หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย >อ.ศรีวิไล >ต.ชุมภูพร > วัดเวฬุวัน
TL;DR: วัดเวฬุวัน อยู่ที่บ้านดงนาคำ หมู่ที่ 5 ตำบลหนองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ เป็นวัดชุมชนที่มีบทบาทด้านการศึกษาพระพุทธศาสนา มีงานไม้แกะสลักแบบจีนจำนวนมาก และเป็นจุดเรียนรู้ศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิ่น.
วัดเวฬุวัน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดเวฬุวัน จังหวัดหนองคาย เป็นวัดราษฎร์ในตำบลหนองนาง อำเภอท่าบ่อ ที่มีบทบาทสำคัญทั้งด้านศาสนา การศึกษา และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมของการฝึกอบรม การเรียนปริยัติธรรม และการสืบทอดหลักธรรมแก่พระภิกษุ สามเณร เยาวชน และชาวบ้านในพื้นที่ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจโดดเด่นคือตุ๊กตาจีนแกะสลักด้วยไม้จำนวน 52 รูป ซึ่งเป็นงานศิลป์ที่พบได้ไม่บ่อยในวัดชุมชนของภาคอีสาน ทำให้วัดเวฬุวันไม่ใช่เพียงสถานที่ทำบุญประจำท้องถิ่น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมที่ควรแวะชมเมื่อเดินทางมาอำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย
วัดเวฬุวันตั้งอยู่ที่บ้านดงนาคำ หมู่ที่ 5 ตำบลหนองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่วัดมีขนาดประมาณ 12 ไร่ ภายในประกอบด้วยอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอระมัง โรงครัว ศาลาที่พักริมทาง และห้องส้วมสำหรับรองรับการใช้งานของพระภิกษุ สามเณร ชาวบ้าน และผู้เดินทางมาทำบุญ ลักษณะของวัดสะท้อนความเป็นวัดชุมชนที่มีพื้นที่ใช้สอยครบถ้วน ทั้งสำหรับประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา จัดกิจกรรมอบรมธรรมะ และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทางศาสนาของชุมชนโดยรอบ
จุดเด่นของวัดเวฬุวันอยู่ที่บทบาทด้านการศึกษาพระพุทธศาสนา วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการสอนศาสนา การสอนปริยัติธรรม และการอบรมเผยแผ่หลักธรรมแก่ผู้สนใจ คำว่า “ปริยัติธรรม” หมายถึงการศึกษาพระธรรมวินัยในเชิงหลักคำสอน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสืบทอดพระพุทธศาสนา วัดที่ทำหน้าที่ด้านนี้จึงไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในฐานะศาสนสถาน แต่ยังทำหน้าที่เป็นโรงเรียนทางจิตใจและแหล่งบ่มเพาะความรู้ทางธรรมให้กับชุมชน วัดเวฬุวันจึงเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงระหว่างการบวชเรียน การฝึกตน และการอยู่ร่วมกันของผู้คนในสังคมท้องถิ่น
ประวัติของวัดเวฬุวันมีความน่าสนใจในฐานะวัดที่เกิดจากการฟื้นฟูพื้นที่วัดเก่า ตามประวัติวัดระบุว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 2478 โดยเดิมพื้นที่นี้เป็นวัดร้างมาก่อน มีร่องรอยของโบสถ์ เจดีย์ และบ่อน้ำเก่าหลงเหลือให้เห็น ต่อมาในปี พ.ศ. 2483 ชาวบ้านได้ร่วมกันบูรณะและสร้างเสนาสนะขึ้นใหม่ โดยมีผู้นำชุมชนในเวลานั้นเป็นแกนสำคัญในการรวบรวมแรงศรัทธา วัดจึงกลับมามีชีวิตอีกครั้งในฐานะศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาของบ้านดงนาคำและตำบลหนองนาง การเกิดขึ้นของวัดจากการร่วมแรงของชุมชนทำให้วัดเวฬุวันมีความหมายลึกกว่าสถานที่ท่องเที่ยว เพราะเป็นพื้นที่ที่เกิดจากศรัทธา ความทรงจำ และการร่วมกันดูแลของคนในท้องถิ่น
ชื่อวัดเวฬุวันมีความหมายสัมพันธ์กับพระพุทธศาสนาโดยตรง คำว่า “เวฬุวัน” แปลว่า ป่าไผ่ หรือสวนไผ่ และยังเป็นชื่อที่เชื่อมโยงกับวัดเวฬุวันมหาวิหารในพุทธประวัติ ซึ่งเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนาที่พระเจ้าพิมพิสารทรงถวายแด่พระพุทธเจ้า การใช้ชื่อวัดเวฬุวันจึงให้ความรู้สึกถึงความสงบ เรียบง่าย และเหมาะกับการศึกษาอบรมธรรมะ ภายในบริบทของวัดเวฬุวัน จังหวัดหนองคาย ชื่อนี้สอดคล้องกับบทบาทของวัดในฐานะสถานที่ฝึกอบรม สอนศาสนา และเผยแผ่ธรรมะแก่ผู้คนในชุมชน
วัดเวฬุวันได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 โดยเขตวิสุงคามสีมามีขนาดกว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร การได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวัด เพราะเป็นการกำหนดเขตสำหรับประกอบสังฆกรรมของพระภิกษุสงฆ์อย่างถูกต้องตามพระวินัย นับเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการพัฒนาของวัดจากพื้นที่ศรัทธาของชาวบ้านมาสู่วัดที่มีองค์ประกอบทางศาสนาครบถ้วนและสามารถทำหน้าที่ทางพระพุทธศาสนาได้อย่างสมบูรณ์
ภายในวัดมีปูชนียวัตถุสำคัญ ได้แก่ พระพุทธรูปปางสมาธิ 1 องค์ และพระพุทธรูปปางนาคปรก 1 องค์ พระพุทธรูปปางสมาธิสะท้อนความสงบภายใน การตั้งมั่นของจิต และการภาวนา ส่วนพระพุทธรูปปางนาคปรกเป็นสัญลักษณ์ของการคุ้มครองและศรัทธาในพุทธประวัติ การมีพระพุทธรูปทั้ง 2 ปางภายในวัดช่วยให้พื้นที่สักการะมีความหมายครบทั้งด้านสมาธิ ความสงบ และความเป็นสิริมงคล ผู้ที่เดินทางมาไหว้พระจึงสามารถใช้เวลาอยู่ในวัดเพื่อกราบสักการะ ทำจิตใจให้สงบ และเรียนรู้ความหมายของพุทธศิลป์ไปพร้อมกัน
สิ่งที่ทำให้วัดเวฬุวันแตกต่างจากวัดชุมชนทั่วไปคือกลุ่มตุ๊กตาจีนแกะสลักด้วยไม้จำนวน 52 รูป งานแกะสลักเหล่านี้เป็นองค์ประกอบทางศิลปะที่สร้างความน่าสนใจให้กับวัดอย่างมาก เพราะสะท้อนฝีมือช่าง การใช้วัสดุธรรมชาติ และความงดงามของงานไม้ที่ต้องอาศัยทั้งความชำนาญและความละเอียดในการสร้างสรรค์ รูปแกะสลักจำนวนมากทำให้พื้นที่ชมงานศิลป์ภายในวัดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศิลปะพื้นถิ่น งานช่างไม้ และร่องรอยความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่ปรากฏอยู่ในศาสนสถานไทย
ตุ๊กตาจีนไม้จำนวน 52 รูปภายในวัดช่วยเพิ่มมิติทางวัฒนธรรมให้กับการเที่ยวชมวัด เพราะเป็นงานศิลป์ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรูปแบบพุทธศิลป์ไทยแบบทั่วไป แต่มีลักษณะของศิลปะจีนเข้ามาประกอบ ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นการอยู่ร่วมกันของความเชื่อและศิลปะต่างวัฒนธรรมในพื้นที่เดียวกัน ภาคอีสานตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดหนองคาย เป็นพื้นที่ที่มีการเดินทาง การค้าขาย และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมริมแม่น้ำโขงมาอย่างต่อเนื่อง งานศิลป์ลักษณะนี้จึงช่วยเล่าเรื่องของพื้นที่ได้อย่างน่าสนใจ โดยไม่ต้องพึ่งคำอธิบายมากนัก
การเข้าชมตุ๊กตาจีนไม้ควรใช้เวลาพิจารณารายละเอียดของรูปทรง ท่าทาง สีหน้า เครื่องแต่งกาย และฝีมือการแกะสลัก เพราะงานไม้แต่ละชิ้นมีเสน่ห์อยู่ที่รายละเอียดเล็ก ๆ การชมอย่างตั้งใจจะทำให้เห็นคุณค่าของงานช่างมากขึ้น ตุ๊กตาจำนวน 52 รูปไม่ได้เป็นเพียงของประดับภายในวัด แต่เป็นหลักฐานเชิงศิลปะที่ช่วยให้วัดเวฬุวันมีลักษณะเฉพาะและแตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในอำเภอท่าบ่อ
ในเชิงการท่องเที่ยว วัดเวฬุวันเหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสวัดท้องถิ่นอย่างแท้จริง ไม่ใช่เฉพาะวัดใหญ่หรือวัดที่มีชื่อเสียงระดับจังหวัดเท่านั้น จุดเด่นของวัดอยู่ที่ความเรียบง่าย ความผูกพันกับชุมชน และบทบาทด้านการศึกษาพระพุทธศาสนา ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ได้ว่าวัดในสังคมไทยไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ไหว้พระ แต่เป็นพื้นที่ของการเรียนรู้ การอบรมเยาวชน การประกอบพิธีกรรม การรวมตัวของชุมชน และการสืบทอดภูมิปัญญาทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง
บรรยากาศของวัดเวฬุวันเหมาะกับการเดินชมอย่างสงบ นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากการกราบไหว้พระพุทธรูปสำคัญภายในวัด จากนั้นเดินชมอาคารเสนาสนะต่าง ๆ เช่น อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และบริเวณที่จัดแสดงหรือเก็บรักษางานไม้แกะสลัก การเที่ยวชมควรรักษาความสงบ แต่งกายสุภาพ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสงานไม้โดยไม่จำเป็น เพื่อให้สิ่งของภายในวัดคงอยู่ในสภาพดีสำหรับผู้มาเยือนรุ่นต่อไป
พื้นที่ตำบลหนองนางและอำเภอท่าบ่อมีบรรยากาศของชุมชนริมโขงและชุมชนเกษตรกรรมผสมผสานกัน การเดินทางมายังวัดเวฬุวันจึงสามารถจัดเป็นเส้นทางเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมกับวัดสำคัญและแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอำเภอท่าบ่อได้สะดวก โดยเฉพาะวัดศรีชมภูองค์ตื้อ ซึ่งเป็นวัดสำคัญของอำเภอท่าบ่อและเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยและชาวลาวให้ความเคารพนับถือ เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่สนใจวัดเก่า ศิลปะล้านช้าง วัฒนธรรมริมโขง และเรื่องราวพระพุทธศาสนาในภาคอีสานตอนบน
สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบครึ่งวัน สามารถเริ่มจากวัดเวฬุวันในช่วงเช้า ใช้เวลาไหว้พระและชมตุ๊กตาจีนไม้ จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดศรีชมภูองค์ตื้อหรือหาดท่ามะเฟืองเพื่อชมบรรยากาศริมแม่น้ำโขง หากมีเวลามากขึ้นสามารถต่อเส้นทางไปยังวัดพระธาตุบังพวน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย วัดโพธิ์ชัย และตลาดท่าเสด็จในอำเภอเมืองหนองคาย การจัดเส้นทางลักษณะนี้ช่วยให้การเดินทางครอบคลุมทั้งวัด ชุมชน งานศิลปะ ธรรมชาติ และวิถีชีวิตริมโขงในวันเดียว
การเดินทาง ไปวัดเวฬุวันสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นหลัก จากตัวเมืองหนองคายเดินทางไปทางอำเภอท่าบ่อ แล้วเข้าสู่ตำบลหนองนางและบ้านดงนาคำ เส้นทางเหมาะกับการขับรถเที่ยวแบบยืดหยุ่น เพราะสามารถแวะวัดและจุดชมวิวริมโขงระหว่างทางได้หลายแห่ง ผู้ที่เริ่มต้นจากอำเภอท่าบ่อสามารถเดินทางเข้าสู่ตำบลหนองนางได้ในระยะไม่ไกล ส่วนผู้ที่เดินทางจากจังหวัดอุดรธานีสามารถใช้เส้นทางเข้าสู่หนองคายแล้วต่อไปยังอำเภอท่าบ่อได้เช่นกัน
