หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.หนองพอก >ต.ผาน้ำย้อย > ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน)
TL;DR: ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน) อยู่ที่บ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 17.00 น. การเดินทางสะดวก จากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้เส้นทางร้อยเอ็ด – โพนทอง – หนองพอก ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ระยะทางถึงอำเภอหนองพอกประมาณ.

ร้อยเอ็ด

ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน)

ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 17.00 น.
 
ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน) จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมที่สำคัญของอำเภอหนองพอก ตั้งอยู่ที่บ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย บนพื้นที่ภูเขาเขียวซึ่งมีลักษณะเป็นผาหินขนาดใหญ่ มีน้ำไหลซึมตลอดปี และเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงภูมิประเทศของจังหวัดร้อยเอ็ดกับแนวภูเขาที่ทอดตัวไปสู่พื้นที่อีสานตอนบน จุดเด่นของผาน้ำย้อยคือความเป็นผาหินธรรมชาติที่มีความชุ่มชื้น มีป่าไม้เนื้อแข็งนานาชนิด มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด และมีวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามตั้งอยู่บนเขา โดยมีพระมหาเจดีย์ชัยมงคลเป็นศาสนสถานสำคัญที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักกว้างขวางในระดับจังหวัด ภาคอีสาน และระดับประเทศ
 
ผาน้ำย้อยมีเนื้อที่ประมาณ 20,000 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าเขาที่มีความสำคัญทั้งด้านภูมิประเทศและด้านจิตใจของผู้คนในอำเภอหนองพอก ลักษณะผาหินสูงจากระดับพื้นดินประมาณ 200 เมตร และสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 380 – 500 เมตร ทำให้บริเวณนี้มีทิวทัศน์กว้าง อากาศเย็นกว่าพื้นที่ราบโดยรอบ และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการพักผ่อน ชมธรรมชาติ ไหว้พระ และเรียนรู้ภูมิประเทศของร้อยเอ็ดในมุมภูเขา พื้นที่แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงจุดชมผา แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนความหลากหลายของร้อยเอ็ด ทั้งป่าเขา ศาสนสถาน เส้นทางธรรมชาติ และความศรัทธาของผู้คน
 
บริเวณผาน้ำย้อยตั้งอยู่บนภูเขาเขียว ซึ่งเป็นแนวภูเขาที่มีภูมิประเทศสูงชันและเป็นเส้นแบ่งเขตธรรมชาติระหว่างพื้นที่หลายจังหวัดในภาคอีสาน ลักษณะของพื้นที่เป็นผาหินขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดปี จนเกิดชื่อที่สัมพันธ์กับภาพของน้ำที่ย้อยหรือซึมตามหน้าผา ความชุ่มชื้นนี้ทำให้บริเวณผาน้ำย้อยมีบรรยากาศร่มรื่น แตกต่างจากพื้นที่ราบแห้งแล้งหลายแห่งของอีสาน และกลายเป็นจุดที่ผู้คนให้ความสนใจทั้งในเชิงธรรมชาติและความศักดิ์สิทธิ์
 
คำว่า “ผาน้ำย้อย” ให้ภาพชัดเจนของภูมิประเทศที่เป็นผาหินและมีน้ำไหลซึมตามธรรมชาติ ความหมายของชื่อจึงเกิดจากสภาพพื้นที่จริง ไม่ใช่ชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อการท่องเที่ยวในภายหลัง น้ำที่ซึมตามผาเป็นสิ่งที่ทำให้พื้นที่นี้มีชีวิต มีความชุ่มชื้น และมีความรู้สึกพิเศษในสายตาของชาวบ้าน เมื่อรวมกับการตั้งวัดและการสร้างพระมหาเจดีย์ชัยมงคลบนเขา ผาน้ำย้อยจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติ ศรัทธา และชื่อสถานที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว
 
สภาพพื้นที่ของผาน้ำย้อยประกอบด้วยป่าไม้เนื้อแข็งนานาชนิด มีความอุดมสมบูรณ์และเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น หมูป่า เก้ง กวาง ไก่ป่า และสัตว์ป่าขนาดเล็กอื่น ๆ ระบบนิเวศของพื้นที่ภูเขาเช่นนี้มีความสำคัญต่อการรักษาความสมดุลของธรรมชาติ เพราะป่าไม้ช่วยรักษาความชื้น ดิน น้ำ และถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า ผู้มาเยือนจึงควรเข้าใจว่าผาน้ำย้อยเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่ต้องรักษาความสงบ ความสะอาด และความสมบูรณ์ของป่าไว้ ไม่ใช่เพียงสถานที่ถ่ายภาพหรือแวะชมวิว
 
บนเขาผาน้ำย้อยมีวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 2,500 ไร่ และเป็นที่ประดิษฐานพระมหาเจดีย์ชัยมงคล พระมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่ได้รับความเคารพศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ วัดแห่งนี้ดำเนินการก่อสร้างโดยพระอาจารย์ศรี มหาวิโร ศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระเถระสายวิปัสสนากรรมฐานที่มีบทบาทสำคัญต่อพุทธศาสนาในภาคอีสาน ความสัมพันธ์ระหว่างผาน้ำย้อยกับวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามทำให้พื้นที่นี้เป็นทั้งแหล่งธรรมชาติและแหล่งบุญในเวลาเดียวกัน
 
พระมหาเจดีย์ชัยมงคลเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดที่ทำให้ผาน้ำย้อยมีชื่อเสียงในหมู่นักเดินทางสายบุญ องค์พระเจดีย์ใช้ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน โดยผสมแรงบันดาลใจจากพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม พระเจดีย์มีสีขาวประดับลวดลายสีทองอย่างวิจิตร รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ สร้างในพื้นที่ 101 ไร่ มีความกว้าง 101 เมตร ความยาว 101 เมตร และความสูง 101 เมตร เมื่อรวมยอดทองคำสูง 109 เมตร ใช้ทองคำหนักประมาณ 4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม รายละเอียดเหล่านี้ทำให้พระมหาเจดีย์ชัยมงคลเป็นหนึ่งในศาสนสถานที่โดดเด่นที่สุดของจังหวัดร้อยเอ็ด
 
ภายในพระมหาเจดีย์ชัยมงคลมีการจัดพื้นที่เป็นชั้นต่าง ๆ สำหรับศาสนกิจ การศึกษา และการสักการะ ชั้นล่างเป็นห้องโถงและพื้นที่ประชุมบำเพ็ญบุญ ชั้นถัดขึ้นไปมีภาพพระพุทธประวัติและลวดลายไทยอันงดงาม อีกชั้นหนึ่งเป็นพื้นที่ประดิษฐานรูปเหมือนพระคณาจารย์และพระสุปฏิปันโน 101 องค์ มีพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับวิปัสสนากรรมฐานและเส้นทางธรรมของหลวงปู่ศรี มหาวีโร และชั้นบนสุดเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พื้นที่ภายในองค์พระเจดีย์จึงมีทั้งมิติของศิลปกรรม การเรียนรู้พระพุทธศาสนา และความศรัทธาอย่างครบถ้วน
 
การเดินทางมาผาน้ำย้อยจึงให้ประสบการณ์หลายระดับ เริ่มจากการเข้าสู่ภูมิประเทศป่าเขาของอำเภอหนองพอก การได้เห็นแนวผาและป่าไม้บนภูเขาเขียว จากนั้นเข้าสู่พื้นที่วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามและพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางความศรัทธา ผู้มาเยือนสามารถเริ่มต้นด้วยการชมธรรมชาติของผาน้ำย้อย ต่อด้วยการสักการะพระมหาเจดีย์ ชมศิลปกรรมภายใน และใช้เวลาพักใจในบรรยากาศสงบของวัดบนเขา เส้นทางนี้เหมาะทั้งกับนักท่องเที่ยวทั่วไป ผู้สูงอายุ ครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และชาวต่างชาติที่สนใจธรรมชาติและพุทธศาสนาไทย
 
ผาน้ำย้อยเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเที่ยวแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะพื้นที่มีทั้งผาหิน วัด พระเจดีย์ จุดชมวิว และบรรยากาศป่าเขา หากมาแบบเร่งรีบจะเห็นเพียงความใหญ่โตของพระมหาเจดีย์ แต่หากใช้เวลาเดินชมอย่างละเอียด จะเข้าใจว่าความสำคัญของสถานที่อยู่ที่การวางตัวของศาสนสถานบนภูเขา การใช้ภูมิประเทศธรรมชาติเป็นฐานของศรัทธา และการเชื่อมโยงระหว่างป่าไม้ แสง ลม น้ำ และศิลปกรรมในพื้นที่เดียวกัน
 
ผู้มาเยือนควรให้เวลาอย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมงสำหรับการเที่ยวผาน้ำย้อยและวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม หากต้องการชมรายละเอียดภายในพระมหาเจดีย์อย่างครบถ้วน ควรเผื่อเวลามากกว่านั้น เพราะแต่ละชั้นมีเนื้อหาและบรรยากาศแตกต่างกัน การเดินขึ้นลงภายในองค์เจดีย์ต้องใช้เวลาและควรทำด้วยความสำรวม โดยเฉพาะบริเวณที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและรูปเหมือนพระคณาจารย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับพุทธศาสนิกชน
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเยือนคือช่วงเช้า เพราะอากาศยังไม่ร้อน แสงธรรมชาตินุ่ม และเหมาะกับการชมวิวบนภูเขา หากเดินทางช่วงบ่ายควรมาถึงก่อนเวลาเย็นเพื่อให้มีเวลาสักการะและเดินชมพื้นที่อย่างไม่เร่งรีบ เนื่องจากสถานที่เปิดให้เข้าชมถึงเวลา 17.00 น. การมาในช่วงฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาวจะได้บรรยากาศธรรมชาติสดชื่น ป่าเขียว และอากาศเย็นขึ้น ส่วนฤดูร้อนควรเตรียมหมวก น้ำดื่ม และวางแผนหลีกเลี่ยงช่วงแดดแรง
 
มารยาทในการเที่ยวผาน้ำย้อยและวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามควรยึดหลักความสุภาพ ผู้มาเยือนควรแต่งกายเรียบร้อย ไม่สวมเสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมกับศาสนสถาน ใช้เสียงเบา ถอดรองเท้าในจุดที่กำหนด ไม่แตะต้องงานประดับหรือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ ไม่ปีนป่ายราวบันไดหรือจุดเสี่ยงเพื่อถ่ายภาพ และไม่ทิ้งขยะในพื้นที่ป่าและพื้นที่วัด การรักษามารยาทเหล่านี้ช่วยให้สถานที่ยังคงความสงบและเหมาะกับการสักการะของผู้คนทุกกลุ่ม
 
สำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติ ผาน้ำย้อยเป็นตัวอย่างของภูมิประเทศที่แสดงให้เห็นว่าร้อยเอ็ดไม่ได้มีเพียงที่ราบและทุ่งนา แต่ยังมีภูเขา ผาหิน ป่าไม้ และแนวธรรมชาติที่สวยงาม พื้นที่นี้ช่วยเติมภาพรวมของจังหวัดให้สมบูรณ์ขึ้น เพราะร้อยเอ็ดมีทั้งเมืองโบราณ ศาสนสถาน วัฒนธรรมชุมชน ตลาดท้องถิ่น และแหล่งธรรมชาติบนเขา ผาน้ำย้อยจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการรู้จักร้อยเอ็ดในมิติที่ลึกกว่าการเที่ยวแลนด์มาร์กในตัวเมืองเท่านั้น
 
ในมิติทางศาสนา ผาน้ำย้อยมีความหมายมากกว่าการเป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ เพราะเป็นพื้นที่ที่สะท้อนพลังศรัทธาของชาวอีสานในการสร้างศาสนสถานขนาดใหญ่บนภูเขา พระอาจารย์ศรี มหาวิโร ผู้ดำเนินการก่อสร้าง มีความเกี่ยวข้องกับสายพระกรรมฐานของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ทำให้วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามมีความหมายในฐานะพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับวิถีปฏิบัติธรรมของพระป่าสายอีสาน การมาเยือนที่นี่จึงเป็นการสัมผัสทั้งสถาปัตยกรรมใหญ่และรากจิตวิญญาณของพระพุทธศาสนาแบบปฏิบัติ
 
พระมหาเจดีย์ชัยมงคลยังทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปกรรมไทยร่วมสมัย ลวดลายสีทองบนพื้นขาว การวางองค์เจดีย์หลักกับเจดีย์บริวารทั้ง 8 ทิศ การออกแบบภายใน และการเชื่อมโยงรูปแบบจากพระปฐมเจดีย์กับพระธาตุพนม ทำให้ผู้ชมเห็นการตีความศิลปะไทยในยุคใหม่ที่ยังคงรักษากลิ่นอายศิลปกรรมดั้งเดิมไว้ ผู้ที่สนใจสถาปัตยกรรมไทยและศิลปะพุทธควรใช้เวลาพิจารณารายละเอียด ไม่ใช่มองเพียงความใหญ่โตขององค์เจดีย์
 
พื้นที่โดยรอบผาน้ำย้อยยังเหมาะกับการถ่ายภาพธรรมชาติและศาสนสถาน มุมที่น่าสนใจคือภาพองค์พระมหาเจดีย์จากด้านหน้า ภาพเจดีย์บริวาร ภาพลวดลายสีทอง ภาพวิวภูเขาเขียว ภาพเส้นทางขึ้นเขา และภาพบรรยากาศของวัดในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ การถ่ายภาพควรทำอย่างสำรวม ไม่รบกวนผู้สักการะ และไม่ใช้โดรนหรืออุปกรณ์ที่อาจกระทบต่อพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะสถานที่นี้เป็นทั้งศาสนสถานและพื้นที่ธรรมชาติที่ควรได้รับความเคารพ
 
การเดินทาง ไปผาน้ำย้อยจากตัวเมืองร้อยเอ็ดสามารถใช้เส้นทางร้อยเอ็ด – โพนทอง – หนองพอก ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ระยะทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดถึงอำเภอหนองพอกประมาณ 62 กม. จากนั้นเดินทางต่อไปยังบ้านท่าสะอาดและตำบลผาน้ำย้อย แล้วขึ้นเขาเขียวไปยังบริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามอีกประมาณ 5 กม. เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างท้องถิ่น ผู้ที่ขับรถควรตรวจสภาพรถให้พร้อมและขับด้วยความระมัดระวังในช่วงทางขึ้นเขา
 
ผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสามารถใช้เส้นทางมายังอำเภอหนองพอกก่อน แล้วต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถไปยังบ้านท่าสะอาดและผาน้ำย้อย หากเดินทางจากกรุงเทพฯ รถโดยสารสายกรุงเทพฯ – มุกดาหารเป็นเส้นทางที่ผ่านอำเภอหนองพอก ส่วนรถโดยสารกรุงเทพฯ – ร้อยเอ็ดจะสิ้นสุดที่ตัวเมืองร้อยเอ็ด ผู้โดยสารต้องต่อรถไปยังอำเภอหนองพอกอีกทอดหนึ่ง การเดินทางแบบไม่มีรถส่วนตัวควรตกลงเวลาไปกลับกับรถท้องถิ่นให้ชัดเจน โดยเฉพาะหากต้องการกลับในวันเดียวกัน
 
ผาน้ำย้อยสามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือหนึ่งวันเต็มได้ หากมีเวลาครึ่งวัน สามารถเน้นสักการะพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ชมวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม และชมบรรยากาศผาน้ำย้อย หากมีเวลาหนึ่งวันเต็ม สามารถเพิ่มเส้นทางไปยังเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ ผาหมอกมิวาย ผาภูไท ตลาดหนองพอก และร้านอาหารในตัวอำเภอหนองพอกได้ เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการผสมผสานการไหว้พระ ชมวิวธรรมชาติ และพักผ่อนในบรรยากาศอำเภอหนองพอก
 
สำหรับครอบครัว ผาน้ำย้อยเป็นสถานที่ที่ให้ทั้งความสวยงามและความรู้ เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้เรื่องภูมิประเทศ ผาหิน ป่าไม้ สัตว์ป่า ศาสนสถาน และสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยได้ในพื้นที่เดียวกัน ผู้ปกครองสามารถอธิบายเรื่องธรรมชาติของน้ำซึมตามผา ความสำคัญของป่าไม้ และความหมายของพระมหาเจดีย์ชัยมงคลในฐานะศูนย์รวมศรัทธา การเรียนรู้จากสถานที่จริงเช่นนี้ช่วยให้การเที่ยวมีคุณค่ามากกว่าการชมภาพสวยงามเพียงอย่างเดียว
 
สำหรับชาวต่างชาติ ผาน้ำย้อยเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายความหลากหลายของการท่องเที่ยวไทยได้ชัดเจน เพราะในพื้นที่เดียวมีทั้งหน้าผาธรรมชาติ ป่าไม้ วัดบนเขา พระมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ พระบรมสารีริกธาตุ และเรื่องราวของพระกรรมฐานอีสาน นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเห็นว่าศาสนสถานไทยไม่ได้ตั้งอยู่เฉพาะในเมืองหรือริมแม่น้ำเท่านั้น แต่ยังสามารถตั้งอยู่บนภูเขาและเชื่อมกับธรรมชาติได้อย่างงดงาม การแปลความหมายของผาน้ำย้อยให้ชาวต่างชาติควรเน้นภาพของ “Buddhist park on a forested mountain cliff” ที่มีทั้งธรรมชาติและความศรัทธาอยู่ร่วมกัน
 
ผาน้ำย้อยยังเชื่อมโยงกับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเขาขนาดใหญ่และมีจุดชมวิวสำคัญอย่างผาหมอกมิวายและผาภูไท ผู้ที่ชอบธรรมชาติสามารถวางแผนเชื่อมเส้นทางระหว่างผาน้ำย้อย พระมหาเจดีย์ชัยมงคล และผาหมอกมิวายได้ในวันเดียวกัน โดยควรวางเวลาให้เหมาะสม หากเริ่มจากพระมหาเจดีย์ในช่วงเช้า แล้วเดินทางไปผาหมอกมิวายในช่วงบ่ายแก่ ๆ จะได้ทั้งประสบการณ์ศาสนสถานและจุดชมวิวธรรมชาติในหนึ่งวัน
 
ร้านอาหารใกล้ผาน้ำย้อยส่วนใหญ่อยู่บริเวณเส้นทางขึ้นพระมหาเจดีย์และในตัวอำเภอหนองพอก ร้านอาหารที่นักท่องเที่ยวใช้เป็นจุดแวะ ได้แก่ ร้านปลาเผา ร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่ และร้านอาหารในย่านอำเภอหนองพอก ผู้ที่เดินทางขึ้นเขาควรรับประทานอาหารหรือเตรียมน้ำดื่มให้พร้อมก่อนขึ้นไปยังพื้นที่วัด โดยเฉพาะหากเดินทางกับผู้สูงอายุหรือเด็ก เพราะพื้นที่บนเขาเหมาะกับการสักการะและชมวิวมากกว่าการหาอาหารหลายประเภท
 
ที่พักใกล้ผาน้ำย้อยมีทั้งโรงแรมในตัวอำเภอหนองพอก รีสอร์ท โฮมสเตย์ และที่พักชุมชน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างเพื่อเที่ยวพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ผาหมอกมิวาย และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์แบบไม่เร่งรีบ หากต้องการความสะดวกเรื่องร้านอาหารและบริการพื้นฐาน ควรเลือกที่พักในตัวอำเภอหนองพอก หากต้องการบรรยากาศใกล้ธรรมชาติสามารถเลือกโฮมสเตย์หรือรีสอร์ทในตำบลผาน้ำย้อยและพื้นที่ใกล้เคียง
 
การเตรียมตัวก่อนเดินทางมาผาน้ำย้อยควรคำนึงถึงทั้งศาสนสถานและพื้นที่ภูเขา ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ สวมรองเท้าที่เดินสะดวก เตรียมน้ำดื่ม กล้องถ่ายภาพ แบตเตอรี่สำรอง และเงินสดสำหรับทำบุญหรือซื้ออาหารในพื้นที่ หากเดินทางช่วงฤดูฝนควรตรวจสภาพอากาศและเส้นทางขึ้นเขา หากเดินทางช่วงเทศกาลควรเผื่อเวลาเดินทางมากขึ้น เพราะพื้นที่วัดและพระมหาเจดีย์มีผู้คนเดินทางมาสักการะจำนวนมาก
 
ค่าเข้าชมผาน้ำย้อยและวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามไม่มีค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าชมและสักการะได้ฟรีตามเวลาทำการ การทำบุญเป็นไปตามศรัทธา ส่วนการใช้บริการรถรับส่งภายในพื้นที่หรือการจอดรถควรปฏิบัติตามระเบียบของพื้นที่ในวันที่เดินทางจริง ผู้มาเยือนควรเคารพเจ้าหน้าที่ ผู้ดูแลวัด และระบบจัดการนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่มีผู้คนจำนวนมาก
 
โดยสรุป ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน) จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นสถานที่ที่มีคุณค่าครบทั้งธรรมชาติ ศาสนา ศิลปกรรม และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตั้งอยู่บนภูเขาเขียวในบ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย มีผาหินขนาดใหญ่ น้ำซึมตลอดปี พื้นที่ป่าไม้กว้างใหญ่ สัตว์ป่าหลายชนิด วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม และพระมหาเจดีย์ชัยมงคลอันงดงาม ผู้ที่ต้องการเที่ยวร้อยเอ็ดให้ลึกกว่าตัวเมืองควรเดินทางมาที่นี่ เพราะผาน้ำย้อยแสดงให้เห็นร้อยเอ็ดในมิติของป่าเขา ความศรัทธา และพุทธศิลป์ร่วมสมัยได้อย่างสมบูรณ์
 
ชื่อสถานที่ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน)
ชื่อเรียก / ประเภทสถานที่ผาน้ำย้อย / พุทธอุทยานอีสาน / วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม / พระมหาเจดีย์ชัยมงคล / แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและศาสนสถานบนภูเขา
ที่ตั้งบ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
ที่อยู่บ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด 45210
ไฮไลต์ผาหินขนาดใหญ่บนภูเขาเขียว มีน้ำไหลซึมตลอดปี ป่าไม้เนื้อแข็งอุดมสมบูรณ์ วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม และพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ศาสนสถานสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ด
พื้นที่โดยประมาณผาน้ำย้อยมีพื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่ ส่วนวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามมีพื้นที่ประมาณ 2,500 ไร่
ระดับความสูงสูงจากระดับพื้นดินประมาณ 200 เมตร และสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 380 – 500 เมตร
ลักษณะเด่นทางธรรมชาติผาหินขนาดใหญ่ มีน้ำไหลซึมตลอดปี อยู่บนภูเขาเขียว มีป่าไม้เนื้อแข็งนานาชนิด และเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด
สัตว์ป่าที่พบหมูป่า เก้ง กวาง ไก่ป่า และสัตว์ป่าขนาดเล็กในระบบนิเวศภูเขา
สิ่งสำคัญภายในพื้นที่วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม พระมหาเจดีย์ชัยมงคล พระบรมสารีริกธาตุ พิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐาน รูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์ และพื้นที่ผาหินธรรมชาติ
พระเถระสำคัญ / ผู้ดำเนินการก่อสร้างพระอาจารย์ศรี มหาวิโร ศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามและพระมหาเจดีย์ชัยมงคล
ลักษณะพระมหาเจดีย์ชัยมงคลศิลปกรรมร่วมสมัยภาคกลางและภาคอีสาน ผสมแรงบันดาลใจจากพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม สีขาวประดับลวดลายทอง รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็ก 8 ทิศ กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร สูง 101 เมตร รวมยอดทองคำสูง 109 เมตร
กิจกรรมที่เหมาะกับผู้มาเยือนสักการะพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ชมผาน้ำย้อย ชมวิวภูเขา เรียนรู้พุทธศิลป์ ชมพิพิธภัณฑ์ภายในเจดีย์ ทำบุญ ถ่ายภาพธรรมชาติ และเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวหนองพอก
การเดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้เส้นทางร้อยเอ็ด – โพนทอง – หนองพอก ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ระยะทางถึงอำเภอหนองพอกประมาณ 62 กม. จากนั้นเดินทางต่อไปบ้านท่าสะอาด ตำบลผาน้ำย้อย และขึ้นเขาเขียวอีกประมาณ 5 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมธรรมชาติ สักการะ และเยี่ยมชมวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามตามเวลาทำการ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ06.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชม การทำบุญเป็นไปตามศรัทธา
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่สักการะ จุดชมวิว ลานจอดรถ จุดบริการนักท่องเที่ยว ร้านค้าในพื้นที่ทางขึ้น ห้องน้ำ พื้นที่พักผ่อน และเส้นทางเชื่อมต่อเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. โซนผาน้ำย้อยและผาหินธรรมชาติ
2. โซนวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม
3. โซนพระมหาเจดีย์ชัยมงคล
4. โซนสักการะพระบรมสารีริกธาตุ
5. โซนพิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐานและรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์
6. โซนชมวิวภูเขาเขียว
7. โซนเส้นทางขึ้นเขาและลานจอดรถ
8. โซนเชื่อมต่อผาหมอกมิวายและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์
ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้องวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม ชุมชนตำบลผาน้ำย้อย เทศบาลตำบลผาน้ำย้อย และหน่วยงานท้องถิ่นในอำเภอหนองพอก
เบอร์ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นเทศบาลตำบลผาน้ำย้อย โทร. 043-625555
ช่วงเวลาน่าเที่ยวช่วงเช้าเหมาะกับการสักการะและชมวิว อากาศเย็นและแสงสวย ฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาวให้บรรยากาศป่าเขาสดชื่นเป็นพิเศษ
ข้อควรปฏิบัติแต่งกายสุภาพ ใช้เสียงเบา ถอดรองเท้าในจุดที่กำหนด ไม่แตะต้องวัตถุศักดิ์สิทธิ์ ไม่ปีนป่ายจุดเสี่ยง ไม่ทิ้งขยะ และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ดูแลพื้นที่
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ประมาณ 0 กม.
2. วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม ประมาณ 0 กม.
3. เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ / ผาหมอกมิวาย ประมาณ 4 กม.
4. ผาภูไท ประมาณ 6 กม.
5. ตลาดหนองพอกและย่านอำเภอหนองพอก ประมาณ 14 กม.
6. วัดป่ากุง หรือวัดประชาคมวนาราม ประมาณ 75 กม.
7. บึงพลาญชัย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 80 กม.
8. หอโหวด 101 ประมาณ 81 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้าน วี.อาร์ ปลาเผา VR ประมาณ 6 กม. โทร. 081-209-7330, 089-617-8830
2. 29 Café หนองพอก ประมาณ 14 กม. โทร. 088-324-3517
3. Big Seafood ประมาณ 14 กม. โทร. 061-040-6854
4. Wali Land Garden Cafe ประมาณ 15 กม. โทร. 087-221-1909
5. Today Coffee ประมาณ 15 กม. โทร. 087-221-1909
6. ปายนมสด168 Milk at Home ประมาณ 16 กม. โทร. 094-991-2212
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมมีทิพย์ MEETHIP HOTEL ประมาณ 14 กม. โทร. 089-942-0701, 087-949-9119
2. รีสอร์ทหนองพอก บ้านฟ้าใส ดาวสวย ประมาณ 18 กม. โทร. 089-009-6439
3. Hanchana’s Sweet Home ประมาณ 18 กม. โทร. 087-224-2867
4. ภูดาวโฮมสเตย์ ประมาณ 20 กม. โทร. 065-293-5353
5. ป.ปาล์มสีรุ้ง ประมาณ 20 กม. โทร. 091-054-9815
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน) อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ผาน้ำย้อยตั้งอยู่ที่บ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นผาหินขนาดใหญ่บนภูเขาเขียวและเป็นที่ตั้งของวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนารามกับพระมหาเจดีย์ชัยมงคล
 
ถาม: ผาน้ำย้อยเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00 – 17.00 น.
 
ถาม: ผาน้ำย้อยเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าชมธรรมชาติและสักการะภายในวัดได้ฟรี การทำบุญเป็นไปตามศรัทธา
 
ถาม: ผาน้ำย้อยมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือผาหินขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลซึมตลอดปี ป่าไม้บนภูเขาเขียว วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม และพระมหาเจดีย์ชัยมงคลซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ด
 
ถาม: พระมหาเจดีย์ชัยมงคลมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: พระมหาเจดีย์ชัยมงคลเป็นพระเจดีย์ขนาดใหญ่ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีศิลปกรรมร่วมสมัยภาคกลางและภาคอีสาน และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในร้อยเอ็ดและภาคอีสาน
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปผาน้ำย้อยอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้เส้นทางร้อยเอ็ด – โพนทอง – หนองพอก ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136 ระยะทางถึงอำเภอหนองพอกประมาณ 62 กม. จากนั้นเดินทางต่อไปบ้านท่าสะอาดและขึ้นเขาเขียวอีกประมาณ 5 กม.
 
ถาม: ควรเที่ยวผาน้ำย้อยช่วงเวลาใด?
ตอบ: ช่วงเช้าเหมาะที่สุด เพราะอากาศเย็น แสงสวย และมีเวลาสักการะกับเดินชมพื้นที่อย่างไม่เร่งรีบ ฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาวให้บรรยากาศป่าเขาสดชื่นเป็นพิเศษ
 
ถาม: เที่ยวผาน้ำย้อยแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่ผาหมอกมิวาย ผาภูไท เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ ตลาดหนองพอก วัดป่ากุง บึงพลาญชัย และหอโหวด 101

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

ดอย และภูเขากลุ่ม: ●ดอย และภูเขา

ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน)

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(3)
วัด วัด(35)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(1)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(1)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(4)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
สนามกีฬา สนามกีฬา(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(5)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)