หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.หนองพอก >ต.ผาน้ำย้อย > วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม
TL;DR: วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม อยู่ที่บ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 06.00 – 17.00 น.

ร้อยเอ็ด

วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม

วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 17.00 น.
 
วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นพุทธสถานสำคัญบนเขาเขียวในแนวเทือกเขาภูพาน เขตตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก มีพระมหาเจดีย์ชัยมงคลสีขาวประดับลวดลายสีทองเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธา ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ จัดแสดงเรื่องราวของพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และรวบรวมรูปเหมือนพระสุปฏิปันโนจำนวน 101 องค์ ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะได้ทุกวันโดยไม่เสียค่าเข้าชม พร้อมชมสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานรูปแบบของพระปฐมเจดีย์ พระธาตุพนม ศิลปะภาคกลาง และศิลปะอีสานเข้าไว้ด้วยกันอย่างสง่างาม
 
วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณบ้านโคกกลาง ท่ามกลางพื้นที่ป่าและภูเขาซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับชื่อผาน้ำย้อยหรือผาน้ำทิพย์มาแต่เดิม ลักษณะภูมิประเทศเป็นหน้าผาหินและผืนป่าบนแนวเทือกเขาภูพานที่เชื่อมต่อพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด มุกดาหาร และกาฬสินธุ์ บริเวณหน้าผามีน้ำซึมและไหลตามชั้นหินในหลายช่วงของปี จึงเกิดชื่อที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูเขา หน้าผา และสายน้ำ สภาพแวดล้อมอันเงียบสงบห่างจากชุมชนเมืองทำให้พื้นที่แห่งนี้เหมาะกับการเจริญภาวนา การอยู่ป่า และการบำเพ็ญสมถวิปัสสนากรรมฐานตามแนวทางของพระป่าสายกรรมฐาน
 
ความสำคัญของวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความใหญ่โตของพระมหาเจดีย์ แต่เริ่มต้นจากคุณค่าของพื้นที่ในฐานะสถานที่ปฏิบัติธรรม หลวงปู่ศรี มหาวีโร หรือพระเทพวิสุทธิมงคล ศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เคยเดินธุดงค์และบำเพ็ญเพียรในบริเวณเทือกเขาแห่งนี้ ท่านเห็นว่าพื้นที่มีความสงบ วิเวก และเหมาะกับการฝึกจิต จึงนำพระภิกษุและศิษยานุศิษย์มาปฏิบัติธรรม พร้อมทั้งวางรากฐานให้สถานที่พัฒนาเป็นวัดและศูนย์กลางของพระกรรมฐานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นพระอาจารย์ใหญ่ของพระกรรมฐานสายวัดป่า ซึ่งให้ความสำคัญกับการรักษาศีล การฝึกสติ การพิจารณากายและจิต ตลอดจนการดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายในสภาพแวดล้อมที่สงบ หลวงปู่ศรี มหาวีโร รับแนวทางดังกล่าวมาสืบทอดอย่างจริงจัง วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามจึงถูกสร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ที่มากกว่าการเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่เป็นพื้นที่สำหรับศึกษาพระธรรม ฝึกปฏิบัติ และรักษาความทรงจำเกี่ยวกับครูบาอาจารย์ผู้บำเพ็ญเพียรในป่าเขาของภาคอีสาน
 
แนวคิดเรื่องการสร้างพระมหาเจดีย์ชัยมงคลเกิดขึ้นจากความประสงค์ที่จะสร้างปูชนียสถานสำหรับประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ อัฐิธาตุ และเรื่องราวของพระอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน พร้อมจัดให้เป็นศูนย์กลางที่พระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชนจากหลายพื้นที่สามารถเดินทางมาศึกษา ปฏิบัติธรรม และบำเพ็ญบุญร่วมกันได้ การเตรียมพื้นที่และการดำเนินงานเริ่มขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2528 ก่อนจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการก่อสร้างอย่างเป็นทางการและประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2531
 
การก่อสร้างไม่ได้เป็นโครงการของบุคคลเพียงคนเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของคณะสงฆ์ พระกรรมฐาน ศิษยานุศิษย์ ประชาชนในภาคอีสาน และผู้มีจิตศรัทธาจากหลายภูมิภาค สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเกี่ยวข้องกับการกำหนดคณะกรรมการดำเนินงาน ขณะที่หลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นผู้นำฝ่ายปฏิบัติและขับเคลื่อนการก่อสร้าง การรวมกำลังของผู้คนจำนวนมากทำให้พระมหาเจดีย์กลายเป็นสัญลักษณ์ของศรัทธาส่วนรวมมากกว่าจะเป็นอนุสรณ์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
 
ชื่อ “พระมหาเจดีย์ชัยมงคล” สื่อถึงชัยชนะที่เป็นมงคลในทางพระพุทธศาสนา มิได้หมายถึงชัยชนะเหนือบุคคลอื่น แต่เชื่อมโยงกับการเอาชนะกิเลส ความประมาท และความฟุ้งซ่านภายในจิตใจ ผู้เดินทางมาสักการะจึงไม่ได้มาเพียงเพื่อชมความงดงามของสถาปัตยกรรม แต่ยังมาระลึกถึงเป้าหมายของการฝึกตน การรักษาศีล การเจริญสติ และการสร้างคุณความดีให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
 
พระมหาเจดีย์ได้รับการออกแบบโดยกรมศิลปากร โดยนำลักษณะเด่นของศิลปกรรมภาคกลางและภาคอีสานมาประสานกัน โครงสร้างส่วนกลางมีความสง่างามคล้ายพระปฐมเจดีย์ ขณะที่รูปทรงยอดและรายละเอียดบางส่วนเชื่อมโยงกับคติของพระธาตุพนม องค์ประกอบทั้งหมดถูกตีความใหม่ให้เป็นสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ไม่ได้ลอกแบบโบราณสถานแห่งใดโดยตรง แต่สร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้เป็นมหาเจดีย์ประจำพื้นที่อีสานตอนกลาง
 
ตัวอาคารใช้สีขาวเป็นพื้นและประดับลวดลายสีทองในส่วนซุ้ม ประตู หน้าต่าง บัว เสา และยอดเจดีย์ ความแตกต่างระหว่างสีขาวกับสีทองทำให้องค์พระมหาเจดีย์มองเห็นได้อย่างโดดเด่นท่ามกลางผืนป่าสีเขียว เมื่อได้รับแสงแดด ลวดลายสีทองจะสะท้อนแสงและขับเน้นรายละเอียดของสถาปัตยกรรม ส่วนช่วงเช้าหรือปลายบ่าย แสงที่นุ่มลงช่วยให้เห็นมิติของซุ้มโค้ง ลวดลายปูนปั้น และองค์เจดีย์บริวารได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
 
แนวคิดเรื่องเลข 101 ปรากฏอยู่ในหลายองค์ประกอบของพระมหาเจดีย์ ตัวอาคารมีความกว้างประมาณ 101 เมตร ความยาวประมาณ 101 เมตร และความสูงขององค์หลักประมาณ 101 เมตร เมื่อรวมยอดทองคำมีความสูงประมาณ 109 เมตร พื้นที่โดยรอบองค์พระมหาเจดีย์ประมาณ 101 ไร่ และภายในมีรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์ ตัวเลขดังกล่าวเชื่อมโยงกับชื่อจังหวัดร้อยเอ็ดและถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งพื้นที่
 
ส่วนยอดของพระมหาเจดีย์ประดับทองคำซึ่งมีน้ำหนักรวมประมาณ 4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม กลายเป็นองค์ประกอบที่มองเห็นได้จากระยะไกล ความสูงของยอดทำหน้าที่เสมือนจุดหมายสายตาเหนือแนวป่า และช่วยสร้างความรู้สึกว่าพระมหาเจดีย์ตั้งอยู่ระหว่างพื้นดินกับท้องฟ้า รูปทรงแนวดิ่งยังสื่อถึงการยกระดับจิตใจจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันไปสู่ความสงบ ความมีสติ และการระลึกถึงพระรัตนตรัย
 
รอบองค์พระมหาเจดีย์มีเจดีย์บริวารจำนวน 8 องค์จัดวางตามทิศต่าง ๆ ทำให้ผังพื้นที่มีความสมดุลเมื่อมองจากมุมสูง แนวกำแพง ระเบียงคต ทางเดิน สวน และพื้นที่เปิดโล่งถูกออกแบบให้สัมพันธ์กับแกนกลางของมหาเจดีย์ ผู้มาเยือนจะค่อย ๆ เคลื่อนจากบริเวณภายนอกผ่านทางเดินเข้าสู่ศูนย์กลาง กระบวนการเดินเข้าสู่พระมหาเจดีย์จึงมีลักษณะคล้ายการเปลี่ยนจากพื้นที่ทั่วไปเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นลำดับ
 
ลานด้านหน้าได้รับการจัดภูมิทัศน์ด้วยทางเดิน สวนหย่อม พุ่มไม้ และพื้นที่พักสายตา องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยลดความแข็งของอาคารขนาดใหญ่และเชื่อมสถาปัตยกรรมเข้ากับธรรมชาติของเขาเขียว นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นองค์พระมหาเจดีย์ผ่านแนวสวนและถ่ายภาพจากแกนทางเดินด้านหน้าได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม พื้นที่แห่งนี้ยังคงเป็นวัดและสถานที่สักการะ การถ่ายภาพจึงควรทำโดยไม่รบกวนผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ปีนป่าย และไม่สัมผัสลวดลายประดับ
 
พื้นที่ใช้งานภายในพระมหาเจดีย์แบ่งเป็นหลายชั้น แต่ละชั้นได้รับการกำหนดหน้าที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ห้องโถงสำหรับประชุมและบำเพ็ญบุญ พื้นที่แสดงพระพุทธประวัติ อุโบสถและพื้นที่ประดิษฐานรูปเหมือนพระอาจารย์ พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับวิปัสสนากรรมฐาน จุดชมทัศนียภาพ และห้องประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ การจัดลำดับเช่นนี้ทำให้การเดินชมไม่ใช่เพียงการขึ้นไปยังจุดสูงสุด แต่เป็นการเรียนรู้เรื่องพระพุทธศาสนาและครูบาอาจารย์ไปทีละขั้น
 
ชั้นล่างเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ใช้รองรับการประชุม การบำเพ็ญกุศล และกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ผนังบางส่วนเกี่ยวข้องกับการจารึกนามผู้ร่วมสร้างและผู้มีจิตศรัทธา จึงสะท้อนว่าพระมหาเจดีย์เกิดขึ้นจากการบริจาคและความร่วมมือของประชาชนจำนวนมาก ห้องโถงกว้างยังทำให้ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นโครงสร้างภายใน เสา เพดาน และลวดลายประดับได้อย่างเต็มตา
 
ชั้นถัดมามีพื้นที่ประชุมสงฆ์และงานศิลปกรรมเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ ภาพและลวดลายทำหน้าที่สื่อสารเหตุการณ์สำคัญในพระชนมชีพของพระพุทธเจ้า ตั้งแต่การประสูติ การออกผนวช การตรัสรู้ การประกาศพระธรรม และการเสด็จดับขันธปรินิพพาน พื้นที่นี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจเรื่องราวพื้นฐานของพระพุทธศาสนาผ่านงานทัศนศิลป์ มากกว่าการอ่านคำอธิบายเพียงอย่างเดียว
 
อีกชั้นหนึ่งจัดเป็นพื้นที่อุโบสถและประดิษฐานรูปเหมือนของพระคณาจารย์และพระสุปฏิปันโน โดยมีรูปเหมือนจำนวน 101 องค์เป็นองค์ประกอบสำคัญ รูปเหมือนเหล่านี้ทำหน้าที่บันทึกความทรงจำเกี่ยวกับพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและครูบาอาจารย์ของภาคอีสาน ผู้มาเยือนสามารถใช้พื้นที่นี้เรียนรู้ความหลากหลายของสายปฏิบัติ พร้อมระลึกว่าความสำคัญของพระกรรมฐานไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียง แต่เกิดจากการฝึกฝนตนเองอย่างต่อเนื่องและการดำรงชีวิตตามพระธรรมวินัย
 
พื้นที่พิพิธภัณฑ์รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับหลวงปู่ศรี มหาวีโร วัด สถานที่ปฏิบัติธรรม และเส้นทางการบำเพ็ญเพียรของพระกรรมฐาน เนื้อหาในส่วนนี้ช่วยเชื่อมโยงตัวอาคารขนาดใหญ่กับเจตนารมณ์ดั้งเดิมของผู้สร้าง กล่าวคือ พระมหาเจดีย์ต้องเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงอาคารสำหรับชมความสวยงาม ผู้สนใจประวัติพระป่าและวิปัสสนากรรมฐานจึงควรเผื่อเวลาสำหรับการชมรายละเอียดภายในอย่างสงบ
 
ชั้นชมวิวเปิดมุมมองออกไปยังป่าเขา พื้นที่เกษตร และชุมชนที่กระจายอยู่รอบเทือกเขาภูพาน เมื่อมองจากระดับสูงจะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างพระมหาเจดีย์กับภูมิประเทศโดยรอบได้ชัดเจน ตัวอาคารไม่ได้ตั้งอยู่กลางเมือง แต่ตั้งอยู่ในภูมิทัศน์ที่มีป่า หน้าผา และแนวเขาเป็นฉากหลัง มุมมองดังกล่าวช่วยให้เข้าใจว่าความสงบของพื้นที่เป็นเหตุผลสำคัญที่พระกรรมฐานเลือกใช้บริเวณนี้เป็นสถานที่บำเพ็ญเพียร
 
ส่วนชั้นบนสุดเป็นพื้นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของพระมหาเจดีย์ ผู้ขึ้นสักการะควรรักษาความสงบ สำรวมกายวาจา และหลีกเลี่ยงการสนทนาเสียงดัง การกราบพระบรมสารีริกธาตุสำหรับพุทธศาสนิกชนเป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมคำสอน และแบบอย่างของการหลุดพ้น ไม่ใช่เพียงการขอพรเพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้า
 
พระบรมสารีริกธาตุบางส่วนได้รับการอัญเชิญขึ้นประดิษฐานในพระมหาเจดีย์เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของหลวงปู่ศรี มหาวีโร เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พระมหาเจดีย์มีฐานะเป็นพระธาตุเจดีย์อย่างสมบูรณ์และเป็นจุดหมายของพุทธศาสนิกชนจากหลายจังหวัด การสักการะจึงเชื่อมโยงทั้งความเคารพต่อพระพุทธเจ้าและความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ผู้ริเริ่มงานก่อสร้าง
 
ในปี พ.ศ. 2548 พื้นที่พระมหาเจดีย์ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นวัด และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2549 ขั้นตอนเหล่านี้แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านจากสถานที่ก่อสร้างปูชนียสถานไปสู่การเป็นวัดที่มีสถานะทางคณะสงฆ์อย่างเป็นทางการ การพัฒนาพื้นที่ยังดำเนินต่อเนื่องผ่านการบูรณะ ดูแลภูมิทัศน์ จัดกิจกรรมทางศาสนา และรองรับผู้เดินทางมาสักการะตลอดทั้งปี
 
หลวงปู่ศรี มหาวีโร หรือพระเทพวิสุทธิมงคล เป็นบุคคลสำคัญที่สุดในประวัติการก่อสร้าง ท่านไม่ได้มุ่งสร้างอาคารเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของตนเอง แต่ต้องการสร้างศูนย์รวมของหมู่คณะสงฆ์และพื้นที่สำหรับรักษาความรู้เรื่องสมถวิปัสสนากรรมฐาน แนวคิดนี้ทำให้ภายในพระมหาเจดีย์มีทั้งสถานที่บูชา พิพิธภัณฑ์ ห้องประชุม และพื้นที่เรียนรู้ แตกต่างจากเจดีย์ที่มีหน้าที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเพียงอย่างเดียว
 
พระครูปลัดทองอินทร์ กตปุญโญ เป็นพระภิกษุผู้ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการดูแลและควบคุมงานก่อสร้างหลายส่วนแทนหลวงปู่ศรี ทั้งองค์พระมหาเจดีย์ วิหารคต กำแพง และงานพัฒนาภายในวัด บทบาทดังกล่าวสะท้อนว่าการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ต้องอาศัยการทำงานต่อเนื่องหลายยุค ตั้งแต่การวางแนวคิด การออกแบบ การระดมศรัทธา การก่อสร้าง ไปจนถึงการบำรุงรักษาหลังเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะ
 
ผู้ที่เดินทางมาเพื่อปฏิบัติธรรมควรเข้าใจว่าพื้นที่ท่องเที่ยวกับพื้นที่สงฆ์มีการใช้งานต่างกัน บริเวณพระมหาเจดีย์เหมาะกับการสักการะ เรียนรู้ประวัติ และเจริญสติระยะสั้น ส่วนการเข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรมแบบพักค้างหรือเข้มข้นควรติดต่อวัดล่วงหน้าและปฏิบัติตามระเบียบของคณะสงฆ์ การแต่งกายควรสุภาพ เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวคลุมเข่า และหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่รัดรูปหรือเปิดเผยมากเกินไป
 
ก่อนเข้าไปในพื้นที่ภายในองค์พระมหาเจดีย์ ผู้มาเยือนต้องถอดรองเท้าและถอดหมวก รักษาความสงบ และไม่สัมผัสลวดลายหรือสิ่งประดับ ห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มขึ้นไปรับประทาน ห้ามสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้พื้นที่ในลักษณะที่ไม่เหมาะสม ไม่ควรจุดธูปและเทียนภายในอาคาร เนื่องจากควันและความร้อนอาจส่งผลกระทบต่อภาพเขียน ลวดลาย และพื้นผิวตกแต่ง
 
ครอบครัวที่พาเด็กมาเยือนควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริเวณบันได ระเบียง และพื้นที่ต่างระดับ การเดินขึ้นชมแต่ละชั้นต้องใช้เวลาและกำลังพอสมควร ผู้สูงอายุหรือผู้มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวสามารถเลือกสักการะและชมความงามบริเวณชั้นล่าง ลานด้านหน้า และพื้นที่โดยรอบได้โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นไปทุกชั้น การกำหนดแผนเที่ยวให้เหมาะกับสภาพร่างกายช่วยให้การมาเยือนสงบและปลอดภัยมากขึ้น
 
บริเวณทางขึ้นเขามีความลาดชันและมีช่วงโค้งหลายจุด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นำรถไปจอดในพื้นที่ที่จัดไว้ด้านล่าง ก่อนใช้รถบริการของวัดหรือระบบรับส่งที่จัดไว้ในช่วงที่มีผู้มาเยือนจำนวนมาก การจัดการเช่นนี้ช่วยลดความแออัดบริเวณยอดเขาและรักษาความปลอดภัยบนเส้นทาง ผู้ขับรถควรใช้เกียร์ต่ำ ควบคุมความเร็ว และปฏิบัติตามป้ายหรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
 
ช่วงเช้าเป็นเวลาที่เหมาะกับผู้ต้องการบรรยากาศสงบ อากาศไม่ร้อน และมีเวลาชมภายในอย่างไม่เร่งรีบ แสงเช้ายังช่วยให้สีขาวและสีทองขององค์พระมหาเจดีย์ดูนุ่มนวล ส่วนช่วงปลายบ่ายเหมาะกับการชมแสงตกกระทบยอดเจดีย์และภูมิทัศน์โดยรอบ แต่ควรเข้าพื้นที่ก่อนเวลาปิดเพียงพอ เพราะการเดินชมหลายชั้น การสักการะ และการเดินทางกลับลงจากเขาต้องใช้เวลา
 
ฤดูหนาวตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์มีอากาศค่อนข้างเย็นและท้องฟ้าเปิด เหมาะกับการชมวิวและเดินรอบพื้นที่ ฤดูฝนทำให้ผืนป่าเขียวชอุ่มและแหล่งน้ำธรรมชาติรอบผาน้ำย้อยมีชีวิตชีวามากขึ้น แต่เส้นทางบนเขาอาจลื่นและมีหมอกบดบังทัศนวิสัย ส่วนฤดูร้อนควรเดินทางช่วงเช้า เตรียมน้ำดื่มไว้ใช้ในพื้นที่ที่อนุญาต และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางลานแดดจัดเป็นเวลานาน
 
ผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพสามารถเก็บภาพได้หลายมุม ตั้งแต่แกนทางเดินด้านหน้า ภาพองค์พระมหาเจดีย์กับเจดีย์บริวาร ภาพลวดลายประตูและซุ้ม ไปจนถึงภาพภูเขาและป่าจากจุดชมวิว การใช้เลนส์มุมกว้างช่วยเก็บขนาดของอาคารและผังโดยรอบ ขณะที่เลนส์ระยะกลางเหมาะกับรายละเอียดปูนปั้นและลวดลายสีทอง อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้แฟลชในพื้นที่ที่มีภาพเขียนหรือวัตถุจัดแสดง และควรหลีกทางให้ผู้สักการะเสมอ
 
วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามเหมาะกับการจัดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธาควบคู่กับธรรมชาติ ใกล้กันมีเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ วนอุทยานผาน้ำย้อย ผากิ่วลม ผาหมอกมิวาย อ่างเก็บน้ำห้วยพุงใหญ่ น้ำตกถ้ำโสดา และวัดถ้ำโสดา นักท่องเที่ยวจึงสามารถเริ่มต้นวันด้วยการสักการะพระมหาเจดีย์ แล้วเดินทางต่อไปชมหน้าผา ป่า น้ำตก หรืออ่างเก็บน้ำในบริเวณอำเภอหนองพอกได้
 
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์และวนอุทยานผาน้ำย้อยช่วยอธิบายบริบททางธรรมชาติของวัดได้ชัดเจน พื้นที่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าบนแนวเทือกเขาภูพาน มีป่าไม้เนื้อแข็ง แหล่งน้ำ และถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า การเที่ยวควบคู่กันทำให้ผู้มาเยือนมองเห็นว่าพระกรรมฐานสายวัดป่าเลือกสถานที่ปฏิบัติธรรมโดยให้ความสำคัญกับความวิเวกและความสัมพันธ์ระหว่างจิตใจกับธรรมชาติ
 
น้ำตกถ้ำโสดาและวัดถ้ำโสดาเป็นจุดหมายที่เหมาะกับผู้มีเวลามากกว่าครึ่งวัน บริเวณดังกล่าวมีทั้งภูมิประเทศหิน ถ้ำ น้ำตก และพื้นที่วัด การเดินทางควรตรวจสภาพอากาศ โดยเฉพาะในฤดูฝนที่ปริมาณน้ำและความลื่นของทางเดินเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนผากิ่วลมและผาหมอกมิวายเหมาะกับการชมแนวภูเขาและบรรยากาศยามเช้า การรวมสถานที่เหล่านี้ไว้ในเส้นทางเดียวช่วยเพิ่มมิติให้การเที่ยวอำเภอหนองพอก
 
ร้านอาหารและคาเฟ่รอบพระมหาเจดีย์กระจายอยู่ตามทางขึ้นเขา ตำบลผาน้ำย้อย และตัวอำเภอหนองพอก ร้านเฮือนไม้กาแฟสดอยู่ใกล้พระมหาเจดีย์ เหมาะสำหรับแวะพักระยะสั้น ร้านวี.อาร์ ปลาเผาตั้งอยู่บริเวณปากทางขึ้นเจดีย์และให้บริการอาหารอีสาน ส่วน Wali Land Garden Cafe อยู่ใกล้ตัวอำเภอหนองพอก มีพื้นที่นั่งพักและเครื่องดื่ม นักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นกลุ่มควรเผื่อเวลาในการเดินทางระหว่างร้านกับยอดเขา เพราะเส้นทางมีช่วงขึ้นลงและโค้ง
 
ที่พักในอำเภอหนองพอกมีจำนวนจำกัดเมื่อเทียบกับตัวเมืองร้อยเอ็ด นักท่องเที่ยวจึงควรวางแผนล่วงหน้า ตัวเลือกใกล้เคียงกระจายไปยังอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร การเลือกที่พักควรพิจารณาเส้นทางที่จะเดินทางต่อในวันถัดไป หากวางแผนเที่ยวมุกดาหารสามารถพักด้านหนองสูงหรือนิคมคำสร้อย แต่หากจะกลับตัวเมืองร้อยเอ็ดอาจเลือกเดินทางกลับไปพักในเมือง
 
การเดินทาง จากตัวเมืองร้อยเอ็ด ใช้เส้นทางไปอำเภอโพนทองและอำเภอหนองพอก ผ่านทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ระยะทางถึงเขตอำเภอหนองพอกประมาณ 62 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางต่อไปทางบ้านท่าสะอาดและตำบลผาน้ำย้อย แล้วเข้าสู่ถนนชนบท รอ. 4043 เพื่อขึ้นเขาไปยังวัด รวมระยะทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดถึงพระมหาเจดีย์ประมาณ 75–80 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีถึง 1 ชั่วโมง 40 นาทีตามสภาพการจราจรและสภาพอากาศ
 
ผู้เดินทางจากจังหวัดมุกดาหารสามารถใช้เส้นทางผ่านอำเภอหนองสูงหรือนิคมคำสร้อยเข้าสู่พื้นที่ผาน้ำย้อย ส่วนผู้เดินทางจากกาฬสินธุ์สามารถเชื่อมเส้นทางจากอำเภอกุฉินารายณ์ การเดินทางจากยโสธรสามารถผ่านอำเภอเลิงนกทา เส้นทางเหล่านี้ทำให้วัดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเชื่อมทริปข้ามจังหวัดได้ แต่การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่ายังคงสะดวกที่สุด เพราะบริการขนส่งสาธารณะที่ขึ้นถึงบริเวณวัดมีจำกัด
 
ผู้เดินทางด้วยรถโดยสารจากกรุงเทพฯ สามารถเลือกสายที่ผ่านอำเภอหนองพอกหรือเส้นทางกรุงเทพฯ–มุกดาหาร แล้วลงในจุดที่ใกล้อำเภอหนองพอก จากนั้นต่อรถรับจ้างท้องถิ่นไปยังตำบลผาน้ำย้อยและวัด หากใช้รถโดยสารกรุงเทพฯ–ร้อยเอ็ดจะต้องลงที่ตัวเมืองร้อยเอ็ดและจัดหารถเดินทางต่ออีกประมาณ 75–80 กิโลเมตร การตกลงค่าโดยสารและเวลารับกลับกับผู้ให้บริการก่อนขึ้นเขาช่วยลดปัญหาเรื่องรถขากลับ
 
พิกัดโดยประมาณของพระมหาเจดีย์ชัยมงคลคือ 16.331568, 104.320196 ผู้ใช้แผนที่ออนไลน์ควรค้นทั้งชื่อ “วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม” และ “พระมหาเจดีย์ชัยมงคล” เนื่องจากบางแผนที่แสดงชื่อวัด บางแห่งแสดงชื่อองค์พระมหาเจดีย์ และบางแหล่งใช้ชื่อวัดเจดีย์ชัยมงคล เมื่อเข้าสู่พื้นที่ควรยึดป้ายบอกทางและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก โดยเฉพาะบริเวณลานจอดรถและจุดเปลี่ยนรถขึ้นยอดเขา
 
สิ่งอำนวยความสะดวกหลักประกอบด้วยลานจอดรถบริเวณด้านล่าง จุดรับส่งสำหรับขึ้นสู่พื้นที่พระมหาเจดีย์ ห้องน้ำ พื้นที่พักคอย จุดทำบุญ และพื้นที่ชมทัศนียภาพ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันหยุดยาว หรือช่วงเทศกาล อาจมีผู้เดินทางจำนวนมาก จึงควรเผื่อเวลาเดินทางและปฏิบัติตามระบบจราจรของวัด ไม่จอดรถกีดขวางทางขึ้นลง และดูแลทรัพย์สินส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะ
 
วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามยังมีความสำคัญต่อชุมชนในฐานะแหล่งท่องเที่ยว ศูนย์รวมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และพื้นที่ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น ผู้มาเยือนช่วยสร้างรายได้ให้กับร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม รถรับจ้าง และที่พักในอำเภอหนองพอก การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบจึงควรสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ รักษาความสะอาด ลดการใช้พลาสติก และไม่ทิ้งขยะในป่าหรือบริเวณหน้าผา
 
การอนุรักษ์พระมหาเจดีย์ต้องดูแลทั้งโครงสร้าง สถาปัตยกรรม งานศิลปกรรม และสภาพแวดล้อมบนเขา ลวดลายปูนปั้นและพื้นผิวสีทองมีความละเอียดอ่อนต่อการสัมผัส ความชื้น ฝุ่น และควัน ขณะที่พื้นที่ป่ารอบวัดมีความสำคัญต่อแหล่งต้นน้ำและระบบนิเวศ ผู้มาเยือนจึงควรใช้พื้นที่ตามทางที่กำหนด ไม่เด็ดพืช ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า และไม่สร้างเสียงดังที่รบกวนพระสงฆ์ ผู้ปฏิบัติธรรม หรือสัตว์ในธรรมชาติ
 
แม้พระมหาเจดีย์จะมีขนาดใหญ่และงดงาม แต่สาระสำคัญที่สุดของสถานที่ยังคงอยู่ที่เจตนารมณ์ด้านการปฏิบัติธรรม หลวงปู่ศรี มหาวีโร ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางที่ผู้คนสามารถศึกษาพระพุทธศาสนา ระลึกถึงครูบาอาจารย์ และฝึกจิตใจจริง การมาเยือนจึงสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเมื่อผู้เดินทางใช้เวลานั่งสงบ พิจารณาความหมายของสิ่งที่เห็น และรักษาความเคารพต่อสถานที่มากกว่ามุ่งถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
 
