หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.เมืองร้อยเอ็ด >ต.รอบเมือง > สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดก
TL;DR: สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดก อยู่ที่บ้านน้อยหัวฝาย หมู่ที่ 8 ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดก

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดก เป็นสวนสาธารณะและแหล่งท่องเที่ยวเชิงวรรณคดีพุทธศาสนาของจังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ที่บ้านน้อยหัวฝาย หมู่ที่ 8 ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปทางอำเภอจตุรพักตรพิมานประมาณ 10 กิโลเมตร เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว พื้นที่พักผ่อน และสถานที่ออกกำลังกายของประชาชน โดยมีบึงขนาดใหญ่ล้อมรอบพื้นที่สวน และมีรูปหล่อพระเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์จัดวางเป็นระยะรอบบริเวณ ผู้มาเยือนสามารถขับรถยนต์ชมพื้นที่รอบสวนได้ ทำให้เหมาะกับทั้งการเดินชม การเรียนรู้เรื่องมหาเวสสันดรชาดก การถ่ายภาพ การพักผ่อนริมบึง และการพาครอบครัวมาใช้เวลานอกเมืองอย่างสงบ
สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดกเป็นสถานที่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะไม่ได้เป็นเพียงสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ที่นำเรื่องราวจากวรรณคดีและพุทธศาสนามาเล่าในรูปแบบภูมิทัศน์กลางแจ้ง รูปหล่อสีขาวที่จัดวางรอบบึงทำหน้าที่เสมือนนิทรรศการกลางสวน ถ่ายทอดเหตุการณ์สำคัญในมหาเวสสันดรชาดกให้ผู้ชมมองเห็นเป็นภาพจริง เด็กและเยาวชนสามารถเข้าใจเรื่องราวได้ง่ายขึ้นจากการเดินชมรูปปั้นทีละกัณฑ์ ขณะที่ผู้ใหญ่สามารถใช้พื้นที่นี้เป็นสถานที่ทบทวนคติธรรมเรื่องการให้ การเสียสละ ความอดทน และความเมตตา ซึ่งเป็นแก่นสำคัญของพระเวสสันดรชาดก
พื้นที่สวนล้อมรอบด้วยบึงขนาดใหญ่ บรรยากาศโดยรวมจึงโปร่งโล่งและเหมาะกับการพักสายตา ผืนน้ำช่วยสร้างความเย็นตาและทำให้ภูมิทัศน์ของรูปปั้นดูสง่างามยิ่งขึ้น เมื่อนักท่องเที่ยวเดินหรือขับรถชมรอบสวน จะเห็นรูปหล่อตั้งเรียงเป็นจุด ๆ รอบบึง แต่ละจุดมีบทบาทในการเล่าเรื่องตามลำดับของชาดก ทำให้การเที่ยวชมมีจังหวะที่ชัดเจน ไม่ใช่การเดินดูรูปปั้นแบบแยกส่วน แต่เป็นการเดินตามเรื่องราวที่มีลำดับ มีเนื้อหา และมีคุณค่าทางวัฒนธรรม
พระเวสสันดรชาดกเป็นเรื่องราวที่คนไทยรู้จักกันมายาวนาน โดยเฉพาะในภาคอีสานซึ่งมีประเพณีบุญผะเหวดหรือบุญมหาชาติเป็นงานบุญสำคัญประจำปี เนื้อเรื่องกล่าวถึงพระเวสสันดร พระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญทานบารมีอย่างยิ่งใหญ่ การนำเรื่องนี้มาจัดแสดงในสวนสาธารณะกลางแจ้งจึงมีความหมายลึกซึ้ง เพราะช่วยเชื่อมโยงวรรณคดี ศาสนา ศิลปะ และการพักผ่อนของประชาชนเข้าด้วยกันในพื้นที่เดียว ผู้มาเยือนไม่จำเป็นต้องอ่านคัมภีร์หรือหนังสืออย่างละเอียดก่อน ก็สามารถรับรู้เรื่องราวเบื้องต้นผ่านรูปหล่อและคำบรรยายประกอบในแต่ละจุดได้
ภายในสวนประกอบด้วยรูปหล่อพระเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์ ได้แก่ กัณฑ์ทศพร กัณฑ์หิมพานต์ กัณฑ์ทานกัณฑ์ กัณฑ์วนปเวสน์ กัณฑ์ชูชก กัณฑ์จุลพน กัณฑ์มหาพน กัณฑ์กุมาร กัณฑ์มัทรี กัณฑ์สักกบรรพ กัณฑ์มหาราช กัณฑ์ฉกษัตริย์ และกัณฑ์นครกัณฑ์ การจัดวางเรื่องราวครบทั้ง 13 กัณฑ์ทำให้สวนแห่งนี้เป็นพื้นที่เรียนรู้ที่สมบูรณ์ ผู้ชมสามารถเข้าใจภาพรวมของมหาเวสสันดรชาดกตั้งแต่เหตุแห่งการบำเพ็ญบารมี การให้ทาน การออกเดินทางสู่ป่า การเผชิญบททดสอบ และการกลับคืนสู่เมืองในตอนท้าย
กัณฑ์ทศพรเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่กล่าวถึงพรสิบประการและการเตรียมปูพื้นความหมายของพระโพธิสัตว์ กัณฑ์หิมพานต์เชื่อมโยงกับป่าหิมพานต์และโลกในจินตนาการทางวรรณคดี กัณฑ์ทานกัณฑ์แสดงภาพการให้ทานอันยิ่งใหญ่ของพระเวสสันดร กัณฑ์วนปเวสน์สะท้อนการออกจากเมืองเข้าสู่ป่าเพื่อดำเนินวิถีแห่งการบำเพ็ญบารมี ส่วนกัณฑ์ชูชกเป็นตอนที่มีสีสันในวรรณคดีและช่วยให้ผู้ชมเห็นความแตกต่างของตัวละคร ความปรารถนา ความโลภ และผลของการกระทำได้อย่างชัดเจน
กัณฑ์จุลพนและกัณฑ์มหาพนช่วยขยายบรรยากาศของการเดินทางในป่า ทำให้เรื่องราวมีมิติของธรรมชาติ ความยากลำบาก และความเปลี่ยนแปลงของสถานที่ กัณฑ์กุมารและกัณฑ์มัทรีเป็นตอนที่สะเทือนใจและมีพลังทางอารมณ์สูง เพราะเกี่ยวข้องกับความรักของครอบครัว การเสียสละ และความทุกข์ที่เกิดจากการบำเพ็ญทานบารมีอย่างถึงที่สุด กัณฑ์สักกบรรพ กัณฑ์มหาราช กัณฑ์ฉกษัตริย์ และกัณฑ์นครกัณฑ์นำเรื่องไปสู่บทสรุปที่แสดงให้เห็นผลแห่งบารมี ความสมบูรณ์ของคุณธรรม และการกลับคืนสู่ความสงบของบ้านเมือง
จุดเด่นของสวนแห่งนี้คือการใช้รูปหล่อเป็นสื่อหลักในการเล่าเรื่อง รูปหล่อสีขาวให้ความรู้สึกสงบ สะอาด และโดดเด่นเมื่อตัดกับฉากหลังของบึงน้ำและท้องฟ้า รูปปั้นบางจุดแสดงตัวละครหลัก บางจุดแสดงเหตุการณ์สำคัญ บางจุดให้ภาพบรรยากาศของการเดินทางและการบำเพ็ญบารมี เมื่อนำทั้งหมดมาวางรอบพื้นที่สวน จึงเกิดเป็นเส้นทางเรียนรู้กลางแจ้งที่เหมาะกับทั้งผู้สนใจศิลปะ ผู้สนใจพุทธศาสนา นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และนักท่องเที่ยวทั่วไป
การก่อสร้างสวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดกใช้งบประมาณ 28,700,000 บาท โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นผู้ดำเนินการ และเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2545 จุดประสงค์สำคัญคือการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนออกกำลังกายของประชาชนในพื้นที่ การลงทุนก่อสร้างในรูปแบบสวนเชิงวรรณคดีเช่นนี้สะท้อนแนวคิดการพัฒนาพื้นที่สาธารณะที่ไม่เน้นเพียงความสวยงาม แต่ยังเพิ่มคุณค่าด้านความรู้ ศาสนา วัฒนธรรม และการใช้ประโยชน์ของประชาชนควบคู่กันไป
บ้านน้อยหัวฝาย หมู่ที่ 8 ตำบลรอบเมืองเป็นพื้นที่ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองร้อยเอ็ดมากนัก แต่มีบรรยากาศต่างจากใจกลางเมืองอย่างชัดเจน เส้นทางจากเมืองออกไปทางอำเภอจตุรพักตรพิมานทำให้ผู้มาเยือนได้เปลี่ยนจากบรรยากาศย่านเมืองเข้าสู่พื้นที่ชานเมืองที่โปร่งกว่า เงียบกว่า และเหมาะกับการพักผ่อนมากกว่า สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดกจึงเป็นจุดแวะที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการออกจากตัวเมืองเพียงระยะสั้น แต่ยังไม่ต้องเดินทางไกลไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างอำเภอ
การที่รถยนต์สามารถวิ่งรอบบริเวณได้เป็นข้อดีสำคัญสำหรับครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีเวลาจำกัด ผู้มาเยือนสามารถขับรถชมภาพรวมของสวนก่อนเลือกจอดตามจุดที่สนใจ จากนั้นเดินชมรูปหล่อใกล้ ๆ หรือถ่ายภาพริมบึงได้สะดวก รูปแบบการเที่ยวเช่นนี้ช่วยให้สถานที่เข้าถึงง่ายกว่าสวนที่ต้องเดินทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ และทำให้ผู้ที่เดินไม่สะดวกสามารถชมบรรยากาศหลักของสวนได้มากขึ้น
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวคือช่วงเช้าและช่วงเย็น ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินออกกำลังกาย ชมบรรยากาศสงบ และถ่ายภาพรูปหล่อในแสงอ่อน ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการนั่งพักริมบึง ชมแสงสะท้อนผิวน้ำ และขับรถชมพื้นที่รอบสวนก่อนพระอาทิตย์ตก ช่วงกลางวันสามารถเข้าชมได้เช่นกัน แต่ควรเตรียมหมวก ร่ม หรือน้ำดื่ม เพราะพื้นที่สวนมีลักษณะกลางแจ้งและแสงแดดอาจแรงในบางฤดูกาล
สำหรับนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพ สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดกมีมุมที่โดดเด่นหลายจุด ทั้งภาพรูปหล่อสีขาวริมบึง ภาพตัวละครในพระเวสสันดรชาดก ภาพช้างและขบวนผู้ติดตาม ภาพผืนน้ำตัดกับท้องฟ้า และภาพแนวถนนรอบสวนที่พาไปยังรูปหล่อแต่ละกัณฑ์ ความน่าสนใจของภาพถ่ายที่นี่ไม่ได้อยู่ที่สีสันจัดจ้าน แต่อยู่ที่ความเรียบ ความสงบ และเส้นสายของรูปหล่อสีขาวที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
สำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยว สวนแห่งนี้ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านภาพและพื้นที่จริง เด็กสามารถเห็นตัวละครจากชาดกในรูปแบบจับต้องได้ทางสายตา ได้เดินชมรอบบึง ได้พักผ่อนในพื้นที่เปิดโล่ง และได้เรียนรู้เรื่องการทำความดีผ่านเรื่องเล่าเชิงศีลธรรม ผู้ปกครองสามารถอธิบายเนื้อหาอย่างง่าย เช่น การแบ่งปัน การเสียสละ ความกตัญญู ความอดทน และผลของความโลภหรือความไม่พอดี ทำให้การเที่ยวสวนกลายเป็นกิจกรรมครอบครัวที่มีทั้งความเพลิดเพลินและสาระ
สำหรับผู้สนใจพุทธศาสนา สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดกเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจความสำคัญของทานบารมีในพุทธประวัติและชาดก พระเวสสันดรเป็นพระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีด้านการให้จนถึงที่สุด เรื่องราวนี้จึงถูกใช้ในการเทศน์มหาชาติและงานบุญผะเหวดในภาคอีสานมาอย่างยาวนาน การเดินชมรูปหล่อทั้ง 13 กัณฑ์จึงเป็นเหมือนการเดินผ่านแก่นธรรมของงานบุญผะเหวดในรูปแบบที่เห็นได้ด้วยตาและสัมผัสได้ในพื้นที่กลางแจ้ง
สวนแห่งนี้ยังเหมาะกับการออกกำลังกายแบบเรียบง่าย พื้นที่รอบบึงและถนนรอบบริเวณสามารถใช้เดิน วิ่ง หรือขี่จักรยานอย่างผ่อนคลายได้ตามช่วงเวลาที่เปิดให้บริการ บรรยากาศริมบึงช่วยให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่อ ผู้มาใช้พื้นที่สามารถเดินชมรูปหล่อไปพร้อมกับดูแลสุขภาพได้ในเวลาเดียวกัน การมีทั้งเนื้อหาทางวัฒนธรรมและพื้นที่ออกกำลังกายทำให้สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดกเป็นสวนที่มีประโยชน์หลายมิติ
เมื่อเทียบกับสถานที่ท่องเที่ยวใจกลางเมืองอย่างบึงพลาญชัยหรือหอโหวด 101 สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดกให้บรรยากาศที่เงียบและชานเมืองกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดจังหวะการเดินทาง พักจากความคึกคักของตัวเมือง และใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติรอบบึง ขณะเดียวกันก็ยังอยู่ใกล้เมืองพอให้จัดทริปร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวหลักของร้อยเอ็ดได้สะดวก นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวสวนแห่งนี้ในช่วงเช้า แล้วกลับเข้าเมืองเพื่อเที่ยวบึงพลาญชัย หอโหวด 101 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด หรือวัดบูรพาภิรามต่อได้ในวันเดียว
เส้นทางเที่ยวที่เหมาะสามารถเริ่มจากสวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดกในช่วงเช้า ใช้เวลาขับรถชมและเดินดูรูปหล่อรอบบึง จากนั้นกลับเข้าตัวเมืองเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน แล้วเที่ยวหอโหวด 101 บึงพลาญชัย และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดในช่วงบ่าย หากยังมีเวลา สามารถแวะวัดบูรพาภิรามเพื่อสักการะหลวงพ่อใหญ่หรือไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ดเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดเพิ่มเติม เส้นทางนี้ทำให้ได้สัมผัสทั้งวรรณคดีพุทธ ธรรมชาติชานเมือง และแลนด์มาร์คกลางเมืองร้อยเอ็ดครบในวันเดียว
ในช่วงเทศกาลบุญผะเหวดร้อยเอ็ด ผู้ที่สนใจเรื่องพระเวสสันดรชาดกจะเข้าใจความหมายของสวนแห่งนี้ได้ลึกขึ้น เพราะเนื้อหาในสวนสัมพันธ์กับประเพณีสำคัญของจังหวัดโดยตรง บุญผะเหวดเป็นงานบุญที่เกี่ยวข้องกับการฟังเทศน์มหาชาติครบ 13 กัณฑ์ และมีความเชื่อเรื่องอานิสงส์ของการฟังเทศน์พระเวสสันดรชาดก การมาเที่ยวสวนแห่งนี้ก่อนหรือหลังเข้าร่วมงานบุญผะเหวดจึงช่วยเติมเต็มความเข้าใจเรื่องราวได้อย่างดี
พื้นที่โดยรอบสวนมีลักษณะเป็นชานเมือง การจัดเตรียมตัวก่อนเดินทางจึงควรเน้นความพร้อมของรถ น้ำดื่ม และเวลาเดินทาง นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุด เพราะสามารถขับชมรอบสวนและเดินทางต่อไปยังตัวเมืองได้ง่าย ผู้ที่ใช้บริการรถรับจ้างควรนัดหมายเวลารับกลับให้ชัดเจน เนื่องจากพื้นที่ไม่ได้อยู่ในย่านร้านค้าใจกลางเมืองแบบบึงพลาญชัยหรือหอโหวด 101
ร้านอาหารที่สะดวกสำหรับการจัดทริปส่วนใหญ่อยู่บนเส้นทางกลับเข้าตัวเมืองร้อยเอ็ดและบริเวณบึงพลาญชัย ร้านชานเมือง101 สาขาร้อยเอ็ดเหมาะกับผู้ที่ต้องการก๋วยเตี๋ยวและอาหารจานเดียวในบรรยากาศร้านขนาดใหญ่ หอมนวลเป็นตัวเลือกคาเฟ่และร้านอาหารในพื้นที่รอบเมือง ปากหม้อพุพานเหมาะกับอาหารเช้าสไตล์เวียดนาม ส่วน Lakeview Restaurant และ Indy Cafe เหมาะกับการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มบริเวณริมบึงพลาญชัยหลังจากเที่ยวสวนเสร็จแล้ว
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวควรเลือกพักในตัวเมืองร้อยเอ็ดเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปยังสวนและสถานที่ท่องเที่ยวอื่น โรงแรมในตัวเมืองมีหลายระดับ เช่น M Grand Hotel Roi Et, The Premium Residence, โรงแรมเรือนริมน้ำ, HOP INN Roi Et และ The Rice Hotel Roi Et การพักในเมืองช่วยให้สามารถออกไปเที่ยวสวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดกในช่วงเช้า กลับมาเที่ยวบึงพลาญชัยในช่วงบ่าย และเดินทางต่อไปยังร้านอาหารหรือสถานที่สำคัญอื่นได้สะดวก
ข้อควรปฏิบัติเมื่อมาเที่ยวสวนคือรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะลงในบึงหรือบริเวณรูปหล่อ ไม่ปีนป่ายรูปปั้น ไม่ขีดเขียนหรือทำลายคำบรรยายประกอบ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้ที่มาออกกำลังกายหรือพักผ่อน และใช้รถยนต์ด้วยความระมัดระวังเมื่อขับชมรอบพื้นที่ เนื่องจากมีผู้เดินชมและครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยวในบริเวณเดียวกัน การใช้พื้นที่อย่างมีมารยาทช่วยรักษาคุณค่าของสวนให้เป็นแหล่งเรียนรู้และพื้นที่พักผ่อนที่ดีต่อไป
สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดกจึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าครบทั้งด้านการท่องเที่ยว การเรียนรู้ การพักผ่อน และการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย ผ่านการนำมหาเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์มาสร้างเป็นรูปหล่อกลางสวนริมบึงขนาดใหญ่ ผู้มาเยือนจะได้เห็นภาพของศิลปะ ศาสนา วรรณคดี และภูมิทัศน์ชุมชนผสมผสานกันอย่างชัดเจน ที่นี่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวร้อยเอ็ดในมุมสงบและมีเนื้อหา ไม่ใช่เพียงแวะถ่ายภาพ แต่เป็นการใช้เวลาทำความเข้าใจเรื่องเล่าที่มีความสำคัญต่อวิถีบุญผะเหวดและวัฒนธรรมอีสาน
เมื่อมองในภาพรวม สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดกเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ช่วยเติมเต็มแผนท่องเที่ยวเมืองร้อยเอ็ดให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น หากบึงพลาญชัยคือสัญลักษณ์กลางเมือง หอโหวด 101 คือภาพแทนความร่วมสมัยของจังหวัด และวัดบูรพาภิรามคือศูนย์รวมศรัทธาในตัวเมือง สวนแห่งนี้คือพื้นที่ที่เล่าเรื่องวรรณคดีพุทธผ่านภูมิทัศน์กลางแจ้งอย่างเป็นรูปธรรม เหมาะสำหรับการเดินทางแบบครอบครัว การเรียนรู้นอกห้องเรียน การออกกำลังกายริมบึง และการพักผ่อนในบรรยากาศที่เงียบกว่าตัวเมืองร้อยเอ็ด
| ชื่อสถานที่ | สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดก |
| ที่ตั้ง | บ้านน้อยหัวฝาย หมู่ที่ 8 ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด |
| ที่อยู่ | บ้านน้อยหัวฝาย หมู่ที่ 8 ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 |
| พิกัด | 16.024655, 103.636896 |
| ไฮไลต์ | สวนสาธารณะริมบึงขนาดใหญ่ มีรูปหล่อพระเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์ จัดวางรอบพื้นที่ สามารถขับรถชมบริเวณสวนได้ |
| ประวัติ / ความสำคัญ | สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว สถานที่พักผ่อน และพื้นที่ออกกำลังกายของประชาชน ใช้งบประมาณก่อสร้าง 28,700,000 บาท โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นผู้ดำเนินการ และเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2545 |
| ลักษณะเด่น | เป็นสวนเชิงวรรณคดีพุทธศาสนาที่นำเรื่องมหาเวสสันดรชาดกมาจัดแสดงผ่านรูปหล่อกลางแจ้งรอบบึง เหมาะกับการเรียนรู้ การพักผ่อน ถ่ายภาพ และออกกำลังกาย |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พื้นที่บึงขนาดใหญ่รอบสวน 2. เส้นทางรถยนต์ชมรอบบริเวณสวน 3. โซนรูปหล่อกัณฑ์ทศพร 4. โซนรูปหล่อกัณฑ์หิมพานต์ 5. โซนรูปหล่อกัณฑ์ทานกัณฑ์ 6. โซนรูปหล่อกัณฑ์วนปเวสน์ 7. โซนรูปหล่อกัณฑ์ชูชก 8. โซนรูปหล่อกัณฑ์จุลพน 9. โซนรูปหล่อกัณฑ์มหาพน 10. โซนรูปหล่อกัณฑ์กุมาร 11. โซนรูปหล่อกัณฑ์มัทรี 12. โซนรูปหล่อกัณฑ์สักกบรรพ 13. โซนรูปหล่อกัณฑ์มหาราช 14. โซนรูปหล่อกัณฑ์ฉกษัตริย์ 15. โซนรูปหล่อกัณฑ์นครกัณฑ์ 16. พื้นที่พักผ่อนและถ่ายภาพริมบึง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปทางอำเภอจตุรพักตรพิมานประมาณ 10 กิโลเมตร เข้าสู่บ้านน้อยหัวฝาย หมู่ที่ 8 ตำบลรอบเมือง สามารถค้นหาชื่อ “สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดก” ในแอปพลิเคชันแผนที่ หรือใช้พิกัด 16.024655, 103.636896 |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นสวนสาธารณะ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่พักผ่อนออกกำลังกายของประชาชน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | เส้นทางรถยนต์ชมรอบสวน พื้นที่เดินชมรูปหล่อ พื้นที่พักผ่อนริมบึง พื้นที่ออกกำลังกาย และจุดถ่ายภาพกลางแจ้ง |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานพื้นที่ | องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นหน่วยงานผู้ดำเนินการก่อสร้าง พื้นที่ตั้งอยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลรอบเมือง |
| เบอร์ติดต่อหลัก | องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด โทร. 043-511-055 องค์การบริหารส่วนตำบลรอบเมือง โทร. 043-519814 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. หอโหวด 101 ประมาณ 10 กม. โทร. 043-511222 2. บึงพลาญชัย ประมาณ 10 กม. 3. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ประมาณ 10 กม. โทร. 043-511222 4. วัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวง ประมาณ 10 กม. 5. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 10.5 กม. โทร. 0 4351 1286 6. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด ประมาณ 11 กม. 7. วัดบูรพาภิราม ประมาณ 12 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ชานเมือง101 สาขาร้อยเอ็ด ประมาณ 7 กม. โทร. 098-102-3015 2. หอมนวล ประมาณ 8 กม. โทร. 082-652-9592 3. ปากหม้อพุพาน ร้อยเอ็ด ประมาณ 10 กม. โทร. 062-332-2465 4. บายโม ประมาณ 10 กม. โทร. 043-511-559 5. Indy Cafe ประมาณ 10 กม. โทร. 083-328-6446 6. Lakeview Restaurant ประมาณ 10.5 กม. โทร. 093-320-8126 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. M Grand Hotel Roi Et ประมาณ 10 กม. โทร. 061-021-4848 2. The Premium Residence ประมาณ 11 กม. โทร. 043-518-655 3. โรงแรมเรือนริมน้ำ ประมาณ 11 กม. โทร. 043-518-967 4. HOP INN Roi Et ประมาณ 12 กม. โทร. 02-080-2222 5. The Rice Hotel Roi Et ประมาณ 13 กม. โทร. 043-519-999 6. โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น ประมาณ 13 กม. โทร. 043-519-007 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดกอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่บ้านน้อยหัวฝาย หมู่ที่ 8 ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปทางอำเภอจตุรพักตรพิมานประมาณ 10 กิโลเมตร
ถาม: สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดกเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
ถาม: จุดเด่นของสวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดกคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือรูปหล่อพระเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์ที่จัดวางรอบบึงขนาดใหญ่ พร้อมเส้นทางให้รถยนต์วิ่งชมรอบบริเวณสวนได้
ถาม: สวนแห่งนี้เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจวรรณคดีพุทธศาสนา ผู้ที่ต้องการเดินเล่น ออกกำลังกาย ถ่ายภาพ และพักผ่อนในบรรยากาศสงบริมบึง
ถาม: พระเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์มีอะไรบ้าง?
ตอบ: ประกอบด้วยกัณฑ์ทศพร กัณฑ์หิมพานต์ กัณฑ์ทานกัณฑ์ กัณฑ์วนปเวสน์ กัณฑ์ชูชก กัณฑ์จุลพน กัณฑ์มหาพน กัณฑ์กุมาร กัณฑ์มัทรี กัณฑ์สักกบรรพ กัณฑ์มหาราช กัณฑ์ฉกษัตริย์ และกัณฑ์นครกัณฑ์
ถาม: เดินทางไปสวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดกอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปทางอำเภอจตุรพักตรพิมานประมาณ 10 กิโลเมตร เข้าสู่บ้านน้อยหัวฝาย ตำบลรอบเมือง หรือใช้พิกัด 16.024655, 103.636896 ในแอปพลิเคชันแผนที่
ถาม: เที่ยวสวนแห่งนี้แล้วไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อได้ที่หอโหวด 101 บึงพลาญชัย สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด วัดบึงพระลานชัย สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด และวัดบูรพาภิราม
ถาม: ต้องติดต่อหน่วยงานใดสำหรับข้อมูลพื้นที่?
ตอบ: ติดต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด โทร. 043-511-055 หรือองค์การบริหารส่วนตำบลรอบเมือง โทร. 043-519814
หมวดหมู่: ●บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
กลุ่ม: ●ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว



