หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร >อ.เมืองสกลนคร >ต.ห้วยยาง > พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์
TL;DR: พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ อยู่ที่ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร บริเวณเทือกเขาภูพาน เปิดทุกวัน ในช่วงไม่มีการประทับและได้รับอนุญาตให้เข้าชม เวลา 08.30 – 16.30 น.
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน ในช่วงไม่มีการประทับและได้รับอนุญาตให้เข้าชม
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร เป็นพระตำหนักสำคัญกลางเทือกเขาภูพานที่มีความหมายทั้งด้านประวัติศาสตร์ พระราชกรณียกิจ ธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ ตั้งอยู่บริเวณตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร บนเส้นทางสกลนคร-กาฬสินธุ์ ตามแนวทางหลวงหมายเลข 213 ห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ 13–16 กม. พระตำหนักแห่งนี้เป็นสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อครั้งเสด็จแปรพระราชฐานมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรและติดตามงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่อีสาน พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์จึงไม่ใช่เพียงที่ประทับท่ามกลางธรรมชาติ แต่เป็นสัญลักษณ์ของพระมหากรุณาธิคุณที่เชื่อมพระราชภารกิจกับชีวิตของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างใกล้ชิด
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์เป็นสถานที่ที่ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสได้ทันทีถึงความร่มรื่นของป่าเขาภูพาน บรรยากาศภายในพื้นที่มีไม้ใหญ่ ไม้ดอก ไม้ประดับ และสวนที่ได้รับการดูแลอย่างประณีต เส้นทางเข้าสู่พระตำหนักเป็นทางถนนที่ตัดผ่านภูมิประเทศสีเขียวของเทือกเขาภูพาน มีบรรยากาศสงบ แตกต่างจากตัวเมืองสกลนครที่คึกคักกว่า พื้นที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติในทริปเดียว เพราะภายในบริเวณมีทั้งหมู่พระตำหนัก สวนไม้ดอกไม้ประดับ เขตพระราชฐานชั้นนอก พระตำหนักปีกไม้ เรือนรับรอง บ้านโบราณจำลอง และสภาพแวดล้อมที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันระหว่างงานสถาปัตยกรรมกับภูมิทัศน์ป่าภูพาน
ความสำคัญของพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์เริ่มจากพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงต้องการมีที่ประทับในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้การเสด็จเยี่ยมราษฎรและติดตามงานพัฒนาในภูมิภาคนี้เป็นไปอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พื้นที่เทือกเขาภูพานได้รับการเลือกเพราะมีภูมิประเทศเหมาะสม มีป่าเขา แหล่งน้ำ ธรรมชาติ และตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองสกลนคร การเลือกพื้นที่จึงสะท้อนทั้งความเหมาะสมด้านภูมิศาสตร์และพระราชวิสัยทัศน์ที่มองเห็นความสำคัญของการพัฒนาภูมิภาคอีสาน พระตำหนักแห่งนี้จึงเป็นเสมือนฐานงานพระราชกรณียกิจในภาคอีสาน และเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง
อาคารต่าง ๆ ภายในพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์เรียกรวมกันว่า “หมู่พระตำหนัก” ลักษณะโดยรวมมีความเรียบงาม สงบ และกลมกลืนกับธรรมชาติ อาคารส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่เน้นความสุภาพ เรียบหรู และใช้งานได้จริง ไม่เน้นความโอ่อ่าเกินจำเป็น แต่แสดงให้เห็นถึงความงามที่เหมาะสมกับภูมิทัศน์ป่าเขา โดยเฉพาะพระตำหนักปีกไม้ซึ่งเป็นอาคารเรือนรับรองลักษณะคล้ายล็อกเคบิน ให้บรรยากาศอบอุ่น แปลกตา และเข้ากับสภาพแวดล้อมของเทือกเขาภูพานได้ดี ความงามของพระตำหนักแห่งนี้จึงไม่ได้อยู่ที่อาคารเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสมดุลระหว่างอาคาร สวน ทางเดิน ต้นไม้ และภูมิประเทศโดยรอบ
บริเวณรอบพระตำหนักได้รับการตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับหลายชนิด โดยเฉพาะพันธุ์ไม้ดอกจากป่าภูพานที่เป็นที่ชื่นชมของผู้มาเยือน เช่น ดุสิตา มณีเทวา และทิพย์เกสร ซึ่งมีความงดงามโดดเด่นในช่วงฤดูหนาว นอกจากนี้ยังมีไม้ดอกไม้ใบ ไม้พุ่ม เฟิร์น กล้วยไม้ พรรณไม้ประดับ และไม้ท้องถิ่นที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้พื้นที่ดูอ่อนโยนและสดชื่น พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์จึงได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นสวรรค์ของผู้รักต้นไม้ เพราะผู้มาเยือนได้เห็นทั้งการจัดสวนที่สวยงามและพรรณไม้ที่สัมพันธ์กับธรรมชาติของป่าภูพาน
พื้นที่ด้านหน้าพระตำหนักและบริเวณริมถนนภายในเขตพระราชฐานมีการจัดสวนอย่างประณีต มีสระน้ำ ไม้ประดับ หินทรายแดง และแนวต้นไม้ที่ช่วยให้บรรยากาศภายในร่มรื่น บางจุดมีการจัดสวนประดิษฐ์และสวนผสมที่ใช้ไม้ดอกตามฤดูกาลเพื่อสร้างสีสันตลอดปี ขณะเดียวกันพื้นที่บางส่วนยังคงให้ความรู้สึกเป็นป่าธรรมชาติ ไม่ถูกปรับแต่งจนสูญเสียตัวตนของภูพาน ผู้ที่เดินชมจะรู้สึกถึงความสงบ ความเย็นของร่มไม้ และความเป็นระเบียบที่สะท้อนการดูแลรักษาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งส่วนที่มีคุณค่าคือบ้านโบราณจำลอง 3 หลังภายในเขตพระราชฐาน ซึ่งได้รับการบูรณะและซ่อมแซมให้มั่นคง งดงาม และพร้อมใช้งาน บ้านโบราณเหล่านี้เป็นตัวแทนของบ้านชนบทแบบดั้งเดิมและวิถีชีวิตในอดีต มีการจัดวางองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับชีวิตชุมชน เช่น เครื่องมือเกษตร เครื่องใช้พื้นบ้าน ซุ้ม ศาลานั่งเล่น และฉางข้าว พื้นที่นี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ภาพของชีวิตชนบทอีสานควบคู่ไปกับการชมพระตำหนัก ทำให้พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์มีมิติของแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงพื้นที่ชมสวนหรือสถาปัตยกรรมเท่านั้น
บ้านโบราณทั้ง 3 หลังยังสะท้อนแนวคิดการอนุรักษ์ความทรงจำของท้องถิ่นผ่านรูปแบบบ้านและวิถีชีวิต พื้นที่พระตำหนักไม่ได้แยกขาดจากชีวิตของประชาชนในภาคอีสาน แต่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมพื้นถิ่นอย่างชัดเจน การได้เห็นบ้านจำลองภายในเขตพระราชฐานทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าพระราชกรณียกิจในพื้นที่อีสานไม่ได้มุ่งเพียงการพัฒนาโครงสร้างหรือเศรษฐกิจ แต่ยังสัมพันธ์กับการยกระดับคุณภาพชีวิต การเกษตร การดำรงชีวิต และความเป็นอยู่ของชุมชนชนบทอย่างลึกซึ้ง
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ยังเกี่ยวข้องกับแนวคิดการฟื้นฟูสภาพป่าและการคืนชีวิตให้ธรรมชาติ พื้นที่รอบพระตำหนักอยู่ในบริเวณเทือกเขาภูพานซึ่งมีระบบนิเวศป่าเขาเป็นฐานสำคัญ การดูแลพื้นที่ให้ร่มรื่น มีพรรณไม้หลากหลาย และคงความเป็นธรรมชาติ ช่วยให้พระตำหนักแห่งนี้เป็นตัวอย่างของการใช้พื้นที่โดยเคารพภูมิทัศน์เดิม ผู้มาเยือนจึงไม่ได้เห็นเพียงสถานที่ประทับ แต่ได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพระราชฐานกับป่าไม้ น้ำ อากาศ และภูมิประเทศที่เอื้อต่อการพักผ่อนและการเรียนรู้ธรรมชาติ
