หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย >อ.โพนพิสัย >ต.จุมพล > วัดไทย (ถ้ำเมืองบาดาลจำลอง)
TL;DR: วัดไทย (ถ้ำเมืองบาดาลจำลอง) อยู่ที่บ้านจุมพล ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ วัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เป็นวัดริมโขงที่เชื่อมโยงพระพุทธศาสนา พญานาค เมืองบาดาล และบั้งไฟพญานาคของอำเภอโพนพิสัย.
วัดไทย (ถ้ำเมืองบาดาลจำลอง)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 07.00 – 18.00 น.
วัดไทย อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เป็นวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำโขงที่ตั้งอยู่เลขที่ 327 บ้านจุมพล ถนนพิสัยสรเดช ซอยสุขาภิบาล 16 หมู่ที่ 1 ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย วัดแห่งนี้เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีประวัติการตั้งวัดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2320 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2340 ภายในวัดมีทั้งอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ โรงครัว ปูชนียวัตถุเก่า และพื้นที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับตำนานพญานาค โดยเฉพาะถ้ำเมืองบาดาลจำลอง ราชาพญานาคนาคราชัยยัญ นาคปก 9 เศียร ประตูเมืองบาดาล เสาหลักเมืองบาดาล และลานริมแม่น้ำโขงซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมบั้งไฟพญานาคที่มีชื่อเสียงของอำเภอโพนพิสัย
วัดไทยเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ ชมสถาปัตยกรรมและประติมากรรมพญานาคริมโขง พร้อมเรียนรู้เรื่องราวของเมืองโพนพิสัยในฐานะเมืองแห่งบั้งไฟพญานาค จุดเด่นของวัดไม่ได้มีเพียงความเก่าแก่เท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การผสมผสานระหว่างวัดชุมชน วิถีพุทธ ความเชื่อเรื่องพญานาค ตำนานเมืองบาดาล และบรรยากาศริมแม่น้ำโขงที่ยังมีชีวิต ผู้มาเยือนสามารถเริ่มจากการกราบพระในพื้นที่วัด เดินชมอุโบสถและปูชนียวัตถุ จากนั้นต่อไปยังถ้ำพญานาค เมืองบาดาลจำลอง และลานนาคาเบิกฟ้าริมน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของชาวโพนพิสัยในช่วงออกพรรษา
ประวัติของวัดไทยมีความน่าสนใจตั้งแต่ที่มาของชื่อ วัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2320 โดยมีเรื่องเล่าว่าเป็นวัดที่สร้างโดยข้าราชการซึ่งออกตรวจราชการและเป็นคนไทยภาคกลาง ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นคนอีสาน เมื่อชาวบ้านเห็นว่าวัดนี้สร้างขึ้นโดยคนไทยภาคกลางจึงเรียกกันว่า “วัดไทย” ชื่อวัดจึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อสามัญของศาสนสถาน แต่สะท้อนความทรงจำเรื่องการพบกันของผู้คนต่างถิ่น ต่างภูมิภาค และชุมชนริมแม่น้ำโขงในอดีต วัดแห่งนี้จึงเป็นหลักฐานหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจรัฐ การเดินทางตรวจราชการ และการสร้างศาสนสถานในพื้นที่ชายแดนลุ่มน้ำโขง
ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 5 ไร่ 1 งาน 28 ตารางวา อาณาเขตด้านทิศเหนือประมาณ 139 เมตรจดซอยสุขาภิบาล 16 ทิศใต้ประมาณ 139 เมตรจดซอยสุขาภิบาล 15 ทิศตะวันออกประมาณ 58 เมตรจดถนนพิสัยสรเดช และทิศตะวันตกประมาณ 64 เมตรจดแม่น้ำโขง ตำแหน่งที่ตั้งเช่นนี้ทำให้วัดไทยมีความสำคัญทั้งในฐานะวัดของชุมชนและวัดริมแม่น้ำที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ศรัทธาของอำเภอโพนพิสัยโดยตรง ด้านหน้าวัดสัมพันธ์กับถนนและชุมชนเมือง ส่วนด้านหลังเปิดรับแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นทั้งภูมิทัศน์ วัฒนธรรม และพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในความเชื่อของคนลุ่มน้ำโขง
อาคารเสนาสนะภายในวัดประกอบด้วยอุโบสถกว้าง 11 เมตร ยาว 21 เมตร ศาลาการเปรียญเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2419 โรงครัวเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2529 และมีกุฏิสงฆ์จำนวน 2 หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ปูชนียวัตถุสำคัญคือพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน หน้าตักกว้าง 1.5 เมตร สูง 2.50 เมตร องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยสะท้อนบทบาทของวัดไทยในฐานะวัดชุมชนเก่าแก่ที่มีการใช้งานต่อเนื่อง ทั้งเพื่อการประกอบศาสนกิจ การเรียนรู้ธรรมะ การรวมตัวของชาวบ้าน และการรองรับผู้มาเยือนในช่วงเทศกาลสำคัญของอำเภอโพนพิสัย
ความสำคัญอีกด้านหนึ่งของวัดไทยคือการเป็นพื้นที่ศรัทธาที่เกี่ยวข้องกับพญานาคอย่างชัดเจน โพนพิสัยเป็นอำเภอที่มีชื่อเสียงจากปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคในช่วงวันออกพรรษา ริมแม่น้ำโขงหน้าวัดไทยจึงกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจำนวนมากเดินทางมารอชมดวงไฟที่พุ่งขึ้นจากลำน้ำตามความเชื่อของท้องถิ่น วัดไทยไม่ได้เป็นเพียงวัดที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเท่านั้น แต่เป็นสถานที่ที่ผูกเรื่องราวของพระพุทธศาสนา พญานาค เมืองบาดาล และแม่น้ำโขงเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น จนกลายเป็นภาพจำสำคัญของการท่องเที่ยวโพนพิสัย
ความเป็นมาในการสร้างราชาพญานาค “นาคราชัยยัญ” เป็นเรื่องที่ทำให้วัดไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างมาก แรงบันดาลใจในการก่อสร้างนาคปก 9 เศียรและถ้ำเมืองบาดาลจำลองเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นปีที่อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ครบรอบการตั้งเมือง 100 ปี เจ้าอาวาสวัดไทยในช่วงนั้นได้นิมิตว่ามีหญิงชายร่างกายสีดำมาอาราธนานิมนต์ให้สร้างสัญลักษณ์ประจำเมืองบาดาลหรือเมืองพญานาคขึ้นไว้ในเมืองมนุษย์ ณ บริเวณวัดไทย เพื่อให้เป็นเครื่องหมายแห่งศรัทธาและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนที่เคารพพระพุทธศาสนาและองค์พญานาค
ตามนิมิตดังกล่าว มีการกำหนดสัญลักษณ์สำคัญ 5 ประการไว้ในบริเวณวัด ได้แก่ ราชาแห่งพญานาคสีดำผู้เฝ้าประตูทางเข้าเมืองบาดาลสูง 19 เมตร นาคบาทหรือนาคกินนาคซึ่งสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง เสาหลักเมืองบาดาลรูปสามเหลี่ยมอันศักดิ์สิทธิ์ ประตูทางเข้าเมืองบาดาล และอุโมงค์เข้าถ้ำจำลอง 7 ห้องของเมืองบาดาล ซึ่งเชื่อกันว่าผู้ที่ได้ลอดถ้ำจะประสบความสำเร็จในสิ่งอันพึงปรารถนา สัญลักษณ์ทั้งหมดจึงไม่ใช่เพียงงานประติมากรรมเพื่อความสวยงาม แต่เป็นระบบความหมายที่เล่าเรื่องเมืองบาดาลตามคติความเชื่อของชาวลุ่มน้ำโขง
พระอธิการบุญกว้าง ปภสฺสโร เป็นพระสงฆ์ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการสร้างพื้นที่พิพิธภัณฑ์และสัญลักษณ์เมืองบาดาลจำลองภายในวัดไทย การสร้างดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาเพื่อความยิ่งใหญ่ในเชิงอวดอ้าง แต่เพื่อให้เป็นสมบัติของชุมชนชาวโพนพิสัยและประชาชนที่เคารพศรัทธา เป็นสถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองพญานาค เมืองบาดาล และบั้งไฟพญานาคในอำเภอโพนพิสัยอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวัดมีพื้นที่เล่าเรื่องเชิงตำนานเช่นนี้ ผู้มาเยือนจึงสามารถเรียนรู้ทั้งศรัทธา ความเชื่อ ศิลปะ และอัตลักษณ์ของเมืองได้ในสถานที่เดียว
ถ้ำเมืองบาดาลจำลองภายในวัดไทยเป็นโซนที่ผู้มาเยือนจำนวนมากให้ความสนใจ เพราะออกแบบให้เชื่อมโยงกับคติเรื่องเมืองพญานาคใต้แม่น้ำโขง ภายในพื้นที่มีบรรยากาศของอุโมงค์และองค์ประกอบเกี่ยวกับนาค ทำให้ผู้เดินชมรู้สึกเหมือนกำลังเข้าสู่โลกอีกชั้นหนึ่งที่อยู่ระหว่างตำนานกับศรัทธา การเดินลอดถ้ำในความเชื่อท้องถิ่นสื่อถึงการผ่านเข้าไปสู่พื้นที่มงคล การขอพร การปลดเปลื้องสิ่งติดขัด และการเริ่มต้นใหม่ ผู้มาเยือนควรเดินชมด้วยความสำรวม ไม่สัมผัสหรือปีนป่ายประติมากรรม และปฏิบัติตามป้ายหรือคำแนะนำของทางวัด
นาคปก 9 เศียรและพระนาคปรก 9 เศียรที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อใหญ่วัดไทยเป็นอีกส่วนหนึ่งของความศรัทธาที่ทำให้วัดไทยมีความโดดเด่น พระนาคปรกเป็นคติสำคัญในพระพุทธศาสนา เล่าถึงพญานาคมุจลินท์ที่แผ่พังพานปกป้องพระพุทธเจ้าระหว่างทรงเสวยวิมุตติสุขหลังตรัสรู้ เมื่อนำคตินี้มาผสานกับความเชื่อเรื่องพญานาคริมแม่น้ำโขง จึงเกิดเป็นภาพสัญลักษณ์ที่มีพลังทั้งทางศาสนาและวัฒนธรรม นาค 9 เศียรภายในวัดไทยจึงเป็นมากกว่าจุดถ่ายภาพ แต่เป็นภาพแทนการคุ้มครอง ความสำเร็จ ความอุดมสมบูรณ์ และความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนากับโลกบาดาลตามความเชื่อท้องถิ่น
ในปี พ.ศ. 2553 มีการกล่าวถึงพระนาคปรก 9 เศียร หลวงพ่อใหญ่วัดไทย เมืองบั้งไฟพญานาค ซึ่งจัดสร้างตามแรงศรัทธาและอธิษฐานจิตโดยพระอาจารย์เกจิในภาคอีสานตอนบนหลายรูป เช่น หลวงปู่คำบุญ คุตฺตจิตโต พระอาจารย์ชัย กิตฺติญาโน หลวงพ่อทองพูล สิริกาโม หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต และหลวงพ่อเภา ฉนฺธมฺโม เรื่องราวนี้สะท้อนการเชื่อมโยงระหว่างวัตถุมงคล พุทธศรัทธา ความเชื่อพญานาค และอัตลักษณ์ของโพนพิสัยในฐานะเมืองแห่งบั้งไฟพญานาคอย่างชัดเจน
บรรยากาศริมแม่น้ำโขงหน้าวัดไทยเป็นส่วนที่ทำให้ผู้มาเยือนจดจำสถานที่แห่งนี้ได้ง่าย ในช่วงเวลาปกติ พื้นที่ริมโขงเหมาะสำหรับเดินเล่น ชมวิว ถ่ายภาพ และพักผ่อน ส่วนในช่วงวันออกพรรษา 15 ค่ำเดือน 11 พื้นที่นี้จะกลายเป็นจุดรวมผู้คนที่มารอชมบั้งไฟพญานาค การเกิดดวงไฟพุ่งขึ้นจากแม่น้ำโขงเป็นปรากฏการณ์ที่ชาวบ้านเล่าขานและสืบต่อความเชื่อกันมายาวนาน วัดไทยจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทำให้ผู้เดินทางสัมผัสได้ทั้งความศรัทธา ความคึกคักของชุมชน และบรรยากาศพิธีกรรมริมแม่น้ำในช่วงเวลาสำคัญของปี
ลานนาคาเบิกฟ้าที่อยู่ใกล้วัดไทยเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของโพนพิสัย มีรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่และพื้นที่ริมโขงที่ใช้เป็นลานกิจกรรมของชุมชน ในช่วงเย็นพื้นที่นี้มีบรรยากาศสบาย เหมาะสำหรับเดินชมริมแม่น้ำ ออกกำลังกาย ถ่ายภาพ และชมแสงเย็นเหนือแม่น้ำโขง หากเป็นวันอังคารและวันเสาร์ยังมีตลาดนัดไทย-ลาวในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้การเที่ยววัดไทยสามารถต่อยอดเป็นการเดินเล่น ชิมอาหาร และสัมผัสวิถีชุมชนโพนพิสัยได้อย่างเป็นธรรมชาติ
วัดไทยจึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม กลุ่มแรกคือสายบุญที่ต้องการไหว้พระ ทำบุญ และกราบหลวงพ่อใหญ่ กลุ่มที่สองคือผู้ที่ศรัทธาพญานาคและต้องการชมถ้ำเมืองบาดาลจำลอง กลุ่มที่สามคือผู้ที่สนใจบั้งไฟพญานาคและต้องการรู้จักจุดชมสำคัญของโพนพิสัย กลุ่มที่สี่คือครอบครัวที่ต้องการพาเด็กหรือผู้สูงอายุมาเที่ยวสถานที่เข้าถึงง่ายในตัวอำเภอ และกลุ่มที่ห้าคือชาวต่างชาติที่ต้องการเรียนรู้ว่าวัดไทยริมแม่น้ำโขงมีความสัมพันธ์กับพุทธศาสนา พญานาค และวิถีชุมชนอย่างไร
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญเมื่อเข้าชมวัดไทยคือมารยาทในพื้นที่ศาสนสถาน ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ พูดคุยด้วยเสียงพอเหมาะ ไม่ปีนป่ายองค์พญานาค ประติมากรรม ถ้ำจำลอง หรืออาคารศาสนสถาน ไม่ขีดเขียน ไม่แตะต้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยไม่จำเป็น และไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสม หากเดินทางในช่วงออกพรรษาหรือวันเทศกาล ควรเผื่อเวลาเรื่องการจราจร ที่จอดรถ และความหนาแน่นของผู้คน เพราะบริเวณวัดและลานริมโขงจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากกว่าปกติ
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยววัดไทยคือช่วงเช้าหรือช่วงเย็น ช่วงเช้าเหมาะสำหรับการไหว้พระและเดินชมวัดในบรรยากาศสงบ ส่วนช่วงเย็นเหมาะสำหรับชมวิวริมแม่น้ำโขง เดินลานนาคาเบิกฟ้า และถ่ายภาพพญานาคในแสงอ่อน หากต้องการสัมผัสบรรยากาศบั้งไฟพญานาค ควรวางแผนมาในช่วงวันออกพรรษา แต่ถ้าต้องการความสงบและใช้เวลาชมถ้ำเมืองบาดาลจำลองอย่างละเอียด ควรมาในวันธรรมดาหรือช่วงที่ไม่มีงานเทศกาลใหญ่
การเดินทาง มายังวัดไทยสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถโดยสารที่เข้าสู่อำเภอโพนพิสัย จากตัวเมืองหนองคายใช้เส้นทางมุ่งหน้าอำเภอโพนพิสัย แล้วเข้าสู่ถนนพิสัยสรเดชในเขตตำบลจุมพล วัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงใกล้ลานนาคาเบิกฟ้า สามารถตั้งปลายทางว่า “วัดไทย โพนพิสัย” หรือ “ถ้ำพญานาค วัดไทย” ในแผนที่นำทางได้โดยตรง ผู้ที่เดินทางด้วยรถสาธารณะสามารถลงในตัวอำเภอโพนพิสัยแล้วใช้รถรับจ้างในพื้นที่ต่อมายังวัด
การจัดเส้นทางเที่ยววัดไทยแบบครึ่งวันสามารถเริ่มจากการไหว้พระที่วัดไทย เดินชมถ้ำพญานาคและเมืองบาดาลจำลอง จากนั้นเดินต่อไปยังลานนาคาเบิกฟ้าและริมแม่น้ำโขง ก่อนปิดท้ายด้วยอาหารหรือเครื่องดื่มในตัวอำเภอโพนพิสัย หากมีเวลา 1 วัน สามารถเพิ่มวัดหลวงพิสัยเจติยาราม วัดมณีโคตร ตลาดนัดไทย-ลาว และร้านอาหารริมโขงเข้าไปในเส้นทาง เพื่อให้ทริปมีทั้งศรัทธา ประวัติชุมชน อาหาร และบรรยากาศริมโขงครบถ้วน
