หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ >อ.เมืองศรีสะเกษ >ต.เมืองเหนือ > ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ
TL;DR: ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ อยู่ที่บริเวณสี่แยกถนนเทพาตัดกับถนนหลักเมือง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ 33000 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น.
ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 - 17.00 น.
ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนเทพาตัดกับถนนหลักเมือง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวศรีสะเกษมาอย่างยาวนาน ศาลหลักเมืองแห่งนี้อยู่ใจกลางเขตเมือง ใกล้ศาลากลางจังหวัด หน่วยงานราชการ ธนาคาร ร้านอาหาร โรงแรม และย่านการค้าสำคัญของจังหวัด จึงเป็นจุดหมายที่เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นการเดินทางในศรีสะเกษด้วยการกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง ก่อนเดินทางต่อไปยังวัดสำคัญ แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยวรอบตัวเมือง
ศาลหลักเมืองมีความหมายมากกว่าสถานที่ไหว้พระหรือศาลเจ้ากลางเมือง เพราะในคติไทย เสาหลักเมืองเป็นสัญลักษณ์ของการตั้งบ้านเมือง ความมั่นคง ความร่มเย็น ความเป็นระเบียบ และการคุ้มครองผู้คนในพื้นที่ เมืองใดมีหลักเมือง เมืองนั้นมีสัญลักษณ์ที่บอกถึงจุดตั้งมั่นทางจิตใจของบ้านเมือง ชาวศรีสะเกษจึงให้ความเคารพศาลหลักเมืองในฐานะศูนย์กลางทางศรัทธาที่เชื่อมผู้คนกับบ้านเกิด เมืองเกิด หน้าที่การงาน ครอบครัว และความเป็นสิริมงคลของชีวิต
ศาลหลักเมืองศรีสะเกษหลังใหม่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2519 และแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2531 ในสมัยนายจำลอง ราษฎร์ประเสริฐ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ การก่อสร้างศาลหลักเมืองหลังใหม่เกิดขึ้นเพื่อให้จังหวัดมีสถานที่สักการะที่งดงาม แข็งแรง และเหมาะสมกับการประกอบพิธีกรรมของบ้านเมือง ตัวศาลตั้งอยู่ในทำเลสำคัญใกล้ศูนย์ราชการ จึงสะท้อนทั้งความศักดิ์สิทธิ์ทางจิตใจและความเป็นศูนย์กลางทางการปกครองของจังหวัดในเวลาเดียวกัน
ตัวอาคารศาลหลักเมืองมีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมาก อาคารยกฐานสูงเพื่อให้พื้นที่ศาลดูสง่างามและแยกจากระดับถนนอย่างชัดเจน หลังคาทรงไทยจตุรมุขช่วยให้ตัวศาลมีมิติทั้ง 4 ด้าน มองเห็นความสมดุลและความเป็นอาคารศักดิ์สิทธิ์จากทุกทิศทาง ผนังกรุด้วยหินอ่อนทั้งหลังและประดับกระจกสี ทำให้ศาลมีความสว่าง งามสง่า และดูสะอาดตา สีของหินอ่อน กระจก เครื่องยอด และหลังคาทรงไทยประกอบกันเป็นภาพจำของศาลหลักเมืองที่งดงามกลางเมืองศรีสะเกษ
จั่วด้านทิศใต้ของศาลประดิษฐานตรา “กาญจนาภิเษก” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี การประดับตรานี้ทำให้ศาลหลักเมืองศรีสะเกษมีความหมายเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ชาติและพระมหากษัตริย์ไทย นอกเหนือจากการเป็นศาลประจำจังหวัด ความหมายของตรากาญจนาภิเษกช่วยเพิ่มมิติแห่งความเป็นสิริมงคลและความจงรักภักดีในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์กลางเมือง