ในเชิงการท่องเที่ยว พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์เหมาะกับผู้ที่สนใจเส้นทางท่องเที่ยวเชิงพระราชกรณียกิจ เส้นทางธรรมชาติ และเส้นทางประวัติศาสตร์สกลนคร สถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติภูพาน น้ำตกคำหอม โค้งปิ้งงู วัดถ้ำผาแด่น และสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองสกลนคร จึงสามารถจัดเป็นจุดสำคัญในแผนเที่ยว 1 วันได้อย่างลงตัว โดยเริ่มจากตัวเมืองสกลนคร เดินทางขึ้นเส้นทางสกลนคร-กาฬสินธุ์ แวะพระตำหนัก จากนั้นไปต่อยังแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตร ธรรมชาติ และวัดบนเทือกเขาภูพาน
เงื่อนไขการเข้าชมของพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์มีความสำคัญมาก เพราะพื้นที่นี้เป็นเขตพระราชฐาน ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวทั่วไปที่สามารถเดินชมได้ทุกส่วนโดยอิสระ การเข้าชมทำได้ในช่วงที่ไม่มีพระองค์ใดประทับอยู่ และต้องปฏิบัติตามระเบียบของเจ้าหน้าที่ สำหรับการเข้าชมพื้นที่ชั้นนอก นักท่องเที่ยวติดต่อเจ้าหน้าที่กองรักษาการในพื้นที่ได้ ส่วนการเข้าชมพื้นที่ชั้นในต้องทำหนังสือขออนุญาตไปยังสำนักเลขาธิการพระราชวัง พระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน กรุงเทพฯ 10200 และเดินทางไปชมเมื่อได้รับหนังสือตอบรับแล้วเท่านั้น ระเบียบนี้ช่วยรักษาความเหมาะสม ความปลอดภัย และความสง่างามของพระราชฐาน
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ พูดจาสำรวม เดินชมด้วยความเคารพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เข้าเขตหวงห้าม ไม่ถ่ายภาพในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด การเที่ยวพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์จึงแตกต่างจากการเที่ยวสวนสาธารณะทั่วไป เพราะเป็นการเข้าชมพื้นที่ที่มีสถานะทางประวัติศาสตร์และสถาบัน ผู้มาเยือนที่เข้าใจมารยาทเหล่านี้จะได้ประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและสง่างามมากขึ้น
การเดินทาง ไปยังพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์สะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถนำเที่ยว จากตัวเมืองสกลนครให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 213 สายสกลนคร-กาฬสินธุ์ มุ่งหน้าไปทางเทือกเขาภูพาน ประมาณ 13–16 กม. จะพบทางเข้าพระตำหนักอยู่ริมถนนบริเวณแนวภูเขา เส้นทางเป็นถนนลาดยางและเป็นเส้นทางท่องเที่ยวหลักที่เชื่อมตัวเมืองสกลนครกับอำเภอภูพาน จังหวัดกาฬสินธุ์ และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติหลายแห่ง ระหว่างทางมีจุดพัก ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน และจุดชมวิวบางช่วง โดยเฉพาะบริเวณโค้งปิ้งงูซึ่งเป็นช่วงถนนคดเคี้ยวสวยงามและเป็นที่รู้จักของนักเดินทาง
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทางคือช่วงเช้าถึงช่วงบ่าย เพราะเป็นช่วงที่มีเวลาเพียงพอสำหรับการผ่านขั้นตอนติดต่อเจ้าหน้าที่และเดินชมพื้นที่อย่างไม่เร่งรีบ ฤดูหนาวเป็นช่วงที่บรรยากาศดีที่สุด เนื่องจากอากาศเย็นสบาย ไม้ดอกบางชนิดในป่าภูพานให้สีสันงดงาม และแสงธรรมชาติเหมาะกับการถ่ายภาพบริเวณสวนและป้ายพระตำหนัก ส่วนฤดูฝนทำให้พื้นที่เขียวชุ่มและสดชื่น แต่ควรขับรถอย่างระมัดระวังบนเส้นทางภูเขา ฤดูร้อนสามารถเที่ยวได้เช่นกัน โดยควรเลือกช่วงเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงแดดจัด
แม้พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์จะเป็นสถานที่ที่ใช้เวลาเที่ยวไม่ยาวมากเมื่อเทียบกับแหล่งธรรมชาติขนาดใหญ่ แต่คุณค่าของที่นี่อยู่ที่ความลึกของเรื่องราว ผู้มาเยือนจะได้เข้าใจพระราชกรณียกิจในภาคอีสาน เข้าใจภูมิประเทศของสกลนคร เห็นสถาปัตยกรรมพระตำหนักที่กลมกลืนกับป่า และสัมผัสความสงบของพื้นที่พระราชฐาน การเที่ยวที่นี่จึงเหมาะกับการเดินชมช้า ๆ อ่านป้ายข้อมูล สังเกตองค์ประกอบของสวน อาคาร และพื้นที่โดยรอบ มากกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ยังเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกัน ศูนย์แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรตามแนวพระราชดำริ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาดิน น้ำ ป่าไม้ ปศุสัตว์ และอาชีพของประชาชนในพื้นที่ เมื่อจัดเที่ยวร่วมกัน นักท่องเที่ยวจะเห็นภาพที่สมบูรณ์ขึ้นว่าพระตำหนักไม่ใช่เพียงสถานที่ประทับ แต่สัมพันธ์กับการทรงงานและการพัฒนาพื้นที่ภูพานในหลายมิติ ทั้งการอนุรักษ์ป่า การเรียนรู้การเกษตร และการยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชน
บริเวณใกล้พระตำหนักยังมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ช่วยเติมเต็มเส้นทางภูพาน เช่น น้ำตกคำหอม โค้งปิ้งงู และอุทยานแห่งชาติภูพาน น้ำตกคำหอมเป็นน้ำตกบนเทือกเขาภูพานที่เหมาะกับการพักผ่อนในฤดูฝนและช่วงที่มีน้ำ ส่วนโค้งปิ้งงูเป็นจุดเด่นของเส้นทางถนนที่คดเคี้ยวสวยงามและกลายเป็นภาพจำของการเดินทางผ่านภูพาน อุทยานแห่งชาติภูพานมีพื้นที่ป่า ภูเขา น้ำตก และจุดชมธรรมชาติหลายแห่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการขยายทริปจากการชมพระตำหนักไปสู่การสัมผัสธรรมชาติอย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับผู้ที่สนใจวัดและศาสนสถาน วัดถ้ำผาแด่นเป็นจุดหมายที่สามารถจัดร่วมกับพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ได้ วัดตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน มีบรรยากาศสงบ วิวภูเขา และงานแกะสลักหินกับไม้ที่โดดเด่น นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมจัดเส้นทางพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน และวัดถ้ำผาแด่นไว้ในวันเดียวกัน เพราะทั้งหมดอยู่ในแนวท่องเที่ยวภูพานและให้ประสบการณ์ที่ต่างกัน ทั้งพระราชกรณียกิจ ธรรมชาติ และศรัทธา
ในด้านการวางแผนอาหารและที่พัก ผู้มาเยือนสามารถเลือกใช้บริการร้านอาหารและคาเฟ่ตามเส้นทางภูพานหรือกลับเข้าสู่ตัวเมืองสกลนคร ซึ่งมีตัวเลือกมากกว่า พระตำหนักตั้งอยู่ในเขตภูเขาและใกล้พระราชฐาน จึงไม่ได้มีร้านอาหารหนาแน่นติดกับทางเข้ามากนัก ร้านที่อยู่ในระยะใกล้มักเป็นร้านท้องถิ่นหรือคาเฟ่ตามเส้นทาง ส่วนร้านอาหารจำนวนมากกระจุกตัวบริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โลตัสสกลนคร และตัวเมืองสกลนคร การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้เดินทางสะดวก โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัวหรือมากับผู้สูงอายุ
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักในตัวเมืองสกลนครเพื่อความสะดวกในการเดินทางต่อไปยังสนามบิน ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ หรือเลือกที่พักบริเวณใกล้เส้นทางภูพานเพื่อความเงียบสงบมากขึ้น ที่พักในตัวเมืองมีทั้งโรงแรมราคาประหยัด โรงแรมมาตรฐาน และโรงแรมที่เหมาะกับครอบครัว การพักในเมืองทำให้สามารถออกเดินทางไปพระตำหนักในช่วงเช้าได้สะดวก และยังสามารถกลับมาเที่ยวในตัวเมือง เช่น วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร หนองหาร และถนนคนเดินในช่วงเย็นได้