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศิลปะ พระมหาเจดีย์ชัยมงคลเป็นตัวอย่างสำคัญของการสร้างพุทธสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ในปลายพุทธศตวรรษที่ 25 และต้นพุทธศตวรรษที่ 26 แสดงให้เห็นว่าศิลปกรรมร่วมสมัยสามารถนำรูปแบบจากโบราณสถานสำคัญมาตีความใหม่โดยยังคงอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ตัวเลข 101 ผังแปดทิศ การประดับสีขาวทอง และการจัดพิพิธภัณฑ์ภายในล้วนทำให้อาคารมีความหมายทั้งด้านรูปทรง สัญลักษณ์ และการใช้งาน
 
สำหรับผู้สนใจวัฒนธรรมอีสาน สถานที่แห่งนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนา ชุมชน และภูมิประเทศ การร่วมแรงร่วมใจสร้างพระมหาเจดีย์ด้วยเงินบริจาคจำนวนมากแสดงถึงรูปแบบศรัทธาที่กระจายอยู่ในหมู่ประชาชน ไม่ได้จำกัดอยู่ในองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ขณะเดียวกัน การนำเรื่องราวของพระกรรมฐานมาจัดแสดงยังช่วยรักษามรดกทางจิตวิญญาณของภาคอีสานให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ผ่านสถานที่จริง
 
ปัจจุบันวัดและพระมหาเจดีย์ยังเปิดรับผู้เดินทางและมีการจัดกิจกรรมดูแลพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หน่วยงานท้องถิ่นยังใช้พระมหาเจดีย์เป็นสถานที่ต้อนรับผู้มาเยือนและจัดกิจกรรมจิตอาสา การคงอยู่ของกิจกรรมเหล่านี้สะท้อนว่าสถานที่ยังทำหน้าที่พร้อมกันหลายด้าน ทั้งวัด ศูนย์รวมศรัทธา แหล่งเรียนรู้ จุดหมายท่องเที่ยว และสัญลักษณ์สำคัญของอำเภอหนองพอกและจังหวัดร้อยเอ็ด
 
การเดินทางมาวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามจึงให้ประสบการณ์ที่มากกว่าการชมเจดีย์สวย ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เรื่องพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ทำความเข้าใจพลังศรัทธาที่อยู่เบื้องหลังโครงการก่อสร้าง ชมศิลปกรรมร่วมสมัย สักการะพระบรมสารีริกธาตุ และมองเห็นภูมิประเทศของเทือกเขาภูพานจากมุมสูง หากใช้เวลาอย่างสงบและเคารพสถานที่ พระมหาเจดีย์ชัยมงคลจะเป็นทั้งจุดหมายการท่องเที่ยวและพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้เดินทางได้หยุดทบทวนจิตใจของตนเอง
 
ชื่อสถานที่วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม และพระมหาเจดีย์ชัยมงคล
ที่ตั้งบ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
ที่อยู่ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด 45210
พิกัด16.331568, 104.320196
ไฮไลต์พระมหาเจดีย์สีขาวทองบนเขาเขียว ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มีรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์ พิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐาน และจุดชมทิวทัศน์เทือกเขาภูพาน
ประวัติและสมัยเริ่มดำเนินงานก่อสร้างในช่วงปี พ.ศ. 2528 จัดตั้งคณะกรรมการและวางศิลาฤกษ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2531 เปิดให้ประชาชนสักการะพระบรมสารีริกธาตุตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2540
ผู้ริเริ่มก่อสร้างพระเทพวิสุทธิมงคล หรือหลวงปู่ศรี มหาวีโร ศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
ผู้รับผิดชอบงานก่อสร้างสืบต่อพระครูปลัดทองอินทร์ กตปุญโญ
ที่มาของชื่อชื่อผาน้ำย้อยหรือผาน้ำทิพย์สัมพันธ์กับหน้าผาหินที่มีน้ำซึมและไหลตามชั้นหิน ส่วนชื่อพระมหาเจดีย์ชัยมงคลสื่อถึงชัยชนะอันเป็นมงคลจากการเอาชนะกิเลสและความประมาท
ลักษณะเด่นสถาปัตยกรรมร่วมสมัยผสมศิลปะภาคกลางและอีสาน รูปแบบเชื่อมโยงพระปฐมเจดีย์กับพระธาตุพนม กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร สูง 101 เมตร และสูงรวมยอดประมาณ 109 เมตร
ยอดพระมหาเจดีย์ประดับทองคำน้ำหนักประมาณ 4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม
พื้นที่วัดพื้นที่วัดประมาณ 2,500 ไร่ และพื้นที่โดยรอบองค์พระมหาเจดีย์ประมาณ 101 ไร่
สถานะทางคณะสงฆ์ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2548 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2549
การเดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้ทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ผ่านอำเภอโพนทองและอำเภอหนองพอก จากนั้นเข้าสู่บ้านท่าสะอาด ตำบลผาน้ำย้อย และถนนชนบท รอ. 4043 ระยะทางรวมประมาณ 75–80 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะและเยี่ยมชมตามปกติ
วันเปิดทำการทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ06.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชม สามารถร่วมทำบุญตามศรัทธา
สิ่งอำนวยความสะดวกลานจอดรถบริเวณด้านล่าง จุดรับส่งขึ้นสู่พระมหาเจดีย์ ห้องน้ำ พื้นที่พักคอย จุดทำบุญ และพื้นที่ชมทัศนียภาพ
โซนภายในและพื้นที่สำคัญ1. ลานจอดรถและจุดรับส่งด้านล่าง
2. ลานและสวนด้านหน้าพระมหาเจดีย์
3. เจดีย์บริวาร 8 ทิศและระเบียงคต
4. ห้องโถงบำเพ็ญบุญและประชุม
5. พื้นที่แสดงพระพุทธประวัติ
6. อุโบสถและรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์
7. พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ศรีและวิปัสสนากรรมฐาน
8. จุดชมวิว
9. ห้องประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
ข้อปฏิบัติแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าและหมวกก่อนเข้าภายใน รักษาความสงบ ไม่สัมผัสลวดลาย ไม่นำอาหารขึ้นอาคาร ไม่สูบบุหรี่ และไม่จุดธูปเทียนภายในองค์พระมหาเจดีย์
เบอร์ติดต่อหลัก089-940-4443
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ ประมาณ 1.1 กม.
2. วนอุทยานผาน้ำย้อย ประมาณ 1.9 กม.
3. ผากิ่วลม ประมาณ 6 กม.
4. ผาหมอกมิวาย ประมาณ 7.1 กม.
5. อ่างเก็บน้ำห้วยพุงใหญ่ ประมาณ 7.3 กม.
6. น้ำตกถ้ำโสดาและวัดถ้ำโสดา ประมาณ 8.5 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. เฮือนไม้กาแฟสด ประมาณ 0.6 กม.
2. ร้านวี.อาร์ ปลาเผา ประมาณ 3.5 กม. โทร. 081-209-7330
3. ร้านผาไม้งาม ประมาณ 5 กม. โทร. 089-501-5974
4. แพรุ่งตะวัน ประมาณ 7.3 กม.
5. Wali Land Garden Cafe ประมาณ 9.8 กม. โทร. 087-221-1909
6. Big Seafood อำเภอหนองพอก ประมาณ 18 กม. โทร. 061-040-6854, 088-910-0627
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมมีทิพย์ ประมาณ 13 กม.
2. Thai House-Isaan Guesthouse อำเภอหนองสูง ประมาณ 20 กม. โทร. 090-843-2970, 087-065-4635
3. S Family Residence อำเภอนิคมคำสร้อย ประมาณ 24 กม. โทร. 080-168-6710
4. Buarimpao Apartel อำเภอกุฉินารายณ์ ประมาณ 28 กม.
5. Pudin Hotel อำเภอเลิงนกทา ประมาณ 28 กม. โทร. 045-782-345, 091-717-3439
6. P2 Natural Boutique Hotel อำเภอกุฉินารายณ์ ประมาณ 33 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามยังเปิดให้เข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดและพระมหาเจดีย์ชัยมงคลยังเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะและเยี่ยมชมทุกวัน รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์
 
ถาม: พระมหาเจดีย์ชัยมงคลเปิดกี่โมงและปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดเวลา 06.00–17.00 น. ควรเดินทางถึงก่อนเวลาปิดเพื่อให้มีเวลาเยี่ยมชมภายในและเดินทางลงจากเขา
 
ถาม: วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถร่วมทำบุญหรือบริจาคเพื่อบำรุงวัดตามศรัทธา
 
ถาม: พระมหาเจดีย์ชัยมงคลมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นพระธาตุเจดีย์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เป็นศูนย์กลางเรียนรู้เรื่องพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น และรวบรวมรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์
 
ถาม: ใครเป็นผู้ริเริ่มสร้างพระมหาเจดีย์ชัยมงคล?
ตอบ: พระเทพวิสุทธิมงคล หรือหลวงปู่ศรี มหาวีโร ศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นผู้นำในการดำเนินการก่อสร้างร่วมกับคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน
 
ถาม: ภายในพระมหาเจดีย์มีอะไรให้ชมบ้าง?
ตอบ: มีห้องโถงบำเพ็ญบุญ งานศิลปกรรมพระพุทธประวัติ รูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์ พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ศรีและวิปัสสนากรรมฐาน จุดชมวิว และห้องประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปพระมหาเจดีย์ชัยมงคลอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ผ่านอำเภอโพนทองและอำเภอหนองพอก จากนั้นเข้าสู่ตำบลผาน้ำย้อยและถนนชนบท รอ. 4043 ระยะทางรวมประมาณ 75–80 กม.
 
ถาม: ควรแต่งกายและปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเข้าชม?
ตอบ: ควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าและหมวก รักษาความสงบ ไม่สัมผัสงานประดับ ไม่นำอาหารขึ้นอาคาร และไม่จุดธูปเทียนภายในองค์พระมหาเจดีย์

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)
วัด วัด(35)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(1)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)