หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.เมืองร้อยเอ็ด >ต.ในเมือง > วัดสระทอง
TL;DR: วัดสระทอง อยู่ที่ถนนหายโศรก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. การเดินทางสะดวก ตั้งอยู่ในตัวเมืองร้อยเอ็ดบนถนนหายโศรก เดินทางได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง รถสามล้อ.

ร้อยเอ็ด

วัดสระทอง

วัดสระทอง

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
 
วัดสระทอง ร้อยเอ็ด ตั้งอยู่บนถนนหายโศรก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นวัดเก่าแก่ใจกลางเมืองที่ชาวร้อยเอ็ดให้ความเคารพศรัทธามาอย่างยาวนาน จุดเด่นสำคัญของวัดคือวิหารหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ พระคู่บ้านคู่เมืองร้อยเอ็ด ซึ่งมีประวัติผูกพันกับการตั้งเมือง การปกครอง ความเชื่อเรื่องความซื่อสัตย์ต่อบ้านเมือง และสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่มาของชื่อวัด วัดแห่งนี้ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะในฐานะสถานที่ไหว้พระเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนรากความทรงจำของเมืองร้อยเอ็ด ทั้งเรื่องพระพุทธศาสนา การศึกษาแรกเริ่มของชุมชน สระโบราณ พิธีกรรมราชการ และความศรัทธาของชาวเมืองที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
 
เมื่อกล่าวถึงวัดสำคัญในตัวเมืองร้อยเอ็ด หลายคนมักนึกถึงวัดบูรพาภิราม วัดกลางมิ่งเมือง หรือวัดที่อยู่รอบบึงพลาญชัย แต่สำหรับชาวร้อยเอ็ด วัดสระทองมีความหมายเฉพาะตัว เพราะเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการยกย่องเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองตั้งแต่สมัยพระยาขัตติยะวงษา (ท้าวธน) เจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรก เรื่องราวของหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ทำให้วัดสระทองมีสถานะเป็นวัดที่เชื่อมอดีตของเมืองเข้ากับศรัทธาในปัจจุบันอย่างแนบแน่น
 
หลวงพ่อพระสังกัจจายน์เป็นพระพุทธรูปที่ชาวร้อยเอ็ดเคารพสักการะอย่างมาก การสร้างในสมัยใดไม่ปรากฏแน่ชัด แต่ตำนานและข้อมูลท้องถิ่นเล่าสอดคล้องกันว่าใน พ.ศ. 2325 พระยาขัตติยะวงษา (ท้าวธน) เจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรก ได้พบพระองค์นี้และเห็นว่ามีความเก่าแก่ ศักดิ์สิทธิ์ และเหมาะสมที่จะเป็นปูชนียวัตถุสำคัญของบ้านเมือง จึงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดสระทอง และยกให้เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองร้อยเอ็ดนับแต่นั้นมา การประดิษฐานหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ที่วัดนี้ทำให้วัดสระทองเป็นหนึ่งในจุดศรัทธาที่สำคัญที่สุดของเมือง
 
ในอดีต ข้าราชการทุกคนต้องมาสาบานตนต่อหน้าหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ว่าจะซื่อสัตย์ต่อบ้านเมืองเป็นประจำทุกปี ประเพณีการสาบานตนนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนา ความศักดิ์สิทธิ์ และระบบการปกครองในสังคมเมืองร้อยเอ็ด วัดจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบบุญกุศล แต่เป็นพื้นที่ทางจิตใจที่ทำหน้าที่กำกับคุณธรรมของผู้รับราชการและผู้มีหน้าที่ดูแลบ้านเมือง การกราบหลวงพ่อพระสังกัจจายน์จึงผูกพันกับทั้งความศรัทธาส่วนบุคคลและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
 
พระสังกัจจายน์ในคติพุทธศาสนาเป็นพระอรหันต์สาวกผู้มีปัญญา มีชื่อเสียงด้านการอธิบายธรรมอย่างแจ่มแจ้ง และในคติความเชื่อของประชาชนยังสัมพันธ์กับความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ และความร่มเย็นเป็นสุข รูปลักษณ์อ้วนท้องใหญ่ของพระสังกัจจายน์มักถูกตีความเป็นสัญลักษณ์ของความบริบูรณ์และความเมตตา เมื่อมาอยู่ในบริบทของเมืองร้อยเอ็ด หลวงพ่อพระสังกัจจายน์จึงไม่ได้เป็นเพียงพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะเฉพาะ แต่เป็นศูนย์รวมความหวัง ความอุ่นใจ และความผูกพันของผู้คนที่มาขอพรให้ชีวิตเจริญมั่นคง
 
เดิมวัดสระทองมีชื่อว่า “วัดศรีมงคล” ชื่อเดิมสะท้อนความเป็นวัดมงคลของชุมชนเมือง ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อวัดสระทองในเวลาต่อมา สาเหตุหนึ่งที่ชื่อวัดสัมพันธ์กับคำว่า “สระทอง” มาจากสระน้ำภายในวัดซึ่งชาวบ้านถือว่าเป็นสระสำคัญและมีความศักดิ์สิทธิ์ น้ำในสระทองถูกนำไปใช้ในพิธีมงคลและพิธีสำคัญต่าง ๆ ของทางราชการ ความเชื่อเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้ทำให้สระภายในวัดกลายเป็นองค์ประกอบที่มีคุณค่าทั้งทางศาสนา พิธีกรรม และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
 
จังหวัดร้อยเอ็ดมีสระน้ำโบราณหลายแห่งที่ชาวเมืองให้ความสำคัญ เช่น สระชัยมงคล สระแก้ว สระทอง สระบริสุทธิ์ และสระประเสริฐ สระเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแหล่งน้ำของเมืองในอดีต แต่ยังเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมและความเป็นสิริมงคลของชุมชน สระทองภายในวัดสระทองจึงควรถูกมองในฐานะส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์เมืองเก่าและระบบความเชื่อที่ยึดโยงน้ำ ศาสนา และพิธีกรรมเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง
 
บทบาทของวัดสระทองยังเกี่ยวข้องกับประวัติการศึกษาของเมืองร้อยเอ็ด เพราะเดิมพื้นที่วัดเคยใช้เป็นสถานที่เรียนของเด็กนักเรียนในยุคเริ่มแรกของการจัดการศึกษาในจังหวัด วิหารหลวงพ่อพระสังกัจจายน์เคยเป็นพื้นที่ที่ใช้ในการเรียนการสอน โดยมีพระภิกษุและสามเณรเป็นครูสอนภาษาไทยและเลขคณิต ภาพดังกล่าวสะท้อนบทบาทของวัดไทยในอดีตที่เป็นทั้งศาสนสถาน โรงเรียน ศูนย์กลางชุมชน และพื้นที่สร้างคนให้กับสังคมก่อนระบบโรงเรียนสมัยใหม่จะแพร่หลายเต็มรูปแบบ
 
ภายหลังโรงเรียนที่เคยเกี่ยวข้องกับวัดศรีมงคลมีนักเรียนเพิ่มขึ้นและพื้นที่เดิมคับแคบ จึงย้ายสถานที่เรียนไปยังพื้นที่อื่น ส่วนวัดศรีมงคลก็เปลี่ยนชื่อเป็นวัดสระทองตามชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกสระสำคัญภายในวัด ความต่อเนื่องจากวัดสู่โรงเรียนทำให้วัดสระทองเป็นพื้นที่ที่มีทั้งประวัติศาสนาและประวัติการศึกษาอยู่ในตัว วัดแห่งนี้จึงเป็นหลักฐานของบทบาทวัดในฐานะรากของการเรียนรู้ของชุมชนเมืองร้อยเอ็ด
 
วิหารหลวงพ่อพระสังกัจจายน์เป็นพื้นที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้มาเยือน ภายในประดิษฐานองค์หลวงพ่อพระสังกัจจายน์สีทองบนแท่นสักการะ บรรยากาศภายในวิหารสงบ อบอุ่น และเน้นความศรัทธา ผู้มาเยือนมักมากราบไหว้ ขอพร ถวายดอกไม้ พวงมาลัย และนั่งสงบจิตใจต่อหน้าองค์หลวงพ่อ ความเรียบง่ายของวิหารช่วยให้จุดสนใจทั้งหมดมุ่งไปยังองค์พระและความหมายทางจิตใจที่ชาวร้อยเอ็ดผูกพันกับหลวงพ่อพระสังกัจจายน์มาอย่างยาวนาน
 
ก่อนมีวิหารถาวร หลวงพ่อพระสังกัจจายน์เคยประดิษฐานอยู่ในลักษณะที่เรียบง่ายมากกว่าปัจจุบัน ต่อมาชาวบ้านและผู้มีศรัทธาได้ร่วมกันสร้างและปรับปรุงวิหารเพื่อให้เหมาะสมกับการสักการะและการดูแลรักษาองค์พระ พื้นที่วิหารจึงสะท้อนความร่วมแรงร่วมใจของชุมชนที่ต้องการรักษาพระคู่บ้านคู่เมืองไว้ในสภาพสมบูรณ์และงดงาม การบูรณะและปรับปรุงวัดในแต่ละยุคจึงเป็นหลักฐานของศรัทธาที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงเรื่องราวที่หยุดอยู่ในอดีต
 
วัดสระทองยังมีความหมายในฐานะพื้นที่ศาสนกิจของชุมชนเมือง มีพระสงฆ์จำพรรษา มีการทำบุญ ฟังธรรม ถวายสังฆทาน และประกอบพิธีกรรมตามเทศกาลพุทธศาสนา วัดในตัวเมืองลักษณะนี้มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวันของประชาชน เพราะอยู่ใกล้ย่านที่อยู่อาศัย โรงเรียน ร้านค้า และเส้นทางคมนาคม ผู้คนจึงสามารถเข้ามากราบพระ ทำบุญ หรือใช้เวลาสงบใจได้โดยไม่ต้องเดินทางไกลออกนอกเมือง
 
สำหรับผู้ที่สนใจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดสระทองเป็นสถานที่ที่ช่วยเปิดมุมมองต่อเมืองร้อยเอ็ดในระดับลึก เพราะวัดนี้ไม่ได้เด่นด้วยอาคารขนาดใหญ่หรือสิ่งก่อสร้างสูงตระหง่านเหมือนบางวัด แต่เด่นด้วยเรื่องเล่า ศรัทธา และความต่อเนื่องของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น หลวงพ่อพระสังกัจจายน์ การสาบานตนของข้าราชการ น้ำสระทอง และบทบาทด้านการศึกษาล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้วัดมีความหมายมากกว่าสถานที่ไหว้พระทั่วไป
 
หากเริ่มต้นเที่ยวร้อยเอ็ดจากตัวเมือง วัดสระทองเหมาะสำหรับจัดอยู่ในเส้นทางเดียวกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด วัดกลางมิ่งเมือง บึงพลาญชัย หอโหวด 101 และวัดบูรพาภิราม เพราะทุกสถานที่อยู่ในระยะใกล้กันและช่วยเล่าเมืองร้อยเอ็ดคนละมิติ พิพิธภัณฑ์เล่าเรื่องประวัติศาสตร์และโบราณคดี วัดกลางมิ่งเมืองเล่าเรื่องวัดเก่าและพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา วัดบูรพาภิรามเล่าเรื่องหลวงพ่อใหญ่ ส่วนวัดสระทองเล่าเรื่องพระคู่บ้านคู่เมืองและสระน้ำศักดิ์สิทธิ์
 
การเดินชมวัดสระทองสามารถเริ่มจากการเข้าสู่ลานวัด แล้วตรงไปยังวิหารหลวงพ่อพระสังกัจจายน์เพื่อกราบสักการะ จากนั้นค่อยเดินชมพื้นที่สระทองและองค์ประกอบของวัดโดยรอบ หากมาในช่วงที่วัดมีพิธีกรรมหรือกิจกรรมทางศาสนา ควรรักษาความสงบและเดินชมตามพื้นที่ที่วัดเปิดให้ผู้มาเยือนใช้สอย การใช้เวลาอย่างช้า ๆ จะช่วยให้เห็นความงามของวัดในแบบที่เรียบง่ายและจริงใจ
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการไปวัดสระทองคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายต้น ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไปและบรรยากาศเหมาะกับการไหว้พระ วัดเปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. ผู้มาเยือนสามารถเดินทางไปสักการะได้สะดวกในช่วงเวลาดังกล่าว การไปช่วงเช้ายังเหมาะกับผู้ที่ต้องการจัดทริปต่อไปยังสถานที่ใกล้เคียง เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ดและบึงพลาญชัย ส่วนช่วงบ่ายเหมาะกับการต่อเส้นทางไปหอโหวด 101 หรือวัดบูรพาภิราม
 
วัดสระทองไม่มีระบบบัตรเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะหลวงพ่อพระสังกัจจายน์และเดินชมพื้นที่วัดได้โดยไม่เสียค่าเข้าชม หากต้องการร่วมทำบุญ ถวายสังฆทาน หรือบูชาดอกไม้ธูปเทียน สามารถทำได้ตามกำลังศรัทธาในพื้นที่ที่วัดจัดไว้ การเดินทางไปวัดจึงเหมาะกับทั้งคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเรียนรู้ศาสนสถานในเมืองโดยใช้เวลาไม่มากแต่ได้สัมผัสความหมายทางวัฒนธรรมอย่างชัดเจน
 
การเดินทาง ไปวัดสระทองทำได้สะดวกมาก เพราะวัดตั้งอยู่ในตัวเมืองร้อยเอ็ดบนถนนหายโศรก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งปลายทางไปยังวัดสระทองหรือใช้โรงเรียนเทศบาลวัดสระทองและถนนหายโศรกเป็นจุดอ้างอิง หากเดินทางด้วยรถโดยสาร สามารถลงที่สถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด แล้วต่อรถสามล้อ รถรับจ้าง หรือบริการเดินทางภายในเมืองมายังวัดได้ในระยะสั้น
 
พื้นที่ถนนหายโศรกและย่านกลางเมืองร้อยเอ็ดมีร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักหลายแห่ง ผู้มาเยือนจึงสามารถวางแผนไหว้พระที่วัดสระทองแล้วรับประทานอาหารในตัวเมืองได้ง่าย หากพักค้างคืน ควรเลือกที่พักใกล้บึงพลาญชัย ถนนหายโศรก ถนนเจริญพาณิชย์ หรือย่านสถานีขนส่ง เพราะเดินทางต่อไปยังวัดและแหล่งท่องเที่ยวเมืองเก่าได้สะดวก เส้นทางในเมืองไม่ซับซ้อนและเหมาะกับการเที่ยวแบบครึ่งวันหรือเต็มวัน
 
มารยาทในการเข้าชมวัดสระทองควรยึดหลักความสุภาพเช่นเดียวกับวัดไทยทั่วไป ผู้มาเยือนควรแต่งกายเรียบร้อย ไม่ส่งเสียงดังภายในวิหาร ไม่สัมผัสองค์พระหรือเครื่องสักการะโดยไม่เหมาะสม ไม่ถ่ายภาพรบกวนผู้ที่กำลังสวดมนต์หรือทำบุญ และช่วยรักษาความสะอาดบริเวณวัด โดยเฉพาะพื้นที่วิหารและบริเวณสระซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหมายทางศรัทธาและพิธีกรรมต่อชาวเมือง
 
สำหรับครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยว วัดสระทองเป็นสถานที่ที่สามารถเล่าเรื่องประวัติศาสตร์เมืองได้ง่าย เด็กจะได้เรียนรู้ว่าพระคู่บ้านคู่เมืองหมายถึงอะไร เหตุใดข้าราชการในอดีตจึงต้องมาสาบานตนต่อหน้าพระศักดิ์สิทธิ์ และทำไมสระน้ำในวัดจึงมีความสำคัญต่อพิธีมงคล การอธิบายเรื่องเหล่านี้จากสถานที่จริงช่วยให้เด็กเข้าใจว่าศาสนา ประวัติศาสตร์ และชุมชนไม่ได้แยกจากกัน แต่ดำรงอยู่ร่วมกันในพื้นที่วัด
 
