หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.เมืองร้อยเอ็ด >ต.ในเมือง > วัดป่าเรไร
TL;DR: วัดป่าเรไร อยู่ที่ถนนเทวาภิบาล ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้ถนนเทวาภิบาลหรือถนนคุ้มวัดป่าเรไร วัดอยู่ใกล้สถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ดและย่านโลตัสร้อยเอ็ด.
วัดป่าเรไร

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดป่าเรไร ร้อยเอ็ด ตั้งอยู่เลขที่ 91 ถนนเทวาภิบาล ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายที่มีความสำคัญต่อชาวเมืองร้อยเอ็ดมาอย่างยาวนาน วัดแห่งนี้เป็นโบราณสถานเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง เป็นศูนย์รวมศรัทธาของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และเป็นวัดที่มีบทบาทต่อชีวิตชุมชนทั้งในด้านศาสนา การศึกษา งานบุญ การพัฒนาวัด และการสืบทอดความทรงจำของเมือง พระอุโบสถของวัดมีความงดงาม เป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่ทำให้วัดป่าเรไรเป็นที่รู้จักในฐานะวัดเก่าแก่ในเมืองร้อยเอ็ดที่ยังคงมีชีวิตทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง
วัดป่าเรไรตั้งอยู่ในย่านเมืองที่เชื่อมโยงกับถนนเทวาภิบาล ถนนคุ้มวัดป่าเรไร โรงเรียนเทศบาลวัดป่าเรไร สถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด ย่านการค้า และแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมือง เช่น บึงพลาญชัย หอโหวด 101 วัดบูรพาภิราม วัดเหนือ วัดสระทอง วัดกลางมิ่งเมือง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ทำให้วัดแห่งนี้เป็นวัดที่เข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ชมวัดเก่า และเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชนเมืองร้อยเอ็ดในเส้นทางเดียวกัน
ประวัติของวัดป่าเรไรระบุว่าก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2461 โดยมีพระสงฆ์จำพรรษาสืบเนื่องมาอย่างต่อเนื่อง วัดมีเนื้อที่ 12 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา ซึ่งถือเป็นพื้นที่ค่อนข้างกว้างสำหรับวัดในเขตเมือง ภายในวัดมีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วน ทั้งอุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ พระธาตุเจดีย์ ลานปฏิบัติธรรม และพื้นที่ประกอบศาสนกิจ วัดจึงทำหน้าที่เป็นทั้งสถานที่สักการะ พื้นที่ทำบุญ และศูนย์กลางกิจกรรมของชุมชนอย่างชัดเจน
ชื่อวัดป่าเรไรให้ความรู้สึกถึงความเป็นวัดที่มีรากจากบรรยากาศสงบและธรรมชาติ แม้อยู่ในเขตเมืองปัจจุบัน แต่คำว่า “ป่า” ในชื่อวัดยังชวนให้นึกถึงพื้นที่สงบที่เหมาะกับการปฏิบัติธรรม ส่วนคำว่า “เรไร” สื่อถึงเสียงธรรมชาติและความร่มเย็นในวิถีชีวิตพื้นบ้าน ชื่อวัดจึงมีเสน่ห์ในเชิงความหมาย เพราะสะท้อนทั้งความสงบ ความเรียบง่าย และความเป็นศาสนสถานที่ช่วยพักใจผู้คนจากความวุ่นวายของเมือง
วัดป่าเรไรได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างและวัดพัฒนาดีเด่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการดูแลวัดไม่ได้หยุดอยู่เฉพาะการรักษาศาสนสถานเดิม แต่มีการพัฒนาให้วัดเป็นพื้นที่ใช้งานของชุมชนอย่างต่อเนื่อง วัดที่ได้รับการพัฒนาอย่างดีต้องมีทั้งความสะอาด ความเป็นระเบียบ พื้นที่รองรับญาติโยม เสนาสนะสำหรับพระสงฆ์ พื้นที่ทำบุญ และองค์ประกอบที่ช่วยให้ชุมชนใช้วัดได้จริงในชีวิตประจำวัน วัดป่าเรไรจึงเป็นตัวอย่างของวัดเมืองที่ผสมผสานความเก่าแก่กับการใช้งานร่วมสมัยได้อย่างเหมาะสม
พระอุโบสถของวัดป่าเรไรเป็นสิ่งปลูกสร้างสำคัญ ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2482 มีขนาดกว้างประมาณ 7 เมตร ยาวประมาณ 15 เมตร เป็นอาคารศาสนสถานที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสังฆกรรมของวัด พระอุโบสถเป็นพื้นที่ที่พระสงฆ์ใช้ประกอบพิธีกรรมสำคัญตามพระวินัย และเป็นจุดที่พุทธศาสนิกชนเข้ามากราบพระ ทำบุญ และตั้งจิตให้สงบ ความงดงามของพระอุโบสถทำให้วัดป่าเรไรมีภาพจำเด่นในฐานะวัดเก่าแก่ที่ยังรักษาศักดิ์ศรีของอาคารศาสนาไว้ได้ดี
เมื่อมองพระอุโบสถในฐานะหัวใจของวัด จะเห็นว่าวัดป่าเรไรไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนา แต่เป็นพื้นที่สังฆกรรมที่ยังมีความสำคัญต่อพระสงฆ์และชุมชนอย่างแท้จริง อุโบสถเป็นพื้นที่แห่งความสำรวม เป็นที่ประกอบพิธีบวช พิธีทางสงฆ์ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระธรรมวินัย ผู้มาเยือนจึงควรใช้เวลาเข้าไปกราบพระด้วยความสงบ และมองอาคารนี้ในฐานะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีหน้าที่ทางพระพุทธศาสนามากกว่าการเป็นอาคารสวยงามสำหรับชมภายนอกเท่านั้น
วิหารบูรพาจารย์เป็นอีกจุดสำคัญของวัด ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2518 ภายในมีรูปปั้นอดีตเจ้าอาวาส 3 รูป ได้แก่พระเลี้ยง สุจิณุโน พระครูบุญยสิทธิโสภณ และพระครูประสิทธิอัตถการ วิหารแห่งนี้มีความหมายในเชิงกตัญญู เพราะเป็นพื้นที่ที่ชาววัดและพุทธศาสนิกชนใช้ระลึกถึงพระเถระผู้มีบทบาทในการดูแล สร้าง และพัฒนาวัดในแต่ละยุค การมีวิหารบูรพาจารย์ทำให้วัดป่าเรไรไม่ได้เล่าเพียงเรื่องอาคาร แต่เล่าเรื่องบุคคลผู้สืบทอดพระศาสนาและสร้างคุณประโยชน์ให้ชุมชนด้วย
ลำดับเจ้าอาวาสของวัดป่าเรไรสะท้อนความต่อเนื่องของการปกครองวัดและการสืบทอดศรัทธา เริ่มจากพระเลี้ยง สุจิณุโน ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2469–2496 ต่อด้วยพระครูบุญยสิทธิโสภณ หรือพระอาจารย์บุญสิทธิ์ พุทธสโร ระหว่าง พ.ศ. 2497–2509 พระครูประสิทธิอัตถการ หรือพระอาจารย์หนูไกร ธมฺมปญฺโญ ระหว่าง พ.ศ. 2511–2543 และพระครูสันติปัญญาคุณ หรือบุญหนา ติกฺขปญฺโญ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสที่ปรากฏในข้อมูลปัจจุบัน ลำดับดังกล่าวช่วยให้เห็นว่าวัดมีการสืบต่อการดูแลจากรุ่นสู่รุ่นอย่างชัดเจน
พระครูสันติปัญญาคุณเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าเรไรในปัจจุบัน และเป็นพระสงฆ์ที่มีบทบาทในการดูแลวัดให้ดำเนินศาสนกิจต่อเนื่องในเขตเมืองร้อยเอ็ด การมีพระสงฆ์จำพรรษาภายในวัดทำให้วัดป่าเรไรยังเป็นวัดที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงโบราณสถานหรือสถานที่เก่าที่ถูกเก็บไว้เฉย ๆ ผู้คนยังเข้ามาทำบุญ ฟังธรรม ร่วมงานบุญ และใช้พื้นที่วัดเป็นศูนย์รวมใจของชุมชน ความต่อเนื่องของพระสงฆ์และญาติโยมจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้วัดยังคงมีความหมายในปัจจุบัน
ศาลาการเปรียญของวัดป่าเรไรก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2530 เป็นพื้นที่สำคัญที่ใช้รองรับกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมของชุมชน ศาลาการเปรียญในวัดไทยมักเป็นสถานที่ฟังธรรม ประชุม ทำบุญ จัดงานบำเพ็ญกุศล และรองรับผู้คนจำนวนมากในวันสำคัญ วัดป่าเรไรตั้งอยู่ในเขตเมืองที่มีชุมชนหนาแน่น พื้นที่ศาลาจึงมีบทบาทสูงในการทำให้วัดสามารถรองรับงานบุญ งานประเพณี และกิจกรรมของประชาชนได้อย่างเป็นระบบ
กุฏิสงฆ์ภายในวัดมีทั้งหมด 7 หลัง เป็นพื้นที่ที่รองรับการจำพรรษาและการดำรงชีวิตของพระภิกษุ การมีพื้นที่สงฆ์ที่ชัดเจนช่วยให้วัดสามารถดำเนินศาสนกิจได้อย่างต่อเนื่อง พระสงฆ์เป็นผู้สืบทอดพระธรรมวินัยและเป็นศูนย์กลางทางจิตใจของชาวบ้าน เมื่อวัดมีกุฏิสงฆ์ที่เพียงพอ วัดจึงไม่ใช่เพียงสถานที่จัดพิธีกรรมเป็นครั้งคราว แต่เป็นที่พำนักของพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติศาสนกิจทุกวัน
พระธาตุเจดีย์ศรีประชาติกขสารสมังคีเป็นองค์ประกอบร่วมสมัยที่โดดเด่นมากของวัด ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2556 ภายในยอดพระธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ภายนอกประกอบด้วยลานปฏิบัติธรรม รายล้อมด้วยรูปปั้นพุทธประวัติ และมีแนวกำแพงพญานาคสามเศียรสีทองเป็นองค์ประกอบทางศิลปกรรมที่งดงาม พระธาตุเจดีย์นี้ทำให้วัดป่าเรไรมีมิติของการสักการะ การปฏิบัติธรรม และการเรียนรู้พุทธประวัติในพื้นที่เดียวกัน
ความสำคัญของพระธาตุเจดีย์ไม่ได้อยู่เพียงความสวยงามภายนอก แต่ยังอยู่ที่การบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและการออกแบบให้พื้นที่โดยรอบเป็นลานปฏิบัติธรรม พระธาตุในคติพระพุทธศาสนาเป็นสัญลักษณ์แห่งการระลึกถึงพระพุทธเจ้าและพระธรรมคำสอน เมื่อผู้คนเดินเวียนรอบเจดีย์ กราบไหว้ หรือใช้พื้นที่ลานปฏิบัติธรรม จึงเป็นการเชื่อมศรัทธากับการฝึกใจ พื้นที่นี้เหมาะทั้งสำหรับผู้ที่มาไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลและผู้ที่ต้องการใช้เวลาอยู่กับความสงบ
รูปปั้นพุทธประวัติรอบพื้นที่พระธาตุเจดีย์ช่วยทำให้วัดป่าเรไรเป็นแหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนา ผู้มาเยือนสามารถเดินชมเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าและใช้ภาพเหล่านี้เป็นสื่อในการเข้าใจหลักธรรม การเล่าเรื่องผ่านประติมากรรมทำให้เด็ก เยาวชน และผู้ที่ไม่คุ้นกับพระไตรปิฎกสามารถเข้าถึงพุทธประวัติได้ง่ายขึ้น วัดจึงทำหน้าที่เป็นทั้งศาสนสถานและพื้นที่เรียนรู้ธรรมะผ่านภาพอย่างเป็นรูปธรรม
กำแพงพญานาคสามเศียรสีทองที่รายล้อมพื้นที่พระธาตุเจดีย์เป็นองค์ประกอบที่สะท้อนคติความเชื่อแบบพุทธอีสาน พญานาคเป็นสัญลักษณ์ที่สัมพันธ์กับน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ การปกปักรักษาพระพุทธศาสนา และความศักดิ์สิทธิ์ในวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง การมีพญานาคอยู่รอบพื้นที่ปฏิบัติธรรมและพระธาตุเจดีย์ช่วยสร้างบรรยากาศของความคุ้มครองและเพิ่มความงดงามให้กับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัด
วัดป่าเรไรมีความสำคัญต่อชุมชนในฐานะศูนย์กลางพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ชาวบ้านในชุมชนวัดป่าเรไรและพื้นที่ใกล้เคียงใช้วัดเป็นสถานที่ทำบุญในวันพระ วันสำคัญทางศาสนา งานกฐิน งานผ้าป่า งานบำเพ็ญกุศล งานบุญประจำชุมชน และพิธีกรรมในวาระสำคัญของครอบครัว วัดจึงเป็นพื้นที่ที่อยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การตักบาตร ฟังธรรม ทำบุญ ไปจนถึงการใช้วัดเป็นสถานที่รวมคนในช่วงงานประเพณี
ความสัมพันธ์ระหว่างวัดป่าเรไรกับการศึกษาของชุมชนปรากฏผ่านโรงเรียนเทศบาลวัดป่าเรไร ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้วัดและมีบทบาทต่อเด็กและเยาวชนในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด โรงเรียนในย่านวัดสะท้อนแบบแผนของสังคมไทยที่วัดและการศึกษาเคยสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น วัดให้พื้นที่ทางศีลธรรม ส่วนโรงเรียนให้ความรู้ทางวิชาการ เมื่อสองส่วนอยู่ใกล้กัน ชุมชนจึงมีทั้งศูนย์กลางศรัทธาและศูนย์กลางการเรียนรู้ในบริเวณเดียวกัน
พื้นที่รอบวัดยังมีความเป็นชุมชนเมืองที่มีชีวิต ถนนคุ้มวัดป่าเรไรและถนนเทวาภิบาลมีร้านอาหาร ร้านค้า บ้านเรือน โรงเรียน และเส้นทางเชื่อมไปยังสถานีขนส่งกับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ทำให้วัดป่าเรไรอยู่ในทำเลที่สะดวกสำหรับคนเมืองและนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือนสามารถแวะไหว้พระก่อนเดินทางต่อ รับประทานอาหารในย่านใกล้เคียง หรือจัดเส้นทางเที่ยวต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวในเมืองได้ง่าย
ในเชิงท่องเที่ยว วัดป่าเรไรเหมาะกับผู้ที่ต้องการชมวัดเก่าในเมืองที่มีทั้งพระอุโบสถงดงาม พระธาตุเจดีย์ร่วมสมัย วิหารบูรพาจารย์ และพื้นที่ปฏิบัติธรรม ไม่ใช่วัดที่เน้นความอลังการแบบแลนด์มาร์กใหญ่ แต่เป็นวัดที่มีชั้นความหมายด้านศรัทธาและชุมชนอย่างชัดเจน การมาเยือนวัดแห่งนี้จึงเหมาะกับการเดินชมอย่างสงบ ใช้เวลาไหว้พระ กราบบูรพาจารย์ ชมพระธาตุเจดีย์ และเรียนรู้บทบาทของวัดในชีวิตเมืองร้อยเอ็ด
ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์วัดควรให้ความสำคัญกับลำดับการพัฒนาของวัด ตั้งแต่การก่อตั้งใน พ.ศ. 2461 การสร้างอุโบสถใน พ.ศ. 2482 การสร้างวิหารบูรพาจารย์ใน พ.ศ. 2518 การสร้างศาลาการเปรียญใน พ.ศ. 2530 และการก่อสร้างพระธาตุเจดีย์ศรีประชาติกขสารสมังคีใน พ.ศ. 2556 ลำดับเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าวัดป่าเรไรไม่หยุดนิ่ง แต่มีการเพิ่มองค์ประกอบใหม่ตามศรัทธาและความต้องการของชุมชนในแต่ละยุค
การเดินชมวัดควรเริ่มจากพระอุโบสถเป็นอันดับแรก เพราะเป็นหัวใจของสังฆกรรมและเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความเก่าแก่ของวัด จากนั้นจึงเดินไปยังวิหารบูรพาจารย์เพื่อกราบอดีตเจ้าอาวาสผู้มีบทบาทสร้างวัด ต่อด้วยพระธาตุเจดีย์ศรีประชาติกขสารสมังคีเพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุและชมรูปปั้นพุทธประวัติรอบลานปฏิบัติธรรม แล้วจึงเดินชมศาลาการเปรียญ ลานวัด และพื้นที่กิจกรรมอื่น ๆ การชมตามลำดับนี้จะทำให้เข้าใจวัดครบทั้งมิติอดีต ปัจจุบัน และการปฏิบัติธรรม
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเข้าชมคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายต้น ๆ เพราะอากาศยังไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการไหว้พระอย่างสงบ วัดเปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมงสำหรับการชมพื้นที่หลัก หากต้องการถ่ายภาพพระธาตุเจดีย์หรือศึกษารายละเอียดของอาคารวัด ควรเผื่อเวลาเพิ่มอีกเล็กน้อย โดยควรหลีกเลี่ยงการรบกวนพระสงฆ์หรือผู้ที่มาทำบุญ
การเดินทาง ไปวัดป่าเรไรทำได้สะดวกมากจากตัวเมืองร้อยเอ็ด วัดตั้งอยู่บนถนนเทวาภิบาลในตำบลในเมือง ใกล้ถนนคุ้มวัดป่าเรไร สถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด และย่านการค้าของเมือง หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งปลายทางไปยังวัดป่าเรไรหรือโรงเรียนเทศบาลวัดป่าเรไรได้โดยตรง หากเดินทางด้วยรถโดยสาร สามารถลงที่สถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ดแล้วต่อรถสามล้อ รถรับจ้าง หรือเดินทางด้วยบริการภายในเมืองมายังวัดได้ในระยะสั้น
วัดป่าเรไรเหมาะกับการจัดเส้นทางเที่ยวในเมืองร่วมกับวัดเหนือ วัดบูรพาภิราม วัดสระทอง วัดกลางมิ่งเมือง บึงพลาญชัย หอโหวด 101 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด และวัดบึงพระลานชัย เพราะสถานที่เหล่านี้อยู่ไม่ไกลกันและสะท้อนร้อยเอ็ดคนละมิติ วัดป่าเรไรเล่าเรื่องวัดชุมชนและการพัฒนาวัด วัดเหนือเล่าเรื่องชุมชนโบราณ วัดบูรพาภิรามเล่าเรื่องหลวงพ่อใหญ่ ส่วนบึงพลาญชัยและหอโหวด 101 เล่าเรื่องภาพจำร่วมสมัยของเมือง
มารยาทในการเข้าชมวัดป่าเรไรควรยึดหลักความสุภาพและความเคารพต่อศาสนสถาน ผู้มาเยือนควรแต่งกายเรียบร้อย ไม่ส่งเสียงดังภายในพระอุโบสถ วิหารบูรพาจารย์ และพื้นที่พระธาตุเจดีย์ ไม่ปีนหรือสัมผัสองค์ประกอบศาสนสถานโดยไม่เหมาะสม ไม่เข้าไปในพื้นที่กุฏิสงฆ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และควรช่วยรักษาความสะอาดภายในวัด การเข้าวัดด้วยความสำรวมจะทำให้การมาเยือนมีคุณค่าทั้งต่อผู้มาเยือนและต่อชุมชนเจ้าของพื้นที่
สำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยว วัดป่าเรไรเป็นสถานที่ที่สามารถใช้สอนเรื่องวัดไทยได้ดี เด็กจะได้เห็นว่าอุโบสถคืออะไร เจ้าอาวาสและบูรพาจารย์มีบทบาทอย่างไร พระธาตุเจดีย์มีความหมายอย่างไร และเหตุใดวัดจึงเป็นศูนย์กลางของชุมชนมากกว่าสถานที่ไหว้พระเพียงอย่างเดียว การเดินชมพื้นที่จริงช่วยให้เด็กเข้าใจพระพุทธศาสนา งานบุญ และความสัมพันธ์ระหว่างวัด โรงเรียน และชุมชนได้ง่ายขึ้น
