หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.เมืองร้อยเอ็ด >ต.ในเมือง > ประเพณีบุญผะเหวด
TL;DR: ประเพณีบุญผะเหวด สถานที่ท่องเที่ยวร้อยเอ็ด ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก, ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี.
ประเพณีบุญผะเหวด

วันเปิดทำการ: จัดเป็นประจำทุกปีช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม; ปี 2569 จัดระหว่างวันที่ 6 – 8 มีนาคม 2569
เวลาเปิดทำการ: เวลาเข้าร่วมเป็นไปตามกำหนดการกิจกรรมในแต่ละวัน
ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด หรือที่เรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า “บุญมหาชาติ” เป็นงานบุญใหญ่ของชาวอีสานที่เชื่อมโยงพระพุทธศาสนา วัฒนธรรมฮีตสิบสอง การทำทาน การฟังเทศน์มหาชาติ และพลังศรัทธาของชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน จังหวัดร้อยเอ็ดจัดงานนี้เป็นประจำทุกปีในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม โดยพื้นที่หลักของงานอยู่บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ลานสาเกตนคร เกาะกลางบึงพลาญชัย หอโหวด 101 และพื้นที่รอบศาลหลักเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด งานนี้เป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของร้อยเอ็ด เพราะมีทั้งพิธีทางศาสนา ขบวนแห่มหาทานบารมี ตำนานพระเวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์ การตกแต่งเมืองด้วยดอกไม้และเครื่องสักการะ การกินข้าวปุ้น การฟังเทศน์มหาชาติ และการรวมตัวของชาวร้อยเอ็ดกับผู้มาเยือนจากต่างถิ่นในบรรยากาศงานบุญขนาดใหญ่กลางเมือง
ประเพณีบุญผะเหวดเป็นงานที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจร้อยเอ็ดในมิติที่ลึกกว่าการเที่ยวชมแลนด์มาร์กทั่วไป เพราะงานนี้ทำให้เห็นเมืองทั้งเมืองเคลื่อนไหวไปกับศรัทธา ตั้งแต่หน่วยงานราชการ วัด โรงเรียน ชุมชน อำเภอต่าง ๆ ภาคเอกชน ไปจนถึงประชาชนทั่วไป ทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทในการจัดงาน ตกแต่งสถานที่ จัดขบวนแห่ จัดซุ้มดอกไม้ เตรียมเครื่องสักการะ และร่วมสืบทอดเรื่องราวพระเวสสันดรชาดกให้ยังคงอยู่ในพื้นที่สาธารณะของเมือง งานบุญผะเหวดจึงไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมในวัด แต่กลายเป็นงานเมืองที่ใช้พื้นที่กลางร้อยเอ็ดเป็นเวทีของความศรัทธา ความร่วมแรงร่วมใจ และอัตลักษณ์อีสานที่งดงาม
คำว่า “ผะเหวด” มาจาก “พระเวส” หรือพระเวสสันดร ซึ่งเป็นพระชาติสำคัญในชาดกที่เน้นเรื่องทานบารมี การเสียสละ และการสละความยึดมั่นเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น งานบุญผะเหวดจึงมีแก่นสำคัญอยู่ที่การระลึกถึงการบำเพ็ญทานอันยิ่งใหญ่ของพระเวสสันดร และการกระตุ้นให้ผู้คนทำความดีด้วยการให้ทาน ฟังธรรม รักษาศีล และร่วมกิจกรรมทางศาสนาอย่างพร้อมเพรียง สำหรับชาวอีสาน งานนี้เป็นหนึ่งในบุญตามฮีตสิบสองที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นประเพณีที่รวมทั้งศาสนา ความเชื่อ วรรณกรรมท้องถิ่น ดนตรี ขบวนแห่ อาหาร และการพบปะญาติพี่น้องไว้ในช่วงเวลาเดียวกัน
ช่วงเวลาของบุญผะเหวดสัมพันธ์กับฤดูกาลของอีสานในปลายฤดูหนาวเข้าสู่หน้าแล้ง ช่วงที่ดอกจิก ดอกจาน และดอกไม้พื้นถิ่นเริ่มบานสะพรั่ง สีสันของดอกไม้เหล่านี้ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งศาลา สถานที่ทำบุญ ขบวนแห่ และพื้นที่จัดงาน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งศรัทธาและความอุดมสมบูรณ์ พุทธศาสนิกชนจะเก็บดอกไม้มาร้อยเป็นมาลัย ประดับศาลาการเปรียญ และจัดสถานที่สำหรับฟังเทศน์มหาชาติ ความงามของดอกไม้จึงไม่ได้เป็นเพียงการตกแต่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นงานบุญ การรวมแรงของชุมชน และความพร้อมใจในการต้อนรับมหาชาติชาดกอย่างสมเกียรติ
ในจังหวัดร้อยเอ็ด งานบุญผะเหวดได้รับการยกระดับเป็นงานประจำจังหวัดภายใต้ชื่อ “มหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด” ซึ่งมีเอกลักษณ์เด่นอยู่ที่การจัดงานกลางเมืองบริเวณบึงพลาญชัยและสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด พื้นที่นี้มีความหมายต่อคนร้อยเอ็ดอยู่แล้วในฐานะสวนสาธารณะกลางเมือง จุดพักผ่อน จุดจัดกิจกรรม และแลนด์มาร์กที่เชื่อมต่อกับหอโหวด 101 เมื่อกลายเป็นพื้นที่จัดงานบุญผะเหวด เมืองทั้งเมืองจึงเปลี่ยนบรรยากาศเป็นพื้นที่บุญขนาดใหญ่ มีทั้งลานพิธี ขบวนแห่ ซุ้มประดับดอกไม้ เสียงเทศน์มหาชาติ การแสดงพื้นบ้าน และผู้คนที่เดินทางมาร่วมงานอย่างคึกคัก
จุดเด่นของงานร้อยเอ็ดคือการนำเรื่องราวพระเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์มาสร้างเป็นขบวนแห่มหาทานบารมี แต่ละกัณฑ์สะท้อนตอนสำคัญของพระเวสสันดร ตั้งแต่การบำเพ็ญทาน การเสด็จออกจากเมือง การใช้ชีวิตในป่า ไปจนถึงการคืนสู่เมืองและการประกาศคุณแห่งทานบารมี ขบวนแห่เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการเดินขบวนเพื่อความสวยงาม แต่เป็นการเล่าเรื่องชาดกผ่านเครื่องแต่งกาย ฉากจำลอง ดนตรี การฟ้อนรำ และการมีส่วนร่วมของอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ชมจึงได้เห็นทั้งศิลปะพื้นบ้านและเรื่องราวทางธรรมในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและมีชีวิต
ก่อนถึงวันงานหลัก จะมีการเตรียมความพร้อมของพื้นที่และซุ้มต่าง ๆ โดยเฉพาะการตกแต่งด้วยดอกสะแบง ดอกจิก ดอกจาน และวัสดุพื้นถิ่นที่สื่อถึงบุญผะเหวดอีสาน พื้นที่รอบหอโหวด 101 ลานพระพุทโธดม สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด และรอบศาลหลักเมืองจะถูกแต่งเติมให้มีสีสันแห่งศรัทธา การตกแต่งเหล่านี้ทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกว่างานนี้ไม่ใช่งานแสดงทั่วไป แต่เป็นการรวมใจของคนทั้งจังหวัดที่ต้องการรักษาฮีตสิบสอง คองสิบสี่ และถ่ายทอดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมอีสานออกสู่สายตาผู้คน
วันโฮมบุญเป็นช่วงสำคัญที่ชาวอีสานให้ความหมายอย่างมาก คำว่า “โฮม” หมายถึงการรวม การชุมนุม หรือการมาร่วมกัน พุทธศาสนิกชนจะมาช่วยกันจัดตกแต่งศาลา สถานที่ทำบุญ และบริเวณงาน เตรียมเครื่องสักการะ ดอกไม้ ธูปเทียน ข้าวตอก และข้าวพันก้อน การเตรียมงานเช่นนี้สะท้อนลักษณะเด่นของประเพณีอีสานที่ไม่ได้แยกผู้ชมออกจากผู้จัดงาน ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ ตั้งแต่ช่วยจัดสถานที่ ทำอาหาร เตรียมดอกไม้ ฟังเทศน์ ทำบุญ และต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่เดินทางมาร่วมงาน
ข้าวพันก้อนเป็นองค์ประกอบสำคัญของพิธีกรรมบุญผะเหวด โดยชาวบ้านจะจัดทำข้าวตอก ดอกไม้ ธูป เทียน หรือเครื่องสักการะอย่างละพันก้อนตามคติที่สัมพันธ์กับอานิสงส์แห่งมหาชาติและการบูชาธรรม การตั้งธงใหญ่ไว้ 8 ทิศและการจัดศาลเล็ก ๆ สำหรับข้าวพันก้อน เครื่องคาวหวาน ผี เปรต และมาร สะท้อนโลกทัศน์ของชาวอีสานที่มองว่างานบุญครอบคลุมทั้งมนุษย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้ล่วงลับ และสรรพชีวิตในจักรวาล งานบุญจึงไม่ได้เป็นเพียงการทำดีให้ตนเอง แต่เป็นการแผ่กุศลและสร้างความสมดุลระหว่างโลกของคนกับโลกของความเชื่อ
รอบศาลาการเปรียญหรือพื้นที่เทศน์มหาชาติมักมีการแขวนผ้าผะเหวด ซึ่งเป็นผ้าผืนยาวที่เล่าเรื่องพระเวสสันดรตั้งแต่กัณฑ์แรกจนถึงกัณฑ์สุดท้าย ผ้าผะเหวดทำหน้าที่คล้ายภาพเล่าเรื่องหรือสื่อการเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ผู้ที่เดินชมสามารถติดตามเหตุการณ์สำคัญในชาดกผ่านภาพบนผ้า ขณะที่พระสงฆ์หรือผู้เทศน์นำเนื้อหามหาเวสสันดรชาดกมาเทศน์ในรูปแบบที่ชาวบ้านคุ้นเคย ผ้าผะเหวดจึงเป็นทั้งงานศิลป์ งานศาสนา และหลักฐานการสืบทอดวรรณกรรมพุทธศาสนาในชุมชนอีสาน
อีกพิธีที่มีความโดดเด่นคือการอัญเชิญพระอุปคุต ซึ่งตามคติความเชื่อในงานบุญมหาชาติ พระอุปคุตเป็นพระอรหันต์ผู้มีฤทธิ์และมีบทบาทในการปกป้องคุ้มครองงานบุญมิให้เกิดอุปสรรค ภัยอันตราย หรือเหตุเภทภัยต่าง ๆ การแห่พระอุปคุตจึงเป็นพิธีกรรมเปิดทางบุญและสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้ร่วมงาน โดยมีความเชื่อว่าสมมุติอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นมาจากสะดือทะเล เพื่อมาคุ้มครองงานให้สำเร็จเรียบร้อยและนำโชคลาภแก่พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมทำบุญมหาชาติ
การฟังเทศน์มหาชาติเป็นแกนกลางของประเพณีบุญผะเหวด ความเชื่อสำคัญที่สืบทอดกันมาคือผู้ใดได้ฟังเทศน์มหาชาติครบทั้ง 13 กัณฑ์จบภายในวันเดียว และตั้งใจบำเพ็ญคุณงามความดี จะได้รับอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ ความเชื่อนี้ทำให้ผู้คนมารวมตัวกันตั้งแต่เช้าจนค่ำเพื่อฟังธรรมอย่างต่อเนื่อง บางครอบครัวเตรียมอาหารมาร่วมทำบุญ บางคนช่วยงานวัด บางคนร่วมขบวนแห่ บางคนตั้งใจนั่งฟังเทศน์ครบถ้วน งานบุญผะเหวดจึงเป็นพื้นที่ที่ทำให้การฟังธรรมกลายเป็นกิจกรรมร่วมของชุมชน ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติส่วนบุคคล
ประเพณีนี้ยังมีมิติของทานที่เด่นชัดมาก คำว่า “มหาทานบารมี” สะท้อนแก่นของงานอย่างตรงไปตรงมา เพราะพระเวสสันดรเป็นแบบอย่างของการให้ทานโดยไม่ยึดติด ผู้คนที่มาร่วมงานจึงนิยมทำบุญ บริจาคทรัพย์ อาหาร ข้าวของ เครื่องสักการะ และแบ่งปันอาหารแก่ผู้ร่วมงาน หนึ่งในภาพจำของบุญผะเหวดร้อยเอ็ดคือคำกล่าวว่า “กินข้าวปุ้น เอาบุญผะเหวด ฟังเทศน์มหาชาติ” ข้าวปุ้นหรือขนมจีนจึงไม่ใช่อาหารธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับ การแบ่งปัน และความอิ่มบุญในงานมหาชาติ
การกินข้าวปุ้นในงานบุญผะเหวดร้อยเอ็ดเป็นประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เพราะสะท้อนความเป็นงานบุญของอีสานได้อย่างชัดเจน ผู้คนมาร่วมงานไม่ได้มาเพียงชมขบวนแห่หรือถ่ายภาพ แต่ยังมาร่วมกินอาหารที่ชาวเมืองและหน่วยงานต่าง ๆ จัดเตรียมไว้ด้วยน้ำใจ ข้าวปุ้นรสจัดจ้าน น้ำยา กลิ่นสมุนไพร และบรรยากาศการนั่งกินร่วมกันทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของงานบุญ การแบ่งปันอาหารในพื้นที่สาธารณะเช่นนี้เป็นภาพที่สื่อถึงความเอื้อเฟื้อและความเป็นชุมชนของร้อยเอ็ดได้ดีมาก
ในมุมของนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม งานบุญผะเหวดร้อยเอ็ดมีความครบถ้วนทั้งพิธีกรรม ศิลปะ การแสดง วรรณกรรม พุทธศาสนา และวิถีชุมชน ผู้มาเยือนจะได้เห็นการแต่งกายพื้นบ้าน การฟ้อนรำอีสาน ขบวนแห่จากอำเภอต่าง ๆ ภาพเล่าเรื่องพระเวสสันดร การประดับซุ้มดอกไม้ การจัดพื้นที่รอบบึงพลาญชัย และการรวมตัวของชาวเมืองจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้ทำให้การเที่ยวงานบุญผะเหวดไม่ใช่การเข้าชมสถานที่เพียงจุดเดียว แต่เป็นการเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตและเปลี่ยนแปลงไปตามปี
พื้นที่หลักของงานคือสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ดและเกาะกลางบึงพลาญชัย ซึ่งเป็นพื้นที่กลางเมืองที่เดินทางสะดวกและเชื่อมโยงกับแลนด์มาร์กสำคัญหลายแห่ง ลานสาเกตนครเป็นจุดจัดพิธีและขบวนแห่สำคัญ หอโหวด 101 เป็นจุดชมเมืองและพื้นที่กิจกรรมร่วมสมัย ศาลหลักเมืองเป็นพื้นที่ศรัทธาของคนร้อยเอ็ด ส่วนบึงพลาญชัยเป็นพื้นที่พักผ่อนกลางเมืองที่เปิดรับผู้คนตลอดทั้งวัน เมื่องานบุญผะเหวดมาจัดในพื้นที่เหล่านี้ เมืองร้อยเอ็ดทั้งเมืองจึงกลายเป็นพื้นที่บุญที่เชื่อมโยงศาสนา วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และชีวิตประจำวันเข้าด้วยกัน
สำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายภาพ งานบุญผะเหวดร้อยเอ็ดมีมุมที่น่าสนใจจำนวนมาก เช่น ขบวนแห่มหาทานบารมีบริเวณลานสาเกตนคร การตกแต่งซุ้มดอกสะแบงบริเวณหอโหวด 101 ผ้าผะเหวดที่เล่าเรื่องพระเวสสันดร ภาพพุทธศาสนิกชนร่วมฟังเทศน์ ขบวนอัญเชิญพระอุปคุต การจัดข้าวพันก้อน และบรรยากาศผู้คนริมบึงพลาญชัย ช่วงกลางวันเหมาะกับการถ่ายภาพสีสันของขบวนแห่ ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการถ่ายบรรยากาศเมืองที่มีแสงไฟ หอโหวด และผู้คนที่ยังเดินชมงานอย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่เดินทางมาร่วมงานควรเข้าใจมารยาทของพื้นที่บุญ เพราะแม้งานจะมีความคึกคักและเปิดรับนักท่องเที่ยว แต่แก่นของงานยังเป็นพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ควรแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าพื้นที่เทศน์มหาชาติหรือบริเวณพิธีสงฆ์ ไม่ยืนบังขบวนแห่ในจังหวะสำคัญ ไม่ส่งเสียงรบกวนขณะเทศน์ ไม่สัมผัสเครื่องสักการะหรือผ้าผะเหวดโดยไม่จำเป็น และควรรักษาความสะอาดในพื้นที่สวนและบึง เพราะพื้นที่เหล่านี้เป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและสมบัติสาธารณะของชาวร้อยเอ็ด
งานบุญผะเหวดยังเป็นช่วงเวลาที่ญาติพี่น้องและคนร้อยเอ็ดที่อยู่ต่างถิ่นกลับมาพบกัน ประโยค “กินข้าวปุ้น เอาบุญผะเหวด ฟังเทศน์มหาชาติ” จึงไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญของงาน แต่เป็นภาพของสังคมอีสานที่ใช้ประเพณีเป็นโอกาสในการเชื่อมความสัมพันธ์ ครอบครัวที่อยู่ไกลกลับมาร่วมทำบุญ เพื่อนเก่าพบกันที่งาน ชุมชนแต่ละแห่งได้แสดงฝีมือและความร่วมแรงในขบวนแห่ อาหาร และการจัดซุ้ม งานนี้จึงเป็นพื้นที่ของความทรงจำร่วมที่ทำให้คนร้อยเอ็ดยังรู้สึกผูกพันกับบ้านเกิด
ในเชิงประวัติและความเชื่อ บุญผะเหวดสะท้อนแนวคิดสำคัญเรื่องการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน พระเวสสันดรชาดกเป็นเรื่องราวที่ชาวพุทธใช้สอนเรื่องทานบารมี ความอดทน ความเสียสละ และการบำเพ็ญความดีอย่างสูงสุด เมื่อเรื่องราวนี้ถูกนำมาเทศน์ในงานบุญ ผู้ฟังจึงไม่ได้เพียงรับฟังวรรณกรรมศาสนา แต่ได้ทบทวนคุณค่าของการลดความเห็นแก่ตัว การแบ่งปัน การทำประโยชน์แก่ผู้อื่น และการสร้างบุญกุศลร่วมกัน ประเพณีจึงทำหน้าที่เป็นโรงเรียนทางศีลธรรมของชุมชนในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและมีชีวิต
ความต่อเนื่องของประเพณีนี้ทำให้ร้อยเอ็ดมีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพราะนักท่องเที่ยวสามารถกำหนดช่วงเวลาเดินทางล่วงหน้าได้ค่อนข้างชัดเจน โดยทั่วไปงานจะอยู่ช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม ในปี 2569 งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 8 มีนาคม ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ดและเกาะกลางบึงพลาญชัย ทำให้ผู้ที่วางแผนเที่ยวสามารถจัดทริปร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงได้สะดวก ทั้งหอโหวด 101 บึงพลาญชัย ประตูสาเกตนคร วัดบูรพาภิราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด และร้านอาหารรอบตัวเมือง
การเดินทาง ไปงานประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ดทำได้สะดวกเพราะพื้นที่จัดงานอยู่ในตัวเมือง นักท่องเที่ยวที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งปลายทางมายังสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด บึงพลาญชัย หอโหวด 101 หรือลานสาเกตนคร แล้วจอดรถในพื้นที่ที่ทางเมืองจัดไว้รอบบริเวณงาน ในวันมีขบวนแห่หรือพิธีใหญ่ควรเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าวันปกติ เพราะถนนรอบบึงพลาญชัยและทางเข้าสู่ลานสาเกตนครจะมีผู้คนหนาแน่น สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสาร สามารถลงที่สถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด แล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่น รถสามล้อ หรือบริการเดินทางภายในเมืองมายังบึงพลาญชัยได้ไม่ไกล
ผู้ที่เดินทางจากสนามบินร้อยเอ็ดสามารถเข้าตัวเมืองแล้วใช้บึงพลาญชัยหรือหอโหวด 101 เป็นจุดหมายหลัก จากนั้นเดินเข้าสู่พื้นที่จัดงานได้ตามเส้นทางที่เปิดให้ประชาชนใช้ เมืองร้อยเอ็ดมีข้อดีคือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งอยู่ใกล้กันในเขตเมือง ทำให้การเที่ยวงานบุญผะเหวดสามารถจัดรวมกับทริปเที่ยวเมืองได้ง่าย หากพักค้างคืนในตัวเมือง ควรเลือกที่พักใกล้บึงพลาญชัย หอโหวด 101 หรือย่านใจกลางเมือง เพื่อให้เดินทางเข้าสู่งานสะดวกในช่วงเช้า กลางวัน และเย็น
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเที่ยวงานขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการชม หากต้องการร่วมพิธีและสัมผัสบรรยากาศทางศาสนา ควรมาถึงตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่มีกิจกรรมพิธีกรรม เช่น การบวงสรวง การอัญเชิญพระอุปคุต หรือการฟังเทศน์มหาชาติ หากต้องการชมขบวนแห่ ควรมาถึงก่อนเวลาขบวนเริ่มเพื่อเลือกจุดชมที่ปลอดภัยและไม่กีดขวางเส้นทาง ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการเดินชมซุ้มตกแต่ง ถ่ายภาพหอโหวดและบึงพลาญชัย รับประทานอาหาร และสัมผัสบรรยากาศงานบุญในรูปแบบที่ผ่อนคลายขึ้น
พื้นที่งานมีหลายโซนที่ควรทำความเข้าใจก่อนเดินชม ลานสาเกตนครเป็นจุดสำคัญสำหรับพิธีเปิดและขบวนแห่ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ดเป็นพื้นที่กิจกรรมหลักและพื้นที่ตกแต่งซุ้มดอกไม้ เกาะกลางบึงพลาญชัยเป็นพื้นที่ศรัทธาที่เชื่อมโยงศาลหลักเมือง พระพุทโธดม และพื้นที่ประกอบพิธี หอโหวด 101 เป็นจุดชมเมืองและจุดนัดพบที่มองเห็นได้ง่าย ส่วนพื้นที่รอบบึงพลาญชัยเป็นทางเดินพักผ่อน จุดถ่ายภาพ และพื้นที่กระจายผู้คนในช่วงงานใหญ่ การรู้จักโซนเหล่านี้ช่วยให้เดินเที่ยวได้เป็นระบบและไม่พลาดจุดสำคัญ
ด้านค่าเข้าชม งานบุญผะเหวดร้อยเอ็ดเป็นงานประเพณีสาธารณะในพื้นที่กลางเมืองและไม่มีค่าเข้าร่วมงานในพื้นที่พิธี ขบวนแห่ และการชมบรรยากาศโดยทั่วไป นักท่องเที่ยวควรเตรียมค่าใช้จ่ายส่วนตัวสำหรับอาหาร เครื่องดื่ม การเดินทาง ที่พัก หรือกิจกรรมบางประเภทที่เป็นบริการเฉพาะภายในพื้นที่ใกล้เคียง การไม่มีค่าเข้าชมทำให้งานนี้เปิดกว้างสำหรับทุกคน ทั้งคนท้องถิ่น ผู้มาเยือน นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว ผู้สูงอายุ และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสงานบุญอีสานแท้ในบริบทเมืองร้อยเอ็ด
บริเวณรอบงานมีร้านอาหารและคาเฟ่จำนวนมาก โดยเฉพาะรอบบึงพลาญชัยและย่านใจกลางเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเลือกกินอาหารก่อนหรือหลังชมขบวนแห่ได้สะดวก ทั้งร้านริมบึง ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหารไทย คาเฟ่ และร้านขนมท้องถิ่น ส่วนในช่วงงานอาจมีซุ้มอาหาร ข้าวปุ้น และกิจกรรมแจกจ่ายอาหารตามแนวคิดมหาทานบารมี การเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่มติดตัวเป็นเรื่องที่ช่วยให้เดินชมงานได้สบายขึ้น เพราะเดือนมีนาคมเป็นช่วงอากาศค่อนข้างร้อนในภาคอีสาน
ด้านที่พัก ร้อยเอ็ดมีโรงแรมในตัวเมืองหลายแห่งที่อยู่ไม่ไกลจากบึงพลาญชัยและหอโหวด 101 การเลือกพักใกล้พื้นที่จัดงานช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางและลดปัญหาที่จอดรถในวันที่มีผู้คนหนาแน่น โรงแรมใกล้บึงหรือใกล้ใจกลางเมืองเหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินเที่ยวงานในช่วงเย็นและกลับที่พักได้สะดวก หากเดินทางช่วงงานบุญผะเหวดควรจองที่พักล่วงหน้า เพราะเป็นช่วงที่มีผู้เดินทางเข้าร่วมงานจำนวนมากและห้องพักในทำเลใกล้พื้นที่งานมีความต้องการสูง
สำหรับชาวต่างชาติ ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ดเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าใจวัฒนธรรมอีสานอย่างเป็นรูปธรรม เพราะงานนี้มีทั้งเรื่องเล่าทางพุทธศาสนา อาหารท้องถิ่น การแต่งกายพื้นบ้าน ดนตรี ขบวนแห่ พิธีกรรม และการใช้พื้นที่เมืองร่วมกัน การอธิบายงานนี้ให้ชาวต่างชาติเข้าใจสามารถเริ่มจากแก่นง่าย ๆ ว่าเป็นเทศกาลที่ผู้คนมาทำบุญ แบ่งปันอาหาร ฟังเรื่องราวพระเวสสันดรผู้บำเพ็ญทานบารมี และร่วมกันรักษาประเพณีของชุมชน เมื่อเข้าใจแก่นนี้แล้ว ภาพขบวนแห่ ดอกไม้ ผ้าผะเหวด และข้าวปุ้นจะมีความหมายชัดเจนขึ้น
ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ดจึงเป็นมากกว่างานประจำปี แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้เห็นความต่อเนื่องของฮีตสิบสองในชีวิตสมัยใหม่ เห็นการนำศาสนาออกจากกำแพงวัดมาสู่พื้นที่สาธารณะ เห็นการใช้เมืองเป็นเวทีวัฒนธรรม เห็นความสัมพันธ์ของคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ และเห็นพลังของทานบารมีที่ยังมีความหมายต่อสังคมไทยร่วมสมัย หากต้องการรู้จักร้อยเอ็ดในมุมที่มีทั้งศรัทธา สีสัน ความเอื้อเฟื้อ และความภาคภูมิใจของชุมชน งานบุญผะเหวดคือหนึ่งในประเพณีที่ควรมาสัมผัสด้วยตนเอง
| ชื่อสถานที่ / งานประเพณี | มหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด |
| ที่ตั้ง | สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ลานสาเกตนคร เกาะกลางบึงพลาญชัย หอโหวด 101 และพื้นที่รอบศาลหลักเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด |
| ที่อยู่ | ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 |
| ไฮไลต์ | งานบุญมหาชาติของชาวอีสาน ขบวนแห่มหาทานบารมี ตำนานพระเวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์ การฟังเทศน์มหาชาติ การแห่พระอุปคุต ข้าวพันก้อน ผ้าผะเหวด และการกินข้าวปุ้นร่วมงานบุญ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นบุญตามฮีตสิบสองของชาวอีสาน สืบทอดจากคติการฟังเทศน์มหาชาติและการระลึกถึงพระเวสสันดรชาดก จังหวัดร้อยเอ็ดจัดเป็นงานประจำจังหวัดในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคมทุกปี |
| ที่มาของชื่อ | คำว่า “ผะเหวด” มาจาก “พระเวส” หรือพระเวสสันดร ส่วน “บุญมหาชาติ” หมายถึงงานบุญที่มีการเทศน์มหาชาติและระลึกถึงทานบารมีอันยิ่งใหญ่ |
| ความสำคัญ | เป็นงานมหากุศลที่ย้ำคุณค่าการให้ทาน การเสียสละ ความสามัคคีของชุมชน และการสืบทอดพระพุทธศาสนากับวัฒนธรรมอีสาน |
| พิธีกรรมสำคัญ | วันโฮมบุญ การจัดเครื่องสักการะ ข้าวพันก้อน ธง 8 ทิศ ผ้าผะเหวด การอัญเชิญพระอุปคุต การฟังเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ และขบวนแห่มหาทานบารมี |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมายังบึงพลาญชัย หอโหวด 101 หรือสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด หากมาด้วยรถโดยสารสามารถลงสถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ดแล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นมายังพื้นที่งาน |
| สถานะปัจจุบัน | เป็นงานประเพณีประจำปีของจังหวัดร้อยเอ็ดที่ยังจัดต่อเนื่อง ปี 2569 จัดเป็นครั้งที่ 36 ระหว่างวันที่ 6 – 8 มีนาคม 2569 |
| วันเปิดทำการ | จัดเป็นประจำทุกปีช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม; ปี 2569 จัดระหว่างวันที่ 6 – 8 มีนาคม 2569 |
| เวลาเปิดทำการ | เวลาเข้าร่วมเป็นไปตามกำหนดการกิจกรรมในแต่ละวัน |
| ค่าเข้า | ไม่มีค่าเข้าร่วมงานในพื้นที่พิธี ขบวนแห่ และการชมบรรยากาศโดยทั่วไป |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จัดพิธี ลานกิจกรรม ทางเดินรอบบึงพลาญชัย จุดชมขบวนแห่ ร้านอาหารใกล้เคียง ห้องพักในตัวเมือง พื้นที่พักผ่อน และจุดเชื่อมต่อสถานที่ท่องเที่ยวรอบบึง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ลานสาเกตนคร 2. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด 3. เกาะกลางบึงพลาญชัย 4. ลานพระพุทโธดม 5. บริเวณรอบศาลหลักเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด 6. หอโหวด 101 7. พื้นที่ขบวนแห่มหาทานบารมี 8. จุดตกแต่งซุ้มดอกสะแบงและซุ้มประเพณี |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานจัดงาน | จังหวัดร้อยเอ็ด เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ด |
| เบอร์ติดต่อหลัก | เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด โทร. 043-511222 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด โทร. 043-516506 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | roietmunicipal.go.th, roiet.prd.go.th |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บึงพลาญชัย ประมาณ 0 กม. 2. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 0.1 กม. 3. หอโหวด 101 ประมาณ 0.3 กม. โทร. 043-511222 4. ประตูสาเกตนคร ประมาณ 0.5 กม. 5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด ประมาณ 1 กม. 6. วัดบึงพลาญชัย ประมาณ 1 กม. 7. วัดบูรพาภิราม ประมาณ 1 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Lakeview Restaurant ประมาณ 0.3 กม. โทร. 093-320-8126 2. ร้านนายฉุ่ย ก๋วยเตี๋ยวหมูวินเทจ ประมาณ 0.6 กม. โทร. 093-638-8323 3. ข้าวปุ้นเส้นสด พลาญชัย ประมาณ 1 กม. โทร. 091-760-2846 4. โจ๊กฮ่องเต้ สาขา 1 ริมบึงพลาญชัย ประมาณ 1 กม. โทร. 081-964-5851 5. Sit Rim ประมาณ 1 กม. โทร. 098-278-4482 6. White House Cafe & Studio ประมาณ 3 กม. โทร. 085-028-9495 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Rueanrimnam Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 043-518-967 2. โรงแรมสาเกตนคร ประมาณ 1 กม. โทร. 043-511-741 3. The Premium Residence ประมาณ 2 กม. โทร. 043-518-655 4. 101 Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 043-513-999, 065-119-6999 5. HOP INN Roi Et ประมาณ 2 กม. โทร. 02-080-2222 6. The Rice Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 043-519-999 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ดจัดช่วงไหน?
ตอบ: จังหวัดร้อยเอ็ดจัดประเพณีบุญผะเหวดเป็นประจำทุกปีช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม โดยปี 2569 จัดระหว่างวันที่ 6 – 8 มีนาคม 2569
ถาม: ประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ดจัดที่ไหน?
ตอบ: พื้นที่หลักอยู่ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ลานสาเกตนคร เกาะกลางบึงพลาญชัย หอโหวด 101 และบริเวณรอบศาลหลักเมืองจังหวัดร้อยเอ็ด
ถาม: บุญผะเหวดคืออะไร?
ตอบ: บุญผะเหวดคือบุญมหาชาติของชาวอีสาน เป็นประเพณีฟังเทศน์มหาชาติและระลึกถึงพระเวสสันดรชาดก ซึ่งเน้นคุณค่าการให้ทานและการบำเพ็ญทานบารมี
ถาม: งานบุญผะเหวดร้อยเอ็ดมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าร่วมงานในพื้นที่พิธี ขบวนแห่ และการชมบรรยากาศโดยทั่วไป นักท่องเที่ยวควรเตรียมค่าใช้จ่ายส่วนตัวสำหรับอาหาร เครื่องดื่ม การเดินทาง และที่พัก
ถาม: ไฮไลต์สำคัญของงานบุญผะเหวดร้อยเอ็ดคืออะไร?
ตอบ: ไฮไลต์สำคัญคือขบวนแห่มหาทานบารมี ตำนานพระเวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์ การแห่พระอุปคุต การฟังเทศน์มหาชาติ ผ้าผะเหวด ข้าวพันก้อน ซุ้มดอกสะแบง และการกินข้าวปุ้นร่วมงานบุญ
ถาม: ทำไมต้องฟังเทศน์มหาชาติให้จบในวันเดียว?
ตอบ: ตามคติความเชื่อของชาวพุทธ ผู้ที่ตั้งใจฟังเทศน์มหาชาติครบ 13 กัณฑ์จบภายในวันเดียวและบำเพ็ญความดี จะได้รับอานิสงส์มากจากการระลึกถึงทานบารมีของพระเวสสันดร
ถาม: เดินทางไปงานบุญผะเหวดร้อยเอ็ดโดยไม่มีรถส่วนตัวได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ สามารถเดินทางมาถึงตัวเมืองร้อยเอ็ดด้วยรถโดยสาร แล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่น รถสามล้อ หรือบริการเดินทางภายในเมืองมายังบึงพลาญชัยและพื้นที่งานได้
ถาม: นักท่องเที่ยวควรเตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปงานบุญผะเหวดร้อยเอ็ด?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ เตรียมน้ำดื่ม หมวกหรือร่ม เผื่อเวลาเดินทางในวันที่มีขบวนแห่ เคารพพื้นที่พิธีกรรม ไม่รบกวนการเทศน์มหาชาติ และรักษาความสะอาดในพื้นที่งาน
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว