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้เรื่องพญานาคอย่างลึกขึ้น วัดไทยควรถูกวางเป็นจุดหลักของการเดินทางในอำเภอโพนพิสัย เพราะพื้นที่นี้มีทั้งตำนานเมืองบาดาล ถ้ำพญานาค นาคราชัยยัญ บั้งไฟพญานาค และลานนาคาเบิกฟ้า เมื่อทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ใกล้กัน ผู้เดินทางจะเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าทำไมโพนพิสัยจึงมีภาพจำเป็นเมืองพญานาค และทำไมวันออกพรรษาจึงเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนจำนวนมากเดินทางมารวมตัวริมแม่น้ำโขงเพื่อชมปรากฏการณ์ที่ผูกพันกับศรัทธาของชุมชน
อาหารใกล้วัดไทยมีทั้งร้านริมโขง ร้านอาหารท้องถิ่น ร้านกาแฟ และร้านในเขตตัวอำเภอโพนพิสัย ร้านโขงวิว โพนพิสัยเป็นหนึ่งในร้านที่มีข้อมูลเบอร์โทรและตั้งอยู่ในอำเภอโพนพิสัย เหมาะกับผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารในบรรยากาศสบาย ๆ ส่วนร้านกาแฟและร้านอาหารในห้างหรือริมถนนพิสัยสรเดชเหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางกับครอบครัวหรือมีเวลาจำกัด การเลือกมื้ออาหารในโพนพิสัยช่วยให้ไม่ต้องย้อนเข้าเมืองหนองคาย และทำให้สามารถใช้เวลาในพื้นที่วัดไทยและริมโขงได้มากขึ้น
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักในอำเภอโพนพิสัยเพื่อสะดวกต่อการชมบั้งไฟพญานาคและเดินเที่ยวริมโขง หรือเลือกพักในตัวเมืองหนองคายหากต้องการความหลากหลายของโรงแรม ร้านอาหาร และการเดินทางต่อ ที่พักในโพนพิสัย เช่น บ้านกีรวรรณ ริมโขง บุญทวีโฮเต็ล และที่พักท้องถิ่นอื่น ๆ เหมาะกับผู้ที่ต้องการอยู่ใกล้บรรยากาศริมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลออกพรรษาที่ควรจองล่วงหน้าเพราะความต้องการห้องพักเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับชาวต่างชาติ วัดไทยเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนาและความเชื่อท้องถิ่นของภาคอีสานได้อย่างชัดเจน พญานาคในวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงไม่ได้เป็นเพียงสัตว์ในตำนาน แต่เป็นสัญลักษณ์ของน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ การคุ้มครองพระพุทธศาสนา และความศักดิ์สิทธิ์ของแม่น้ำ เมื่อชาวต่างชาติเดินผ่านประตูเมืองบาดาล ชมราชาพญานาค และยืนอยู่ริมแม่น้ำโขงหน้าวัดไทย จะเห็นว่าความเชื่อเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในตำราเท่านั้น แต่ปรากฏเป็นพื้นที่จริงที่ผู้คนยังมากราบไหว้และใช้ชีวิตร่วมกับตำนานอยู่เสมอ
วัดไทยจึงเป็นสถานที่ที่มีความครบถ้วนทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ศรัทธา และการท่องเที่ยว ตั้งแต่วัดเก่าที่ตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2320 อาคารเสนาสนะและปูชนียวัตถุของวัด ไปจนถึงงานสร้างนาคราชัยยัญและถ้ำเมืองบาดาลจำลองในยุคปัจจุบัน ทุกองค์ประกอบสะท้อนความพยายามของวัดและชุมชนในการทำให้ตำนานพญานาคของโพนพิสัยมีพื้นที่ให้สัมผัสได้จริง ผู้มาเยือนไม่ได้เพียงชมวัด แต่ได้เดินผ่านเรื่องราวหลายชั้น ตั้งแต่ประวัติวัดไทย ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ไปจนถึงความเชื่อเรื่องเมืองพญานาคใต้แม่น้ำโขง
เมื่อพิจารณาในภาพรวม วัดไทยเป็นจุดหมายที่ควรอยู่ในแผนการเดินทางของผู้ที่ต้องการเที่ยวหนองคายสายบุญและสายวัฒนธรรม โดยเฉพาะผู้ที่สนใจบั้งไฟพญานาคและประเพณีออกพรรษาริมโขง วัดแห่งนี้มีทั้งพื้นที่ไหว้พระ พื้นที่เล่าเรื่องตำนาน พื้นที่ชมแม่น้ำ และพื้นที่กิจกรรมของชุมชน หากเดินทางอย่างตั้งใจและใช้เวลาเพียงพอ วัดไทยจะทำให้เห็นภาพโพนพิสัยได้ชัดเจนว่าเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนา แม่น้ำโขง พญานาค และวิถีชุมชนยังเชื่อมโยงกันอย่างมีพลังจนถึงปัจจุบัน
| ชื่อสถานที่ | วัดไทย / ถ้ำพญานาค วัดไทย |
| ที่ตั้ง | บ้านจุมพล ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย |
| ที่อยู่ | เลขที่ 327 บ้านจุมพล ถนนพิสัยสรเดช ซอยสุขาภิบาล 16 หมู่ที่ 1 ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย 43120 |
| ไฮไลต์ | วัดเก่าแก่ริมแม่น้ำโขง ถ้ำเมืองบาดาลจำลอง ราชาพญานาคนาคราชัยยัญ นาคปก 9 เศียร ลานชมบั้งไฟพญานาค และลานนาคาเบิกฟ้าใกล้วัด |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2320 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2340 มีเรื่องเล่าว่าสร้างโดยข้าราชการไทยภาคกลางที่ออกตรวจราชการ ชาวบ้านจึงเรียกว่าวัดไทย |
| ที่ดินตั้งวัด | 5 ไร่ 1 งาน 28 ตารางวา ทิศเหนือจดซอยสุขาภิบาล 16 ทิศใต้จดซอยสุขาภิบาล 15 ทิศตะวันออกจดถนนพิสัยสรเดช และทิศตะวันตกจดแม่น้ำโขง |
| ลักษณะเด่น | วัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เป็นวัดริมโขงที่เชื่อมโยงพระพุทธศาสนา พญานาค เมืองบาดาล และบั้งไฟพญานาคของอำเภอโพนพิสัย |
| ปูชนียวัตถุ / สิ่งสำคัญ | พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน หน้าตักกว้าง 1.5 เมตร สูง 2.50 เมตร หลวงพ่อใหญ่ วัดไทย นาคปก 9 เศียร และสัญลักษณ์เมืองบาดาลจำลอง |
| อาคารเสนาสนะ | อุโบสถกว้าง 11 เมตร ยาว 21 เมตร ศาลาการเปรียญอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น สร้าง พ.ศ. 2419 โรงครัวคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้าง พ.ศ. 2529 และกุฏิสงฆ์ 2 หลัง |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | อุโบสถ ศาลาการเปรียญ ถ้ำพญานาค / ถ้ำเมืองบาดาลจำลอง ราชาพญานาคสีดำผู้เฝ้าประตูเมืองบาดาล นาคบาทหรือนาคกินนาค เสาหลักเมืองบาดาลรูปสามเหลี่ยม ประตูทางเข้าเมืองบาดาล อุโมงค์เข้าถ้ำจำลอง 7 ห้อง ลานริมแม่น้ำโขงและจุดชมบั้งไฟพญานาค |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูปริยัติธรรมวราภรณ์ ดร. |
| ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างเมืองบาดาลจำลอง | พระอธิการบุญกว้าง ปภสฺสโร |
| การเดินทาง | เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองหนองคายไปยังอำเภอโพนพิสัย ตั้งปลายทางว่า วัดไทย โพนพิสัย หรือ ถ้ำพญานาค วัดไทย ในแผนที่นำทาง |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธาริมแม่น้ำโขง |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 07.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ไหว้พระ ลานวัด จุดชมวิวริมแม่น้ำโขง พื้นที่จอดรถในบริเวณวัด ศาลาการเปรียญ โรงครัว และพื้นที่กิจกรรมในช่วงเทศกาล |
| หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ | เทศบาลเมืองโพนพิสัย โทร. 042-471711-3, 042-471090 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ลานนาคาเบิกฟ้า ประมาณ 0.2 กม. 2. พระยาพิสัยสัตตนาคราช ประมาณ 0.2 กม. 3. ตลาดนัดไทย-ลาว โพนพิสัย ประมาณ 0.5 กม. 4. วัดหลวงพิสัยเจติยาราม ประมาณ 1 กม. 5. วัดมณีโคตร ประมาณ 2 กม. 6. จุดชมบั้งไฟพญานาคริมโขงโพนพิสัย ประมาณ 0 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านโขงวิว โพนพิสัย ประมาณ 3 กม. โทร. 095-241-9754, 092-659-6040 2. PunThai Coffee โพนพิสัย ประมาณ 2 กม. โทร. 080-929-2592 3. Café Amazon ปตท.โพนพิสัย ประมาณ 3 กม. โทร. 042-471-585 4. บ้านเค้กโพนพิสัย ประมาณ 1 กม. โทร. 080-421-2199 5. KFC อัศวรรณ โพนพิสัย ประมาณ 2 กม. โทร. 061-389-6134 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านกีรวรรณ ริมโขง ประมาณ 2 กม. โทร. 081-692-4754, 042-472-155 2. Boontawee Hotel ประมาณ 2 กม. โทร. 096-879-2615 3. PUBPUENG Resort ประมาณ 18 กม. 4. เบิ่งโขง รีสอร์ท บ้านสีกายใต้ ประมาณ 21 กม. โทร. 082-865-4815 5. เวียงคำรีสอร์ท โพนพิสัย ประมาณ 4 กม. โทร. 090-192-7319, 065-329-5939 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดไทย โพนพิสัย อยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดไทยตั้งอยู่เลขที่ 327 บ้านจุมพล ถนนพิสัยสรเดช ซอยสุขาภิบาล 16 หมู่ที่ 1 ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ริมแม่น้ำโขงใกล้ลานนาคาเบิกฟ้า
ถาม: วัดไทยเปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: วัดไทยเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00 – 18.00 น. ช่วงเช้าและช่วงเย็นเหมาะกับการไหว้พระ เดินชมถ้ำพญานาค และชมวิวริมแม่น้ำโขง
ถาม: วัดไทยมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: วัดไทยไม่มีค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมพื้นที่วัด ไหว้พระ และเดินชมถ้ำเมืองบาดาลจำลองได้ตามเวลาที่เปิดให้บริการ
ถาม: จุดเด่นของวัดไทยคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือถ้ำพญานาคหรือถ้ำเมืองบาดาลจำลอง ราชาพญานาคนาคราชัยยัญ นาคปก 9 เศียร เสาหลักเมืองบาดาล ประตูเมืองบาดาล และจุดชมบั้งไฟพญานาคริมแม่น้ำโขง
ถาม: วัดไทยเกี่ยวข้องกับบั้งไฟพญานาคอย่างไร?
ตอบ: วัดไทยตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงในอำเภอโพนพิสัย ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของการชมบั้งไฟพญานาคในวันออกพรรษา ชาวบ้านเชื่อว่าบริเวณหน้าวัดเกี่ยวข้องกับเมืองพญานาคใต้ลำน้ำโขง
ถาม: ใครเป็นเจ้าอาวาสวัดไทย?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดไทยคือพระครูปริยัติธรรมวราภรณ์ ดร.
ถาม: เดินทางไปวัดไทยอย่างไร?
ตอบ: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างจากตัวเมืองหนองคายไปยังอำเภอโพนพิสัย แล้วตั้งปลายทางว่า วัดไทย โพนพิสัย หรือ ถ้ำพญานาค วัดไทย ในแผนที่นำทาง
ถาม: เที่ยววัดไทยแล้วควรไปต่อที่ไหน?
ตอบ: สามารถไปต่อที่ลานนาคาเบิกฟ้า พระยาพิสัยสัตตนาคราช ตลาดนัดไทย-ลาว วัดหลวงพิสัยเจติยาราม วัดมณีโคตร และร้านอาหารริมโขงในอำเภอโพนพิสัยได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