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์จึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่ามากกว่าการเป็นจุดท่องเที่ยวสวยงาม เพราะเป็นพื้นที่ที่รวมเรื่องพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ ภูมิทัศน์ธรรมชาติ งานสวน สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมท้องถิ่นอีสานไว้ด้วยกัน ผู้ที่เดินทางมาสกลนครควรให้เวลากับสถานที่แห่งนี้อย่างเหมาะสม เพื่อสัมผัสความสงบของเขตพระราชฐานและเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพระตำหนักกับผืนป่าภูพาน ซึ่งเป็นภาพสำคัญของสกลนครในฐานะเมืองแห่งธรรมะ ธรรมชาติ และพระราชกรณียกิจ
หากมองในภาพรวม พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์คือหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้การเที่ยวสกลนครมีมิติทางความทรงจำและความหมายมากขึ้น ที่นี่ไม่ได้เล่าเรื่องด้วยความอลังการ แต่เล่าด้วยความสงบ ร่มรื่น และความเรียบงาม ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่าพระตำหนักที่ตั้งอยู่กลางเทือกเขาภูพานแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่ประทับ ฐานการทรงงาน พื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติ และแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยให้เข้าใจภาคอีสานผ่านสายพระเนตรแห่งการพัฒนา เมื่อเดินทางออกจากพระตำหนัก นักท่องเที่ยวจะไม่ได้กลับไปพร้อมภาพถ่ายเท่านั้น แต่จะได้ความเข้าใจต่อสกลนครในมุมที่ลึกขึ้นและงดงามยิ่งขึ้น
| ชื่อสถานที่ | พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ |
| ที่ตั้ง | ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร บริเวณเทือกเขาภูพาน |
| ที่อยู่ | ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 |
| ไฮไลต์ | พระตำหนักกลางเทือกเขาภูพาน สถานที่ประทับเมื่อครั้งเสด็จแปรพระราชฐานมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สวนไม้ดอกไม้ประดับ พระตำหนักปีกไม้ และบ้านโบราณจำลอง 3 หลัง |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อใช้เป็นที่ประทับและฐานการทรงงานเมื่อเสด็จเยี่ยมราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อ “ภูพานราชนิเวศน์” สื่อถึงพระราชนิเวศน์ที่ตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร |
| ลักษณะเด่น | หมู่พระตำหนักสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่กลมกลืนกับธรรมชาติ พระตำหนักปีกไม้ลักษณะเรือนรับรองแบบล็อกเคบิน สวนไม้ดอกป่าภูพาน และบ้านโบราณจำลองที่สะท้อนวิถีชนบทอีสาน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองสกลนครใช้ทางหลวงหมายเลข 213 สายสกลนคร-กาฬสินธุ์ ระยะทางประมาณ 13–16 กม. พระตำหนักตั้งอยู่ริมเส้นทางภูพาน มีทางแยกเข้าสู่พื้นที่พระราชฐาน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมตามเงื่อนไขของพระราชฐานในช่วงไม่มีการประทับ พื้นที่ชั้นในต้องได้รับหนังสืออนุญาตล่วงหน้า |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน ในช่วงไม่มีการประทับและได้รับอนุญาตให้เข้าชม |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เก็บค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | กองรักษาการ พื้นที่จอดรถ จุดติดต่อเจ้าหน้าที่ เส้นทางเดินชม สวนไม้ประดับ จุดถ่ายภาพ และพื้นที่พักผ่อนตามจุดที่เปิดให้เข้าชม |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | หมู่พระตำหนัก พระตำหนักปีกไม้ สวนไม้ดอกไม้ประดับ เขตพระราชฐานชั้นนอก บ้านโบราณจำลอง 3 หลัง สระน้ำและพื้นที่ภูมิทัศน์โดยรอบ กองรักษาการพระตำหนัก |
| ผู้ดูแล | สำนักเลขาธิการพระราชวัง / กองรักษาการพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | กองรักษาการพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ โทร. 0-4271-1550 |
| เงื่อนไขการเข้าชม | การเข้าชมพื้นที่ชั้นนอกติดต่อเจ้าหน้าที่กองรักษาการ ส่วนพื้นที่ชั้นในต้องทำหนังสือถึงสำนักเลขาธิการพระราชวัง พระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน กรุงเทพฯ 10200 และเข้าชมเมื่อได้รับหนังสือตอบรับแล้ว |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประมาณ 3 กม. 2. น้ำตกคำหอมและโค้งปิ้งงู ประมาณ 4 กม. 3. อุทยานแห่งชาติภูพาน ประมาณ 8 กม. 4. วัดถ้ำผาแด่น ประมาณ 13 กม. 5. ประตูเมืองสกลนครและลานรวมใจไทสกล ประมาณ 14 กม. 6. วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ประมาณ 17 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. อเมซิ่ง ปิ้งงู ประมาณ 2 กม. 2. กล้วยทอดอัมพวา ปตท.ศรีวิชา ประมาณ 7 กม. 3. ก๋วยเตี๋ยวแคปหมูยายเพ็ญ สาขา 5 ม.ราชภัฏสกล ประตู 5 ประมาณ 9 กม. โทร. 092-694-1656 4. Vegan House อาหารเจ ประมาณ 9 กม. โทร. 093-409-5249 5. Café Amazon ปตท.ประตูเมือง ประมาณ 14 กม. โทร. 084-031-4920 6. MK Restaurants โลตัส สกลนคร ประมาณ 14 กม. โทร. 042-722-645 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บางจากภูพานรีสอร์ท ประมาณ 9 กม. โทร. 042-747-477 2. โรงแรมโชคดีเพลส ประมาณ 12 กม. โทร. 042-972-098 3. โรงแรมภูพานเพลซ ประมาณ 12 กม. 4. Hop Inn Sakon Nakhon ประมาณ 14 กม. โทร. 042-716-399 5. The Room Boutique Hotel ประมาณ 16 กม. โทร. 099-262-9269 6. The Majestic Sakon Nakhon Hotel ประมาณ 16 กม. โทร. 042-733-771 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร บริเวณกลางเทือกเขาภูพาน บนเส้นทางสกลนคร-กาฬสินธุ์ ทางหลวงหมายเลข 213
ถาม: พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์เปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวันในช่วงที่ไม่มีการประทับและได้รับอนุญาตให้เข้าชม โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของพระราชฐาน
ถาม: เวลาเข้าชมพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์คือเวลาใด?
ตอบ: เวลาเข้าชมคือ 08.30 – 16.30 น.
ถาม: พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เก็บค่าเข้าชม แต่การเข้าชมต้องเป็นไปตามระเบียบของพระราชฐานและการอนุญาตของเจ้าหน้าที่
ถาม: หากต้องการเข้าชมพื้นที่ชั้นในต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ต้องทำหนังสือขออนุญาตไปยังสำนักเลขาธิการพระราชวัง พระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน กรุงเทพฯ 10200 และเดินทางไปชมเมื่อได้รับหนังสือตอบรับแล้ว
ถาม: จุดเด่นของพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์คืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือหมู่พระตำหนักกลางเทือกเขาภูพาน สวนไม้ดอกไม้ประดับ พระตำหนักปีกไม้ บ้านโบราณจำลอง และบรรยากาศป่าเขาที่เชื่อมโยงกับพระราชกรณียกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ถาม: ควรไปพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ช่วงไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงฤดูหนาวและช่วงเช้าถึงบ่ายเป็นเวลาที่เหมาะที่สุด เพราะอากาศสบาย ไม้ดอกบางชนิดให้สีสันสวยงาม และมีเวลาเพียงพอสำหรับการติดต่อเข้าชม
ถาม: เที่ยวพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์แล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเดินทางต่อไปยังศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ น้ำตกคำหอม โค้งปิ้งงู อุทยานแห่งชาติภูพาน วัดถ้ำผาแด่น และตัวเมืองสกลนครได้สะดวก
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พระราชวัง
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว




