หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.เมืองร้อยเอ็ด >ต.ในเมือง > อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน)
TL;DR: อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) อยู่ที่บริเวณวงเวียนห้าแยกสายน้ำผึ้ง ใกล้วิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

ร้อยเอ็ด

อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน)

อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
 
อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) ร้อยเอ็ด เป็นแลนด์มาร์กสำคัญใจกลางเมืองร้อยเอ็ด ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนห้าแยกสายน้ำผึ้ง ใกล้วิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระขัติยะวงษา (ทน) เจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรก ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างบ้านแปงเมือง รวบรวมผู้คน ฟื้นฟูชุมชน และวางรากฐานให้เมืองร้อยเอ็ดเติบโตเป็นศูนย์กลางสำคัญของพื้นที่อีสานตอนกลางในเวลาต่อมา จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงการเป็นอนุสาวรีย์กลางวงเวียน แต่เป็นพื้นที่ความทรงจำร่วมของชาวร้อยเอ็ดที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์เมือง การปกครองท้องถิ่น ความเคารพต่อบรรพบุรุษ และอัตลักษณ์ของจังหวัดไว้ในจุดเดียว
 
สำหรับผู้ที่เดินทางมาร้อยเอ็ดเป็นครั้งแรก อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เข้าใจรากฐานของเมืองได้อย่างรวดเร็ว เพราะชื่อของพระขัติยะวงษา (ทน) ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าสำคัญเกี่ยวกับการตั้งเมืองร้อยเอ็ด ท่านเป็นบุตรของท้าวจารย์แก้ว เจ้าเมืองท่ง และได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรกเมื่อ พ.ศ. 2318 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ช่วงเวลานั้นเป็นยุคแห่งการรวบรวมผู้คนและฟื้นฟูบ้านเมืองหลังความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ของสยาม พระขัติยะวงษา (ทน) จึงไม่ได้เป็นเพียงผู้นำในทางตำแหน่ง แต่เป็นผู้นำของการตั้งถิ่นฐาน การจัดระเบียบชุมชน และการสร้างความมั่นคงให้เมืองกุ่มร้างซึ่งพัฒนามาเป็นเมืองร้อยเอ็ด
 
เรื่องราวของพระขัติยะวงษา (ทน) มีความสำคัญต่อความเข้าใจจังหวัดร้อยเอ็ดในเชิงประวัติศาสตร์ เพราะเมืองร้อยเอ็ดไม่ได้เติบโตขึ้นจากศูนย์กลางการปกครองเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเคลื่อนย้ายผู้คน การตั้งถิ่นฐานใหม่ การบูรณะเมืองร้าง และการสร้างความร่วมมือของกลุ่มคนในพื้นที่ พระขัติยะวงษา (ทน) เป็นผู้นำในการอพยพผู้คนจากเมืองท่งมาตั้งรกรากที่เมืองกุ่มร้างหรือเมืองร้อยเอ็ด ท่านรวบรวมผู้คนให้เกิดความเป็นปึกแผ่น บริหารจัดการบ้านเมือง และส่งเสริมให้ชุมชนมีความเจริญมั่นคง การกล่าวถึงอนุสาวรีย์แห่งนี้จึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงภาพของรูปหล่อสำริดกลางวงเวียน แต่ควรมองในฐานะสัญลักษณ์ของยุคเริ่มต้นเมืองร้อยเอ็ดในความทรงจำของท้องถิ่น
 
บริเวณที่ตั้งของอนุสาวรีย์อยู่ในพื้นที่เมืองเก่าที่มีการสัญจรคึกคัก ห้าแยกสายน้ำผึ้งเป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางสำคัญภายในตัวเมืองร้อยเอ็ด ทำให้ผู้ที่ขับรถผ่านใจกลางเมืองสามารถเห็นอนุสาวรีย์ได้อย่างชัดเจน สภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นย่านเมือง มีอาคาร ร้านค้า สถานศึกษา และเส้นทางเข้าสู่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ เช่น บึงพลาญชัย หอโหวด 101 วัดบูรพาภิราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ความเป็นจุดศูนย์กลางของทำเลนี้ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้อนุสาวรีย์เป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางชมเมืองร้อยเอ็ดได้สะดวก
 
