หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.เมืองร้อยเอ็ด >ต.เหนือเมือง > ศูนย์วิจัย และพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ด
TL;DR: ศูนย์วิจัย และพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ด อยู่ที่ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นสถานที่เชิงวิชาการและแหล่งศึกษาดูงานที่เน้นแปลงทดลองจริง งานวิจัยภาคสนาม การสาธิตเทคโนโลยีการผลิตพืช.
ศูนย์วิจัย และพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ด

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ด เป็นแหล่งเรียนรู้และหน่วยงานวิชาการด้านพืชที่มีบทบาทสำคัญต่อภาคเกษตรกรรมของจังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ที่ 401 หมู่ 16 ถนนแจ้งสนิท ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 ภายใต้สังกัดสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 กรมวิชาการเกษตร ศูนย์แห่งนี้มีบทบาททั้งด้านการวิจัย การทดลอง การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตพืช การสาธิตวิธีการพัฒนาการเกษตรแบบบูรณาการ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา กลุ่มศึกษาดูงาน และผู้สนใจด้านการเกษตร โดยเฉพาะการวิจัยพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของจังหวัดร้อยเอ็ด เช่น ไร่อ้อยเพื่อการวิจัยและพัฒนา แปลงทดลองพืชไร่ แปลงทดลองนา และพื้นที่เรียนรู้ด้านการจัดการพืชตามสภาพพื้นที่จริง
จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญของภาคอีสาน ผู้คนจำนวนมากมีวิถีชีวิตสัมพันธ์กับการปลูกข้าว พืชไร่ พืชเศรษฐกิจ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในระดับครัวเรือนและชุมชน ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดจึงเป็นสถานที่ที่ช่วยเชื่อมโยงงานวิจัยภาคสนามกับชีวิตจริงของเกษตรกรในพื้นที่ การทดลองหนึ่งแปลงไม่ได้มีความหมายเพียงการปลูกพืชให้ได้ผลผลิต แต่เป็นการศึกษาว่าพันธุ์พืช วิธีปลูก การจัดการน้ำ ดิน ปุ๋ย โรค แมลง และสภาพภูมิอากาศของพื้นที่ส่งผลต่อการผลิตอย่างไร เมื่อผลการทดลองถูกนำมาวิเคราะห์และถ่ายทอดต่อไป เกษตรกรในพื้นที่จึงมีโอกาสได้รับองค์ความรู้ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของตนเองมากขึ้น
แนวคิดสำคัญของศูนย์แห่งนี้คือการทำให้การพัฒนาเกษตรกรรมตั้งอยู่บนฐานของวิทยาศาสตร์และข้อมูลจริง พื้นที่เกษตรของแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกันทั้งด้านดิน น้ำ ฝน อุณหภูมิ โรคพืช แมลงศัตรูพืช ต้นทุนการผลิต และรูปแบบการใช้แรงงาน การใช้คำแนะนำแบบเดียวกันกับทุกพื้นที่จึงไม่สามารถตอบโจทย์เกษตรกรได้ทั้งหมด ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดทำหน้าที่เป็นจุดทดสอบและปรับองค์ความรู้เหล่านั้นให้เหมาะกับพื้นที่ร้อยเอ็ด เพื่อให้การผลิตพืชมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง และเพิ่มความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว
จุดเด่นที่ผู้มาเยือนมักสนใจคือแปลงทดลองทางการเกษตร โดยเฉพาะแปลงทดลองนาและแปลงพืชไร่ที่ใช้สำหรับทดสอบพันธุ์พืชและวิธีการจัดการแปลงจริง การเห็นแปลงทดลองในพื้นที่ภาคสนามช่วยให้เข้าใจว่าการเกษตรสมัยใหม่ไม่ได้พึ่งพาเพียงประสบการณ์ส่วนบุคคล แต่ต้องอาศัยการวางแผน ทดลองซ้ำ เปรียบเทียบผล เก็บข้อมูล และประเมินความเหมาะสมอย่างเป็นระบบ แปลงแต่ละส่วนอาจมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน เช่น เปรียบเทียบพันธุ์พืช ศึกษาระยะปลูก ทดลองสูตรการจัดการปุ๋ย ประเมินการใช้น้ำ ทดสอบการตอบสนองต่อโรคและแมลง หรือสาธิตเทคโนโลยีการผลิตที่เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ได้
การสาธิตวิธีการพัฒนาการเกษตรแบบบูรณาการเป็นอีกบทบาทสำคัญของศูนย์ เพราะการเกษตรที่ยั่งยืนไม่สามารถพิจารณาเฉพาะพืชชนิดใดชนิดหนึ่งโดยแยกขาดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ การจัดการแปลงเกษตรต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่การเลือกพันธุ์พืช การเตรียมดิน การจัดการน้ำ การใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม การควบคุมศัตรูพืช การจัดการเศษวัสดุ การลดต้นทุน การใช้แรงงาน และการวางแผนผลผลิตให้สัมพันธ์กับตลาด การเรียนรู้แบบบูรณาการจึงทำให้ผู้เข้าชมเห็นภาพรวมของเกษตรกรรมในฐานะระบบชีวิตและระบบเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงขั้นตอนการปลูกพืชแบบแยกส่วน
แปลงนาในศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดมีคุณค่าในฐานะห้องเรียนภาคสนามของจังหวัดที่มีพื้นฐานทางการเกษตรผูกพันกับข้าวอย่างลึกซึ้ง การทำนาในแปลงทดลองทำให้เห็นตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การจัดการต้นกล้า การปลูก การดูแลน้ำ การควบคุมวัชพืช การเฝ้าระวังโรคและแมลง ไปจนถึงการประเมินผลผลิต เมื่อเทียบกับภาพทุ่งนาทั่วไป แปลงทดลองมีรายละเอียดเชิงวิชาการมากกว่า เพราะทุกขั้นตอนมีเป้าหมายในการเก็บข้อมูลและหาข้อสรุปที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้
สำหรับพืชไร่ ศูนย์แห่งนี้มีความสำคัญในฐานะพื้นที่ทดลองพืชที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของร้อยเอ็ด เช่น อ้อย ถั่วลิสง พืชอาหารสัตว์ พืชอายุสั้น หรือพืชเศรษฐกิจที่ใช้หมุนเวียนในระบบเกษตรของชุมชน ไร่อ้อยเพื่อการวิจัยและพัฒนาเป็นตัวอย่างที่ดีของการศึกษาพืชเศรษฐกิจซึ่งต้องคำนึงถึงพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดี ความทนทานต่อสภาพพื้นที่ การจัดการดิน การใช้น้ำ และต้นทุนการผลิต อ้อยไม่ใช่เพียงพืชที่ปลูกเพื่ออุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นพืชที่ต้องอาศัยความรู้ด้านพันธุ์พืช เทคโนโลยีการผลิต และการจัดการแปลงอย่างเป็นระบบ
การวิจัยพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นงานที่มีผลต่อเกษตรกรโดยตรง พันธุ์พืชที่ดีในพื้นที่หนึ่งอาจไม่ได้เหมาะกับอีกพื้นที่หนึ่ง หากดิน ฝน น้ำ หรือโรคพืชแตกต่างกัน การทดสอบพันธุ์ในพื้นที่จริงจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการแนะนำให้เกษตรกรนำไปใช้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดทำหน้าที่ประเมินความเหมาะสมเหล่านี้ผ่านแปลงทดลองและกิจกรรมภาคสนาม เพื่อให้พืชที่นำไปส่งเสริมมีโอกาสประสบความสำเร็จในสภาพจริงมากขึ้น
บทบาทของกรมวิชาการเกษตรเกี่ยวข้องกับการศึกษา วิจัยและพัฒนาพืช เครื่องจักรกลการเกษตร และปัจจัยการผลิต รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพืช การให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบ ตรวจสอบ รับรองมาตรฐานสินค้าพืช และการให้คำแนะนำเกี่ยวกับดิน น้ำ ปุ๋ย พืช วัสดุการเกษตร ผลผลิต และผลิตภัณฑ์พืช ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดจึงเป็นหน่วยงานภูมิภาคที่ทำให้ภารกิจระดับประเทศเหล่านี้เข้าใกล้พื้นที่เกษตรจริงในจังหวัดร้อยเอ็ดมากขึ้น
ในมุมของเกษตรกร ศูนย์แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ช่วยลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการใช้งานจริง เพราะเกษตรกรจำนวนมากต้องตัดสินใจเกี่ยวกับพันธุ์พืช ปุ๋ย โรค แมลง ต้นทุน และวิธีจัดการแปลงภายใต้ความเสี่ยงด้านราคาและสภาพอากาศ การมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่วิจัย ทดลอง และถ่ายทอดเทคโนโลยีในพื้นที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงความรู้ที่ผ่านการทดลองมากขึ้น ไม่ต้องรับความเสี่ยงจากการลองผิดลองถูกด้วยตนเองทั้งหมด และสามารถนำแนวคิดจากแปลงสาธิตไปปรับใช้กับไร่นาของตนเองได้ตามความเหมาะสม
ในมุมของนักเรียนและนักศึกษา ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดเป็นพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนที่ทำให้วิทยาศาสตร์การเกษตรมองเห็นได้จริง เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้เรื่องชีววิทยาของพืช ดิน น้ำ ปุ๋ย ระบบนิเวศ แมลง โรคพืช พลังงานแรงงาน และเศรษฐกิจการผลิตผ่านแปลงจริง การเห็นพืชในระยะต่าง ๆ ของการเจริญเติบโตช่วยให้เข้าใจบทเรียนที่อยู่ในหนังสือได้ดีขึ้น และทำให้เห็นว่าอาชีพเกษตรกรรมยุคใหม่ต้องใช้ความรู้ การวิเคราะห์ และเทคโนโลยีมากเพียงใด
ในมุมของนักท่องเที่ยวเชิงความรู้ ศูนย์แห่งนี้ช่วยเติมภาพของร้อยเอ็ดให้ครบกว่าการชมแลนด์มาร์กกลางเมืองเพียงอย่างเดียว ร้อยเอ็ดไม่ได้มีเฉพาะบึงพลาญชัย หอโหวด 101 วัดบูรพาภิราม หรือประเพณีบุญผะเหวด แต่ยังมีฐานเกษตรกรรมที่เป็นชีวิตจริงของผู้คนจำนวนมาก การเข้าชมศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดจึงช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับชนบท ความรู้กับการผลิต และวิทยาศาสตร์กับวิถีชีวิตอีสานได้อย่างชัดเจน
พื้นที่ภายในศูนย์ประกอบด้วยส่วนสำคัญหลายประเภท ได้แก่ อาคารสำนักงานและจุดติดต่อเจ้าหน้าที่ แปลงทดลองนา แปลงทดลองพืชไร่ ไร่อ้อยเพื่อการวิจัยและพัฒนา แปลงสาธิตเทคโนโลยีการผลิตพืช พื้นที่อบรมและถ่ายทอดความรู้ พื้นที่บริการวิชาการด้านดิน ปุ๋ย พืช และปัจจัยการผลิต รวมถึงบ้านพักรับรองของหน่วยงาน พื้นที่เหล่านี้ทำงานร่วมกันในฐานะศูนย์กลางด้านวิชาการเกษตรที่ไม่ได้มีเพียงแปลงปลูกพืช แต่มีระบบสนับสนุนการวิจัย การอบรม และการบริการแก่ผู้เข้ารับความรู้
บ้านพักรับรองที่มีอยู่ในพื้นที่ช่วยรองรับภารกิจของหน่วยงานและการต้อนรับคณะในบางโอกาส โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ หรือผู้เดินทางมาปฏิบัติงานด้านเกษตรในพื้นที่ การมีบ้านพักรับรองสะท้อนลักษณะของศูนย์ที่เป็นพื้นที่ปฏิบัติงานภาคสนาม ไม่ใช่เพียงอาคารสำนักงานทั่วไป เพราะงานวิจัยด้านพืชต้องอาศัยการติดตามผลในหลายช่วงเวลา การดูแลแปลง และการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนหรือหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
ไร่อ้อยเพื่อการวิจัยและพัฒนาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่แสดงความเชื่อมโยงระหว่างพืชเศรษฐกิจกับงานวิชาการได้ชัดเจน อ้อยเป็นพืชที่เกี่ยวข้องกับระบบอุตสาหกรรม น้ำตาล พลังงาน และรายได้ของเกษตรกร การทดลองเกี่ยวกับอ้อยจึงครอบคลุมหลายมิติ ตั้งแต่พันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ การแตกกอ ความสูง น้ำหนักลำ ความหวาน ความต้านทานโรค การจัดการปุ๋ย การเตรียมดิน และรอบการเก็บเกี่ยว เมื่อองค์ความรู้เหล่านี้ได้รับการทดลองและสาธิตในพื้นที่จริง เกษตรกรสามารถเห็นตัวอย่างก่อนตัดสินใจปรับระบบการผลิตของตนเอง
แปลงทดลองพืชไร่อื่น ๆ ยังช่วยให้ผู้เรียนเห็นความหลากหลายของระบบเกษตรอีสาน พืชบางชนิดเหมาะสำหรับปลูกหลังนา บางชนิดช่วยเพิ่มรายได้ระหว่างฤดูกาล บางชนิดใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์หรืออุตสาหกรรม และบางชนิดมีบทบาทต่อการปรับปรุงดินหรือการหมุนเวียนพื้นที่ปลูก การศึกษาพืชไร่ในบริบทนี้ทำให้เห็นว่าการพัฒนาการเกษตรแบบบูรณาการต้องมองทั้งผลผลิต รายได้ ความเสี่ยง ทรัพยากร และความเหมาะสมของแรงงานในครัวเรือน
การถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้ศูนย์วิจัยไม่หยุดอยู่ที่การผลิตรายงานหรือผลการทดลองเท่านั้น แต่ส่งต่อความรู้ไปสู่ผู้ใช้จริง กิจกรรมอบรมเกษตรกร การสาธิตในแปลง การออกหน่วยบริการ และการให้คำแนะนำเชิงวิชาการช่วยให้เกษตรกรเห็นวิธีปฏิบัติด้วยตนเอง เนื้อหาที่ถ่ายทอดอาจเกี่ยวข้องกับการผลิตพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ การผลิตเมล็ดพันธุ์ การผลิตเห็ด การใช้ชีวภัณฑ์ การจัดการศัตรูพืช การใช้ปัจจัยการผลิตอย่างถูกต้อง และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในแปลงเกษตร
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดยังมีบทบาทด้านการควบคุมและบริการวิชาการเกี่ยวกับปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญต่อความปลอดภัยและมาตรฐานการผลิตพืช ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ วัตถุอันตรายทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ด้านพืชล้วนมีผลต่อผลผลิต ต้นทุน ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม การมีหน่วยงานที่ให้ความรู้และกำกับดูแลในระดับพื้นที่ช่วยให้การใช้ปัจจัยการผลิตมีความถูกต้องมากขึ้น และลดปัญหาที่เกิดจากการใช้ข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเข้าศึกษาดูงานขึ้นอยู่กับชนิดพืชและฤดูกาลผลิต หากต้องการเห็นภาพแปลงเขียวและการเจริญเติบโตของพืช ฤดูฝนและช่วงต้นฤดูปลูกมักเหมาะกับการชมกระบวนการเติบโตของต้นพืช หากต้องการเห็นผลผลิต ความแตกต่างของพันธุ์ หรือการประเมินผลการทดลอง ช่วงก่อนเก็บเกี่ยวจะให้ภาพที่ชัดเจนกว่า การมาเป็นคณะควรประสานกับศูนย์ล่วงหน้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดเส้นทางการเรียนรู้และช่วงเวลาที่สอดคล้องกับแปลงทดลองจริงในขณะนั้น
การเข้าชมพื้นที่วิจัยควรปฏิบัติตามมารยาทของหน่วยงานราชการและพื้นที่ทดลองอย่างเคร่งครัด ผู้เข้าชมไม่ควรเดินเข้าแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ควรเด็ดใบ เก็บเมล็ดพันธุ์ หรือเก็บตัวอย่างพืช ไม่ควรสัมผัสอุปกรณ์วิจัย และไม่ควรเหยียบย่ำแปลงที่จัดทำไว้ เพราะแปลงทดลองแต่ละแปลงมีข้อมูลที่ต้องควบคุมอย่างละเอียด การรบกวนพื้นที่เพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อความถูกต้องของการทดลองและการเก็บข้อมูลภาคสนาม
การเดินทางมายังศูนย์ทำได้สะดวกจากตัวเมืองร้อยเอ็ด ใช้เส้นทางถนนแจ้งสนิทมุ่งหน้าตำบลเหนือเมือง ศูนย์ตั้งอยู่ในแนวเส้นทางที่เชื่อมต่อพื้นที่เมืองกับพื้นที่เกษตรรอบนอก ผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งปลายทางมายังศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดหรือใช้พิกัด 16.070388, 103.602516 เป็นจุดอ้างอิง หากเดินทางเป็นคณะศึกษาดูงาน ควรติดต่อศูนย์ล่วงหน้าที่หมายเลข 043-624161 เพื่อประสานเวลาเข้าชม เจ้าหน้าที่ พื้นที่จอดรถ และรูปแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้เข้าชม
สำหรับผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัว สามารถเดินทางเข้าตัวเมืองร้อยเอ็ดก่อน แล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่น รถเหมาบริการ หรือรถของคณะไปยังศูนย์ได้ ระยะทางจากพื้นที่กลางเมือง เช่น บึงพลาญชัย หอโหวด 101 หรือศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ในระยะที่เดินทางต่อได้ไม่ยาก การจัดเส้นทางแบบครึ่งวันสามารถเริ่มจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดในช่วงเช้า แล้วเดินทางกลับเข้าตัวเมืองเพื่อเที่ยวบึงพลาญชัย หอโหวด 101 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด หรือประตูสาเกตนครในช่วงบ่าย
บริเวณโดยรอบศูนย์มีร้านอาหารตามแนวถนนแจ้งสนิทและร้านในเขตตัวเมืองที่สามารถใช้เป็นจุดพักหลังศึกษาดูงานได้ ร้านอาหารใกล้ศูนย์เหมาะกับผู้ที่เดินทางเป็นคณะหรือครอบครัวที่ต้องการรับประทานอาหารก่อนกลับเข้าตัวเมือง ส่วนที่พักมีทั้งโรงแรมใกล้แนวถนนแจ้งสนิทและโรงแรมในเมืองร้อยเอ็ด การเลือกที่พักใกล้เมืองจะสะดวกสำหรับการเที่ยวต่อไปยังแลนด์มาร์กหลัก ส่วนการเลือกที่พักใกล้เส้นทางแจ้งสนิทเหมาะกับคณะที่ต้องเริ่มกิจกรรมศึกษาดูงานตั้งแต่เช้า
หากมองในมิติการท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดเป็นสถานที่ที่ช่วยทำให้ผู้มาเยือนเห็นเบื้องหลังของอาหารและพืชเศรษฐกิจที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ข้าว อ้อย ถั่วลิสง พืชไร่ และพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของเกษตรกร นักวิชาการ หน่วยงานรัฐ สภาพพื้นที่ และองค์ความรู้ที่พัฒนาต่อเนื่อง การได้ยืนอยู่ข้างแปลงทดลองจึงทำให้เห็นว่าเมล็ดพันธุ์หนึ่งเมล็ดมีเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ และสังคมอยู่เบื้องหลังมากเพียงใด
ศูนย์แห่งนี้ยังช่วยย้ำว่าการเกษตรของร้อยเอ็ดไม่ได้หยุดอยู่กับภาพชนบทแบบดั้งเดิม แต่กำลังพัฒนาไปสู่การเกษตรที่ใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เกษตรกรรุ่นใหม่ต้องเผชิญความท้าทายทั้งเรื่องต้นทุนแรงงาน ภัยแล้ง น้ำท่วม โรคพืช ความผันผวนของตลาด และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การมีศูนย์วิจัยในพื้นที่ช่วยให้จังหวัดมีฐานความรู้รองรับการปรับตัวเหล่านี้ และทำให้การพัฒนาการเกษตรเชื่อมโยงกับบริบทจริงมากขึ้น
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจวิถีเกษตรไทย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายอีสานในมิติที่ลึกกว่าอาหารและทิวทัศน์ทุ่งนา ผู้เข้าชมจะเห็นว่าการปลูกพืชในไทยมีทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่อยู่ร่วมกัน มีทั้งงานวิจัยภาครัฐ การสาธิตภาคสนาม การถ่ายทอดเทคโนโลยี และความพยายามในการปรับการผลิตให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่ การแปลความหมายของสถานที่นี้ให้ชาวต่างชาติเข้าใจจึงควรเน้นว่าเป็นศูนย์เรียนรู้ภาคสนามของเกษตรกรรมไทยในระดับจังหวัด
ในภาพรวม ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทั้งในฐานะหน่วยงานราชการด้านวิชาการเกษตร แหล่งเรียนรู้ภาคสนาม พื้นที่สาธิตการพัฒนาเกษตรแบบบูรณาการ แหล่งวิจัยพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับจังหวัดร้อยเอ็ด และจุดหมายสำหรับการศึกษาดูงานด้านเกษตรกรรม ผู้ที่ต้องการรู้จักร้อยเอ็ดอย่างครบถ้วนควรมองสถานที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพจังหวัด เพราะร้อยเอ็ดไม่ได้มีเพียงเมือง วัด บึง และประเพณี แต่ยังมีพื้นที่วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่ทำงานอยู่เบื้องหลังความมั่นคงทางอาหาร รายได้ของเกษตรกร และอนาคตของชุมชนเกษตรในภาคอีสาน
| ชื่อสถานที่ | ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ด |
| ชื่อเดิม / ชื่อที่เกี่ยวข้อง | สถานีทดลองพืชไร่กรมวิชาการเกษตร จังหวัดร้อยเอ็ด |
| ที่ตั้ง | ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด |
| ที่อยู่ | 401 หมู่ 16 ถนนแจ้งสนิท ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 |
| พิกัด | 16.070388, 103.602516 |
| ไฮไลต์ | แหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรกรรม การสาธิตวิธีการพัฒนาการเกษตรแบบบูรณาการ แปลงทดลองนา แปลงทดลองพืชไร่ ไร่อ้อยเพื่อการวิจัยและพัฒนา และการวิจัยพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของจังหวัดร้อยเอ็ด |
| ประวัติ / บทบาท | เป็นหน่วยงานด้านวิชาการเกษตรในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด มีบทบาทด้านการวิจัย ทดลอง พัฒนา สาธิต และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพืชให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาพืชไร่และระบบเกษตรของชุมชน |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อสถานที่สะท้อนบทบาทของศูนย์ในฐานะหน่วยงานวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตรของจังหวัดร้อยเอ็ด ภายใต้กรมวิชาการเกษตร |
| ลักษณะเด่น | เป็นสถานที่เชิงวิชาการและแหล่งศึกษาดูงานที่เน้นแปลงทดลองจริง งานวิจัยภาคสนาม การสาธิตเทคโนโลยีการผลิตพืช และการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับเกษตรกรในพื้นที่ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้ถนนแจ้งสนิทมุ่งหน้าตำบลเหนือเมือง สามารถตั้งปลายทางมายังศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ด หรือใช้พิกัด 16.070388, 103.602516 เป็นจุดอ้างอิงในการเดินทาง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการเป็นหน่วยงานวิจัย พัฒนา บริการวิชาการ และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านพืชในจังหวัดร้อยเอ็ด |
| วันเปิดทำการ | วันจันทร์ – วันศุกร์ |
| วันหยุดทำการ | วันเสาร์ และวันอาทิตย์ |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อาคารสำนักงาน พื้นที่ติดต่อเจ้าหน้าที่ แปลงทดลอง แปลงสาธิต พื้นที่อบรม พื้นที่บริการวิชาการ บ้านพักรับรอง และพื้นที่รองรับคณะศึกษาดูงานตามภารกิจของหน่วยงาน |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. อาคารสำนักงานและจุดติดต่อเจ้าหน้าที่ 2. แปลงทดลองนา 3. แปลงทดลองพืชไร่ 4. ไร่อ้อยเพื่อการวิจัยและพัฒนา 5. แปลงสาธิตการพัฒนาการเกษตรแบบบูรณาการ 6. พื้นที่อบรมและถ่ายทอดความรู้ 7. พื้นที่บริการวิชาการด้านดิน ปุ๋ย พืช และปัจจัยการผลิต 8. บ้านพักรับรองของหน่วยงาน |
| องค์ความรู้ที่น่าสนใจ | การทำนาในแปลงทดลอง การวิจัยพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ ไร่อ้อยเพื่อการวิจัยและพัฒนา การจัดการดินและปุ๋ย การควบคุมศัตรูพืช การจัดการน้ำ การใช้เมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสม การลดต้นทุนการผลิต และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกร |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบ | ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ด สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 กรมวิชาการเกษตร |
| ผู้อำนวยการ | นางพรศุลี อิศรางกูร ณ อยุธยา |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 043-624161 |
| โทรสาร | 043-624162 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | oard4.doa.go.th/roiet, Facebook: ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ด |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บึงพลาญชัย ประมาณ 6 กม. 2. หอโหวด 101 ประมาณ 6 กม. โทร. 043-511222 3. ประตูสาเกตนคร ประมาณ 6 กม. 4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ประมาณ 6 กม. โทร. 043-514456 ต่อ 101 5. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ประมาณ 6 กม. 6. วัดบูรพาภิราม ประมาณ 7 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวเฮียปราย 1 ประมาณ 1 กม. โทร. 098-301-2004 2. Afternoon Walk / Afternoon Bar & Bistro ประมาณ 1 กม. โทร. 086-656-6112 3. ร้านชานเมือง ถนนแจ้งสนิท ประมาณ 2 กม. โทร. 043-514-776 4. ต้มตำแจ้งสนิท ประมาณ 3 กม. 5. Lakeview Restaurant ประมาณ 6 กม. โทร. 093-320-8126 6. ร้านนายฉุ่ย ก๋วยเตี๋ยวหมูวินเทจ ประมาณ 6 กม. โทร. 093-638-8323 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Boonbundal Hotel ประมาณ 5 กม. โทร. 043-624-624 2. Le Park 23 Boutique Resort ประมาณ 5 กม. โทร. 043-513-444 3. The Bed Hotel 101 ประมาณ 6 กม. โทร. 043-032-142 4. 101 Hotel ประมาณ 6 กม. โทร. 043-513-999, 065-119-6999 5. HOP INN Roi Et ประมาณ 7 กม. โทร. 02-080-2222 6. Rueanrimnam Hotel ประมาณ 7 กม. โทร. 043-518-967 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่ 401 หมู่ 16 ถนนแจ้งสนิท ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000
ถาม: ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. และปิดวันเสาร์กับวันอาทิตย์
ถาม: ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ผู้สนใจควรติดต่อศูนย์โดยตรงก่อนเข้าศึกษาดูงาน เพราะเป็นพื้นที่ราชการและพื้นที่วิจัยภาคสนาม ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวทั่วไปที่มีระบบจำหน่ายบัตรเข้าชม
ถาม: จุดเด่นของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรร้อยเอ็ดคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการสาธิตวิธีการพัฒนาการเกษตรแบบบูรณาการ แปลงทดลองนา แปลงทดลองพืชไร่ ไร่อ้อยเพื่อการวิจัยและพัฒนา และการวิจัยพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของจังหวัดร้อยเอ็ด
ถาม: สถานที่นี้เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ นักวิจัย กลุ่มศึกษาดูงาน หน่วยงานด้านเกษตร และผู้สนใจเรียนรู้เรื่องการพัฒนาการเกษตรภาคสนาม
ถาม: ภายในศูนย์มีโซนอะไรน่าสนใจบ้าง?
ตอบ: มีอาคารสำนักงาน แปลงทดลองนา แปลงทดลองพืชไร่ ไร่อ้อยเพื่อการวิจัยและพัฒนา แปลงสาธิตการเกษตรแบบบูรณาการ พื้นที่อบรม พื้นที่บริการวิชาการ และบ้านพักรับรองของหน่วยงาน
ถาม: ต้องติดต่อก่อนเข้าศึกษาดูงานหรือไม่?
ตอบ: ควรติดต่อก่อนเข้าศึกษาดูงานที่โทร. 043-624161 เพื่อประสานเวลา เจ้าหน้าที่ พื้นที่เข้าชม และกิจกรรมที่เหมาะสมกับคณะ
ถาม: มีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่เที่ยวต่อได้หรือไม่?
ตอบ: มีสถานที่ใกล้เคียงหลายแห่ง เช่น บึงพลาญชัย หอโหวด 101 ประตูสาเกตนคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด และวัดบูรพาภิราม
หมวดหมู่: ●สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ
กลุ่ม: ●ไร่ สวนเพื่อการศึกษา
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว



