หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย >อ.เมืองหนองคาย >ต.เวียงคุก > วัดเทพพลประดิษฐาราม (บ้านเวียงคุก)
TL;DR: วัดเทพพลประดิษฐาราม (บ้านเวียงคุก) อยู่ที่บ้านเวียงคุก ตำบลเวียงคุก อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

หนองคาย

วัดเทพพลประดิษฐาราม (บ้านเวียงคุก)

วัดเทพพลประดิษฐาราม (บ้านเวียงคุก)

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
วัดเทพพลประดิษฐาราม บ้านเวียงคุก หนองคาย เป็นวัดเก่าแก่และแหล่งโบราณคดีสำคัญของตำบลเวียงคุก อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย ตั้งอยู่เลขที่ 4 ถนนแก้ววรวุฒิ หมู่ 2 บ้านเวียงคุก ในพื้นที่เมืองโบราณเวียงคุกริมแม่น้ำโขง วัดแห่งนี้เป็นวัดราษฎร์ สังกัดมหานิกาย และเป็นหนึ่งในศาสนสถานที่สะท้อนความสำคัญของเวียงคุกในฐานะเมืองหน้าด่านเก่าแก่ที่เชื่อมโยงกับนครเวียงจันทน์และวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงมาอย่างยาวนาน จุดเด่นของวัดคือธาตุเจดีย์โบราณ 2 องค์ โบราณวัตถุที่พบจากการบูรณะ ธาตุเจดีย์ทรงปราสาทแบบล้านช้างที่ได้รับอิทธิพลจากล้านนาและอยุธยา เสมาที่นำชิ้นส่วนปราสาทหินเขมรกลับมาใช้ใหม่ วิหารไม้ศิลปะล้านนา-ล้านช้าง พระประธานองค์ใหญ่ ศาลหลักเมืองเวียงคุก บ่อน้ำโบราณ และเรื่องเล่าพื้นบ้านเกี่ยวกับพระธาตุนกยูงทองคำที่สืบทอดอยู่ในชุมชน
 
วัดเทพพลประดิษฐารามเป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพราะไม่ได้เป็นเพียงวัดชุมชนริมโขงเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้มองเห็นชั้นของเวลาในเวียงคุกอย่างชัดเจน ภายในวัดมีทั้งอุโบสถ วิหาร ธาตุเจดีย์ โบราณวัตถุ และร่องรอยศิลปกรรมจากหลายช่วงเวลา ตั้งแต่ร่องรอยอิทธิพลเขมรในชิ้นส่วนเสมา ไปจนถึงรูปแบบธาตุเจดีย์ล้านช้างที่รับอิทธิพลจากล้านนาและอยุธยา การเดินชมวัดจึงเหมือนการอ่านประวัติศาสตร์ของเมืองชายแดนริมโขงผ่านศาสนสถานจริง ไม่ใช่เพียงอ่านข้อมูลจากตำราหรือป้ายบรรยาย
 
เวียงคุกเป็นชุมชนโบราณที่มีความสำคัญต่อจังหวัดหนองคายและลุ่มน้ำโขง พื้นที่นี้ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำโขงและห้วยคุก มีลักษณะเป็นเนินดินบนที่ราบริมฝั่งน้ำซึ่งเกิดจากตะกอนน้ำพา ชุมชนตั้งถิ่นฐานอยู่ในภูมิประเทศที่เหมาะกับการอยู่อาศัย การเดินทาง การติดต่อค้าขาย และการสร้างศาสนสถานมาตั้งแต่อดีต แม่น้ำโขงไม่ได้เป็นเส้นแบ่งทางวัฒนธรรม แต่เป็นเส้นทางเชื่อมผู้คน ความเชื่อ ศิลปกรรม และอำนาจการเมืองระหว่างฝั่งไทยกับฝั่งลาว วัดเทพพลประดิษฐารามจึงเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ที่เชื่อมเวียงคุกกับเวียงจันทน์อย่างแนบแน่น
 
ตามประวัติ วัดเทพพลประดิษฐารามเดิมมีชื่อว่า วัดสิริเทพพล หรือวัดทุ่ง ปัจจุบันขึ้นทะเบียนเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2460 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2553 แต่ประวัติดั้งเดิมของท้องถิ่นเล่าว่าวัดแห่งนี้มีรากเก่ากว่านั้นมาก โดยเชื่อว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอนุรุทธราชแห่งเมืองเวียงจันทน์ ต่อมาหมื่นกางโฮง เจ้าเมืองเวียงคุก ได้บูรณปฏิสังขรณ์ และหลังจากเมืองเวียงคุกถูกลดบทบาทลงเป็นหมู่บ้าน วัดก็เงียบลงตามสภาพบ้านเมือง จนมีการบูรณะขึ้นใหม่ในสมัยหลังและกลายเป็นวัดเทพพลประดิษฐารามที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดทุ่ง
 