ตัวอนุสาวรีย์สร้างเป็นรูปหล่อพระขัติยะวงษา (ทน) ขนาดใหญ่กว่าคนจริง หล่อด้วยสำริดในลักษณะท่ายืนบนฐานอนุสรณ์ที่ยกสูง รูปลักษณ์ของอนุสาวรีย์สะท้อนภาพผู้นำเมืองในอดีตที่มีความสง่างาม เด็ดเดี่ยว และมั่นคง ฐานอนุสาวรีย์เป็นพื้นที่สำหรับวางพวงมาลัย ดอกไม้ และเครื่องสักการะในโอกาสต่าง ๆ โดยเฉพาะช่วงงานประเพณีสำคัญของจังหวัดและพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง การจัดวางอนุสาวรีย์ไว้กลางวงเวียนทำให้รูปหล่อยืนเด่นอยู่ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของเมืองปัจจุบัน เป็นภาพที่สื่อให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้แยกขาดจากชีวิตประจำวันของชาวเมืองร้อยเอ็ด
 
การก่อสร้างอนุสาวรีย์มีความเกี่ยวข้องกับเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ประชาชนในพื้นที่ และกรมศิลปากร โดยเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดได้รับความเห็นชอบจากจังหวัดและประชาชนทั่วไปในการจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างอนุสาวรีย์และอนุสรณ์สถานรำลึกถึงเจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรก จากนั้นได้ขออนุญาตก่อสร้างไปยังกรมศิลปากรและได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างตามแบบแปลนของกรมศิลปากร อนุสาวรีย์แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2542 รายละเอียดเหล่านี้ทำให้อนุสาวรีย์มีคุณค่าทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและในเชิงงานอนุสรณ์ที่ผ่านกระบวนการออกแบบและอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรมของประเทศ
 
ความสำคัญของพระขัติยะวงษา (ทน) อยู่ที่บทบาทการเป็นผู้วางรากฐานเมืองร้อยเอ็ด ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีความสามารถในการปกครอง สามารถรวบรวมผู้คนให้กลับมาสร้างบ้านเมืองที่เคยร้างให้กลายเป็นชุมชนที่มั่นคง การฟื้นเมืองในสมัยนั้นต้องอาศัยทั้งความกล้าหาญ ความเข้าใจคน ความสามารถด้านการบริหาร และความอดทนต่อสภาพแวดล้อมทางสังคม การเมือง และภูมิประเทศ การอพยพผู้คนจากเมืองท่งมาตั้งถิ่นฐานที่เมืองกุ่มร้างไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะต้องจัดการทั้งที่อยู่อาศัย แหล่งน้ำ การเพาะปลูก ความปลอดภัย และความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคน เมืองร้อยเอ็ดจึงเป็นผลลัพธ์ของการบริหารที่ค่อย ๆ สร้างความมั่นคงจากพื้นฐานของชุมชนจริง
 
ชื่อ “พระขัติยะวงษา” เป็นราชทินนามที่สื่อถึงเกียรติยศและบทบาททางการปกครอง ส่วนคำว่า “ทน” เป็นชื่อเดิมที่ช่วยให้ผู้คนจดจำตัวบุคคลในมิติที่ใกล้ชิดกับท้องถิ่นมากขึ้น การเรียกชื่ออนุสาวรีย์ว่า “อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน)” จึงสะท้อนทั้งสถานะทางประวัติศาสตร์และความทรงจำแบบชาวบ้านในเวลาเดียวกัน สำหรับชาวร้อยเอ็ด ชื่อนี้ไม่ได้เป็นเพียงชื่อบุคคลในอดีต แต่เป็นชื่อที่ผูกพันกับการเริ่มต้นเมือง การฟื้นฟูบ้านเมือง และความภาคภูมิใจในรากเหง้าของจังหวัด
 
เมื่อมองในเชิงภูมิศาสตร์เมือง อนุสาวรีย์ตั้งอยู่ในตำบลในเมืองซึ่งเป็นพื้นที่ศูนย์กลางของอำเภอเมืองร้อยเอ็ด ตำแหน่งดังกล่าวทำให้สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการแวะชมในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนเดินทางต่อไปยังสถานที่อื่น ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากอนุสาวรีย์ แล้วเดินทางต่อไปยังบึงพลาญชัยเพื่อชมสวนสาธารณะและพื้นที่พักผ่อน ต่อด้วยหอโหวด 101 เพื่อชมทัศนียภาพเมืองจากมุมสูง จากนั้นจึงไปยังวัดบูรพาภิรามเพื่อสักการะพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือแวะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ดเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพิ่มเติม การจัดเส้นทางลักษณะนี้ทำให้อนุสาวรีย์เป็นจุดเริ่มต้นที่มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์และการวางแผนท่องเที่ยว
 
บรรยากาศของอนุสาวรีย์แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสวนหรือวัด เพราะตั้งอยู่กลางเมืองและมีรถสัญจรโดยรอบ ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพควรเลือกช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่แสงนุ่มกว่า และควรคำนึงถึงความปลอดภัยในการหยุดรถหรือเดินเท้า เนื่องจากเป็นบริเวณวงเวียน ไม่ใช่ลานท่องเที่ยวขนาดใหญ่สำหรับเดินชมเป็นเวลานาน จุดเด่นของการมาเยือนคือการสักการะ ถ่ายภาพจากมุมที่ปลอดภัย และใช้สถานที่นี้เป็นจุดเชื่อมโยงความเข้าใจประวัติศาสตร์เมืองร้อยเอ็ดมากกว่าการทำกิจกรรมท่องเที่ยวแบบใช้เวลานาน
 
ในมิติทางวัฒนธรรม อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) มีบทบาทในพิธีสักการะและบวงสรวงช่วงงานประเพณี “สมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป” ซึ่งเป็นงานประเพณีลอยกระทงสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ด การที่หน่วยงานจังหวัด เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด หัวหน้าส่วนราชการ สถานศึกษา และประชาชนเข้าร่วมพิธีที่อนุสาวรีย์เป็นประจำ แสดงให้เห็นว่าสถานที่แห่งนี้ยังมีชีวิตในทางพิธีกรรมและการยึดโยงจิตใจของคนเมือง ไม่ได้เป็นเพียงอนุสาวรีย์ที่สร้างไว้เพื่อชมเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ประกอบความเคารพต่อผู้ก่อตั้งเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
 
งานสมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป เป็นบริบทสำคัญที่ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างอนุสาวรีย์กับชีวิตวัฒนธรรมของร้อยเอ็ด เพราะในช่วงเทศกาลนี้เมืองร้อยเอ็ดจะมีบรรยากาศคึกคักจากกิจกรรมลอยกระทง การแสดงทางวัฒนธรรม การจัดพิธีบวงสรวง และการรวมตัวของประชาชนบริเวณพื้นที่สำคัญรอบเมือง จุดอนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) เป็นหนึ่งในจุดประกอบพิธีสักการะของจังหวัด ทำให้ผู้มาเยือนในช่วงเทศกาลสามารถเห็นภาพความต่อเนื่องระหว่างประวัติศาสตร์เมืองกับประเพณีปัจจุบันได้ชัดเจน
 
นักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นควรใช้เวลาอ่านเรื่องราวของพระขัติยะวงษา (ทน) ก่อนมาเยือน เพราะจะทำให้การชมอนุสาวรีย์มีความหมายมากขึ้น หากมองเพียงรูปหล่อกลางวงเวียน ผู้มาเยือนอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่เมื่อเข้าใจว่าบุคคลนี้เกี่ยวข้องกับการอพยพผู้คน การฟื้นฟูเมืองร้าง และการวางรากฐานการปกครองของร้อยเอ็ด สถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นประตูสู่การอ่านเมืองทั้งเมือง ความรู้เกี่ยวกับอดีตช่วยให้ผู้มาเยือนมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างถนน โรงเรียน วัด ตลาด บึงพลาญชัย และย่านเมืองเก่าในฐานะองค์ประกอบของเมืองที่เติบโตต่อเนื่องมาจากรากฐานประวัติศาสตร์เดียวกัน
 
สำหรับผู้ที่สนใจภาพถ่าย อนุสาวรีย์มีมุมถ่ายภาพที่เด่นในช่วงแสงเช้าและแสงเย็น ช่วงเช้าบรรยากาศรอบเมืองยังไม่แออัดมาก แสงธรรมชาติช่วยให้รายละเอียดของรูปหล่อและฐานอนุสาวรีย์ชัดเจน ส่วนช่วงเย็นให้บรรยากาศเมืองที่มีชีวิต มีแสงไฟถนนและการสัญจรรอบวงเวียน ผู้ถ่ายภาพควรใช้มุมจากพื้นที่ปลอดภัยริมทางเท้าหรือจุดที่สามารถหยุดได้โดยไม่กีดขวางการจราจร ไม่ควรยืนถ่ายภาพบนผิวจราจรหรือเกาะกลางที่ไม่เหมาะสมต่อการเดินเท้า เพราะพื้นที่หลักของอนุสาวรีย์สัมพันธ์กับวงเวียนการจราจรโดยตรง
 
การสักการะอนุสาวรีย์สามารถทำได้อย่างเรียบง่าย ผู้มาเยือนนิยมถวายพวงมาลัย ดอกไม้ หรือยกมือไหว้ด้วยความเคารพ การแสดงความเคารพควรทำอย่างสุภาพ ไม่ปีนขึ้นฐานอนุสาวรีย์ ไม่วางสิ่งของในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม และไม่กีดขวางการจราจรหรือทางเดินสาธารณะ หากมาเป็นคณะควรจัดเวลาสั้น ๆ และเคลื่อนย้ายอย่างเป็นระเบียบ เนื่องจากพื้นที่รอบอนุสาวรีย์เป็นพื้นที่เมืองที่มีผู้ใช้ถนนจำนวนมาก ความเรียบง่ายและความสุภาพเป็นแนวทางที่เหมาะที่สุดสำหรับการเยี่ยมชมสถานที่เชิงอนุสรณ์กลางเมืองเช่นนี้
 
อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) ยังเหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจการเรียนรู้ท้องถิ่น เพราะเป็นกรณีศึกษาที่ดีของการสร้างอนุสรณ์บุคคลสำคัญประจำเมือง การจัดวางความทรงจำในพื้นที่สาธารณะ และการใช้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์จังหวัด ครูหรือผู้นำกลุ่มสามารถใช้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นก่อนพาผู้เรียนไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด วัดกลางมิ่งเมือง วัดบูรพาภิราม หรือบึงพลาญชัย เพื่อเชื่อมโยงเนื้อหาเรื่องประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ศาสนา และการพัฒนาเมืองเข้าด้วยกัน
 
ในด้านการท่องเที่ยวเชิงเมือง อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นจุดแวะที่ใช้เวลาไม่นาน แต่ให้คุณค่าทางความเข้าใจสูง เหมาะกับแผนเที่ยวแบบครึ่งวันในตัวเมืองร้อยเอ็ด นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มช่วงเช้าด้วยการชมอนุสาวรีย์และถ่ายภาพ จากนั้นไปเดินรอบบึงพลาญชัย แวะหอโหวด 101 และรับประทานอาหารในย่านริมบึง ช่วงบ่ายสามารถไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ดหรือวัดบูรพาภิราม ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการพักผ่อนในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์หรือพื้นที่รอบบึงพลาญชัย การวางเส้นทางเช่นนี้ทำให้เห็นเมืองร้อยเอ็ดทั้งในมุมประวัติศาสตร์ ศรัทธา พื้นที่สาธารณะ และชีวิตเมืองร่วมสมัย
 
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่ควรจัดร่วมกันมากที่สุดคือบึงพลาญชัย ซึ่งเป็นสวนสาธารณะและพื้นที่พักผ่อนสำคัญของเมืองร้อยเอ็ด อยู่ไม่ไกลจากอนุสาวรีย์ บริเวณบึงมีทัศนียภาพร่มรื่น เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายภาพ ออกกำลังกาย และชมบรรยากาศเมือง ต่อจากนั้นสามารถไปหอโหวด 101 ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสมัยใหม่ของจังหวัดและเป็นจุดชมวิวที่ช่วยให้เห็นผังเมืองร้อยเอ็ดจากมุมสูง การจับคู่ระหว่างอนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) กับหอโหวด 101 ทำให้เส้นทางท่องเที่ยวมีทั้งประวัติศาสตร์ผู้ก่อตั้งเมืองและสัญลักษณ์เมืองร่วมสมัยในวันเดียวกัน
 
อีกสถานที่ที่เชื่อมโยงกับความเป็นเมืองร้อยเอ็ดได้ดีคือวัดบูรพาภิราม พระอารามหลวงที่มีพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่เป็นจุดเด่น วัดนี้อยู่ในตัวเมืองและเดินทางต่อจากอนุสาวรีย์ได้สะดวก ผู้ที่สนใจศาสนา ศิลปกรรม และบรรยากาศวัดเมืองควรจัดไว้ในเส้นทางเดียวกัน ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ดเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจประวัติศาสตร์ โบราณคดี วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของพื้นที่อย่างเป็นระบบ เมื่อเดินทางจากอนุสาวรีย์ไปยังพิพิธภัณฑ์ ผู้มาเยือนจะได้เปลี่ยนจากการชมสัญลักษณ์บุคคลสำคัญของเมืองไปสู่การเรียนรู้หลักฐานและเรื่องราวในภาพกว้างของจังหวัด
 