เสาหลักเมืองภายในศาลทำจากไม้ชัยพฤกษ์ ซึ่งเป็นไม้ที่มีชื่อมงคลและสัมพันธ์กับคติเรื่องชัยชนะ ความเจริญ และความมั่นคง เสาหลักเมืองมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร สูงจากฐานประมาณ 229 เซนติเมตร ปลายยอดเสาแกะเป็นลักษณะมนแหลมอย่างประณีต เมื่อเข้าไปภายในศาล ผู้มาเยือนจะเห็นเสาหลักเมืองตั้งอยู่เป็นศูนย์กลางของพื้นที่สักการะ มีเครื่องบูชา พวงมาลัย ผ้าแพร และดอกไม้ที่ประชาชนนำมาถวายด้วยความเคารพ
ศาลหลักเมืองศรีสะเกษเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านนิยมมากราบไหว้ในหลายโอกาส ทั้งการเริ่มงานใหม่ การเดินทางไกล การค้าขาย การสอบ การเข้ารับราชการ การย้ายบ้าน การตั้งจิตขอพรเพื่อความราบรื่นของชีวิต และการไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางไปสถานที่อื่นในจังหวัด ผู้มาเยือนจำนวนมากมักเริ่มจากการจุดธูป ถวายพวงมาลัย กราบเสาหลักเมือง ตั้งจิตอธิษฐาน และขอพรให้ชีวิตมั่นคงเหมือนหลักเมืองที่ตั้งอยู่กลางจังหวัด
ความศรัทธาต่อศาลหลักเมืองยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับเมืองอย่างลึกซึ้ง ชาวศรีสะเกษจำนวนมากไม่ได้มองศาลหลักเมืองเป็นเพียงอาคารศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของบ้านเกิดที่คุ้มครองลูกหลาน เป็นสถานที่ที่คนเดินทางกลับบ้านสามารถมาไหว้เพื่อระลึกถึงรากเหง้าของตนเอง และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความเป็นเมืองศรีสะเกษได้ทันที เพราะศาลตั้งอยู่ในบริเวณที่เชื่อมราชการ เมืองเก่า ย่านธุรกิจ และเส้นทางท่องเที่ยวหลักของจังหวัด
ทำเลของศาลหลักเมืองมีความสำคัญมาก เพราะตั้งอยู่ใกล้ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษและอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ ตลาด ร้านอาหาร และโรงแรมในตัวเมือง ผู้ที่เดินทางมาเที่ยวศรีสะเกษสามารถเริ่มต้นที่ศาลหลักเมือง แล้วเดินทางต่อไปยังวัดมหาพุทธารามเพื่อสักการะหลวงพ่อโต ตึกขุนอำไพพาณิชย์เพื่อชมสถาปัตยกรรมเก่า ศรีสะเกษอควาเรียมเพื่อเรียนรู้โลกใต้น้ำ หรือพระธาตุเรืองรองเพื่อชมพิพิธภัณฑ์สี่เผ่าไทยได้อย่างสะดวกในวันเดียว
ภายในศาลมีพื้นที่สักการะที่ออกแบบให้ผู้มาเยือนเข้าไปกราบไหว้ได้อย่างเป็นระเบียบ พื้นหินอ่อนให้ความรู้สึกเย็น สะอาด และสงบ ผนังหินอ่อนช่วยสะท้อนแสงภายในอาคารให้สว่าง ขณะที่ช่องเปิดและกระจกสีเพิ่มบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ เมื่อแสงธรรมชาติตกกระทบกระจกสีและพื้นหินอ่อน พื้นที่ภายในศาลจะมีมิติของแสงเงาที่งดงาม เหมาะแก่การยืนสงบใจ ตั้งจิตอธิษฐาน และระลึกถึงความมั่นคงของชีวิต
รอบบริเวณศาลมีรั้วและพื้นที่ด้านหน้าให้ผู้มาเยือนเตรียมเครื่องสักการะก่อนเข้าไปภายใน พื้นที่ด้านนอกมองเห็นองค์ศาลได้ชัดเจน ทั้งหลังคาทรงไทยจตุรมุข เครื่องยอด หน้าบัน บันไดทางขึ้น และองค์ประกอบตกแต่งโดยรอบ ผู้มาเยือนจำนวนมากนิยมถ่ายภาพบริเวณด้านหน้าศาล เพราะเป็นมุมที่เห็นทั้งป้ายศาลหลักเมืองและตัวอาคารศาลพร้อมกัน แต่การถ่ายภาพควรทำด้วยความสุภาพ ไม่รบกวนผู้ที่กำลังสักการะ และไม่กีดขวางทางเข้าออก
ศาลหลักเมืองศรีสะเกษเป็นสถานที่ที่ใช้เวลาเยี่ยมชมไม่นาน แต่มีความหมายสูง ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาเพียง 15–30 นาทีในการกราบไหว้ ถ่ายภาพ และชมสถาปัตยกรรม แต่สำหรับผู้ที่สนใจประวัติเมืองและคติความเชื่อ ควรใช้เวลามากกว่านั้นเพื่อพิจารณารายละเอียดของอาคาร เสาหลักเมือง เครื่องบูชา ลวดลายจตุรมุข และความสัมพันธ์ระหว่างศาลกับศูนย์ราชการโดยรอบ การมองศาลในบริบทของเมืองจะทำให้เข้าใจว่าศาลหลักเมืองเป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และหมุดหมายเชิงเมืองในเวลาเดียวกัน
ในทางวัฒนธรรม ศาลหลักเมืองทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นเมือง ศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับชื่อ “ศรีนครลำดวน” เมืองเก่า ชุมชนลาว เขมร ส่วยหรือกูย และเยอ รวมถึงเส้นทางอารยธรรมอีสานใต้ ศาลหลักเมืองจึงเป็นเหมือนประตูแรกสำหรับทำความเข้าใจจังหวัดนี้ เมื่อผู้มาเยือนมากราบไหว้ที่ศาลหลักเมืองแล้วเดินทางต่อไปยังสถานที่สำคัญอื่น จะเห็นว่าศรีสะเกษมีทั้งความเป็นเมืองราชการ ความเป็นเมืองวัฒนธรรม และความเป็นเมืองศรัทธาอยู่ร่วมกัน
ความงามของศาลหลักเมืองศรีสะเกษยังอยู่ที่ขนาดที่พอดี ไม่ใหญ่จนห่างเหินและไม่เล็กจนขาดความสง่างาม ตัวศาลตั้งอยู่กลางพื้นที่เมืองอย่างพอเหมาะ ทำให้ประชาชนเข้าถึงง่าย ผู้ที่มาทำธุระราชการใกล้ศาลากลางสามารถแวะไหว้ได้ ผู้ที่พักในโรงแรมตัวเมืองสามารถเดินทางมาได้ในเวลาไม่นาน และนักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัดก็สามารถจัดศาลหลักเมืองเป็นจุดเริ่มหรือจุดปิดท้ายของทริปได้อย่างเหมาะสม
บรรยากาศรอบศาลในช่วงเช้ามีความสงบ เหมาะกับการไหว้ขอพรและเริ่มต้นวันด้วยความเป็นสิริมงคล ส่วนช่วงบ่ายเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าตัวเมืองหลังจากเที่ยวสถานที่รอบนอกมาแล้ว ช่วงเย็นก่อนปิดศาลมีแสงอ่อนที่ช่วยให้ภาพอาคารดูงดงามขึ้น ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพควรเลือกช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเพราะแสงไม่แข็งเกินไป และควรระวังการจราจรบริเวณสี่แยกถนนเทพากับถนนหลักเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่เมืองที่มีรถสัญจรตลอดวัน
การไหว้ศาลหลักเมืองควรทำด้วยความสำรวม ผู้มาเยือนสามารถเตรียมพวงมาลัย ดอกไม้ ธูป เทียน ผ้าแพร หรือเครื่องสักการะตามความเหมาะสม เมื่อเข้าไปภายในศาลควรวางรองเท้าในพื้นที่ที่กำหนด รักษาความสงบ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ยืนบังผู้ที่กำลังไหว้ และไม่สัมผัสเสาหลักเมืองหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่เหมาะสม การเคารพสถานที่เป็นสิ่งสำคัญ เพราะศาลหลักเมืองเป็นสถานที่ที่ผู้คนหลากหลายเข้ามาด้วยความศรัทธาและความตั้งใจดี
สำหรับผู้ที่เดินทางมาเป็นครอบครัว ศาลหลักเมืองศรีสะเกษเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการสอนเด็กและเยาวชนให้เข้าใจเรื่องความเคารพต่อบ้านเมือง การเริ่มต้นทำสิ่งใดด้วยความตั้งใจ และการรักษามารยาทในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เด็กสามารถเรียนรู้ว่าศาลหลักเมืองไม่ใช่เพียงจุดถ่ายภาพ แต่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ผู้คนเคารพ การเรียนรู้เช่นนี้ช่วยปลูกฝังความเข้าใจต่อวัฒนธรรมไทยและความสำคัญของสถานที่สาธารณะในระดับจังหวัด
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ศาลหลักเมืองศรีสะเกษช่วยอธิบายแนวคิดเรื่อง “City Pillar Shrine” ของไทยได้ดี เสาหลักเมืองเป็นสัญลักษณ์ทางพิธีกรรมของการตั้งเมืองและการคุ้มครองเมือง อาคารศาลมีสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ หินอ่อน กระจกสี และหลังคาจตุรมุขที่เข้าใจง่ายทางสายตา นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถใช้ศาลหลักเมืองเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อเข้าใจว่าคนไทยมองเมืองในเชิงศรัทธาอย่างไร และเพราะเหตุใดศาลหลักเมืองจึงปรากฏอยู่ในหลายจังหวัดของประเทศไทย
