หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร >อ.เมืองสกลนคร >ต.ธาตุเชิงชุม > ประตูเมือง และพระยาประจันตประเทศธานี
TL;DR: ประตูเมือง และพระยาประจันตประเทศธานี อยู่ที่บริเวณประติมากรรมหนองหารหลวง / ประตูเมืองสกลนคร ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร เปิดทุกวัน เวลา 24 ชั่วโมง.

สกลนคร

ประตูเมือง และพระยาประจันตประเทศธานี

ประตูเมือง และพระยาประจันตประเทศธานี

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 24 ชั่วโมง
 
ประตูเมืองสกลนครและอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานี เป็นแลนด์มาร์กสำคัญบริเวณทางเข้าเมืองสกลนครบนแนวทางหลวงหมายเลข 22 ใกล้สะพานขอมและลานรวมใจไทสกล จุดเด่นคือซุ้มประตูเมืองที่ประดับประติมากรรมปราสาทผึ้ง 3 หลัง พระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อองค์แสน รูปเหมือนพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต รูปเหมือนพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร และอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานี (โง่นคำ พรหมสาขา ณ สกลนคร) ผู้ว่าราชการเมืองสกลนครคนแรก ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างบ้านแปลงเมืองของสกลนคร
 
ประตูเมืองสกลนครและอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานี เป็นจุดหมายสำคัญของอำเภอเมืองสกลนครที่รวมความหมายของเมือง ประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ ศรัทธา และอัตลักษณ์ท้องถิ่นไว้ในพื้นที่เดียวกัน ประตูเมืองแห่งนี้ตั้งเด่นอยู่บริเวณทางเข้าเมืองสกลนคร สุดแนวทางหลวงหมายเลข 22 ฝั่งที่เดินทางมาจากอุดรธานี ใกล้สะพานขอมและลานรวมใจไทสกล ทำหน้าที่เสมือนประตูต้อนรับผู้มาเยือนสู่ตัวเมืองสกลนคร ขณะเดียวกันอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานีซึ่งตั้งอยู่ใกล้กันก็ทำหน้าที่เป็นอนุสรณ์แห่งความกตัญญูของชาวสกลนครต่อผู้สร้างบ้านแปลงเมืองและผู้บริหารเมืองคนสำคัญในอดีต
 
เมื่อเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองสกลนครจากเส้นทางสกลนคร–อุดรธานี ผู้มาเยือนจะเห็นซุ้มประตูเมืองขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมถนน โครงสร้างด้านล่างเป็นเสาสูงรับส่วนหลังคา ส่วนด้านบนประดับด้วยรูปแบบศิลปะที่เชื่อมโยงกับประเพณีปราสาทผึ้งของจังหวัดสกลนคร ทำให้ประตูเมืองแห่งนี้ไม่ใช่เพียงป้ายบอกเขตเมือง แต่เป็นประติมากรรมที่เล่าเรื่องตัวตนของสกลนครผ่านภาพศรัทธา พระพุทธศาสนา ครูบาอาจารย์สายปฏิบัติ และความทรงจำของชุมชน
 
จุดเด่นที่เห็นได้ชัดบนส่วนยอดของประตูเมืองคือประติมากรรมปูนปั้นรูปปราสาทผึ้ง 3 หลัง ปราสาทผึ้งเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ผูกพันกับงานประเพณีออกพรรษาของสกลนครอย่างลึกซึ้ง ภายในปราสาทผึ้งองค์กลางประดิษฐานพระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อองค์แสน พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวสกลนคร ส่วนปราสาทผึ้งองค์ซ้ายประดิษฐานรูปเหมือนพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่สายวัดป่าผู้มีอิทธิพลสูงต่อพระพุทธศาสนาสายกรรมฐานในประเทศไทย และปราสาทผึ้งองค์ขวาประดิษฐานรูปเหมือนพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระเกจิอาจารย์สำคัญอีกองค์หนึ่งของสกลนคร องค์ประกอบนี้ทำให้ประตูเมืองสกลนครมีความหมายเป็นศูนย์รวมความศักดิ์สิทธิ์และศูนย์รวมใจของผู้คนในจังหวัด
 
บริเวณด้านหน้าประตูเมืองมีบันไดและพญานาคสีทองทอดขนาบทางขึ้น ให้บรรยากาศของศาสนสถานร่วมกับความเป็นแลนด์มาร์กเมือง พื้นที่นี้นิยมใช้เป็นจุดแวะถ่ายภาพ จุดพักระหว่างเดินทาง จุดนัดพบ และจุดเริ่มต้นในการทำความรู้จักเมืองสกลนคร นักท่องเที่ยวที่เดินขึ้นไปบริเวณซุ้มประตูสามารถชมรายละเอียดของประติมากรรมด้านบน มองเห็นภาพรวมของถนน ทางเข้าเมือง และพื้นที่ลานด้านหน้าได้อย่างชัดเจน โดยควรใช้ความระมัดระวังเรื่องการจอดรถและการข้ามถนน เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่ติดถนนสายหลักที่มีรถสัญจรตลอดวัน
 
ด้านหนึ่งของประตูเมืองเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานี หรือโง่นคำ พรหมสาขา ณ สกลนคร ผู้ว่าราชการเมืองสกลนครคนแรก รูปเหมือนสำริดตั้งอยู่บนฐานอนุสาวรีย์ที่ออกแบบอย่างเรียบสง่า รอบพื้นที่มีการจัดสวนและทางเดินสำหรับเข้าสักการะ อนุสาวรีย์แห่งนี้ไม่ใช่เพียงรูปหล่อของบุคคลสำคัญ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความทรงจำของเมืองที่เชื่อมโยงกับการตั้งเมือง การบริหารราชการ การพัฒนาเส้นทาง การสร้างวัด และการรักษาความมั่นคงของบ้านเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของประวัติศาสตร์อีสาน
 
พระยาประจันตประเทศธานีเกิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2382 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นบุตรราชวงศ์อิน เมืองสกลนคร เมื่ออายุ 19 ปี ได้เข้ารับราชการและได้รับแต่งตั้งเป็นท้าวสุริย ตำแหน่งนายกอง ต่อมา พ.ศ. 2415 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นพระศรีสกุลวงศ์ ผู้ช่วยเมืองสกลนคร และภายหลังได้รับตำแหน่งอุปฮาดหรือปลัดเมืองสกลนคร จากนั้นใน พ.ศ. 2429 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาประจันตประเทศธานี ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองสกลนคร เป็นบุคคลที่ชาวสกลนครให้ความเคารพในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญต่อการวางรากฐานความเจริญของเมือง
 
พระยาประจันตประเทศธานีรับราชการเป็นเวลายาวนานถึง 66 ปี และดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองกับผู้ว่าราชการจังหวัดรวม 37 ปี ช่วงชีวิตราชการของท่านครอบคลุมยุคที่บ้านเมืองต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งการปกครอง การคมนาคม การสื่อสาร การทหาร และความสัมพันธ์กับเมืองใกล้เคียง ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สร้างบ้านแปลงเมือง ทำให้สกลนครเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ และยังมีบทบาทในการปฏิบัติราชการพิเศษหลายครั้ง เช่น การคุมทัพ การจัดหาเสบียง และการสนับสนุนงานราชการในช่วงที่บ้านเมืองมีความจำเป็น
 
ความสำคัญของพระยาประจันตประเทศธานีไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตำแหน่งราชการ แต่ขยายไปสู่ความทรงจำร่วมของชาวสกลนคร ท่านเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมือง การอุปถัมภ์ศาสนา และการสร้างสาธารณประโยชน์หลายด้าน ภายหลังยังได้รับพระราชทานนามสกุล “พรหมสาขา” และได้รับพระราชานุญาตให้ใช้ “ณ สกลนคร” เติมท้ายนามสกุล สะท้อนสถานะของตระกูลและบทบาทในประวัติศาสตร์เมืองสกลนครอย่างชัดเจน
 
อนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานีมีประวัติการจัดสร้างที่สะท้อนความตั้งใจของลูกหลานและชาวเมืองในการรักษาเกียรติคุณของท่าน รูปเหมือนจัดสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 โดยคณะกรรมการดำเนินงานที่มีบุคคลสำคัญในตระกูลพรหมสาขา ณ สกลนครร่วมผลักดัน รูปหล่อทำด้วยโลหะสำริด มีขนาดเท่าครึ่งของตัวจริง และผ่านพิธีเททองหล่อที่โรงงานบ้านช่างหล่อธนบุรี ต่อมาเมื่อการหล่อเสร็จสิ้น ได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ชั่วคราวที่ศาลาการเปรียญวัดแจ้งแสงอรุณ
 
