หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร >อ.พังโคน >ต.แร่ > สถาบันวิจัย และฝึกอบรมการเกษตรสกลนคร
TL;DR: สถาบันวิจัย และฝึกอบรมการเกษตรสกลนคร อยู่ที่คณะทรัพยากรธรรมชาติ 205 หมู่ 10 ตำบลแร่ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร 47160 เปิดวันจันทร์ - วันศุกร์ สำหรับการติดต่อหน่วยงาน การเข้าศึกษาดูงาน เวลา 08.30 - 16.30 น.
สถาบันวิจัย และฝึกอบรมการเกษตรสกลนคร

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ - วันศุกร์ สำหรับการติดต่อหน่วยงาน การเข้าศึกษาดูงาน และการประสานงานด้านบริการวิชาการ
เวลาเปิดทำการ: 08.30 - 16.30 น.
สถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนคร หรือพื้นที่เดิมของหน่วยงานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาท้องถิ่นของภาคอีสานตอนบน สถานที่แห่งนี้มีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดการจัดตั้งสถาบันวิจัยและฝึกอบรมด้านการเกษตรในพื้นที่ตำบลแร่ อำเภอพังโคน เพื่อใช้เป็นฐานทดลอง วิจัย ฝึกอบรม และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกร นักศึกษา ผู้ประกอบการท้องถิ่น และประชาชนที่สนใจการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตร ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร โดยมีคณะทรัพยากรธรรมชาติและศูนย์วิจัย บริการวิชาการและทดสอบทำหน้าที่ขับเคลื่อนงานด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ การทดสอบ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการยกระดับผลิตภัณฑ์เกษตรท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่การทำงานแบบเชื่อมโยงระหว่างการวิจัยในมหาวิทยาลัยกับความต้องการจริงของพื้นที่ สกลนครเป็นจังหวัดที่มีฐานทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมเกษตรหลากหลาย ทั้งพืชท้องถิ่น ผลไม้พื้นบ้าน การเลี้ยงสัตว์ การแปรรูปอาหาร งานหัตถกรรม และภูมิปัญญาชุมชน การมีสถาบันวิจัยและฝึกอบรมด้านการเกษตรในพื้นที่อำเภอพังโคนจึงทำให้จังหวัดมีศูนย์กลางที่ช่วยรวบรวมองค์ความรู้ ทดลองแนวทางการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ และถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ผู้ใช้จริง ผู้มาเยือนจะเห็นว่างานเกษตรสมัยใหม่ไม่ได้หยุดอยู่ที่ไร่นาหรือฟาร์มเท่านั้น แต่เชื่อมต่อกับห้องทดลอง ห้องแปรรูป งานมาตรฐาน การตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลพื้นบ้าน
ประวัติของพื้นที่เริ่มชัดเจนในช่วงปลายทศวรรษ 2530 เมื่อมีแนวคิดให้จัดตั้งสถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนครขึ้นในพื้นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ของตำบลแร่ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร เนื่องจากพื้นที่มีความเหมาะสมต่อการทดลองวิจัยทางการเกษตรและสามารถอำนวยประโยชน์แก่ราษฎรได้โดยตรง โครงการได้รับการผลักดันในระดับนโยบายและเชื่อมโยงกับการจัดการศึกษาด้านเกษตรกรรมของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล สถานะของพื้นที่จึงพัฒนาไปเป็นคณะทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทำหน้าที่จัดการเรียนการสอน วิจัย บริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมในสาขาที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและการเกษตร
การเปลี่ยนชื่อและโครงสร้างไม่ได้ทำให้บทบาทด้านการเกษตรของพื้นที่ลดลง แต่ทำให้ภารกิจขยายกว้างขึ้น จากเดิมที่เน้นการทดลอง ฝึกอบรม และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร กลายเป็นพื้นที่การศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีทั้งสาขาพืชศาสตร์ สัตวศาสตร์ ประมง เทคโนโลยีการอาหาร ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อสุขภาพและความงาม เทคโนโลยีภูมิทัศน์ การแพทย์แผนไทย และหลักสูตรด้านการผลิตสัตว์ในระดับสูง ภาพรวมจึงสะท้อนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากสถานีหรือสถาบันเกษตรเชิงทดลอง ไปสู่มหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่ที่ใช้ความรู้ด้านเกษตร วิทยาศาสตร์สุขภาพ อาหาร และทรัพยากรธรรมชาติเพื่อสนับสนุนการพัฒนาชุมชน
เนื้อหาต้นฉบับที่กล่าวว่าสถานที่นี้เป็นสถาบันวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรแบบครบวงจร ยังคงสะท้อนแก่นสำคัญของพื้นที่ได้ดี เพราะกิจกรรมหลักของที่นี่เกี่ยวข้องกับการศึกษาวิจัย การแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตรในท้องถิ่น การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเกษตรกร และการเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจได้เรียนรู้จากแหล่งปฏิบัติจริง ความครบวงจรหมายถึงการมองเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เริ่มจากการผลิตวัตถุดิบ การดูแลพืชและสัตว์ การเก็บเกี่ยว การคัดคุณภาพ การแปรรูป การบรรจุ การสร้างผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาให้เข้ากับตลาดร่วมสมัย
ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับชื่อเสียงเดิมของสถาบันคือผลิตภัณฑ์จากผลเม่า หรือหมากเม่า ซึ่งเป็นผลไม้ท้องถิ่นที่พบมากในพื้นที่สกลนครและแถบเทือกเขาภูพาน ผลเม่ามีรสเปรี้ยวอมหวาน สีเข้ม และสามารถนำมาแปรรูปได้หลายรูปแบบ เช่น ไวน์เม่า น้ำเม่า น้ำผลไม้ แยม ไอศกรีม ขนมอบ และผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ จุดเด่นของเม่าคือเป็นพืชท้องถิ่นที่มีทั้งคุณค่าทางโภชนาการและโอกาสทางเศรษฐกิจ เมื่อผ่านการวิจัยและพัฒนากระบวนการแปรรูป ผลไม้พื้นบ้านชนิดนี้จึงสามารถเปลี่ยนจากผลผลิตตามฤดูกาลให้กลายเป็นสินค้าเกษตรแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่มและมีเอกลักษณ์ของสกลนครอย่างชัดเจน
เม่าจึงเป็นตัวอย่างสำคัญของการทำงานระหว่างมหาวิทยาลัยกับท้องถิ่น เพราะการแปรรูปเม่าไม่ใช่เพียงการนำผลไม้ไปผลิตเครื่องดื่มหรือขนม แต่ต้องอาศัยความรู้เรื่องพันธุ์พืช คุณภาพผลผลิต ระยะสุกแก่ ความปลอดภัยอาหาร กระบวนการหมัก การคงสี การคงรสชาติ การถนอมอาหาร มาตรฐานการผลิต และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ผู้มาเยือนที่สนใจงานแปรรูปเกษตรจะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์เม่าเป็นตัวอย่างของการยกระดับทรัพยากรท้องถิ่นให้กลายเป็นสินค้าที่มีเรื่องราว มีคุณภาพ และมีจุดขายเฉพาะพื้นที่
ผลิตภัณฑ์แมลงบรรจุกระป๋องซึ่งปรากฏในข้อมูลเดิม เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของแนวคิดการนำทรัพยากรอาหารท้องถิ่นมาพัฒนาเชิงวิชาการ แมลงกินได้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารอีสานมายาวนาน การศึกษาวิจัยและแปรรูปแมลงจึงเกี่ยวข้องกับหลายประเด็น ทั้งคุณค่าทางอาหาร โปรตีนทางเลือก ความปลอดภัยอาหาร การฆ่าเชื้อ การบรรจุกระป๋อง การยืดอายุผลิตภัณฑ์ และการทำให้ผู้บริโภคยอมรับรูปแบบสินค้าใหม่ ความรู้ลักษณะนี้ช่วยให้ภูมิปัญญาอาหารพื้นบ้านสามารถเข้าสู่ระบบผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานสูงขึ้น และเปิดโอกาสให้ชุมชนพัฒนาสินค้าเกษตรอาหารในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น
ภายในพื้นที่เดิมของสถาบันยังเกี่ยวข้องกับฟาร์มโคนม โคเนื้อ และสุกร ซึ่งสะท้อนฐานความรู้ด้านสัตวศาสตร์ของคณะทรัพยากรธรรมชาติ ฟาร์มเหล่านี้มีคุณค่าต่อการเรียนการสอนและการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพราะการเลี้ยงสัตว์เชิงวิชาการต้องเข้าใจพันธุ์สัตว์ อาหารสัตว์ สุขภาพสัตว์ โรงเรือน การจัดการของเสีย การป้องกันโรค การผลิตน้ำนม การจัดการเนื้อสัตว์ และมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร ผู้มาเยือนที่เข้าศึกษาดูงานจะเห็นภาพว่าการเกษตรสมัยใหม่ต้องใช้ทั้งความรู้ทางชีววิทยา สัตวแพทยศาสตร์ การจัดการฟาร์ม เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
ฟาร์มโคนมเป็นส่วนที่ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างงานวิจัยกับเกษตรกรรายย่อยได้ดี พื้นที่สกลนครและอีสานตอนบนมีเกษตรกรเลี้ยงโคนมและโคเนื้อจำนวนหนึ่งที่ต้องการความรู้ด้านอาหารสัตว์ การจัดการฟาร์ม การดูแลสุขภาพ การให้น้ำนม และการลดต้นทุนการผลิต การมีสถาบันหรือคณะด้านทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถรับองค์ความรู้ที่เหมาะกับภูมิอากาศและบริบทท้องถิ่น ไม่ต้องพึ่งพาข้อมูลจากพื้นที่อื่นเพียงอย่างเดียว ฟาร์มในมหาวิทยาลัยจึงเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ของนักศึกษาและแหล่งสาธิตสำหรับผู้ประกอบอาชีพจริง
งานด้านสุกรและโคเนื้อช่วยขยายภาพการเรียนรู้ให้ครบด้านปศุสัตว์มากขึ้น การเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจต้องพิจารณาตั้งแต่พันธุ์ อาหาร การเจริญเติบโต สุขภาพ ระบบโรงเรือน การจัดการกลิ่น การจัดการน้ำเสีย และความปลอดภัยของผู้บริโภค การเรียนรู้จากฟาร์มสาธิตทำให้เห็นการเชื่อมโยงระหว่างทฤษฎีกับการปฏิบัติจริง ผู้สนใจสามารถเข้าใจว่าการผลิตอาหารจากสัตว์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในฟาร์มของเกษตรกร แต่เกี่ยวข้องกับองค์ความรู้ทางวิชาการและการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน
ด้านพืชศาสตร์ พื้นที่ของคณะทรัพยากรธรรมชาติและศูนย์วิจัยมีบทบาทสำคัญต่อการศึกษาเรื่องพืชท้องถิ่น พืชเศรษฐกิจ พืชอาหาร พืชสมุนไพร และระบบเกษตรอินทรีย์ งานพืชศาสตร์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการคัดเลือกพันธุ์ การจัดการดิน น้ำ ปุ๋ย โรคพืช แมลงศัตรูพืช การเก็บเกี่ยว และการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เมื่อเชื่อมกับงานแปรรูปอาหารและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ พืชในท้องถิ่นจึงสามารถต่อยอดเป็นสินค้า องค์ความรู้ และการสร้างรายได้ของชุมชนได้หลากหลาย
ด้านเทคโนโลยีการอาหารเป็นหัวใจของการเปลี่ยนวัตถุดิบเกษตรให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากผลเม่า เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ผลไม้ แยม และอาหารแปรรูปจากวัตถุดิบพื้นบ้าน แสดงให้เห็นว่าการแปรรูปต้องใช้ความรู้ด้านจุลชีววิทยา เคมีอาหาร ประสาทสัมผัส บรรจุภัณฑ์ อายุการเก็บรักษา และมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร สถานที่แห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ประกอบการชุมชนที่ต้องการเห็นเส้นทางจากวัตถุดิบในท้องถิ่นไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและพร้อมแข่งขันในตลาด
ในมิติการฝึกอบรม สถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนครมีความหมายในฐานะพื้นที่ถ่ายทอดความรู้แก่ชุมชน การอบรมด้านเกษตรไม่ควรเป็นเพียงการบรรยายในห้องเรียน แต่ต้องมีแปลงทดลอง ฟาร์ม ห้องปฏิบัติการ และตัวอย่างผลิตภัณฑ์ให้ผู้เรียนเห็นจริง ทำจริง และเข้าใจข้อจำกัดของการผลิตจริง การเรียนรู้ในพื้นที่มหาวิทยาลัยที่มีทั้งแปลง ฟาร์ม ห้องทดลอง และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ผู้เข้าอบรมสามารถเชื่อมโยงทฤษฎีกับการนำไปใช้ได้ชัดเจนขึ้น
สถานที่นี้ยังเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงวิชาการและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพราะผู้มาเยือนไม่ได้มาเพื่อชมวิวหรือถ่ายภาพอย่างเดียว แต่ได้เห็นกระบวนการสร้างความรู้ที่อยู่เบื้องหลังสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจสามารถเรียนรู้เรื่องพืช สัตว์ อาหาร การแปรรูป และเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่เดียวกัน การเข้าชมลักษณะนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าเกษตรกรรมไม่ได้เป็นอาชีพดั้งเดิมที่หยุดนิ่ง แต่เป็นระบบความรู้ที่พัฒนาได้ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการจัดการที่เหมาะสม
ผู้ที่สนใจเข้าศึกษาดูงานควรติดต่อคณะทรัพยากรธรรมชาติหรือศูนย์วิจัย บริการวิชาการและทดสอบล่วงหน้า เพราะพื้นที่นี้เป็นมหาวิทยาลัยและหน่วยงานปฏิบัติงานจริง ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่เปิดให้เดินชมอิสระทุกจุดตลอดเวลา การประสานงานล่วงหน้าช่วยให้เจ้าหน้าที่จัดเส้นทางการชม แปลงสาธิต ฟาร์ม หรือห้องแปรรูปที่เหมาะสมกับช่วงเวลาและวัตถุประสงค์ของผู้เข้าชม โดยเฉพาะการชมฟาร์มปศุสัตว์ พื้นที่ทดลอง และห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ความสะอาด และการไม่รบกวนการเรียนการสอน
การเดินทาง ไปยังพื้นที่คณะทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่เดิมของสถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนคร สามารถเดินทางจากตัวเมืองสกลนครโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 22 เส้นทางสกลนคร - อุดรธานี มุ่งหน้าไปอำเภอพังโคน ระยะทางประมาณ 55 - 60 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมง 15 นาที จากนั้นเข้าสู่พื้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนครในเขตอำเภอพังโคน หากเดินทางจากตัวอำเภอพังโคนจะใช้เวลาไม่นาน เพราะมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้ตัวอำเภอและเส้นทางพังโคน - วาริชภูมิ
เส้นทางเดิมที่กล่าวถึงถนน รพช.สายฮางโฮง - บ้านขมิ้น บ้านโคกเลาะ หมู่ 4 ตำบลขมิ้น สะท้อนข้อมูลพื้นที่ในอดีตของหน่วยงานและเส้นทางภายในท้องถิ่น ส่วนการเดินทางปัจจุบันสำหรับผู้มาเยือนทั่วไปใช้จุดหมายหลักคือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร หรือคณะทรัพยากรธรรมชาติ อำเภอพังโคน เมื่อใช้แผนที่ออนไลน์ควรค้นหาชื่อคณะทรัพยากรธรรมชาติ มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร เพื่อให้ได้เส้นทางที่ตรงกับหน่วยงานปัจจุบันและสะดวกต่อการติดต่อเจ้าหน้าที่
พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยมีหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและการเรียนรู้ ได้แก่ อาคารเรียนและอาคารสำนักงานของคณะทรัพยากรธรรมชาติ แปลงทดลองทางพืช พื้นที่เรียนรู้เกษตร ฟาร์มสัตวศาสตร์ ห้องปฏิบัติการด้านอาหารและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ พื้นที่บริการวิชาการ และศูนย์วิจัย บริการวิชาการและทดสอบ โซนเหล่านี้ทำให้ภาพของสถาบันวิจัยและฝึกอบรมเดิมยังดำรงอยู่ในรูปแบบของระบบการเรียนรู้และการบริการของมหาวิทยาลัย ซึ่งรองรับทั้งนักศึกษา บุคลากร เกษตรกร และผู้สนใจจากภายนอก
กิจกรรมที่ผู้เข้าศึกษาดูงานสามารถเรียนรู้ได้ขึ้นอยู่กับกำหนดการและความพร้อมของหน่วยงานในช่วงเวลานั้น เช่น การเรียนรู้เรื่องผลิตภัณฑ์เม่า การแปรรูปอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น การจัดการฟาร์มโคนม โคเนื้อ และสุกร การจัดการพืช การผลิตอาหารสัตว์ การใช้เทคโนโลยีด้านเกษตร การแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน และการทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ การเข้าชมจึงควรมีเป้าหมายชัดเจน เพื่อให้หน่วยงานเลือกเนื้อหาและพื้นที่เรียนรู้ที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้มาเยือน
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป สถานที่นี้ควรถูกมองเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงเกษตรมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวแบบเปิดเสรี จุดเด่นอยู่ที่เนื้อหา ความรู้ และความสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์เกษตรของสกลนคร ผู้มาเยือนที่สนใจอาหารพื้นถิ่น ผลิตภัณฑ์เม่า ปศุสัตว์ การแปรรูป การศึกษาเกษตร และบทบาทของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาชุมชน จะได้รับประโยชน์มากเป็นพิเศษ เพราะจะเห็นการทำงานจริงของหน่วยงานที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์และองค์ความรู้ของท้องถิ่น
สำหรับชาวต่างชาติ พื้นที่นี้อธิบายภาพของ agricultural research and training in Northeastern Thailand ได้ชัดเจน เพราะผู้มาเยือนจะได้เข้าใจว่าภาคอีสานไม่ได้มีเพียงวัฒนธรรม วัด หรือธรรมชาติ แต่ยังมีระบบการศึกษาด้านเกษตรที่ทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์เม่าและฟาร์มปศุสัตว์เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำทรัพยากรพื้นถิ่นมาเชื่อมกับงานวิจัย การแปรรูป และการฝึกอบรม ทำให้เห็นบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะหน่วยงานที่สร้างความรู้และยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
การเยี่ยมชมควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเรียบร้อย เพราะพื้นที่หลายส่วนเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานจริง ฟาร์มสัตว์มีข้อกำหนดด้านสุขอนามัย พื้นที่ทดลองมีพืชและอุปกรณ์ที่ต้องดูแล ห้องปฏิบัติการมีเครื่องมือและมาตรฐานความปลอดภัย ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพและเหมาะกับการเดินในพื้นที่เกษตร ใช้รองเท้าที่เดินสะดวก ไม่สัมผัสสัตว์ อุปกรณ์ หรือผลิตภัณฑ์ทดลองโดยไม่ได้รับอนุญาต และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตลอดการเข้าชม
เส้นทางท่องเที่ยวใกล้เคียงสามารถเชื่อมกับอำเภอพังโคนและอำเภอใกล้เคียงได้หลายรูปแบบ หากต้องการเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมะ สามารถเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร อำเภอพรรณานิคม หรือเดินทางกลับเข้าเมืองสกลนครเพื่อชมวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารและหนองหาร หากต้องการเที่ยวเชิงเกษตรและธรรมชาติ สามารถเชื่อมเส้นทางไปยังเขื่อนน้ำอูน อำเภอวาริชภูมิ หรือพื้นที่ภูพานได้ การจัดทริปเช่นนี้ช่วยให้การเยี่ยมชมสถาบันเกษตรไม่ได้แยกจากบริบทจังหวัด แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเรียนรู้สกลนครทั้งด้านเกษตร ธรรมะ และชุมชน
ด้านอาหารและที่พัก อำเภอพังโคนมีร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่ ร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว และที่พักขนาดเล็กหลายแห่ง ผู้เดินทางสามารถพักในอำเภอพังโคนเพื่อความสะดวก หรือเลือกพักในตัวเมืองสกลนครแล้วเดินทางไปกลับภายในวันเดียวได้ หากเดินทางเป็นหมู่คณะเพื่อศึกษาดูงาน ควรวางแผนอาหารและที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงเปิดภาคเรียน ช่วงรับสมัครนักศึกษา ช่วงจัดงานมหาวิทยาลัย หรือช่วงกิจกรรมฝึกอบรมที่อาจมีผู้เข้าพื้นที่จำนวนมาก
ความสำคัญของสถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนครในมุมประวัติศาสตร์ คือการเป็นรากฐานของการจัดการศึกษาด้านเกษตรของราชมงคลสกลนคร และเป็นต้นทางของการพัฒนาคณะทรัพยากรธรรมชาติในปัจจุบัน ส่วนความสำคัญในมุมการท่องเที่ยวและการเรียนรู้ คือการเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน เห็นว่างานวิจัยสามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นได้อย่างไร และเห็นว่าเกษตรกรรมร่วมสมัยต้องอาศัยทั้งภูมิปัญญาเดิมและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ในการขับเคลื่อน
เมื่อพิจารณาในภาพรวม สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าต่อสกลนครอย่างมาก เพราะทำหน้าที่เก็บรักษาบทบาททางประวัติศาสตร์ของสถาบันวิจัยเดิม พร้อมกับเดินหน้าภารกิจใหม่ในฐานะคณะและศูนย์บริการวิชาการของมหาวิทยาลัย ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่าเมืองพังโคนไม่ได้เป็นเพียงจุดผ่านบนเส้นทางสกลนคร - อุดรธานี แต่เป็นพื้นที่การศึกษาด้านเกษตรที่มีประวัติและบทบาทต่อการพัฒนาภูมิภาค หากต้องการเข้าใจสกลนครในมิติของเกษตร วิจัย อาหารท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์เม่า ปศุสัตว์ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี สถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนครหรือคณะทรัพยากรธรรมชาติ มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร คือจุดหมายที่ควรค่าแก่การเรียนรู้อย่างจริงจัง
| ชื่อสถานที่ | สถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนคร / คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร |
| พื้นที่ตั้ง | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร |
| ที่อยู่ | คณะทรัพยากรธรรมชาติ 205 หมู่ 10 ตำบลแร่ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร 47160 |
| ลักษณะสถานที่ | แหล่งเรียนรู้ วิจัย ฝึกอบรม และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรในพื้นที่มหาวิทยาลัย มีบทบาทด้านพืชศาสตร์ สัตวศาสตร์ ประมง เทคโนโลยีการอาหาร ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ การแพทย์แผนไทย และการบริการวิชาการแก่ชุมชน |
| ไฮไลต์ | งานวิจัยและฝึกอบรมการเกษตร ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลเม่า ฟาร์มโคนม โคเนื้อ สุกร พื้นที่เรียนรู้ด้านพืชและสัตว์ ห้องปฏิบัติการด้านอาหารและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และระบบบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย |
| ประวัติ / ความสำคัญ | มีรากฐานจากโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนครในพื้นที่อำเภอพังโคน เพื่อเป็นฐานทดลอง วิจัย ฝึกอบรม และถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตร ต่อมาพัฒนาเป็นคณะทรัพยากรธรรมชาติภายใต้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อ “สถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนคร” เป็นชื่อเดิมที่สะท้อนภารกิจทดลอง วิจัย และฝึกอบรมด้านเกษตร ส่วนชื่อหน่วยงานปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่คือคณะทรัพยากรธรรมชาติ มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสกลนครใช้ทางหลวงหมายเลข 22 เส้นทางสกลนคร - อุดรธานี มุ่งหน้าอำเภอพังโคน ระยะทางประมาณ 55 - 60 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมง 15 นาที แล้วเข้าสู่พื้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินงานในฐานะพื้นที่การศึกษา วิจัย และบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย การเข้าศึกษาดูงานในฟาร์ม แปลงทดลอง หรือพื้นที่เฉพาะต้องประสานงานล่วงหน้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
| วันเปิดทำการ | วันจันทร์ - วันศุกร์ สำหรับการติดต่อหน่วยงาน การเข้าศึกษาดูงาน และการบริการวิชาการแบบประสานงานล่วงหน้า |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 - 16.30 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เสียค่าเข้าชมสำหรับการติดต่อและศึกษาดูงานทั่วไปตามเงื่อนไขของหน่วยงาน กิจกรรมอบรมเฉพาะหลักสูตรใช้ค่าลงทะเบียนตามประกาศของมหาวิทยาลัย |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อาคารสำนักงาน อาคารเรียน ห้องปฏิบัติการ แปลงทดลอง ฟาร์มสาธิต พื้นที่บริการวิชาการ พื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ โรงอาหาร/ร้านอาหารภายในหรือใกล้วิทยาเขต และเจ้าหน้าที่ประสานงานตามภารกิจของหน่วยงาน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | คณะทรัพยากรธรรมชาติ อาคารสำนักงานและอาคารเรียน แปลงทดลองด้านพืชศาสตร์ ฟาร์มโคนม โคเนื้อ และสุกร พื้นที่สัตวศาสตร์และประมง ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีการอาหาร พื้นที่ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและการแปรรูปเกษตร ศูนย์วิจัย บริการวิชาการและทดสอบ พื้นที่อบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบ | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร คณะทรัพยากรธรรมชาติ และศูนย์วิจัย บริการวิชาการและทดสอบ |
| ผู้บริหารพื้นที่ | ผศ.น.สพ.ดร.ชเวง สารคล่อง รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตสกลนคร ผศ.พิเชษฐ เวชวิฐาน คณบดีคณะทรัพยากรธรรมชาติ นางจุฑามาศ ที่อร่าม หัวหน้าศูนย์วิจัย บริการวิชาการและทดสอบ |
| เบอร์ติดต่อ | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร โทร. 0-4277-2285 คณะทรัพยากรธรรมชาติ โทร. 0-4277-1440 ศูนย์วิจัย บริการวิชาการและทดสอบ โทร. 0-4277-2393 |
| ข้อควรปฏิบัติในการเข้าชม | ประสานงานล่วงหน้าก่อนเข้าดูงานในฟาร์ม แปลงทดลอง หรือห้องปฏิบัติการ แต่งกายสุภาพเหมาะกับพื้นที่เกษตร ไม่สัมผัสสัตว์ เครื่องมือ วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ทดลอง หรืออุปกรณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ตลาดพังโคนและตัวอำเภอพังโคน ประมาณ 3 กม. 2. เทศบาลตำบลพังโคนศรีจำปา ประมาณ 4 กม. 3. โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ประมาณ 20 กม. 4. พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร ประมาณ 22 กม. 5. เขื่อนน้ำอูน ประมาณ 24 กม. 6. วัดถ้ำขาม / เทสกเจดีย์ เทสรังสีอนุสรณ์ ประมาณ 45 กม. 7. วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อำเภอเมืองสกลนคร ประมาณ 60 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ไอ-คาว ICow Cafe & Eatery ประมาณ 3 กม. โทร. 097-165-9826 2. ร้าน Ma Gin Ni ประมาณ 3 กม. โทร. 095-669-6622 3. ร้านไฉนโภชนา ประมาณ 4 กม. โทร. 042-771-057 4. ร้านก๋วยเตี๋ยวแชมป์ ประมาณ 4 กม. โทร. 089-566-9795 5. บ่อตกกุ้งครัวป้าอ้วน ประมาณ 5 กม. โทร. 061-060-9269 6. Jungle Cafe สาขาอำเภอพรรณานิคม ประมาณ 25 กม. โทร. 092-984-1412 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ที่พักพังโคน ประมาณ 3 กม. โทร. 097-918-8007 2. โรงแรมพังโคนอินน์ ประมาณ 4 กม. โทร. 065-578-9125 3. ชานเมือง รีสอร์ท อำเภอพังโคน ประมาณ 5 กม. โทร. 089-943-1601 4. โรงแรมอินน์เดย์ ประมาณ 5 กม. โทร. 094-624-7981 5. พาฝัน รีสอร์ท ประมาณ 6 กม. โทร. 094-857-2581 6. ช่อฟ้ากลางทุ่ง รีสอร์ท ประมาณ 8 กม. โทร. 062-510-0260 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนครปัจจุบันคือหน่วยงานใด?
ตอบ: พื้นที่และภารกิจเดิมของสถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนครพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร โดยเกี่ยวข้องกับคณะทรัพยากรธรรมชาติและศูนย์วิจัย บริการวิชาการและทดสอบ
ถาม: สถานที่ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร โดยคณะทรัพยากรธรรมชาติมีที่อยู่ 205 หมู่ 10 ตำบลแร่ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร 47160
ถาม: เปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดสำหรับการติดต่อหน่วยงานและการศึกษาดูงานแบบประสานงานล่วงหน้าในวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
ถาม: มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชมสำหรับการติดต่อและศึกษาดูงานทั่วไปตามเงื่อนไขของหน่วยงาน ส่วนกิจกรรมอบรมเฉพาะหลักสูตรใช้ค่าลงทะเบียนตามประกาศของมหาวิทยาลัย
ถาม: มีอะไรให้เรียนรู้ภายในพื้นที่?
ตอบ: มีเนื้อหาด้านการวิจัยและฝึกอบรมเกษตร การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผลเม่า ฟาร์มโคนม โคเนื้อ สุกร งานพืชศาสตร์ งานสัตวศาสตร์ เทคโนโลยีการอาหาร ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ และการบริการวิชาการแก่ชุมชน
ถาม: ผลิตภัณฑ์จากผลเม่ามีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ผลเม่าเป็นผลไม้ท้องถิ่นสำคัญของสกลนคร สามารถแปรรูปเป็นไวน์ น้ำผลไม้ ไอศกรีม แยม ขนมอบ และผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ จึงเป็นตัวอย่างของการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่นด้วยงานวิจัยและเทคโนโลยีอาหาร
ถาม: ต้องติดต่อก่อนเข้าชมฟาร์มหรือพื้นที่ทดลองหรือไม่?
ตอบ: ต้องประสานงานล่วงหน้าก่อนเข้าชมฟาร์ม แปลงทดลอง หรือห้องปฏิบัติการ เพราะเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานจริงและมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ความสะอาด และการเรียนการสอน
ถาม: เที่ยวหรือศึกษาดูงานแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเดินทางต่อไปยังตลาดพังโคน พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร เขื่อนน้ำอูน วัดถ้ำขาม หรือกลับเข้าเมืองสกลนครเพื่อเที่ยววัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารและหนองหารได้
โทร : 042711460
หมวดหมู่: ●สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
กลุ่ม: ●ไร่ สวนเพื่อการศึกษา
ปรับปรุงล่าสุด : 2 สัปดาห์ที่แล้ว