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดเป็นอีกจุดที่เหมาะสำหรับครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางพร้อมเด็กหรือผู้สูงอายุ เพราะใช้เวลาเดินชมได้ไม่หนักมากและอยู่ในพื้นที่เมือง ใกล้กับบึงพลาญชัยและสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ส่วนวัดเหนือและวัดกลางมิ่งเมืองเป็นสถานที่ที่ช่วยเติมภาพย่านเมืองเก่าและความสำคัญของวัดในชุมชนร้อยเอ็ดให้ครบยิ่งขึ้น หากมีเวลามากกว่า 1 วัน นักท่องเที่ยวสามารถขยายเส้นทางไปยังพระมหาเจดีย์ชัยมงคล อำเภอหนองพอก หรือแหล่งท่องเที่ยวรอบจังหวัดอื่น ๆ ได้ แต่หากมีเวลาเพียงครึ่งวันถึง 1 วัน การเที่ยวรอบตัวเมืองโดยเริ่มจากอนุสาวรีย์ถือว่าเหมาะสมที่สุด
 
ร้านอาหารรอบตัวเมืองร้อยเอ็ดมีให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่อาหารเช้า อาหารท้องถิ่น ก๋วยเตี๋ยว ร้านคาเฟ่ ร้านสเต๊ก ร้านชาบู และร้านริมบึงพลาญชัย นักท่องเที่ยวที่เริ่มจากอนุสาวรีย์สามารถเลือกแวะร้านอาหารในย่านถนนสุนทรเทพ ถนนเทวาภิบาล ถนนเปรมประชาราษฎร์ และถนนรอบบึงพลาญชัยได้ง่าย หากต้องการอาหารเช้าแบบเบา ๆ สามารถเลือกกลุ่มร้านอาหารเช้าในเมือง หากต้องการมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นพร้อมบรรยากาศเมืองควรเลือกย่านริมบึงพลาญชัย เพราะสามารถต่อด้วยการเดินเล่นหรือถ่ายภาพได้สะดวก
 
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางสะดวกควรเลือกโรงแรมในตัวเมืองร้อยเอ็ด โดยเฉพาะบริเวณใกล้บึงพลาญชัย หอโหวด 101 ถนนไฮโสก ถนนเทวาภิบาล หรือย่านที่เดินทางเข้าออกตัวเมืองได้สะดวก โรงแรมในเมืองมีหลายระดับ ตั้งแต่โรงแรมราคาประหยัด โรงแรมธุรกิจ ไปจนถึงที่พักแบบบูติก การพักในตัวเมืองช่วยลดเวลาการเดินทางระหว่างอนุสาวรีย์กับสถานที่ท่องเที่ยวหลัก และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตื่นเช้าไปถ่ายภาพหรือเดินทางต่อไปยังอำเภออื่นของจังหวัดร้อยเอ็ด
 
การเดินทาง ไปอนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) ทำได้สะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถรับจ้างท้องถิ่น หรือรถโดยสารที่เข้าสู่ตัวเมืองร้อยเอ็ด จากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดร้อยเอ็ดสามารถต่อรถรับจ้างหรือเรียกรถในพื้นที่เข้าสู่ห้าแยกสายน้ำผึ้งได้ไม่ไกล หากเดินทางจากสนามบินร้อยเอ็ดเข้าสู่ตัวเมืองควรวางเวลาเดินทางเพิ่มสำหรับเส้นทางระหว่างสนามบินกับตัวเมือง เมื่อถึงตัวเมืองแล้วสามารถใช้อนุสาวรีย์เป็นจุดอ้างอิงก่อนเดินทางต่อไปยังบึงพลาญชัย หอโหวด 101 หรือย่านร้านอาหารได้ง่าย
 
ผู้ที่ขับรถเองควรตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง เพราะอนุสาวรีย์ตั้งอยู่กลางวงเวียนและไม่ใช่พื้นที่จอดรถขนาดใหญ่ การจอดรถควรใช้พื้นที่จอดรถสาธารณะหรือพื้นที่ของสถานที่ใกล้เคียงที่อนุญาตให้จอดได้ หลีกเลี่ยงการหยุดรถกะทันหันกลางวงเวียนเพื่อถ่ายภาพ หากต้องการถ่ายภาพอย่างปลอดภัยควรหาจุดจอดที่เหมาะสมแล้วเดินไปยังมุมที่ไม่กีดขวางการจราจร สำหรับนักท่องเที่ยวต่างถิ่น ควรใช้แผนที่นำทางโดยตั้งปลายทางเป็น “อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน)” หรือ “ห้าแยกสายน้ำผึ้ง ร้อยเอ็ด” เพื่อช่วยให้ระบบนำทางระบุจุดได้แม่นยำขึ้น
 