ความสำคัญของวัดนี้ปรากฏเด่นชัดผ่านธาตุเจดีย์ 2 องค์ ซึ่งเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญที่สุดภายในวัด ธาตุเจดีย์ทั้งสององค์มีรูปทรงคล้ายคลึงกัน ตั้งอยู่ใกล้กับอุโบสถและวิหาร โดยธาตุเจดีย์หมายเลข 1 ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของอุโบสถ ส่วนธาตุเจดีย์หมายเลข 2 ตั้งอยู่ด้านหลังหรือทางทิศตะวันตกของอุโบสถและทางทิศใต้ของธาตุเจดีย์หมายเลข 1 ลักษณะการจัดวางเช่นนี้ทำให้พื้นที่วัดมีแกนศาสนสถานที่ชัดเจน และสะท้อนว่าบริเวณนี้เคยเป็นศูนย์กลางพิธีกรรมสำคัญของชุมชนเวียงคุกในอดีต
 
ธาตุเจดีย์หมายเลข 1 เป็นเจดีย์ก่ออิฐ มีร่องรอยปูนฉาบและปูนปั้น ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ฐานล่างกว้างด้านละประมาณ 11 เมตร ใช้ฐานเขียงซ้อนกัน 3 ชั้น ต่อด้วยฐานบัวคว่ำและฐานปัทม์ย่อมุม ชุดฐานเอนลาดลักษณะนี้เรียกว่า “บัวเข่าพรหม” ถัดขึ้นไปเป็นเรือนธาตุซ้อนกัน 2 ชั้น มีการย่อมุมและมีซุ้มจระนำตื้น ๆ ที่กึ่งกลางทุกด้าน เหนือขึ้นไปเป็นองค์ระฆังหรือบัวเหลี่ยม บัลลังก์ย่อมุมไม้สิบสอง และยอดทรงกรวยแหลม ทรวดทรงโดยรวมค่อนข้างเพรียวผอมมากกว่าธาตุเจดีย์องค์ทางทิศใต้ในวัดเดียวกัน รูปแบบนี้จัดอยู่ในศิลปะล้านช้างที่ได้รับอิทธิพลจากล้านนาและอยุธยา ราวพุทธศตวรรษที่ 22
 
ธาตุเจดีย์หมายเลข 2 มีขนาดฐานล่างประมาณ 9 เมตร เป็นเจดีย์ก่ออิฐ มีร่องรอยปูนฉาบและปูนปั้นเช่นกัน ผังเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ใช้ฐานเขียงซ้อนกัน 3 ชั้น ฐานย่อมุม 1 ชั้น ชั้นบัวคว่ำ ต่อด้วยเรือนธาตุย่อมุมไม้สิบสอง เรือนธาตุแต่ละด้านเจาะช่องซุ้มจระนำเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางเปิดโลก ปัจจุบันยังปรากฏให้เห็นในซุ้มด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ โดยองค์ด้านทิศตะวันตกมีสภาพชำรุด ส่วนองค์ด้านทิศใต้ยังมีสภาพสมบูรณ์มากกว่า รายละเอียดของพระพุทธรูปปางเปิดโลกและรูปแบบเรือนธาตุช่วยให้ธาตุองค์นี้เป็นจุดเรียนรู้สำคัญสำหรับผู้สนใจศิลปะล้านช้างและศิลปะพุทธศาสนาในลุ่มน้ำโขง
 
รูปแบบเจดีย์ทรงปราสาทของวัดเทพพลประดิษฐารามสะท้อนการผสมผสานทางศิลปะได้อย่างน่าสนใจ ฐานบัวเข่าพรหม เรือนธาตุซ้อนชั้น ซุ้มจระนำตื้น องค์ระฆังหรือบัวเหลี่ยม และยอดทรงกรวยแหลม ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เจดีย์มีลักษณะทั้งมั่นคงและเพรียวสูง การย่อมุมไม้สิบสองช่วยเพิ่มมิติและทำให้ผังเจดีย์ไม่แข็งทื่อ การรับอิทธิพลล้านนาและอยุธยาผ่านรูปแบบซุ้มและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ทำให้เจดีย์ของวัดนี้เป็นหลักฐานที่แสดงว่าศิลปะล้านช้างไม่ได้ปิดตัวอยู่ภายในกรอบเดียว แต่เปิดรับและปรับใช้รูปแบบจากภูมิภาคใกล้เคียงอย่างสร้างสรรค์
 
เสมารอบอุโบสถเป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรสังเกตอย่างละเอียด เพราะบางชิ้นเป็นการนำชิ้นส่วนประติมากรรมในโครงสร้างหลังคาของปราสาทหินศิลปะเขมรกลับมาใช้ใหม่ในพุทธศาสนสถานรุ่นหลัง ชิ้นส่วนด้านซ้ายและขวาหน้าอุโบสถมีลักษณะเป็นกลีบขนุนที่สลักเป็นรูปบุคคลหรือเทวรูป ส่วนชิ้นตรงกลางด้านหน้าเป็นประติมากรรมรูปสัตว์คล้ายพญานาคที่ยังสลักไม่เสร็จ คาดว่ามีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16–18 การนำชิ้นส่วนปราสาทหินกลับมาใช้เป็นเสมาสะท้อนการเปลี่ยนผ่านทางศาสนาและศิลปกรรมในพื้นที่เวียงคุกอย่างชัดเจน
 
การพบร่องรอยเขมร ล้านช้าง ล้านนา และอยุธยาในพื้นที่เดียวกันทำให้วัดเทพพลประดิษฐารามเป็นกรณีศึกษาที่ดีของการทับซ้อนทางวัฒนธรรมในลุ่มน้ำโขง พื้นที่นี้ไม่ได้มีประวัติแบบเส้นตรง แต่เป็นพื้นที่ที่อิทธิพลทางศาสนาและศิลปะเคลื่อนผ่านหลายระลอก ชิ้นส่วนศิลปะเขมรที่ถูกนำมาใช้ใหม่ในอุโบสถล้านช้าง แสดงให้เห็นว่าชุมชนในอดีตไม่ได้มองวัตถุศักดิ์สิทธิ์อย่างแยกขาดตามยุคสมัย แต่สามารถนำวัตถุเดิมมาปรับใช้ในบริบทใหม่โดยยังคงความศักดิ์สิทธิ์และความหมายทางศาสนาไว้
 
วิหารภายในวัดเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญ วิหารหลังปัจจุบันตั้งอยู่ด้านข้างหรือทางทิศเหนือของอุโบสถ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2556 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่ โครงหลังคาทำด้วยไม้ ใช้รูปแบบศิลปะล้านนา-ล้านช้าง ภายในประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่ที่ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อใหญ่ รอบวิหารประดับประติมากรรมเศียรพญานาคศิลปะขอมโบราณ ด้านหน้าวิหารจัดแสดงโบราณวัตถุที่พบในพื้นที่วัด โดยเฉพาะวัตถุที่เกี่ยวข้องกับการบูรณะธาตุเจดีย์องค์ที่ 2 เช่น เครื่องใช้ดินเผา ภาชนะดินเผา เครื่องใช้สำริด และพระพุทธรูปไม้สลัก
 
หลวงพ่อใหญ่ภายในวิหารเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวเวียงคุกและพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาเยือน วัดเทพพลประดิษฐารามจึงไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานที่ให้ชมร่องรอยอดีต แต่เป็นวัดที่ยังมีชีวิต มีพิธีกรรม มีการสักการะ มีการทำบุญ และมีความสัมพันธ์กับชุมชนรอบวัดอย่างต่อเนื่อง บริเวณฐานธาตุเจดีย์ทั้ง 2 องค์ยังมีเครื่องสักการะวางอยู่โดยรอบ แสดงให้เห็นว่าโบราณสถานไม่ได้ถูกแยกออกจากศรัทธาปัจจุบัน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการบูชาและความเชื่อของผู้คนในท้องถิ่น
 
อุโบสถของวัดเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนยกพื้น ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีบันไดขึ้นลงด้านหน้าหรือทิศตะวันออก ศิลปะโดยทั่วไปเป็นแบบผสมระหว่างภาคกลางกับท้องถิ่น ตัวลำยองและทวยสลักด้วยไม้ ตามประวัติกล่าวว่าเป็นอุโบสถที่สร้างขึ้นใหม่แทนหลังเดิมเมื่อกว่าร้อยปีก่อน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะพื้นเมืองล้านช้าง เสมารอบอุโบสถบางส่วนเป็นชิ้นส่วนกลีบขนุนของปราสาทหินและพระพุทธรูปหินสลัก ทำให้พื้นที่อุโบสถเป็นอีกจุดที่สะท้อนการซ้อนทับของศิลปกรรมหลายสมัย
 
ภายในวัดยังมีศาลหลักเมืองเวียงคุก ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวัด เป็นศาลาโปร่งก่ออิฐถือปูน ตามประวัติระบุว่าสร้างขึ้นใหม่แทนของเดิมเมื่อ พ.ศ. 2542 รอบศาลหลักเมืองมีชิ้นส่วนสิ่งก่อสร้างก่ออิฐถือปูนลักษณะกลม บางชิ้นมีลายปูนปั้นรูปดอกบัว บางชิ้นเป็นฐานปัทม์ สันนิษฐานว่าอาจเป็นชิ้นส่วนบัวของพระธาตุเก่า การมีศาลหลักเมืองอยู่ในวัดทำให้สถานที่แห่งนี้มีความหมายทั้งด้านศาสนาและด้านความทรงจำของเมืองโบราณเวียงคุก
 
บ่อน้ำโบราณในวัดเป็นอีกจุดที่มีเรื่องเล่าพื้นบ้านน่าสนใจ บ่อน้ำลึกประมาณ 6 เมตร กรุด้วยไม้ท่อนเล็ก ๆ มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร ชาวบ้านเชื่อว่าสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างวัด และเชื่อกันว่าภายในบ่อมีฆ้องทองคำอยู่ เพราะบางครั้งน้ำในบ่อมีสีเหลืองคล้ายทอง ปัจจุบันปากบ่อก่ออิฐถือปูนไว้เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีสระน้ำ 2 สระ ทั้งสระเก่าและสระใหม่ ซึ่งมีเรื่องเล่าว่าระหว่างการขุดเมื่อ พ.ศ. 2521 พบทองคำรูปครกและสาก กรรมการวัดนำไปขายเพื่อนำเงินมาสร้างกำแพงล้อมรอบโบสถ์ เรื่องเล่าเหล่านี้ช่วยเพิ่มมิติของวัดในฐานะพื้นที่ที่ประวัติศาสตร์ โบราณคดี และตำนานท้องถิ่นอยู่ร่วมกัน
 
นิทานปรัมปราเกี่ยวกับพระธาตุทั้งสององค์เล่าว่า ในสมัยโบราณมีพญาองค์หนึ่งมีธิดา 2 คน ทั้งสองมีรูปร่างหน้าตางดงาม จิตใจดี และเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างมาก จึงสละทรัพย์สร้างพระธาตุขึ้นคนละองค์ พญาผู้เป็นบิดาเห็นความศรัทธาของธิดาจึงมอบทองคำให้ ธิดาทั้งสองนำทองคำไปให้ช่างทำเป็นนกยูงทองคนละ 1 ตัว แล้วบรรจุนกยูงทองไว้ในพระธาตุ พระธาตุทั้งสองจึงมีชื่อเรียกว่า “พระธาตุนกยูงทองคำ” เรื่องเล่านี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศรัทธา ความกตัญญู การถวายเป็นพุทธบูชา และจินตนาการทางศาสนาของชุมชนเวียงคุก
 
สำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์เมือง เวียงคุกเป็นพื้นที่ที่ควรศึกษาอย่างจริงจัง เพราะมีหลักฐานการอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยทวารวดี เขมร ล้านช้าง และรัตนโกสินทร์ ชุมชนแห่งนี้อยู่ริมแม่น้ำโขงและเคยมีบทบาทเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญของนครเวียงจันทน์ ราวพุทธศตวรรษที่ 21–22 การที่วัดเทพพลประดิษฐารามตั้งอยู่ในพื้นที่กลางเวียงคุก ทำให้วัดนี้เป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญของระบบศาสนา เมือง และชุมชนโบราณที่เคยรุ่งเรืองบนฝั่งไทยของแม่น้ำโขง
 
การเที่ยววัดเทพพลประดิษฐารามควรใช้เวลาอย่างน้อย 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หากต้องการไหว้พระ ชมธาตุเจดีย์ทั้งสององค์ ดูอุโบสถ วิหาร ศาลหลักเมือง บ่อน้ำโบราณ และโบราณวัตถุที่จัดแสดง หากต้องการอ่านรายละเอียดป้ายบรรยายและถ่ายภาพเชิงประวัติศาสตร์ ควรเผื่อเวลา 1.5–2 ชั่วโมง ช่วงเวลาที่เหมาะคือช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ เพราะอากาศไม่ร้อนจัดและแสงธรรมชาติช่วยให้เห็นรายละเอียดของอิฐเก่า ปูนปั้น ซุ้มจระนำ และพื้นผิวเจดีย์ได้ชัดเจน
 
นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ เพราะวัดเทพพลประดิษฐารามเป็นวัดที่ยังใช้งานจริงและมีพระสงฆ์จำพรรษา ควรงดปีนป่ายธาตุเจดีย์ ไม่แตะต้องโบราณวัตถุ ไม่หยิบย้ายชิ้นส่วนโบราณ ไม่เดินเหยียบพื้นที่ที่อาจมีซากโบราณสถาน และไม่ส่งเสียงดังรบกวนพระสงฆ์หรือชาวบ้าน การถ่ายภาพสามารถทำได้ในบริเวณทั่วไป แต่ควรหลีกเลี่ยงมุมที่รบกวนผู้สักการะหรือพื้นที่ส่วนสงฆ์ ความสำรวมในการเข้าชมช่วยรักษาทั้งความศักดิ์สิทธิ์ของวัดและคุณค่าทางโบราณคดีของสถานที่
 
วัดเทพพลประดิษฐารามเปิดให้เข้าสักการะและเยี่ยมชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. และไม่เสียค่าเข้าชม สิ่งอำนวยความสะดวกมีลักษณะพื้นฐานตามแบบวัดชุมชน เช่น ลานจอดรถ ลานวัด อุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ พื้นที่สักการะ และพื้นที่พักคอยบางส่วน ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ที่มีบริการจำนวนมาก นักท่องเที่ยวควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม โดยเฉพาะหากจัดทริปเที่ยวหลายวัดในเส้นทางเวียงคุก
 
โซนสำคัญภายในวัดประกอบด้วยโซนทางเข้าและลานจอดรถ โซนอุโบสถ โซนธาตุเจดีย์หมายเลข 1 โซนธาตุเจดีย์หมายเลข 2 โซนพระพุทธรูปปูนปั้นปางเปิดโลก โซนเสมาจากชิ้นส่วนปราสาทหินเขมร โซนวิหารหลวงพ่อใหญ่ โซนจัดแสดงโบราณวัตถุหน้าและรอบวิหาร โซนศาลหลักเมืองเวียงคุก โซนบ่อน้ำโบราณ โซนสระน้ำ และโซนพื้นที่สงฆ์ การเดินชมตามโซนเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจวัดอย่างเป็นระบบและไม่พลาดจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์
 
การเดินทางมายังวัดสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือเหมารถจากตัวเมืองหนองคาย จากบริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ให้ใช้ถนนแก้ววรวุฒิหรือทางหลวงหมายเลข 242 มุ่งหน้าทางทิศตะวันตกไปทางตำบลเวียงคุก ซึ่งเป็นถนนเลียบแม่น้ำโขง ระยะทางประมาณ 13.4 กม. จะพบซอยเข้าสู่วัดทางซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามถนนประมาณ 100 เมตรก็จะถึงวัดเทพพลประดิษฐาราม เส้นทางนี้มีบรรยากาศชุมชนริมโขงและเหมาะกับการเที่ยวแบบครึ่งวันในเขตเวียงคุก
 
การเดินทาง ที่เหมาะที่สุดคือจัดวัดเทพพลประดิษฐารามร่วมกับเส้นทางวัดเก่าและโบราณสถานในตำบลเวียงคุก เริ่มจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาวหรือจากตัวเมืองหนองคาย ขับตามถนนเลียบโขงไปยังบ้านเวียงคุก แล้วแวะวัดเทพพลประดิษฐาราม วัดยอดแก้ว วัดสาวสุวรรณาราม วัดกุศลนารี พระธาตุยาพ่อแก่ และจุดชุมชนเก่าในเวียงคุก เส้นทางนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นอีกด้านของหนองคายที่สงบ ลึก และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าสถานที่ท่องเที่ยวหลักในตัวเมือง
 
วัดเทพพลประดิษฐารามเหมาะกับผู้สนใจศิลปะล้านช้างเป็นพิเศษ เพราะธาตุเจดีย์ทั้งสององค์เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานรูปแบบล้านช้างกับอิทธิพลล้านนาและอยุธยาได้อย่างน่าสนใจ นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตฐานบัวเข่าพรหม การย่อมุมไม้สิบสอง ซุ้มจระนำตื้น เรือนธาตุซ้อนชั้น และยอดทรงกรวยแหลม ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ช่วยอธิบายพัฒนาการของสถาปัตยกรรมเจดีย์ในลุ่มน้ำโขงได้ดี
 
ผู้ที่สนใจศิลปะเขมรในอีสานตอนบนควรสังเกตเสมาหน้าอุโบสถและชิ้นส่วนกลีบขนุนที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ เพราะเป็นหลักฐานของการมีอยู่ของศิลปกรรมเขมรในพื้นที่ก่อนที่ศาสนสถานล้านช้างจะกลายเป็นศูนย์กลางในยุคต่อมา สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจว่าเวียงคุกไม่ใช่ชุมชนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียว แต่เป็นพื้นที่ที่รับและปรับศิลปกรรมจากหลายวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง
 
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ วัดเทพพลประดิษฐารามเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายประวัติศาสตร์ลุ่มน้ำโขงได้อย่างดี เพราะสามารถเห็นความสัมพันธ์ระหว่างไทย ลาว เขมร ล้านช้าง และพุทธศาสนาในสถานที่เดียว แม้ป้ายข้อมูลส่วนใหญ่จะเป็นภาษาไทย แต่ตัวโบราณสถานและรูปแบบศิลปกรรมสามารถสื่อสารได้ชัดเจนผ่านรูปร่าง วัสดุ ตำแหน่ง และการใช้งานของพื้นที่ การมีไกด์ท้องถิ่นหรือผู้แปลภาษาไทยร่วมเดินชมจะช่วยให้เข้าใจรายละเอียดมากขึ้น
 
พื้นที่รอบวัดยังคงเป็นชุมชนท้องถิ่นมากกว่าย่านท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ บ้านเรือน ถนนเล็ก ๆ พื้นที่เกษตร และบรรยากาศริมโขงทำให้การเดินทางมาที่นี่มีความสงบและเป็นธรรมชาติ นักท่องเที่ยวควรเคารพพื้นที่ชุมชน ไม่จอดรถกีดขวางทางเข้าออกบ้าน ไม่ส่งเสียงดัง และไม่เข้าไปในพื้นที่ส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การเที่ยววัดในชุมชนแบบนี้ให้ประสบการณ์ที่ลึกกว่าการเที่ยวจุดเช็กอิน เพราะได้เห็นวัดในบทบาทจริงของชุมชน
 
ร้านอาหารใกล้วัดมีทั้งคาเฟ่และร้านอาหารท้องถิ่นในเวียงคุก เช่น The Bakehouse@VK สายป่ากาแฟสด อินดี้ ณ เวียงคุก ร้านอาหารเวียงจันทร์ และเวียงชัย ชาบู ชาบู หากต้องการร้านอาหารริมโขงหรือร้านที่มีตัวเลือกหลากหลาย สามารถขับรถกลับเข้าเมืองหนองคายเพื่อไปร้านอาหารริมแม่น้ำโขง ร้านอาหารไทย อาหารอีสาน อาหารเวียดนาม และร้านแหนมเนืองในย่านตลาดท่าเสด็จ การจัดทริปที่เหมาะคือเที่ยววัดเก่าเวียงคุกช่วงเช้า แล้วกลับเข้าเมืองหนองคายในช่วงบ่ายหรือเย็นเพื่อรับประทานอาหารริมโขง
 
ที่พักใกล้วัดเทพพลประดิษฐารามโดยตรงมีไม่มาก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ควรเลือกพักในตัวเมืองหนองคายหรือย่านริมโขง เพราะสะดวกต่อการเดินทางต่อไปยังตลาดท่าเสด็จ วัดโพธิ์ชัย สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ศาลาแก้วกู่ และสถานีรถไฟหนองคาย ที่พักที่เหมาะกับเส้นทางนี้มีทั้ง Panlaan Boutique Resort Nongkhai, Royal Jomanee Heritage Hotel, HOP INN Nong Khai, Amanta Hotel Nongkhai, Mut Mee Garden Guest House และ Royal Nakhara Hotel & Convention Centre Nongkhai
 
ในภาพรวม วัดเทพพลประดิษฐารามเป็นวัดที่มีคุณค่าทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปกรรม และชุมชน จุดเด่นของวัดไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตของพื้นที่ แต่คือการที่ศาสนสถานยังมีชีวิตอยู่ท่ามกลางโบราณสถานที่ได้รับการบูรณะและเสริมความมั่นคงแล้ว นักท่องเที่ยวจะได้เห็นเจดีย์ล้านช้างที่มีอิทธิพลล้านนาและอยุธยา เห็นชิ้นส่วนศิลปะเขมรที่กลับมาใช้ใหม่ เห็นพระพุทธรูปปางเปิดโลก เห็นวิหารร่วมสมัยที่ชุมชนสร้างขึ้นด้วยศรัทธา และเห็นศาลหลักเมืองเวียงคุกที่ย้ำความสำคัญของเมืองเก่าแห่งนี้
 
วัดเทพพลประดิษฐารามจึงควรอยู่ในเส้นทางของผู้ที่ต้องการเที่ยวหนองคายแบบลึกขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่สนใจเวียงคุก เมืองโบราณริมแม่น้ำโขง ศิลปะล้านช้าง ธาตุเจดีย์เก่า วัดชุมชน และประวัติศาสตร์ไทย-ลาว การมาเยือนวัดแห่งนี้ช่วยให้เข้าใจว่าหนองคายไม่ได้มีเพียงตลาดท่าเสด็จ วัดโพธิ์ชัย สะพานมิตรภาพไทย-ลาว หรือศาลาแก้วกู่เท่านั้น แต่ยังมีร่องรอยเมืองโบราณและศิลปกรรมสำคัญที่ยังอยู่ร่วมกับชีวิตประจำวันของชุมชนริมโขงอย่างงดงาม
 
ชื่อสถานที่วัดเทพพลประดิษฐาราม บ้านเวียงคุก หนองคาย
ชื่อภาษาอังกฤษWat Thepphon Pradittharam, Ban Wiang Khuk, Nong Khai
ชื่ออื่นวัดสิริเทพพล, วัดทุ่ง, วัดเทพพล
ที่ตั้งบ้านเวียงคุก ตำบลเวียงคุก อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย
ที่อยู่เลขที่ 4 ถนนแก้ววรวุฒิ หมู่ 2 บ้านเวียงคุก ตำบลเวียงคุก อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย 43000
พิกัด17.798059, 102.669288
ไฮไลต์วัดเก่าในเมืองโบราณเวียงคุก มีธาตุเจดีย์ล้านช้าง 2 องค์ พระพุทธรูปปางเปิดโลก เสมาจากชิ้นส่วนปราสาทหินเขมร วิหารหลวงพ่อใหญ่ ศาลหลักเมืองเวียงคุก และบ่อน้ำโบราณ
ประวัติ / สมัย / ยุคเกี่ยวข้องกับเมืองโบราณเวียงคุกซึ่งพบหลักฐานตั้งแต่สมัยทวารวดี เขมร ล้านช้าง และรัตนโกสินทร์ วัดขึ้นทะเบียนเมื่อ พ.ศ. 2460 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2553 โบราณสถานสำคัญกำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16–18 และพุทธศตวรรษที่ 21–22
ที่มาของชื่อเดิมชื่อวัดสิริเทพพลหรือวัดทุ่ง ต่อมารู้จักในชื่อวัดเทพพลประดิษฐาราม ซึ่งเป็นชื่อทางการปัจจุบันของวัด
ลักษณะเด่นทางศิลปะธาตุเจดีย์ทรงปราสาทแบบล้านช้าง ใช้ฐานบัวเข่าพรหม เรือนธาตุซ้อน 2 ชั้น ซุ้มจระนำตื้น องค์ระฆังหรือบัวเหลี่ยม ยอดทรงกรวยแหลม และผังย่อมุมไม้สิบสอง ได้รับอิทธิพลจากล้านนาและอยุธยา
สิ่งสำคัญภายในวัดธาตุเจดีย์หมายเลข 1 และ 2, พระพุทธรูปปูนปั้นปางเปิดโลก, เสมาจากชิ้นส่วนปราสาทหินเขมร, วิหารหลวงพ่อใหญ่, โบราณวัตถุจากการบูรณะธาตุ, อุโบสถ, ศาลหลักเมืองเวียงคุก, บ่อน้ำโบราณ และสระน้ำ
การเดินทางจากบริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ใช้ถนนแก้ววรวุฒิหรือทางหลวงหมายเลข 242 มุ่งหน้าไปทางตำบลเวียงคุกประมาณ 13.4 กม. พบซอยเข้าวัดทางซ้ายมือ แล้วเลี้ยวเข้าไปประมาณ 100 เมตรถึงวัด
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าสักการะและเยี่ยมชม เป็นวัดชุมชนและแหล่งโบราณคดีที่ยังคงใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกลานจอดรถ ลานวัด อุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ พื้นที่สักการะ ป้ายบรรยายข้อมูลด้านหน้าวิหาร และพื้นที่พักคอยพื้นฐานตามลักษณะวัดชุมชน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ1. โซนทางเข้าและลานจอดรถ
2. โซนอุโบสถ
3. โซนธาตุเจดีย์หมายเลข 1 ทางทิศเหนือของอุโบสถ
4. โซนธาตุเจดีย์หมายเลข 2 ทางทิศตะวันตกของอุโบสถ
5. โซนพระพุทธรูปปูนปั้นปางเปิดโลกในซุ้มจระนำ
6. โซนเสมาจากชิ้นส่วนปราสาทหินเขมร
7. โซนวิหารหลวงพ่อใหญ่และโบราณวัตถุ
8. โซนศาลหลักเมืองเวียงคุก
9. โซนบ่อน้ำโบราณและสระน้ำ
10. โซนกุฏิและพื้นที่สงฆ์
เจ้าอาวาส / ผู้ดูแลพระครูพิมลธรรมประดิษฐ์ เจ้าอาวาสวัดเทพพลประดิษฐาราม / โบราณสถานอยู่ในความดูแลของวัดเทพพลประดิษฐารามและกรมศิลปากร
เบอร์ติดต่อพื้นที่เทศบาลตำบลเวียงคุก โทร. 042-438145
เว็บไซต์ / แหล่งข้อมูลทางการฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีสำคัญในประเทศไทย, เทศบาลตำบลเวียงคุก, ฐานข้อมูลคณะสงฆ์, แหล่งข้อมูลท่องเที่ยวไทย
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. เมืองโบราณเวียงคุก ประมาณ 0.5 กม.
2. วัดยอดแก้ว ประมาณ 2 กม.
3. วัดสาวสุวรรณาราม ประมาณ 2 กม.
4. พระธาตุยาพ่อแก่ ประมาณ 3 กม.
5. วัดกุศลนารี ประมาณ 3 กม.
6. สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ประมาณ 14 กม.
7. วัดพระธาตุบังพวน ประมาณ 17 กม.
8. ตลาดท่าเสด็จ ประมาณ 21 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. The Bakehouse@VK เวียงคุก ประมาณ 2 กม. โทร. 080-060-5681
2. สายป่ากาแฟสด อินดี้ ณ เวียงคุก ประมาณ 2 กม. โทร. 095-663-3901
3. ร้านอาหารเวียงจันทร์ เวียงคุก ประมาณ 4 กม. โทร. 042-438-438
4. เวียงชัย ชาบู ชาบู ประมาณ 4 กม. โทร. 083-224-4799
5. Khong Cafe & Bistro Nongkhai ประมาณ 14 กม. โทร. 098-402-2971
6. Macky’s Riverside Kitchen ประมาณ 21 กม. โทร. 097-109-1022
ที่พักใกล้เคียง1. Panlaan Boutique Resort Nongkhai ประมาณ 15 กม. โทร. 080-408-7289, 042-412-878
2. Royal Jomanee Heritage Hotel ประมาณ 17 กม. โทร. 042-465-777
3. HOP INN Nong Khai ประมาณ 18 กม. โทร. 042-413-599
4. Amanta Hotel Nongkhai ประมาณ 20 กม. โทร. 042-412-899
5. Mut Mee Garden Guest House ประมาณ 21 กม. โทร. 042-460-717
6. Royal Nakhara Hotel & Convention Centre Nongkhai ประมาณ 21 กม. โทร. 042-422-889
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดเทพพลประดิษฐาราม บ้านเวียงคุก เปิดให้เข้าชมอยู่หรือไม่?
ตอบ: เปิดให้เข้าสักการะและเยี่ยมชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. เป็นวัดชุมชนและแหล่งโบราณคดีที่ยังคงใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
 
ถาม: วัดเทพพลประดิษฐารามเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถไหว้พระและเดินชมโบราณสถานภายในวัดได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียม
 
ถาม: วัดเทพพลประดิษฐารามมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าในเมืองโบราณเวียงคุก มีธาตุเจดีย์ล้านช้าง 2 องค์ โบราณวัตถุ เสมาจากชิ้นส่วนปราสาทหินเขมร และศาลหลักเมืองเวียงคุก จึงมีคุณค่าทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี
 
ถาม: จุดเด่นทางศิลปะของวัดคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือธาตุเจดีย์ทรงปราสาทแบบล้านช้าง ใช้ฐานบัวเข่าพรหม เรือนธาตุซ้อน 2 ชั้น ซุ้มจระนำตื้น องค์ระฆังหรือบัวเหลี่ยม และยอดทรงกรวยแหลม โดยได้รับอิทธิพลจากล้านนาและอยุธยา
 
ถาม: ภายในวัดควรชมจุดใดเป็นพิเศษ?
ตอบ: ควรชมธาตุเจดีย์หมายเลข 1 และ 2 พระพุทธรูปปูนปั้นปางเปิดโลก เสมาจากชิ้นส่วนปราสาทหินเขมร วิหารหลวงพ่อใหญ่ โบราณวัตถุหน้าและรอบวิหาร ศาลหลักเมืองเวียงคุก และบ่อน้ำโบราณ
 
ถาม: เดินทางไปวัดเทพพลประดิษฐารามอย่างไร?
ตอบ: จากบริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ใช้ถนนแก้ววรวุฒิหรือทางหลวงหมายเลข 242 มุ่งหน้าไปตำบลเวียงคุกประมาณ 13.4 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปอีกประมาณ 100 เมตรถึงวัด
 
ถาม: วัดเทพพลประดิษฐารามเหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือไม่?
ตอบ: เหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่สนใจประวัติศาสตร์ลุ่มน้ำโขง ศิลปะล้านช้าง ศิลปะเขมร วัดชุมชน และเมืองโบราณริมแม่น้ำโขงของจังหวัดหนองคาย
 
ถาม: เที่ยววัดเทพพลประดิษฐารามแล้วควรไปที่ไหนต่อ?
ตอบ: สามารถเที่ยวต่อที่วัดยอดแก้ว วัดสาวสุวรรณาราม พระธาตุยาพ่อแก่ วัดกุศลนารี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว วัดพระธาตุบังพวน และตลาดท่าเสด็จได้สะดวก

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดเทพพลประดิษฐาราม (บ้านเวียงคุก)

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(1)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(1)
วัด วัด(16)
มัสยิด มัสยิด(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(8)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(2)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(2)
น้ำตก น้ำตก(4)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(8)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)