หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.เมืองร้อยเอ็ด >ต.ในเมือง > วัดบึงพระลานชัย
TL;DR: วัดบึงพระลานชัย อยู่ที่ถนนประชาธรรมรักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก ตั้งอยู่ในตัวเมืองร้อยเอ็ดบนถนนประชาธรรมรักษ์ ใกล้บึงพลาญชัยและหอโหวด 101 สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถสามล้อ.
วัดบึงพระลานชัย

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดบึงพระลานชัย ร้อยเอ็ด เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด ตั้งอยู่เลขที่ 116 ถนนประชาธรรมรักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นวัดสำคัญที่มีบทบาทต่อประวัติศาสตร์ ศาสนา การศึกษา พิธีกรรมราชการ และชีวิตทางจิตใจของชาวร้อยเอ็ดมาอย่างยาวนาน วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักในชื่อสั้น ๆ ของชาวเมืองว่า “วัดบึง” เพราะตั้งอยู่ใกล้บึงพลาญชัยและมีสระชัยมงคลซึ่งเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่ภายในวัด ความสำคัญของวัดบึงพระลานชัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นสถานที่ไหว้พระ แต่เป็นพื้นที่ที่รวมร่องรอยเมืองเก่า พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ใบเสมาทวารวดี ศิลาแลงโบราณ พระอุโบสถ หอพระไตรมิ่งเมือง และประวัติการศึกษาพระปริยัติธรรมของจังหวัดร้อยเอ็ดไว้ในบริเวณเดียวกัน
เมื่อเดินเข้าสู่วัดบึงพระลานชัย สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือบรรยากาศของวัดเมืองเก่าที่มีความสงบและหนักแน่น วัดตั้งอยู่ในย่านกลางเมืองที่เชื่อมต่อกับบึงพลาญชัย หอโหวด 101 วัดบูรพาภิราม วัดกลางมิ่งเมือง วัดสระทอง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ได้อย่างสะดวก พื้นที่วัดจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจร้อยเอ็ดในมิติของศาสนา ประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์เมืองเก่า เพราะสถานที่แต่ละแห่งรอบวัดล้วนเป็นชิ้นส่วนที่ช่วยอธิบายความเป็นเมืองร้อยเอ็ดได้แตกต่างกัน
วัดบึงพระลานชัยเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย มีประวัติการตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2318 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2464 วัดแห่งนี้เป็นหนึ่งในศาสนสถานที่สะท้อนความต่อเนื่องของพระพุทธศาสนาในพื้นที่เมืองร้อยเอ็ดได้อย่างชัดเจน จากพื้นที่ที่เคยมีซากปรักหักพังและร่องรอยวัดเก่า ได้รับการฟื้นฟูขึ้นเป็นวัดสำคัญประจำเมือง และพัฒนาเป็นศูนย์กลางทางศาสนา การศึกษา และพิธีกรรมที่มีบทบาทต่อจังหวัดมาจนถึงปัจจุบัน
ประวัติสำคัญของวัดเริ่มชัดเจนใน พ.ศ. 2318 เมื่อพระยาขัติยวงษา (ธน) เจ้าเมืองร้อยเอ็ด ได้ชักชวนข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนถากถางป่าดงพงหญ้าที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง แล้วบูรณปฏิสังขรณ์พื้นที่ขึ้นเป็นวัดและให้ชื่อว่า “วัดบึงพระลานชัย” ชื่อวัดสะท้อนทั้งสภาพภูมิประเทศและความหมายทางพิธีกรรม เพราะพื้นที่นี้ตั้งอยู่ใกล้บึงพลาญชัย มีสระน้ำสำคัญ และเป็นลานที่สัมพันธ์กับความเชื่อเรื่องชัยชนะ ความเป็นสิริมงคล และพิธีกรรมของบ้านเมืองในอดีต
ต่อมาใน พ.ศ. 2430 หลวงสงกรานต์วิศิษฐ์ โดยการสนับสนุนของพระยาขัติยะวงษา (เภา ธนสีลังกูร) ได้นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน และผู้ต้องขัง ร่วมกันบุกเบิก ฟื้นฟู และบูรณะวัดโบราณแห่งนี้ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง พร้อมใช้ชื่อวัดบึงพระลานชัยดังเดิม การฟื้นฟูครั้งนั้นทำให้วัดกลับมาเป็นศาสนสถานที่มีชีวิตอีกครั้ง และได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้าเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าหลวงบริเวณเมืองอย่างต่อเนื่อง วัดจึงไม่ใช่เพียงวัดของชุมชนย่อย แต่เป็นวัดที่สัมพันธ์กับโครงสร้างการปกครองและการพัฒนาเมืองร้อยเอ็ดโดยตรง
คำว่า “บึงพระลานชัย” สื่อถึงพื้นที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับบึง ลาน และชัยชนะในความทรงจำของชุมชน คำว่า “บึง” เชื่อมโยงกับบึงพลาญชัยและสระชัยมงคล คำว่า “พระลาน” สื่อถึงลานพิธีและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ส่วนคำว่า “ชัย” สะท้อนความเชื่อเรื่องชัยชนะและความเป็นสิริมงคล ในอดีตพื้นที่นี้เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมฉลองชัยชนะจากการศึกของเจ้าเมืองและผู้ปกครองท้องถิ่น การใช้ชื่อวัดจึงไม่ได้เป็นเพียงการเรียกสถานที่ แต่เป็นการเก็บความหมายทางประวัติศาสตร์และพิธีกรรมไว้ในชื่อเดียว
หัวใจสำคัญที่สุดของวัดคือสระชัยมงคล สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในวัดและเป็นที่เคารพของชาวร้อยเอ็ดมาแต่โบราณ สระชัยมงคลมีลักษณะเป็นสระน้ำธรรมชาติรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างประมาณ 25 เมตร ยาวประมาณ 25 เมตร และลึกประมาณ 5 เมตร ชาวบ้านถือว่าสระแห่งนี้เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง น้ำจากสระชัยมงคลถูกนำไปใช้ในพิธีสำคัญของทางราชการและพิธีมงคลมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพิธีเกี่ยวกับน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์และพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาในอดีต
สระชัยมงคลมีความหมายมากกว่าสระน้ำในวัด เพราะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงน้ำกับอำนาจ ศรัทธา และความเป็นเมือง ในอดีตผู้ครองเมืองและข้าราชการใช้สระนี้เกี่ยวข้องกับพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเป็นพิธีสาบานตนว่าจะซื่อสัตย์ต่อบ้านเมืองและผู้ปกครอง การใช้น้ำจากสระชัยมงคลในพิธีดังกล่าวทำให้น้ำไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรธรรมชาติ แต่กลายเป็นสื่อศักดิ์สิทธิ์ที่กำกับคุณธรรม ความสัตย์ และความรับผิดชอบของผู้ทำหน้าที่ราชการ
ความสำคัญของสระชัยมงคลยังดำรงอยู่ในยุคปัจจุบัน จังหวัดร้อยเอ็ดเคยใช้น้ำจากสระชัยมงคลในพิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อจัดทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในโอกาสสำคัญระดับประเทศ ภายในสระมีหอพระไตรมิ่งเมืองตั้งอยู่ตรงบริเวณที่ชาวบ้านเชื่อว่ามีน้ำพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน ทำให้พื้นที่กลางสระกลายเป็นจุดสำคัญที่สุดของวัดในเชิงพิธีกรรม ผู้มาเยือนจึงควรมองสระชัยมงคลในฐานะหัวใจของวัดและหัวใจของความศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง
หอพระไตรมิ่งเมืองเป็นอีกจุดสำคัญของวัดบึงพระลานชัย ตั้งอยู่กลางสระชัยมงคลและทำหน้าที่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงน้ำ พระไตรปิฎก พระพุทธรูป และพิธีกรรมเข้าด้วยกัน ภายในหอพระไตรมิ่งเมืองมีหม้อน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ในชั้นที่ 1 และมีพระแก้วมรกตประดิษฐานอยู่ในชั้นที่ 3 พื้นที่นี้จึงเป็นทั้งสัญลักษณ์ทางศาสนาและสัญลักษณ์ของเมือง ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับความเชื่อเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์ผ่านหอพระไตรแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน
วัดบึงพระลานชัยยังมีหลักฐานเก่าแก่ที่เชื่อมโยงกับยุคก่อนเมืองร้อยเอ็ดปัจจุบัน เช่น ใบเสมาเก่าแก่สมัยทวารวดีและศิลาแลงที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมเมืองฟ้าแดดสูงยาง หลักฐานเหล่านี้ทำให้วัดมีคุณค่าในฐานะแหล่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีของพื้นที่อีสานตอนกลาง ใบเสมาและศิลาแลงไม่ได้เป็นเพียงวัตถุเก่า แต่เป็นร่องรอยของชุมชนโบราณ ความเชื่อทางพุทธศาสนา การกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์ และความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่ยาวนานก่อนการเกิดเมืองร้อยเอ็ดในรูปแบบปัจจุบัน
ใบเสมาสมัยทวารวดีมีความสำคัญมากในบริบทอีสาน เพราะเป็นหลักฐานที่บ่งบอกว่าพื้นที่นี้เคยมีวัฒนธรรมพุทธศาสนาและพิธีกรรมการกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์มาแต่โบราณ การปรากฏของใบเสมาในวัดบึงพระลานชัยจึงช่วยยืนยันว่าพื้นที่วัดไม่ได้เริ่มต้นจากการบูรณะใน พ.ศ. 2318 เพียงอย่างเดียว แต่มีรากทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ลึกกว่านั้น ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นควรให้ความสำคัญกับหลักฐานเหล่านี้ เพราะเป็นตัวเชื่อมระหว่างร้อยเอ็ดปัจจุบันกับโลกของชุมชนโบราณในภูมิภาคอีสาน
พระอุโบสถของวัดบึงพระลานชัยเป็นพื้นที่ศาสนกิจสำคัญของพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ในอดีตวัดเคยมีอุโบสถที่สร้างมานาน แต่ต่อมาประสบความเสียหายจากวาตภัยจนไม่สามารถบูรณะในสภาพเดิมได้ ทางวัดจึงสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ในพื้นที่เดิม ใช้เวลาการก่อสร้างยาวนานหลายปี ก่อนแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2548 พระอุโบสถหลังใหม่มีขนาดใหญ่ แข็งแรง และยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสังฆกรรมของวัด ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นพระประธาน
พระอุโบสถหลังใหม่ของวัดสะท้อนความต่อเนื่องของศรัทธาและการอนุรักษ์พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ แม้อาคารเก่าจะสูญเสียไป แต่การสร้างอุโบสถใหม่ในพื้นที่เดิมทำให้บทบาททางศาสนายังคงดำรงอยู่ รูปแบบอาคารทรงไทย หลังคาซ้อนชั้น ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และองค์ประกอบประดับต่าง ๆ ช่วยให้พระอุโบสถมีความงดงามสมฐานะพระอารามหลวง ขณะเดียวกันภายในยังคงเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมที่ชาวบ้านใช้ร่วมกันในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
ภายในพระอุโบสถมีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติและพระเวสสันดร ซึ่งสะท้อนความนิยมในคติพระมหาชาติของชาวอีสาน พระเวสสันดรชาดกเป็นเรื่องราวสำคัญที่ผูกพันกับประเพณีบุญผะเหวดของร้อยเอ็ดและภาคอีสานโดยรวม การนำเรื่องราวเหล่านี้มาอยู่ในพื้นที่พระอุโบสถทำให้วัดบึงพระลานชัยไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะด้านสังฆกรรม แต่ยังเป็นพื้นที่สื่อธรรมะและพื้นที่เรียนรู้วัฒนธรรมผ่านงานศิลปกรรมและสัญลักษณ์ทางศาสนา
นอกจากบทบาทด้านศาสนสถาน วัดบึงพระลานชัยยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาของจังหวัดร้อยเอ็ดและพื้นที่ใกล้เคียงมาอย่างยาวนาน วัดแห่งนี้เป็นต้นกำเนิดการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลีของจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นพื้นที่ที่พระภิกษุ สามเณร และผู้สนใจเข้ามาศึกษาพระธรรมวินัย ภาษาบาลี หลักธรรม และองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนา บทบาทนี้สะท้อนให้เห็นว่าวัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่เป็นสถาบันการเรียนรู้ที่หล่อหลอมบุคคลและชุมชน
วัดบึงพระลานชัยยังเกี่ยวข้องกับการศึกษาภาษาไทย วิชาชีพ และแพทย์แผนโบราณของจังหวัดร้อยเอ็ดในยุคแรกเริ่ม ก่อนที่ระบบโรงเรียนและสถานศึกษาสมัยใหม่จะแพร่หลาย วัดไทยจำนวนมากทำหน้าที่เป็นสถานที่เรียนหนังสือ ฝึกอาชีพ และถ่ายทอดความรู้ด้านการรักษาพื้นบ้าน วัดบึงพระลานชัยจึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่แสดงให้เห็นบทบาทเดิมของวัดในสังคมไทยอย่างชัดเจน คือเป็นทั้งวัด โรงเรียน ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์จิตใจ และพื้นที่สาธารณะของชุมชน
อีกบทบาทหนึ่งของวัดคือการเป็นศูนย์กลางการอบรมพระธรรมกถึกประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือและศูนย์กลางอบรมเยาวชนจังหวัดร้อยเอ็ด พระธรรมกถึกคือผู้มีบทบาทในการแสดงธรรม อธิบายธรรม และสื่อสารหลักพระพุทธศาสนาให้ประชาชนเข้าใจง่าย การที่วัดบึงพระลานชัยเป็นศูนย์กลางด้านนี้ทำให้วัดมีความสำคัญต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในระดับภูมิภาค ไม่ใช่เพียงระดับจังหวัด ส่วนบทบาทอบรมเยาวชนทำให้วัดเป็นพื้นที่สร้างคุณธรรมและจิตสำนึกให้คนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง
วัดยังเป็นศูนย์พัฒนาจิตใจของจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้คนเข้ามาทำบุญ ฟังธรรม เจริญจิตภาวนา ร่วมพิธีกรรม และใช้วัดเป็นพื้นที่พักใจจากความเร่งรีบของชีวิตเมือง การเป็นศูนย์พัฒนาจิตใจทำให้วัดบึงพระลานชัยมีบทบาทร่วมสมัยอย่างชัดเจน แม้จะเป็นวัดเก่าแก่ แต่ไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานสำหรับชมประวัติศาสตร์ วัดยังคงเป็นสถานที่ที่ผู้คนใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและดูแลจิตใจในชีวิตประจำวัน
ในเชิงสังคม วัดบึงพระลานชัยเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางราชการหลายยุคหลายสมัย ทั้งพิธีที่เกี่ยวข้องกับน้ำศักดิ์สิทธิ์ พิธีสำคัญของจังหวัด และพิธีทางพระพุทธศาสนา การที่วัดถูกใช้ในกิจกรรมราชการมาอย่างต่อเนื่องสะท้อนความไว้วางใจของบ้านเมืองต่อความศักดิ์สิทธิ์และความเหมาะสมของพื้นที่ วัดจึงเป็นจุดบรรจบระหว่างศาสนากับรัฐ ระหว่างพิธีกรรมกับการปกครอง และระหว่างความเชื่อของชาวบ้านกับงานราชการระดับจังหวัด
เมื่อพิจารณาองค์ประกอบภายในวัด จะเห็นว่ามีหลายโซนที่ควรใช้เวลาเดินชม ได้แก่ พระอุโบสถ หอพระไตรมิ่งเมือง สระชัยมงคล พื้นที่ใบเสมาและศิลาแลง พื้นที่สักการะพระประธาน ลานวัด กุฏิสงฆ์ พื้นที่ศึกษาพระปริยัติธรรม และพื้นที่ประกอบศาสนกิจ แต่ละโซนมีความหมายแตกต่างกัน พระอุโบสถคือศูนย์กลางสังฆกรรม สระชัยมงคลคือหัวใจของพิธีน้ำศักดิ์สิทธิ์ ใบเสมาและศิลาแลงคือหลักฐานโบราณคดี ส่วนพื้นที่การศึกษาคือหลักฐานของบทบาทวัดในฐานะสถาบันความรู้
ผู้ที่มาเที่ยววัดบึงพระลานชัยควรเริ่มจากการสักการะพระประธานในพระอุโบสถ จากนั้นเดินไปยังสระชัยมงคลและหอพระไตรมิ่งเมือง เพื่อเรียนรู้เรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์และพิธีกรรมของเมือง แล้วจึงชมใบเสมา ศิลาแลง และพื้นที่เก่าแก่ภายในวัด หากมีเวลาเพิ่มเติมควรเดินชมบรรยากาศลานวัดและพื้นที่การศึกษาพระปริยัติธรรม เพื่อให้เห็นว่าวัดแห่งนี้มีทั้งชั้นประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศาสนา และการศึกษาซ้อนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
ความโดดเด่นของวัดบึงพระลานชัยเมื่อเทียบกับวัดอื่นในตัวเมืองร้อยเอ็ดคือการเป็นวัดที่เชื่อมโยงกับสระน้ำศักดิ์สิทธิ์โดยตรง วัดกลางมิ่งเมืองมีความโดดเด่นด้านอุโบสถเก่าและจิตรกรรม วัดบูรพาภิรามโดดเด่นด้วยหลวงพ่อใหญ่ วัดสระทองโดดเด่นด้วยหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ ส่วนวัดบึงพระลานชัยโดดเด่นด้วยสระชัยมงคล พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และบทบาทศูนย์กลางการศึกษาพระปริยัติธรรม ทำให้แต่ละวัดในตัวเมืองร้อยเอ็ดมีเอกลักษณ์ที่เติมเต็มกันอย่างน่าสนใจ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการรู้จักเมืองร้อยเอ็ดอย่างลึก วัดบึงพระลานชัยควรถูกจัดอยู่ในเส้นทางเดียวกับบึงพลาญชัย หอโหวด 101 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด วัดกลางมิ่งเมือง วัดบูรพาภิราม และวัดสระทอง เพราะสถานที่เหล่านี้อยู่ในพื้นที่เมืองและเชื่อมโยงกันทั้งทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และความเชื่อ การเริ่มต้นจากวัดบึงพระลานชัยจะช่วยให้เข้าใจเรื่องสระศักดิ์สิทธิ์และพิธีเมือง ก่อนขยายไปสู่พิพิธภัณฑ์ วัดเก่า พระคู่บ้านคู่เมือง และแลนด์มาร์กร่วมสมัยของจังหวัด
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเข้าชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายต้น ๆ เพราะอากาศยังไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการเดินชมสระชัยมงคล หอพระไตรมิ่งเมือง และพื้นที่วัดโดยรอบ วัดเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ผู้มาเยือนสามารถเข้ามาสักการะและเดินชมพื้นที่สำคัญได้ตามเวลาที่วัดเปิด การเที่ยววัดในช่วงเช้ายังเหมาะสำหรับจัดเส้นทางต่อไปยังบึงพลาญชัยและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ส่วนช่วงบ่ายสามารถต่อไปยังหอโหวด 101 หรือวัดบูรพาภิรามได้สะดวก
วัดบึงพระลานชัยไม่มีระบบบัตรเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะและเดินชมพื้นที่วัดได้โดยไม่เสียค่าเข้าชม หากต้องการทำบุญ ถวายสังฆทาน หรือร่วมบูรณะวัด สามารถทำได้ตามศรัทธาในจุดที่วัดจัดไว้ การไม่มีค่าเข้าชมทำให้วัดเป็นพื้นที่เปิดของชุมชนที่ทั้งชาวร้อยเอ็ด นักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเข้ามาเรียนรู้ศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมได้อย่างเข้าถึงง่าย
การเดินทาง ไปวัดบึงพระลานชัยทำได้สะดวกมาก เพราะตั้งอยู่ในตัวเมืองร้อยเอ็ด บนถนนประชาธรรมรักษ์ ใกล้บึงพลาญชัยและหอโหวด 101 หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งปลายทางไปยังวัดบึงพระลานชัยหรือใช้บึงพลาญชัยเป็นจุดอ้างอิงได้ หากเดินทางด้วยรถโดยสาร สามารถลงที่สถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด แล้วต่อรถสามล้อ รถรับจ้าง รถสองแถว หรือบริการเดินทางภายในเมืองมายังวัดได้ในระยะสั้น
พื้นที่รอบวัดอยู่ในย่านใจกลางเมืองที่มีร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง ผู้มาเยือนสามารถวางแผนไหว้พระที่วัดบึงพระลานชัยในช่วงเช้า แล้วรับประทานอาหารใกล้บึงพลาญชัย จากนั้นเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด วัดกลางมิ่งเมือง หรือหอโหวด 101 ได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล หากพักค้างคืนในตัวเมือง ควรเลือกที่พักใกล้บึงพลาญชัย ถนนเจริญพาณิชย์ ถนนหายโศรก หรือย่านสถานีขนส่ง เพื่อให้เดินทางต่อไปยังวัดและแหล่งท่องเที่ยวอื่นได้สะดวก
การเข้าชมวัดควรรักษามารยาทของศาสนสถาน ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดังในบริเวณพระอุโบสถและสระชัยมงคล ไม่สัมผัสใบเสมา ศิลาแลง หรือสิ่งเก่าแก่โดยไม่จำเป็น ไม่ทิ้งขยะในพื้นที่วัด และควรเดินตามพื้นที่ที่วัดเปิดให้ใช้สอย โดยเฉพาะบริเวณสระชัยมงคลซึ่งมีความหมายทางพิธีกรรมและความศักดิ์สิทธิ์ต่อชาวเมืองร้อยเอ็ดอย่างมาก
สำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยว วัดบึงพระลานชัยเป็นห้องเรียนภาคสนามที่ดี เด็กสามารถเรียนรู้ว่าสระน้ำในวัดมีความสำคัญต่อเมืองอย่างไร ใบเสมาทวารวดีคืออะไร ทำไมพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาจึงเกี่ยวข้องกับความซื่อสัตย์ และเหตุใดวัดไทยจึงเป็นทั้งศาสนสถาน โรงเรียน และศูนย์กลางชุมชน การอธิบายจากสถานที่จริงจะช่วยให้เด็กเข้าใจประวัติศาสตร์เมืองได้ง่ายกว่าการอ่านจากหนังสือเพียงอย่างเดียว
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วัดบึงพระลานชัยช่วยอธิบายบทบาทของวัดไทยในหลายมิติได้อย่างชัดเจน วัดไม่ใช่เพียงสถานที่ไหว้พระ แต่เป็นพื้นที่พิธีกรรมของรัฐ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนา ศูนย์ชุมชน และพื้นที่อนุรักษ์หลักฐานโบราณคดี วัดแห่งนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจศาสนาและสังคมไทยในระดับลึก โดยเฉพาะในบริบทของเมืองอีสานที่น้ำ พิธีกรรม และพระพุทธศาสนามีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น
โดยสรุป วัดบึงพระลานชัย ร้อยเอ็ด เป็นวัดสำคัญที่ควรอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวเมืองร้อยเอ็ดสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ ศาสนา พิธีกรรม น้ำศักดิ์สิทธิ์ และการศึกษา จุดเด่นของวัดอยู่ที่ความเป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ สระชัยมงคลซึ่งเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ใบเสมาทวารวดี ศิลาแลงโบราณ หอพระไตรมิ่งเมือง พระอุโบสถ และบทบาทด้านการศึกษาพระปริยัติธรรมของจังหวัดร้อยเอ็ด วัดแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่เล่าเรื่องเมืองร้อยเอ็ดผ่านศรัทธา น้ำ ความสัตย์ ศิลปกรรม และความทรงจำของผู้คนได้อย่างครบถ้วน
| ชื่อสถานที่ | วัดบึงพระลานชัย ร้อยเอ็ด |
| ชื่อเรียกท้องถิ่น | วัดบึง |
| ประเภท | พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย |
| ที่ตั้ง | ถนนประชาธรรมรักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด |
| ที่อยู่ | 116 ถนนประชาธรรมรักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 |
| ไฮไลต์ | สระชัยมงคล แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง หอพระไตรมิ่งเมือง พระอุโบสถ ใบเสมาทวารวดี ศิลาแลงโบราณ พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และบทบาทศูนย์กลางการศึกษาพระปริยัติธรรมของจังหวัดร้อยเอ็ด |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | บูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2318 โดยพระยาขัติยวงษา (ธน) เจ้าเมืองร้อยเอ็ด ต่อมา พ.ศ. 2430 หลวงสงกรานต์วิศิษฐ์ โดยการสนับสนุนของพระยาขัติยะวงษา (เภา ธนสีลังกูร) ได้ฟื้นฟูและบูรณะวัดอีกครั้งหนึ่ง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2464 |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดสัมพันธ์กับพื้นที่บึง ลานพิธี และความเชื่อเรื่องชัยชนะในอดีต ชาวบ้านนิยมเรียกสั้น ๆ ว่าวัดบึง เพราะวัดตั้งอยู่ใกล้บึงพลาญชัยและมีสระชัยมงคลอยู่ภายในวัด |
| พระประธาน / ปูชนียวัตถุสำคัญ | พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระประธานในพระอุโบสถ พระแก้วมรกตภายในหอพระไตรมิ่งเมือง และหม้อน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ภายในหอพระไตรมิ่งเมือง |
| ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ | เป็นวัดที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางราชการหลายยุคหลายสมัย เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และมีสระชัยมงคลซึ่งเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เคยนำน้ำไปร่วมพระราชพิธีสำคัญ |
| หลักฐานโบราณคดี | ใบเสมาเก่าแก่สมัยทวารวดี ศิลาแลงโบราณ และร่องรอยพื้นที่วัดเก่าที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมเมืองโบราณในภาคอีสาน |
| บทบาทด้านการศึกษา | เป็นต้นกำเนิดการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลีของจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นแหล่งเรียนรู้ภาษาไทย วิชาชีพ แพทย์แผนโบราณ ศูนย์อบรมพระธรรมกถึก ศูนย์อบรมเยาวชน และศูนย์พัฒนาจิตใจของจังหวัดร้อยเอ็ด |
| การเดินทาง | ตั้งอยู่ในตัวเมืองร้อยเอ็ดบนถนนประชาธรรมรักษ์ ใกล้บึงพลาญชัยและหอโหวด 101 สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถสามล้อ รถรับจ้าง รถสองแถว หรือบริการเดินทางภายในเมืองจากสถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นพระอารามหลวง วัดประวัติศาสตร์ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ แหล่งเรียนรู้พระพุทธศาสนา และศูนย์กลางศาสนพิธีของชุมชนเมืองร้อยเอ็ด |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พระอุโบสถ ลานวัด สระชัยมงคล หอพระไตรมิ่งเมือง พื้นที่สักการะ พื้นที่ทำบุญ กุฏิสงฆ์ พื้นที่ศึกษาพระปริยัติธรรม จุดจอดรถ และร้านอาหารในย่านบึงพลาญชัยกับตัวเมืองร้อยเอ็ด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พระอุโบสถ 2. พระประธานปางมารวิชัย 3. สระชัยมงคล 4. หอพระไตรมิ่งเมือง 5. หม้อน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ 6. พระแก้วมรกตภายในหอพระไตรมิ่งเมือง 7. พื้นที่ใบเสมาเก่าแก่สมัยทวารวดี 8. พื้นที่ศิลาแลงโบราณ 9. พื้นที่ศึกษาพระปริยัติธรรม 10. ลานวัดและพื้นที่ประกอบศาสนกิจ |
| ประเพณี / กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง | พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา พิธีตักน้ำจากสระชัยมงคลเพื่อจัดทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ พิธีราชการระดับจังหวัด งานบุญทางพระพุทธศาสนา การศึกษาพระปริยัติธรรม การอบรมเยาวชน และกิจกรรมพัฒนาจิตใจของชุมชนเมืองร้อยเอ็ด |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบ | วัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวง สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย |
| เจ้าอาวาส | พระพรหมวชิรโสภณ (ศรีจันทร์ ปุญฺญรโต) |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 043-511190 |
| ช่องทางออนไลน์ | Facebook: วัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวง ร้อยเอ็ด |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บึงพลาญชัย ประมาณ 0.1 กม. 2. หอโหวด 101 ประมาณ 0.8 กม. โทร. 043-511222 3. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ประมาณ 0.8 กม. 4. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 1 กม. 5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ประมาณ 1 กม. โทร. 043-514456 ต่อ 101 6. วัดกลางมิ่งเมือง ประมาณ 1 กม. โทร. 043-512400 7. วัดบูรพาภิราม ประมาณ 1.5 กม. โทร. 043-511374 8. วัดสระทอง ประมาณ 1.5 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Cozy Cafe’ & Bistro ประมาณ 0.2 กม. โทร. 094-310-0504 2. Lakeview Restaurant ประมาณ 0.5 กม. โทร. 093-320-8126 3. Sit Rim ประมาณ 0.8 กม. โทร. 098-278-4482 4. Her Studio ร้อยเอ็ด ประมาณ 1 กม. โทร. 083-871-0824 5. 4U For You ถนนเพลินจิต ประมาณ 1 กม. โทร. 065-649-1999 6. ร้านนายฉุ่ย ก๋วยเตี๋ยวหมูวินเทจ ประมาณ 1 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมสาเกตนคร ประมาณ 0.8 กม. โทร. 043-511-741 2. Rueanrimnam Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 043-518-967 3. The Premium Residence ประมาณ 1.5 กม. โทร. 043-518-655 4. 101 Hotel ประมาณ 1.5 กม. โทร. 043-513-999, 065-119-6999 5. HOP INN Roi Et ประมาณ 2 กม. โทร. 02-080-2222 6. The Rice Hotel ประมาณ 3 กม. โทร. 043-519-999 7. Le Park 23 Boutique Resort ประมาณ 3 กม. โทร. 043-513-444 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดบึงพระลานชัย ร้อยเอ็ด อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดบึงพระลานชัยตั้งอยู่เลขที่ 116 ถนนประชาธรรมรักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ใกล้บึงพลาญชัย หอโหวด 101 และย่านท่องเที่ยวกลางเมืองร้อยเอ็ด
ถาม: วัดบึงพระลานชัยเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: วัดบึงพระลานชัยมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะพระประธาน ชมสระชัยมงคล หอพระไตรมิ่งเมือง และพื้นที่สำคัญของวัดได้ตามเวลาที่เปิดให้เข้าชม
ถาม: วัดบึงพระลานชัยสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดบึงพระลานชัยเป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ของเมืองร้อยเอ็ด มีสระชัยมงคลเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เคยเกี่ยวข้องกับพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา มีใบเสมาทวารวดี ศิลาแลงโบราณ และมีบทบาทสำคัญด้านการศึกษาพระปริยัติธรรมของจังหวัด
ถาม: สระชัยมงคลคืออะไร?
ตอบ: สระชัยมงคลเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดบึงพระลานชัย มีลักษณะเป็นสระน้ำธรรมชาติรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส และเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ใช้ในพิธีมงคล พิธีราชการ และพิธีน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดร้อยเอ็ด
ถาม: เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัยคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัยคือพระพรหมวชิรโสภณ (ศรีจันทร์ ปุญฺญรโต)
ถาม: ภายในวัดบึงพระลานชัยมีจุดใดควรชมบ้าง?
ตอบ: จุดสำคัญคือพระอุโบสถ พระประธานปางมารวิชัย สระชัยมงคล หอพระไตรมิ่งเมือง หม้อน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ พระแก้วมรกต ใบเสมาเก่าแก่ ศิลาแลงโบราณ และพื้นที่ศึกษาพระปริยัติธรรม
ถาม: เที่ยววัดบึงพระลานชัยแล้วสามารถไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่บึงพลาญชัย หอโหวด 101 สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองร้อยเอ็ด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด วัดกลางมิ่งเมือง วัดบูรพาภิราม และวัดสระทองได้สะดวก
โทร : 043511190
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว