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วัดสระทองเป็นตัวอย่างที่ดีของวัดเมืองอีสานที่มีความหมายมากกว่าการเป็นจุดถ่ายภาพ ภายในวัดมีพระพุทธรูปสำคัญที่ชาวเมืองเคารพ สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ เรื่องเล่าของเจ้าเมืองคนแรก และประวัติการศึกษาในชุมชน สิ่งเหล่านี้ช่วยอธิบายบทบาทของวัดไทยในหลายด้าน ทั้งเป็นสถานที่ศรัทธา พื้นที่ประกอบพิธีกรรม พื้นที่เรียนรู้ และศูนย์กลางทางสังคมของเมือง
 
ในภาพรวม วัดสระทอง ร้อยเอ็ด เป็นวัดสำคัญที่ควรอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวเมืองร้อยเอ็ดสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ ศรัทธาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอีสาน จุดเด่นของวัดอยู่ที่หลวงพ่อพระสังกัจจายน์ พระคู่บ้านคู่เมืองร้อยเอ็ด ประวัติการอัญเชิญมาประดิษฐานโดยพระยาขัตติยะวงษา (ท้าวธน) บทบาทการสาบานตนของข้าราชการในอดีต สระทองซึ่งเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ และความเชื่อมโยงกับประวัติการศึกษาในเมืองร้อยเอ็ด วัดแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่เล่าเรื่องเมืองผ่านศรัทธา น้ำ ศีลสัตย์ และความทรงจำของผู้คนได้อย่างลึกซึ้ง
 
ชื่อสถานที่วัดสระทอง ร้อยเอ็ด
ชื่อเดิมวัดศรีมงคล
ประเภทวัดราษฎร์ในเขตตัวเมืองร้อยเอ็ด
ที่ตั้งถนนหายโศรก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
ที่อยู่วัดสระทอง 51 ถนนหายโศรก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000
ไฮไลต์หลวงพ่อพระสังกัจจายน์ พระคู่บ้านคู่เมืองร้อยเอ็ด วิหารหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ สระทอง น้ำศักดิ์สิทธิ์ และประวัติการสาบานตนของข้าราชการต่อหน้าหลวงพ่อในอดีต
ประวัติ / ความเป็นมาวัดสระทองเดิมชื่อวัดศรีมงคล เป็นวัดเก่าแก่ในตัวเมืองร้อยเอ็ด เมื่อ พ.ศ. 2325 พระยาขัตติยะวงษา (ท้าวธน) เจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรก พบหลวงพ่อพระสังกัจจายน์และเห็นว่ามีความเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ จึงอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดและยกให้เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง
ที่มาของชื่อชื่อวัดสระทองสัมพันธ์กับสระน้ำภายในวัดซึ่งชาวเมืองถือว่าเป็นสระสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ น้ำจากสระใช้ในพิธีมงคลและพิธีสำคัญของทางราชการ
พระพุทธรูปสำคัญหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวร้อยเอ็ดเคารพสักการะ และถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองร้อยเอ็ด
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในอดีตข้าราชการต้องมาสาบานตนต่อหน้าหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ว่าจะซื่อสัตย์ต่อบ้านเมืองเป็นประจำทุกปี วัดยังเกี่ยวข้องกับประวัติการศึกษาในเมืองร้อยเอ็ดในยุคแรกเริ่ม
ความสำคัญทางศาสนาเป็นสถานที่สักการะพระคู่บ้านคู่เมือง เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวร้อยเอ็ด และเป็นวัดที่ใช้ประกอบศาสนกิจของชุมชนเมือง
การเดินทางตั้งอยู่ในตัวเมืองร้อยเอ็ดบนถนนหายโศรก เดินทางได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง รถสามล้อ หรือบริการเดินทางภายในเมืองจากสถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นวัดสำคัญในตัวเมืองร้อยเอ็ดและแหล่งสักการะหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ พระคู่บ้านคู่เมือง
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.30 – 16.30 น.
ค่าเข้าชมไม่มีค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกวิหารหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ ลานวัด พื้นที่จอดรถ จุดสักการะ สระทอง พื้นที่ทำบุญ และร้านอาหารในย่านตัวเมืองร้อยเอ็ด
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. วิหารหลวงพ่อพระสังกัจจายน์
2. พื้นที่สักการะหลวงพ่อพระสังกัจจายน์
3. สระทอง
4. ลานวัดและพื้นที่ประกอบศาสนกิจ
5. กุฏิสงฆ์และพื้นที่พระสงฆ์
6. พื้นที่ทำบุญและถวายสังฆทาน
7. พื้นที่เชื่อมโยงกับโรงเรียนเทศบาลวัดสระทองและชุมชนโดยรอบ
กิจกรรม / บทบาทที่เกี่ยวข้องสักการะหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ ทำบุญ ถวายสังฆทาน ฟังธรรม งานบุญตามประเพณี และกิจกรรมศาสนาของชุมชนเมืองร้อยเอ็ด
ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบวัดสระทอง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
เจ้าอาวาสพระครูสุวรรณสรานุกิจ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ประมาณ 0.8 กม. โทร. 043-514456 ต่อ 101
2. บึงพลาญชัย ประมาณ 1 กม.
3. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ประมาณ 1 กม.
4. หอโหวด 101 ประมาณ 1 กม. โทร. 043-511222
5. วัดกลางมิ่งเมือง ประมาณ 1 กม. โทร. 043-512400
6. วัดบูรพาภิราม ประมาณ 1.5 กม. โทร. 043-511374
7. ประตูสาเกตนคร ประมาณ 1.5 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. 4U For You ถนนเพลินจิต ประมาณ 0.6 กม. โทร. 065-649-1999
2. Cozy Cafe’ & Bistro ประมาณ 1 กม. โทร. 094-310-0504
3. Her Studio ร้อยเอ็ด ประมาณ 1 กม. โทร. 083-871-0824
4. Lakeview Restaurant ประมาณ 1 กม. โทร. 093-320-8126
5. ร้านนายฉุ่ย ก๋วยเตี๋ยวหมูวินเทจ ประมาณ 1 กม. โทร. 093-638-8323
6. Sit Rim ประมาณ 1 กม. โทร. 098-278-4482
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมสาเกตนคร ประมาณ 0.3 กม. โทร. 043-511-741
2. Rueanrimnam Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 043-518-967
3. The Premium Residence ประมาณ 1 กม. โทร. 043-518-655
4. 101 Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 043-513-999, 065-119-6999
5. HOP INN Roi Et ประมาณ 2 กม. โทร. 02-080-2222
6. The Rice Hotel ประมาณ 2.5 กม. โทร. 043-519-999
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดสระทอง ร้อยเอ็ด อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดสระทองตั้งอยู่บนถนนหายโศรก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ในเขตตัวเมืองและเดินทางสะดวกจากสถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด บึงพลาญชัย และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
 
ถาม: วัดสระทองเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
 
ถาม: วัดสระทองมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะหลวงพ่อพระสังกัจจายน์และเดินชมพื้นที่วัดได้ตามเวลาที่เปิดให้เข้าชม
 
ถาม: หลวงพ่อพระสังกัจจายน์ วัดสระทอง สำคัญอย่างไร?
ตอบ: หลวงพ่อพระสังกัจจายน์เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่พระยาขัตติยะวงษา (ท้าวธน) เจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรกอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดสระทองเมื่อ พ.ศ. 2325 และยกให้เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองร้อยเอ็ด
 
ถาม: วัดสระทองเดิมชื่ออะไร?
ตอบ: วัดสระทองเดิมชื่อวัดศรีมงคล ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสระทองตามสระน้ำสำคัญภายในวัดซึ่งชาวเมืองถือว่าเป็นสระศักดิ์สิทธิ์
 
ถาม: เจ้าอาวาสวัดสระทองคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดสระทองคือพระครูสุวรรณสรานุกิจ
 
ถาม: ควรชมอะไรภายในวัดสระทอง?
ตอบ: จุดสำคัญคือวิหารหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ พื้นที่สักการะพระคู่บ้านคู่เมือง สระทอง ลานวัด และพื้นที่ประกอบศาสนกิจของชุมชนเมืองร้อยเอ็ด
 
ถาม: เที่ยววัดสระทองแล้วสามารถไปที่ไหนต่อได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด บึงพลาญชัย หอโหวด 101 วัดกลางมิ่งเมือง วัดบูรพาภิราม สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด และประตูสาเกตนครได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)
วัด วัด(35)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(1)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)