หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ >อ.เมืองศรีสะเกษ >ต.เมืองใต้ > ตึกขุนอำไพพาณิชย์
TL;DR: ตึกขุนอำไพพาณิชย์ อยู่ที่ถนนอุบล ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ อาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้นแบบตึกแถวโบราณ มี 6 คูหา ชั้นล่างเป็นซุ้มประตูโค้งและประตูไม้ ชั้นบนมีระเบียงไม้ยื่นออกมา.
ตึกขุนอำไพพาณิชย์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 18.00 น.
ตึกขุนอำไพพาณิชย์ จังหวัดศรีสะเกษ หรือที่รู้จักกันในชื่อ บ้านขุนอำไพพาณิชย์ เป็นอาคารเก่าแก่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ตั้งอยู่เลขที่ 1166 ถนนอุบล ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ภายในย่านเมืองเก่าของเทศบาลเมืองศรีสะเกษ อาคารหลังนี้เป็นอดีตบ้านพักและสถานประกอบการค้าของขุนอำไพพาณิชย์ หรือทองอินทร์ นาคสีหราช คหบดีคนสำคัญของเมืองศรีสะเกษ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2468 โดยช่างชาวจีนและชาวเวียดนามหรือญวน ตัวอาคารเป็นอาคารพาณิชย์ก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น แบ่งเป็น 6 คูหา โดดเด่นด้วยซุ้มประตูโค้ง บานประตูไม้ ระเบียงไม้ด้านหน้า ช่องหน้าต่างชั้นบน และลวดลายปูนปั้นที่ประดับเต็มผนังอาคารทั้งด้านหน้าและด้านหลังอย่างประณีต ปัจจุบันตึกขุนอำไพพาณิชย์เปิดให้เข้าชมในฐานะแหล่งเรียนรู้ทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ชั้นบนจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้เก่า รูปภาพ และประวัติของเจ้าของบ้าน ส่วนชั้นล่างเปิดเป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้า OTOP ของจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียง
ตึกขุนอำไพพาณิชย์เป็นหนึ่งในอาคารเก่าแก่ที่สะท้อนความเจริญของเมืองศรีสะเกษในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ได้ชัดเจนที่สุด อาคารหลังนี้ไม่ได้เป็นเพียงบ้านของคหบดีผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจ แต่เป็นหลักฐานของยุคสมัยที่เมืองศรีสะเกษเริ่มมีการค้าขาย การติดต่อของผู้คนหลายกลุ่มชาติพันธุ์ และการรับอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมจากจีน ญวน และช่างท้องถิ่นเข้ามาผสมผสานกันอย่างงดงาม การตั้งอยู่บนถนนอุบล ซึ่งเป็นแนวถนนสำคัญของเมือง ทำให้อาคารนี้สัมพันธ์กับการค้าขายและชีวิตเมืองอย่างแนบแน่น ผู้มาเยือนจึงสามารถอ่านประวัติศาสตร์เมืองศรีสะเกษผ่านอาคารหลังเดียวได้ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ ครอบครัวคหบดี การตั้งถิ่นฐาน การค้าขาย และรสนิยมทางสถาปัตยกรรมของผู้คนในยุคนั้น
อาคารขุนอำไพพาณิชย์สร้างขึ้นในช่วงที่อาคารพาณิชย์ก่ออิฐถือปูนเริ่มมีบทบาทในเมืองหัวเมืองอีสานมากขึ้น รูปแบบของอาคารเป็นตึกแถว 2 ชั้นที่มีลักษณะเหมาะกับการอยู่อาศัยและประกอบการค้าในพื้นที่เดียวกัน ชั้นล่างเปิดเป็นพื้นที่ใช้งานเชิงพาณิชย์ มีประตูไม้ขนาดใหญ่และซุ้มโค้งต่อเนื่องกัน ส่วนชั้นบนเป็นพื้นที่พักอาศัย มีช่องหน้าต่างและระเบียงไม้ทอดยาวตลอดแนวหน้าอาคาร การออกแบบเช่นนี้สะท้อนวิถีชีวิตของคหบดีและพ่อค้าในเมืองเก่า ที่บ้านและร้านค้าไม่ได้แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง แต่เป็นพื้นที่เดียวกันที่รองรับทั้งการค้าขาย การรับแขก การเก็บสินค้า และการอยู่อาศัยของครอบครัว
ความงามของตึกขุนอำไพพาณิชย์อยู่ที่รายละเอียดทางสถาปัตยกรรม ซึ่งแสดงฝีมือของช่างชาวจีนและชาวญวนได้อย่างชัดเจน ผนังด้านหน้าของอาคารประดับลายปูนปั้นละเอียด ทั้งลายพรรณพฤกษา ลายดอกบ๊วย ลายดอกเบญจมาศ ลายก้านขด ลายนกกระเรียน ลายดวงอาทิตย์ฉายรัศมี ลายดอกพุดตาน ลายค้างคาวคายเงิน และลายเหรียญโบราณ ลวดลายเหล่านี้ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อความงามเท่านั้น แต่สัมพันธ์กับคติความเชื่อแบบจีนที่ให้ความสำคัญกับความเป็นสิริมงคล โชคลาภ อายุยืน ความมั่งคั่ง และความเจริญรุ่งเรืองของครอบครัวเจ้าของบ้าน
ลวดลายมงคลบนตึกขุนอำไพพาณิชย์เป็นจุดที่ควรใช้เวลาอ่านอย่างละเอียด เพราะแต่ละลายมีความหมายเฉพาะตัว ภาพดอกพุดตานและดวงอาทิตย์ฉายรัศมีสื่อถึงความรุ่งเรืองและความเป็นสิริมงคล ลายดอกเบญจมาศสัมพันธ์กับความสง่างามและความยืนยาว ลายนกกระเรียนสื่อถึงอายุยืนและความเป็นมงคล ส่วนภาพค้างคาวคายเงินและเหรียญโบราณเกี่ยวข้องกับโชคลาภ ความมั่งคั่ง และการค้าขายที่ราบรื่น เมื่อรวมลวดลายทั้งหมดเข้าด้วยกัน อาคารหลังนี้จึงเป็นเหมือนคำอวยพรที่ถูกก่อขึ้นเป็นสถาปัตยกรรม เจ้าของบ้านเลือกให้ตัวบ้านสะท้อนทั้งฐานะ ความเชื่อ และความหวังเรื่องความเจริญของตระกูล
ชั้นล่างของตึกมีซุ้มประตูโค้งเรียงต่อเนื่องตามจำนวนคูหา เหนือประตูเป็นช่องกรอบโค้งที่ตกแต่งด้วยปูนปั้นและงานไม้ บานประตูไม้ขนาดใหญ่ให้ภาพของอาคารพาณิชย์เก่าที่แข็งแรงและสง่างาม พื้นชั้นล่างปูด้วยไม้เนื้อแข็งและมีบันไดขึ้นชั้นบน 2 ทาง ลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ภายในถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงอาคารสำหรับโชว์ด้านหน้า ความสัมพันธ์ระหว่างหน้าร้าน พื้นไม้ บันได และพื้นที่ชั้นบนทำให้ผู้เข้าชมสัมผัสได้ถึงวิถีชีวิตของบ้านคหบดีเมืองศรีสะเกษในอดีต
ชั้นบนของอาคารมีระเบียงไม้ยื่นออกมาประมาณ 1 เมตรตลอดแนวหน้าอาคาร ราวระเบียงไม้มีลวดลายโปร่ง ทำให้ตัวอาคารดูเบาและมีจังหวะทางสายตา ระเบียงนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเชื่อมพื้นที่ภายในบ้านกับถนนด้านหน้า เจ้าของบ้านสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของย่านการค้า ผู้คน และขบวนรถบนถนนอุบลจากชั้นบนได้อย่างชัดเจน ในเชิงสถาปัตยกรรม ระเบียงไม้ยังช่วยลดความทึบของอาคารก่ออิฐถือปูนและเพิ่มความอบอุ่นให้กับด้านหน้าอาคาร
เมื่อพิจารณาตัวอาคารทั้งหลัง จะเห็นการผสมผสานระหว่างโครงสร้างตึกแถวแบบพาณิชย์กับรายละเอียดตกแต่งแบบจีนและญวนอย่างกลมกลืน ตัวอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ให้ความมั่นคงและเหมาะกับการใช้งานในเมือง ส่วนงานไม้และปูนปั้นทำให้อาคารมีชีวิต มีเอกลักษณ์ และมีความประณีตแบบบ้านคหบดี การผสมผสานนี้ทำให้ตึกขุนอำไพพาณิชย์แตกต่างจากตึกแถวทั่วไป เพราะไม่ได้เน้นเฉพาะประโยชน์ใช้สอย แต่ให้ความสำคัญกับความงาม ความหมาย และสถานะทางสังคมของเจ้าของบ้านไปพร้อมกัน
ขุนอำไพพาณิชย์ หรือทองอินทร์ นาคสีหราช เป็นคหบดีชาวศรีสะเกษที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ท้องถิ่น อาคารหลังนี้จึงเป็นหลักฐานของบุคคลสำคัญในเมือง ไม่ใช่เพียงหลักฐานทางสถาปัตยกรรม ชื่อของท่านถูกจดจำควบคู่กับอาคาร เพราะตัวบ้านเป็นภาพสะท้อนฐานะ ความสามารถในการค้าขาย และความสัมพันธ์ของครอบครัวนาคสีหราชกับเมืองศรีสะเกษในช่วงเวลานั้น เมื่อผู้มาเยือนเดินผ่านห้องจัดแสดงชั้นบนซึ่งมีรูปภาพและประวัติของเจ้าของบ้าน จะเข้าใจได้ว่าอาคารหลังนี้เป็นทั้งบ้าน ร้านค้า และพื้นที่บันทึกความทรงจำของตระกูล
ตึกขุนอำไพพาณิชย์ได้รับการบูรณะและอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง จนได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการดีเด่นการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในเมืองเมื่อ พ.ศ. 2530 ความสำเร็จด้านการอนุรักษ์นี้มีความสำคัญมาก เพราะแสดงให้เห็นว่าศรีสะเกษไม่ได้มีมรดกทางวัฒนธรรมเฉพาะปราสาทขอม วัดเก่า หรือโบราณสถานทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังมีมรดกสถาปัตยกรรมเมืองที่เกิดจากชีวิตการค้าและการอยู่อาศัยของผู้คนในยุคใหม่ตอนต้นด้วย อาคารหลังนี้จึงช่วยขยายความเข้าใจเรื่องมรดกศรีสะเกษให้กว้างขึ้นจากโบราณสถานสมัยขอมไปสู่ประวัติศาสตร์เมืองและสถาปัตยกรรมคหบดี
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินตึกขุนอำไพพาณิชย์เป็นโบราณสถาน ทำให้อาคารหลังนี้ได้รับสถานะสำคัญในระดับชาติ การขึ้นทะเบียนไม่ได้เป็นเพียงการยืนยันอายุหรือความเก่าแก่ของอาคาร แต่เป็นการรับรองคุณค่าทางศิลปกรรม ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และความทรงจำของเมือง การที่อาคารพาณิชย์ 2 ชั้นในย่านเมืองเก่าได้รับการประกาศเป็นโบราณสถาน แสดงให้เห็นว่าอาคารที่เกิดจากชีวิตการค้าและชีวิตเมืองก็มีคุณค่าต่อประวัติศาสตร์ชาติไม่แพ้โบราณสถานประเภทวัดหรือปราสาท
ปัจจุบันบ้านขุนอำไพพาณิชย์เปิดให้เข้าชมได้ โดยชั้นบนจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้เก่าแก่บางส่วนของขุนอำไพพาณิชย์ รูปภาพ และประวัติของท่านเจ้าของบ้าน ส่วนชั้นล่างเปิดเป็นร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ของจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียง การใช้งานรูปแบบนี้ทำให้อาคารยังมีชีวิตและไม่กลายเป็นเพียงอาคารเก่าที่ปิดทิ้งไว้ นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมพร้อมกับชมสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นได้ในสถานที่เดียวกัน อาคารจึงทำหน้าที่ทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ จุดถ่ายภาพ ร้านค้าชุมชน และประตูสู่การรู้จักศรีสะเกษในมุมเมืองเก่า
ความน่าสนใจของชั้นบนอยู่ที่บรรยากาศของบ้านเก่าและสิ่งของจัดแสดงที่ช่วยให้เห็นชีวิตของเจ้าของบ้านในอดีต ข้าวของเครื่องใช้ ภาพถ่าย และประวัติที่จัดแสดงไม่ได้มีบทบาทเพียงเป็นวัตถุเก่า แต่ช่วยให้ผู้ชมจินตนาการถึงวิถีชีวิตของคหบดีในเมืองศรีสะเกษ ทั้งการอยู่อาศัย การรับแขก การค้าขาย และการใช้พื้นที่ภายในบ้าน อาคารที่มองจากด้านนอกว่างดงามอยู่แล้วจึงยิ่งมีมิติเมื่อเข้าไปเห็นภายใน เพราะทำให้เข้าใจว่าเบื้องหลังลวดลายปูนปั้นและประตูไม้คือชีวิตจริงของครอบครัวหนึ่งที่มีบทบาทต่อเมือง
ส่วนชั้นล่างที่เปิดเป็นร้านสินค้า OTOP ช่วยเชื่อมอดีตกับปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ เดิมอาคารหลังนี้เกี่ยวข้องกับการค้าของคหบดีเมืองศรีสะเกษ ปัจจุบันพื้นที่ชั้นล่างยังคงมีบทบาทด้านการค้า แต่เปลี่ยนจากกิจการของครอบครัวมาเป็นพื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น การใช้พื้นที่เช่นนี้ทำให้จิตวิญญาณของอาคารพาณิชย์ยังคงอยู่ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจึงไม่ได้ชมเฉพาะสถาปัตยกรรมเก่า แต่ยังได้เห็นผลิตภัณฑ์จากชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ดำเนินต่อเนื่องในพื้นที่ประวัติศาสตร์
ในเชิงการท่องเที่ยว ตึกขุนอำไพพาณิชย์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเมืองเก่า สถาปัตยกรรมตึกแถวโบราณ ประวัติศาสตร์คหบดี และการถ่ายภาพ อาคารตั้งอยู่ริมถนนอุบลในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ เดินทางสะดวกจากศาลหลักเมือง สถานีรถไฟศรีสะเกษ วัดมหาพุทธาราม และย่านร้านอาหารในตัวเมือง นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาเดินชมประมาณ 30–60 นาที หากต้องการถ่ายภาพ อ่านรายละเอียดป้ายข้อมูล ชมของจัดแสดง และเลือกซื้อสินค้า OTOP ควรเผื่อเวลาประมาณ 1–1.30 ชั่วโมง เพื่อซึมซับรายละเอียดของอาคารได้เต็มที่
มุมถ่ายภาพยอดนิยมคือด้านหน้าอาคารที่เห็นซุ้มโค้งของชั้นล่าง ระเบียงไม้ของชั้นบน และลวดลายปูนปั้นสีอ่อนตัดกับประตูไม้สีเข้ม หากถ่ายภาพจากฝั่งตรงข้ามถนนจะสามารถเก็บภาพหน้าอาคารได้ครบทั้ง 6 คูหา ส่วนมุมใกล้ซุ้มประตูเหมาะสำหรับเก็บรายละเอียดลายปูนปั้นและงานไม้ ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เป็นเวลาที่แสงนุ่มและช่วยให้พื้นผิวปูนปั้นดูมีมิติมากขึ้น นักท่องเที่ยวควรถ่ายภาพด้วยความระมัดระวัง ไม่กีดขวางทางเดินหรือการจราจรบริเวณถนนอุบล และเคารพพื้นที่ที่ยังเปิดใช้งานจริงในฐานะแหล่งเรียนรู้และร้านค้า OTOP
โซนสำคัญของตึกขุนอำไพพาณิชย์ประกอบด้วยโซนหน้าอาคารริมถนนอุบล โซนซุ้มประตูโค้งชั้นล่าง โซนบานประตูไม้เก่า โซนลวดลายปูนปั้นด้านหน้า โซนระเบียงไม้ชั้นบน โซนจัดแสดงรูปภาพและประวัติขุนอำไพพาณิชย์ โซนจัดแสดงเครื่องใช้เก่า โซนร้านค้า OTOP ชั้นล่าง และโซนพื้นที่ย่านเมืองเก่ารอบอาคาร การเดินชมตามโซนเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจอาคารทั้งในเชิงรูปทรง วัสดุ ประวัติศาสตร์ และการใช้งานปัจจุบัน
การเดินทางมาตึกขุนอำไพพาณิชย์ทำได้สะดวกมาก เพราะตั้งอยู่ในตัวเมืองศรีสะเกษ บนถนนอุบล ห่างจากศาลากลางจังหวัดเดิมและย่านเมืองเก่าไม่ไกล หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้ถนนหลักของเมืองศรีสะเกษแล้วเข้าสู่ถนนอุบลได้โดยตรง หากเดินทางด้วยรถไฟ สามารถลงที่สถานีรถไฟศรีสะเกษแล้วต่อรถรับจ้างหรือรถโดยสารท้องถิ่นเข้าสู่ถนนอุบลได้สะดวก ระยะทางภายในเมืองไม่ไกล จึงเหมาะกับการจัดทริปแบบเดินทางสั้น ๆ ในตัวเมืองร่วมกับศาลหลักเมือง วัดมหาพุทธาราม และศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองศรีสะเกษ
การเดินทาง ด้วยรถยนต์ส่วนตัวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายจุดในเมืองศรีสะเกษในวันเดียวกัน สามารถเริ่มจากศาลหลักเมืองศรีสะเกษ เดินทางมาตึกขุนอำไพพาณิชย์ แล้วต่อไปยังวัดมหาพุทธารามหรือหลวงพ่อโต และปิดท้ายที่ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองศรีสะเกษในช่วงบ่าย เส้นทางนี้ไม่ใช้เวลาขับรถไกล เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา นักถ่ายภาพ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการรู้จักเมืองศรีสะเกษในมุมประวัติศาสตร์และวิถีเมืองเก่า
ตึกขุนอำไพพาณิชย์ยังเป็นตัวอย่างสำคัญของการอนุรักษ์อาคารเก่าให้กลับมามีบทบาทในปัจจุบัน แทนที่จะปล่อยให้เสื่อมโทรมหรือถูกรื้อถอน อาคารได้รับการบูรณะและใช้เป็นพื้นที่สาธารณะด้านการเรียนรู้และการค้าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น การอนุรักษ์ลักษณะนี้ทำให้ผู้คนรุ่นใหม่สามารถเห็นงานช่างดั้งเดิม เข้าใจประวัติศาสตร์เมือง และใช้ประโยชน์จากอาคารอย่างเหมาะสมในเวลาเดียวกัน อาคารเก่าจึงไม่ใช่ภาระของเมือง แต่กลายเป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้ศรีสะเกษ
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย การมาเยือนตึกขุนอำไพพาณิชย์ช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อจังหวัดศรีสะเกษ เพราะหลายคนมักรู้จักศรีสะเกษจากปราสาทขอม วัดสำคัญ น้ำตก หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แต่ตึกขุนอำไพพาณิชย์แสดงให้เห็นว่าเมืองศรีสะเกษยังมีมรดกสถาปัตยกรรมเมืองที่งดงามและมีเอกลักษณ์ อาคารหลังนี้เล่าเรื่องยุคการค้า ชุมชนเมือง คหบดี และความสัมพันธ์ของคนจีน ญวน และคนท้องถิ่นในศรีสะเกษได้อย่างชัดเจน
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตึกขุนอำไพพาณิชย์เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการทำความเข้าใจชีวิตเมืองเล็กของไทยในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 อาคารสองชั้นริมถนนที่มีทั้งพื้นที่ค้าขายและที่อยู่อาศัย สะท้อนรูปแบบชีวิตที่พบได้ในเมืองการค้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลวดลายจีนบนอาคารช่วยให้เห็นอิทธิพลวัฒนธรรมจีนในชุมชนไทย ขณะที่การใช้งานเป็นร้านสินค้า OTOP ในปัจจุบันทำให้อาคารเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจชุมชนร่วมสมัยได้อย่างเป็นรูปธรรม
การชมอาคารควรรักษามารยาทและความระมัดระวัง เพราะตึกขุนอำไพพาณิชย์เป็นโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ผู้เข้าชมไม่ควรขีดเขียนบนผนัง ไม่แตะต้องลวดลายปูนปั้นโดยไม่จำเป็น ไม่พิงประตูหรือราวระเบียงเก่า และไม่เคลื่อนย้ายสิ่งของจัดแสดง การรักษาความเรียบร้อยขณะเข้าชมจะช่วยให้สถาปัตยกรรมเก่าแก่หลังนี้ยังคงอยู่เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนรุ่นต่อไป และยังทำให้การท่องเที่ยวภายในเมืองเก่าศรีสะเกษมีคุณภาพมากขึ้น
ตึกขุนอำไพพาณิชย์จึงเป็นสถานที่ที่ควรแวะเมื่อมาเที่ยวตัวเมืองศรีสะเกษ เพราะเป็นจุดที่รวมทั้งประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สถาปัตยกรรมคหบดี งานช่างจีน-ญวน ลวดลายมงคลแบบจีน พื้นที่จัดแสดงของเก่า ร้านสินค้า OTOP และบรรยากาศเมืองเก่าไว้ในอาคารหลังเดียว ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่ามรดกวัฒนธรรมของศรีสะเกษไม่ได้มีเฉพาะโบราณสถานยุคขอม แต่ยังรวมถึงอาคารเมืองเก่าที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คน การค้า ความศรัทธา และรสนิยมทางศิลปกรรมในสมัยที่เมืองกำลังเติบโต
การเดินออกจากตึกขุนอำไพพาณิชย์จึงไม่ใช่เพียงการจบการชมอาคารเก่า แต่เป็นการได้เห็นภาพเมืองศรีสะเกษอีกชั้นหนึ่ง เมืองที่มีทั้งปราสาทขอม วัดสำคัญ ชุมชนเก่า ถนนการค้า และอาคารอนุรักษ์ที่ยังใช้งานได้จริง อาคารหลังนี้ทำหน้าที่เป็นประตูสู่ความเข้าใจศรีสะเกษในฐานะเมืองที่มีประวัติศาสตร์หลายยุคซ้อนกัน และเป็นหลักฐานว่าความงามของเมืองไม่ได้อยู่เฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่เท่านั้น แต่อยู่ในรายละเอียดของตึกเก่า ถนนเก่า ผู้คน และความทรงจำที่ยังคงปรากฏให้เห็นในชีวิตปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | ตึกขุนอำไพพาณิชย์ / บ้านขุนอำไพพาณิชย์ |
| ที่ตั้ง | ถนนอุบล ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ |
| ที่อยู่ | เลขที่ 1166 ถนนอุบล ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ 33000 |
| พิกัด | 15.114546, 104.332373 |
| ไฮไลต์ | อาคารพาณิชย์ก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น อายุเกือบ 100 ปี แบ่งเป็น 6 คูหา ซุ้มประตูโค้ง บานประตูไม้ ระเบียงไม้ชั้นบน และลวดลายปูนปั้นมงคลแบบจีนที่ประดับทั้งด้านหน้าและด้านหลังอาคาร |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างเมื่อ พ.ศ. 2468 โดยช่างชาวจีนและชาวเวียดนามหรือญวน เป็นอดีตบ้านพักและร้านค้าของขุนอำไพพาณิชย์ หรือทองอินทร์ นาคสีหราช คหบดีชาวศรีสะเกษ |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อตามขุนอำไพพาณิชย์ เจ้าของบ้านเดิมและคหบดีคนสำคัญของเมืองศรีสะเกษ อาคารนี้ชาวเมืองนิยมเรียกว่า ตึกขุนอำไพ หรือบ้านขุนอำไพพาณิชย์ |
| ลักษณะเด่น | อาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้นแบบตึกแถวโบราณ มี 6 คูหา ชั้นล่างเป็นซุ้มประตูโค้งและประตูไม้ ชั้นบนมีระเบียงไม้ยื่นออกมา ผนังประดับลายปูนปั้นที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะและคติความเชื่อจีนโบราณ |
| หลักฐานสำคัญ | ลายปูนปั้นมงคลแบบจีน ลายดอกพุดตาน ดอกเบญจมาศ ดอกบ๊วย นกกระเรียน ค้างคาวคายเงิน เหรียญโบราณ ซุ้มประตูโค้ง ประตูไม้ ระเบียงไม้ ห้องจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้เก่า รูปภาพและประวัติของขุนอำไพพาณิชย์ |
| รางวัล / สถานะโบราณสถาน | ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการดีเด่นการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในเมืองเมื่อ พ.ศ. 2530 และกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินเป็นโบราณสถานใน พ.ศ. 2538 |
| การเดินทาง | ตั้งอยู่บนถนนอุบลในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือรถท้องถิ่นจากสถานีรถไฟศรีสะเกษและศูนย์กลางเมือง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าชม เป็นแหล่งเรียนรู้สถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์เมืองศรีสะเกษ ชั้นบนจัดแสดงของเก่าและประวัติของเจ้าของบ้าน ส่วนชั้นล่างเปิดเป็นร้านจำหน่ายสินค้า OTOP |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ชมอาคาร ห้องจัดแสดงชั้นบน ร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ชั้นล่าง ป้ายข้อมูล พื้นที่ถ่ายภาพหน้าอาคาร และร้านค้า/ร้านอาหารในย่านเมืองศรีสะเกษ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. โซนหน้าอาคารริมถนนอุบล 2. โซนซุ้มประตูโค้งชั้นล่าง 3. โซนบานประตูไม้เก่า 4. โซนลวดลายปูนปั้นด้านหน้าและด้านหลัง 5. โซนระเบียงไม้ชั้นบน 6. โซนจัดแสดงรูปภาพและประวัติขุนอำไพพาณิชย์ 7. โซนจัดแสดงเครื่องใช้เก่า 8. โซนร้านค้า OTOP ชั้นล่าง 9. โซนย่านเมืองเก่ารอบอาคาร |
| ผู้ดูแล | กรมศิลปากรในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลโบราณสถานขึ้นทะเบียน และผู้ดูแลบ้านขุนอำไพพาณิชย์ในพื้นที่ซึ่งเปิดอาคารเป็นแหล่งเรียนรู้และร้านค้า OTOP |
| เบอร์ติดต่อพื้นที่ | 045-644375, 087-260-52550 |
| เว็บไซต์ / เพจอ้างอิงสถานที่ | Museum Thailand: museumthailand.com CBT Thailand: cbtthailand.dasta.or.th ฐานข้อมูลสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม: culturalenvi.onep.go.th |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 2 กม. 2. วัดมหาพุทธาราม / หลวงพ่อโต ประมาณ 2 กม. 3. สถานีรถไฟศรีสะเกษ ประมาณ 2 กม. 4. สวนเฉลิมพระเกียรติฯ เกาะห้วยน้ำคำ ประมาณ 5 กม. 5. ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 5 กม. 6. วัดพระธาตุเรืองรอง ประมาณ 12 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. The Wine Room Cafe ประมาณ 1 กม. โทร. 082-678-7468 2. มุมอร่อย สตรีทฟู้ดส์ ประมาณ 1 กม. โทร. 087-359-3295 3. ชาบู ชาบู นางใน ศรีสะเกษ ประมาณ 1 กม. โทร. 098-269-2694 4. Zapp เกี๊ยวซ่า ศรีสะเกษ ประมาณ 2 กม. โทร. 085-497-3934 5. เคบับฝรั่งอุบล Best In Town สาขาศรีสะเกษ ประมาณ 2 กม. โทร. 061-559-0024 6. Churrería Café เมืองศรีสะเกษ ประมาณ 2 กม. โทร. 093-350-6212 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. B2 Sisaket Boutique & Budget Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 052-009-161 2. บุญศิริบูติกโฮเทล ประมาณ 2 กม. โทร. 045-622-222 3. โรงแรมพรหมพิมาน ประมาณ 2 กม. โทร. 045-612-667, 045-612-696, 045-612-150 4. The Impress Sisaket ประมาณ 3 กม. โทร. 045-961-566 5. โรงแรมบ้านต้นไม้ ศรีสะเกษ ประมาณ 5 กม. โทร. 045-611-563, 080-477-7854 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ตึกขุนอำไพพาณิชย์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตึกขุนอำไพพาณิชย์ตั้งอยู่เลขที่ 1166 ถนนอุบล ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ในเขตเมืองเก่าของเทศบาลเมืองศรีสะเกษ เดินทางสะดวกจากสถานีรถไฟ ศาลหลักเมือง และย่านใจกลางเมือง
ถาม: ตึกขุนอำไพพาณิชย์เปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 – 18.00 น. ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการถ่ายภาพหน้าอาคารและชมลวดลายปูนปั้นมากที่สุด
ถาม: ตึกขุนอำไพพาณิชย์เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมอาคารและเลือกซื้อสินค้า OTOP ภายในพื้นที่ชั้นล่างได้
ถาม: ตึกขุนอำไพพาณิชย์มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นอาคารพาณิชย์ก่ออิฐถือปูน 2 ชั้นที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2468 เป็นอดีตบ้านและร้านค้าของขุนอำไพพาณิชย์ คหบดีชาวศรีสะเกษ และเป็นโบราณสถานที่กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนแล้ว
ถาม: ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดของตึกขุนอำไพพาณิชย์คืออะไร?
ตอบ: ไฮไลต์สำคัญคือซุ้มประตูโค้ง บานประตูไม้ ระเบียงไม้ชั้นบน ลวดลายปูนปั้นมงคลแบบจีน ห้องจัดแสดงรูปภาพและของใช้เก่า และร้านสินค้า OTOP ชั้นล่าง
ถาม: ตึกขุนอำไพพาณิชย์สร้างโดยใคร?
ตอบ: อาคารนี้สร้างขึ้นโดยช่างชาวจีนและชาวเวียดนามหรือญวน เมื่อ พ.ศ. 2468 เพื่อเป็นบ้านและสถานประกอบการค้าของขุนอำไพพาณิชย์ หรือทองอินทร์ นาคสีหราช
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวตึกขุนอำไพพาณิชย์นานเท่าไร?
ตอบ: การเดินชมทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที หากต้องการถ่ายภาพ อ่านป้ายข้อมูล ชมของจัดแสดง และเลือกซื้อสินค้า OTOP ควรเผื่อเวลาประมาณ 1–1.30 ชั่วโมง
ถาม: ตึกขุนอำไพพาณิชย์เที่ยวร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับศาลหลักเมืองศรีสะเกษ วัดมหาพุทธาราม หลวงพ่อโต สถานีรถไฟศรีสะเกษ สวนเฉลิมพระเกียรติฯ เกาะห้วยน้ำคำ และศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองศรีสะเกษได้ในวันเดียวกัน
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