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วัดป่าเรไรเป็นตัวอย่างของวัดเมืองไทยที่ยังเชื่อมโยงกับชุมชนอย่างใกล้ชิด วัดมีทั้งอาคารเก่า พื้นที่สักการะพระธาตุ วิหารบูรพาจารย์ โรงเรียนในย่านวัด และกิจกรรมศาสนาที่ดำเนินอยู่จริง ผู้มาเยือนจะเข้าใจว่าวัดในประเทศไทยไม่ได้มีบทบาทเพียงด้านศาสนา แต่ยังเกี่ยวข้องกับการศึกษา ความทรงจำของชุมชน การทำบุญ การช่วยเหลือทางสังคม และการสร้างพื้นที่สงบใจท่ามกลางเมือง
ในภาพรวม วัดป่าเรไร ร้อยเอ็ด เป็นวัดสำคัญที่ควรอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมของตัวเมืองร้อยเอ็ด จุดเด่นของวัดอยู่ที่ความเป็นโบราณสถานเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง พระอุโบสถที่งดงาม วิหารบูรพาจารย์ พระธาตุเจดีย์ศรีประชาติกขสารสมังคี ลานปฏิบัติธรรม รูปปั้นพุทธประวัติ กำแพงพญานาคสามเศียรสีทอง และบทบาทของวัดในฐานะศูนย์รวมศรัทธาของประชาชนชาวร้อยเอ็ด วัดแห่งนี้จึงเล่าเรื่องร้อยเอ็ดผ่านศรัทธา การพัฒนาวัด บูรพาจารย์ และชีวิตชุมชนเมืองได้อย่างครบถ้วน
| ชื่อสถานที่ | วัดป่าเรไร ร้อยเอ็ด |
| ประเภท | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และโบราณสถานเก่าแก่ในตัวเมืองร้อยเอ็ด |
| ที่ตั้ง | ถนนเทวาภิบาล ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด |
| ที่อยู่ | 91 ถนนเทวาภิบาล ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 |
| ไฮไลต์ | พระอุโบสถงดงาม วิหารบูรพาจารย์ พระธาตุเจดีย์ศรีประชาติกขสารสมังคี ลานปฏิบัติธรรม รูปปั้นพุทธประวัติ กำแพงพญานาคสามเศียรสีทอง และบทบาทเป็นศูนย์รวมศรัทธาของประชาชนชาวร้อยเอ็ด |
| ประวัติ / ความเป็นมา | ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2461 มีพระสงฆ์จำพรรษาสืบเนื่องมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างกับวัดพัฒนาดีเด่นในเขตเมืองร้อยเอ็ด |
| พื้นที่วัด | 12 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา |
| พระอุโบสถ | ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2482 กว้างประมาณ 7 เมตร ยาวประมาณ 15 เมตร เป็นพื้นที่ประกอบสังฆกรรมสำคัญของวัด |
| วิหารสำคัญ | วิหารบูรพาจารย์ ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2518 ภายในมีรูปปั้นอดีตเจ้าอาวาส 3 รูป ได้แก่ พระเลี้ยง สุจิณุโน พระครูบุญยสิทธิโสภณ และพระครูประสิทธิอัตถการ |
| พระธาตุเจดีย์ | พระธาตุเจดีย์ศรีประชาติกขสารสมังคี ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2556 ภายในยอดพระธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ภายนอกมีลานปฏิบัติธรรม รูปปั้นพุทธประวัติ และกำแพงพญานาคสามเศียรสีทอง |
| เสนาสนะสำคัญ | อุโบสถ วิหารบูรพาจารย์ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ 7 หลัง พระธาตุเจดีย์ ลานปฏิบัติธรรม และพื้นที่ทำบุญของชุมชน |
| ความสำคัญทางศาสนา | เป็นศูนย์รวมศรัทธาของประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ใช้ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา งานบุญ งานกฐิน งานผ้าป่า งานบำเพ็ญกุศล และกิจกรรมชุมชน |
| บทบาทด้านการศึกษาและชุมชน | อยู่ใกล้โรงเรียนเทศบาลวัดป่าเรไรและชุมชนวัดป่าเรไร สะท้อนบทบาทของวัดในฐานะพื้นที่ศาสนา การศึกษา และชุมชนในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้ถนนเทวาภิบาลหรือถนนคุ้มวัดป่าเรไร วัดอยู่ใกล้สถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ดและย่านโลตัสร้อยเอ็ด เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง รถสามล้อ หรือบริการเดินทางภายในเมือง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์ โบราณสถานเก่าแก่ แหล่งสักการะ ศูนย์รวมศรัทธา และพื้นที่กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของชุมชนเมืองร้อยเอ็ด |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ลานวัด พื้นที่จอดรถ พระอุโบสถ วิหารบูรพาจารย์ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ พระธาตุเจดีย์ ลานปฏิบัติธรรม พื้นที่ทำบุญ และร้านอาหารในย่านถนนคุ้มวัดป่าเรไรกับตัวเมืองร้อยเอ็ด |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. พระอุโบสถ 2. วิหารบูรพาจารย์ 3. รูปปั้นอดีตเจ้าอาวาส 3 รูป 4. ศาลาการเปรียญ 5. กุฏิสงฆ์และพื้นที่พระสงฆ์ 6. พระธาตุเจดีย์ศรีประชาติกขสารสมังคี 7. ลานปฏิบัติธรรม 8. รูปปั้นพุทธประวัติ 9. กำแพงพญานาคสามเศียรสีทอง 10. ลานวัดและพื้นที่ประกอบงานบุญ 11. พื้นที่เชื่อมต่อชุมชนวัดป่าเรไรและโรงเรียนเทศบาลวัดป่าเรไร |
| ประเพณี / กิจกรรมสำคัญ | งานกฐิน งานผ้าป่า งานบุญวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การทำบุญตักบาตร กิจกรรมชุมชน งานบำเพ็ญกุศล และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนเทศบาลวัดป่าเรไร |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบ | วัดป่าเรไร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| เจ้าอาวาส | พระครูสันติปัญญาคุณ (บุญหนา ติกฺขปญฺโญ) |
| พระจำพรรษา | 5 รูป |
| ลำดับอดีตเจ้าอาวาสที่ปรากฏ | 1. พระเลี้ยง สุจิณุโน พ.ศ. 2469 – 2496 2. พระครูบุญยสิทธิโสภณ (พระอาจารย์บุญสิทธิ์ พุทธสโร) พ.ศ. 2497 – 2509 3. พระครูประสิทธิอัตถการ (พระอาจารย์หนูไกร ธมฺมปญฺโญ) พ.ศ. 2511 – 2543 4. พระครูสันติปัญญาคุณ (บุญหนา ติกฺขปญฺโญ) |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด ประมาณ 0.5 กม. 2. วัดเหนือ ประมาณ 1 กม. โทร. 098-653-3749 3. วัดบูรพาภิราม ประมาณ 1.5 กม. โทร. 043-511374 4. วัดสระทอง ประมาณ 1.5 กม. 5. บึงพลาญชัย ประมาณ 2 กม. 6. หอโหวด 101 ประมาณ 2 กม. โทร. 043-511222 7. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ประมาณ 2 กม. โทร. 043-514456 ต่อ 101 8. วัดกลางมิ่งเมือง ประมาณ 2 กม. โทร. 043-512400 9. วัดบึงพระลานชัย ประมาณ 2.5 กม. โทร. 043-511190 |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. บ้านปลาจุ่มร้อยเอ็ด ถนนคุ้มวัดป่าเรไร ประมาณ 0.2 กม. โทร. 091-861-1819 2. ร้านข้าวต้มคุณพลอย ถนนคุ้มวัดป่าเรไร ประมาณ 0.3 กม. โทร. 062-440-8293 3. Shabu Indy ร้อยเอ็ด ประมาณ 0.8 กม. โทร. 087-222-9694 4. บาร์บีคิวฮัท ร้อยเอ็ด ถนนแจ้งสนิท ประมาณ 1.5 กม. โทร. 095-664-4314 5. Lakeview Restaurant ประมาณ 2 กม. โทร. 093-320-8126 6. Her Studio ร้อยเอ็ด ประมาณ 2 กม. โทร. 083-871-0824 7. Cozy Cafe’ & Bistro ประมาณ 2.5 กม. โทร. 094-310-0504 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Rueanrimnam Hotel ประมาณ 1.5 กม. โทร. 043-518-967 2. 101 Hotel Roi Et ประมาณ 2 กม. โทร. 043-513-999, 065-119-6999 3. The Bed Hotel 101 ประมาณ 2.5 กม. โทร. 043-032-142 4. HOP INN Roi Et ประมาณ 2.5 กม. โทร. 065-945-9201 5. The Rice Hotel ประมาณ 3 กม. โทร. 043-519-999 6. Le Park 23 Boutique Resort ประมาณ 4 กม. โทร. 043-513-444 7. THE NINE HOTEL ROI-ET ประมาณ 4 กม. โทร. 043-030-348 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดป่าเรไร ร้อยเอ็ด อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดป่าเรไรตั้งอยู่เลขที่ 91 ถนนเทวาภิบาล ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ใกล้ถนนคุ้มวัดป่าเรไร โรงเรียนเทศบาลวัดป่าเรไร และสถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด
ถาม: วัดป่าเรไรเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: จุดเด่นของวัดป่าเรไรคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือพระอุโบสถที่งดงาม วิหารบูรพาจารย์ พระธาตุเจดีย์ศรีประชาติกขสารสมังคี ลานปฏิบัติธรรม รูปปั้นพุทธประวัติ และกำแพงพญานาคสามเศียรสีทอง
ถาม: เจ้าอาวาสวัดป่าเรไรคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดป่าเรไรคือพระครูสันติปัญญาคุณ (บุญหนา ติกฺขปญฺโญ)
ถาม: วัดป่าเรไรก่อตั้งเมื่อใด?
ตอบ: วัดป่าเรไรก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2461 และมีพระสงฆ์จำพรรษาสืบเนื่องมาอย่างต่อเนื่อง
ถาม: พระธาตุเจดีย์ศรีประชาติกขสารสมังคีสำคัญอย่างไร?
ตอบ: พระธาตุเจดีย์ศรีประชาติกขสารสมังคีก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2556 ภายในยอดพระธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอบพื้นที่มีลานปฏิบัติธรรม รูปปั้นพุทธประวัติ และกำแพงพญานาคสามเศียรสีทอง
ถาม: ภายในวัดป่าเรไรมีโซนใดควรชมบ้าง?
ตอบ: จุดสำคัญคือพระอุโบสถ วิหารบูรพาจารย์ รูปปั้นอดีตเจ้าอาวาส ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ พระธาตุเจดีย์ศรีประชาติกขสารสมังคี ลานปฏิบัติธรรม รูปปั้นพุทธประวัติ และลานวัดสำหรับงานบุญ
ถาม: เที่ยววัดป่าเรไรแล้วสามารถไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดเหนือ วัดบูรพาภิราม วัดสระทอง บึงพลาญชัย หอโหวด 101 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด วัดกลางมิ่งเมือง และวัดบึงพระลานชัยได้สะดวก
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว