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทางคือวัดเวฬุวันเป็นวัดชุมชน จึงควรให้ความสำคัญกับความเรียบร้อยและความสงบมากกว่าการท่องเที่ยวแบบเร่งรีบ ผู้มาเยือนควรเตรียมเวลาให้เพียงพอสำหรับการกราบพระ เดินชมงานไม้แกะสลัก และสังเกตสภาพแวดล้อมของวัดอย่างละเอียด การเที่ยววัดลักษณะนี้จะให้ประสบการณ์ที่ลึกกว่าการแวะถ่ายรูป เพราะทำให้เห็นคุณค่าของวัดในฐานะศูนย์กลางของชีวิตชุมชน การเรียนรู้ และการสืบทอดพระพุทธศาสนา
วัดเวฬุวันจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทั้งการทำบุญและการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ความสำคัญของวัดไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตของอาคาร แต่อยู่ที่บทบาทด้านการศึกษา ศาสนา และงานศิลป์ที่มีเอกลักษณ์ ตุ๊กตาจีนไม้ 52 รูปเป็นไฮไลต์สำคัญที่ทำให้วัดมีภาพจำชัดเจน ขณะที่ประวัติการบูรณะวัดจากพื้นที่ร้างให้กลับมาเป็นศูนย์รวมชุมชนก็สะท้อนพลังศรัทธาของคนท้องถิ่นได้อย่างดี
เมื่อมองในภาพรวม วัดเวฬุวันเป็นหนึ่งในวัดที่ช่วยเติมเต็มแผนเที่ยวหนองคายให้มีมิติหลากหลายขึ้น นักท่องเที่ยวจำนวนมากรู้จักหนองคายจากแม่น้ำโขง สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ตลาดท่าเสด็จ หลวงพ่อพระใส และวัดศรีชมภูองค์ตื้อ แต่การแวะวัดเวฬุวันจะทำให้ได้เห็นอีกด้านหนึ่งของจังหวัด คือวัดชุมชนที่เป็นพื้นที่เรียนธรรม สอนศาสนา และเก็บรักษางานไม้แกะสลักที่งดงาม การเดินทางมาที่นี่จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการรู้จักหนองคายในมุมที่สงบ ลึก และใกล้ชิดชุมชนมากขึ้น
| ชื่อสถานที่ | วัดเวฬุวัน |
| ที่ตั้ง | บ้านดงนาคำ หมู่ที่ 5 ตำบลหนองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 5 บ้านดงนาคำ ตำบลหนองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย 43110 |
| ประเภทสถานที่ | วัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย |
| ไฮไลต์ | วัดที่เป็นศูนย์รวมการสอนศาสนา การฝึกอบรมเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสอนปริยัติธรรม และมีตุ๊กตาจีนแกะสลักไม้จำนวน 52 รูป |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | สร้างเมื่อ พ.ศ. 2478 เดิมเป็นพื้นที่วัดร้าง ต่อมาชาวบ้านร่วมกันบูรณะในปี พ.ศ. 2483 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 |
| ที่มาของชื่อ | เวฬุวัน หมายถึง ป่าไผ่หรือสวนไผ่ เป็นชื่อที่สัมพันธ์กับสถานที่สำคัญในพุทธประวัติ และสอดคล้องกับบทบาทของวัดด้านการเรียนรู้และอบรมธรรมะ |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดชุมชนที่มีบทบาทด้านการศึกษาพระพุทธศาสนา มีงานไม้แกะสลักแบบจีนจำนวนมาก และเป็นจุดเรียนรู้ศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิ่น |
| ปูชนียวัตถุสำคัญ | พระพุทธรูปปางสมาธิ 1 องค์ และพระพุทธรูปปางนาคปรก 1 องค์ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อุโบสถ, ศาลาการเปรียญ, กุฏิสงฆ์, หอระมัง, โรงครัว, ศาลาที่พักริมทาง, ห้องส้วม, พื้นที่เรียนปริยัติธรรม, พื้นที่อบรมเผยแผ่พระพุทธศาสนา, จุดชมตุ๊กตาจีนแกะสลักไม้ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองหนองคายเดินทางไปทางอำเภอท่าบ่อ เข้าสู่ตำบลหนองนางและบ้านดงนาคำ เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า และสามารถจัดรวมกับเส้นทางเที่ยววัดและชุมชนริมโขงในอำเภอท่าบ่อได้ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมและยังเป็นศาสนสถานที่ใช้ประกอบกิจกรรมของชุมชนบ้านดงนาคำ ตำบลหนองนาง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศาลาการเปรียญ, ศาลาที่พักริมทาง, โรงครัว, ห้องส้วม, พื้นที่ประกอบศาสนกิจ และพื้นที่อบรมธรรมะ |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดศรีชมภูองค์ตื้อ ประมาณ 13 กม. โทร. 042-431-418 2. หาดท่ามะเฟือง ประมาณ 16 กม. 3. วัดพระธาตุบังพวน ประมาณ 20 กม. 4. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย ประมาณ 32 กม. โทร. 0-4241-5623 5. วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย ประมาณ 38 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ครัวเอกปลาเผา 2 บ้านท่ามะเฟือง ประมาณ 16 กม. โทร. 081-768-1307, 042-992-722 2. ร้านอีสานกันเอง 9 ท่าบ่อ ประมาณ 13 กม. โทร. 083-585-9049 3. The Model Cafe & Gallery ท่าบ่อ ประมาณ 14 กม. โทร. 088-584-4192, 099-320-4194 4. หัวฟู ชา&กาแฟ ท่าบ่อ ประมาณ 14 กม. โทร. 091-053-9647 5. ร้านอาหารตุ๊ก ตุ๊เจ้าเก่า ประมาณ 14 กม. โทร. 088-241-7108 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. พบรักรีสอร์ท ท่าบ่อ ประมาณ 14 กม. โทร. 092-798-2965 2. ปันรักรีสอร์ท ท่าบ่อ ประมาณ 15 กม. โทร. 095-192-1115 3. ดี.เอ็ม. รีสอร์ท ท่าบ่อ ประมาณ 15 กม. โทร. 042-432-260 4. เลอปง ริเวอร์ฟร้อนท์ รีสอร์ท หนองคาย ประมาณ 25 กม. 5. โรงแรมรอยัลจอมมณี เฮอริเทจ ประมาณ 34 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเวฬุวัน หนองคาย อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดเวฬุวันตั้งอยู่ที่บ้านดงนาคำ หมู่ที่ 5 ตำบลหนองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย
ถาม: วัดเวฬุวันมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นของวัดคือเป็นศูนย์รวมการสอนศาสนา การฝึกอบรมเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสอนปริยัติธรรม และมีตุ๊กตาจีนแกะสลักไม้จำนวน 52 รูป
ถาม: วัดเวฬุวันเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: วัดเวฬุวันเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม
ถาม: ภายในวัดเวฬุวันมีสิ่งสำคัญอะไรบ้าง?
ตอบ: ภายในวัดมีพระพุทธรูปปางสมาธิ พระพุทธรูปปางนาคปรก อุโบสถ ศาลาการเปรียญ พื้นที่เรียนปริยัติธรรม และตุ๊กตาจีนไม้แกะสลักจำนวน 52 รูป
ถาม: เดินทางไปวัดเวฬุวันอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองหนองคายเดินทางไปทางอำเภอท่าบ่อ แล้วเข้าสู่ตำบลหนองนาง บ้านดงนาคำ เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า
ถาม: วัดเวฬุวันเหมาะกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใด?
ตอบ: เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำบุญ ไหว้พระ ศึกษาพระพุทธศาสนา ชมงานไม้แกะสลัก และเที่ยววัดชุมชนในอำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย
ถาม: สามารถเที่ยววัดเวฬุวันร่วมกับที่เที่ยวใกล้เคียงใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับวัดศรีชมภูองค์ตื้อ หาดท่ามะเฟือง วัดพระธาตุบังพวน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย และวัดโพธิ์ชัยได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว



