หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.หนองพอก >ต.ผาน้ำย้อย > พระมหาเจดีย์ชัยมงคล
TL;DR: พระมหาเจดีย์ชัยมงคล อยู่ที่วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม บ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 06.00 – 17.00 น.

ร้อยเอ็ด

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล

วันเปิดทำการ: ทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 17.00 น.
 
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นมหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นหนึ่งในศาสนสถานที่งดงาม อลังการ และมีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน พระมหาเจดีย์องค์นี้ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่เขาเขียว ท่ามกลางภูมิประเทศที่สงบ ร่มรื่น และมีบรรยากาศของวัดป่ากรรมฐานอย่างชัดเจน จุดเด่นของสถานที่คือองค์เจดีย์สีขาวประดับลวดลายสีทองเหลืองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ รูปเหมือนพระสุปฏิปันโน และพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสถานปฏิบัติธรรมของหลวงปู่ศรี มหาวีโร ผู้ริเริ่มดำเนินการสร้างพระมหาเจดีย์แห่งนี้
 
พระมหาเจดีย์ชัยมงคลเป็นสถานที่ที่ชาวร้อยเอ็ดและชาวอีสานภาคภูมิใจอย่างสูง เพราะไม่ได้เป็นเพียงเจดีย์ขนาดใหญ่สำหรับการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นศูนย์รวมพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รวบรวมเรื่องราวของครูบาอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน และเป็นพื้นที่สำหรับการสักการะบูชา การเรียนรู้ธรรมะ และการระลึกถึงพระอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในภาคอีสาน ผู้ที่เดินทางมาถึงวัดจะสัมผัสได้ทันทีว่าองค์พระมหาเจดีย์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความงามภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่สร้างขึ้นเพื่อเป็นหลักทางใจของผู้ศรัทธาและเป็นพุทธบูชาที่มีขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค
 
สถานที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ชัยมงคลอยู่ในวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม หรือที่ผู้คนจำนวนมากเรียกว่า วัดผาน้ำย้อย พื้นที่นี้ตั้งอยู่ที่บ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด บริเวณวัดสัมพันธ์กับภูเขาเขียวและหน้าผาที่มีน้ำไหลย้อยลงมาตลอดปี จึงเกิดชื่อเรียกผาน้ำย้อยหรือผาน้ำทิพย์ในความรับรู้ของชาวบ้าน สภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขา ป่า และหน้าผาทำให้วัดแห่งนี้มีบรรยากาศแตกต่างจากวัดในตัวเมืองอย่างชัดเจน ผู้มาเยือนจะได้ทั้งความยิ่งใหญ่ของศาสนสถานและความสงบแบบวัดป่าในเวลาเดียวกัน
 
พระมหาเจดีย์ชัยมงคลดำเนินการสร้างโดยพระอาจารย์ศรี มหาวีโร หรือหลวงปู่ศรี มหาวีโร พระเถระสายวิปัสสนากรรมฐานผู้เป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต การสร้างพระมหาเจดีย์มีรากมาจากเจตนารมณ์ที่จะสร้างถาวรวัตถุขนาดใหญ่สำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและรวบรวมเกียรติคุณของครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หลวงปู่ศรีเป็นพระอาจารย์ที่มีบทบาทสำคัญต่อศรัทธาของชาวร้อยเอ็ด โดยเฉพาะสายวัดป่าและวิปัสสนากรรมฐานในภาคอีสาน การสร้างพระมหาเจดีย์แห่งนี้จึงเป็นผลรวมของความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา ความเคารพครูบาอาจารย์ และความตั้งใจที่จะให้สถานที่นี้เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมและการสักการะของประชาชน
 
ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของพระมหาเจดีย์ชัยมงคลมีความโดดเด่นมาก เพราะเป็นการผสมผสานศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน โดยวางแรงบันดาลใจจากพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม และพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม รูปทรงโดยรวมมีความสง่างามแบบมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ ส่วนผิวและรายละเอียดให้ความรู้สึกใกล้กับคติพระธาตุในวัฒนธรรมอีสาน การใช้สีขาวเป็นพื้นหลักทำให้องค์เจดีย์ดูบริสุทธิ์ สว่าง และเด่นชัดบนภูเขา ขณะที่ลวดลายสีทองช่วยเพิ่มความวิจิตรตระการตา เมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นองค์เจดีย์สว่างเด่นเหนือแนวป่า แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้จะเห็นรายละเอียดของซุ้ม ประตู ลายประดับ และองค์ประกอบทางศิลปกรรมอย่างเต็มตา
 
องค์พระมหาเจดีย์สร้างบนเนื้อที่ 101 ไร่ มีความกว้าง 101 เมตร ความยาว 101 เมตร และความสูง 101 เมตร เมื่อรวมยอดทองคำแล้วสูงประมาณ 109 เมตร ยอดทองคำใช้ทองคำหนัก 4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม ตัวเลข 101 ปรากฏซ้ำในหลายองค์ประกอบของสถานที่ ทำให้พระมหาเจดีย์มีเอกลักษณ์เชิงสัญลักษณ์ที่จดจำง่าย ทั้งในแง่ขนาด พื้นที่ และความหมายที่เชื่อมโยงกับจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งมีชื่อสัมพันธ์กับเลข 101 การกำหนดสัดส่วนเช่นนี้ทำให้องค์เจดีย์มีทั้งความงามทางสถาปัตยกรรมและความหมายเชิงอัตลักษณ์ของจังหวัดอยู่ในโครงสร้างเดียวกัน
 
เมื่อเข้าสู่พื้นที่พระมหาเจดีย์ ผู้มาเยือนจะพบความงดงามที่แตกต่างจากการชมวัดทั่วไป บริเวณรอบองค์เจดีย์จัดวางอย่างเป็นระเบียบ มีพื้นที่กว้าง ลานทางเดิน และเจดีย์บริวารทั้ง 8 ทิศที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับองค์ประธาน ความงามของพระมหาเจดีย์ไม่ได้เกิดจากความใหญ่โตเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการจัดสัดส่วนขององค์เจดีย์ ซุ้มประตู ชั้นอาคาร ลายประดับ และสีสันที่ทำงานร่วมกันอย่างชัดเจน เมื่อแสงแดดกระทบสีขาวและสีทองขององค์เจดีย์ จะเกิดความสว่างและสง่างามอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ ๆ ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการไหว้พระและถ่ายภาพ
 
ภายในองค์พระมหาเจดีย์ชัยมงคลแบ่งเป็นหลายชั้น แต่ละชั้นมีหน้าที่และความหมายแตกต่างกัน ชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงกว้างใหญ่โอ่อ่า ผนังจารึกนามผู้มีจิตศรัทธาและทานาธิบดีต่าง ๆ ใช้เป็นพื้นที่สำหรับประชุมและบำเพ็ญบุญ ชั้นนี้ทำให้เห็นว่าพระมหาเจดีย์เกิดจากแรงร่วมของผู้คนจำนวนมาก ไม่ใช่งานของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพียงลำพัง ทุกชื่อที่ปรากฏบนผนังสะท้อนพลังของการให้ การร่วมบุญ และการสร้างศาสนสถานเพื่อพระพุทธศาสนา
 
ชั้นที่ 2 เป็นห้องโถงที่ตกแต่งด้วยลวดลายไทยอย่างวิจิตร ผนังติดตั้งภาพพระพุทธประวัติและองค์ประกอบทางศิลปกรรมที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เรื่องราวของพระพุทธเจ้าผ่านภาพและบรรยากาศภายในอาคาร การเดินชมชั้นนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เวลาอย่างสงบ เพราะภาพและลวดลายรอบตัวทำหน้าที่เป็นสื่อธรรมะอย่างมีพลัง ผู้ที่ไม่คุ้นกับพระพุทธประวัติก็สามารถรับรู้เรื่องราวสำคัญผ่านภาพ ส่วนผู้ที่มีพื้นฐานความรู้ทางพระพุทธศาสนาอยู่แล้วจะเห็นรายละเอียดและลำดับเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับการตรัสรู้ การเผยแผ่ธรรม และหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า
 
ชั้นที่ 3 เป็นหนึ่งในชั้นที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นที่ประดิษฐานรูปพระอาจารย์และปราชญ์อีสานในอดีต รวมถึงรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์ รูปเหมือนเหล่านี้เป็นการระลึกถึงครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ซึ่งมีบทบาทต่อการธำรงพระพุทธศาสนาและสายวิปัสสนากรรมฐานในภาคอีสาน ผู้มาเยือนจะได้เห็นความต่อเนื่องของสายธรรมและความเคารพที่ผู้คนมีต่อพระเถระผู้เป็นแบบอย่างด้านศีล สมาธิ ปัญญา ชั้นนี้จึงเป็นเหมือนหอเกียรติคุณทางจิตวิญญาณของครูบาอาจารย์สายอีสานที่รวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
 
ชั้นที่ 4 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงวัดวาอารามและสถานปฏิบัติสมถวิปัสสนากรรมฐานที่หลวงปู่ศรี มหาวีโรเคยบำเพ็ญธรรมมา พื้นที่นี้มีความสำคัญต่อผู้ที่สนใจประวัติสายวัดป่า เพราะช่วยให้เห็นเส้นทางการปฏิบัติของหลวงปู่ศรีและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับธรรมปฏิบัติในช่วงชีวิตของท่าน พิพิธภัณฑ์ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบของอาคาร แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องการธุดงค์ การภาวนา ความเรียบง่าย และความเพียรของพระกรรมฐาน ผู้ที่เดินชมชั้นนี้จะเข้าใจได้ดีขึ้นว่าพระมหาเจดีย์ชัยมงคลมีรากจากสายปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงงานศิลปกรรมขนาดใหญ่
 
ชั้นที่ 5 เป็นชั้นสำคัญที่มีบันไดเวียน 119 ขั้นขึ้นสู่ห้องโถงรูประฆัง 8 เหลี่ยม ซึ่งเป็นพื้นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระสารีริกธาตุอันเป็นที่เคารพสูงสุดของพุทธศาสนิกชน บรรยากาศในชั้นบนให้ความรู้สึกสงบ ขรึม และศักดิ์สิทธิ์ ผู้มาเยือนควรเดินด้วยความสำรวม ใช้เสียงเบา แต่งกายสุภาพ และเคารพข้อปฏิบัติของสถานที่ เพราะพื้นที่นี้เป็นหัวใจทางศรัทธาของพระมหาเจดีย์ การได้ขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุถือเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ที่เดินทางมาเยือนสถานที่แห่งนี้
 
หลายแหล่งข้อมูลระบุจำนวนชั้นของพระมหาเจดีย์แตกต่างกันระหว่าง 5 ชั้นและ 6 ชั้น โดยสาระหลักยังตรงกันว่าชั้นบนสุดเป็นพื้นที่ประดิษฐานหรือบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และชั้นภายในประกอบด้วยห้องโถง ภาพพระพุทธประวัติ รูปเหมือนพระสุปฏิปันโน และพิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐาน ในการเดินชมจริง ผู้มาเยือนควรยึดป้ายแนะนำภายในวัดและเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนดเป็นหลัก เพราะบางส่วนของอาคารอาจมีการจัดการพื้นที่ตามช่วงเวลา พิธีกรรม หรือการบำรุงรักษาอาคาร
 
ข้อปฏิบัติในการขึ้นไปนมัสการองค์พระมหาเจดีย์มีความสำคัญมาก ผู้มาเยือนควรถอดหมวก ถอดรองเท้า แต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่นำสัตว์เลี้ยงขึ้นบนเจดีย์ ไม่จับต้องลวดลายและส่วนประดับต่าง ๆ ไม่นำอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่มขึ้นไปรับประทานบนพระมหาเจดีย์ ไม่จุดธูปเทียนภายในองค์พระมหาเจดีย์ ไม่สูบบุหรี่ และไม่เสพของมึนเมา ข้อปฏิบัติเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อควบคุมนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่มีไว้เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ ความสะอาด ความปลอดภัย และความงดงามของศาสนสถานให้คงอยู่ต่อไป
 
พระมหาเจดีย์ชัยมงคลยังมีคุณค่าในฐานะศูนย์รวมงานศิลปกรรมร่วมสมัยที่ผสานเอกลักษณ์ไทยหลายภาคเข้าด้วยกัน ภายนอกให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่แบบเจดีย์ประธาน ส่วนรายละเอียดลายประดับมีความละเอียดประณีตแบบงานไทยประยุกต์ ขณะที่คติพระธาตุและการสถาปนาบนภูเขาทำให้เชื่อมโยงกับภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์แบบอีสานและลุ่มน้ำโขง การออกแบบโดยกรมศิลปากรทำให้งานสถาปัตยกรรมมีระเบียบแบบแผน มีสัดส่วน และมีความสง่างามระดับประเทศ แต่พลังที่ทำให้องค์เจดีย์มีชีวิตจริงคือความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่ร่วมกันสร้างและเดินทางมาสักการะอย่างต่อเนื่อง
 
ชื่อวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามมีความหมายที่สัมพันธ์กับธรรมชาติและศรัทธา คำว่า ผาน้ำทิพย์ หรือผาน้ำย้อย เกิดจากสภาพหน้าผาที่มีน้ำไหลย้อยลงมาตลอดปี ชาวบ้านเชื่อว่าน้ำบริเวณนี้เป็นน้ำทิพย์และมีความเป็นมงคล จึงทำให้พื้นที่มีความศักดิ์สิทธิ์ในความรู้สึกของชุมชนมาแต่เดิม เมื่อหลวงปู่ศรี มหาวีโรได้มาปฏิบัติธรรมและพัฒนาพื้นที่ให้เป็นวัด พื้นที่ธรรมชาตินี้จึงเปลี่ยนจากภูเขาและป่าที่มีความสงบเป็นศาสนสถานสำคัญที่เชื่อมโยงธรรมชาติ วัดป่า และมหาเจดีย์เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
 
ในเชิงประวัติศาสตร์ พื้นที่เขาเขียวและผาน้ำย้อยมีความสำคัญต่อการตั้งวัด เพราะเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเจริญสมถวิปัสสนากรรมฐาน ความสงบของป่า ภูเขา และหน้าผาช่วยให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการภาวนา เมื่อหลวงปู่ศรีพิจารณาเห็นความเหมาะสมของสถานที่ จึงจัดตั้งวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ถาวรสำหรับการปฏิบัติธรรมและอบรมศีลธรรมแก่ประชาชน จากนั้นแนวคิดการสร้างพระมหาเจดีย์จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมศรัทธาที่ใหญ่ขึ้นและรองรับผู้คนจากทั่วประเทศ
 
พระมหาเจดีย์ชัยมงคลจึงมีความสำคัญ 3 ระดับพร้อมกัน ระดับแรกคือความสำคัญทางศาสนาในฐานะสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ระดับที่สองคือความสำคัญทางวัฒนธรรมในฐานะศูนย์รวมเรื่องราวครูบาอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐานและศิลปกรรมไทยร่วมสมัย ระดับที่สามคือความสำคัญทางการท่องเที่ยวในฐานะแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ดที่ดึงดูดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ผู้มาเยือนจึงได้รับประสบการณ์หลายมิติในทริปเดียว ทั้งการสักการะ การชมศิลปะ การเรียนรู้ธรรมะ และการสัมผัสภูมิทัศน์เขาเขียว
 
สำหรับผู้ที่เดินทางมาเป็นครอบครัว พระมหาเจดีย์ชัยมงคลเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนเรียนรู้เรื่องพระพุทธศาสนาได้ง่ายขึ้น เพราะภายในมีภาพพระพุทธประวัติ รูปเหมือนครูบาอาจารย์ และองค์ประกอบทางศิลปะที่จับต้องได้ ผู้ปกครองสามารถใช้การเดินชมแต่ละชั้นเป็นโอกาสอธิบายเรื่องการทำบุญ การสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ความเคารพครูบาอาจารย์ และมารยาทในการเข้าวัด การเรียนรู้ในพื้นที่จริงเช่นนี้ทำให้เด็กเห็นว่าศาสนสถานไม่ใช่เพียงอาคารสวยงาม แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้สร้างบุญ ฝึกใจ และรักษาความทรงจำทางธรรมร่วมกัน
 
สำหรับนักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพ พระมหาเจดีย์ชัยมงคลมีมุมภาพที่โดดเด่นมาก ตั้งแต่มุมทางเดินเข้าสู่เจดีย์ มุมด้านหน้าที่เห็นองค์เจดีย์ประธานเต็มองค์ มุมเจดีย์บริวารทั้ง 8 ทิศ มุมลายทองบนพื้นขาว มุมบันไดและซุ้มประตู ไปจนถึงมุมที่เห็นองค์เจดีย์ตั้งอยู่เหนือแนวป่าเขียว ช่วงเช้าเหมาะกับภาพที่ให้บรรยากาศสงบและแสงไม่แรง ส่วนช่วงบ่ายแก่ ๆ เหมาะกับภาพที่มีแสงอุ่นกระทบลายทอง อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพควรทำอย่างสำรวม ไม่กีดขวางผู้สักการะ และไม่ใช้ท่าทางที่ไม่เหมาะสมกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
 
หากต้องการชมพระมหาเจดีย์อย่างละเอียด ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1.5 – 2.5 ชั่วโมง เพราะพื้นที่มีขนาดใหญ่และมีรายละเอียดมาก ทั้งภายนอก ภายใน ชั้นต่าง ๆ พื้นที่พิพิธภัณฑ์ รูปเหมือนพระสุปฏิปันโน และจุดสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ผู้ที่รีบเดินชมเพียงภายนอกอาจเห็นเพียงความอลังการของอาคาร แต่ผู้ที่ใช้เวลาอย่างสงบจะเห็นความตั้งใจในรายละเอียดของงานศิลป์และความหมายของแต่ละชั้นได้ชัดเจนกว่า การเที่ยวพระมหาเจดีย์ชัยมงคลจึงเหมาะกับการเดินช้า ๆ อ่านป้าย สังเกตงานประดับ และให้เวลาตนเองได้สงบลงตามบรรยากาศของวัด
 
พระมหาเจดีย์ชัยมงคลเหมาะอย่างยิ่งสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าใจความหลากหลายของวัดไทย เพราะสถานที่นี้ไม่ได้เป็นเพียงเจดีย์แบบคลาสสิกในเมืองเก่า แต่เป็นมหาเจดีย์ร่วมสมัยที่ตั้งอยู่บนภูเขาและเชื่อมโยงกับสายวัดป่าอีสาน ภายนอกงดงามยิ่งใหญ่แบบศิลปกรรมไทยประยุกต์ ภายในมีทั้งพระพุทธประวัติ พิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐาน รูปเหมือนครูบาอาจารย์ และพระบรมสารีริกธาตุ ทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจได้ว่าในประเทศไทย ศาสนสถานสามารถเป็นทั้งพื้นที่ศรัทธา พื้นที่การเรียนรู้ พื้นที่ศิลปะ และพื้นที่ความทรงจำของครูบาอาจารย์ในเวลาเดียวกัน
 
การเดินทางไปพระมหาเจดีย์ชัยมงคลสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น จากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้เส้นทางร้อยเอ็ด – โพนทอง – หนองพอก ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ระยะทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดถึงอำเภอหนองพอกประมาณ 62 กม. จากนั้นเดินทางต่อไปยังบ้านท่าสะอาด ตำบลผาน้ำย้อย และขึ้นเขาเขียวอีกประมาณ 5 กม. จึงถึงบริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม เส้นทางเหมาะกับการขับรถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับจากตัวเมืองร้อยเอ็ด แต่ควรเผื่อเวลาเดินทาง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และตรวจสภาพรถให้พร้อมสำหรับเส้นทางขึ้นเขา
 
ผู้ที่เดินทางด้วยรถประจำทางสามารถขึ้นรถสายที่ผ่านอำเภอหนองพอก เช่น เส้นทางกรุงเทพฯ – มุกดาหาร หรือเดินทางมาถึงตัวเมืองร้อยเอ็ดก่อนแล้วต่อรถไปอำเภอหนองพอก จากนั้นเหมารถสองแถว รถรับจ้าง หรือรถท้องถิ่นขึ้นไปยังวัด การเดินทางแบบไม่มีรถส่วนตัวทำได้ แต่ควรวางแผนเวลาให้ดี เพราะสถานที่ตั้งอยู่บนภูเขาและไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง การติดต่อรถท้องถิ่นล่วงหน้าจะช่วยให้เดินทางสะดวกขึ้น โดยเฉพาะหากต้องการกลับตัวเมืองร้อยเอ็ดภายในวันเดียวกัน
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนคือช่วงเช้า เพราะอากาศยังไม่ร้อน แสงสวย และมีเวลามากพอสำหรับเดินชมทุกชั้นอย่างละเอียด อีกช่วงที่เหมาะคือบ่ายแก่ ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายภาพภายนอกองค์เจดีย์ แต่ต้องคำนึงถึงเวลาเปิดปิดของสถานที่ซึ่งเปิดให้เข้าชมถึง 17.00 น. การมาถึงช้าเกินไปอาจทำให้มีเวลาไม่พอสำหรับการขึ้นชมด้านใน ฤดูหนาวและปลายฝนต้นหนาวเป็นช่วงที่อากาศเหมาะกับการเดินชมมากที่สุด ส่วนฤดูฝนควรตรวจสภาพอากาศก่อนขึ้นเขาและระวังพื้นลื่นในบางจุด
 
พระมหาเจดีย์ชัยมงคลสามารถจัดเป็นทริปหลักของวันได้ เพราะระยะทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดค่อนข้างไกลและพื้นที่มีขนาดใหญ่ หากออกจากตัวเมืองร้อยเอ็ดช่วงเช้า สามารถใช้เวลาชมพระมหาเจดีย์จนถึงช่วงสายหรือเที่ยง จากนั้นรับประทานอาหารในอำเภอหนองพอก แล้วเดินทางต่อไปยังจุดใกล้เคียงหรือกลับตัวเมืองร้อยเอ็ดเพื่อเที่ยวบึงพลาญชัย หอโหวด 101 วัดบูรพาภิราม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ดในช่วงเย็น สำหรับผู้ที่ต้องการเน้นเส้นทางสายวัด สามารถเชื่อมต่อไปยังวัดป่ากุงหรือวัดสำคัญอื่นในจังหวัดได้ โดยควรวางแผนเส้นทางให้เหมาะกับเวลาและระยะทางจริง
 
บริเวณใกล้พระมหาเจดีย์ชัยมงคลมีร้านอาหารและคาเฟ่ในอำเภอหนองพอกให้เลือกแวะพัก โดยเฉพาะร้านในตัวอำเภอและบริเวณเส้นทางขึ้นไปยังวัด เช่น ร้านอาหารพื้นบ้าน คาเฟ่ ร้านกาแฟ ร้านอาหารทะเล และร้านอาหารสำหรับครอบครัว ส่วนที่พักใกล้ที่สุดมักอยู่ในเขตอำเภอหนองพอกและพื้นที่รอบอำเภอ ผู้ที่ต้องการพักค้างคืนเพื่อเที่ยวแบบไม่เร่งรีบสามารถเลือกที่พักในหนองพอกได้ แต่หากต้องการความสะดวกของโรงแรมขนาดใหญ่ ร้านอาหาร และบริการเมืองมากกว่า การพักในตัวเมืองร้อยเอ็ดแล้วขับรถมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับก็เป็นทางเลือกที่ดี
 
ค่าเข้าชมพระมหาเจดีย์ชัยมงคลไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะและเดินชมได้ตามเวลาที่กำหนด หากต้องการทำบุญ สามารถทำได้ตามศรัทธาในจุดที่วัดจัดไว้ การไม่เสียค่าเข้าชมทำให้สถานที่นี้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ความเปิดกว้างนี้มาพร้อมกับความรับผิดชอบของผู้มาเยือนในการรักษาความสะอาด เคารพกฎระเบียบ และช่วยกันดูแลศาสนสถานให้สมกับความศรัทธาของผู้คนจำนวนมากที่ร่วมกันสร้างขึ้น
 
โดยสรุป พระมหาเจดีย์ชัยมงคล วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม เป็นศาสนสถานสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ดที่ควรค่าแก่การเดินทางไปเยือนอย่างยิ่ง องค์เจดีย์ขนาดใหญ่สีขาวประดับทองบนเขาเขียว พื้นที่ 101 ไร่ ขนาด 101 เมตร รายล้อมด้วยเจดีย์ 8 ทิศ และยอดทองคำประมาณ 60 กิโลกรัม ทำให้สถานที่นี้โดดเด่นทั้งด้านศิลปกรรมและความศรัทธา ภายในยังบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีภาพพระพุทธประวัติ พิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐาน และรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์ ผู้ที่เดินทางมาร้อยเอ็ดและต้องการสัมผัสความยิ่งใหญ่ของศรัทธาอีสานควรเก็บพระมหาเจดีย์ชัยมงคลไว้เป็นจุดหมายหลักของทริป
 
ชื่อสถานที่พระมหาเจดีย์ชัยมงคล
ที่ตั้งวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม บ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
ที่อยู่ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด 45210
ไฮไลต์มหาเจดีย์สีขาวประดับลายทองขนาดใหญ่บนเขาเขียว ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์ และพิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐานของหลวงปู่ศรี มหาวีโร
ประวัติ / สมัย / ยุคดำเนินการสร้างโดยพระอาจารย์ศรี มหาวีโร ศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเป็นศูนย์รวมเรื่องราวครูบาอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน
ที่มาของชื่อชื่อพระมหาเจดีย์ชัยมงคลสื่อถึงเจดีย์ใหญ่แห่งชัยมงคลและความเป็นสิริมงคล ส่วนชื่อวัดผาน้ำทิพย์หรือผาน้ำย้อยสัมพันธ์กับหน้าผาที่มีน้ำไหลย้อยลงมาตลอดปี
ลักษณะเด่นศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน ผสมแรงบันดาลใจจากพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม องค์เจดีย์สีขาวประดับลายทอง รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ
ขนาดและพื้นที่สร้างบนเนื้อที่ 101 ไร่ กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร สูง 101 เมตร รวมยอดทองคำประมาณ 109 เมตร ใช้ทองคำหนักประมาณ 4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม
สิ่งสำคัญภายในพระบรมสารีริกธาตุ พระสารีริกธาตุ ภาพพระพุทธประวัติ รูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์ พิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐาน และห้องโถงบำเพ็ญบุญ
การเดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้เส้นทางร้อยเอ็ด – โพนทอง – หนองพอก ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ถึงอำเภอหนองพอกประมาณ 62 กม. แล้วต่อไปบ้านท่าสะอาด ตำบลผาน้ำย้อย และขึ้นเขาเขียวอีกประมาณ 5 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดให้สักการะและเยี่ยมชมตามเวลาทำการ
วันเปิดทำการทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ06.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่สักการะพระบรมสารีริกธาตุ พื้นที่เดินชมองค์เจดีย์ พื้นที่พิพิธภัณฑ์ พื้นที่บำเพ็ญบุญ ลานชมวิว จุดถ่ายภาพ และพื้นที่จอดรถ
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. โซนลานพระมหาเจดีย์และเจดีย์บริวาร 8 ทิศ
2. โซนห้องโถงบำเพ็ญบุญและจารึกนามทานาธิบดี
3. โซนภาพพระพุทธประวัติและลวดลายไทย
4. โซนรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์
5. โซนพิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐานของหลวงปู่ศรี
6. โซนบันไดเวียนและห้องโถงรูประฆัง 8 เหลี่ยม
7. โซนสักการะพระบรมสารีริกธาตุชั้นบนสุด
8. โซนผาน้ำย้อยและภูมิทัศน์เขาเขียว
ผู้ดำเนินการสร้าง / พระเถระสำคัญพระอาจารย์ศรี มหาวีโร หรือหลวงปู่ศรี มหาวีโร
เบอร์ติดต่อหลัก064-295-9766
หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่เทศบาลตำบลผาน้ำย้อย โทร. 043-625555
ข้อปฏิบัติสำคัญถอดหมวก ถอดรองเท้า แต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่นำสัตว์เลี้ยง อาหาร หรือเครื่องดื่มขึ้นบนพระมหาเจดีย์ ไม่จับต้องลวดลาย ไม่จุดธูปเทียนภายในองค์เจดีย์ และไม่สูบบุหรี่
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ผาน้ำย้อย / ผาน้ำทิพย์ ประมาณ 1 กม.
2. ตลาดหนองพอกและย่านอำเภอหนองพอก ประมาณ 13 กม.
3. แหลมพยอม / บึงโพนทอง ประมาณ 55 กม.
4. วัดป่ากุง หรือวัดประชาคมวนาราม ประมาณ 75 กม.
5. วัดบูรพาภิราม ประมาณ 80 กม.
6. บึงพลาญชัย ประมาณ 80 กม.
7. หอโหวด 101 ประมาณ 81 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้าน วี.อาร์ ปลาเผา VR ประมาณ 6 กม. โทร. 081-209-7330, 089-617-8830
2. 29 Café หนองพอก ประมาณ 14 กม. โทร. 088-324-3517
3. Big Seafood ประมาณ 14 กม. โทร. 061-040-6854
4. Wali Land Garden Cafe ประมาณ 15 กม. โทร. 087-221-1909
5. Today Coffee ประมาณ 15 กม. โทร. 087-221-1909
6. ปายนมสด168 Milk at home ประมาณ 16 กม. โทร. 094-991-2212
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมมีทิพย์ MEETHIP HOTEL ประมาณ 14 กม. โทร. 089-942-0701, 087-949-9119
2. รีสอร์ทหนองพอก บ้านฟ้าใส ดาวสวย ประมาณ 18 กม. โทร. 089-009-6439
3. Hanchana’s Sweet Home ประมาณ 18 กม. โทร. 087-224-2867
4. ภูดาวโฮมสเตย์ ประมาณ 20 กม. โทร. 065-293-5353
5. ป.ปาล์มสีรุ้ง ประมาณ 20 กม. โทร. 091-054-9815
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระมหาเจดีย์ชัยมงคลอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พระมหาเจดีย์ชัยมงคลตั้งอยู่ภายในวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด บริเวณเขาเขียวและพื้นที่ผาน้ำย้อย
 
ถาม: พระมหาเจดีย์ชัยมงคลเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 06.00 – 17.00 น.
 
ถาม: พระมหาเจดีย์ชัยมงคลเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะพระบรมสารีริกธาตุและเดินชมองค์พระมหาเจดีย์ได้ตามเวลาทำการ
 
ถาม: จุดเด่นของพระมหาเจดีย์ชัยมงคลคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือองค์มหาเจดีย์สีขาวประดับลายทองขนาดใหญ่บนพื้นที่ 101 ไร่ รายล้อมด้วยเจดีย์ 8 ทิศ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์ และพิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐาน
 
ถาม: ใครเป็นผู้ดำเนินการสร้างพระมหาเจดีย์ชัยมงคล?
ตอบ: ผู้ดำเนินการสร้างคือพระอาจารย์ศรี มหาวีโร หรือหลวงปู่ศรี มหาวีโร พระเถระสายวิปัสสนากรรมฐานผู้เป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
 
ถาม: ภายในพระมหาเจดีย์ชัยมงคลมีอะไรบ้าง?
ตอบ: ภายในมีห้องโถงบำเพ็ญบุญ ภาพพระพุทธประวัติ รูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์ พิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐาน ห้องโถงรูประฆัง 8 เหลี่ยม และพื้นที่สักการะพระบรมสารีริกธาตุชั้นบนสุด
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปพระมหาเจดีย์ชัยมงคลอย่างไร?
ตอบ: ใช้เส้นทางร้อยเอ็ด – โพนทอง – หนองพอก ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ถึงอำเภอหนองพอกประมาณ 62 กม. แล้วต่อไปบ้านท่าสะอาด ตำบลผาน้ำย้อย และขึ้นเขาเขียวอีกประมาณ 5 กม.
 
ถาม: ควรไปพระมหาเจดีย์ชัยมงคลช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อน มีเวลาเดินชมภายในหลายชั้น และแสงเหมาะกับการถ่ายภาพ ส่วนช่วงบ่ายแก่ ๆ เหมาะกับการชมแสงบนองค์เจดีย์ภายนอก แต่ควรมาถึงก่อนเวลาปิด

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆกลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ ●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)
วัด วัด(35)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(1)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)