ในระยะแรก คณะผู้ดำเนินงานประสงค์จะตั้งอนุสาวรีย์ไว้ในที่สาธารณะภายในตัวเมืองสกลนครเช่นเดียวกับอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญในเมืองอื่น แต่การตั้งในที่สาธารณะต้องดำเนินการโดยทางราชการ จึงมีการก่อสร้างฐานอนุสาวรีย์ภายในพื้นที่วัดแจ้งแสงอรุณก่อน ฐานก่อด้วยอิฐมอญ ฉาบปูนซีเมนต์ และมีการจารึกชื่อกับประวัติของท่านไว้ด้านหน้า ส่วนด้านหลังทำประตูสำหรับบรรจุอัฐิไว้ภายใน ต่อมาในวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2524 ได้ประกอบพิธีทางศาสนาและอัญเชิญรูปหล่อขึ้นประดิษฐานบนฐานอนุสาวรีย์ ก่อนทำพิธีเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2524
 
ภายหลังเมื่อพื้นที่วัดแจ้งแสงอรุณมีเสนาสนะเพิ่มขึ้นและพื้นที่รอบอนุสาวรีย์คับแคบลง คณะญาติและผู้เกี่ยวข้องจึงเห็นสมควรย้ายอนุสาวรีย์ไปยังพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงได้กว้างขึ้น จึงติดต่อทางราชการเพื่อขอพื้นที่บริเวณข้างประตูเมืองสกลนครสำหรับก่อสร้างฐานอนุสาวรีย์แห่งใหม่ มีพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างฐานเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554 และเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจึงอัญเชิญรูปหล่อจากวัดแจ้งแสงอรุณมาประดิษฐาน ณ ฐานอนุสาวรีย์ปัจจุบัน โดยใต้ฐานบรรจุอัฐิของท่านและบุตรหลานไว้ด้วย
 
ทุกปี จังหวัดสกลนครมีพิธีวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานี เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของท่านในฐานะผู้ว่าราชการเมืองสกลนครคนแรก พิธีดังกล่าวจัดขึ้นบริเวณอนุสาวรีย์ใกล้ประติมากรรมหนองหารหลวง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาดจังหวัด ลูกหลานตระกูลพรหมสาขา ณ สกลนคร และประชาชนร่วมพิธี การจัดพิธีเช่นนี้ทำให้อนุสาวรีย์ยังคงมีชีวิตทางสังคม ไม่ใช่เพียงจุดถ่ายภาพหรือประติมากรรมประดับเมือง
 
ประตูเมืองสกลนครและอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานีจึงเป็นพื้นที่ที่ทำให้เข้าใจประวัติศาสตร์สกลนครในหลายชั้น ชั้นแรกคือประวัติศาสตร์เมืองหนองหานหลวง เมืองโบราณที่มีตำนานและร่องรอยอารยธรรมยาวนาน ชั้นที่ 2 คือยุคอิทธิพลขอมและวัฒนธรรมโบราณที่ปรากฏผ่านพระธาตุและโบราณสถานหลายแห่ง ชั้นที่ 3 คือยุคล้านช้างและการเปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเมืองเชียงใหม่หนองหาน ชั้นที่ 4 คือยุครัตนโกสินทร์ที่เมืองสกลทวาปีได้รับการเปลี่ยนนามเป็นเมืองสกลนคร และชั้นสุดท้ายคือสกลนครในฐานะเมืองธรรมะ วัฒนธรรม และศูนย์รวมศรัทธาของภาคอีสาน
 
ตามประวัติเมืองสกลนคร เมืองหนองหานหลวงเป็นชื่อเมืองโบราณที่อยู่ในความทรงจำของผู้คนในพื้นที่ เชื่อกันว่ามีความเจริญมาตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 ในยุคที่อิทธิพลเขมรมีบทบาทในดินแดนแถบนี้ ต่อมาเมื่ออิทธิพลเขมรเสื่อมลง เมืองหนองหานหลวงได้เข้าสู่บริบทของอาณาจักรล้านช้างและมีชื่อเรียกในช่วงหนึ่งว่าเมืองเชียงใหม่หนองหาน ก่อนที่ในสมัยรัตนโกสินทร์จะเกิดการฟื้นฟูบ้านเมืองขึ้นใหม่ในบริเวณพระธาตุเชิงชุม
 
ในรัชกาลที่ 1 มีการโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านธาตุเชิงชุมเป็นเมืองสกลทวาปี ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 เมืองสกลทวาปีเผชิญเหตุการณ์สำคัญในช่วงกบฏเจ้าอนุวงศ์ และภายหลังมีการสร้างบ้านแปงเมืองขึ้นใหม่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ราชวงศ์คำเป็นพระยาประจันตประเทศธานีในตำแหน่งเจ้าเมืองสกลทวาปี และทรงเปลี่ยนนามเมืองใหม่เป็น “สกลนคร” ตั้งแต่นั้นมา ประวัติส่วนนี้ทำให้อนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานีมีความหมายโดยตรงต่อการเล่าเรื่องกำเนิดเมืองสกลนครในสมัยใหม่
 
สกลนครในปัจจุบันได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองพุทธศาสน์ พระธาตุ 5 แห่ง แหล่งอารยธรรม 3,000 ปี และแอ่งธรรมะแห่งอีสาน คำเรียกเหล่านี้ไม่ใช่เพียงถ้อยคำประชาสัมพันธ์ แต่สะท้อนลักษณะจริงของจังหวัดที่มีทั้งพระธาตุสำคัญ วัดเก่าแก่ โบราณสถานขอม วัฒนธรรมล้านช้าง และประวัติของพระอริยสงฆ์สายวัดป่าที่ได้รับความเคารพทั่วประเทศ ประตูเมืองสกลนครจึงนำสัญลักษณ์เหล่านี้มารวมไว้บนองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมของประตูเมืองอย่างชัดเจน
 
การประดิษฐานพระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อองค์แสนบนปราสาทผึ้งองค์กลาง สื่อถึงพระพุทธศาสนาคู่เมืองสกลนคร หลวงพ่อองค์แสนเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ชาวเมืองเคารพและเกี่ยวข้องกับวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารซึ่งเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง ส่วนการประดิษฐานรูปเหมือนพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร สื่อถึงสกลนครในฐานะพื้นที่ของพระอริยสงฆ์และธรรมะสายปฏิบัติ การจัดวางองค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ประตูเมืองเป็นเหมือนบทสรุปของอัตลักษณ์จังหวัดในภาพเดียว
 
ประติมากรรมปราสาทผึ้ง 3 หลังบนซุ้มประตูยังสะท้อนความสำคัญของประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีเด่นของจังหวัดสกลนคร ปราสาทผึ้งเป็นงานช่างประณีตที่เกี่ยวข้องกับศรัทธา การทำบุญออกพรรษา และการรวมแรงของชุมชน การนำรูปแบบปราสาทผึ้งมาติดตั้งไว้บนประตูเมือง จึงทำให้ผู้มาเยือนรับรู้เอกลักษณ์ของสกลนครตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้าสู่ตัวเมือง
 
บริเวณลานรวมใจไทสกลและพื้นที่ใกล้ประตูเมืองยังใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนและทำกิจกรรมของคนเมืองสกลนคร มีลานกว้าง ทางเดิน สวนหย่อม จุดชมวิวและพื้นที่ริมหนองน้ำที่ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายมากกว่าการเป็นจุดผ่านทางธรรมดา ในช่วงเย็น พื้นที่นี้เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายภาพ และชมแสงไฟของประตูเมืองที่สะท้อนบรรยากาศของเมืองได้สวยงาม นักท่องเที่ยวที่ต้องการภาพมุมกว้างของประตูเมืองควรเลือกช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เพราะแสงไม่แรงและสามารถเก็บรายละเอียดสถาปัตยกรรมได้ดี
 
ในเชิงการท่องเที่ยว ประตูเมืองสกลนครและอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานีเหมาะสำหรับการแวะชมระยะสั้น ใช้เวลาประมาณ 20–45 นาที หากต้องการเดินถ่ายภาพ ชมรายละเอียดบนซุ้มประตู และสักการะอนุสาวรีย์อย่างครบถ้วน ควรเผื่อเวลา 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะผู้ที่สนใจประวัติเมืองและต้องการอ่านป้ายประวัติบริเวณฐานอนุสาวรีย์ จุดนี้สามารถจัดเป็นจุดเริ่มต้นของทริปเมืองสกลนครก่อนเดินทางต่อไปยังวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร วัดป่าสุทธาวาส พิพิธภัณฑ์ภูพาน หรือถนนคนเดินฮักเมืองสกล
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดโดยรถยนต์ส่วนตัว ประตูเมืองสกลนครเป็นจุดแวะแรกที่เหมาะมาก เพราะตั้งอยู่บริเวณทางเข้าเมืองและเชื่อมต่อกับถนนสายหลักหลายสาย เมื่อลงจากรถเพื่อถ่ายภาพควรเลือกจุดจอดที่ปลอดภัย ไม่จอดบริเวณเส้นขาวแดงและไม่กีดขวางการจราจร ด้านหลังหรือบริเวณพื้นที่ที่จัดให้จอดได้เป็นจุดที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากถนนหน้าแลนด์มาร์กเป็นถนนสายหลักที่มีรถผ่านต่อเนื่อง
 
ผู้ที่เดินทางโดยเครื่องบินสามารถเริ่มต้นจากท่าอากาศยานสกลนคร แล้วเข้าสู่ตัวเมืองผ่านเส้นทางหลักเพื่อแวะประตูเมืองได้ภายในเวลาสั้น ๆ ส่วนผู้ที่พักในเมืองสามารถเรียกรถรับจ้าง รถสองแถว หรือรถผ่านแอปมายังประตูเมืองได้สะดวก เพราะตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครสกลนคร ใกล้ร้านอาหาร โรงแรม ตลาด และสถานที่ราชการหลายแห่ง การมาเยือนในเวลากลางวันเหมาะกับการชมรายละเอียดของประติมากรรม ส่วนช่วงค่ำเหมาะกับภาพแสงไฟและบรรยากาศแลนด์มาร์กเมือง
 
การเดินทาง ไปประตูเมืองสกลนครและอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานี หากเริ่มจากตัวเมืองสกลนครให้ใช้ถนนรัฐพัฒนา หรือเส้นทางที่เชื่อมกับทางหลวงหมายเลข 22 บริเวณทางเข้าเมืองสกลนครใกล้สะพานขอมและลานรวมใจไทสกล หากมาจากอุดรธานีจะพบประตูเมืองก่อนเข้าสู่ใจกลางเมือง จุดหมายอยู่ในตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถรับจ้าง หรือรถผ่านแอปได้สะดวก ระยะทางจากวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารประมาณ 2 กม. และจากท่าอากาศยานสกลนครประมาณ 9 กม.
 
ประตูเมืองสกลนครยังเป็นจุดที่ช่วยอธิบายภาพรวมของจังหวัดให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจอย่างรวดเร็ว เพราะองค์ประกอบหลักของซุ้มประตูเลือกใช้สัญลักษณ์ที่เป็นหัวใจของสกลนคร ได้แก่ พระพุทธศาสนา พระอริยสงฆ์สายวัดป่า ประเพณีปราสาทผึ้ง และเรื่องราวเมืองโบราณริมหนองหาร เมื่อยืนอยู่หน้าประตูเมือง ผู้มาเยือนจึงไม่ได้เห็นเพียงอาคารประดับถนน แต่เห็นภาพสรุปของเมืองที่มีทั้งธรรมะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมซ้อนอยู่ในพื้นที่เดียว
 
อีกเหตุผลที่ทำให้สถานที่นี้ควรถูกบรรจุไว้ในเส้นทางท่องเที่ยวสกลนครคือการเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเมืองเก่ากับเมืองใหม่ ด้านหนึ่งคือเรื่องเล่าเมืองหนองหานหลวง พระธาตุเชิงชุม และประวัติพระยาประจันตประเทศธานี อีกด้านหนึ่งคือถนนสายหลัก ไฟจราจร ร้านอาหาร โรงแรม และพื้นที่กิจกรรมของคนเมือง ประตูเมืองจึงไม่ได้เป็นอนุสาวรีย์ที่แยกออกจากชีวิตประจำวัน แต่เป็นพื้นที่ซึ่งคนท้องถิ่นใช้พบปะ พักผ่อน ออกกำลังกาย และต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอยู่เสมอ
 
การไหว้สักการะอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานีควรทำด้วยความเคารพ เนื่องจากท่านเป็นบุคคลสำคัญที่ชาวสกลนครระลึกถึงในฐานะผู้ว่าราชการเมืองคนแรกและผู้มีคุณูปการต่อบ้านเมือง นักท่องเที่ยวสามารถวางพวงมาลัยหรือยืนสงบน้อมรำลึกได้ตามความเหมาะสม พื้นที่ฐานอนุสาวรีย์ได้รับการจัดไว้ให้เข้าถึงได้สะดวก ควรรักษาความสะอาด ไม่ปีนขึ้นฐาน และไม่วางสิ่งของกีดขวางบริเวณทางเดิน
 
สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพ จุดถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมคือมุมหน้าตรงของประตูเมืองที่เห็นตัวอักษร “เมืองสกลนคร” ชัดเจน มุมบันไดพญานาคสีทอง มุมด้านข้างที่เห็นอนุสาวรีย์คู่กับเสาประตูเมือง และมุมกว้างจากฝั่งลานรวมใจไทสกลในช่วงเย็นหรือช่วงค่ำ แสงไฟและเงาสะท้อนบริเวณพื้นที่ริมลานช่วยให้ภาพมีมิติ หากต้องการถ่ายภาพคนกับแลนด์มาร์กควรหลีกเลี่ยงช่วงที่รถหนาแน่นและระวังขอบทางตลอดเวลา
 
สถานที่นี้ยังเหมาะกับการเป็นจุดเริ่มต้นของบทเรียนประวัติศาสตร์เมืองสกลนครสำหรับครอบครัว นักเรียน และนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพราะจากประตูเมืองสามารถต่อยอดไปศึกษาเรื่องพระธาตุทั้ง 5 แห่ง อารยธรรมขอม พระธาตุเชิงชุม หนองหาร ประเพณีปราสาทผึ้ง และประวัติพระอริยสงฆ์สายวัดป่าได้ครบถ้วนในทริปเดียว ผู้มาเยือนจะเข้าใจว่าทำไมสกลนครจึงถูกเรียกว่าแอ่งธรรมะแห่งอีสานและเมืองวัฒนธรรมที่มีรากลึกยาวนาน
 
หากมีเวลาหนึ่งวันในสกลนคร สามารถเริ่มต้นจากประตูเมืองสกลนครและอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานีในช่วงเช้า จากนั้นไปวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ สกลนคร และวัดป่าสุทธาวาส ช่วงบ่ายแวะพิพิธภัณฑ์ภูพานหรือสถานแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด แล้วกลับมาชิมอาหารท้องถิ่นในเมือง ช่วงเย็นสามารถเดินเล่นถนนคนเดินฮักเมืองสกลหรือถนนคนเดินผ้าครามตามวันที่มีการจัดกิจกรรม เส้นทางนี้ทำให้เห็นทั้งแลนด์มาร์กเมือง ศรัทธา ธรรมชาติ และอาหารพื้นถิ่นอย่างครบถ้วน
 
ในมุมมองของนักเดินทางต่างชาติ ประตูเมืองสกลนครเป็นจุดแนะนำเมืองที่เข้าใจง่าย เพราะมีภาพรวมของวัฒนธรรมสกลนครอยู่ในรูปทรงที่มองเห็นได้ทันที ปราสาทผึ้งบนยอดประตูสื่อถึงงานบุญและฝีมือช่างชุมชน พระพุทธรูปและรูปเหมือนพระอาจารย์มั่นกับพระอาจารย์ฝั้นสื่อถึงศรัทธาพุทธศาสนา อนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานีสื่อถึงประวัติการปกครองและการพัฒนาเมือง และพื้นที่ลานรอบประตูสื่อถึงการใช้ชีวิตร่วมสมัยของคนสกลนคร
 
ประตูเมืองสกลนครและอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานีจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณค่ามากกว่าการเป็นจุดถ่ายรูปริมถนน เพราะเป็นพื้นที่ที่บอกเล่าอดีต ปัจจุบัน และตัวตนของจังหวัดได้ครบในจุดเดียว ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่าสกลนครเป็นเมืองที่มีศรัทธาเป็นศูนย์กลาง มีประวัติศาสตร์เมืองยาวนาน มีบุคคลสำคัญที่ชาวเมืองยังรำลึกถึง และมีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังคงปรากฏในสัญลักษณ์ร่วมสมัยของเมืองอย่างสง่างาม
 
ชื่อสถานที่ประตูเมืองสกลนคร และอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานี
ที่ตั้งบริเวณประติมากรรมหนองหารหลวง / ประตูเมืองสกลนคร ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
ที่อยู่ถนนรัฐพัฒนา บริเวณทางเข้าเมืองสกลนคร ใกล้สะพานขอม ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000
พิกัดประตูเมืองสกลนคร 17.169381, 104.143091 / อนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานี 17.169766, 104.142974
ไฮไลต์ซุ้มประตูเมืองประดับปราสาทผึ้ง 3 หลัง พระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อองค์แสน รูปเหมือนพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต รูปเหมือนพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร และอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานี ผู้ว่าราชการเมืองสกลนครคนแรก
ประวัติ / สมัย / ยุคเกี่ยวข้องกับประวัติเมืองหนองหานหลวง เมืองสกลทวาปี และการเปลี่ยนนามเป็นเมืองสกลนครในสมัยรัชกาลที่ 3 ส่วนอนุสาวรีย์เริ่มจัดสร้าง พ.ศ. 2518 เปิดอนุสาวรีย์เดิม พ.ศ. 2524 และย้ายมาประดิษฐานบริเวณประตูเมืองหลังการสร้างฐานใหม่ พ.ศ. 2554
ที่มาของชื่อชื่อประตูเมืองสกลนครสื่อถึงประตูทางเข้าสู่ตัวเมือง ส่วนอนุสาวรีย์ตั้งชื่อตามพระยาประจันตประเทศธานี หรือโง่นคำ พรหมสาขา ณ สกลนคร ผู้ว่าราชการเมืองสกลนครคนแรก
ลักษณะเด่นเป็นประติมากรรมเมืองขนาดใหญ่ริมถนนสายหลัก มีบันไดพญานาค ซุ้มปราสาทผึ้ง จุดสักการะ และลานรอบพื้นที่สำหรับถ่ายภาพ พักผ่อน และจัดกิจกรรมเมือง
การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 22 หรือถนนรัฐพัฒนา เข้าสู่ตัวเมืองสกลนคร จุดหมายอยู่ใกล้สะพานขอมและลานรวมใจไทสกล เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถรับจ้าง หรือรถผ่านแอป
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชม เป็นแลนด์มาร์กสาธารณะและพื้นที่แสดงความเคารพต่อพระยาประจันตประเทศธานี
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ24 ชั่วโมง
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกลานเดินชม จุดถ่ายภาพ บันไดขึ้นชมซุ้มประตู พื้นที่สวนหย่อม พื้นที่พักผ่อน และจุดจอดรถบริเวณใกล้เคียงตามสภาพการจราจร
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. ซุ้มประตูเมืองสกลนคร
2. ประติมากรรมปราสาทผึ้ง 3 หลัง
3. พระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อองค์แสน
4. รูปเหมือนพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
5. รูปเหมือนพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
6. บันไดพญานาคและลานถ่ายภาพ
7. อนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานี
8. ลานรวมใจไทสกลและพื้นที่พักผ่อนใกล้เคียง
ผู้ดูแลเทศบาลนครสกลนคร
เบอร์ติดต่อหลักเทศบาลนครสกลนคร โทร. 0-4271-1203
งานรำลึกสำคัญพิธีวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานี จัดเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของผู้ว่าราชการเมืองสกลนครคนแรก
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. สะพานขอม ประมาณ 0.2 กม.
2. ลานรวมใจไทสกล ประมาณ 0.2 กม.
3. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ สกลนคร ประมาณ 1.3 กม.
4. สถานแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด สกลนคร ประมาณ 1.6 กม.
5. วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ประมาณ 2 กม.
6. ถนนคนเดินฮักเมืองสกล ประมาณ 2.3 กม.
7. วัดป่าสุทธาวาสและพิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ประมาณ 2.9 กม.
8. พิพิธภัณฑ์ภูพาน ประมาณ 3.5 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. คำหอม สกลนคร รัฐพัฒนา ซอย 5 ประมาณ 1.6 กม. โทร. 081-873-7564
2. ข้าวเกรียบปากหม้อปารีส สกลนคร ประมาณ 2.2 กม.
3. สะบันงา ประมาณ 2.3 กม. โทร. 042-733-428, 088-983-1282
4. Sweet Cottage Bakery & Tea Room ประมาณ 2.5 กม.
5. เลิศรสไข่กะทะ ประมาณ 2.6 กม.
6. ครัวสกลเพชร ประมาณ 3.2 กม. โทร. 099-206-0298
7. Food’s Land ประมาณ 5 กม. โทร. 090-345-4318
ที่พักใกล้เคียง1. HOP INN Sakon Nakhon ประมาณ 0.8 กม. โทร. 042-716-399
2. Dusit Hotel ประมาณ 1.1 กม. โทร. 042-711-198
3. @SAKON Hotel ประมาณ 1.6 กม. โทร. 042-713-234, 080-422-5929
4. The Room Boutique Hotel - Sakon Nakhon ประมาณ 2.3 กม. โทร. 099-262-9269
5. Sakon Grand Palace Hotel ประมาณ 3.2 กม. โทร. 042-714-886
6. Honghub Sakon Hotel ประมาณ 4.3 กม. โทร. 099-021-5595
7. NK Residence Sakon Nakhon ประมาณ 7 กม. โทร. 089-391-6594
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประตูเมืองสกลนครอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ประตูเมืองสกลนครตั้งอยู่บริเวณทางเข้าเมืองสกลนครบนถนนรัฐพัฒนา ใกล้สะพานขอมและลานรวมใจไทสกล ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
 
ถาม: ประตูเมืองสกลนครเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน 24 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นแลนด์มาร์กสาธารณะของเมือง
 
ถาม: ประตูเมืองสกลนครเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถแวะถ่ายภาพ เดินชม และสักการะอนุสาวรีย์ได้ฟรี
 
ถาม: อนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานีคือใคร?
ตอบ: พระยาประจันตประเทศธานี หรือโง่นคำ พรหมสาขา ณ สกลนคร เป็นผู้ว่าราชการเมืองสกลนครคนแรก และเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทต่อการสร้างบ้านแปลงเมืองของสกลนคร
 
ถาม: จุดเด่นของประตูเมืองสกลนครคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือซุ้มประตูเมืองที่ประดับปราสาทผึ้ง 3 หลัง พระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อองค์แสน รูปเหมือนพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต รูปเหมือนพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร บันไดพญานาค และอนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานี
 
ถาม: เดินทางไปประตูเมืองสกลนครอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 22 หรือถนนรัฐพัฒนาเข้าสู่ตัวเมืองสกลนคร จุดหมายอยู่ใกล้สะพานขอมและลานรวมใจไทสกล เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถรับจ้าง หรือรถผ่านแอป
 
ถาม: ควรเที่ยวประตูเมืองสกลนครช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะกับการชมรายละเอียดและถ่ายภาพ ส่วนช่วงเย็นถึงค่ำเหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายภาพแสงไฟของประตูเมือง
 
ถาม: สถานที่ใกล้ประตูเมืองสกลนครมีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง?
ตอบ: สถานที่ใกล้เคียงที่น่าเที่ยว ได้แก่ สะพานขอม สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ สกลนคร วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ถนนคนเดินฮักเมืองสกล วัดป่าสุทธาวาส และพิพิธภัณฑ์ภูพาน

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์

ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่ประตูเมือง และพระยาประจันตประเทศธานี

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(9)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
พระราชวัง พระราชวัง(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(8)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(2)
วัด วัด(18)
โบสถ์ โบสถ์(2)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(4)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(7)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(4)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(3)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(14)
น้ำตก น้ำตก(4)
ถ้ำ ถ้ำ(4)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(9)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
หมู่เกาะ หมู่เกาะ(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(5)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(4)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(1)