จุดเด่นอีกประการคือศาลหลักเมืองตั้งอยู่ใกล้ร้านอาหารเก่าแก่และคาเฟ่หลายแห่งของเมืองศรีสะเกษ หลังจากไหว้ศาลแล้วผู้มาเยือนสามารถเดินทางไปกินอาหารเช้า ร้านกาแฟ หรือร้านอาหารในย่านถนนเทพา ถนนหลักเมือง ถนนขุขันธ์ และถนนกลางเมืองได้ง่าย เส้นทางนี้เหมาะกับการจัดทริปเมืองศรีสะเกษแบบสั้น ๆ โดยเริ่มจากไหว้ศาลหลักเมือง ต่อด้วยอาหารท้องถิ่น แล้วเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง
ในเชิงการจัดเส้นทางท่องเที่ยว ศาลหลักเมืองเหมาะกับการวางไว้เป็นจุดแรกของการเที่ยวตัวเมืองศรีสะเกษ เพราะอยู่ใกล้จุดราชการและเดินทางต่อไปได้หลายทิศ หากต้องการเที่ยวสายศรัทธา สามารถต่อไปวัดมหาพุทธาราม วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม หรือพระธาตุเรืองรอง หากต้องการเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สามารถไปตึกขุนอำไพพาณิชย์และย่านเมืองเก่า หากต้องการเที่ยวพักผ่อน สามารถไปสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์และศรีสะเกษอควาเรียมได้
ผู้มาเยือนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดรถในพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่ใกล้เคียงที่อนุญาตให้จอดได้ โดยควรสังเกตป้ายจราจรบริเวณสี่แยก เพราะพื้นที่ตั้งศาลอยู่ในเขตเมืองและใกล้หน่วยงานราชการ การเดินทางด้วยรถรับจ้างในเมืองก็สะดวก เพราะศาลหลักเมืองเป็นจุดที่คนท้องถิ่นรู้จักดี หากเดินทางจากสถานีรถไฟศรีสะเกษใช้เวลาไม่นาน และสามารถเชื่อมต่อไปยังโรงแรมในตัวเมืองได้ง่าย
การเดินทาง จากสถานีรถไฟศรีสะเกษมายังศาลหลักเมืองสามารถใช้เส้นทางถนนในตัวเมืองมุ่งหน้าไปยังถนนเทพาและถนนหลักเมือง ระยะทางสั้นและเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง จากศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษเดินทางมาศาลหลักเมืองได้สะดวกเพราะอยู่ใกล้กันมาก ส่วนผู้ที่เดินทางจากต่างจังหวัดด้วยรถยนต์ให้เข้าสู่ตัวเมืองศรีสะเกษ แล้วใช้ถนนเทพาหรือถนนหลักเมืองเป็นแกนหลักในการนำทาง
ศาลหลักเมืองไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปกราบไหว้และชมสถาปัตยกรรมได้ตามเวลาเปิดทำการ การทำบุญ ถวายพวงมาลัย ดอกไม้ ธูปเทียน ผ้าแพร หรือน้ำมันตะเกียงเป็นไปตามศรัทธา การไม่เก็บค่าเข้าชมทำให้ศาลยังคงเป็นพื้นที่สาธารณะทางศรัทธาของเมืองที่เปิดกว้างสำหรับชาวศรีสะเกษ ผู้เดินทาง นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวไทย และชาวต่างชาติ
แม้ศาลหลักเมืองจะเป็นสถานที่ขนาดไม่ใหญ่ แต่มีความสำคัญสูงในฐานะสัญลักษณ์ของเมือง ผู้มาเยือนจึงควรใช้พื้นที่ด้วยความเคารพ แต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่กินอาหารภายในศาล ไม่ทิ้งขยะ ไม่วางสิ่งของกีดขวางทางเข้าออก และไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่ลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ การรักษามารยาทเหล่านี้ทำให้ศาลหลักเมืองยังคงเป็นพื้นที่สงบและสมเกียรติของจังหวัดศรีสะเกษ
ศาลหลักเมืองศรีสะเกษจึงเป็นจุดหมายที่ควรแวะเมื่อมาเยือนตัวเมือง ไม่ว่าจะมาเพื่อไหว้ขอพร เริ่มต้นทริป ทำธุระราชการ พักค้างคืน หรือเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น เสาหลักเมืองไม้ชัยพฤกษ์ อาคารทรงไทยจตุรมุข หินอ่อน กระจกสี และตรากาญจนาภิเษกทำให้สถานที่นี้มีทั้งความงามทางสถาปัตยกรรมและความหมายเชิงประวัติศาสตร์ของบ้านเมือง เมื่อรวมกับทำเลใจกลางเมือง ศาลหลักเมืองจึงเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่สุดของการทำความรู้จักศรีสะเกษ
โดยสรุป ศาลหลักเมืองศรีสะเกษเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดที่เชื่อมความศรัทธา ประวัติศาสตร์เมือง สถาปัตยกรรมไทย และชีวิตประจำวันของผู้คนไว้ด้วยกัน สถานที่นี้เหมาะสำหรับการเริ่มต้นการเดินทางในศรีสะเกษ เพราะช่วยให้ผู้มาเยือนสัมผัสหัวใจของเมืองก่อนออกไปพบวัด โบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร และวิถีชุมชนรอบจังหวัด การกราบไหว้ศาลหลักเมืองจึงไม่ใช่เพียงพิธีสั้น ๆ แต่เป็นการทักทายเมืองศรีสะเกษด้วยความเคารพและความเป็นสิริมงคล
| ชื่อสถานที่ | ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ |
| ชื่อสำคัญที่เกี่ยวข้อง | ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองศรีสะเกษ, ศาลหลักเมืองจังหวัดศรีสะเกษ, เสาหลักเมืองศรีสะเกษ, City Pillar Shrine Si Sa Ket |
| ประเภทสถานที่ | ศาลหลักเมือง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด แหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา และหมุดหมายสำคัญใจกลางเมืองศรีสะเกษ |
| ที่ตั้ง | บริเวณสี่แยกถนนเทพาตัดกับถนนหลักเมือง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ 33000 |
| ลักษณะทำเล | ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ หน่วยงานราชการ ย่านการค้า ร้านอาหาร โรงแรม และเส้นทางท่องเที่ยวหลักในตัวเมือง |
| ระยะทางจากจุดสำคัญ | ใกล้ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษประมาณ 0.3 กม. ใกล้สถานีรถไฟศรีสะเกษประมาณ 1 กม. และอยู่ในย่านใจกลางเมืองศรีสะเกษ |
| ความสำคัญ | เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวศรีสะเกษ ใช้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ความมั่นคง และการเริ่มต้นสิ่งสำคัญในชีวิต |
| ประวัติโดยสรุป | ศาลหลักเมืองหลังใหม่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2519 และแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2531 ในสมัยนายจำลอง ราษฎร์ประเสริฐ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อให้เป็นศาลหลักเมืองที่งดงาม แข็งแรง และเหมาะแก่การประกอบพิธีกรรมของจังหวัด |
| วัสดุเสาหลักเมือง | ไม้ชัยพฤกษ์ ปลายยอดเสาแกะเป็นมนแหลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร สูงจากฐานประมาณ 229 เซนติเมตร |
| จุดเด่นสถาปัตยกรรม | อาคารยกฐานสูง หลังคาทรงไทยจตุรมุข กรุด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ประดับกระจกสี มีตรากาญจนาภิเษกที่จั่วด้านทิศใต้ และมีบรรยากาศสง่างามเหมาะกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด |
| สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญ | เสาหลักเมืองศรีสะเกษ, เจ้าพ่อหลักเมืองศรีสะเกษ, พื้นที่สักการะภายในศาล, เครื่องบูชา และพื้นที่อธิษฐานขอพร |
| ผู้ดูแล | จังหวัดศรีสะเกษร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นในเขตเมืองศรีสะเกษ และเทศบาลเมืองศรีสะเกษในฐานะหน่วยงานท้องถิ่นของพื้นที่ตัวเมือง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นสถานที่สักการะประจำจังหวัดและแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ประชาชนสามารถเข้ากราบไหว้ ขอพร ถ่ายภาพ และชมสถาปัตยกรรมได้ตามเวลาเปิดทำการ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 - 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชม การถวายพวงมาลัย ดอกไม้ ธูปเทียน ผ้าแพร น้ำมันตะเกียง หรือการทำบุญเป็นไปตามศรัทธา |
| โซน / ส่วนสำคัญภายในศาล | 1. โซนประตูทางเข้าและป้ายศาลหลักเมือง 2. โซนบันไดทางขึ้นศาล 3. โซนอาคารทรงไทยจตุรมุข 4. โซนเสาหลักเมืองไม้ชัยพฤกษ์ 5. โซนโต๊ะเครื่องสักการะและพวงมาลัย 6. โซนพื้นที่จุดธูปและถวายดอกไม้ 7. โซนผนังหินอ่อนและกระจกสี 8. โซนจั่วด้านทิศใต้ประดับตรากาญจนาภิเษก 9. โซนลานด้านหน้าศาลสำหรับถ่ายภาพ 10. โซนพื้นที่รอบศาลและทางเดินเชื่อมถนนหลักเมือง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่สักการะ ลานหน้าอาคาร จุดวางเครื่องบูชา พื้นที่ถ่ายภาพ ร้านค้าและร้านอาหารในย่านใกล้เคียง โรงแรมในตัวเมือง และบริการขนส่งท้องถิ่นในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ |
| เบอร์ติดต่อที่เกี่ยวข้อง | ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองศรีสะเกษ โทร. 045-611-283 เทศบาลเมืองศรีสะเกษ โทร. 045-620-211 ถึง 4 สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ โทร. 045-613-786 |
| การเดินทาง | จากสถานีรถไฟศรีสะเกษหรือย่านตัวเมือง ให้มุ่งหน้าไปบริเวณสี่แยกถนนเทพาตัดกับถนนหลักเมือง ใกล้ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง รถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือการเดินทางต่อจากโรงแรมในตัวเมือง |
| ข้อปฏิบัติสำหรับผู้เข้าชม | แต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ถอดรองเท้าในพื้นที่ที่กำหนด ไม่ส่งเสียงดัง ไม่แตะต้องเสาหลักเมืองหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่เหมาะสม ไม่กีดขวางผู้สักการะ ไม่ทิ้งขยะ และถ่ายภาพด้วยความเคารพต่อสถานที่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ประมาณ 0.3 กม. 2. วัดมหาพุทธาราม / หลวงพ่อโต ประมาณ 1 กม. 3. สถานีรถไฟศรีสะเกษ ประมาณ 1 กม. 4. ตึกขุนอำไพพาณิชย์ ประมาณ 1.5 กม. โทร. 045-644-375 5. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและย่านถนนหลักเมือง ประมาณ 0 กม. 6. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ศรีสะเกษ ประมาณ 5 กม. โทร. 094-581-4357 7. ศรีสะเกษอควาเรียม ประมาณ 5 กม. โทร. 045-612-686, 087-450-7484 8. หอศรีลำดวนเฉลิมพระเกียรติ ประมาณ 5 กม. 9. พระธาตุเรืองรอง / วัดบ้านสร้างเรือง ประมาณ 9 กม. โทร. 063-181-5217, 081-977-3078 10. วัดหนองตะเคียน ตำบลจาน ประมาณ 19 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. เก้าเก้าหมูกะทะ ตรงข้ามศาลหลักเมือง ประมาณ 0.1 กม. โทร. 093-368-6399 2. ร้านก๋วยจั๊บคนเห็น ถนนเทพา ประมาณ 0.2 กม. 3. Mala Cafe ถนนเทพา ประมาณ 1 กม. โทร. 087-963-8414 4. The Wine Room Cafe ประมาณ 2 กม. โทร. 082-678-7468 5. Jiree Cafe ประมาณ 2 กม. โทร. 080-799-1890 6. The Cup Cafe ประมาณ 2 กม. โทร. 095-742-6323 7. Dear Cup Coffee ประมาณ 3 กม. โทร. 066-119-6968 8. ร้านอาหารเช้าเจียวกี่ วงเวียนแม่ศรี ประมาณ 1 กม. โทร. 045-966-989 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Boonsiri Boutique Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 045-622-222, 045-622-555 2. Gallery Design Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 045-611-999 3. B2 Sisaket Boutique & Budget Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 052-009-161, 088-263-2897 4. Prompiman Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 045-612-667, 045-612-696, 045-612-150 5. Tree House Hotel ประมาณ 5 กม. โทร. 045-611-563, 080-477-7854 6. The Impress Sisaket ประมาณ 4 กม. โทร. 045-961-566 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลหลักเมืองศรีสะเกษอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศาลหลักเมืองศรีสะเกษตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนเทพาตัดกับถนนหลักเมือง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ใกล้ศาลากลางจังหวัดและอยู่ในย่านใจกลางเมือง
ถาม: ศาลหลักเมืองศรีสะเกษเปิดวันไหนและกี่โมง?
ตอบ: ศาลหลักเมืองศรีสะเกษเปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. ผู้มาเยือนสามารถเข้ากราบไหว้ขอพร ชมสถาปัตยกรรม และถ่ายภาพบริเวณภายนอกได้ตามเวลานี้
ถาม: ศาลหลักเมืองศรีสะเกษมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ศาลหลักเมืองศรีสะเกษไม่เก็บค่าเข้าชม การถวายพวงมาลัย ดอกไม้ ธูปเทียน ผ้าแพร น้ำมันตะเกียง หรือการทำบุญเป็นไปตามศรัทธาของผู้มาเยือน
ถาม: ศาลหลักเมืองศรีสะเกษสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: ศาลหลักเมืองหลังใหม่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2519 และแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2531 ในสมัยนายจำลอง ราษฎร์ประเสริฐ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ
ถาม: เสาหลักเมืองศรีสะเกษทำจากอะไร?
ตอบ: เสาหลักเมืองศรีสะเกษทำจากไม้ชัยพฤกษ์ ปลายยอดเสาแกะเป็นมนแหลม มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 เซนติเมตร และสูงจากฐานประมาณ 229 เซนติเมตร
ถาม: จุดเด่นของสถาปัตยกรรมศาลหลักเมืองศรีสะเกษคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคืออาคารยกฐานสูง หลังคาทรงไทยจตุรมุข กรุด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ประดับกระจกสี และมีตรากาญจนาภิเษกที่จั่วด้านทิศใต้ ทำให้ศาลมีความสง่างามและเป็นเอกลักษณ์กลางเมืองศรีสะเกษ
ถาม: ควรไหว้ศาลหลักเมืองศรีสะเกษอย่างไร?
ตอบ: ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ เตรียมพวงมาลัย ดอกไม้ ธูปเทียน หรือผ้าแพรตามศรัทธา เข้าไปกราบไหว้ด้วยความสงบ ตั้งจิตอธิษฐาน และไม่รบกวนผู้ที่กำลังสักการะอยู่ภายในศาล
ถาม: ศาลหลักเมืองศรีสะเกษสามารถเที่ยวร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดมหาพุทธาราม ตึกขุนอำไพพาณิชย์ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ศรีสะเกษอควาเรียม หอศรีลำดวนเฉลิมพระเกียรติ พระธาตุเรืองรอง และย่านร้านอาหารในตัวเมืองศรีสะเกษได้อย่างสะดวก
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว




