาน ศูนย์รวมศรัทธาทางพระพุทธศาสนา และจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจรากวัฒนธรรมของจังหวัดศรีสะเกษอย่างลึกซึ้ง
หมู่บ้านปราสาทเยอเป็นสถานที่ที่มีความหมายมากกว่าการเป็นจุดท่องเที่ยวธรรมดา เพราะพื้นที่นี้สะท้อนการอยู่ร่วมกันของอดีตกับปัจจุบันอย่างชัดเจน ซากปราสาทขอมบอกเล่าเรื่องราวของศิลปกรรมและศาสนสถานโบราณ ส่วนวัดปราสาทเยอเหนือและวัดปราสาทเยอใต้บอกเล่าศรัทธาพระพุทธศาสนาของชุมชนปัจจุบัน ชาวเยอในหมู่บ้านบอกเล่าเรื่องการอพยพจากถิ่นเดิม การตั้งบ้านเรือน การทำนา การรักษาประเพณี และความผูกพันกับบรรพบุรุษ เมื่อองค์ประกอบทั้งหมดนี้มาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน หมู่บ้านปราสาทเยอจึงกลายเป็นพื้นที่วัฒนธรรมที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงโบราณสถานที่ถูกแยกออกจากคนในชุมชน
ชื่อ “ปราสาทเยอ” ประกอบด้วยความหมายสองชั้นที่สำคัญ คำว่า “ปราสาท” หมายถึงปราสาทขอมโบราณที่ตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน และคำว่า “เยอ” หมายถึงกลุ่มชาติพันธุ์เยอซึ่งเป็นเจ้าของวัฒนธรรมท้องถิ่นของพื้นที่นี้ ชื่อหมู่บ้านจึงบอกทั้งลักษณะทางโบราณคดีและอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ไปพร้อมกัน การที่ชื่อชุมชนผูกกับโบราณสถานและกลุ่มคนอย่างแนบแน่นเช่นนี้ ทำให้หมู่บ้านปราสาทเยอมีสถานะพิเศษในกลุ่มแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ เพราะผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ได้ทั้งประวัติศาสตร์ขอมและวิถีชีวิตของชาวเยอในพื้นที่จริง
ชาวเยอในหมู่บ้านปราสาทเยอมีประวัติการตั้งถิ่นฐานที่เล่าสืบต่อกันมาว่าอพยพมาจากดินแดนลาวทางตอนใต้ ผ่านพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับลุ่มน้ำโขงและลำน้ำมูล ก่อนมาตั้งถิ่นฐานในบริเวณเมืองคงหรือเมืองโคก ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ แล้วขยายการตั้งบ้านเรือนมายังบ้านปราสาทเยอ การเดินทางของชาวเยอไม่ได้เป็นเพียงการย้ายถิ่นทางกายภาพ แต่เป็นการนำภาษา ความเชื่อ พิธีกรรม ความรู้เรื่องการทำนา การทอผ้า และระบบเครือญาติเข้ามาสร้างชุมชนใหม่บนผืนแผ่นดินอีสานใต้
หมู่บ้านปราสาทเยอมีอายุยาวนานกว่า 200 ปี และตลอดเวลาที่ผ่านมา ชุมชนยังรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับวัด คนกับปราสาท และคนกับประเพณีไว้อย่างต่อเนื่อง ความเก่าแก่ของหมู่บ้านไม่ได้อยู่เฉพาะในตัวเลขอายุของชุมชน แต่ปรากฏในภาษาที่ผู้เฒ่าผู้แก่ใช้พูด ในพิธีกรรมที่ยังคงได้รับการสืบทอด ในผืนผ้าที่ทอด้วยลวดลายเฉพาะ ในอาหารพื้นบ้านที่ทำในงานบุญ และในทุ่งนาที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวบ้านจากรุ่นสู่รุ่น หมู่บ้านแห่งนี้จึงเป็นตัวอย่างของชุมชนที่มีรากลึกและยังคงมีชีวิตทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง
บริเวณกลางหมู่บ้านเป็นที่ตั้งของ ปราสาทเยอ โบราณสถานขอมที่สร้างด้วยอิฐบนฐานศิลาแลง มีกรอบประตูศิลาทรายและทับหลังศิลาทรายเป็นองค์ประกอบสำคัญ ปัจจุบันตัวปราสาทชำรุดลงมาก เหลือซากอิฐทับถม ฐานศิลาแลง กรอบประตู และชิ้นส่วนศิลาทรายที่ยังบอกเค้าโครงของศาสนสถานเดิมได้อย่างชัดเจน แม้สภาพจะไม่สมบูรณ์เหมือนปราสาทหินที่ได้รับการบูรณะขนาดใหญ่ แต่ปราสาทเยอยังคงมีคุณค่าอย่างสูง เพราะเป็นหลักฐานของการกระจายตัวของอารยธรรมขอมในพื้นที่ชุมชนเก่าแก่ของศรีสะเกษ
ลักษณะสำคัญของปราสาทเยอคือเป็นปราสาทเดี่ยว ก่อด้วยอิฐฝนผิวเรียบโดยไม่สอปูน ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลง รูปแบบโดยรวมเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส เหลือกรอบประตูศิลาทรายทางเข้าด้านทิศตะวันออก 2 ช่อง เหนือกรอบประตูด้านในมีทับหลังศิลาทรายสลักลวดลายบุคคลนั่งเหนือเกียรติมุขหรือหน้ากาลที่คายท่อนพวงมาลัยออกมาทั้งสองข้าง พร้อมลวดลายพวงอุบะและใบไม้ม้วน ส่วนทับหลังอีกชิ้นหนึ่งสลักเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ลวดลายเหล่านี้สะท้อนฝีมือช่างและคติทางศาสนาในศิลปกรรมขอมอย่างเด่นชัด
จากรูปแบบศิลปกรรม ปราสาทเยอถูกกำหนดอายุอยู่ราว พ.ศ. 1550 - 1650 หรือช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 - 17 ซึ่งเป็นช่วงที่ศิลปะขอมแพร่กระจายอย่างเข้มข้นในพื้นที่อีสานใต้ ลักษณะการใช้ศิลาแลง อิฐ และหินทรายสอดคล้องกับศาสนสถานขอมหลายแห่งในจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ การมีปราสาทขอมตั้งอยู่กลางหมู่บ้านชาวเยอจึงช่วยให้เห็นชั้นประวัติศาสตร์ที่ซ้อนทับกัน คือชั้นของชุมชนโบราณที่สร้างปราสาท และชั้นของชุมชนชาติพันธุ์เยอที่เข้ามาใช้พื้นที่ สร้างวัด และสืบทอดความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ต่อมา
ตำนานท้องถิ่นเล่าสืบต่อกันมาว่าปราสาทเยอสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่อใช้เป็นธรรมศาลาหรือที่พักรายทางในการเดินทางตรวจเยี่ยมเมืองต่าง ๆ ของกษัตริย์ขอม เรื่องเล่านี้สะท้อนการรับรู้ของคนในพื้นที่ว่าปราสาทเยอเคยมีบทบาทในเครือข่ายเส้นทางโบราณของอีสานใต้ วัสดุสำคัญที่ใช้สร้าง ได้แก่ ศิลาแลง อิฐ และหินทราย โดยหินทรายใช้ทำกรอบประตู เสา และทับหลัง ส่วนรอบนอกตัวปราสาทเกี่ยวข้องกับกำแพง อิฐ ศิลาแลง และบริเวณสระน้ำโบราณที่อยู่ห่างจากตัวปราสาทประมาณ 100 เมตร แสดงให้เห็นการจัดวางศาสนสถานที่สัมพันธ์กับแหล่งน้ำและพื้นที่ชุมชน
ในปัจจุบัน ผู้มาเยือนจะเห็นว่าปราสาทเยออยู่ในสภาพชำรุด เหลือซากอิฐทับถมเป็นกองสูง มีประตูหินทรายและชิ้นส่วนทับหลังที่ยังปรากฏลวดลายเด่นชัด สภาพดังกล่าวทำให้การเข้าชมต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะทุกชิ้นส่วนที่เหลืออยู่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ห้ามปีนซากปราสาท ห้ามเคลื่อนย้ายก้อนอิฐหรือชิ้นส่วนศิลาแลง ห้ามแตะต้องทับหลังหรือกรอบประตูโดยไม่เหมาะสม และควรรักษาความสงบเพราะพื้นที่ปราสาทอยู่ในบริเวณวัดซึ่งยังใช้งานทางศาสนาอยู่จริง
วัดสำคัญแห่งแรกของหมู่บ้านคือ วัดปราสาทเยอเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของปราสาทเยอและเป็นศูนย์กลางศรัทธาของชุมชน วัดแห่งนี้มีชื่อเดิมว่า วัดศรีอุดมบรมนิมิต ตั้งอยู่เลขที่ 114 หมู่ 1 ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ภายในวัดมีอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ สถูปเจดีย์ เจดีย์ทรงธาตุพนม และพื้นที่สักการะสำคัญหลายจุด วัดปราสาทเยอเหนือจึงเป็นทั้งวัดประจำชุมชนและพื้นที่ดูแลโบราณสถานขอมที่อยู่ร่วมกับชาวบ้านอย่างใกล้ชิด
วัดปราสาทเยอเหนือมีความสำคัญยิ่งขึ้นจากประวัติของ หลวงพ่อมุม อินฺทปญฺโญ หรือพระครูประสาธน์ขันธคุณ อดีตเจ้าอาวาสผู้เป็นที่เคารพอย่างสูงของชาวศรีสะเกษและพุทธศาสนิกชนทั่วไป ท่านเป็นพระเถระที่มีบทบาททั้งด้านการพัฒนาวัด การสงเคราะห์ชาวบ้าน การส่งเสริมพระพุทธศาสนา และการสร้างศรัทธาให้แพร่หลายไปไกลกว่าชุมชนปราสาทเยอ ชื่อของหลวงพ่อมุมจึงเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำร่วมของวัดและหมู่บ้าน ทำให้ผู้มาเยือนจำนวนมากเดินทางมาไม่เพียงเพื่อชมปราสาท แต่ยังมาไหว้ระลึกถึงพระเถระผู้เป็นที่เคารพของอีสานใต้
เจ้าอาวาสวัดปราสาทเยอเหนือปัจจุบันคือ พระมหาจันทร์ดี ปญฺญาวชิโร ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา ท่านดูแลวัดร่วมกับคณะสงฆ์และชุมชนบ้านปราสาทเยอ ทำให้วัดยังเป็นศูนย์กลางของงานบุญ วันพระ พิธีบวช งานประเพณี การต้อนรับผู้มาเยือน และการดูแลพื้นที่โบราณสถานภายในวัดอย่างต่อเนื่อง การมีวัดที่ยังมีชีวิตอยู่รายรอบปราสาทโบราณทำให้ปราสาทเยอไม่ใช่ซากอดีตที่ถูกทอดทิ้ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ศรัทธาในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน
วัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งของหมู่บ้านคือ วัดปราสาทเยอใต้ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของชุมชนและทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาคู่กับวัดปราสาทเยอเหนือ วัดทั้งสองแห่งช่วยรองรับงานศาสนา งานบุญ และกิจกรรมของคนในหมู่บ้านที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ การมีวัดเหนือและวัดใต้สะท้อนการขยายตัวของชุมชนและความสำคัญของพระพุทธศาสนาต่อชีวิตชาวเยอ ผู้มาเยือนควรมองวัดทั้งสองเป็นโครงสร้างศรัทธาของหมู่บ้านเดียวกัน เพราะวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สักการะ แต่เป็นพื้นที่ที่คนในชุมชนใช้ประกอบพิธีกรรม สร้างความสัมพันธ์ และสืบทอดวัฒนธรรมร่วมกัน
ชาวเยอในหมู่บ้านปราสาทเยอมีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเด่นชัด โดยเฉพาะภาษาเยอ ความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษ พิธีกรรมท้องถิ่น ผ้าทอ และอาหารพื้นบ้าน พิธีกรรมที่เป็นที่รู้จักมากคือพิธี รำแม่สะเอง หรือรำชะเอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสริมขวัญ การเยียวยา และการสื่อสารกับอำนาจศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชุมชน พิธีนี้มีทั้งเครื่องสังเวย ดนตรี การแต่งกายเฉพาะ และผู้ทำพิธีที่มีบทบาทในชุมชน การรำแม่สะเองเป็นมากกว่าการแสดง เพราะเป็นระบบความเชื่อที่ช่วยให้ชุมชนจัดการความทุกข์ ความเจ็บป่วย และความไม่มั่นคงทางใจร่วมกัน
พิธีรำแม่สะเองสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชาวเยอกับบรรพบุรุษอย่างลึกซึ้ง ผู้ที่เข้าร่วมพิธีไม่ได้มองพิธีกรรมนี้เป็นเพียงงานรื่นเริง แต่เป็นการแสดงความเคารพต่อรากเหง้าและสิ่งคุ้มครองชุมชน การแต่งกาย การรำ การจัดเครื่องบูชา และการรวมตัวของญาติพี่น้องล้วนมีความหมายทางจิตใจ ผู้มาเยือนที่มีโอกาสพบพิธีกรรมนี้ควรชมด้วยความเคารพ ไม่ถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอในระยะใกล้โดยไม่ขออนุญาต และควรมองพิธีกรรมนี้ในฐานะมรดกทางจิตวิญญาณของคนในพื้นที่
นอกจากพิธีรำแม่สะเอง หมู่บ้านปราสาทเยอยังมีประเพณีตามรอบปีที่สัมพันธ์กับทั้งพระพุทธศาสนาและวิถีเกษตรกรรม เช่น สงกรานต์ บุญข้าวจี่ บุญผะเหวด เข้าพรรษา ออกพรรษา ลอยกระทง การทำบุญปีใหม่ งานกฐิน ผ้าป่า และงานบุญประจำปีของวัด ประเพณีเหล่านี้ช่วยให้คนในหมู่บ้านกลับมาพบกัน ทำบุญร่วมกัน ถ่ายทอดบทบาทระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ และรักษาความสัมพันธ์ของชุมชนให้แน่นแฟ้น การมาเยือนในช่วงงานบุญจะทำให้เห็นหมู่บ้านในมิติที่มีชีวิตชีวามากขึ้น แต่การมาเยือนในวันปกติก็ให้บรรยากาศสงบและเหมาะกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์
วิถีชีวิตของชาวปราสาทเยอผูกพันกับการทำนาและเกษตรกรรมเป็นหลัก ท้องทุ่งรอบหมู่บ้านคือพื้นที่ผลิตอาหารและเป็นฉากหลังของชีวิตชุมชน ชาวบ้านจำนวนมากทำนาตามฤดูกาล ปลูกพืชไร่ ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ในครัวเรือน และทำงานรับจ้างหรือค้าขายเสริมตามสภาพเศรษฐกิจ ครอบครัวจำนวนหนึ่งมีสมาชิกเดินทางไปทำงานนอกพื้นที่ แต่ในช่วงงานบุญ งานประเพณี หรือเหตุการณ์สำคัญ ผู้คนยังกลับมายังบ้านเกิดเพื่อร่วมกิจกรรมกับญาติพี่น้อง ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับบ้านจึงยังเหนียวแน่นแม้วิถีเศรษฐกิจจะเปลี่ยนไป
ผ้าทอและเครื่องแต่งกายเป็นอีกหนึ่งอัตลักษณ์ที่ทำให้ชาวเยอโดดเด่น ชุมชนมีความรู้เรื่องการทอผ้าไหมและผ้าพื้นเมือง โดยเฉพาะลวดลายที่ใช้ในงานประเพณีและพิธีกรรม เช่น ลายลูกแก้วและผ้าสีเข้มประดับกระดุมเงิน เครื่องแต่งกายเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายเฉพาะด้านความสวยงาม แต่สะท้อนสถานะทางพิธีกรรม ความเป็นผู้ใหญ่ ความเคารพต่อบรรพบุรุษ และการรักษาฝีมือของผู้หญิงในชุมชน ผืนผ้าจึงเป็นเอกสารทางวัฒนธรรมรูปแบบหนึ่งที่บันทึกความทรงจำของชาวเยอไว้ในเส้นด้าย
อาหารพื้นบ้านของชาวเยอเป็นอีกมิติหนึ่งที่ควรเรียนรู้ อาหารที่พบในงานบุญและงานพิธีมักใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น เช่น เห็ด ผักพื้นบ้าน ข้าวเหนียว น้ำพริก แกงขี้เหล็ก แกงเห็ด ผักลวก และอาหารที่ทำร่วมกันเพื่อเลี้ยงแขก อาหารเหล่านี้สะท้อนวิถีเกษตร ความประหยัด การแบ่งปัน และรสชาติของชุมชน อาหารไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเลี้ยงคนให้อิ่ม แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบญาติ การต้อนรับแขก และการสร้างความสัมพันธ์ในงานบุญของหมู่บ้าน
เมื่อมองหมู่บ้านปราสาทเยออย่างเป็นระบบ จะเห็นองค์ประกอบสำคัญหลายส่วนที่เชื่อมโยงกัน ส่วนแรกคือปราสาทเยอซึ่งเป็นหัวใจทางโบราณคดี ส่วนที่สองคือวัดปราสาทเยอเหนือและวัดปราสาทเยอใต้ซึ่งเป็นหัวใจทางศรัทธา ส่วนที่สามคือชุมชนชาติพันธุ์เยอซึ่งเป็นหัวใจทางวัฒนธรรม ส่วนที่สี่คือประเพณี พิธีกรรม ผ้าทอ อาหาร และวิถีเกษตรกรรมซึ่งเป็นหัวใจของชีวิตประจำวัน การเที่ยวหมู่บ้านนี้จึงควรใช้สายตาที่มองทั้งสิ่งก่อสร้างและผู้คน ไม่ควรมองเฉพาะซากปราสาทแล้วจบ เพราะคุณค่าที่แท้จริงของปราสาทเยออยู่ที่การเป็นโบราณสถานที่ยังอยู่ในอ้อมกอดของชุมชน
จุดที่ควรชมภายในหมู่บ้าน ได้แก่ ซากปราสาทเยอ กรอบประตูศิลาทราย ทับหลังศิลาทราย ฐานศิลาแลง ซากอิฐโบราณ สระน้ำโบราณในพื้นที่ใกล้เคียง วัดปราสาทเยอเหนือ เจดีย์ทรงธาตุพนม สถูปเจดีย์ พื้นที่รำลึกหลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอใต้ ลานวัฒนธรรมชุมชน พื้นที่บ้านเรือนชาวเยอ และทิวทัศน์เกษตรกรรมรอบหมู่บ้าน จุดเหล่านี้ควรเข้าชมด้วยความสุภาพ เพราะหลายพื้นที่เป็นเขตวัด เขตชุมชน และพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนท้องถิ่น
หมู่บ้านปราสาทเยอเหมาะกับผู้ที่สนใจการท่องเที่ยวแบบละเอียดและให้ความสำคัญกับบริบทของพื้นที่ ผู้ที่สนใจโบราณสถานจะได้เห็นซากปราสาทขอมที่ยังคงตั้งอยู่ในชุมชน ผู้ที่สนใจพระพุทธศาสนาจะได้ไหว้พระและเรียนรู้เรื่องหลวงพ่อมุม ผู้ที่สนใจชาติพันธุ์จะได้เข้าใจชาวเยอผ่านภาษา พิธีกรรม และวิถีชีวิต ผู้ที่สนใจภาพถ่ายจะได้มุมของกรอบประตูศิลาทราย วัด และบรรยากาศชนบท ส่วนผู้ที่สนใจการเรียนรู้ชุมชนจะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัด บ้าน ปราสาท และทุ่งนาในพื้นที่เดียวกัน
การเดินทาง ไปหมู่บ้านปราสาทเยอจากตัวเมืองศรีสะเกษสามารถใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง จากนั้นเข้าสู่ตำบลปราสาทเยอ ระยะทางจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 34 - 35 กิโลเมตร และจากตัวอำเภอไพรบึงประมาณ 8 กิโลเมตร เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น ผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารควรมาถึงตัวอำเภอไพรบึงก่อน แล้วต่อรถรับจ้างในพื้นที่เข้าสู่หมู่บ้านปราสาทเยอ
การจัดเส้นทางท่องเที่ยวแบบครึ่งวันสามารถเริ่มจากตัวเมืองศรีสะเกษ เดินทางมายังหมู่บ้านปราสาทเยอ ไหว้พระที่วัดปราสาทเยอเหนือ ชมปราสาทเยอ เดินชมพื้นที่วัดและหมู่บ้าน แล้วไปรับประทานอาหารในตัวอำเภอไพรบึง หากมีเวลามากขึ้นสามารถต่อเส้นทางไปพระธาตุวัดไพรบึง วัดสำโรงพลัน ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ วัดมหาพุทธาราม หรือศรีสะเกษอควาเรียมได้ การเชื่อมเส้นทางเช่นนี้ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นทั้งโบราณสถาน วัดสำคัญ และเมืองศรีสะเกษในมิติที่หลากหลาย
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนเย็น ช่วงเช้ามีแสงอ่อน เหมาะกับการชมปราสาท ไหว้พระ และถ่ายภาพบริเวณกรอบประตูศิลาทราย ส่วนช่วงบ่ายก่อนเย็นให้บรรยากาศชนบทที่สงบ เหมาะกับการเดินชมหมู่บ้านและทุ่งนาโดยรอบ ผู้มาเยือนควรหลีกเลี่ยงการเข้าชมในช่วงฝนตกหนัก เพราะพื้นที่บางส่วนอาจลื่นและซากโบราณสถานต้องได้รับการดูแลอย่างระมัดระวัง
หมู่บ้านปราสาทเยอไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะในวัดและชมโบราณสถานได้ตามเวลาเปิดทำการ การทำบุญ ถวายดอกไม้ ธูปเทียน พวงมาลัย หรือร่วมบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธา การไม่เก็บค่าเข้าชมทำให้สถานที่นี้ยังคงเป็นพื้นที่ของชุมชนและผู้แสวงบุญมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ ผู้มาเยือนจึงควรใช้พื้นที่ด้วยความเคารพต่อทั้งวัด โบราณสถาน และวิถีชีวิตของชาวบ้าน
มารยาทสำคัญในการเข้าชมคือแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ถอดรองเท้าในพื้นที่วัดที่กำหนด ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนซากปราสาท ไม่แตะต้องหรือเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนโบราณ ไม่เขียนข้อความบนหิน ไม่ทิ้งขยะ ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้มาทำบุญ และขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลในชุมชน การเข้าชมหมู่บ้านปราสาทเยออย่างเหมาะสมจะช่วยให้การท่องเที่ยวไม่สร้างภาระให้เจ้าของพื้นที่ และยังช่วยรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หมู่บ้านปราสาทเยอเป็นสถานที่ที่อธิบายอีสานใต้ได้ดีมาก เพราะในพื้นที่เดียวกันมีทั้งโบราณสถานขอม ชุมชนชาติพันธุ์ วัดพุทธที่ยังใช้งานจริง พิธีกรรมท้องถิ่น ผ้าทอ อาหารพื้นบ้าน และวิถีเกษตรกรรม ผู้มาเยือนจะเห็นว่าศรีสะเกษไม่ได้มีเพียงปราสาทหินขนาดใหญ่หรือวัดที่มีชื่อเสียงเท่านั้น แต่ยังมีหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เก็บรักษาความทรงจำของคนหลายยุคไว้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ การเดินทางมาที่นี่จึงเป็นการเรียนรู้ไทยในระดับชุมชนที่มีความลึกและมีความจริงทางวัฒนธรรมสูง
ความงดงามของหมู่บ้านปราสาทเยอไม่ได้อยู่ที่ความสมบูรณ์แบบของอาคารปราสาท แต่อยู่ที่การอยู่ร่วมกันของซากโบราณสถานกับชีวิตผู้คน ซากอิฐและกรอบประตูศิลาทรายบอกเล่าอดีตขอม ชาวเยอบอกเล่าการอพยพและการตั้งถิ่นฐาน วัดเหนือและวัดใต้บอกเล่าศรัทธาพุทธปัจจุบัน พิธีรำแม่สะเองบอกเล่าความเชื่อพื้นถิ่น ผ้าทอบอกเล่าฝีมือและความทรงจำของผู้หญิงในชุมชน ส่วนทุ่งนาและสวนผักบอกเล่าชีวิตประจำวันที่ยังผูกพันกับผืนดิน
โดยสรุป หมู่บ้านปราสาทเยอเป็นหนึ่งในพื้นที่วัฒนธรรมสำคัญของอำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ เพราะเป็นสถานที่ที่รวมประวัติศาสตร์ขอม ชาติพันธุ์เยอ พระพุทธศาสนา และวิถีชุมชนไว้ในพื้นที่เดียวกัน ปราสาทเยอเป็นหัวใจทางโบราณคดี วัดปราสาทเยอเหนือและวัดปราสาทเยอใต้เป็นหัวใจทางศรัทธา หลวงพ่อมุมเป็นหัวใจทางความทรงจำ พิธีรำแม่สะเองเป็นหัวใจทางจิตวิญญาณ และชุมชนชาวเยอเป็นหัวใจทางวัฒนธรรม ผู้มาเยือนจะได้รับทั้งความรู้ ความสงบ และความเข้าใจต่อรากอีสานใต้ที่ยังดำรงอยู่จริงในชีวิตของผู้คน
| ชื่อสถานที่ | หมู่บ้านปราสาทเยอ ศรีสะเกษ / ปราสาทเยอ |
| ชื่อสำคัญที่เกี่ยวข้อง | บ้านปราสาทเยอ, ปราสาทเยอ, วัดปราสาทเยอเหนือ, วัดปราสาทเยอใต้, ชุมชนชาติพันธุ์เยอ, หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอเหนือ |
| ประเภทสถานที่ | หมู่บ้านชาติพันธุ์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โบราณสถานขอม วัดชุมชน และแหล่งเรียนรู้วิถีชาวเยอในอีสานใต้ |
| ที่ตั้ง | บ้านปราสาทเยอ ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ 33180 |
| พิกัด | 14.8272612069, 104.372692076 |
| ระยะทางจากจุดสำคัญ | ห่างจากตัวอำเภอไพรบึงประมาณ 8 กม. และห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 35 กม. |
| ความสำคัญ | เป็นชุมชนชาติพันธุ์เยอเก่าแก่ที่มีปราสาทขอมโบราณตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน และมีวัดปราสาทเยอเหนือกับวัดปราสาทเยอใต้เป็นศูนย์กลางศรัทธาของชุมชน |
| ประวัติโดยสรุป | ชาวเยออพยพจากลาวทางตอนใต้ ล่องมาตามแม่น้ำโขงและลำน้ำมูล เข้ามาตั้งถิ่นฐานที่เมืองคงหรือเมืองโคกในพื้นที่อำเภอราษีไศลปัจจุบัน ก่อนขยายมาตั้งหมู่บ้านที่บ้านปราสาทเยอ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีประวัติมากกว่า 200 ปี |
| กลุ่มชาติพันธุ์หลัก | ชาวเยอ กลุ่มชาติพันธุ์ในตระกูลภาษามอญ-เขมร มีอัตลักษณ์ด้านภาษา พิธีกรรม ความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษ ผ้าทอ อาหารพื้นบ้าน และวิถีเกษตรกรรม |
| โบราณสถานสำคัญ | ปราสาทเยอ โบราณสถานขอมก่อด้วยอิฐบนฐานศิลาแลง มีกรอบประตูศิลาทรายและทับหลังศิลาทราย ปัจจุบันอยู่ในสภาพชำรุด แต่ยังเห็นโครงสร้างและชิ้นส่วนสำคัญของปราสาท |
| อายุทางโบราณคดี | ราว พ.ศ. 1550 - 1650 หรือช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 - 17 ตามรูปแบบศิลปกรรมขอม |
| ลักษณะทางศิลปกรรม | ฐานศิลาแลง อิฐฝนผิวเรียบ กรอบประตูศิลาทราย 2 ช่อง ทับหลังลายบุคคลเหนือเกียรติมุข และทับหลังพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ |
| การขึ้นทะเบียนโบราณสถาน | ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 และเล่มที่ 99 ตอนที่ 172 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2525 |
| วัดสำคัญในหมู่บ้าน | 1. วัดปราสาทเยอเหนือ 2. วัดปราสาทเยอใต้ |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | วัดปราสาทเยอเหนือ: พระมหาจันทร์ดี ปญฺญาวชิโร วัดปราสาทเยอใต้: คณะสงฆ์วัดปราสาทเยอใต้และชุมชนบ้านปราสาทเยอ พื้นที่โบราณสถาน: ชุมชนบ้านปราสาทเยอ คณะสงฆ์วัดปราสาทเยอเหนือ และหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ |
| บุคคลสำคัญทางศรัทธา | หลวงพ่อมุม อินฺทปญฺโญ หรือพระครูประสาธน์ขันธคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดปราสาทเยอเหนือ พระเถระผู้เป็นที่เคารพของชาวศรีสะเกษและพุทธศาสนิกชนทั่วไป |
| ประเพณีและพิธีกรรมเด่น | พิธีรำแม่สะเอง / รำชะเอง, การไหว้ผีฟ้า-ผีแถน, สงกรานต์, บุญข้าวจี่, บุญผะเหวด, เข้าพรรษา, ออกพรรษา, ลอยกระทง และงานบุญประจำปีของวัด |
| อัตลักษณ์ชุมชน | ภาษาเยอ พิธีกรรมบรรพบุรุษ ผ้าทอลายลูกแก้ว เครื่องแต่งกายประดับกระดุมเงิน อาหารพื้นบ้าน เช่น แกงขี้เหล็ก แกงเห็ด น้ำพริกผักลวก และวิถีทำนา |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชุมชนชาติพันธุ์ โบราณสถาน และพื้นที่สักการะในวัดปราสาทเยอเหนือกับวัดปราสาทเยอใต้ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 - 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว การทำบุญ ถวายดอกไม้ ธูปเทียน พวงมาลัย หรือร่วมบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธา |
| โซน / ส่วนสำคัญภายในพื้นที่ | 1. โซนปราสาทเยอและซากโบราณสถานขอม 2. โซนกรอบประตูศิลาทรายและทับหลัง 3. โซนฐานศิลาแลงและซากอิฐโบราณ 4. โซนวัดปราสาทเยอเหนือ 5. โซนสถูปเจดีย์และเจดีย์ทรงธาตุพนม 6. โซนรำลึกหลวงพ่อมุม อินฺทปญฺโญ 7. โซนวัดปราสาทเยอใต้ 8. โซนสระน้ำโบราณใกล้ปราสาท 9. โซนลานวัฒนธรรมชุมชน 10. โซนชุมชนชาติพันธุ์เยอ 11. โซนผ้าทอและวิถีเกษตรกรรม 12. โซนเส้นทางเรียนรู้ประเพณีรำแม่สะเอง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่วัด ลานชุมชน จุดเดินชมโบราณสถาน พื้นที่สักการะ พื้นที่จอดรถในบริเวณที่ชุมชนหรือวัดจัดไว้ และบริการพื้นฐานในตัวอำเภอไพรบึง |
| เบอร์ติดต่อที่เกี่ยวข้อง | หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ โทร. 045-612-611, 065-121-4049 กศน.ตำบลปราสาทเยอ โทร. 045-675-076, 098-197-1160 เทศบาลตำบลไพรบึง โทร. 0-4567-5112 |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางไปอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง แล้วเข้าสู่ตำบลปราสาทเยอ ระยะทางประมาณ 35 กม. จากตัวอำเภอไพรบึงถึงหมู่บ้านประมาณ 8 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น |
| ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าชม | แต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ไม่ปีนซากปราสาท ไม่แตะต้องหรือเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนโบราณสถาน ไม่ทิ้งขยะ ไม่รบกวนพระสงฆ์หรือผู้มาทำบุญ และขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลในชุมชน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ปราสาทเยอ ภายในหมู่บ้าน ประมาณ 0 กม. 2. วัดปราสาทเยอเหนือ ประมาณ 0 กม. 3. วัดปราสาทเยอใต้ ประมาณ 1 กม. 4. พระธาตุวัดไพรบึง ประมาณ 9 กม. 5. วัดสิเรียมพุทธาราม / วัดสำโรงพลัน ประมาณ 12 กม. 6. วัดบ้านจาน / เส้นทางหลวงปู่มุม ประมาณ 15 กม. 7. ตัวอำเภอไพรบึง ประมาณ 8 กม. 8. ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ ประมาณ 32 กม. 9. วัดมหาพุทธาราม / หลวงพ่อโต เมืองศรีสะเกษ ประมาณ 35 กม. 10. ศรีสะเกษอควาเรียม ประมาณ 40 กม. โทร. 045-612-686, 087-450-7484 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. มีหม้อชาบู&ปิ้งย่าง ไพรบึง ประมาณ 8 กม. โทร. 088-114-2610 2. บ้านอาหาร ไพรบึง ประมาณ 8 กม. โทร. 082-598-1336 3. ร้านขนมวาฟเฟิล ไพรบึง ประมาณ 9 กม. โทร. 090-245-2614 4. Loft House Café ขุขันธ์ ประมาณ 32 กม. โทร. 086-364-9492 5. El Fante Cafe ขุขันธ์ ประมาณ 32 กม. โทร. 094-557-0578, 094-268-9666 6. เจี๊ยบ ตะบันตำ ขุขันธ์ ประมาณ 33 กม. โทร. 061-034-9564 7. ร้านอาหารในตัวเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 35 - 40 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ไชแอณ รีสอร์ท ขุขันธ์ ประมาณ 32 กม. โทร. 085-024-4829 2. Peace Pool Resort ขุนหาญ ประมาณ 36 กม. โทร. 081-879-5822 3. Rerawadi Resort & Spa ขุนหาญ ประมาณ 36 กม. โทร. 087-128-0095 4. B2 Sisaket Boutique & Budget Hotel เมืองศรีสะเกษ ประมาณ 38 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897 5. Boonsiri Boutique Hotel เมืองศรีสะเกษ ประมาณ 38 กม. โทร. 045-622-222 6. Gallery Design Hotel เมืองศรีสะเกษ ประมาณ 39 กม. โทร. 045-611-999 7. Tree House Hotel เมืองศรีสะเกษ ประมาณ 40 กม. โทร. 045-611-563, 080-477-7854 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หมู่บ้านปราสาทเยออยู่ที่ไหน?
ตอบ: หมู่บ้านปราสาทเยอตั้งอยู่ที่ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างจากตัวอำเภอไพรบึงประมาณ 8 กม. และห่างจากตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 35 กม.
ถาม: หมู่บ้านปราสาทเยอเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: หมู่บ้านปราสาทเยอและพื้นที่ปราสาทเยอเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. ผู้มาเยือนสามารถชมโบราณสถาน ไหว้พระที่วัดปราสาทเยอเหนือ และเรียนรู้วิถีชุมชนได้ตามเวลานี้
ถาม: หมู่บ้านปราสาทเยอมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: หมู่บ้านปราสาทเยอไม่เก็บค่าเข้าชมแบบบัตรสถานที่ท่องเที่ยว การทำบุญ ถวายดอกไม้ ธูปเทียน พวงมาลัย หรือร่วมบำรุงวัดเป็นไปตามศรัทธาของผู้มาเยือน
ถาม: ปราสาทเยอมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ปราสาทเยอเป็นโบราณสถานขอมกลางหมู่บ้าน ก่อด้วยอิฐบนฐานศิลาแลง มีกรอบประตูศิลาทรายและทับหลังศิลาทราย สร้างราว พ.ศ. 1550 - 1650 และเป็นหลักฐานสำคัญของอารยธรรมขอมในพื้นที่ศรีสะเกษ
ถาม: วัดปราสาทเยอเหนือมีเจ้าอาวาสคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดปราสาทเยอเหนือคือ พระมหาจันทร์ดี ปญฺญาวชิโร ซึ่งดูแลวัดร่วมกับคณะสงฆ์และชุมชนบ้านปราสาทเยอ
ถาม: หมู่บ้านปราสาทเยอมีวัดอะไรบ้าง?
ตอบ: หมู่บ้านปราสาทเยอมีวัดสำคัญ 2 แห่ง คือ วัดปราสาทเยอเหนือ ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทเยอและเกี่ยวข้องกับหลวงพ่อมุม อินฺทปญฺโญ และวัดปราสาทเยอใต้ซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาอีกแห่งของชุมชน
ถาม: ชาวเยอมีอัตลักษณ์อะไรเด่น?
ตอบ: ชาวเยอมีอัตลักษณ์ด้านภาษา ความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษ พิธีรำแม่สะเอง ผ้าทอลายลูกแก้ว เครื่องแต่งกายประดับกระดุมเงิน อาหารพื้นบ้าน และวิถีเกษตรกรรมที่ผูกพันกับงานบุญตามรอบปี
ถาม: เดินทางไปหมู่บ้านปราสาทเยออย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองศรีสะเกษใช้เส้นทางไปอำเภอพยุห์และอำเภอไพรบึง แล้วเข้าสู่ตำบลปราสาทเยอ ระยะทางประมาณ 35 กม. จากตัวอำเภอไพรบึงถึงหมู่บ้านประมาณ 8 กม. เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถตู้ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
หมวดหมู่: ●วิถีชีวิต
กลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชน
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




