หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.ธวัชบุรี >ต.นิเวศน์ > ศูนย์วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด
TL;DR: ศูนย์วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด อยู่ที่ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. จุดเด่นคือ อาคารออกแบบจากศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอีสาน เช่น กระติบข้าว ประทุนเกวียน และหวดนึ่งข้าว.

ร้อยเอ็ด

ศูนย์วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด

ศูนย์วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
 
ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด เป็นแหล่งเรียนรู้ขนาดใหญ่ในอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ที่ออกแบบขึ้นเพื่อเชื่อมโยงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมอีสานไว้ในพื้นที่เดียวกัน จุดเด่นของศูนย์แห่งนี้อยู่ที่การทำให้การเรียนรู้ไม่จำกัดอยู่เฉพาะห้องเรียน แต่เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน ครอบครัว ครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้เข้ามาเรียนรู้จากนิทรรศการ การทดลอง การแสดงทางวิทยาศาสตร์ ท้องฟ้าจำลอง ค่ายวิทยาศาสตร์ และกิจกรรมสร้างประสบการณ์จริงในบรรยากาศที่สนุก เข้าใจง่าย และเหมาะกับการเรียนรู้ตามอัธยาศัย
 
ศูนย์แห่งนี้ตั้งอยู่เลขที่ 32 หมู่ 2 ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 บนเส้นทางที่เชื่อมต่อจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปยังอำเภอธวัชบุรี การเดินทางจากตัวเมืองใช้ถนนแจ้งสนิทเป็นหลัก ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ทำให้ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ดเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับการจัดทัศนศึกษาแบบครึ่งวันหรือเต็มวัน รวมถึงเหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพาเด็ก ๆ ไปใช้เวลาวันธรรมดากับกิจกรรมสร้างความรู้ที่มีสาระและความเพลิดเพลินในเวลาเดียวกัน
 
แนวคิดของศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ดเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มจำนวนแหล่งเรียนรู้ในภูมิภาค เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กระจายออกไปนอกกรุงเทพมหานคร พร้อมบูรณาการเข้ากับวัฒนธรรมของภาคอีสานอย่างเป็นรูปธรรม พื้นที่แห่งนี้จึงไม่ได้เน้นเพียงการแสดงเครื่องมือหรือข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างการคิดอย่างมีเหตุผลกับความเข้าใจในรากวัฒนธรรมของตนเอง โดยเฉพาะวัฒนธรรมอีสานที่ปรากฏผ่านสถาปัตยกรรม รูปทรงอาคาร นิทรรศการ และเนื้อหาเกี่ยวกับวิถีชีวิตท้องถิ่น
 
ตัวอาคารของศูนย์มีความโดดเด่นตั้งแต่แรกเห็น เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนอีสาน เช่น รูปทรงกระติบข้าว รูปทรงประทุนเกวียน และรูปทรงหวดนึ่งข้าว องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ศูนย์ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเรียนรู้สมัยใหม่ แต่เป็นสถาปัตยกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างชัดเจน ผู้มาเยือนจึงสามารถรับรู้ถึงความพยายามในการนำภาพจำของภูมิปัญญาพื้นบ้านมาแปลความใหม่ให้เข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย และทำให้วัฒนธรรมพื้นถิ่นกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเรียนรู้ตั้งแต่ภายนอกอาคาร
 
หัวใจสำคัญของศูนย์คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เด็กเกิดความอยากรู้อยากเห็นอย่างเป็นธรรมชาติ บรรยากาศภายในศูนย์ถูกออกแบบให้เรียนรู้ได้ทั้งจากการมอง การฟัง การทดลอง การสัมผัส และการเข้าร่วมกิจกรรม นิทรรศการหลายส่วนเหมาะกับเด็กวัยเรียนที่ต้องการทำความเข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ดาราศาสตร์ พลังงาน สิ่งแวดล้อม ชีวภาพ และเทคโนโลยี ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่ที่ทำให้ผู้ปกครองหรือครูสามารถอธิบายเพิ่มเติมให้เด็กเข้าใจได้ง่ายขึ้น การเรียนรู้ในลักษณะนี้ช่วยให้วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันและสิ่งรอบตัวอย่างชัดเจน
 
ท้องฟ้าจำลองเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด เพราะเป็นพื้นที่ที่พาผู้ชมเข้าสู่โลกของดาราศาสตร์ผ่านการฉายภาพท้องฟ้า ดวงดาว ระบบสุริยะ เรื่องราวของเอกภพ และปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ห้องท้องฟ้าจำลองช่วยเปลี่ยนความรู้ที่ดูซับซ้อนให้กลายเป็นประสบการณ์ที่เด็กและผู้ใหญ่สามารถร่วมรับชมไปพร้อมกันได้ เหมาะกับการเรียนรู้แบบกลุ่มโรงเรียนและการพาครอบครัวเข้าชม โดยผู้ที่ต้องการเข้าชมท้องฟ้าจำลองควรติดต่อสำรองที่นั่งล่วงหน้าตามหมายเลขของศูนย์
 
การแสดงทางวิทยาศาสตร์หรือ Science Show เป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยทำให้เด็กเข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์ผ่านความสนุกและความตื่นเต้น การทดลองที่เห็นผลทันที การสาธิตแรง ปฏิกิริยา พลังงาน เสียง แสง หรือสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ผู้เรียนตั้งคำถามและจดจำแนวคิดได้ดีขึ้นมากกว่าการอ่านเพียงอย่างเดียว เมื่อเด็กได้เห็นว่าวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นจริงต่อหน้าตา ความรู้จะไม่ถูกมองว่าเป็นข้อมูลแห้ง ๆ แต่กลายเป็นสิ่งที่มีชีวิตและท้าทายให้ทดลองต่อยอดด้วยตนเอง
 
ศูนย์แห่งนี้ยังมีการแสดงและกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการวิธีการเรียนรู้เฉพาะวัย เด็กเล็กเรียนรู้ผ่านการเล่น การเคลื่อนไหว สี เสียง รูปทรง และกิจกรรมที่มีความอบอุ่นปลอดภัย การจัดพื้นที่สำหรับเด็กปฐมวัยจึงช่วยให้ครอบครัวสามารถพาเด็กเล็กมาเริ่มต้นสัมผัสโลกของการเรียนรู้ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยไม่ทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องกดดันหรือยากเกินไป
 
นิทรรศการข้าวหอมมะลิเป็นส่วนที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์เข้ากับภูมิประเทศและเศรษฐกิจของอีสานได้ชัดเจน ร้อยเอ็ดและพื้นที่ใกล้เคียงอยู่ในบริบทของทุ่งกุลาร้องไห้และการปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง นิทรรศการลักษณะนี้ทำให้ผู้เรียนเข้าใจว่าข้าวไม่ได้เป็นเพียงอาหารหลัก แต่เกี่ยวข้องกับดิน น้ำ ภูมิอากาศ พันธุ์พืช เทคโนโลยีการผลิต เศรษฐกิจชุมชน และวัฒนธรรมการกินของคนไทย การเรียนรู้เรื่องข้าวจึงเป็นทั้งวิทยาศาสตร์การเกษตรและการเรียนรู้รากฐานชีวิตของชุมชนอีสาน
 
นิทรรศการวิทยาศาสตร์พื้นฐานเป็นส่วนที่เหมาะกับผู้เริ่มต้นเรียนรู้ เพราะครอบคลุมหลักคิดและปรากฏการณ์ที่พบได้ในชีวิตประจำวัน เช่น แรง การเคลื่อนที่ พลังงาน แสง เสียง ไฟฟ้า แม่เหล็ก วัสดุ และกระบวนการทดลองอย่างเป็นระบบ พื้นที่นี้มีความสำคัญต่อเด็กและเยาวชน เพราะช่วยวางฐานการคิดแบบมีเหตุผล การสังเกต การตั้งสมมติฐาน และการทดลอง ซึ่งเป็นรากฐานของการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ทุกแขนง
 
นิทรรศการโลกล้านปีทำให้ผู้ชมย้อนกลับไปทำความเข้าใจประวัติศาสตร์โลก สิ่งมีชีวิตยุคโบราณ ซากดึกดำบรรพ์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศ และเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่เคยดำรงอยู่บนโลก การเรียนรู้เรื่องโลกล้านปีช่วยเปิดมุมมองให้เด็กเห็นว่าโลกไม่ได้หยุดนิ่ง แต่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งด้านธรณีวิทยา ภูมิอากาศ วิวัฒนาการ และสิ่งแวดล้อม ข้อมูลเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเข้าใจโลกปัจจุบันและการดูแลโลกในอนาคต
 
นิทรรศการเกลือสินเธาว์หรือขุมทรัพย์แห่งทุ่งกุลาช่วยให้ผู้ชมเข้าใจทรัพยากรธรรมชาติที่สัมพันธ์กับพื้นที่อีสาน เกลือสินเธาว์เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธรณีวิทยา ดิน น้ำใต้ดิน ประวัติการตั้งถิ่นฐาน และภูมิปัญญาชุมชน การนำเรื่องนี้มาอยู่ในศูนย์วิทยาศาสตร์ทำให้เด็กเห็นว่าทรัพยากรในท้องถิ่นสามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ และในขณะเดียวกันก็มีความหมายทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมต่อผู้คนในภูมิภาค
 
นิทรรศการเทคโนโลยีชีวภาพเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต ตั้งแต่จุลินทรีย์ พันธุกรรม การเกษตร อาหาร สุขภาพ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ชีววิทยาในชีวิตประจำวัน เด็กและเยาวชนจะเห็นว่าเทคโนโลยีชีวภาพไม่ได้อยู่ไกลจากตัวเรา แต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตอาหาร การดูแลสุขภาพ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลก
 
นิทรรศการโลกของพืชและสิ่งแวดล้อมช่วยขยายความเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับธรรมชาติ พืชมีบทบาทต่อระบบนิเวศ อาหาร อากาศ น้ำ และคุณภาพชีวิตของมนุษย์ การเรียนรู้เรื่องพืชและสิ่งแวดล้อมในศูนย์แห่งนี้จึงช่วยปลูกฝังแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์ การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการมองเห็นผลกระทบของพฤติกรรมมนุษย์ต่อระบบธรรมชาติ เด็กที่ได้เรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมและนิทรรศการจะเข้าใจง่ายขึ้นว่าการรักษาธรรมชาติเริ่มจากการเข้าใจความเชื่อมโยงของสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว
 
นิทรรศการพลังงานและพลังงานทดแทนเป็นเนื้อหาที่สอดคล้องกับโลกปัจจุบันอย่างมาก เพราะพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตและการพัฒนา เทคโนโลยีพลังงานทดแทน เช่น แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล และพลังงานรูปแบบอื่น ๆ ทำให้ผู้เรียนเห็นทางเลือกในการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน นิทรรศการลักษณะนี้ช่วยเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์เข้ากับปัญหาจริงของสังคม ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงด้านพลังงาน และการออกแบบอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
 
นิทรรศการศิลปวัฒนธรรมและนิทรรศการวิถีแห่งสาเกตุนครเป็นส่วนที่ทำให้ศูนย์แห่งนี้แตกต่างจากศูนย์วิทยาศาสตร์ทั่วไป เพราะนำวัฒนธรรมท้องถิ่นของร้อยเอ็ดและอีสานมาอธิบายในบริบทของการเรียนรู้ร่วมสมัย สาเกตุนครเกี่ยวข้องกับรากประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของเมืองร้อยเอ็ด การจัดนิทรรศการด้านวัฒนธรรมควบคู่กับวิทยาศาสตร์ช่วยให้เด็กไม่เพียงเข้าใจโลกภายนอก แต่ยังเข้าใจบ้านเกิด ภาษา ความเชื่อ ภูมิปัญญา และความทรงจำของชุมชนตนเองด้วย
 
นิทรรศการเทคโนโลยีแห่งอนาคตช่วยเปิดจินตนาการให้ผู้ชมมองไปข้างหน้า ตั้งแต่เทคโนโลยีอวกาศ ภูมิสารสนเทศ การสื่อสาร นวัตกรรมดิจิทัล หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ไปจนถึงแนวคิดการเรียนรู้ในโลกอนาคต พื้นที่นี้มีบทบาทสำคัญในการทำให้เด็กเห็นว่าความรู้ที่เรียนในปัจจุบันสามารถต่อยอดไปสู่อาชีพและการสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ในอนาคตได้ การปลูกฝังจินตนาการเช่นนี้ช่วยให้เยาวชนกล้าตั้งคำถามและมองวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาส
 
นอกจากนิทรรศการถาวร ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ดยังมีกิจกรรมการศึกษา ฝึกอบรม บรรยาย สาธิต ทดลอง กิจกรรมประกวดแข่งขัน และกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม กิจกรรมเหล่านี้ทำให้ศูนย์มีชีวิตและเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา ไม่ได้เป็นเพียงอาคารจัดแสดงข้อมูล แต่เป็นพื้นที่ที่ครู นักเรียน และชุมชนสามารถเข้ามาใช้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการแก้ปัญหา
 
ค่ายวิทยาศาสตร์เป็นกิจกรรมที่เหมาะกับโรงเรียนและกลุ่มเยาวชน เพราะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการที่ต่อเนื่องกว่าการเดินชมทั่วไป เด็กได้ทำกิจกรรมเป็นกลุ่ม ได้ทดลอง ได้ฟังคำอธิบายจากวิทยากร ได้ตั้งคำถาม และได้ฝึกทักษะการสังเกตอย่างเป็นระบบ ค่ายลักษณะนี้ช่วยให้การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไม่หยุดอยู่ที่การท่องจำ แต่เปลี่ยนเป็นประสบการณ์ที่เด็กสามารถจดจำและนำไปใช้ในการเรียนต่อได้
 
ศูนย์แห่งนี้ยังเหมาะกับครอบครัวที่ต้องการให้เด็กใช้เวลานอกห้างหรือนอกพื้นที่บันเทิงทั่วไป เพราะมีทั้งเนื้อหาความรู้ พื้นที่กว้าง อาคารที่ออกแบบน่าสนใจ และกิจกรรมที่กระตุ้นความคิด ผู้ปกครองสามารถเดินชมไปพร้อมกับเด็ก ชวนกันตอบคำถาม อ่านป้าย ทดลองกิจกรรม และใช้เวลาอธิบายเรื่องรอบตัวให้กลายเป็นบทเรียนง่าย ๆ การเที่ยวศูนย์วิทยาศาสตร์จึงเป็นการท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความสัมพันธ์ในครอบครัวและการเรียนรู้ในเวลาเดียวกัน
 
สำหรับครูและสถานศึกษา ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ดเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ช่วยเสริมบทเรียนได้ดี โดยเฉพาะวิชาวิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา วัฒนธรรมท้องถิ่น สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี การพานักเรียนมาศึกษาที่ศูนย์ช่วยให้เนื้อหาที่เคยอยู่ในหนังสือเรียนมีภาพจริงและประสบการณ์จริงรองรับ เด็กจะเข้าใจว่าความรู้แต่ละเรื่องมีความเชื่อมโยงกับชีวิต สถานที่ และชุมชนมากกว่าที่คิด
 
การเที่ยวชมศูนย์ควรวางแผนให้เหมาะกับเวลาเปิดทำการ เนื่องจากศูนย์เปิดให้บริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. และปิดวันเสาร์ วันอาทิตย์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้ที่ต้องการชมท้องฟ้าจำลองควรติดต่อสำรองที่นั่งล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนหรือคณะจำนวนมาก เพื่อให้สามารถจัดรอบเข้าชมได้เหมาะสมและไม่พลาดกิจกรรมสำคัญ
 
ค่าเข้าชมของศูนย์อยู่ในระดับที่เข้าถึงง่าย ชมนิทรรศการอย่างเดียวเด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาทต่อคน ส่วนการชมท้องฟ้าจำลองพร้อมนิทรรศการอยู่ที่ 30 บาทต่อคน เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ผู้พิการ และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรี อัตราค่าเข้าชมเช่นนี้ทำให้ศูนย์ยังคงบทบาทของแหล่งเรียนรู้สาธารณะที่ครอบครัวและโรงเรียนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายมากเกินไป
 
การเดินทาง จากตัวเมืองร้อยเอ็ดให้ใช้ถนนแจ้งสนิทมุ่งหน้าอำเภอธวัชบุรี ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ผ่านที่ทำการไปรษณีย์ธวัชบุรี แล้วเข้าสู่เส้นทางที่เชื่อมกับถนนรณชัยชาญยุทธเพื่อไปยังศูนย์ ผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งปลายทางไปที่ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด หรือใช้ที่อยู่ 32 หมู่ 2 ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 ส่วนผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางเข้าตัวเมืองร้อยเอ็ดก่อน แล้วต่อรถรับจ้างหรือรถท้องถิ่นไปยังอำเภอธวัชบุรีได้
 
บริเวณศูนย์มีพื้นที่กว้างและเหมาะกับการเดินชมเป็นกลุ่ม แต่ควรรักษาความเป็นระเบียบ โดยเฉพาะเมื่อมีนักเรียนหรือคณะทัศนศึกษาหลายกลุ่มเข้าชมพร้อมกัน ผู้เข้าชมควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่สัมผัสอุปกรณ์ที่ไม่ได้เปิดให้ทดลอง ไม่ส่งเสียงรบกวนในห้องท้องฟ้าจำลอง และดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิดในพื้นที่นิทรรศการ เพื่อให้ทุกคนใช้พื้นที่เรียนรู้ร่วมกันอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
 
หากจัดทริปสำหรับครอบครัว สามารถวางแผนมาถึงช่วงเช้าหลังศูนย์เปิด ชมนิทรรศการหลักก่อน จากนั้นเข้าชมท้องฟ้าจำลองหรือร่วมกิจกรรมที่ศูนย์จัดไว้ แล้วพักรับประทานอาหารในย่านธวัชบุรีหรือเดินทางต่อไปยังตัวเมืองร้อยเอ็ดในช่วงบ่ายเพื่อเที่ยวบึงพลาญชัย หอโหวด 101 ประตูสาเกตนคร หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด เส้นทางนี้ทำให้ทริปหนึ่งวันมีทั้งวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และแลนด์มาร์กของจังหวัดครบถ้วน
 
หากเป็นทริปของโรงเรียน ควรประสานศูนย์ล่วงหน้าเรื่องจำนวนผู้เข้าชม รอบท้องฟ้าจำลอง เวลากิจกรรม และรูปแบบการเรียนรู้ที่ต้องการ เพราะศูนย์มีทั้งนิทรรศการ การสาธิต และค่ายวิทยาศาสตร์ที่สามารถจัดให้เหมาะกับระดับชั้นได้ การเตรียมการล่วงหน้าช่วยให้การเรียนรู้นอกห้องเรียนมีเป้าหมายชัดเจน เด็กได้รับประสบการณ์ครบ และครูสามารถนำสิ่งที่ได้จากศูนย์กลับไปต่อยอดในห้องเรียนได้ง่ายขึ้น
 
ในมุมของนักท่องเที่ยวทั่วไป ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ดเป็นสถานที่ที่ช่วยเติมเต็มภาพของร้อยเอ็ดในฐานะจังหวัดที่ไม่ได้มีเพียงวัด บึง หรือประเพณี แต่ยังมีแหล่งเรียนรู้สมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความคิดของเยาวชน การมีศูนย์ลักษณะนี้อยู่ในอำเภอธวัชบุรีทำให้เห็นการกระจายโอกาสทางการศึกษาไปสู่พื้นที่ภูมิภาค และสะท้อนบทบาทของร้อยเอ็ดในฐานะเมืองที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
 
ความน่าสนใจอีกประการหนึ่งคือศูนย์แห่งนี้ไม่ได้แยกวิทยาศาสตร์ออกจากวัฒนธรรม แต่ทำให้ทั้งสองเรื่องเดินไปด้วยกัน วิทยาศาสตร์ช่วยให้เด็กคิดเป็นระบบ ตั้งคำถาม ทดลอง และใช้เหตุผล ส่วนวัฒนธรรมช่วยให้เด็กเข้าใจตนเอง บ้านเกิด และรากทางสังคมของตน เมื่อทั้งสองด้านอยู่ร่วมกันในแหล่งเรียนรู้เดียวกัน เด็กจะเห็นว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องตัดขาดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น และการรักษาวัฒนธรรมก็สามารถอยู่ร่วมกับความคิดสมัยใหม่ได้อย่างสมดุล
 
ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ดจึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าหลายมิติ ทั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้ เป็นแหล่งทัศนศึกษาของโรงเรียน เป็นพื้นที่กิจกรรมของเยาวชน เป็นศูนย์กลางการสื่อสารความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเป็นพื้นที่ที่นำวัฒนธรรมอีสานมาประยุกต์ใช้ในงานออกแบบและเนื้อหาการเรียนรู้ ผู้มาเยือนจะได้รับทั้งความรู้ ความสนุก ความเข้าใจในท้องถิ่น และแรงบันดาลใจในการตั้งคำถามต่อโลกที่อยู่รอบตัว
 
โดยสรุป ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ดเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับครอบครัว โรงเรียน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจการเรียนรู้ทุกวัย จุดเด่นอยู่ที่ท้องฟ้าจำลอง นิทรรศการวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม กิจกรรมสาธิต ค่ายวิทยาศาสตร์ อาคารที่สะท้อนเอกลักษณ์อีสาน และค่าเข้าชมที่เข้าถึงง่าย หากต้องการเที่ยวร้อยเอ็ดในมุมที่ให้ทั้งสาระและประสบการณ์ ศูนย์แห่งนี้คือแหล่งเรียนรู้สำคัญที่ควรจัดไว้ในเส้นทาง โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกับเด็กและเยาวชนที่ต้องการพื้นที่เปิดจินตนาการทางวิทยาศาสตร์ควบคู่กับความเข้าใจในวัฒนธรรมบ้านเกิด
 
ชื่อสถานที่ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด
ที่ตั้งตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด
ที่อยู่32 หมู่ 2 ถนนแจ้งสนิท ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170
ไฮไลต์ท้องฟ้าจำลอง นิทรรศการวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม Science Show ค่ายวิทยาศาสตร์ อาคารรูปทรงสะท้อนวัฒนธรรมอีสาน และพื้นที่เรียนรู้ตามอัธยาศัยสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว
ประวัติ / แนวคิดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมในภูมิภาค สนับสนุนสังคมแห่งการเรียนรู้ และปลูกฝังการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ควบคู่กับความเข้าใจวัฒนธรรมอีสาน
ที่มาของชื่อชื่อสถานที่สะท้อนบทบาทของศูนย์ที่รวมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมไว้ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชนในจังหวัดร้อยเอ็ดและภูมิภาคอีสาน
ลักษณะเด่นอาคารออกแบบจากศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอีสาน เช่น กระติบข้าว ประทุนเกวียน และหวดนึ่งข้าว พร้อมนิทรรศการที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับรากวัฒนธรรมท้องถิ่น
การเดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้ถนนแจ้งสนิทมุ่งหน้าอำเภอธวัชบุรี ระยะทางประมาณ 12 กม. ผ่านที่ทำการไปรษณีย์ธวัชบุรี แล้วเข้าสู่เส้นทางเชื่อมถนนรณชัยชาญยุทธเพื่อไปยังศูนย์
สถานะปัจจุบันเปิดให้บริการเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมสำหรับประชาชนทั่วไป โรงเรียน และกลุ่มทัศนศึกษา
วันเปิดทำการวันจันทร์ – วันศุกร์
วันหยุดทำการวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ08.30 – 16.30 น.
ค่าเข้าชมชมนิทรรศการ เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาทต่อคน
ชมท้องฟ้าจำลองและนิทรรศการ 30 บาทต่อคน
เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ผู้พิการ และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าชมฟรี
สิ่งอำนวยความสะดวกอาคารนิทรรศการหลัก ท้องฟ้าจำลอง ห้องประชุม อาคารปฏิบัติการสื่อ พื้นที่กิจกรรม ห้องจัดแสดง พื้นที่ค่ายวิทยาศาสตร์ จุดติดต่อสอบถาม และพื้นที่รองรับคณะทัศนศึกษา
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. อาคารนิทรรศการหลัก
2. ห้องท้องฟ้าจำลอง
3. พื้นที่ Science Show
4. โซนกิจกรรมเด็กปฐมวัย
5. ห้องประชุมและพื้นที่อบรม
6. อาคารปฏิบัติการสื่อ
7. พื้นที่กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม
8. ภูมิสถาปัตย์ภายนอกอาคารที่สะท้อนวัฒนธรรมอีสาน
นิทรรศการสำคัญ1. นิทรรศการข้าวหอมมะลิ
2. นิทรรศการวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
3. นิทรรศการโลกล้านปี
4. นิทรรศการเกลือสินเธาว์ / ขุมทรัพย์แห่งทุ่งกุลา
5. นิทรรศการเทคโนโลยีชีวภาพ
6. นิทรรศการโลกของพืชและสิ่งแวดล้อม
7. นิทรรศการพลังงานและพลังงานทดแทน
8. นิทรรศการศิลปวัฒนธรรม
9. นิทรรศการวิถีแห่งสาเกตุนคร
10. นิทรรศการเทคโนโลยีแห่งอนาคต
11. นิทรรศการดาราศาสตร์และอวกาศ
กิจกรรมเด่นท้องฟ้าจำลอง Science Show กิจกรรมสาธิตและทดลอง กิจกรรมประกวดแข่งขัน กิจกรรมบรรยาย ฝึกอบรม และค่ายวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม
ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ผู้อำนวยการนางสาวธนาภรณ์ แสงใส
เบอร์ติดต่อหลัก043-569340
เบอร์จองท้องฟ้าจำลอง091-3691944
เว็บไซต์ / เพจทางการroietsci.com, Facebook: ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. บึงพลาญชัย ประมาณ 12 กม.
2. หอโหวด 101 ประมาณ 12 กม. โทร. 043-511222
3. ประตูสาเกตนคร ประมาณ 12 กม.
4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด ประมาณ 13 กม. โทร. 043-514456 ต่อ 101
5. วัดบูรพาภิราม ประมาณ 14 กม.
6. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ประมาณ 12 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านขนมไทย ธวัชบุรี ประมาณ 2 กม. โทร. 066-041-4433
2. ล้อมตะวัน คาเฟ่ ธวัชบุรี ประมาณ 2 กม. โทร. 087-542-6262
3. บ้านตำนัว 101 By ตำนัว 101 ประมาณ 3 กม. โทร. 092-861-5581
4. ร้าน อ.กุ้งเผา ร้อยเอ็ด ประมาณ 5 กม. โทร. 065-325-9532
5. ครัวเอราวัณ 101 ประมาณ 5 กม. โทร. 092-804-1429
6. ฟ้าใสก๋วยเตี๋ยวซาเล้ง ประมาณ 5 กม. โทร. 061-956-8539
ที่พักใกล้เคียง1. Boonbundal Hotel ประมาณ 9 กม. โทร. 043-624-624
2. The Bed Hotel 101 ประมาณ 10 กม. โทร. 043-032-142
3. Le Park 23 Boutique Resort ประมาณ 12 กม. โทร. 043-513-444
4. HOP INN Roi Et ประมาณ 13 กม. โทร. 02-080-2222
5. The Capital Hotel Roi Et ประมาณ 14 กม. โทร. 087-233-5000
6. Rueanrimnam Hotel ประมาณ 14 กม. โทร. 043-518-967
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ดอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่ 32 หมู่ 2 ถนนแจ้งสนิท ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดประมาณ 12 กิโลเมตร
 
ถาม: ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ดเปิดวันไหน?
ตอบ: เปิดวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. และปิดวันเสาร์ วันอาทิตย์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์
 
ถาม: ค่าเข้าชมศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ดเท่าไร?
ตอบ: ชมนิทรรศการเด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาทต่อคน ส่วนการชมท้องฟ้าจำลองพร้อมนิทรรศการ 30 บาทต่อคน เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ผู้พิการ และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรี
 
ถาม: ต้องจองท้องฟ้าจำลองล่วงหน้าหรือไม่?
ตอบ: ควรจองล่วงหน้า โดยเฉพาะโรงเรียน คณะทัศนศึกษา หรือกลุ่มผู้เข้าชมจำนวนมาก สามารถติดต่อจองท้องฟ้าจำลองได้ที่โทร. 091-3691944
 
ถาม: ภายในศูนย์มีอะไรให้ชมบ้าง?
ตอบ: ภายในมีท้องฟ้าจำลอง นิทรรศการวิทยาศาสตร์พื้นฐาน นิทรรศการดาราศาสตร์และอวกาศ นิทรรศการโลกล้านปี นิทรรศการข้าวหอมมะลิ นิทรรศการพลังงาน นิทรรศการวัฒนธรรมอีสาน Science Show และกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์
 
ถาม: ศูนย์แห่งนี้เหมาะกับเด็กเล็กหรือไม่?
ตอบ: เหมาะกับเด็กเล็ก เด็กวัยเรียน และเยาวชน เพราะมีพื้นที่กิจกรรมที่ออกแบบให้เรียนรู้ผ่านการชม การทดลอง การเล่น และการมีส่วนร่วมในบรรยากาศที่สนุกและปลอดภัย
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปศูนย์อย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้ถนนแจ้งสนิทมุ่งหน้าอำเภอธวัชบุรี ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร แล้วเข้าสู่พื้นที่ตำบลนิเวศน์เพื่อไปยังศูนย์ หากไม่มีรถส่วนตัวสามารถต่อรถรับจ้างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดได้
 
ถาม: เที่ยวศูนย์แล้วสามารถไปเที่ยวที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเดินทางต่อไปยังบึงพลาญชัย หอโหวด 101 ประตูสาเกตนคร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด วัดบูรพาภิราม และสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ดได้

โทร : 043569340

แฟกซ์ : 043569174

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีกลุ่ม: ●ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด

อัลบั้มรูป

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)
วัด วัด(35)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(1)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)