หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด >อ.สุวรรณภูมิ >ต.ทุ่งหลวง > ทุ่งกุลาร้องไห้
TL;DR: ทุ่งกุลาร้องไห้ เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. การเดินทางสะดวก จากตัวอำเภอสุวรรณภูมิมุ่งหน้าไปทางกู่พระโกนา เลยกู่พระโกนาไปประมาณ 200 เมตร.
ทุ่งกุลาร้องไห้

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
ทุ่งกุลาร้องไห้ ร้อยเอ็ด เป็นภูมิประเทศกว้างใหญ่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ ภูมิสังคม เกษตรกรรม และอัตลักษณ์ของภาคอีสานตอนกลาง ครอบคลุมพื้นที่รวมประมาณ 2,107,681 ไร่ ใน 5 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ บุรีรัมย์ ยโสธร และมหาสารคาม โดยพื้นที่ประมาณ 3 ใน 5 อยู่ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด โดยเฉพาะอำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย ทุ่งกว้างแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ราบขนาดใหญ่ แต่เป็นภูมิประเทศที่มีเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์การเดินทางของพ่อค้าโบราณ ความยากลำบากของผู้คนในอดีต และการเปลี่ยนแปลงจากพื้นที่แห้งแล้งสู่แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิสำคัญของประเทศ
จุดที่นักท่องเที่ยวสามารถใช้เป็นพื้นที่อ้างอิงในการเดินทางชมทุ่งกุลาร้องไห้ในจังหวัดร้อยเอ็ดได้ชัดเจนคือบริเวณอำเภอสุวรรณภูมิ โดยอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสุวรรณภูมิประมาณ 6 กม. เลยกู่พระโกนาไปประมาณ 200 เมตร และอยู่ตรงข้ามโรงเรียนโสภาพิทยาภรณ์ พื้นที่นี้เกี่ยวข้องกับศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ กรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สะท้อนบทบาทใหม่ของทุ่งกุลาร้องไห้จากดินแดนแห้งแล้งในตำนาน ไปสู่พื้นที่พัฒนาดิน เกษตรกรรม และองค์ความรู้ด้านทรัพยากรดินของภาคอีสาน
ชื่อ “ทุ่งกุลาร้องไห้” มีเรื่องเล่าที่ฝังอยู่ในความทรงจำของคนอีสานมาอย่างยาวนาน คำว่า “กุลา” หมายถึงกลุ่มพ่อค้าเร่หรือผู้เดินทางค้าขายระหว่างเมืองในสมัยโบราณ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความอดทน แข็งแรง และผ่านเส้นทางยากลำบากได้ดี แต่เมื่อกลุ่มกุลาเดินทางมาถึงทุ่งกว้างแห่งนี้ กลับประสบความทุกข์ยากอย่างหนัก เพราะพื้นที่กว้างไกล ไม่มีน้ำ ไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ฤดูแล้งพื้นดินแตกระแหง อากาศร้อนจัด และมองไปไกลก็ยังไม่เห็นจุดหมาย ความยากลำบากถึงขั้นทำให้ผู้เดินทางที่เข้มแข็งที่สุดยังต้องร้องไห้ จึงเกิดชื่อ “ทุ่งกุลาร้องไห้” ซึ่งเป็นชื่อที่ทรงพลังและสะท้อนภูมิประเทศในอดีตได้อย่างลึกซึ้ง
ในอดีต ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นพื้นที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแห้งแล้ง ดินเค็ม ดินทราย และการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ภูมิประเทศเป็นที่ราบกว้าง มีไม้ใหญ่ไม่มาก และไม่เหมาะกับการเดินทางในช่วงอากาศร้อนจัด ผู้คนที่ผ่านพื้นที่นี้ต้องเตรียมน้ำ อาหาร และกำลังใจอย่างมาก เพราะทุ่งกว้างไม่มีแนวเขาหรือป่าใหญ่ให้พักพิงเหมือนเส้นทางอื่น ความทรหดของพื้นที่ทำให้ทุ่งกุลาร้องไห้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความยากลำบากในวรรณกรรมท้องถิ่น เรื่องเล่าพื้นบ้าน และความทรงจำร่วมของชาวอีสาน
แม้ชื่อของทุ่งกุลาร้องไห้จะฟังเศร้า แต่ปัจจุบันพื้นที่นี้ได้เปลี่ยนบทบาทอย่างมาก จากทุ่งแห้งแล้งที่ผู้เดินทางหวาดกลัว กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่และแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพสูงของภาคอีสาน การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากการพัฒนาดิน การจัดการน้ำ การปรับปรุงพันธุ์ข้าว ความรู้ของเกษตรกร และการทำงานต่อเนื่องของหน่วยงานด้านเกษตรและพัฒนาที่ดิน
จังหวัดร้อยเอ็ดมีความสำคัญต่อทุ่งกุลาร้องไห้เป็นพิเศษ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของทุ่งอยู่ในเขตร้อยเอ็ด โดยเฉพาะอำเภอปทุมรัตต์ เกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ และโพนทราย พื้นที่เหล่านี้เป็นเขตเกษตรกรรมสำคัญ มีทุ่งนา แหล่งน้ำ ชุมชนเก่าแก่ วัด โบราณสถาน และเส้นทางที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ของอีสานตอนกลางเข้าด้วยกัน การเดินทางมาชมทุ่งกุลาร้องไห้ในจังหวัดร้อยเอ็ดจึงไม่ใช่เพียงการมองทุ่งกว้าง แต่เป็นการเข้าใจรากฐานของข้าว ดิน น้ำ และชีวิตของผู้คนในพื้นที่
ในแนวทิศเหนือของทุ่งกุลาร้องไห้ พื้นที่ครอบคลุมอำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทรายของจังหวัดร้อยเอ็ด ส่วนแนวทิศใต้มีลำน้ำมูลทอดยาวผ่านพื้นที่อำเภอชุมพลบุรีและอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ แนวทิศตะวันตกเชื่อมไปถึงอำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร และอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ขอบเขตเช่นนี้ทำให้ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นพื้นที่ภูมิภาค ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวจุดเดียว การเข้าใจทุ่งกุลาร้องไห้จึงต้องมองทั้งแผนที่กว้างและจุดเข้าชมที่จับต้องได้ในจังหวัดร้อยเอ็ด
เสน่ห์ของทุ่งกุลาร้องไห้ในปัจจุบันอยู่ที่ภาพของทุ่งนาอันกว้างไกลสุดสายตา โดยเฉพาะช่วงฤดูทำนาที่ต้นข้าวเขียวสดปกคลุมผืนดินและช่วงก่อนเก็บเกี่ยวที่รวงข้าวเปลี่ยนเป็นสีทอง แสงเช้าและแสงเย็นบนทุ่งกว้างทำให้ภูมิประเทศดูสงบและงดงามอย่างมาก นักท่องเที่ยวที่ชอบภาพชนบท ทุ่งนา และวิถีเกษตรกรรมจะเห็นความแตกต่างระหว่างชื่อที่เต็มไปด้วยความทุกข์ในอดีตกับภาพแห่งความอุดมสมบูรณ์ในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน
ช่วงเวลาน่าเที่ยวของทุ่งกุลาร้องไห้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่ต้องการ หากต้องการเห็นทุ่งนาเขียวสด ควรมาในช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว เมื่อข้าวกำลังเติบโตและพื้นที่มีความชุ่มชื้น หากต้องการเห็นภาพรวงข้าวสีทอง ควรมาในช่วงปลายฤดูฝนถึงฤดูเกี่ยวข้าว ซึ่งเป็นช่วงที่ภูมิทัศน์งดงามและสะท้อนบทบาทของทุ่งในฐานะแหล่งผลิตข้าวสำคัญ ส่วนฤดูแล้งเหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าใจภาพอดีตของทุ่งกว้าง แผ่นดินแห้ง และความหมายของชื่อทุ่งกุลาร้องไห้ในเชิงประวัติศาสตร์
พื้นที่ศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้และบริเวณใกล้เคียงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการเรียนรู้เรื่องดิน การฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม การจัดการน้ำ และการพัฒนาเกษตรกรรมในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ศูนย์แห่งนี้สะท้อนบทบาทของกรมพัฒนาที่ดินในการยกระดับพื้นที่ที่เคยมีปัญหาดินและน้ำให้สามารถใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้ดีขึ้น การมาเยือนพื้นที่นี้จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจเกษตรกรรม และผู้ที่ต้องการเห็นตัวอย่างการเปลี่ยนภูมิประเทศที่ยากลำบากให้กลายเป็นพื้นที่ผลิตอาหาร
ทุ่งกุลาร้องไห้ยังมีความสำคัญในฐานะภูมิทัศน์ของข้าวหอมมะลิ เพราะดิน ฟ้า น้ำ อุณหภูมิ และภูมิประเทศเฉพาะตัวของพื้นที่ส่งผลต่อคุณภาพข้าวในเขตนี้ ข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้มีชื่อเสียงเรื่องกลิ่นหอม เมล็ดสวย และรสสัมผัสนุ่ม เมื่อนำเรื่องของข้าวมาผูกกับภูมิประเทศของทุ่ง ผู้มาเยือนจะเข้าใจว่าข้าวหนึ่งเมล็ดไม่ได้เกิดจากพื้นที่ธรรมดา แต่เกิดจากภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ ความพยายามของเกษตรกร และการพัฒนาทรัพยากรดินอย่างต่อเนื่อง
การเดินทาง ไปยังจุดอ้างอิงทุ่งกุลาร้องไห้ในอำเภอสุวรรณภูมิสามารถเดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปตามเส้นทางสู่จังหวัดสุรินทร์หรือเส้นทางสู่อำเภอสุวรรณภูมิ เมื่อถึงตัวอำเภอสุวรรณภูมิให้มุ่งหน้าไปทางกู่พระโกนา จากนั้นเลยกู่พระโกนาไปประมาณ 200 เมตร จะถึงบริเวณพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนโสภาพิทยาภรณ์ ระยะทางจากที่ว่าการอำเภอสุวรรณภูมิประมาณ 6 กม. เส้นทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ หรือรถรับจ้างท้องถิ่น
ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดสามารถจัดเส้นทางทุ่งกุลาร้องไห้ร่วมกับกู่พระโกนาและสถานที่ในอำเภอสุวรรณภูมิได้อย่างเหมาะสม เพราะพื้นที่อยู่ไม่ไกลกัน หากมีเวลาเพิ่มสามารถเชื่อมต่อไปยังอำเภอเกษตรวิสัยเพื่อชมกู่กาสิงห์ หรือเชื่อมไปยังอำเภอปทุมรัตต์และโพนทรายเพื่อเห็นภูมิประเทศของทุ่งกุลาร้องไห้ในหลายมุม การเดินทางแบบนี้จะช่วยให้เห็นว่าทุ่งกุลาร้องไห้ไม่ได้มีเพียงจุดใดจุดหนึ่ง แต่เป็นภูมิภาคกว้างที่มีหลายอำเภอและหลายชุมชนร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่
ทุ่งกุลาร้องไห้เปิดให้เข้าชมพื้นที่ทั่วไปได้ทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. สำหรับพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์พัฒนาที่ดิน หน่วยงานราชการ และกิจกรรมการเรียนรู้ ควรเข้าชมในช่วงเวลาทำการที่เหมาะสม พื้นที่ทั่วไปไม่มีค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถชมภูมิทัศน์ ทุ่งนา และพื้นที่รอบศูนย์ได้ตามความเหมาะสม ส่วนการเข้าชมเป็นคณะหรือกิจกรรมอบรมควรประสานงานกับหน่วยงานผู้ดูแลล่วงหน้า
โซนสำคัญของการเที่ยวทุ่งกุลาร้องไห้ในฝั่งร้อยเอ็ดประกอบด้วยโซนศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ โซนภูมิทัศน์ทุ่งนาอำเภอสุวรรณภูมิ โซนกู่พระโกนาและโบราณสถานใกล้เคียง โซนทุ่งนาอำเภอเกษตรวิสัย โซนทุ่งนาอำเภอปทุมรัตต์ โซนทุ่งนาอำเภอโพนทราย โซนเส้นทางข้าวหอมมะลิ และโซนเรียนรู้ดิน น้ำ และเกษตรกรรม แต่ละโซนให้ประสบการณ์ต่างกัน ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ขอมโบราณ ภูมิประเทศกว้างใหญ่ ไปจนถึงการพัฒนาเกษตรกรรมสมัยใหม่
กิจกรรมที่เหมาะกับทุ่งกุลาร้องไห้ ได้แก่ ชมทุ่งนา ถ่ายภาพภูมิทัศน์กว้าง เรียนรู้ประวัติชื่อทุ่งกุลาร้องไห้ ศึกษาการพัฒนาดินและเกษตรกรรม แวะชมกู่พระโกนา ชมวิถีชุมชนเกษตรกรรม ซื้อผลิตภัณฑ์ข้าวหอมมะลิและสินค้าเกษตรในพื้นที่ และจัดทริปเชื่อมเส้นทางอำเภอสุวรรณภูมิ เกษตรวิสัย ปทุมรัตต์ และโพนทราย ผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศทุ่งอย่างแท้จริงควรเลือกช่วงฤดูทำนาหรือฤดูเกี่ยวข้าว เพราะเป็นช่วงที่ภูมิทัศน์มีชีวิตมากที่สุด
สำหรับนักถ่ายภาพ ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นพื้นที่ที่ให้มุมภาพกว้างและลึก ทั้งภาพถนนกลางทุ่ง ทุ่งนาเขียว ทุ่งนาสีทอง เงาเมฆบนผืนดิน ภาพชาวนา ภาพควาย วัว เครื่องจักรเกษตร และภาพแสงเช้าหรือแสงเย็นที่ทอดยาวบนทุ่งกว้าง การถ่ายภาพควรเคารพพื้นที่เกษตรกรรม ไม่เหยียบย่ำแปลงนา ไม่ขับรถลงพื้นที่ส่วนบุคคล ไม่ถ่ายภาพบุคคลใกล้โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่รบกวนการทำงานของชาวนา
สำหรับครอบครัว ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นพื้นที่ที่ใช้เรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ ภูมิประเทศ และข้าวได้ดี เด็กและเยาวชนสามารถเข้าใจว่าแผ่นดินที่เคยแห้งแล้งในอดีตสามารถเปลี่ยนเป็นพื้นที่ผลิตอาหารสำคัญได้ด้วยความรู้และการพัฒนา ผู้ปกครองสามารถอธิบายเรื่องพ่อค้ากุลา เรื่องการเดินทางในอดีต เรื่องดินเค็ม เรื่องข้าวหอมมะลิ และเรื่องความพยายามของคนอีสานในการปรับตัวกับธรรมชาติ การเที่ยวทุ่งกุลาร้องไห้จึงให้ทั้งภาพธรรมชาติและบทเรียนชีวิต
สำหรับชาวต่างชาติ ทุ่งกุลาร้องไห้สามารถอธิบายได้ว่าเป็น legendary rice plain of northeastern Thailand หรือที่ราบข้าวในตำนานของภาคอีสาน พื้นที่นี้มีเรื่องเล่าของพ่อค้าโบราณที่ร้องไห้เพราะความแห้งแล้ง แต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง การมาเยือนทุ่งกุลาร้องไห้จึงทำให้ชาวต่างชาติเห็นความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศ ความยากลำบาก ประวัติศาสตร์การค้า เกษตรกรรม และอาหารไทยในมุมที่ลึกกว่าการชมทุ่งนาเพียงอย่างเดียว
การเที่ยวพื้นที่กว้างอย่างทุ่งกุลาร้องไห้ควรวางแผนเวลาให้เหมาะสม เพราะพื้นที่ครอบคลุมหลายจังหวัดและหลายอำเภอ หากต้องการเที่ยวแบบกระชับ สามารถเลือกจุดอ้างอิงที่อำเภอสุวรรณภูมิและกู่พระโกนาเป็นหลัก หากต้องการเห็นภาพกว้างขึ้น ควรเพิ่มเส้นทางเกษตรวิสัย ปทุมรัตต์ หรือโพนทราย การเดินทางควรใช้รถยนต์ส่วนตัวเพื่อความสะดวกในการหยุดถ่ายภาพและเลือกเส้นทางชมทุ่งตามฤดูกาล
ร้านอาหารใกล้ทุ่งกุลาร้องไห้ในจุดอำเภอสุวรรณภูมิส่วนใหญ่กระจายอยู่ในย่านตัวอำเภอสุวรรณภูมิและเส้นทางใกล้กู่พระโกนา มีทั้งร้านอาหารอีสาน ร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านกาแฟ และร้านอาหารท้องถิ่น ผู้มาเยือนสามารถแวะรับประทานอาหารก่อนหรือหลังชมทุ่งได้สะดวก หากต้องการตัวเลือกมากขึ้นสามารถกลับเข้าสู่ย่านตัวอำเภอสุวรรณภูมิหรือเดินทางต่อไปยังอำเภอเกษตรวิสัย ซึ่งมีร้านอาหารและบริการพื้นฐานรองรับนักเดินทาง
ที่พักใกล้ทุ่งกุลาร้องไห้มีตัวเลือกในอำเภอสุวรรณภูมิ อำเภอเกษตรวิสัย และตัวเมืองร้อยเอ็ด ผู้ที่ต้องการเที่ยวเฉพาะทุ่งกุลาร้องไห้และกู่พระโกนาสามารถเลือกพักในอำเภอสุวรรณภูมิ ส่วนผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายแลนด์มาร์กในจังหวัดร้อยเอ็ดและต้องการบริการเมืองครบถ้วนสามารถพักในตัวเมืองร้อยเอ็ดแล้วเดินทางมาเที่ยวแบบไปกลับได้ หากต้องการเข้าใจทุ่งกุลาร้องไห้อย่างลึก ควรพักใกล้พื้นที่เพื่อชมแสงเช้าและแสงเย็นบนทุ่งกว้าง
โดยสรุป ทุ่งกุลาร้องไห้ ร้อยเอ็ด เป็นภูมิประเทศขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ ตำนาน ภูมิประเทศ เกษตรกรรม ข้าวหอมมะลิ และการพัฒนาดิน ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด โดยจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นพื้นที่หลักที่มีสัดส่วนมากที่สุด จุดเข้าชมและจุดอ้างอิงสำคัญอยู่บริเวณอำเภอสุวรรณภูมิ ใกล้กู่พระโกนาและศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ เปิดให้เข้าชมพื้นที่ทั่วไปทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. ไม่เสียค่าเข้าชม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ตำนานพ่อค้ากุลา ชมทุ่งนา เข้าใจข้าวหอมมะลิ และสัมผัสหัวใจของภูมิทัศน์เกษตรกรรมอีสานอย่างแท้จริง
| ชื่อสถานที่ | ทุ่งกุลาร้องไห้ |
| ชื่อเรียก / ประเภทสถานที่ | ทุ่งกุลาร้องไห้ / ที่ราบกว้างภาคอีสาน / แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ / ภูมิประเทศเชิงประวัติศาสตร์ / พื้นที่เรียนรู้ดินและเกษตรกรรม |
| ที่ตั้งหลักในจังหวัดร้อยเอ็ด | ครอบคลุมพื้นที่อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด |
| จุดอ้างอิงสำหรับนักท่องเที่ยว | บริเวณศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เลยกู่พระโกนาไปประมาณ 200 เมตร ตรงข้ามโรงเรียนโสภาพิทยาภรณ์ |
| พื้นที่โดยประมาณ | ประมาณ 2,107,681 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด โดยประมาณ 3 ใน 5 อยู่ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด |
| จังหวัดที่เกี่ยวข้อง | ร้อยเอ็ด สุรินทร์ บุรีรัมย์ ยโสธร และมหาสารคาม |
| ไฮไลต์ | ทุ่งกว้างในตำนานพ่อค้ากุลา แหล่งเรียนรู้การพัฒนาดิน พื้นที่ผลิตข้าวหอมมะลิสำคัญของภาคอีสาน ภูมิทัศน์ทุ่งนาเขียวและทุ่งนาสีทองตามฤดูกาล |
| ความสำคัญของพื้นที่ | เป็นพื้นที่ภูมิประเทศขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์การเดินทาง ดิน น้ำ เกษตรกรรม ข้าวหอมมะลิ และการพัฒนาทรัพยากรดินของภาคอีสาน |
| ประวัติชื่อสถานที่ | มาจากเรื่องเล่าของกลุ่มพ่อค้ากุลาในอดีตที่เดินทางผ่านทุ่งกว้างซึ่งแห้งแล้ง ไม่มีน้ำและไม่มีต้นไม้ใหญ่ จนได้รับความทุกข์ยากถึงกับร้องไห้ |
| ลักษณะภูมิประเทศในอดีต | ทุ่งกว้าง แห้งแล้ง ดินแตกระแหงในฤดูแล้ง ขาดน้ำ ขาดร่มเงา และเป็นเส้นทางเดินทางที่ยากลำบากสำหรับผู้คนในอดีต |
| ลักษณะภูมิประเทศในปัจจุบัน | เป็นพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ มีทุ่งนา ชุมชนเกษตร แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ และพื้นที่เรียนรู้การพัฒนาดินกับการจัดการน้ำ |
| กิจกรรมที่เหมาะกับผู้มาเยือน | ชมทุ่งนา ถ่ายภาพภูมิทัศน์กว้าง เรียนรู้ตำนานทุ่งกุลาร้องไห้ ศึกษาการพัฒนาดิน แวะชมกู่พระโกนา ซื้อข้าวหอมมะลิและสินค้าเกษตร และเชื่อมเส้นทางเที่ยวสุวรรณภูมิ-เกษตรวิสัย-ปทุมรัตต์-โพนทราย |
| การเดินทาง | จากตัวอำเภอสุวรรณภูมิมุ่งหน้าไปทางกู่พระโกนา เลยกู่พระโกนาไปประมาณ 200 เมตร จะถึงบริเวณจุดอ้างอิงทุ่งกุลาร้องไห้และศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ ตรงข้ามโรงเรียนโสภาพิทยาภรณ์ |
| ระยะทางจากที่ว่าการอำเภอสุวรรณภูมิ | ประมาณ 6 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมพื้นที่ทั่วไป และยังเป็นพื้นที่ทำการของศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ กรมพัฒนาที่ดิน |
| วันเปิดทำการ | ทุกวันสำหรับพื้นที่ทุ่งทั่วไป |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เสียค่าเข้าชมพื้นที่ทั่วไป |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ถนนเข้าถึงพื้นที่ จุดชมภูมิทัศน์ทุ่งนา พื้นที่ศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ พื้นที่เรียนรู้เกษตรกรรม แหล่งชุมชนใกล้เคียง ร้านอาหารและบริการพื้นฐานในอำเภอสุวรรณภูมิ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. โซนศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ 2. โซนภูมิทัศน์ทุ่งนาอำเภอสุวรรณภูมิ 3. โซนกู่พระโกนาและโบราณสถานใกล้เคียง 4. โซนทุ่งนาอำเภอเกษตรวิสัย 5. โซนทุ่งนาอำเภอปทุมรัตต์ 6. โซนทุ่งนาอำเภอโพนทราย 7. โซนเส้นทางข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ 8. โซนเรียนรู้ดิน น้ำ และเกษตรกรรม |
| ผู้ดูแล / หน่วยงานเกี่ยวข้อง | กรมพัฒนาที่ดิน ศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ หน่วยงานเกษตรในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอสุวรรณภูมิ เกษตรวิสัย ปทุมรัตต์ และโพนทราย รวมถึงชุมชนเกษตรกรรมในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ |
| ช่วงเวลาน่าเที่ยว | ฤดูทำนาเหมาะกับการชมทุ่งเขียว ฤดูเกี่ยวข้าวเหมาะกับการชมทุ่งสีทอง และฤดูแล้งเหมาะกับการเรียนรู้ภาพภูมิประเทศดั้งเดิมของทุ่งกุลาร้องไห้ |
| ข้อควรปฏิบัติ | ไม่เหยียบย่ำแปลงนา ไม่ขับรถลงพื้นที่เกษตรส่วนบุคคล ไม่ทิ้งขยะ ไม่รบกวนการทำงานของชาวนา ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลหรือพื้นที่ส่วนตัว และใช้เส้นทางชุมชนด้วยความระมัดระวัง |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ ประมาณ 0 กม. 2. กู่พระโกนา ประมาณ 0 กม. 3. โรงเรียนโสภาพิทยาภรณ์และชุมชนใกล้เคียง ประมาณ 0 กม. 4. ตลาดสุวรรณภูมิและย่านตัวอำเภอสุวรรณภูมิ ประมาณ 6 กม. 5. วัดและชุมชนเก่าในอำเภอสุวรรณภูมิ ประมาณ 6 กม. 6. พื้นที่ทุ่งนาอำเภอเกษตรวิสัย ประมาณ 25 กม. 7. กู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย ประมาณ 35 กม. 8. อำเภอปทุมรัตต์และพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ฝั่งตะวันออก ประมาณ 45 กม. 9. บึงเกลือทะเลอีสาน อำเภอเสลภูมิ ประมาณ 85 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารพื้นบ้านใกล้กู่พระโกนาและศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ ประมาณ 0 – 3 กม. 2. ร้านอาหารตามสั่งย่านโรงเรียนโสภาพิทยาภรณ์ ประมาณ 0 – 2 กม. 3. ร้านอาหารอีสานย่านตัวอำเภอสุวรรณภูมิ ประมาณ 6 กม. 4. ร้านก๋วยเตี๋ยวและอาหารจานเดียวย่านตลาดสุวรรณภูมิ ประมาณ 6 กม. 5. ร้านกาแฟและคาเฟ่ในอำเภอสุวรรณภูมิ ประมาณ 6 – 8 กม. 6. ร้านอาหารเส้นทางสุวรรณภูมิ-เกษตรวิสัย ประมาณ 10 – 25 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. ที่พักรายวันและรีสอร์ทย่านตัวอำเภอสุวรรณภูมิ ประมาณ 6 – 8 กม. 2. โรงแรมขนาดเล็กในอำเภอสุวรรณภูมิ ประมาณ 6 – 10 กม. 3. รีสอร์ทเส้นทางสุวรรณภูมิ-เกษตรวิสัย ประมาณ 10 – 25 กม. 4. ที่พักรายวันในอำเภอเกษตรวิสัย ประมาณ 25 – 35 กม. 5. ที่พักในตัวเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 70 – 80 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ทุ่งกุลาร้องไห้อยู่ที่ไหน?
ตอบ: ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นพื้นที่กว้างครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ บุรีรัมย์ ยโสธร และมหาสารคาม โดยพื้นที่หลักในจังหวัดร้อยเอ็ดครอบคลุมอำเภอปทุมรัตต์ เกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ และโพนทราย
ถาม: จุดอ้างอิงทุ่งกุลาร้องไห้ในร้อยเอ็ดอยู่ตรงไหน?
ตอบ: จุดอ้างอิงสำคัญอยู่บริเวณศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ อำเภอสุวรรณภูมิ เลยกู่พระโกนาไปประมาณ 200 เมตร ตรงข้ามโรงเรียนโสภาพิทยาภรณ์ และอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสุวรรณภูมิประมาณ 6 กม.
ถาม: ทุ่งกุลาร้องไห้เปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: พื้นที่ทั่วไปเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. สำหรับพื้นที่ราชการหรือกิจกรรมเรียนรู้ควรเข้าชมตามเวลาทำการของหน่วยงานผู้ดูแล
ถาม: ทุ่งกุลาร้องไห้เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: พื้นที่ทั่วไปไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถชมภูมิทัศน์ ทุ่งนา และพื้นที่รอบศูนย์ได้ตามความเหมาะสม
ถาม: ทำไมจึงเรียกว่าทุ่งกุลาร้องไห้?
ตอบ: ชื่อนี้มาจากเรื่องเล่าของพ่อค้ากุลาในอดีตที่เดินทางผ่านทุ่งกว้างแห้งแล้ง ไม่มีน้ำและไม่มีต้นไม้ใหญ่ จนได้รับความทุกข์ยากถึงกับร้องไห้
ถาม: ทุ่งกุลาร้องไห้มีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือภูมิทัศน์ทุ่งกว้างในตำนาน พื้นที่ผลิตข้าวหอมมะลิสำคัญของภาคอีสาน ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาดิน และเส้นทางเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ เกษตรกรรม และวิถีชาวนา
ถาม: ควรเที่ยวทุ่งกุลาร้องไห้ช่วงเวลาใด?
ตอบ: ฤดูทำนาเหมาะกับการชมทุ่งเขียว ฤดูเกี่ยวข้าวเหมาะกับการชมทุ่งสีทอง ส่วนฤดูแล้งเหมาะกับการเรียนรู้ภาพภูมิประเทศดั้งเดิมที่เป็นที่มาของชื่อทุ่งกุลาร้องไห้
ถาม: เที่ยวทุ่งกุลาร้องไห้แล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่กู่พระโกนา ตลาดสุวรรณภูมิ กู่กาสิงห์ พื้นที่ทุ่งนาอำเภอเกษตรวิสัย อำเภอปทุมรัตต์ และเส้นทางข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ในจังหวัดร้อยเอ็ด
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●ทุ่งดอกไม้
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




