หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย >อ.เมืองหนองคาย >ต.พระธาตุบังพวน > พระธาตุบังพวน
TL;DR: พระธาตุบังพวน อยู่ที่บ้านดอนหมู ตำบลพระธาตุบังพวน อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ องค์พระธาตุปัจจุบันเป็นรูปปรางค์สี่เหลี่ยมต่อกันเป็นบัวปากระฆัง ฐานทักษิณ 5 ชั้น กว้าง 17.20 เมตร สูงถึงยอดฉัตร 34.25 เมตร.
พระธาตุบังพวน

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 06.00 – 18.00 น.
พระธาตุบังพวน หนองคาย ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุบังพวน บ้านดอนหมู ตำบลพระธาตุบังพวน อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย เป็นพระธาตุเจดีย์เก่าแก่ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นหนึ่งในศาสนสถานสำคัญที่สุดของจังหวัดหนองคาย ผู้คนเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลมาอย่างยาวนาน เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะในฐานะเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งรวมประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ศิลปกรรมล้านช้าง คติพุทธศาสนา และความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคที่สัมพันธ์กับวิถีริมแม่น้ำโขงของชาวหนองคายอย่างลึกซึ้ง
พระธาตุบังพวนเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวหนองคายในมิติของศรัทธาและวัฒนธรรม ตัวองค์พระธาตุเป็นพระเจดีย์สำคัญที่ชาวหนองคายเคารพสักการะมาแต่โบราณ เดิมสร้างด้วยอิฐเผา มีลักษณะเป็นสถูปแบบอินเดียและมีรูปแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ก่อนที่องค์พระธาตุเดิมจะพังทลายลงในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2513 เนื่องจากฐานทรุด ต่อมาได้รับการบูรณะขึ้นใหม่โดยกรมศิลปากร ทำให้องค์พระธาตุในปัจจุบันยังคงเป็นศูนย์กลางของวัดและเป็นหลักฐานสำคัญของการดูแลรักษามรดกทางศาสนาในภาคอีสาน
จุดเด่นของวัดพระธาตุบังพวนอยู่ที่ความสมบูรณ์ของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์รอบองค์พระธาตุ ภายในวัดมีทั้งพระธาตุบังพวน สัตตมหาสถาน สระมุจลินท์หรือสระพญานาค พิพิธภัณฑ์พระธาตุบังพวน โบราณวัตถุ เศษหิน ใบเสมา ศิลาจารึก ซากโบสถ์โบราณ พระพุทธรูปศิลปะล้านช้าง และพื้นที่ประกอบศาสนกิจที่ชาวบ้านยังใช้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน การมาเยือนจึงไม่ได้เป็นเพียงการกราบไหว้พระธาตุ แต่เป็นการเดินผ่านชั้นประวัติศาสตร์ของเมืองหนองคายที่เชื่อมโยงพุทธศาสนา ศิลปะท้องถิ่น และความทรงจำของชุมชนเข้าด้วยกัน
องค์พระธาตุบังพวนปัจจุบันมีรูปทรงเป็นปรางค์สี่เหลี่ยมต่อกันเป็นบัวปากระฆัง มีฐานทักษิณ 5 ชั้น กว้าง 17.20 เมตร ชั้นที่ 6 เป็นรูประฆังคว่ำ ชั้นที่ 7 เป็นรูปดาวปลี และเหนือขึ้นไปเป็นที่ตั้งฉัตร รวมความสูงจากพื้นดินถึงยอดฉัตร 34.25 เมตร รูปลักษณ์ขององค์พระธาตุมีความสง่างามและมองเห็นเด่นชัดในบริเวณวัด สีขาวขององค์พระธาตุและส่วนยอดที่ประดับองค์ประกอบสีทองทำให้เกิดภาพที่สงบ สว่าง และเหมาะกับบรรยากาศของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
พระธาตุบังพวนมีความสำคัญในฐานะพระธาตุที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นแกนศรัทธาสำคัญของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดหนองคายและพื้นที่ใกล้เคียง ผู้คนเดินทางมากราบไหว้เพื่อระลึกถึงพระพุทธเจ้า ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล และร่วมทำบุญในวาระสำคัญต่าง ๆ ความเคารพที่มีต่อพระธาตุทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งแหล่งบุญและศูนย์รวมจิตใจของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวสายบุญ นักเรียน นักศึกษา หรือผู้สนใจประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในลุ่มน้ำโขง
วัดพระธาตุบังพวนตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลพระธาตุบังพวน อำเภอเมืองหนองคาย แม้อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 23 กิโลเมตร แต่เดินทางได้สะดวกเพราะเชื่อมกับทางหลวงหมายเลข 2 และทางหลวงหมายเลข 211 เส้นทางนี้เหมาะกับการจัดโปรแกรมเที่ยวแบบครึ่งวันหรือเต็มวัน โดยสามารถเดินทางจากตัวเมืองหนองคายไปสักการะพระธาตุ แล้วต่อไปยังสถานที่สำคัญอื่น ๆ เช่น วัดโพธิ์ชัย พระธาตุหล้าหนอง ตลาดท่าเสด็จ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 หรือศาลาแก้วกู่ได้ตามเวลาที่มี
บรรยากาศภายในวัดมีความสงบ ร่มรื่น และยังคงกลิ่นอายของวัดเก่าแก่ในชุมชนอีสาน พื้นที่รอบพระธาตุเหมาะกับการเดินชมอย่างช้า ๆ เพราะมีจุดน่าสนใจอยู่หลายตำแหน่ง ทั้งบริเวณองค์พระธาตุ ทางเดินโดยรอบ โบราณสถานที่กระจายอยู่ในเขตวัด สระพญานาค และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับสัตตมหาสถาน ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อเดินชมอย่างไม่เร่งรีบ กราบไหว้พระธาตุ ถ่ายภาพอย่างเหมาะสม และซึมซับความสงบของสถานที่
สัตตมหาสถานเป็นหนึ่งในคุณค่าที่โดดเด่นที่สุดของวัดพระธาตุบังพวน คำว่าสัตตมหาสถานหมายถึงสถานที่สำคัญ 7 แห่งในพุทธประวัติหลังจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วและเสด็จประทับเสวยวิมุติสุขแห่งละ 7 วัน ได้แก่ โพธิบัลลังก์ อนิมมิสเจดีย์ รัตนจงกรมเจดีย์ รัตนฆรเจดีย์ อชปาลนิโครธเจดีย์ มุจลินทเจดีย์ และราชายตนะเจดีย์ การมีสัตตมหาสถานอยู่ภายในวัดทำให้พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงวัดที่มีพระธาตุประธาน แต่ยังเป็นพื้นที่จำลองคติพุทธประวัติที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เส้นทางหลังการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าในเชิงสถานที่อย่างชัดเจน
ความพิเศษของสัตตมหาสถานที่วัดพระธาตุบังพวนอยู่ที่การคงเหลือของโบราณสถานทั้ง 7 แห่งในพื้นที่เดียวกัน จึงเป็นจุดที่ผู้สนใจประวัติศาสตร์พุทธศาสนาและโบราณคดีควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เมื่อเดินชมบริเวณนี้ ผู้มาเยือนจะเห็นว่าคติความเชื่อในพระพุทธศาสนาไม่ได้ถ่ายทอดผ่านพระพุทธรูปหรือเจดีย์เท่านั้น แต่ยังถ่ายทอดผ่านการจัดวางพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ทำหน้าที่เล่าเรื่องพุทธประวัติในรูปแบบของภูมิทัศน์ทางศาสนา
สระมุจลินท์หรือสระพญานาคเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญภายในวัด มีความเกี่ยวข้องกับตำนานพญานาคและความเชื่อเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์ของเมืองหนองคาย พื้นที่สระแห่งนี้ผูกพันกับเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาในท้องถิ่น และในสมัยโบราณเมื่อมีการแต่งตั้งเจ้าเมือง ก็จะนำน้ำจากสระนี้ไปใช้ในพิธีสรงเพื่อความเป็นสิริมงคล ความเชื่อนี้ทำให้สระพญานาคไม่ได้เป็นเพียงสระน้ำในวัด แต่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงศาสนา การปกครอง และคติความเชื่อของเมืองเข้าด้วยกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างพระธาตุบังพวนกับความเชื่อเรื่องพญานาคทำให้วัดแห่งนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวในบริบทของจังหวัดหนองคาย เมืองริมโขงแห่งนี้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพญานาคอยู่มาก ทั้งพระธาตุหล้าหนอง บั้งไฟพญานาค ความเชื่อเกี่ยวกับลำน้ำโขง และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง พระธาตุบังพวนจึงเป็นหนึ่งในจุดที่ช่วยสะท้อนความเชื่อเรื่องพญานาคในมิติที่เชื่อมกับพุทธศาสนาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณสระมุจลินท์ที่ผู้คนให้ความเคารพในฐานะพื้นที่มงคล
พิพิธภัณฑ์พระธาตุบังพวนและพื้นที่จัดเก็บโบราณวัตถุภายในวัดช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นร่องรอยของพระธาตุองค์เก่าและหลักฐานทางโบราณคดีที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ เช่น ซากเศษหิน ใบเสมา ศิลาจารึก และโบราณวัตถุอื่น ๆ สิ่งเหล่านี้มีคุณค่าเพราะช่วยเติมรายละเอียดให้การเดินชมวัดมีความหมายมากขึ้น ผู้มาเยือนไม่ได้เห็นเพียงองค์พระธาตุที่บูรณะแล้ว แต่ยังได้เห็นวัตถุพยานที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของสถานที่จากอดีตสู่ปัจจุบัน
ซากโบสถ์โบราณภายในวัดเป็นอีกจุดที่ควรสังเกตอย่างตั้งใจ แม้หลงเหลือเพียงแนวอิฐก่อในระดับไม่สูงมาก แต่กลับช่วยให้เห็นภาพของวัดในอดีตและการใช้พื้นที่ศาสนสถานในช่วงเวลาต่าง ๆ โบราณสถานเช่นนี้มีคุณค่าในตัวเอง เพราะไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านความสมบูรณ์เท่านั้น แต่ยังบอกเล่าผ่านร่องรอย การสูญสลาย และการคงอยู่ของสิ่งที่ผ่านกาลเวลามายาวนาน
พระพุทธรูปและศิลปกรรมล้านช้างภายในวัดช่วยสะท้อนความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างพื้นที่หนองคายกับลุ่มน้ำโขงและอาณาจักรล้านช้างในอดีต รูปแบบศิลปะที่ปรากฏในพระพุทธรูปและโบราณสถานต่าง ๆ ทำให้เห็นว่าหนองคายไม่ได้เป็นเพียงเมืองชายแดนในความหมายทางภูมิศาสตร์ แต่เป็นพื้นที่ที่รับส่งอิทธิพลทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมจากสองฝั่งโขงมาอย่างยาวนาน การเดินชมวัดจึงเป็นการอ่านประวัติศาสตร์ผ่านศิลปกรรมอย่างหนึ่ง
การพังทลายขององค์พระธาตุเดิมใน พ.ศ. 2513 เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้พระธาตุบังพวนกลายเป็นกรณีศึกษาของการอนุรักษ์โบราณสถานในประเทศไทย การบูรณะโดยกรมศิลปากรทำให้องค์พระธาตุกลับมาเป็นศูนย์กลางศรัทธาของชุมชนอีกครั้ง และยังช่วยให้คนรุ่นหลังได้เห็นความสำคัญของการดูแลรักษาโบราณสถานอย่างเป็นระบบ เพราะพระธาตุไม่ใช่เพียงสิ่งก่อสร้าง แต่เป็นพื้นที่รวมความทรงจำ ความศรัทธา และอัตลักษณ์ของชุมชน
งานนมัสการพระธาตุบังพวนจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 11 ค่ำ เดือนยี่ เป็นประเพณีสำคัญของชาวหนองคายที่มีผู้คนเดินทางมาร่วมทำบุญ กราบไหว้พระธาตุ และร่วมกิจกรรมทางศาสนาในบรรยากาศที่คึกคักกว่าช่วงปกติ งานนมัสการประจำปีนี้ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพระธาตุกับชุมชนอย่างชัดเจน เพราะพระธาตุบังพวนไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานที่มีคนเข้าชม แต่ยังเป็นศูนย์กลางของประเพณีที่สืบต่อในปฏิทินชีวิตของชาวบ้านและชาวหนองคาย
ในช่วงงานนมัสการ บริเวณวัดจะมีผู้ศรัทธามากกว่าวันทั่วไป ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ เตรียมเวลาเดินทางให้เพียงพอ และปฏิบัติตามระเบียบของวัดอย่างเคร่งครัด ส่วนผู้ที่ต้องการชมบรรยากาศเงียบสงบของโบราณสถาน ควรเลือกเดินทางในวันธรรมดาหรือช่วงเช้าที่คนไม่หนาแน่นมาก การเลือกเวลาให้เหมาะสมจะช่วยให้ได้รับประสบการณ์ที่ตรงกับวัตถุประสงค์ของการเดินทางมากที่สุด
พระธาตุบังพวนเหมาะกับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม ทั้งผู้ที่ต้องการไหว้พระขอพร ผู้สนใจพุทธประวัติ ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดี ผู้ชื่นชอบศิลปะล้านช้าง และครอบครัวที่ต้องการพาเด็กมาเรียนรู้วัดเก่าแก่ของหนองคาย ภายในพื้นที่เดียวมีทั้งองค์พระธาตุ โบราณสถาน สระศักดิ์สิทธิ์ พิพิธภัณฑ์ และเส้นทางเดินชมที่ไม่ซับซ้อน จึงเป็นสถานที่ที่ให้ทั้งความสงบ ความรู้ และความประทับใจในเวลาเดียวกัน
ผู้มาเยือนควรเริ่มจากการสักการะองค์พระธาตุบังพวนก่อน จากนั้นเดินชมบริเวณฐานพระธาตุเพื่อสังเกตรูปทรงและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม แล้วจึงต่อไปยังสัตตมหาสถาน สระมุจลินท์ และพื้นที่โบราณสถานอื่น ๆ การเดินชมตามลำดับเช่นนี้ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพระธาตุในฐานะศูนย์กลางกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โดยรอบอย่างเป็นระบบ และทำให้การเยี่ยมชมมีความต่อเนื่องมากกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงจุดเดียว
การถ่ายภาพภายในวัดควรทำด้วยความสำรวม บริเวณองค์พระธาตุและโบราณสถานหลายจุดเหมาะสำหรับการเก็บภาพ แต่ควรหลีกเลี่ยงการปีนป่าย แตะต้องโบราณวัตถุ หรือถ่ายภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสมกับศาสนสถาน หากมีพระสงฆ์หรือผู้มาปฏิบัติธรรมอยู่ในพื้นที่ ควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การเคารพสถานที่ช่วยให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมีคุณภาพและไม่รบกวนผู้ใช้พื้นที่จริง
ค่าเข้าชมพระธาตุบังพวนอยู่ที่ 20 บาท ตามข้อมูลการท่องเที่ยวของ ททท. ผู้มาเยือนควรเตรียมเงินสดติดตัวไว้สำหรับค่าเข้าชม ทำบุญ หรือร่วมบูรณะดูแลศาสนสถานตามกำลังศรัทธา ภายในบริเวณวัดมีพื้นที่จอดรถและพื้นที่ให้เดินชมหลายจุด การมาในช่วงเช้าจะช่วยให้เดินได้สบาย แสงเหมาะกับการถ่ายภาพ และอากาศไม่ร้อนมาก โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวหนองคายโดยรวม
ด้านอาหารและร้านค้า บริเวณหน้าวัดและเส้นทางใกล้เคียงมีร้านค้าและร้านอาหารท้องถิ่นบางส่วนให้บริการ ส่วนผู้ที่ต้องการร้านอาหารชื่อดังหรือร้านที่มีตัวเลือกหลากหลายสามารถเดินทางต่อเข้าไปยังตัวเมืองหนองคาย ซึ่งมีทั้งร้านอาหารอีสาน ร้านอาหารเวียดนาม ร้านริมโขง คาเฟ่ และร้านอาหารสำหรับครอบครัว การจัดเวลารับประทานอาหารหลังจากไหว้พระธาตุแล้วเดินทางกลับตัวเมืองเป็นเส้นทางที่สะดวกและเหมาะกับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่
ที่พักใกล้พระธาตุบังพวนมีตัวเลือกกระจายอยู่ทั้งในพื้นที่อำเภอเมืองหนองคายและตัวเมือง หากต้องการความสะดวกด้านร้านอาหาร ตลาด และแหล่งท่องเที่ยวหลัก ควรเลือกพักในตัวเมืองหนองคาย เพราะสามารถเดินทางต่อไปยังวัดโพธิ์ชัย ตลาดท่าเสด็จ ริมโขง และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ได้ง่าย ส่วนผู้ที่ต้องการแวะพระธาตุบังพวนในเส้นทางไปท่าบ่อหรือเที่ยวตามแนวทางหลวงหมายเลข 211 สามารถจัดเส้นทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวได้สะดวกกว่า
ตำแหน่งของพระธาตุบังพวนบนเส้นทางจากหนองคายไปท่าบ่อทำให้สามารถต่อยอดการเดินทางได้หลายรูปแบบ หากต้องการเที่ยวสายบุญ สามารถจัดร่วมกับวัดโพธิ์ชัย พระธาตุหล้าหนอง และวัดศรีชมภูองค์ตื้อ หากต้องการเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สามารถต่อไปตลาดท่าเสด็จและศาลาแก้วกู่ หากต้องการชมภูมิทัศน์แม่น้ำโขงและชายแดนไทย-ลาว สามารถแวะสะพานมิตรภาพไทย-ลาวและพื้นที่ริมโขงในตัวเมืองได้ในวันเดียวกัน
สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว เส้นทางมาตรฐานคือออกจากตัวเมืองหนองคาย ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 สายหนองคาย-อุดรธานี ประมาณ 11 กิโลเมตร จากนั้นแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 211 เส้นทางไปท่าบ่อ ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 10 วัดจะอยู่ด้านขวามือ เส้นทางนี้เป็นถนนหลัก ใช้งานสะดวก และเหมาะกับการเดินทางแบบครอบครัว ผู้ที่ใช้ระบบนำทางควรระบุชื่อวัดพระธาตุบังพวนหรือพระธาตุบังพวน จังหวัดหนองคาย เพื่อให้ปลายทางถูกต้อง
การเดินทาง จากตัวเมืองหนองคายไปพระธาตุบังพวนมีระยะทางประมาณ 23 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 แล้วต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 211 ตามเส้นทางหนองคาย-ท่าบ่อ หากเดินทางจากสถานีรถไฟหนองคายสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัว รถเช่า หรือรถรับจ้างเข้าสู่ถนนมิตรภาพแล้วต่อไปยังทางหลวงหมายเลข 211 ได้ หากเดินทางจากจังหวัดอุดรธานีสามารถใช้ถนนมิตรภาพมุ่งหน้าหนองคาย แล้วเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางไปท่าบ่อก่อนถึงตัวเมืองชั้นใน การเดินทางสะดวกที่สุดคือรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะสามารถแวะสถานที่ใกล้เคียงได้หลายแห่งในวันเดียว
เวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะอากาศไม่ร้อนมากและแสงเหมาะกับการชมองค์พระธาตุ หากเดินทางในฤดูฝนควรเตรียมร่มหรือเสื้อกันฝน ส่วนช่วงงานนมัสการประจำปีควรเผื่อเวลาเดินทางและที่จอดรถมากกว่าปกติ นักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบควรหลีกเลี่ยงช่วงงานใหญ่ แต่ผู้ที่ต้องการเห็นพลังศรัทธาของชุมชนควรมาในช่วงงานนมัสการพระธาตุซึ่งเป็นบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาและสะท้อนความผูกพันของชาวหนองคายกับพระธาตุบังพวนได้อย่างชัดเจน
ในภาพรวม พระธาตุบังพวนเป็นสถานที่ที่ควรอยู่ในเส้นทางเที่ยวหนองคายของผู้ที่สนใจวัดเก่าแก่ พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ และมรดกวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง ความโดดเด่นของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่การรวมองค์พระธาตุ โบราณสถาน สัตตมหาสถาน สระพญานาค ประเพณีงานนมัสการ และร่องรอยศิลปะล้านช้างไว้ในวัดเดียวกัน การมาเยือนจึงให้ทั้งความสงบทางใจ ความรู้ทางประวัติศาสตร์ และภาพจำของจังหวัดหนองคายในมุมที่ลึกกว่าแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป
| ชื่อสถานที่ | พระธาตุบังพวน / วัดพระธาตุบังพวน |
| ที่ตั้ง | บ้านดอนหมู ตำบลพระธาตุบังพวน อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย |
| ที่อยู่ | เลขที่ 172 หมู่ 3 ตำบลพระธาตุบังพวน อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย 43100 |
| ไฮไลต์ | พระธาตุเจดีย์เก่าแก่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สัตตมหาสถานครบ 7 แห่ง สระมุจลินท์หรือสระพญานาค และโบราณสถานสำคัญของหนองคาย |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | องค์พระธาตุเดิมเป็นเจดีย์อิฐเผาแบบท้องถิ่น พังทลายลงเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2513 เนื่องจากฐานทรุด และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่โดยกรมศิลปากร |
| ลักษณะเด่น | องค์พระธาตุปัจจุบันเป็นรูปปรางค์สี่เหลี่ยมต่อกันเป็นบัวปากระฆัง ฐานทักษิณ 5 ชั้น กว้าง 17.20 เมตร สูงถึงยอดฉัตร 34.25 เมตร |
| สิ่งสำคัญภายในวัด | พระธาตุบังพวน สัตตมหาสถาน สระมุจลินท์หรือสระพญานาค พิพิธภัณฑ์พระธาตุบังพวน โบราณวัตถุ ใบเสมา ศิลาจารึก พระพุทธรูปศิลปะล้านช้าง และซากโบสถ์โบราณ |
| ประเพณี / งานประจำปี | งานนมัสการพระธาตุบังพวน จัดขึ้นในวันขึ้น 11 ค่ำ เดือนยี่ ของทุกปี |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. องค์พระธาตุบังพวน 2. สัตตมหาสถาน 3. สระมุจลินท์ / สระพญานาค 4. พิพิธภัณฑ์พระธาตุบังพวน 5. กลุ่มโบราณสถานและซากโบสถ์โบราณ 6. พื้นที่พระพุทธรูปและโบราณวัตถุศิลปะล้านช้าง |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระครูภาวนาเจติยาภิบาล (ทวี มหาวีโร) |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองหนองคายใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ประมาณ 11 กม. แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 211 เส้นทางไปท่าบ่อ ถึงกิโลเมตรที่ 10 วัดอยู่ด้านขวามือ รวมระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 23 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชมและสักการะเป็นปกติ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 06.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้าชม | 20 บาท |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 081-369-5744 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ประมาณ 18 กม. 2. วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง ประมาณ 23 กม. โทร. 084-796-9143 3. พระธาตุหล้าหนอง ประมาณ 24 กม. 4. ตลาดท่าเสด็จ ประมาณ 25 กม. 5. ศาลาแก้วกู่ ประมาณ 31 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. แซบหล้า ประมาณ 21 กม. โทร. 087-430-5885 2. ครัวคูณเก้า ประมาณ 23 กม. โทร. 042-412-439 3. Macky’s Riverside Kitchen ประมาณ 25 กม. โทร. 097-109-1022 4. แดงแหนมเนือง หนองคาย ประมาณ 25 กม. โทร. 042-411-961 5. Khong Cafe & Bistro Nongkhai ประมาณ 26 กม. โทร. 098-402-2971 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Crystal Nongkhai Hotel ประมาณ 22 กม. โทร. 042-464-678 2. Park & Pool Resort ประมาณ 23 กม. 3. HOP INN Nong Khai ประมาณ 24 กม. โทร. 042-413-599 4. Amanta Hotel Nongkhai ประมาณ 25 กม. โทร. 042-412-899 5. White Inn Nongkhai Hotel ประมาณ 25 กม. โทร. 042-422-666 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระธาตุบังพวนอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พระธาตุบังพวนตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุบังพวน บ้านดอนหมู ตำบลพระธาตุบังพวน อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย
ถาม: พระธาตุบังพวนเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
ถาม: พระธาตุบังพวนมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: มีค่าเข้าชม 20 บาท
ถาม: พระธาตุบังพวนสำคัญอย่างไร?
ตอบ: เป็นพระธาตุเจดีย์เก่าแก่ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวหนองคาย และมีโบราณสถานสำคัญหลายแห่งภายในวัด
ถาม: สัตตมหาสถานที่วัดพระธาตุบังพวนคืออะไร?
ตอบ: สัตตมหาสถานคือสถานที่สำคัญ 7 แห่งในพุทธประวัติหลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้และเสวยวิมุติสุขแห่งละ 7 วัน โดยวัดพระธาตุบังพวนยังคงมีโบราณสถานกลุ่มนี้ให้ชมภายในวัด
ถาม: งานนมัสการพระธาตุบังพวนจัดเมื่อใด?
ตอบ: งานนมัสการพระธาตุบังพวนจัดขึ้นในวันขึ้น 11 ค่ำ เดือนยี่ ของทุกปี
ถาม: เดินทางไปพระธาตุบังพวนจากตัวเมืองหนองคายอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 สายหนองคาย-อุดรธานี ประมาณ 11 กม. แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 211 เส้นทางไปท่าบ่อ ถึงกิโลเมตรที่ 10 วัดอยู่ด้านขวามือ
ถาม: ควรเที่ยวพระธาตุบังพวนร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 วัดโพธิ์ชัย พระธาตุหล้าหนอง ตลาดท่าเสด็จ และศาลาแก้วกู่ได้
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




