หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.ปทุมรัตน์ >ต.หนองแคน > วัดป่าอุทยาน
TL;DR: วัดป่าอุทยาน อยู่ที่บ้านดู่ฝายใหญ่ หมู่ 4 ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองร้อยเอ็ดมุ่งหน้าอำเภอปทุมรัตต์ เข้าสู่ตำบลหนองแคนและบ้านดู่ฝายใหญ่.
วัดป่าอุทยาน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดป่าอุทยาน ร้อยเอ็ด ตั้งอยู่เลขที่ 247 บ้านดู่ฝายใหญ่ หมู่ 4 ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีความสำคัญต่อชุมชนบ้านดู่ฝายใหญ่และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่อำเภอปทุมรัตต์ วัดแห่งนี้มีจุดเด่นคือพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของผู้คนทั่วไป โดยภายในองค์พระพุทธรูปมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ ทำให้พื้นที่นี้เป็นทั้งสถานที่ไหว้พระ ขอพร ทำบุญ ปฏิบัติธรรม และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนในเขตตำบลหนองแคน
วัดป่าอุทยานเป็นวัดที่มีบรรยากาศสงบตามลักษณะวัดป่าในชุมชนชนบทอีสาน แม้จะเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่เป็นจุดศรัทธาหลัก แต่ภาพรวมของวัดไม่ได้เน้นความพลุกพล่านแบบสถานที่ท่องเที่ยวเมืองใหญ่ หากเน้นความเรียบง่าย ความสงบ และความเหมาะสมสำหรับการเจริญจิตภาวนา ชื่อวัดสื่อถึงพื้นที่สงบในลักษณะอุทยานทางธรรม เป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามากราบพระ พักใจ และใช้เวลาอยู่กับความสงบของวัดได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ประวัติวัดระบุว่าวัดป่าอุทยานตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2473 เดิมชื่อวัดป่าหนองผึ้ง ชื่อนี้เกิดจากสภาพพื้นที่เดิมซึ่งมีหนองน้ำเล็ก ๆ อยู่ใกล้บริเวณวัด และบริเวณโดยรอบเคยเป็นป่ารกทึบ ชาวบ้านจึงเรียกวัดตามลักษณะพื้นที่ในเวลานั้น ต่อมาเมื่อวัดได้รับการพัฒนาและมีบทบาททางศาสนามากขึ้น จึงใช้ชื่อวัดป่าอุทยาน ซึ่งสื่อถึงพื้นที่สงบ ร่มรื่น และเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมมากกว่าเดิม
การเปลี่ยนจากชื่อวัดป่าหนองผึ้งมาเป็นวัดป่าอุทยานสะท้อนพัฒนาการของพื้นที่จากป่าชุมชนและหนองน้ำเล็ก ๆ ไปสู่ศาสนสถานที่เป็นระเบียบและมีบทบาทต่อชาวบ้านในวงกว้าง วัดจำนวนมากในภาคอีสานเกิดขึ้นจากพื้นที่ป่า พื้นที่รกร้าง หรือพื้นที่ธรรมชาติใกล้ชุมชน แล้วค่อย ๆ พัฒนาขึ้นด้วยแรงศรัทธาของพระสงฆ์และชาวบ้าน วัดป่าอุทยานจึงเป็นตัวอย่างของวัดที่เติบโตจากธรรมชาติสู่ศูนย์กลางศรัทธาของท้องถิ่น
พื้นที่ตั้งวัดมีขนาด 53 ไร่ 1 งาน 90 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์เพิ่มเติมอีก 2 แปลง รวมกว่า 8 ไร่ พื้นที่ขนาดนี้ทำให้วัดมีบริเวณกว้างพอสำหรับอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ วิหาร ลานสักการะ พื้นที่ปฏิบัติธรรม และเส้นทางเข้าวัดทางทิศเหนือ วัดจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ขนาดเล็กสำหรับกราบพระเท่านั้น แต่เป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและพื้นที่พักใจของคนในชุมชนอย่างแท้จริง
จุดสำคัญที่สุดของวัดคือพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่มีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ภายในองค์พระพุทธรูป พระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองตั้งเด่นเป็นสง่าและกลายเป็นภาพจำของวัด ผู้เดินทางมาถึงวัดมักเริ่มต้นด้วยการกราบสักการะพระพุทธรูปองค์นี้เพื่อความเป็นสิริมงคล การมีพระบรมสารีริกธาตุภายในองค์พระยิ่งเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์และคุณค่าทางศรัทธา ทำให้วัดป่าอุทยานเป็นสถานที่ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพเป็นพิเศษ
พระบรมสารีริกธาตุมีความหมายสูงสุดอย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนา เพราะเป็นสัญลักษณ์แห่งการระลึกถึงพระพุทธเจ้าและพระธรรมคำสอน เมื่อพระบรมสารีริกธาตุได้รับการประดิษฐานไว้ภายในองค์พระพุทธรูป ผู้มากราบไหว้จึงไม่ได้สักการะเฉพาะรูปเคารพภายนอก แต่ยังได้ระลึกถึงพระพุทธองค์ผ่านธาตุอันเป็นที่เคารพบูชา การกราบพระที่วัดป่าอุทยานจึงมีมิติของการเคารพบูชาทั้งพระพุทธรูป พระบรมสารีริกธาตุ และหลักธรรมไปพร้อมกัน
ใน พ.ศ. 2549 มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่สมเด็จพระญาณสังวร อดีตสมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานไว้เป็นมงคลแก่วัด เหตุการณ์นี้เป็นหมุดหมายสำคัญของวัดป่าอุทยาน เพราะทำให้วัดมีศูนย์กลางศรัทธาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานในองค์พระพุทธรูปกลายเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวใจของชาวบ้านและผู้มาเยือน ทั้งยังช่วยยกระดับความสำคัญของวัดในฐานะสถานที่สักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป
นอกจากพระพุทธรูปองค์ใหญ่ วัดยังมีพระประธานและพื้นที่สักการะอื่น ๆ สำหรับประกอบศาสนกิจ ผู้มาเยือนสามารถเดินชมพื้นที่วัดอย่างสงบ เริ่มจากลานสักการะพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ต่อด้วยพระอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ และพื้นที่ปฏิบัติธรรม ภายในวัดมีองค์ประกอบที่สอดคล้องกับบทบาทของวัดป่า คือมีพื้นที่เปิดโล่ง มีต้นไม้ มีบริเวณให้เดินอย่างสงบ และมีจุดให้ญาติโยมทำบุญตามศรัทธา
พระอุโบสถเป็นพื้นที่สำคัญในการประกอบสังฆกรรมของวัด เป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ที่พระสงฆ์ใช้ทำกิจทางพระวินัย เช่น การประชุมสงฆ์ การทำสังฆกรรม และพิธีสำคัญทางศาสนา ส่วนศาลาการเปรียญทำหน้าที่รองรับญาติโยมในงานบุญ งานฟังธรรม และกิจกรรมชุมชน กุฏิสงฆ์เป็นพื้นที่พำนักของพระภิกษุ ส่วนวิหารและลานวัดเป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนใช้สักการะและเดินชมได้ตามความเหมาะสม
วัดป่าอุทยานมีพระครูสุนทรวนาภิรมเป็นเจ้าอาวาสปัจจุบัน ท่านมีบทบาทในการดูแลวัดให้เป็นศาสนสถานของชุมชนบ้านดู่ฝายใหญ่และตำบลหนองแคนอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลวัดระบุว่ามีพระจำพรรษาประมาณ 6 รูป ทำให้วัดยังเป็นวัดที่มีชีวิตทางศาสนา ไม่ใช่เพียงสถานที่ตั้งพระพุทธรูปใหญ่หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา พระสงฆ์ยังคงปฏิบัติศาสนกิจ รับศรัทธาญาติโยม และดำรงบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางทางใจของชุมชน
การที่วัดมีพระจำพรรษาและกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสวัดในฐานะพื้นที่จริงของพระพุทธศาสนา ไม่ใช่สถานที่ที่จัดขึ้นเพื่อการท่องเที่ยวอย่างเดียว วัดไทยในชนบทมีชีวิตอยู่ได้ด้วยความร่วมมือระหว่างพระสงฆ์และชาวบ้าน ชาวบ้านเข้ามาทำบุญ ถวายภัตตาหาร ถวายสังฆทาน ร่วมงานกฐิน ผ้าป่า และดูแลวัด ส่วนพระสงฆ์ทำหน้าที่ประกอบศาสนกิจ ให้ธรรมะ และเป็นที่พึ่งทางใจของชุมชน
วัดป่าอุทยานยังเกี่ยวข้องกับกิจกรรมกฐินสามัคคีและการพัฒนาวัด กฐินเป็นงานบุญใหญ่หลังออกพรรษาที่พุทธศาสนิกชนร่วมกันถวายผ้ากฐินและปัจจัยเพื่อบำรุงพระศาสนา งานกฐินในวัดชุมชนไม่ใช่เพียงพิธีถวายผ้า แต่เป็นโอกาสให้ชาวบ้าน ผู้มีศรัทธา และผู้ที่เดินทางกลับบ้านเกิดได้มาร่วมกันสร้างบุญ สนับสนุนการบำรุงเสนาสนะ และช่วยให้วัดมีทุนสำหรับดำเนินกิจกรรมทางศาสนา
บทบาทของวัดป่าอุทยานในชุมชนบ้านดู่ฝายใหญ่จึงครอบคลุมหลายด้าน วัดเป็นสถานที่ทำบุญในวันพระ เป็นพื้นที่สวดมนต์และฟังธรรม เป็นจุดรวมคนในงานประเพณี เป็นที่พักใจของผู้สูงอายุ เป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน และเป็นสถานที่ที่ชุมชนใช้สืบทอดความสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นต่าง ๆ วัดลักษณะนี้มีความสำคัญต่อสังคมชนบทอีสาน เพราะทำให้พระพุทธศาสนาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างแท้จริง
ความน่าสนใจของวัดป่าอุทยานในเชิงท่องเที่ยวอยู่ที่การเป็นวัดศรัทธานอกตัวเมืองร้อยเอ็ด ผู้ที่เดินทางมาจากตัวเมืองจะได้สัมผัสภาพร้อยเอ็ดอีกมิติหนึ่ง คือพื้นที่อำเภอปทุมรัตต์ซึ่งอยู่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้และมีวิถีชีวิตชนบทชัดเจน เส้นทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปยังอำเภอปทุมรัตต์ใช้เวลาพอสมควร แต่ระหว่างทางจะได้เห็นภูมิทัศน์ท้องนา ชุมชน และอำเภอรอบนอกที่แตกต่างจากย่านเมืองอย่างบึงพลาญชัยหรือหอโหวด 101
อำเภอปทุมรัตต์มีชื่อที่สัมพันธ์กับดอกบัว เพราะคำว่า “ปทุม” หมายถึงดอกบัว และคำว่า “รัตต์” สื่อถึงสีแดง ชื่ออำเภอจึงสัมพันธ์กับตำบลบัวแดงซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของอำเภอ การเดินทางมาไหว้พระที่วัดป่าอุทยานจึงสามารถเชื่อมโยงกับภาพอำเภอปทุมรัตต์ในฐานะพื้นที่ชนบทที่มีชื่อเกี่ยวกับบัว ศรัทธา และวิถีชุมชนอีสานใต้ของจังหวัดร้อยเอ็ด
พื้นที่ตำบลหนองแคนและบ้านดู่ฝายใหญ่เป็นพื้นที่ชุมชนที่เหมาะกับการท่องเที่ยวแบบสงบ ไม่ใช่พื้นที่ท่องเที่ยวเร่งรีบ ผู้มาเยือนควรตั้งใจมาเพื่อไหว้พระ พักใจ และชมบรรยากาศวัดมากกว่าการมองหาสิ่งอำนวยความสะดวกแบบเมืองใหญ่ วัดป่าอุทยานจึงเหมาะกับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเหมาจากตัวเมืองร้อยเอ็ด เพราะสามารถวางแผนเวลาได้ยืดหยุ่นและแวะสถานที่อื่นในอำเภอปทุมรัตต์หรือเส้นทางใกล้เคียงได้สะดวก
หากมองในมิติศิลปะศรัทธา พระพุทธรูปองค์ใหญ่ของวัดป่าอุทยานเป็นศูนย์กลางทางสายตาและจิตใจ ผู้มาเยือนสามารถเห็นองค์พระตั้งเด่นอยู่บนฐานยกระดับ รายละเอียดของฐาน บันได ทางขึ้น และบริเวณลานสักการะช่วยสร้างความรู้สึกสง่างามให้กับพื้นที่ การกราบพระควรทำอย่างสงบ ใช้เวลาไตร่ตรอง และระลึกถึงความหมายของพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ภายในองค์พระ
