หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.โพนทอง >ต.โพธิ์ศรีสว่าง > วัดพระธาตุอุปมุง
TL;DR: วัดพระธาตุอุปมุง อยู่ที่บ้านสร้างบุ หมู่ 3 ตำบลโพธิ์ศรีสว่าง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นพระธาตุเก่าแก่ที่ยังคงร่องรอยการก่อสร้างและการพังทลายตามกาลเวลา มีคุณค่าทางศรัทธาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น.
วัดพระธาตุอุปมุง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดพระธาตุอุปมุง จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นวัดเก่าแก่และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนบ้านสร้างบุ ตำบลโพธิ์ศรีสว่าง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด มีจุดเด่นสำคัญคือพระธาตุอุปมุง ซึ่งเป็นปูชนียสถานที่ผูกพันกับตำนานการอัญเชิญพระอังคารหรือฝุ่นอัฐิของพระพุทธเจ้าไปยังพระธาตุพนม แต่คณะผู้เดินทางมาถึงพื้นที่แห่งนี้หลังจากทราบว่าการก่อสร้างพระธาตุพนมเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้ประดิษฐานพระอังคารไว้ ณ เนินดินสูงในป่าอันสงบ ก่อนจะกลายเป็นสถานที่ศรัทธาของผู้คนในท้องถิ่นและผู้เดินทางมาสักการะจากพื้นที่ใกล้เคียง วัดแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และวัฒนธรรมอีสานที่ยังคงมีบรรยากาศเรียบง่าย เงียบสงบ และมีคุณค่าทางจิตใจสูง
วัดพระธาตุอุปมุง หรือที่ปรากฏในบางแหล่งข้อมูลว่า วัดธาตุอุปมุง หรือวัดธาตุอูปมุง ตั้งอยู่ที่บ้านสร้างบุ หมู่ 3 ตำบลโพธิ์ศรีสว่าง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด พื้นที่วัดตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านสร้างบุในสภาพแวดล้อมที่เคยเป็นป่าไม้มาก่อน ความเป็นวัดป่าและปูชนียสถานเก่าแก่ทำให้บรรยากาศของสถานที่แห่งนี้แตกต่างจากวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ในเมือง ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสความสงบของชุมชนชนบทอีสาน เห็นร่องรอยของความศรัทธาที่สืบทอดกันมายาวนาน และได้กราบสักการะพระธาตุที่แม้ปัจจุบันยังคงมีสภาพชำรุดทรุดโทรมบางส่วน แต่ความศักดิ์สิทธิ์และความผูกพันของชาวบ้านยังคงดำรงอยู่อย่างชัดเจน
สาระสำคัญของวัดพระธาตุอุปมุงอยู่ที่การเป็นสถานที่ซึ่งเชื่อมโยงเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระธาตุพนมเข้ากับภูมิประเทศของร้อยเอ็ด ตำนานท้องถิ่นเล่าว่า พระยาแก้วพรหมทาแห่งเมืองศรีภูมิได้นำพระอังคารหรือฝุ่นอัฐิของพระพุทธเจ้ามาเพื่อบรรจุไว้ที่พระธาตุพนม แต่เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณนี้จึงทราบว่าพระธาตุพนมสร้างเสร็จแล้วและปิดองค์พระธาตุเรียบร้อย จึงเลือกพื้นที่ป่าและเนินดินสูงบริเวณบ้านสร้างบุเป็นที่ประดิษฐานพระอังคารไว้แทน เรื่องเล่านี้ทำให้พระธาตุอุปมุงไม่ใช่เพียงซากสถูปเก่าหรือปูชนียสถานขนาดเล็ก แต่เป็นหมุดหมายทางศรัทธาที่เชื่อมโยงพื้นที่ร้อยเอ็ดเข้ากับเครือข่ายพุทธศาสนาลุ่มน้ำโขงและตำนานพระธาตุสำคัญของภาคอีสาน
ความเก่าแก่ของวัดสะท้อนผ่านข้อมูลการตั้งวัดและร่องรอยปูชนียวัตถุภายในพื้นที่ วัดธาตุอุปมุงได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และมีประวัติการตั้งวัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2360 เดิมพื้นที่บริเวณวัดเป็นป่าไม้ มีพระธาตุและหอพระไตรปิฎก ต่อมาหลวงปู่สิงห์ทองได้มาพบสถูปและบูรณะขึ้น จนเกิดการเรียกขานสถานที่นี้ในฐานะวัดป่าพระธาตุอุปมุง ภายในวัดมีปูชนียวัตถุสำคัญคือเจดีย์ธาตุอุปมุงและพระพุทธรูป ซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ การตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เคยเป็นป่าเก่าแก่ยังช่วยให้วัดมีอัตลักษณ์ด้านความสงบและเหมาะแก่การกราบไหว้ บำเพ็ญบุญ และระลึกถึงประวัติศาสตร์ทางศาสนาของชุมชน
พระธาตุอุปมุงมีเรื่องราวการบูรณะสืบต่อกันหลายช่วงเวลา หลังจากการประดิษฐานพระอังคารตามตำนานท้องถิ่น มีพระเถระสายปฏิบัติธรรมเดินธุดงค์มาพบพื้นที่นี้และใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญภาวนา ต่อมาหลวงปู่สิงห์ทองได้สร้างสถูปฐานสี่เหลี่ยมครอบเจดีย์องค์เดิมไว้ ลักษณะเป็นองค์พระธาตุที่มีส่วนครอบคล้ายอุโมงค์สำหรับเข้าไปสักการะ แต่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ หลังจากนั้นหลวงปู่ทองมา ถาวโร ได้สืบต่อการก่อสร้าง โดยนำชาวบ้านสร้างบุและบ้านป้องมาร่วมทำอิฐเผา ใช้ดินจากบริเวณหนองผำใกล้วัดมาปั้นเป็นก้อน และใช้องค์ความรู้ช่างพื้นถิ่นเชื่อมประสานอิฐด้วยวัสดุธรรมชาติ การก่อสร้างและบูรณะจึงสะท้อนทั้งแรงศรัทธาของพระสงฆ์และพลังของชุมชนที่ร่วมกันรักษาปูชนียสถานแห่งนี้
แม้องค์พระธาตุจะเคยได้รับการต่อเติมจนสูงขึ้น แต่ต่อมาพระธาตุเกิดการแตกร้าวและหยุดการก่อสร้างไว้ เมื่อเวลาผ่านไป น้ำฝนและสภาพธรรมชาติได้กัดเซาะองค์พระธาตุ ทำให้ส่วนยอดและบางส่วนของโครงสร้างพังทลายลง ตามคำบอกเล่าท้องถิ่น พระธาตุอุปมุงพังลงในช่วงเดียวกับเหตุการณ์พระธาตุพนมพังทลายในปี พ.ศ. 2518 ความเสียหายดังกล่าวทำให้พระธาตุอุปมุงยังคงปรากฏสภาพเป็นโบราณสถานที่มีร่องรอยทรุดโทรม แต่ความชำรุดนี้กลับทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นความจริงของกาลเวลา เห็นคุณค่าของมรดกศรัทธาที่ไม่ได้งดงามเพียงเพราะความสมบูรณ์ทางสถาปัตยกรรม หากยังงดงามด้วยเรื่องเล่า ความเชื่อ และความผูกพันของผู้คนที่ยังคงมากราบไหว้ไม่ขาดสาย
ชื่อ “อุปมุง” มีความสัมพันธ์กับลักษณะของพระธาตุที่เป็นสถูปครอบองค์เดิมและมีลักษณะคล้ายสิ่งที่มุงหรือครอบอยู่เหนือที่สักการะ บางเรื่องเล่ากล่าวถึงรูปทรงที่คล้ายเตาเผาถ่านโบราณหรือโครงสร้างที่มีอุโมงค์ให้เข้าไปกราบไหว้ จึงเกิดชื่อที่สะท้อนทั้งรูปทรงและหน้าที่ขององค์พระธาตุ ชื่อนี้กลายเป็นชื่อประจำถิ่นที่ชาวบ้านใช้เรียกกันมานาน และกลายเป็นเอนทิตีสำคัญของตำบลโพธิ์ศรีสว่าง ดังที่คำขวัญท้องถิ่นกล่าวถึงพระธาตุอุปมุงในฐานะพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่ชุมชน
วัดพระธาตุอุปมุงมีคุณค่าทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่น ด้านศาสนา วัดเป็นสถานที่สักการะพระธาตุและประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชาวบ้าน ด้านประวัติศาสตร์ วัดบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับการเดินทางของพระอังคารตามตำนานพระธาตุพนม และการบูรณะโดยพระเถระหลายยุค ด้านวัฒนธรรม วัดเป็นพื้นที่ที่ชุมชนบ้านสร้างบุ บ้านป้อง และหมู่บ้านใกล้เคียงเข้ามาร่วมทำบุญ ร่วมดูแลสถานที่ และสืบทอดความเชื่อเกี่ยวกับพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ ความสัมพันธ์เหล่านี้ทำให้วัดพระธาตุอุปมุงเป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ความทรงจำร่วมของคนในท้องถิ่น
บรรยากาศของวัดเหมาะกับการเดินทางมาแบบสงบ ผู้มาเยือนควรตั้งใจมาเพื่อกราบไหว้ ศึกษาเรื่องเล่า และชมร่องรอยประวัติศาสตร์ มากกว่าการคาดหวังสิ่งอำนวยความสะดวกแบบแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ พื้นที่วัดมีศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ หอไตร ห้องน้ำ และพื้นที่สำหรับประกอบศาสนกิจตามสภาพวัดชุมชน การมาเยือนจึงควรใช้เวลาอย่างพอดี เดินชมอย่างสำรวม ไม่ปีนป่ายหรือสัมผัสส่วนชำรุดขององค์พระธาตุ และควรหลีกเลี่ยงการสร้างเสียงดัง เพราะสถานที่นี้ยังเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและเป็นพื้นที่ศรัทธาของชุมชน
สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดคือองค์พระธาตุอุปมุงซึ่งเป็นหัวใจของสถานที่ ลักษณะขององค์พระธาตุและร่องรอยการพังทลายช่วยให้เห็นวิวัฒนาการของการก่อสร้างแบบพื้นถิ่น การใช้ดิน อิฐ และวัสดุธรรมชาติในการบูรณะในอดีตสะท้อนภูมิปัญญาช่างชุมชนอีสานที่ใช้ทรัพยากรใกล้ตัวในการสร้างสัญลักษณ์ทางศาสนา ผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสามารถสังเกตองค์ประกอบเหล่านี้ประกอบกับเรื่องเล่าของหลวงปู่สิงห์ทองและหลวงปู่ทองมา ถาวโร จะเห็นว่าพระธาตุแห่งนี้เป็นหลักฐานเชิงวัฒนธรรมที่เล่าเรื่องการเกิดขึ้นของชุมชน ศรัทธา และความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับหมู่บ้านได้อย่างลึกซึ้ง
อีกจุดที่ควรให้ความสำคัญคือเสนาสนะและพื้นที่ใช้งานของวัด ไม่ว่าจะเป็นศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ และหอไตร สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าวัดพระธาตุอุปมุงยังเป็นวัดที่ดำเนินกิจกรรมทางศาสนาอยู่ ไม่ใช่โบราณสถานร้าง การมีพระสงฆ์จำพรรษาและการจัดงานบุญตามปฏิทินพุทธศาสนา ทำให้สถานที่แห่งนี้ยังมีชีวิตทางวัฒนธรรม ผู้มาเยือนจึงควรมองวัดในฐานะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้ใช้จริงในปัจจุบัน และควรเคารพกติกาการแต่งกาย การจอดรถ และการถ่ายภาพภายในวัดอย่างเหมาะสม
เรื่องเล่าหนึ่งที่ทำให้พระธาตุอุปมุงมีเสน่ห์คือคำบอกเล่าเกี่ยวกับแสงสว่างที่ลอยออกจากบริเวณพระธาตุในบางคืนวันพระ ชาวบ้านบางกลุ่มเล่าถึงแสงสีขาวใสที่เคลื่อนตัวในยามค่ำคืน เรื่องลักษณะนี้ควรรับฟังในฐานะมรดกความเชื่อและวรรณกรรมมุขปาฐะของชุมชน มากกว่าการมองเป็นข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ ความสำคัญของเรื่องเล่าไม่ได้อยู่ที่การพิสูจน์ แต่คือการสะท้อนว่าพระธาตุอุปมุงมีสถานะพิเศษในจิตใจของคนท้องถิ่น เป็นสถานที่ที่ผู้คนรู้สึกถึงพลังศรัทธา ความลึกลับ และความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดมายาวนาน
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจร้อยเอ็ดในมุมลึก วัดพระธาตุอุปมุงเป็นตัวอย่างของแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ได้มีชื่อเสียงในระดับเมืองใหญ่ แต่มีคุณค่าสูงในระดับพื้นที่ จังหวัดร้อยเอ็ดไม่ได้มีเพียงหอโหวด บึงพลาญชัย หรือวัดขนาดใหญ่ในตัวเมืองเท่านั้น หากยังมีวัดชุมชนและพระธาตุท้องถิ่นที่สะท้อนรากวัฒนธรรมของผู้คนในอำเภอต่าง ๆ การเดินทางมายังอำเภอโพนทองและตำบลโพธิ์ศรีสว่างจึงช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อร้อยเอ็ดในฐานะจังหวัดที่มีเครือข่ายศรัทธา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์กระจายอยู่ทั่วพื้นที่
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและมีแสงธรรมชาติเหมาะแก่การเดินชมพื้นที่วัด หากเดินทางในฤดูฝนควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นดินหรือพื้นที่ชื้น และหากต้องการความสงบควรหลีกเลี่ยงช่วงงานบุญใหญ่ที่มีคนจำนวนมาก สำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมท้องถิ่น การมาในช่วงงานบุญหรือช่วงที่ชุมชนมีกิจกรรมทางศาสนาอาจทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชาวบ้านชัดเจนขึ้น แต่ควรเข้าร่วมอย่างสำรวมและเคารพพื้นที่พิธีกรรม
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ เนื่องจากวัดพระธาตุอุปมุงเป็นศาสนสถาน ไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่เปิดเผยเกินไป ควรถอดหมวกหรือแว่นกันแดดเมื่อเข้าไปในพื้นที่กราบไหว้ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่สัมผัสองค์พระธาตุส่วนที่ชำรุด การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาที่ดีควรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สถานที่พอ ๆ กับการถ่ายภาพหรือการเช็กอิน เพราะพระธาตุอุปมุงมีสภาพเก่าและเป็นมรดกทางใจของชุมชน การรักษาความสงบและไม่รบกวนพระสงฆ์หรือชาวบ้านจึงเป็นมารยาทที่ควรปฏิบัติ
การเดินทาง ไปยังวัดพระธาตุอุปมุงเหมาะที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า โดยตั้งต้นจากตัวเมืองร้อยเอ็ด ใช้เส้นทางไปอำเภอโพนทอง แล้วต่อเข้าสู่ตำบลโพธิ์ศรีสว่างและบ้านสร้างบุ ระยะทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดถึงอำเภอโพนทองใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นเดินทางต่อไปยังพื้นที่บ้านสร้างบุ ผู้ที่ใช้ขนส่งสาธารณะสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารไปอำเภอโพนทอง แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถในพื้นที่ไปยังวัด ควรวางแผนการเดินทางกลับไว้ล่วงหน้า เพราะรถสาธารณะในตำบลและหมู่บ้านอาจไม่ได้มีรอบถี่เหมือนในตัวเมือง
เส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะกับวัดพระธาตุอุปมุงสามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือ 1 วันในอำเภอโพนทอง โดยเริ่มจากการไหว้พระธาตุอุปมุงในช่วงเช้า จากนั้นแวะชมสถานที่ในตัวอำเภอโพนทอง เช่น แหลมพยอม ซึ่งเป็นแหล่งน้ำและพื้นที่พักผ่อนของชุมชน หรือศาลเจ้าปู่กุดเป่งและเจ้าแม่กวนอิมซึ่งเป็นสถานที่เคารพของชาวอำเภอโพนทอง หากต้องการขยายเส้นทาง สามารถเชื่อมต่อไปยังอำเภอหนองพอกหรือเส้นทางท่องเที่ยวอื่นของร้อยเอ็ดได้ การจัดเส้นทางแบบนี้ช่วยให้ผู้เดินทางได้สัมผัสทั้งวัด ปูชนียสถาน วิถีชุมชน และธรรมชาติในพื้นที่เดียวกัน
ในมุมของการท่องเที่ยวชุมชน วัดพระธาตุอุปมุงยังเชื่อมโยงกับภาพจำของตำบลโพธิ์ศรีสว่าง ซึ่งมีคำขวัญกล่าวถึงพระธาตุอุปมุง ผ้าย้อมสีธรรมชาติ เสื่อกกไทย บุญบั้งไฟ และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ สิ่งนี้สะท้อนว่าการเที่ยววัดแห่งนี้ไม่ควรมองเฉพาะองค์พระธาตุ แต่ควรมองเป็นประตูสู่การรู้จักชุมชนโพธิ์ศรีสว่างทั้งระบบ ผู้เดินทางที่มีเวลาอาจสอบถามข้อมูลท้องถิ่นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ชุมชน งานบุญ หรือเส้นทางใกล้เคียง เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนและทำให้การท่องเที่ยวมีความหมายมากขึ้น
ปัจจุบันวัดพระธาตุอุปมุงมีพระครูปริยัติธรรมากรณ์เป็นเจ้าอาวาสตามข้อมูลกิจกรรมวัดล่าสุด และยังคงมีพระสงฆ์จำพรรษา วัดจึงเป็นทั้งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาในพื้นที่ การมีพระสงฆ์และชุมชนช่วยดูแลวัดทำให้สถานที่แห่งนี้ยังมีความต่อเนื่อง ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในฐานะโบราณสถานเก่า ความต่อเนื่องนี้สำคัญมากสำหรับวัดชุมชน เพราะศาสนสถานจะคงความหมายได้ก็ต่อเมื่อยังมีผู้คนเข้ามาทำบุญ กราบไหว้ เรียนรู้ และร่วมรักษาให้ดำรงอยู่
คุณค่าของวัดพระธาตุอุปมุงจึงอยู่ที่ความจริงหลายชั้น ชั้นแรกคือความเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพ ชั้นที่ 2 คือประวัติการบูรณะโดยพระเถระและแรงศรัทธาของชุมชน ชั้นที่ 3 คือสภาพโบราณสถานที่ผ่านกาลเวลาและยังรอการอนุรักษ์อย่างเหมาะสม ชั้นที่ 4 คือบทบาทของวัดในปัจจุบันซึ่งยังมีพระสงฆ์และกิจกรรมศาสนา สิ่งเหล่านี้ทำให้วัดพระธาตุอุปมุงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบเข้าใจพื้นที่ ไม่ใช่เพียงมองหามุมถ่ายภาพหรือสถานที่ยอดนิยมเท่านั้น
หากมองในฐานะแหล่งเรียนรู้ วัดพระธาตุอุปมุงสามารถใช้เป็นกรณีศึกษาของการอนุรักษ์มรดกท้องถิ่นได้ดี เพราะพระธาตุที่ชำรุดทรุดโทรมยังคงมีความหมายทางใจสูงต่อชุมชน การตัดสินใจอนุรักษ์หรือบูรณะสถานที่ลักษณะนี้ต้องคำนึงถึงทั้งความถูกต้องทางประวัติศาสตร์ ความปลอดภัยของผู้เข้าชม ความเชื่อของชาวบ้าน และทรัพยากรที่มีอยู่จริง ผู้มาเยือนที่เข้าใจมิติเหล่านี้จะเห็นว่าวัดพระธาตุอุปมุงไม่ใช่สถานที่ธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้คำว่า “มรดกศรัทธา” มีตัวตนชัดเจน
วัดพระธาตุอุปมุงเหมาะกับนักเดินทางสายวัด ผู้สนใจตำนานพระธาตุ ผู้ศึกษาโบราณสถานท้องถิ่น และผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศชุมชนอีสานแท้ ๆ การเที่ยวสถานที่นี้ควรให้เวลาแก่ความเงียบ ฟังเรื่องเล่า อ่านบริบทของพื้นที่ และสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สะท้อนความศรัทธาของคนท้องถิ่น เมื่อเดินทางกลับ ผู้มาเยือนจะไม่ได้จดจำเพียงภาพพระธาตุเก่า แต่จะจดจำความรู้สึกของสถานที่ที่ผ่านกาลเวลา ผ่านการพังทลาย ผ่านการดูแล และยังคงเป็นที่พึ่งทางใจของผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | วัดพระธาตุอุปมุง |
| ชื่อเรียกอื่น | วัดธาตุอุปมุง, วัดธาตุอูปมุง |
| ที่ตั้ง | บ้านสร้างบุ หมู่ 3 ตำบลโพธิ์ศรีสว่าง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด |
| ที่อยู่ | เลขที่ 64 บ้านสร้างบุ หมู่ 3 ตำบลโพธิ์ศรีสว่าง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด 45110 |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม |
| ไฮไลต์ | พระธาตุอุปมุง ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ของบ้านสร้างบุ เชื่อมโยงกับตำนานพระอังคารของพระพุทธเจ้าและพระธาตุพนม |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | วัดตั้งเมื่อ พ.ศ. 2360 เดิมเป็นพื้นที่ป่า มีพระธาตุและหอพระไตรปิฎก ต่อมาหลวงปู่สิงห์ทองและหลวงปู่ทองมา ถาวโร มีบทบาทสำคัญในการบูรณะองค์พระธาตุ |
| ที่มาของชื่อ | สัมพันธ์กับลักษณะพระธาตุที่เป็นสถูปครอบองค์เดิม มีลักษณะคล้ายสิ่งที่มุงหรือครอบอยู่เหนือพื้นที่สักการะ และมีเรื่องเล่าถึงช่องอุโมงค์สำหรับเข้าไปกราบไหว้ |
| ลักษณะเด่น | เป็นพระธาตุเก่าแก่ที่ยังคงร่องรอยการก่อสร้างและการพังทลายตามกาลเวลา มีคุณค่าทางศรัทธาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น |
| ปูชนียวัตถุสำคัญ | เจดีย์ธาตุอุปมุง 1 องค์ และพระพุทธรูป 2 องค์ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองร้อยเอ็ดเดินทางไปอำเภอโพนทอง แล้วต่อเข้าสู่ตำบลโพธิ์ศรีสว่าง บ้านสร้างบุ เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถท้องถิ่นจากอำเภอโพนทอง |
| สถานะปัจจุบัน | ยังเป็นวัดราษฎร์ที่มีพระสงฆ์จำพรรษา และยังปรากฏในข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว/สถานที่สำคัญของตำบลโพธิ์ศรีสว่าง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ หอไตร ห้องน้ำ และพื้นที่ประกอบศาสนกิจ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | องค์พระธาตุอุปมุง ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ หอไตร พื้นที่ป่าวัดและพื้นที่สักการะโดยรอบ |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูปริยัติธรรมากรณ์ |
| ช่องทางสอบถามข้อมูลพื้นที่ | เทศบาลตำบลโพธิ์ศรีสว่าง โทร. 0-4303-0242 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการของพื้นที่ | เว็บไซต์เทศบาลตำบลโพธิ์ศรีสว่าง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลตำบลโพธิ์ศรีสว่าง 8 กม. 2. วัดป่าเทพมงคลญาณ 6 กม. 3. วัดมหาวโนทยาน 7 กม. 4. ศาลเจ้าปู่กุดเป่งและเจ้าแม่กวนอิม 15 กม. 5. แหลมพยอม 16 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ตำดูดนิ้ว โพนทอง 14 กม. โทร. 082-183-0345 2. Inthanin Coffee บางจาก - โพนทอง 13 กม. โทร. 097-2416764 3. ซูชิฟาชาบู บุฟเฟ่ต์โพนทอง 14 กม. โทร. 080-727-9784 4. Jungle Cafe สาขาโพนทอง ร้อยเอ็ด 15 กม. โทร. 080-327-2139 5. PunThai Coffee ถนนรณชัย โพนทอง 15 กม. โทร. 080-071-9223 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Yello Block Hotel 14 กม. โทร. 043-030-426, 098-494-5426 2. โรงแรมต้นตาล โพนทอง 15 กม. โทร. 095-669-8875, 085-105-8838, 043-033-458 3. โรงแรมบ้านสวนรีสอร์ท 15 กม. โทร. 043-572-448 4. โพนทองแกรนวิลล่ารีสอร์ท 16 กม. โทร. 043-501-893, 043-507-893 5. ริมน้ำรีสอร์ท อ.โพนทอง 18 กม. โทร. 093-104-0159 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระธาตุอุปมุงอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระธาตุอุปมุงตั้งอยู่ที่บ้านสร้างบุ หมู่ 3 ตำบลโพธิ์ศรีสว่าง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด
ถาม: วัดพระธาตุอุปมุงเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: วัดพระธาตุอุปมุงมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนบ้านสร้างบุ มีพระธาตุอุปมุงเป็นปูชนียสถานสำคัญ และมีตำนานเชื่อมโยงกับพระอังคารของพระพุทธเจ้าและพระธาตุพนม
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุอุปมุง?
ตอบ: เจ้าอาวาสคือพระครูปริยัติธรรมากรณ์
ถาม: ภายในวัดพระธาตุอุปมุงมีอะไรน่าสนใจ?
ตอบ: จุดสำคัญคือองค์พระธาตุอุปมุง พระพุทธรูป ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ หอไตร กุฏิสงฆ์ และบรรยากาศวัดป่าที่สงบเหมาะแก่การกราบไหว้และศึกษาประวัติท้องถิ่น
ถาม: เดินทางไปวัดพระธาตุอุปมุงอย่างไร?
ตอบ: เดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปอำเภอโพนทอง แล้วต่อเข้าสู่ตำบลโพธิ์ศรีสว่าง บ้านสร้างบุ เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถท้องถิ่นจากอำเภอโพนทอง
ถาม: ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อไปวัดพระธาตุอุปมุง?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ไม่ปีนป่ายหรือสัมผัสส่วนชำรุดขององค์พระธาตุ และเคารพพื้นที่ศาสนสถานรวมถึงพระสงฆ์และชาวบ้านในพื้นที่
ถาม: สามารถเที่ยววัดพระธาตุอุปมุงร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลตำบลโพธิ์ศรีสว่าง วัดป่าเทพมงคลญาณ วัดมหาวโนทยาน ศาลเจ้าปู่กุดเป่งและเจ้าแม่กวนอิม และแหลมพยอมได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว




