หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.เมืองร้อยเอ็ด >ต.ในเมือง > พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด
TL;DR: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด อยู่ที่ถนนเพลินจิต ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ใกล้ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด

วันเปิดทำการ: วันพุธ – วันอาทิตย์
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 16.00 น.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ตั้งอยู่บนถนนเพลินจิต ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ใกล้ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ดและไม่ไกลจากพื้นที่สำคัญกลางเมืองอย่างบึงพลาญชัย หอโหวด 101 และสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด เป็นพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองที่รวบรวมเรื่องราวสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ดไว้อย่างรอบด้าน ทั้งภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรณี โบราณคดี ประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ วิถีชีวิต ประเพณี และงานศิลปหัตถกรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะงานผ้าไหมและผ้าพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดร้อยเอ็ด
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจร้อยเอ็ดมากกว่าการเดินชมสถานที่ท่องเที่ยวเพียงผิวเผิน เพราะเนื้อหาภายในอาคารทำหน้าที่คล้ายประตูเข้าสู่ความทรงจำของจังหวัด ผู้เข้าชมจะได้เห็นภาพร้อยเอ็ดตั้งแต่พื้นฐานด้านภูมิประเทศ แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ หลักฐานทางโบราณคดี เมืองโบราณ พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ การตั้งถิ่นฐานของผู้คน วิถีชีวิตในชุมชน ไปจนถึงภูมิปัญญาการทอผ้าไหมซึ่งเป็นหนึ่งในงานหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงของจังหวัด
เดิมทีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ดเกิดขึ้นตามดำริของศาสตราจารย์ ดร.ก่อ สวัสดิ์พาณิชย์ ซึ่งมีความตั้งใจให้เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อจัดแสดงผ้าไหมพื้นเมืองและงานศิลปหัตถกรรมของจังหวัดร้อยเอ็ด ต่อมาเมื่อกรมศิลปากรมีนโยบายจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมือง เพื่อให้แต่ละจังหวัดมีแหล่งรวบรวมและนำเสนอเรื่องราวของตนเอง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้มีลักษณะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมืองที่จัดแสดงข้อมูลของจังหวัดร้อยเอ็ดอย่างครบถ้วน
ความสำคัญของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ดอยู่ที่การเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมืองแห่งแรกที่เปิดบริการภายใต้แนวนโยบายดังกล่าว และยังเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ใช้วิธีการจัดแสดงสมัยใหม่เข้ามาช่วยเล่าเรื่อง ทั้งระบบข้อมูล คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย หุ่นจำลอง ฉากชีวิตจำลอง และการควบคุมสภาวะแวดล้อมภายในอาคาร การจัดแสดงจึงไม่ได้เป็นเพียงการวางโบราณวัตถุไว้ในตู้กระจก แต่พยายามสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องราวของเมืองร้อยเอ็ดผ่านภาพ เสียง ฉากจำลอง และบริบทที่จับต้องได้
พิพิธภัณฑ์เริ่มดำเนินการจัดตั้งตั้งแต่ปีงบประมาณ 2536 และแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2540 โดยใช้งบประมาณกว่า 41 ล้านบาท ก่อนมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2541 การถือกำเนิดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงสัมพันธ์กับช่วงเวลาที่กรมศิลปากรให้ความสำคัญกับการกระจายองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวัฒนธรรมไปสู่เมืองต่าง ๆ ไม่ให้ความรู้เหล่านี้กระจุกตัวอยู่เฉพาะส่วนกลาง
เมื่อเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ ผู้เข้าชมจะได้พบการจัดแสดงที่เชื่อมโยงร้อยเอ็ดกับภูมิภาคอีสานอย่างชัดเจน จังหวัดร้อยเอ็ดมีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่สัมพันธ์กับพื้นที่ลุ่มน้ำ ชุมชนเกษตรกรรม และเส้นทางวัฒนธรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเรียนรู้จากนิทรรศการทำให้เห็นว่าพื้นที่ร้อยเอ็ดไม่ได้เป็นเพียงเมืองปัจจุบันที่มีถนน อาคาร และสถานที่ราชการ แต่เป็นพื้นที่ที่มีพัฒนาการยาวนานจากภูมิประเทศ ทรัพยากร ผู้คน ความเชื่อ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม
ส่วนจัดแสดงด้านภูมิศาสตร์และธรณีวิทยาช่วยให้ผู้ชมเข้าใจพื้นฐานของจังหวัดร้อยเอ็ดในมุมที่มองไม่เห็นจากการเดินทางทั่วไป เช่น ลักษณะพื้นที่ ทรัพยากรธรณี ความสัมพันธ์ของดิน น้ำ และการตั้งถิ่นฐาน เนื้อหาลักษณะนี้มีความสำคัญ เพราะทำให้เห็นว่าชีวิตของผู้คนไม่ได้แยกออกจากภูมิประเทศ การทำเกษตร การเลือกพื้นที่ตั้งบ้านเรือน และการพัฒนาชุมชนล้วนสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
ส่วนโบราณคดีเป็นพื้นที่ที่ช่วยเปิดมิติอดีตของร้อยเอ็ดอย่างเป็นรูปธรรม หลักฐานทางโบราณคดีและศิลปวัตถุที่พบในพื้นที่จังหวัดแสดงให้เห็นว่าร้อยเอ็ดมีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมโบราณหลายช่วงเวลา ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยทวารวดี สมัยเขมรในประเทศไทย ไปจนถึงสมัยที่เมืองร้อยเอ็ดพัฒนาขึ้นในบริบทการเมืองและสังคมของภาคอีสาน ผู้เข้าชมจะได้เห็นวัตถุที่ทำหน้าที่เป็นพยานของกาลเวลา เช่น พระพุทธรูป เครื่องมือ ภาชนะ ชิ้นส่วนประติมากรรม และหลักฐานทางวัฒนธรรมที่พบในท้องถิ่น
หนึ่งในวัตถุที่สะท้อนความสำคัญทางศิลปะและศาสนาคือพระพุทธรูปและพระพิมพ์จากพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดร้อยเอ็ด ตัวอย่างเช่น พระพุทธรูปยืนปางแสดงธรรมแบบศิลปะทวารวดี พระพุทธรูปนาคปรกแบบศิลปะเขมรในประเทศไทย และแม่พิมพ์พระที่แสดงร่องรอยความเชื่อทางพุทธศาสนาในพื้นที่ วัตถุเหล่านี้ช่วยให้ผู้เข้าชมเห็นความต่อเนื่องของศรัทธาและความสัมพันธ์ระหว่างร้อยเอ็ดกับวัฒนธรรมโบราณในภูมิภาค
ด้านประวัติศาสตร์เมือง พิพิธภัณฑ์นำเสนอเรื่องราวพัฒนาการของเมืองร้อยเอ็ดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน รวมถึงบุคคลสำคัญของจังหวัด ระบบการปกครอง ชุมชนเมือง และชีวิตของผู้คนในช่วงต่าง ๆ การจัดแสดงฉากชีวิตจำลองช่วยให้เรื่องราวที่อาจดูไกลตัวมีความชัดเจนมากขึ้น ผู้เข้าชมสามารถมองเห็นบรรยากาศของบ้านเมือง การใช้ชีวิต และความเปลี่ยนแปลงของสังคมร้อยเอ็ดผ่านการเล่าเรื่องที่เป็นลำดับ
ความน่าสนใจอีกส่วนหนึ่งคือการนำเสนอเรื่องชุมชนชาวจีนในเมืองร้อยเอ็ดผ่านฉากชีวิตขนาดเท่าจริง ซึ่งช่วยสะท้อนบทบาทของกลุ่มคนต่างวัฒนธรรมในการพัฒนาเมือง การค้าขาย และความเปลี่ยนแปลงของสังคมเมืองในภาคอีสาน การมีฉากชีวิตลักษณะนี้ทำให้พิพิธภัณฑ์ไม่ได้เล่าเฉพาะโบราณคดีหรือราชการบ้านเมือง แต่เล่าเรื่องผู้คนจริงที่มีส่วนสร้างเมืองให้เติบโต
ส่วนวิถีชีวิตและประเพณีทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจความเป็นร้อยเอ็ดในมิติที่ใกล้ตัวมากขึ้น ทั้งพิธีกรรม ความเชื่อ การแต่งกาย อาชีพ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ดนตรี การละเล่น และเทศกาลสำคัญของท้องถิ่น ร้อยเอ็ดเป็นเมืองที่มีประเพณีโดดเด่น เช่น บุญผะเหวด งานบุญตามฮีตสิบสอง และวัฒนธรรมอีสานที่ยังมีชีวิตอยู่ในชุมชน การได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้ในพิพิธภัณฑ์ทำให้ผู้ชมมองเห็นความหมายของงานประเพณีต่าง ๆ มากขึ้นเมื่อออกไปเที่ยวสถานที่จริงในจังหวัด
งานผ้าไหมและศิลปหัตถกรรมเป็นอีกหัวใจสำคัญของพิพิธภัณฑ์ เพราะสอดคล้องกับเจตนารมณ์แรกเริ่มของการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ ผ้าไหมพื้นเมืองและผ้าไหมสาเกตเป็นภูมิปัญญาที่สะท้อนความละเอียดอ่อนของช่างทอ ความงามของลวดลาย และความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชนในจังหวัดร้อยเอ็ด ลายผ้า สี วัสดุ และเทคนิคการทอไม่ใช่เพียงงานฝีมือ แต่เป็นภาษาทางวัฒนธรรมที่บอกเล่าอัตลักษณ์ของผู้คนในพื้นที่
ผ้าไหมสาเกตเป็นตัวอย่างของงานหัตถกรรมที่แสดงความเป็นร้อยเอ็ดได้อย่างเด่นชัด เพราะนำลายมัดหมี่พื้นบ้านหลายลายมาประกอบร่วมกันในผืนเดียว สื่อถึงการรวมความหลากหลายของผู้คนในจังหวัดให้เป็นหนึ่งเดียว การชมผ้าไหมในพิพิธภัณฑ์จึงช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าผืนผ้าไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกายหรือของที่ระลึก แต่เป็นเอกสารทางวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดภูมิปัญญา ความเชื่อ ความงาม และความทรงจำของชุมชน
ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจะได้รับประโยชน์จากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิเศษ เพราะเนื้อหาจัดแสดงครอบคลุมร้อยเอ็ดทั้งจังหวัด ไม่ใช่เพียงตัวเมือง การเล่าเรื่องจากภูมิศาสตร์ไปสู่โบราณคดี ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และศิลปหัตถกรรมทำให้เข้าใจร้อยเอ็ดแบบเป็นระบบ เห็นทั้งภาพใหญ่ของจังหวัดและรายละเอียดเฉพาะถิ่นที่มักกระจัดกระจายอยู่ตามชุมชน วัด โบราณสถาน และงานประเพณีต่าง ๆ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เริ่มต้นเที่ยวร้อยเอ็ดจากตัวเมือง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ดเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะมาก เพราะอยู่ใกล้สถานที่สำคัญหลายแห่ง หลังจากชมพิพิธภัณฑ์แล้วสามารถเดินทางต่อไปบึงพลาญชัย หอโหวด 101 ประตูสาเกตนคร สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด หรือวัดบูรพาภิรามได้สะดวก การชมพิพิธภัณฑ์ก่อนเที่ยวสถานที่เหล่านี้ช่วยให้เข้าใจภูมิหลังของเมืองและมองเห็นความเชื่อมโยงของสถานที่จริงได้ชัดขึ้น
บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์เหมาะกับการชมอย่างช้า ๆ ผู้เข้าชมควรเผื่อเวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง เพื่ออ่านป้ายข้อมูล ชมโบราณวัตถุ ศึกษาฉากจำลอง และทำความเข้าใจลำดับเรื่องราวของจังหวัด หากมากับเด็กหรือเยาวชน ควรช่วยอธิบายเนื้อหาให้เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน เช่น ข้าว ผ้าไหม เมืองเก่า วัด งานบุญ และสิ่งของที่พบในท้องถิ่น เพื่อให้การชมพิพิธภัณฑ์เป็นประสบการณ์ที่เข้าใจง่ายและไม่น่าเบื่อ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เหมาะกับครอบครัว ครู นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์อีสาน โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการข้อมูลพื้นฐานก่อนออกเดินทางไปยังแหล่งโบราณคดีหรือวัดสำคัญในจังหวัดร้อยเอ็ด การชมพิพิธภัณฑ์ช่วยให้การเดินทางต่อไปมีความหมายมากขึ้น เพราะผู้ชมจะเข้าใจว่าโบราณวัตถุ ประเพณี และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ของเมืองมีที่มาอย่างไร
การเดินทาง ไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ดทำได้สะดวก เพราะตั้งอยู่ในตัวเมืองร้อยเอ็ดบนถนนเพลินจิต ใกล้ศาลากลางจังหวัด นักท่องเที่ยวที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถตั้งปลายทางมายังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด หรือใช้บึงพลาญชัยและศาลากลางจังหวัดเป็นจุดสังเกตได้ หากเดินทางด้วยรถโดยสาร สามารถลงที่สถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด แล้วต่อรถรับจ้าง รถสามล้อ หรือบริการเดินทางภายในเมืองมายังถนนเพลินจิตได้ไม่ไกล
หากเดินทางจากสนามบินร้อยเอ็ด สามารถเข้าตัวเมืองร้อยเอ็ดก่อน แล้วต่อมายังพิพิธภัณฑ์บนถนนเพลินจิตได้โดยใช้เส้นทางเข้าสู่เขตอำเภอเมือง เนื่องจากพิพิธภัณฑ์อยู่ในพื้นที่เมืองและใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลักหลายแห่ง จึงสามารถจัดเป็นโปรแกรมครึ่งวันร่วมกับบึงพลาญชัย หอโหวด 101 และวัดบูรพาภิรามได้อย่างลงตัว
ด้านวันและเวลาเปิดทำการ ปัจจุบันพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ดเปิดให้เข้าชมวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.00–16.00 น. ปิดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท นักเรียน นักศึกษา นักบวช ผู้สูงอายุ และผู้ได้รับสิทธิยกเว้นตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เข้าชมฟรี ผู้ที่เดินทางเป็นคณะหรือมีเป้าหมายเข้าชมเพื่อการศึกษา สามารถติดต่อพิพิธภัณฑ์ล่วงหน้าได้ที่หมายเลข 043-514456 ต่อ 101
มารยาทในการชมพิพิธภัณฑ์ควรให้ความสำคัญกับการรักษาโบราณวัตถุและบรรยากาศการเรียนรู้ ไม่สัมผัสวัตถุจัดแสดง ไม่พิงตู้จัดแสดง ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ใช้แฟลชถ่ายภาพในพื้นที่ที่ห้ามถ่าย การปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ช่วยให้ทุกคนสามารถใช้พื้นที่เรียนรู้ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม และช่วยรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สำหรับผู้ชมรุ่นต่อไป
บริเวณรอบพิพิธภัณฑ์มีร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักในตัวเมืองหลายแห่ง นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในช่วงเช้า แล้วไปรับประทานอาหารใกล้บึงพลาญชัยหรือถนนสุนทรเทพ จากนั้นเดินทางต่อไปยังหอโหวด 101 หรือประตูสาเกตนครในช่วงบ่าย ถ้าพักค้างคืนในตัวเมือง ควรเลือกที่พักใกล้บึงพลาญชัยหรือย่านใจกลางเมืองเพื่อให้เดินทางเข้าพิพิธภัณฑ์และสถานที่ใกล้เคียงได้สะดวก
ในภาพรวม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ดเป็นสถานที่ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจจังหวัดร้อยเอ็ดอย่างครบถ้วนในพื้นที่เดียว ตั้งแต่อดีตทางธรณีวิทยา โบราณคดี เมืองเก่า ชุมชน คนสำคัญ วิถีชีวิต ประเพณี ไปจนถึงผ้าไหมและงานหัตถกรรม ถ้าต้องการเที่ยวร้อยเอ็ดให้ลึกและมีบริบท การเริ่มต้นจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะช่วยให้ทุกสถานที่ที่ไปต่อมีความหมายมากขึ้น ทั้งบึงพลาญชัย หอโหวด 101 วัดบูรพาภิราม ประตูสาเกตนคร และย่านเมืองร้อยเอ็ดโดยรอบ
| ชื่อสถานที่ | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด |
| ที่ตั้ง | ถนนเพลินจิต ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ใกล้ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด |
| ที่อยู่ | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ถนนเพลินจิต อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 |
| พิกัด | 16.054109, 103.657316 |
| ไฮไลต์ | พิพิธภัณฑ์ประจำเมืองที่เล่าเรื่องจังหวัดร้อยเอ็ดครบด้าน ทั้งภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรณี โบราณคดี ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ประเพณี ผ้าไหม และศิลปหัตถกรรมท้องถิ่น |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เริ่มจัดตั้งตามดำริของศาสตราจารย์ ดร.ก่อ สวัสดิ์พาณิชย์ เพื่อจัดแสดงผ้าไหมพื้นเมืองและศิลปหัตถกรรม ต่อมาได้รับการพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมืองภายใต้นโยบายของกรมศิลปากร เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2536 แล้วเสร็จปี 2540 และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2541 |
| ที่มาของชื่อ | เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำจังหวัดร้อยเอ็ด จัดตั้งขึ้นเพื่อรวบรวม อนุรักษ์ และนำเสนอเรื่องราวสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ดในด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น |
| ลักษณะเด่น | ใช้การจัดแสดงแบบพิพิธภัณฑ์ประจำเมือง มีระบบนำเสนอข้อมูล หุ่นจำลอง ฉากชีวิตจำลอง คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย และการควบคุมสภาวะแวดล้อมภายในอาคาร |
| การเดินทาง | ตั้งอยู่ในตัวเมืองร้อยเอ็ดบนถนนเพลินจิต ใกล้ศาลากลางจังหวัด สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถรับจ้าง หรือรถสามล้อจากสถานีขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ดมายังพิพิธภัณฑ์ได้สะดวก |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดดำเนินการเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมืองและแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวัฒนธรรมของจังหวัดร้อยเอ็ด |
| วันเปิดทำการ | วันพุธ – วันอาทิตย์ |
| วันหยุดทำการ | วันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ |
| เวลาเปิดทำการ | 09.00 – 16.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ชาวไทย 20 บาทต่อคน ชาวต่างชาติ 100 บาทต่อคน นักเรียน นักศึกษา นักบวช ผู้สูงอายุ และผู้ได้รับสิทธิยกเว้นตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เข้าชมฟรี |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | อาคารจัดแสดงนิทรรศการ ห้องจัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ พื้นที่ให้ความรู้ ป้ายข้อมูล ห้องน้ำ พื้นที่ติดต่อเจ้าหน้าที่ และที่จอดรถ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. โซนภูมิศาสตร์และธรณีวิทยาของจังหวัดร้อยเอ็ด 2. โซนโบราณคดีและหลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ 3. โซนศิลปะทวารวดีและศิลปะเขมรในประเทศไทย 4. โซนประวัติศาสตร์เมืองร้อยเอ็ดและบุคคลสำคัญ 5. โซนฉากชีวิตชาวจีนในเมืองร้อยเอ็ด 6. โซนวิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่น 7. โซนผ้าไหมพื้นเมือง ผ้าไหมสาเกต และศิลปหัตถกรรม 8. โซนนิทรรศการพิเศษตามวาระ |
| วัตถุจัดแสดงเด่น | พระพุทธรูปยืนปางแสดงธรรมศิลปะทวารวดี พระพุทธรูปนาคปรกศิลปะเขมรในประเทศไทย แม่พิมพ์พระ ฐานรองเครื่องทักษิณา โบราณวัตถุจากพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ผ้าไหมพื้นเมือง และผ้าไหมสาเกต |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานรับผิดชอบ | กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 043-514456 ต่อ 101 |
| โทรสาร | 043-514456 ต่อ 112 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | finearts.go.th/roietmuseum, Facebook: Roi Et National Museum |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. บึงพลาญชัย ประมาณ 1 กม. 2. สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ประมาณ 1 กม. 3. หอโหวด 101 ประมาณ 1 กม. โทร. 043-511222 4. ประตูสาเกตนคร ประมาณ 1 กม. 5. ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 1 กม. 6. วัดบูรพาภิราม ประมาณ 1 กม. 7. วัดบึงพลาญชัย ประมาณ 1 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. 4U For You ถนนเพลินจิต ประมาณ 0.1 กม. โทร. 065-649-1999 2. Lakeview Restaurant ประมาณ 1 กม. โทร. 093-320-8126 3. ร้านนายฉุ่ย ก๋วยเตี๋ยวหมูวินเทจ ประมาณ 1 กม. โทร. 093-638-8323 4. Sit Rim ประมาณ 1 กม. โทร. 098-278-4482 5. Cozy Cafe & Bistro ประมาณ 1 กม. โทร. 085-852-9237 6. Her Studio ร้อยเอ็ด ประมาณ 1 กม. โทร. 083-871-0824 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Rueanrimnam Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 043-518-967 2. โรงแรมสาเกตนคร ประมาณ 1 กม. โทร. 043-511-741 3. The Premium Residence ประมาณ 1 กม. โทร. 043-518-655 4. 101 Hotel ประมาณ 1 กม. โทร. 043-513-999, 065-119-6999 5. HOP INN Roi Et ประมาณ 2 กม. โทร. 02-080-2222 6. The Rice Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 043-519-999 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่บนถนนเพลินจิต ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ใกล้ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ดและไม่ไกลจากบึงพลาญชัย
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด เปิดวันไหน?
ตอบ: เปิดวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. ปิดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ถาม: ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด เท่าไร?
ตอบ: ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาทต่อคน ชาวต่างชาติ 100 บาทต่อคน ส่วนนักเรียน นักศึกษา นักบวช ผู้สูงอายุ และผู้ได้รับสิทธิยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าชมฟรี
ถาม: พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงเรื่องอะไรบ้าง?
ตอบ: จัดแสดงเรื่องราวของจังหวัดร้อยเอ็ดทั้งด้านภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรณี โบราณคดี ประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ วิถีชีวิต ประเพณี ผ้าไหมพื้นเมือง และศิลปหัตถกรรม
ถาม: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด เหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา ครู นักวิจัย นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และผู้ที่ต้องการเข้าใจประวัติศาสตร์กับวิถีชีวิตของจังหวัดร้อยเอ็ดอย่างเป็นระบบ
ถาม: ใช้เวลาเข้าชมประมาณเท่าไร?
ตอบ: ควรเผื่อเวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อชมโซนจัดแสดงหลัก อ่านป้ายข้อมูล ดูโบราณวัตถุ และทำความเข้าใจเรื่องราวของจังหวัดร้อยเอ็ดได้ครบถ้วนขึ้น
ถาม: มีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้พิพิธภัณฑ์ที่เที่ยวต่อได้หรือไม่?
ตอบ: มีสถานที่ใกล้เคียงหลายแห่ง เช่น บึงพลาญชัย หอโหวด 101 ประตูสาเกตนคร ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองร้อยเอ็ด วัดบูรพาภิราม และสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด
ถาม: ติดต่อพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ได้ที่เบอร์ใด?
ตอบ: ติดต่อพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ได้ที่โทร. 043-514456 ต่อ 101
โทร : 043514456
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●พิพิธภัณฑ์
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