วัดป่าอุทยานเหมาะกับผู้ที่ต้องการทำบุญในบรรยากาศเงียบกว่าวัดในตัวเมือง ผู้สูงอายุและครอบครัวสามารถเดินทางมาสักการะองค์พระได้ในช่วงเช้าหรือบ่ายต้น ๆ เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้เรื่องพระบรมสารีริกธาตุ ความหมายของพระพุทธรูป และบทบาทของวัดในชุมชน ส่วนผู้ที่สนใจปฏิบัติธรรมสามารถใช้บรรยากาศวัดเป็นพื้นที่สงบสำหรับการภาวนาและตั้งสติ
พระบรมสารีริกธาตุภายในองค์พระพุทธรูปยังช่วยให้วัดป่าอุทยานเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้แนวคิดเรื่องพระธาตุในพระพุทธศาสนา พระธาตุไม่ใช่เพียงวัตถุศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้คนระลึกถึงพระพุทธเจ้า แม้พระพุทธองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานไปนานแล้ว แต่พระธรรมคำสอนยังคงดำรงอยู่ และพระบรมสารีริกธาตุทำหน้าที่เป็นสื่อกลางให้ผู้ศรัทธาเชื่อมใจเข้ากับพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ
สำหรับผู้เดินทางเป็นหมู่คณะ วัดป่าอุทยานสามารถเป็นจุดหมายของเส้นทางไหว้พระในอำเภอปทุมรัตต์ โดยจัดร่วมกับชุมชนใกล้เคียง กลุ่มท่องเที่ยว OTOP ในตำบลโนนสวรรค์ หรือเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวร้อยเอ็ดตอนกลางและตอนใต้ เช่น ทุ่งกุลาร้องไห้ กู่กาสิงห์ กู่พระโกนา วัดประชาคมวนาราม หรือกลับเข้าตัวเมืองเพื่อเที่ยวบึงพลาญชัยและหอโหวด 101 เส้นทางเช่นนี้ทำให้ทริปมีทั้งศรัทธา ชุมชน และวัฒนธรรมอีสาน
ในช่วงเทศกาลสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น มาฆบูชา วิสาขบูชา อาสาฬหบูชา เข้าพรรษา ออกพรรษา และกฐิน วัดมักมีพุทธศาสนิกชนมาร่วมทำบุญมากกว่าปกติ ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาเดินทางและให้ความสำคัญกับพื้นที่ประกอบพิธี หากมาวัดในช่วงงานบุญ จะได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านและเห็นบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางชุมชนชัดเจนกว่าวันธรรมดา
การเดินทาง ไปวัดป่าอุทยานจากตัวเมืองร้อยเอ็ดให้ใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอปทุมรัตต์ ผ่านพื้นที่อำเภอจตุรพักตรพิมานหรือเส้นทางหลักที่เชื่อมตัวเมืองกับอำเภอปทุมรัตต์ จากนั้นเข้าสู่ตำบลหนองแคนและบ้านดู่ฝายใหญ่ ระยะทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดถึงพื้นที่อำเภอปทุมรัตต์ประมาณ 66 กิโลเมตร และจากย่านอำเภอปทุมรัตต์เข้าสู่วัดใช้เส้นทางท้องถิ่นต่อไปยังบ้านดู่ฝายใหญ่ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด
ผู้เดินทางที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถใช้รถโดยสารหรือรถรับจ้างไปยังอำเภอปทุมรัตต์ แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือรถเหมาจากย่านอำเภอเข้าสู่วัดบ้านดู่ฝายใหญ่ แต่ควรวางแผนเวลาเดินทางล่วงหน้า เพราะระบบขนส่งในพื้นที่ชนบทอาจไม่ถี่เท่าย่านตัวเมือง หากเดินทางเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเล็ก การเหมารถจากตัวเมืองร้อยเอ็ดหรือจากอำเภอปทุมรัตต์จะช่วยให้ควบคุมเวลาได้ดีและสามารถแวะสถานที่ใกล้เคียงได้สะดวก
เวลาเปิดเข้าชมวัดคือทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการไหว้พระอย่างสงบ ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมงสำหรับการกราบพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เดินชมอุโบสถ ศาลาการเปรียญ วิหาร และบรรยากาศโดยรอบ หากต้องการนั่งสมาธิหรือพักใจในพื้นที่วัด ควรเผื่อเวลาเพิ่มและรักษาความสงบเป็นพิเศษ
วัดไม่มีข้อมูลค่าเข้าชมแบบระบบบัตร ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะและเดินชมพื้นที่วัดได้ตามเวลาที่เปิด หากต้องการร่วมทำบุญ ถวายสังฆทาน บำรุงวัด หรือร่วมงานบุญ สามารถทำได้ตามศรัทธาในจุดที่วัดจัดไว้ การเข้าวัดควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนหรือสัมผัสองค์พระและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่เหมาะสม ไม่เข้าไปในเขตกุฏิสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และช่วยรักษาความสะอาดภายในวัด
สำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยว วัดป่าอุทยานเป็นสถานที่ที่สามารถสอนเรื่องพระพุทธศาสนาได้ดี เด็กสามารถเรียนรู้ว่าพระบรมสารีริกธาตุคืออะไร เหตุใดพระพุทธรูปจึงเป็นที่เคารพของพุทธศาสนิกชน วัดป่าต่างจากวัดเมืองอย่างไร และทำไมชาวบ้านจึงร่วมกันดูแลวัด การเรียนรู้จากสถานที่จริงช่วยให้เด็กเข้าใจศรัทธาและวัฒนธรรมชุมชนอีสานได้ชัดเจนกว่าการอ่านจากตำราเพียงอย่างเดียว
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วัดป่าอุทยานเป็นตัวอย่างที่ดีของวัดชนบทไทยที่มีศูนย์กลางศรัทธาชัดเจนผ่านพระพุทธรูปองค์ใหญ่และพระบรมสารีริกธาตุ วัดแห่งนี้ช่วยอธิบายว่าวัดไทยไม่ได้เป็นเพียงอาคารสวยงาม แต่เป็นพื้นที่ที่รวมศรัทธา ความทรงจำของชุมชน การทำบุญ การปฏิบัติธรรม และการดำรงชีวิตของพระสงฆ์กับชาวบ้านไว้ด้วยกัน การมาเยือนจึงให้ภาพของพระพุทธศาสนาในระดับชุมชนอีสานได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในภาพรวม วัดป่าอุทยาน ร้อยเอ็ด เป็นวัดสำคัญของอำเภอปทุมรัตต์ที่ควรอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธา จุดเด่นของวัดอยู่ที่พระพุทธรูปองค์ใหญ่ซึ่งมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ภายในองค์พระ ประวัติเดิมชื่อวัดป่าหนองผึ้ง การตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2473 พื้นที่วัดกว้างกว่า 53 ไร่ บรรยากาศสงบแบบวัดป่า และบทบาทของพระครูสุนทรวนาภิรมในฐานะเจ้าอาวาส วัดแห่งนี้จึงเล่าเรื่องร้อยเอ็ดผ่านศรัทธา พระบรมสารีริกธาตุ วิถีวัดป่า และความผูกพันของชุมชนบ้านดู่ฝายใหญ่ได้อย่างครบถ้วน
| ชื่อสถานที่ | วัดป่าอุทยาน ร้อยเอ็ด |
| ชื่อเดิม | วัดป่าหนองผึ้ง |
| ประเภท | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และสถานที่สักการะพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ |
| ที่ตั้ง | บ้านดู่ฝายใหญ่ หมู่ 4 ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด |
| ที่อยู่ | 247 บ้านดู่ฝายใหญ่ หมู่ 4 ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด 45190 |
| ไฮไลต์ | พระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองที่มีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ภายในองค์พระ บรรยากาศสงบแบบวัดป่า พื้นที่ปฏิบัติธรรม และบทบาทเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนบ้านดู่ฝายใหญ่ |
| ประวัติ / ความเป็นมา | ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2473 เดิมชื่อวัดป่าหนองผึ้ง เพราะบริเวณเดิมมีหนองน้ำเล็ก ๆ และป่ารกทึบ ต่อมาพัฒนาขึ้นเป็นวัดป่าอุทยานซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญของตำบลหนองแคน |
| พื้นที่วัด | 53 ไร่ 1 งาน 90 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์ 2 แปลง รวมกว่า 8 ไร่ |
| พระพุทธรูปสำคัญ | พระพุทธรูปองค์ใหญ่ซึ่งมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ภายในองค์พระ เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป |
| พระบรมสารีริกธาตุ | บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเมื่อ พ.ศ. 2549 โดยเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่สมเด็จพระญาณสังวร อดีตสมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานไว้เป็นมงคลแก่วัด |
| ความสำคัญทางศาสนา | เป็นสถานที่สักการะพระพุทธรูปองค์ใหญ่และพระบรมสารีริกธาตุ ใช้ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา งานบุญ กฐิน ผ้าป่า ถวายสังฆทาน และกิจกรรมศรัทธาของชุมชน |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองร้อยเอ็ดมุ่งหน้าอำเภอปทุมรัตต์ เข้าสู่ตำบลหนองแคนและบ้านดู่ฝายใหญ่ ระยะทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดถึงพื้นที่อำเภอปทุมรัตต์ประมาณ 66 กม. และใช้เส้นทางท้องถิ่นต่อเข้าสู่วัด |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์ แหล่งสักการะพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สถานที่ปฏิบัติธรรม และศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนบ้านดู่ฝายใหญ่ ตำบลหนองแคน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานวัด พื้นที่จอดรถ ลานสักการะพระพุทธรูปองค์ใหญ่ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ วิหาร กุฏิสงฆ์ พื้นที่ทำบุญ พื้นที่ปฏิบัติธรรม และเส้นทางเข้าวัดทางทิศเหนือ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. ลานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ 2. ฐานสักการะพระพุทธรูปและพระบรมสารีริกธาตุ 3. อุโบสถและพื้นที่สังฆกรรม 4. ศาลาการเปรียญ 5. วิหารและพื้นที่สักการะ 6. กุฏิสงฆ์และพื้นที่พระสงฆ์ 7. ลานทำบุญและถวายสังฆทาน 8. พื้นที่ปฏิบัติธรรมและเจริญจิตภาวนา 9. ทางเข้าวัดด้านทิศเหนือ 10. พื้นที่ชุมชนบ้านดู่ฝายใหญ่โดยรอบวัด |
| ประเพณี / กิจกรรมสำคัญ | งานกฐินสามัคคี งานผ้าป่า งานบุญวันพระ งานบุญวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การทำบุญตักบาตร การถวายสังฆทาน และกิจกรรมปฏิบัติธรรมของชุมชน |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบ | วัดป่าอุทยาน ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| เจ้าอาวาส | พระครูสุนทรวนาภิรม |
| พระจำพรรษา | ประมาณ 6 รูป |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บ้านดู่ฝายใหญ่และชุมชนรอบวัด ประมาณ 0 กม. 2. บ้านสำราญ ตำบลหนองแคน ประมาณ 6 กม. 3. กลุ่มทอผ้าไหมบ้านบักตู้ ตำบลโนนสวรรค์ ประมาณ 13 กม. 4. กลุ่มจักสานกระติบข้าวบ้านส้มโฮง ตำบลโนนสวรรค์ ประมาณ 15 กม. โทร. 043-030495 5. ที่ว่าการอำเภอปทุมรัตต์ / ย่านบัวแดง ประมาณ 12 กม. โทร. 043-587353 6. ทุ่งกุลาร้องไห้ เขตอำเภอปทุมรัตต์ ประมาณ 25 กม. 7. กู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย ประมาณ 45 กม. 8. วัดประชาคมวนาราม / วัดป่ากุง อำเภอศรีสมเด็จ ประมาณ 55 กม. 9. บึงพลาญชัย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 70 กม. 10. หอโหวด 101 ประมาณ 70 กม. โทร. 043-514100, 095-2244101 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Jungle Cafe สาขาปทุมรัตต์ ร้อยเอ็ด ตำบลบัวแดง ประมาณ 12 กม. โทร. 099-032-2633 2. อิ่มอุ่น ณ คัพ อำเภอปทุมรัตต์ ประมาณ 12 กม. โทร. 081-827-5592 3. ร้านลำภูเนื้อย่าง สาขาปทุมรัตต์ ตำบลบัวแดง ประมาณ 12 กม. โทร. 087-433-0597 4. คีตะคาเฟ่ ปทุมรัตต์ ตรงข้ามปั๊มบางจากตัวอำเภอ ประมาณ 13 กม. 5. ร้านอาหารและคาเฟ่ในย่านบัวแดง อำเภอปทุมรัตต์ ประมาณ 12 กม. 6. ร้านอาหารย่านอำเภอเกษตรวิสัย ประมาณ 35 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. แดนสวรรค์ปาร์ควิว / แดนสวรรค์รีสอร์ท ตำบลหนองแคน ประมาณ 8 กม. โทร. 085-747-7639, 090-519-0079 2. โรงแรมดารา 2 ตำบลบัวแดง ประมาณ 12 กม. โทร. 063-047-3221 3. เรือนจำปา การ์เด้นรีสอร์ท ตำบลบัวแดง ประมาณ 13 กม. โทร. 087-944-8819, 093-537-9755 4. ปริฉัตรลัค รีสอร์ท ตำบลขี้เหล็ก ประมาณ 18 กม. โทร. 043-030-362 5. ข้าวทิพย์ รีสอร์ท ตำบลโนนสวรรค์ ประมาณ 16 กม. โทร. 089-863-5982 6. ฟ้าใส รีสอร์ท ตำบลโนนสวรรค์ ประมาณ 16 กม. โทร. 086-252-6286 7. พระจันทร์ รีสอร์ท ตำบลบัวแดง ประมาณ 12 กม. โทร. 080-816-7155 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดป่าอุทยาน ร้อยเอ็ด อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดป่าอุทยานตั้งอยู่เลขที่ 247 บ้านดู่ฝายใหญ่ หมู่ 4 ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดประมาณ 66–70 กิโลเมตรตามเส้นทางรถยนต์
ถาม: วัดป่าอุทยานเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: วัดป่าอุทยานมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดป่าอุทยานไม่มีระบบบัตรเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะและเดินชมพื้นที่วัดได้ตามเวลาที่เปิด และสามารถร่วมทำบุญได้ตามศรัทธา
ถาม: จุดเด่นของวัดป่าอุทยานคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองที่มีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ภายในองค์พระ เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไป
ถาม: วัดป่าอุทยานเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: เดิมชื่อวัดป่าหนองผึ้ง เพราะบริเวณวัดเดิมมีหนองน้ำเล็ก ๆ และเป็นป่ารกทึบ ก่อนพัฒนามาเป็นวัดป่าอุทยานในปัจจุบัน
ถาม: เจ้าอาวาสวัดป่าอุทยานคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดป่าอุทยานคือพระครูสุนทรวนาภิรม
ถาม: ภายในวัดป่าอุทยานมีโซนใดควรชมบ้าง?
ตอบ: จุดสำคัญคือพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ฐานสักการะพระบรมสารีริกธาตุ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ วิหาร ลานทำบุญ กุฏิสงฆ์ และพื้นที่ปฏิบัติธรรม
ถาม: เที่ยววัดป่าอุทยานแล้วสามารถไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่บ้านสำราญ ตำบลหนองแคน กลุ่มทอผ้าไหมบ้านบักตู้ กลุ่มจักสานกระติบข้าวบ้านส้มโฮง ทุ่งกุลาร้องไห้ กู่กาสิงห์ วัดประชาคมวนาราม บึงพลาญชัย และหอโหวด 101 ได้ตามเส้นทางที่วางไว้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว



