หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดหนองบัวลำภู >อ.โนนสัง >ต.กุดดู่ > อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ
TL;DR: อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ อยู่ที่ตำบลบ้านค้อ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู และพื้นที่ต่อเนื่องบริเวณอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นอุทยานแห่งชาติสำคัญของภาคอีสานตอนบนที่รวมความงามของภูเขาหินทราย ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ จุดชมวิว โบราณคดีถ้ำ ภาพเขียนสี ร่องรอยก่อนประวัติศาสตร์ และเส้นทางธรรมชาติไว้ในพื้นที่เดียว อุทยานแห่งนี้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2528 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 50 ของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 201,250 ไร่ หรือ 322 ตารางกิโลเมตร ในเขตจังหวัดหนองบัวลำภู ขอนแก่น และพื้นที่ต่อเนื่องใกล้เคียง โดยมีที่ทำการอุทยานอยู่บริเวณภูพานคำ ริมทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ ในเขตอำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู เชื่อมต่อกับเส้นทางอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่นได้สะดวก
จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำอยู่ที่การแบ่งพื้นที่ท่องเที่ยวออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือฝั่งภูพานคำและฝั่งภูเก้า ฝั่งภูพานคำเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวเข้าถึงง่ายที่สุด เพราะอยู่ใกล้เขื่อนอุบลรัตน์และที่ทำการอุทยาน มีภูมิทัศน์ริมอ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่ มองเห็นผืนน้ำสลับแนวเขาในมุมกว้าง โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงพระอาทิตย์สะท้อนบนทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ ทำให้พื้นที่นี้เป็นจุดพักผ่อน ถ่ายภาพ กางเต็นท์ และชมวิวที่ได้รับความนิยม ส่วนฝั่งภูเก้าเป็นกลุ่มภูเขาหินทรายที่มีลักษณะซับซ้อน เต็มไปด้วยถ้ำ ลานหิน แหล่งโบราณคดี จุดชมวิว และร่องรอยทางวัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และการเดินทางเชิงสำรวจมากขึ้น
คำว่า “ภูเก้า” สัมพันธ์กับกลุ่มภูเขา 9 ลูก ได้แก่ ภูฝาง ภูขุมปูน ภูหัน ภูเมย ภูค้อหม้อ ภูชั้น ภูเพราะ ภูลวก และภูวัด ลักษณะภูมิประเทศของภูเก้าเป็นกลุ่มภูเขาหินทรายและลานหินขนาดใหญ่ที่มีความสลับซับซ้อน มีทั้งแนวผา ถ้ำ เพิงหิน ลานหินลาด และหินรูปทรงแปลกตา บางพื้นที่มีลักษณะคล้ายปราสาทหินธรรมชาติ บางพื้นที่เป็นเพิงผาที่เหมาะแก่การพักอาศัยของมนุษย์ในอดีต จึงพบภาพเขียนสี ภาพสลัก และร่องรอยทางโบราณคดีในหลายจุด ความสำคัญของภูเก้าจึงไม่ได้อยู่เพียงความงามของธรรมชาติ แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในภาคอีสานด้วย
ส่วน “ภูพานคำ” เป็นทิวเขาด้านตะวันออกของลุ่มน้ำพองและเป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาภูพาน พื้นที่ด้านนี้มีทิวทัศน์สวยงามของทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งเกิดจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เหนือเขื่อน เมื่อนักท่องเที่ยวขึ้นไปยังจุดชมวิวจะเห็นผืนน้ำกว้าง แนวภูเขา เกาะแก่ง และชุมชนรอบอ่างเก็บน้ำในมุมสูง บรรยากาศมีความพิเศษมากในช่วงเช้าและช่วงเย็น เพราะแสงธรรมชาติทำให้สันเขาและผืนน้ำมีมิติที่ต่างกัน ฝั่งภูพานคำจึงเหมาะกับการถ่ายภาพ พักผ่อน กางเต็นท์ และนั่งชมวิวแบบไม่เร่งรีบ
พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำมีความหลากหลายทางธรรมชาติอย่างมาก ป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรังซึ่งพบมากในภาคอีสาน มีต้นไม้ที่ทนแล้งและเติบโตได้ดีบนดินลูกรังหรือพื้นที่หินทราย ป่าเต็งรังจะมีเสน่ห์เฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาวและฤดูหนาว เพราะใบไม้บางชนิดเริ่มเปลี่ยนสีและผลัดใบ ทำให้เกิดภาพทิวเขาและป่าโปร่งในบรรยากาศอบอุ่นแบบอีสาน นอกจากนี้ยังมีป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งบางส่วนบริเวณร่องน้ำ หุบเขา และพื้นที่ที่มีความชื้นมากกว่า ความแตกต่างของสังคมพืชทำให้อุทยานแห่งนี้มีทั้งพื้นที่โปร่ง พื้นที่ร่ม และพื้นที่ชุ่มชื้นในบางจุด เหมาะกับการศึกษาธรรมชาติและการถ่ายภาพพรรณไม้
ในด้านธรณีวิทยา อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจมาก เพราะภูเขาหินทรายและลานหินในบริเวณนี้สะท้อนกระบวนการทางธรรมชาติที่ยาวนาน หินจำนวนมากถูกกัดเซาะโดยลม น้ำ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจนเกิดเป็นรูปร่างแปลกตา บางก้อนวางซ้อนกันคล้ายประติมากรรมธรรมชาติ บางลานมีผิวหินกว้างและลวดลายจากการกัดเซาะ จุดอย่างเสาหินหามต่างหรือหามตั้งจึงเป็นตัวอย่างเด่นของความงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้นโดยไม่ต้องปรุงแต่ง นักท่องเที่ยวที่สนใจภูมิประเทศแบบหินทรายจะพบว่าอุทยานแห่งนี้มีรายละเอียดให้สังเกตมากกว่าการมาชมวิวทั่วไป
จุดชมวิวช่องเขาขาดเป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้ฝั่งภูพานคำโดดเด่น นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ได้กว้างไกล บรรยากาศให้ความรู้สึกคล้ายยืนอยู่ริมทะเลสาบขนาดใหญ่กลางขุนเขา ผืนน้ำที่ทอดยาวไปไกลสุดสายตาตัดกับแนวป่าและภูเขา ทำให้ช่องเขาขาดเป็นจุดชมวิวที่เหมาะกับการถ่ายภาพทิวทัศน์ การชมพระอาทิตย์ตก และการพักใจในช่วงเย็น หากวันฟ้าเปิดจะเห็นมิติของแสง เงา และสีของน้ำอย่างชัดเจน เป็นหนึ่งในมุมที่ช่วยอธิบายได้ดีที่สุดว่าทำไมภูพานคำจึงเป็นพื้นที่พักผ่อนสำคัญของอุทยานแห่งนี้
นอกจากจุดชมวิวริมเขื่อนแล้ว ฝั่งภูเก้ายังมีสถานที่สำคัญที่เชื่อมโยงธรรมชาติกับตำนานท้องถิ่น เช่น วัดพระพุทธบาทภูเก้า ซึ่งเป็นสถานที่ศรัทธาที่เกี่ยวข้องกับรอยพระพุทธบาท รอยเท้านายพราน และรอยตีนหมาที่ปรากฏบนลานหิน เรื่องเล่าพื้นบ้านเรื่องพระสุพรหมวิโมขากับหมาเก้าหางทำให้สถานที่แห่งนี้มีมิติทางความเชื่อควบคู่กับความสำคัญทางภูมิประเทศและโบราณคดี นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจึงไม่ได้เห็นเพียงรอยบนหิน แต่ยังได้สัมผัสการตีความธรรมชาติผ่านเรื่องเล่าของผู้คนในพื้นที่
ถ้ำและเพิงผาในเขตภูเก้าเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เช่น ถ้ำมึ้ม ถ้ำอาจารย์สิม ถ้ำเสือตก ถ้ำพลาไฮ ถ้ำจันได และแหล่งภาพเขียนสีตามผนังถ้ำหลายแห่ง ภาพเขียนสีและภาพสลักเหล่านี้สะท้อนการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีต และเชื่อมโยงกับภาพรวมของวัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ในภาคอีสาน นักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์สามารถใช้พื้นที่เหล่านี้เป็นห้องเรียนกลางแจ้ง เพื่อทำความเข้าใจว่ามนุษย์ในอดีตเลือกใช้ถ้ำ เพิงผา และลานหินเป็นพื้นที่อยู่อาศัย พักพิง หรือประกอบกิจกรรมทางสังคมอย่างไร
หอสวรรค์เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงในบริเวณภูเก้า มีลักษณะเป็นจุดชมทิวทัศน์บนก้อนหินขนาดใหญ่ริมหน้าผา บางส่วนมีศาลาหรือจุดพักให้ชมวิวจากมุมสูง ความงามของหอสวรรค์อยู่ที่ความรู้สึกของการยืนอยู่บนลานหินท่ามกลางป่าและท้องฟ้า เมื่อมองออกไปจะเห็นทิวทัศน์ของผืนป่าและภูมิประเทศโดยรอบอย่างกว้างขวาง จุดนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบภาพวิวธรรมชาติและต้องการสัมผัสบรรยากาศของลานหินสูงแบบอีสาน
น้ำตกตาดฟ้าเป็นแหล่งธรรมชาติอีกแห่งในพื้นที่อุทยาน มีลักษณะเป็นน้ำตกขนาดเล็กที่ไหลมาตามลำธารท่ามกลางป่า ก่อนตกลงมาตามชั้นหินสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง แม้จะไม่ใช่น้ำตกขนาดใหญ่ แต่มีเสน่ห์จากความเป็นธรรมชาติ ความเงียบ และบรรยากาศของป่าเบญจพรรณโดยรอบ ช่วงที่มีน้ำเหมาะสมจะให้ภาพสายน้ำไหลผ่านชั้นหินอย่างสวยงาม ส่วนช่วงหน้าแล้งอาจมีน้ำน้อยลงตามฤดูกาล นักท่องเที่ยวควรวางแผนตามสภาพอากาศและสอบถามข้อมูลจากอุทยานก่อนเดินทางไปยังจุดที่ต้องใช้เส้นทางธรรมชาติ
พื้นที่ทำการอุทยานบริเวณภูพานคำมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอุทยาน นักท่องเที่ยวสามารถใช้พื้นที่นี้เป็นจุดเริ่มต้นในการสอบถามข้อมูล เส้นทาง จุดชมวิว การกางเต็นท์ บ้านพัก และเงื่อนไขการเข้าชมพื้นที่ต่าง ๆ บริเวณใกล้ที่ทำการมีทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ที่สวยงาม เหมาะกับการพักผ่อนแบบไม่ต้องเดินไกล สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการค้างคืน อุทยานมีพื้นที่กางเต็นท์และบ้านพักบางส่วนรองรับ โดยควรติดต่อสอบถามล่วงหน้าเพราะจำนวนที่พักมีจำกัดและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล
การท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำเหมาะกับหลายกลุ่ม นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติจะชอบป่า ลานหิน ทะเลสาบ และจุดชมวิว นักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์จะสนใจถ้ำ ภาพเขียนสี รอยสลัก และร่องรอยก่อนประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวสายครอบครัวสามารถเลือกเที่ยวฝั่งภูพานคำซึ่งเข้าถึงง่ายกว่า ส่วนผู้ที่ชอบเส้นทางเชิงสำรวจสามารถวางแผนเข้าไปยังฝั่งภูเก้าที่มีจุดท่องเที่ยวกระจายหลายแห่ง การเลือกเส้นทางจึงควรดูเวลา สภาพถนน สภาพอากาศ และความพร้อมของผู้ร่วมเดินทาง
ฤดูกาลที่เหมาะกับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำคือช่วงปลายฝนต้นหนาวถึงฤดูหนาว เพราะอากาศเย็นลง ป่าเขียวหลังฤดูฝน ทะเลสาบมีน้ำเต็ม และทิวทัศน์รอบเขื่อนอุบลรัตน์สวยงามมาก ช่วงฤดูฝนป่าและน้ำตกจะมีชีวิตชีวา แต่บางเส้นทางอาจลื่นหรือเดินทางยากขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางลูกรังและพื้นที่ลานหิน ส่วนช่วงฤดูแล้งแม้บางพื้นที่มีความแห้งแล้งมากขึ้น แต่ท้องฟ้ามักโปร่ง เหมาะกับการชมวิว ถ่ายภาพ และเดินทางริมเขื่อนในช่วงเช้าหรือเย็น
สำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายภาพ อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำมีมุมหลากหลายมาก ช่วงเช้าเหมาะกับการถ่ายภาพแสงนุ่มบริเวณริมทะเลสาบ จุดกางเต็นท์ และแนวเขารอบอ่างเก็บน้ำ ช่วงเย็นเหมาะกับการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกที่ฝั่งภูพานคำและช่องเขาขาด ส่วนฝั่งภูเก้าเหมาะกับภาพลานหิน หอสวรรค์ เสาหินหามต่าง ถ้ำ และภาพบรรยากาศป่าเต็งรัง นักท่องเที่ยวควรเตรียมรองเท้าที่เหมาะกับพื้นหินและเส้นทางธรรมชาติ เพราะหลายจุดต้องเดินบนพื้นไม่เรียบ
กิจกรรมที่นิยมในอุทยาน ได้แก่ การชมวิวเขื่อนอุบลรัตน์ การถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก การเดินชมธรรมชาติ การศึกษาร่องรอยโบราณคดี การกางเต็นท์ การพักแรมในพื้นที่ที่กำหนด การแวะชมลานหิน และการเที่ยวเชื่อมโยงกับสถานที่รอบอ่างเก็บน้ำ เช่น เขื่อนอุบลรัตน์ วัดพระพุทธบาทภูพานคำ บางแสน 2 และหาดโนนยาว นักท่องเที่ยวที่มีเวลา 1 วันควรเลือกเที่ยวเฉพาะฝั่งภูพานคำและสถานที่ใกล้เคียง ส่วนผู้ที่ต้องการเก็บรายละเอียดทั้งภูเก้าและภูพานคำควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2 วัน
การเดินทางจากจังหวัดขอนแก่นสามารถใช้เส้นทางขอนแก่น – เขื่อนอุบลรัตน์ จากนั้นต่อด้วยเส้นทางอุบลรัตน์ – โนนสัง ระยะทางจากเขื่อนอุบลรัตน์ไปยังที่ทำการอุทยานประมาณ 7 กม. หรือหากเดินทางด้วยรถโดยสาร สามารถขึ้นรถโดยสารสายเขื่อนอุบลรัตน์ – โนนสังบริเวณตลาดอำเภออุบลรัตน์ได้ ส่วนผู้ที่เดินทางจากจังหวัดหนองบัวลำภูให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 2146 สายหนองบัวลำภู – โนนสัง ระยะทางประมาณ 40 กม. ถึงสามแยกบ้านโสกจาน จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางบ้านโสกจาน – เขื่อนอุบลรัตน์อีกประมาณ 14 กม. จึงถึงที่ทำการอุทยาน
การใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสถานที่ท่องเที่ยวภายในอุทยานกระจายตัวอยู่หลายจุด และบางเส้นทางต้องใช้เวลาเดินทางมากกว่าที่คาดไว้ หากตั้งใจเที่ยวฝั่งภูเก้า ควรตรวจสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะในฤดูฝนที่ถนนบางช่วงอาจมีดินลื่น น้ำกัดเซาะ หรือพื้นหินเปียก หากต้องเดินทางไปจุดที่เป็นเส้นทางลูกรังหรือพื้นที่ห่างจากที่ทำการอุทยาน ควรใช้รถที่เหมาะสมและสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง
นักท่องเที่ยวที่ต้องการกางเต็นท์ควรเตรียมอุปกรณ์ให้ครบ เช่น เต็นท์ แผ่นรองนอน ถุงนอน ไฟฉาย เสื้อกันหนาวในฤดูหนาว ยากันยุง และถุงขยะส่วนตัว พื้นที่ริมอ่างเก็บน้ำมีบรรยากาศดีโดยเฉพาะช่วงเย็นและช่วงเช้า แต่สภาพอากาศอาจเปลี่ยนเร็ว ลมบริเวณทะเลสาบอาจแรงในบางวัน และกลางคืนอาจเย็นกว่าที่คาด การพักแรมในอุทยานควรปฏิบัติตามกฎของเจ้าหน้าที่ ไม่ก่อไฟในพื้นที่ห้าม ไม่ส่งเสียงดัง และเก็บขยะออกจากพื้นที่ทุกครั้ง
ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญเมื่อต้องเที่ยวพื้นที่หินทราย จุดชมวิว และถ้ำต่าง ๆ นักท่องเที่ยวไม่ควรปีนป่ายหินในจุดเสี่ยง ไม่เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด ไม่เข้าไปในถ้ำโดยไม่มีข้อมูลหรือผู้รู้เส้นทาง และไม่สัมผัสหรือขีดเขียนภาพเขียนสีหรือร่องรอยโบราณคดี เพราะหลักฐานเหล่านี้มีคุณค่าและเปราะบาง การท่องเที่ยวอย่างระมัดระวังช่วยรักษาทั้งความปลอดภัยของผู้มาเยือนและคุณค่าของแหล่งมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม
สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ฝั่งภูพานคำเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่าเพราะเดินทางสะดวกและมีจุดชมวิวที่เข้าถึงง่าย เด็กสามารถเรียนรู้เรื่องทะเลสาบ เขื่อน ภูเขา ป่า และหินธรรมชาติได้จากสถานที่จริง ผู้ปกครองควรดูแลเด็กใกล้ชิดบริเวณลานหิน จุดชมวิว และริมผืนน้ำ ส่วนครอบครัวที่ต้องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพิ่มเติมสามารถวางแผนไปยังจุดภาพเขียนสีหรือถ้ำที่เข้าถึงได้ โดยควรเลือกเส้นทางที่ปลอดภัยและเหมาะกับวัยของเด็ก
สำหรับชาวต่างชาติ อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำเป็นจุดหมายที่ช่วยให้เข้าใจภูมิทัศน์อีสานในมิติที่แตกต่างจากภาพจำทั่วไปของประเทศไทย ที่นี่ไม่มีทะเลแบบภาคใต้และไม่มีภูเขาสูงแบบภาคเหนือ แต่มีทะเลสาบเหนือเขื่อนขนาดใหญ่ ป่าเต็งรัง ลานหินทราย ถ้ำโบราณ และร่องรอยมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สะท้อนความเก่าแก่ของดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การมาเยือนจึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเห็นประเทศไทยในมุมธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และชุมชนท้องถิ่นมากกว่าการเที่ยวเมืองหลักเพียงอย่างเดียว
บริเวณรอบอุทยานยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเชื่อมต่อกันได้หลายแห่ง เช่น เขื่อนอุบลรัตน์ บางแสน 2 หาดโนนยาว วัดพระพุทธบาทภูพานคำ วัดถ้ำกลองเพล และแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอโนนสัง หากเดินทางจากฝั่งขอนแก่นสามารถเที่ยวอุทยานร่วมกับเขื่อนอุบลรัตน์และร้านอาหารริมเขื่อนได้สะดวก หากเดินทางจากฝั่งหนองบัวลำภูสามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดถ้ำกลองเพล พิพิธภัณฑ์หอยหิน 150 ล้านปี และตัวเมืองหนองบัวลำภูได้ในทริปเดียว
ค่าเข้าชมอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำอยู่ในอัตราของอุทยานแห่งชาติกลุ่มที่ 1 คือชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท และมีค่าธรรมเนียมยานพาหนะตามประเภทเมื่อใช้บริการภายในพื้นที่อุทยาน การเตรียมเงินสดติดตัวไว้ช่วยให้การเข้าชมสะดวกขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเดินทางเป็นครอบครัวหรือเดินทางเป็นกลุ่ม
สิ่งที่ทำให้อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำควรค่าแก่การเดินทางคือความครบขององค์ประกอบในพื้นที่เดียว ที่นี่มีทั้งภูเขา ป่า ถ้ำ ลานหิน ทะเลสาบ จุดชมวิว โบราณคดี ศาสนสถาน ตำนานท้องถิ่น และพื้นที่พักแรม ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกประสบการณ์ได้ตามความสนใจ ไม่ว่าจะมาเพื่อพักผ่อนริมเขื่อน มาเพื่อถ่ายภาพ มาเพื่อเรียนรู้ภาพเขียนสี มาเพื่อกางเต็นท์ หรือมาเพื่อเชื่อมต่อเส้นทางท่องเที่ยวหนองบัวลำภูและขอนแก่น
การเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำควรให้เวลากับสถานที่มากพอ ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงจุดแวะถ่ายรูปริมเขื่อน เพราะหากมองลึกลงไป อุทยานแห่งนี้คือพื้นที่ที่รวมเรื่องราวของภูมิประเทศอีสาน ประวัติศาสตร์ก่อนประวัติศาสตร์ ความเชื่อท้องถิ่น การอนุรักษ์ป่า และวิถีท่องเที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติไว้ด้วยกัน ทุกจุดในพื้นที่มีความหมายของตัวเอง ตั้งแต่ทะเลสาบเหนือเขื่อนที่เป็นภาพจำของภูพานคำ ไปจนถึงภาพเขียนสีในถ้ำที่บอกเล่าการมีอยู่ของผู้คนในอดีต
การเดินทาง จากขอนแก่น ใช้เส้นทางขอนแก่น – เขื่อนอุบลรัตน์ แล้วต่อเส้นทางอุบลรัตน์ – โนนสังประมาณ 7 กม. ถึงที่ทำการอุทยาน หรือขึ้นรถโดยสารสายเขื่อนอุบลรัตน์ – โนนสังจากตลาดอำเภออุบลรัตน์ ส่วนจากหนองบัวลำภู ใช้ทางหลวงหมายเลข 2146 สายหนองบัวลำภู – โนนสังประมาณ 40 กม. ถึงสามแยกบ้านโสกจาน จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางบ้านโสกจาน – เขื่อนอุบลรัตน์ประมาณ 14 กม. จึงถึงที่ทำการอุทยาน การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะจุดชมวิว ช่องเขาขาด พื้นที่กางเต็นท์ เขื่อนอุบลรัตน์ และสถานที่ใกล้เคียงได้ตามแผน
โดยสรุป อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของจังหวัดหนองบัวลำภูและพื้นที่รอยต่อขอนแก่น จุดเด่นคือการมีทั้งฝั่งภูพานคำที่ชมวิวทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ได้งดงาม และฝั่งภูเก้าที่มีภูเขาหินทราย 9 ลูก ถ้ำ ลานหิน ภาพเขียนสี ร่องรอยก่อนประวัติศาสตร์ และจุดชมวิวธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวได้ทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น. เหมาะกับทั้งการเที่ยวแบบครอบครัว การกางเต็นท์ การถ่ายภาพ การศึกษาธรรมชาติ และการเดินทางเชิงวัฒนธรรมในภาคอีสานตอนบน
| ชื่อสถานที่ | อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ |
| ที่ตั้ง | ตำบลบ้านค้อ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู และพื้นที่ต่อเนื่องบริเวณอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น |
| ที่อยู่ | ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ บ้านท่าศิลา ตำบลบ้านค้อ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู 39140 |
| ไฮไลต์ | ชมวิวทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ จุดชมวิวช่องเขาขาด ภูเขาหินทรายภูเก้า ถ้ำ ภาพเขียนสี ร่องรอยก่อนประวัติศาสตร์ ลานหิน หอสวรรค์ และพื้นที่กางเต็นท์ริมธรรมชาติ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2528 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 50 ของประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ 201,250 ไร่ หรือ 322 ตารางกิโลเมตร |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อมาจากพื้นที่สำคัญ 2 ส่วน คือ ภูเก้า กลุ่มภูเขาหินทราย 9 ลูก และภูพานคำ แนวทิวเขาริมทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ |
| ลักษณะเด่น | ภูเขาหินทราย ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ จุดชมวิวริมเขื่อน ถ้ำโบราณ ภาพเขียนสี รอยสลัก หินรูปทรงธรรมชาติ และทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ |
| การเดินทาง | จากขอนแก่นใช้เส้นทางขอนแก่น – เขื่อนอุบลรัตน์ แล้วต่อเส้นทางอุบลรัตน์ – โนนสังประมาณ 7 กม. ถึงที่ทำการอุทยาน จากหนองบัวลำภูใช้ทางหลวงหมายเลข 2146 สายหนองบัวลำภู – โนนสังประมาณ 40 กม. ถึงสามแยกบ้านโสกจาน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางบ้านโสกจาน – เขื่อนอุบลรัตน์อีกประมาณ 14 กม. |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม ศึกษาธรรมชาติ ชมวิว ถ่ายภาพ และพักแรมในพื้นที่ที่อุทยานกำหนด |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้าชม | ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท มีค่าธรรมเนียมยานพาหนะตามประเภท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว พื้นที่กางเต็นท์ บ้านพักอุทยานบางส่วน จุดชมวิว ลานจอดรถ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่พักผ่อนริมทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | โซนภูพานคำ, โซนภูเก้า, ที่ทำการอุทยาน, จุดชมวิวช่องเขาขาด, พื้นที่ริมทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์, วัดพระพุทธบาทภูเก้า, หอสวรรค์, เสาหินหามต่าง, ถ้ำมึ้ม, ถ้ำอาจารย์สิม, ถ้ำเสือตก, ถ้ำพลาไฮ, น้ำตกตาดฟ้า |
| หน่วยงานผู้ดูแล / รับผิดชอบ | สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 042-956-528, 063-648-4821, 081-221-0764 |
| เว็บไซต์ / เพจทางการ | อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ และระบบข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. จุดชมวิวช่องเขาขาด ประมาณ 2 กม. 2. เขื่อนอุบลรัตน์ ประมาณ 7 กม. 3. วัดพระพุทธบาทภูพานคำ ประมาณ 9 กม. 4. บางแสน 2 และหาดจอมทอง ประมาณ 12 กม. 5. วัดถ้ำกลองเพล ประมาณ 35 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Little Box ประมาณ 4 กม. โทร. 043-306-815 2. อู่ข้าวอู่น้ำ ฟาร์มสเตย์ เขื่อนอุบลรัตน์ ประมาณ 4 กม. 3. วารี วัลเล่ย์ ประมาณ 5 กม. โทร. 043-446-281, 089-777-1400 4. ร้านอาหารชาวเขื่อน ประมาณ 5 กม. โทร. 043-446-231 5. เรือนพานคำ ประมาณ 5 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักและลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ ประมาณ 0 กม. โทร. 063-648-4821 2. Little Box Hotel ประมาณ 4 กม. โทร. 043-306-815 3. Varee Valley Resort And Restaurant ประมาณ 5 กม. โทร. 089-777-1400 4. อู่ข้าวอู่น้ำ ฟาร์มสเตย์ เขื่อนอุบลรัตน์ ประมาณ 4 กม. 5. โรงแรมสวนเจ็ดพี่น้องรีสอร์ท ประมาณ 12 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู และพื้นที่ต่อเนื่องกับอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น โดยที่ทำการอุทยานอยู่บริเวณริมทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
ถาม: ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำเท่าไร?
ตอบ: ชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท และมีค่าธรรมเนียมยานพาหนะตามประเภท
ถาม: จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือมีทั้งวิวทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ จุดชมวิวช่องเขาขาด ภูเขาหินทรายภูเก้า ถ้ำโบราณ ภาพเขียนสี ร่องรอยก่อนประวัติศาสตร์ ลานหิน หอสวรรค์ และพื้นที่กางเต็นท์
ถาม: เที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำช่วงไหนดี?
ตอบ: ช่วงปลายฝนต้นหนาวถึงฤดูหนาวเหมาะที่สุด เพราะอากาศเย็น ป่าเขียว ทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์มีทิวทัศน์สวย และเหมาะกับการกางเต็นท์หรือถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก
ถาม: อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำกางเต็นท์ได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถกางเต็นท์ได้ในพื้นที่ที่อุทยานกำหนด และมีบ้านพักอุทยานบางส่วนรองรับ ควรติดต่อที่ทำการอุทยานล่วงหน้าก่อนเดินทาง
ถาม: เดินทางจากขอนแก่นไปอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำอย่างไร?
ตอบ: ใช้เส้นทางขอนแก่น – เขื่อนอุบลรัตน์ จากนั้นต่อเส้นทางอุบลรัตน์ – โนนสังประมาณ 7 กม. ถึงที่ทำการอุทยาน หรือขึ้นรถโดยสารสายเขื่อนอุบลรัตน์ – โนนสังจากตลาดอำเภออุบลรัตน์
ถาม: ควรเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำร่วมกับสถานที่ใด?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับเขื่อนอุบลรัตน์ วัดพระพุทธบาทภูพานคำ บางแสน 2 หาดจอมทอง วัดถ้ำกลองเพล และแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอโนนสังได้
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