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเข้าชมคือช่วงเช้าและช่วงเย็น เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและเหมาะกับการถ่ายภาพมากกว่าช่วงกลางวัน สถานที่เป็นพื้นที่กลางแจ้ง จึงควรเตรียมหมวก ร่ม หรืออุปกรณ์กันแดดหากมาในช่วงแดดแรง หากมาในช่วงฤดูฝนควรเผื่อเวลาเดินทางและระวังพื้นลื่นบริเวณทางเดินใกล้เคียง ส่วนช่วงเทศกาลสมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป เมืองร้อยเอ็ดจะมีผู้คนจำนวนมากและการจราจรหนาแน่นกว่าปกติ นักท่องเที่ยวควรวางแผนเวลาเดินทางและเลือกจุดจอดรถล่วงหน้า
 
สิ่งที่ทำให้อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) แตกต่างจากจุดเช็กอินทั่วไปคือคุณค่าทางความหมาย สถานที่แห่งนี้บอกเล่าว่าเมืองหนึ่งเมืองไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะมีถนน อาคาร หรือศูนย์ราชการ แต่เกิดจากผู้นำ ผู้คน การรวมแรง และการจัดระเบียบสังคมให้เดินต่อไปได้ พระขัติยะวงษา (ทน) จึงเป็นบุคคลที่ทำให้ชาวร้อยเอ็ดมีจุดเริ่มต้นร่วมกันในเชิงประวัติศาสตร์ อนุสาวรีย์นี้ทำหน้าที่เป็นหลักหมายทางจิตใจของเมือง และเป็นภาพแทนความกตัญญูต่อผู้สร้างบ้านแปงเมือง
 
สำหรับชาวร้อยเอ็ด อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว เพราะเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำประจำวัน หลายคนขับรถผ่านทุกวัน เห็นรูปหล่อยืนเด่นอยู่กลางวงเวียนตั้งแต่วัยเด็กจนโต และจดจำได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมือง เมื่อมีพิธีสำคัญ ผู้คนกลับมารวมตัวกันเพื่อสักการะ เมื่อมีนักท่องเที่ยวถามถึงเมืองร้อยเอ็ด อนุสาวรีย์แห่งนี้มักเป็นหนึ่งในคำตอบแรก ๆ ที่ช่วยอธิบายว่าเมืองนี้มีประวัติและบุคคลสำคัญเป็นรากฐานอย่างไร ความผูกพันเช่นนี้ทำให้สถานที่มีชีวิตมากกว่าการเป็นวัตถุทางศิลปกรรม
 
ในเชิงการเล่าเรื่องสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) สามารถอธิบายได้ว่าเป็นอนุสรณ์ของผู้ก่อตั้งเมืองร้อยเอ็ดในยุคปลายกรุงธนบุรี สะท้อนบทบาทผู้นำท้องถิ่นในกระบวนการฟื้นฟูเมืองและสร้างชุมชนใหม่ สิ่งนี้ช่วยให้ชาวต่างชาติเข้าใจว่าการท่องเที่ยวเมืองรองของไทยไม่ได้มีเพียงวัดหรือธรรมชาติ แต่ยังมีเรื่องราวการปกครองท้องถิ่น การย้ายถิ่นฐาน และความทรงจำชุมชนที่น่าสนใจ การแปลความหมายของอนุสาวรีย์ในลักษณะนี้จะทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจเมืองร้อยเอ็ดในระดับลึกขึ้น
 
การมาเยือนอนุสาวรีย์จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักร้อยเอ็ดอย่างมีบริบท ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ ผู้ที่ชอบถ่ายภาพเมือง นักเรียน นักศึกษา ครอบครัว หรือผู้ที่เดินทางมาร่วมงานประเพณีในจังหวัด แม้สถานที่จะใช้เวลาเข้าชมไม่นาน แต่เป็นจุดที่ควรแวะ เพราะช่วยวางพื้นฐานความเข้าใจก่อนเดินทางไปยังแลนด์มาร์กอื่น ๆ ในเมืองร้อยเอ็ด หากจัดเส้นทางดี ๆ อนุสาวรีย์แห่งนี้จะไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูปกลางวงเวียน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการอ่านเมืองทั้งเมือง
 
อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างอดีตกับปัจจุบันอย่างชัดเจน พระขัติยะวงษา (ทน) เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการตั้งเมืองเมื่อกว่า 200 ปีก่อน ขณะที่อนุสาวรีย์ซึ่งแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2542 เป็นการสร้างพื้นที่รำลึกในยุคปัจจุบันเพื่อยืนยันคุณค่าของอดีต การที่อนุสาวรีย์ยังถูกใช้ในพิธีสำคัญของเมืองต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในตำราเท่านั้น แต่ยังดำรงอยู่ผ่านพิธีกรรม พื้นที่สาธารณะ และความเคารพของผู้คนร่วมสมัย
 
เมื่อเปรียบเทียบกับแลนด์มาร์กอื่นในร้อยเอ็ด หอโหวด 101 เป็นภาพแทนความสร้างสรรค์และอัตลักษณ์ร่วมสมัย บึงพลาญชัยเป็นพื้นที่พักผ่อนและศูนย์กลางชีวิตเมือง วัดบูรพาภิรามเป็นภาพแทนศรัทธาทางพระพุทธศาสนา ส่วนอนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) เป็นภาพแทนรากฐานการเมืองการปกครองและการก่อร่างเมือง การเที่ยวให้ครบทั้ง 4 ประเภทนี้จะทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจร้อยเอ็ดในหลายมิติ ไม่ใช่เพียงเห็นสถานที่สวยงาม แต่เข้าใจความหมายของเมืองในฐานะพื้นที่ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ศรัทธา และชีวิตประจำวัน
 
หากมีเวลาจำกัด แนะนำให้ใช้เวลาที่อนุสาวรีย์ประมาณ 10 – 20 นาที เพื่อสักการะ ถ่ายภาพ และอ่านประวัติโดยสรุป จากนั้นเดินทางต่อไปยังสถานที่ใกล้เคียง หากมาในช่วงเย็นสามารถไปต่อที่บึงพลาญชัยหรือย่านร้านอาหารริมบึงได้ทันที หากมาในช่วงเช้าสามารถจัดคู่กับมื้อเช้าในตัวเมืองและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ดได้ดี การกำหนดเวลาเช่นนี้ช่วยให้เที่ยวได้ครบโดยไม่เร่งเกินไป และยังคงได้สาระสำคัญของสถานที่
 
โดยสรุป อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) คือสถานที่ที่ควรอยู่ในเส้นทางเที่ยวเมืองร้อยเอ็ด เพราะเป็นจุดที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ผู้ก่อตั้งเมืองกับชีวิตปัจจุบันของชาวร้อยเอ็ดอย่างชัดเจน สถานที่แห่งนี้เข้าชมได้ง่าย อยู่ใจกลางเมือง ไม่เสียค่าเข้าชม เหมาะกับการสักการะ ถ่ายภาพ และเริ่มต้นทำความรู้จักเมืองร้อยเอ็ดก่อนเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ ผู้ที่ต้องการเข้าใจร้อยเอ็ดมากกว่าเพียงผิวเผินควรแวะที่นี่อย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพราะอนุสาวรีย์แห่งนี้คือคำอธิบายสั้น ๆ แต่ลึกซึ้งของคำว่า “เมืองร้อยเอ็ด”
 
ชื่อสถานที่อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน)
ที่ตั้งบริเวณวงเวียนห้าแยกสายน้ำผึ้ง ใกล้วิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
ที่อยู่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000
ไฮไลต์อนุสาวรีย์เจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรก ตั้งเด่นกลางห้าแยกสายน้ำผึ้ง เป็นแลนด์มาร์กเชิงประวัติศาสตร์ของตัวเมืองร้อยเอ็ด
ประวัติ / สมัย / ยุคพระขัติยะวงษา (ทน) ได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรกเมื่อ พ.ศ. 2318 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อนุสาวรีย์ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2542
ที่มาของชื่อตั้งชื่อตามพระขัติยะวงษา (ทน) บุตรท้าวจารย์แก้ว ผู้ได้รับการยกย่องเป็นเจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรกและผู้นำในการสร้างบ้านแปงเมือง
ลักษณะเด่นรูปหล่อสำริดขนาดใหญ่กว่าคนจริงในลักษณะท่ายืน ตั้งอยู่บนฐานอนุสรณ์กลางวงเวียนเมือง
การเดินทางเดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถรับจ้างท้องถิ่น หรือรถโดยสารเข้าสู่ตัวเมืองร้อยเอ็ด จากนั้นต่อรถไปยังวงเวียนห้าแยกสายน้ำผึ้ง
สถานะปัจจุบันเปิดให้สักการะและชมได้ เป็นแลนด์มาร์กสาธารณะกลางเมืองร้อยเอ็ด และยังใช้เป็นจุดประกอบพิธีสักการะในงานประเพณีสำคัญของจังหวัด
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ06.00 – 18.00 น.
ค่าเข้าไม่เสียค่าเข้าชม
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพื้นที่รูปหล่อสำริดพระขัติยะวงษา (ทน), ฐานอนุสาวรีย์สำหรับสักการะ, พื้นที่รอบวงเวียนห้าแยกสายน้ำผึ้ง
ผู้ดูแล / หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และหน่วยงานจังหวัดร้อยเอ็ดที่เกี่ยวข้องกับการจัดพิธีสักการะในพื้นที่
เบอร์ติดต่อหลักสำนักงานเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด โทร. 043-511222
เว็บไซต์ / เพจทางการเว็บไซต์เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. บึงพลาญชัย ประมาณ 1 กม.
2. หอโหวด 101 ประมาณ 1 กม.
3. วัดบูรพาภิราม ประมาณ 2 กม.
4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด ประมาณ 2 กม.
5. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 2 กม.
6. วัดกลางมิ่งเมือง ประมาณ 2 กม.
7. วัดเหนือ ร้อยเอ็ด ประมาณ 2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านปากหม้อพุพาน ประมาณ 1 กม. โทร. 09 9782 8223
2. ร้านก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา ซอย 17 ประมาณ 1 กม. โทร. 08 5485 3980
3. ร้าน Kinn’s The Buta ประมาณ 1 กม. โทร. 09 0783 2351
4. ร้านชามสุข ประมาณ 1 กม. โทร. 08 4263 9853
5. ร้านลักกี้ ข้าวมันไก่สิงคโปร์ ประมาณ 1 กม. โทร. 09 8842 4222
6. ร้านนายฉุ่ย ก๋วยเตี๋ยวหมูวินเทจ ประมาณ 2 กม. โทร. 09 3638 8323
7. ร้าน Cozy cafe & Bistro ประมาณ 2 กม. โทร. 08 5852 9237
8. ร้าน Sit Rim ประมาณ 2 กม. โทร. 098 278 4482
ที่พักใกล้เคียง1. M Grand Hotel Roi Et ประมาณ 1 กม. โทร. 061 021 4848
2. Roi-Et City Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 043 520387
3. HOP INN Roi Et ประมาณ 2 กม. โทร. 02 080 2222
4. The Hi Place ประมาณ 3 กม. โทร. 083 148 8515
5. Le Park 23 Boutique Resort ประมาณ 3 กม. โทร. 043 513444
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: อนุสาวรีย์ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนห้าแยกสายน้ำผึ้ง ใกล้วิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
 
ถาม: พระขัติยะวงษา (ทน) คือใคร?
ตอบ: พระขัติยะวงษา (ทน) เป็นบุตรของท้าวจารย์แก้ว และได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรกเมื่อ พ.ศ. 2318 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
 
ถาม: อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) เปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
 
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมอนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) หรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม เพราะเป็นอนุสาวรีย์สาธารณะกลางเมืองร้อยเอ็ด
 
ถาม: อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) เหมาะกับการเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับการสักการะ ถ่ายภาพ เรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองร้อยเอ็ด และใช้เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเที่ยวตัวเมืองร้อยเอ็ด
 
ถาม: ควรไปอนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) ช่วงเวลาไหนดีที่สุด?
ตอบ: ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะที่สุด เพราะอากาศไม่ร้อนจัด แสงเหมาะกับการถ่ายภาพ และเดินทางต่อไปยังสถานที่ใกล้เคียงได้สะดวก
 
ถาม: มีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) อะไรบ้าง?
ตอบ: สถานที่ใกล้เคียง ได้แก่ บึงพลาญชัย หอโหวด 101 วัดบูรพาภิราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด วัดกลางมิ่งเมือง และวัดเหนือ ร้อยเอ็ด
 
ถาม: เดินทางไปอนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) อย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถรับจ้างท้องถิ่น หรือรถโดยสารเข้าสู่ตัวเมืองร้อยเอ็ด แล้วต่อรถไปยังวงเวียนห้าแยกสายน้ำผึ้งได้สะดวก

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถานกลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)
วัด วัด(35)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(1)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)