หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดหนองบัวลำภู >อ.โนนสัง >ต.กุดดู่ > บ้านกุดคอเมย และบ้านกุดกวางสร้อย
TL;DR: บ้านกุดคอเมย และบ้านกุดกวางสร้อย อยู่ที่อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู เปิดเข้าชมได้โดยประสานองค์การบริหารส่วนตำบลกุดดู่และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านถิ่นล่ว เวลา ไม่มีเวลาทำการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ประกาศเป็นตารางตายตัว.

หนองบัวลำภู

บ้านกุดคอเมย และบ้านกุดกวางสร้อย

บ้านกุดคอเมย และบ้านกุดกวางสร้อย

วันเปิดทำการ: เข้าชมได้โดยประสานองค์การบริหารส่วนตำบลกุดดู่และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านถิ่นล่วงหน้า
เวลาเปิดทำการ: ไม่มีเวลาทำการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ประกาศเป็นตารางตายตัว ควรติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลก่อนเดินทาง
 
บ้านกุดคอเมยและบ้านกุดกวางสร้อย ในอำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นพื้นที่โบราณคดีสำคัญที่ช่วยอธิบายการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในลุ่มน้ำและพื้นที่เชิงภูเขาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่ประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว หลักฐานเด่นประกอบด้วยโครงกระดูกมนุษย์ ภาชนะดินเผา กำไลสำริด กำไลหิน แม่พิมพ์หินทรายสำหรับหล่อเครื่องมือสำริด เครื่องมือเหล็ก และลูกปัดแก้ว บ้านกุดคอเมยเชื่อมโยงกับแหล่งโบราณคดีโนนพร้าว ส่วนบ้านกุดกวางสร้อยเชื่อมโยงกับแหล่งโบราณคดีโนนดอนกลางหรือโนนป่ากล้วย ทั้ง 2 แห่งมีอาคารหรือพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน แต่ไม่มีระบบจำหน่ายบัตรและไม่มีตารางเวลาเปิดที่ประกาศตายตัว จึงควรนัดหมายกับหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทาง
 
แหล่งโบราณคดีบ้านกุดคอเมยและบ้านกุดกวางสร้อย เป็นกลุ่มแหล่งโบราณคดีสำคัญของจังหวัดหนองบัวลำภู ตั้งอยู่ในเขตอำเภอโนนสัง ท่ามกลางภูมิประเทศที่มีทั้งที่ราบเกษตรกรรม ลำห้วย เนินดิน แนวเขาภูพาน และเทือกเขาภูเก้า พื้นที่ทั้ง 2 แห่งมีความสำคัญมากกว่าการเป็นจุดพบวัตถุเก่า เพราะหลักฐานที่ขุดค้นได้ช่วยเปิดภาพชีวิตของผู้คนในอดีต ตั้งแต่การเลือกพื้นที่ตั้งชุมชน การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การผลิตภาชนะดินเผา การทำเครื่องประดับ การหล่อโลหะ การใช้เหล็ก ตลอดจนความเชื่อเกี่ยวกับความตายและการฝังศพ เมื่อพิจารณาหลักฐานร่วมกันจึงมองเห็นพัฒนาการของชุมชนบนพื้นที่ตอนในของภาคอีสานได้อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
 
บ้านกุดคอเมยตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง บริเวณเชิงแนวภูพานด้านตะวันตก แหล่งโบราณคดีที่เกี่ยวข้องเรียกว่า โนนพร้าว มีลักษณะเป็นเนินดินเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 150 เมตร สูงจากที่ราบโดยรอบประมาณ 2 เมตร พิกัดอยู่ที่ละติจูด 16.954380 ลองจิจูด 102.638756 ลักษณะเนินที่สูงกว่าพื้นที่โดยรอบทำให้บริเวณนี้เหมาะกับการตั้งถิ่นฐาน เพราะช่วยลดผลกระทบจากน้ำหลากตามฤดูกาล ขณะเดียวกันยังอยู่ใกล้พื้นที่ราบซึ่งเหมาะกับการเพาะปลูกและแหล่งทรัพยากรจากแนวภูเขา ชื่อโนนพร้าวจึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อท้องถิ่น แต่ยังสะท้อนลักษณะของพื้นที่ซึ่งเป็นเนินชุมชนโบราณอย่างชัดเจน
 
กรมศิลปากรสำรวจแหล่งโบราณคดีโนนพร้าวเมื่อ พ.ศ. 2524 และดำเนินการขุดค้นใน พ.ศ. 2536 ผลการศึกษาเปรียบเทียบหลักฐานจากแหล่งนี้กับแหล่งโบราณคดีใกล้เคียงกำหนดอายุชุมชนช่วงสำคัญได้ประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว นอกจากนี้ยังพบหลักฐานจากช่วงทวารวดีและวัฒนธรรมล้านช้าง โดยหลักฐานสมัยล้านช้างอยู่ในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 23–24 ข้อมูลดังกล่าวแสดงว่าโนนพร้าวไม่ได้ถูกใช้เพียงช่วงเวลาเดียว แต่เป็นพื้นที่ที่มนุษย์กลับมาใช้ประโยชน์หรือเข้ามาตั้งถิ่นฐานในหลายยุคสมัย การอ่านแหล่งโบราณคดีแห่งนี้จึงต้องมองเป็นลำดับชั้นของเวลา ไม่ใช่มองเฉพาะโบราณวัตถุชิ้นใดชิ้นหนึ่ง
 
ภายในบ้านกุดคอเมยมีการจัดพื้นที่สำหรับสื่อสารเรื่องราวของแหล่งโบราณคดีในรูปแบบพิพิธภัณฑ์โบราณสถานโนนพร้าวหรือศูนย์ข้อมูลโบราณวัตถุของชุมชน เอกสารขององค์การบริหารส่วนตำบลกุดดู่ระบุว่าโบราณวัตถุสำคัญที่พบจากการขุดค้น เช่น โครงกระดูกมนุษย์ วัตถุสำริด กำไล ลูกปัด ภาชนะ ขวาน และหอก ส่วนหนึ่งได้รับการนำไปเก็บรักษาโดยหน่วยงานด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในจังหวัดขอนแก่น ดังนั้นผู้มาเยือนควรเข้าใจว่าพื้นที่บ้านกุดคอเมยเป็นทั้งแหล่งกำเนิดหลักฐาน พื้นที่อนุรักษ์ และศูนย์เรียนรู้ระดับชุมชน ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่รวบรวมโบราณวัตถุต้นฉบับไว้ครบทุกชิ้น
 
บ้านกุดกวางสร้อยตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลบ้านถิ่น อำเภอโนนสัง บริเวณเชิงเขาภูเก้าด้านตะวันออก แหล่งโบราณคดีที่เกี่ยวข้องเรียกว่า โนนดอนกลาง และมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าโนนป่ากล้วย ตัวแหล่งอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ห่างจากชุมชนประมาณ 600 เมตร พิกัดมาตรฐานของฐานข้อมูลแหล่งศิลปกรรมอยู่ที่ละติจูด 16.961466 ลองจิจูด 102.539838 ลักษณะพื้นที่เป็นเนินดินขนาดประมาณ 155 × 200 เมตร สูงจากที่ราบโดยรอบประมาณ 2–3 เมตร จึงมีสภาพเป็นเนินชุมชนที่เด่นชัดท่ามกลางพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบ
 
ประวัติการศึกษาของโนนดอนกลางมีความต่อเนื่องหลายช่วง นายวิลเลียม โซฟเฟลอร์ได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากรให้ดำเนินการขุดค้นเมื่อ พ.ศ. 2517 ต่อมาหน่วยศิลปากรที่ 7 ขอนแก่นขุดค้นอีกครั้งในช่วง พ.ศ. 2535–2536 และสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 7 ขอนแก่นร่วมกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดหนองบัวลำภูสำรวจเพิ่มเติมเมื่อ พ.ศ. 2540 ลำดับการทำงานเหล่านี้ทำให้โนนดอนกลางเป็นแหล่งที่มีข้อมูลจากทั้งการขุดค้น การสำรวจพื้นที่ และการเปรียบเทียบกับแหล่งโบราณคดีอื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
หลักฐานจากโนนดอนกลางกำหนดอายุช่วงสำคัญได้ประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว และพบร่องรอยทางวัฒนธรรมต่อเนื่องถึงสมัยทวารวดีและล้านช้างเช่นเดียวกับโนนพร้าว ลักษณะร่วมดังกล่าวเป็นเหตุผลที่บ้านกุดคอเมยและบ้านกุดกวางสร้อยมักได้รับการกล่าวถึงควบคู่กัน ทั้ง 2 แห่งตั้งอยู่ในระบบภูมิประเทศเดียวกัน มีระยะห่างไม่มาก และพบวัตถุหลายประเภทที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน การศึกษาแบบเชื่อมโยงจึงช่วยให้เห็นเครือข่ายชุมชนโบราณในพื้นที่อำเภอโนนสัง แทนที่จะมองว่าแต่ละเนินเป็นชุมชนโดดเดี่ยวที่ไม่มีความสัมพันธ์กัน
 
หลักฐานกลุ่มแรกที่สะดุดตาที่สุดคือ โครงกระดูกมนุษย์ ซึ่งสะท้อนว่าพื้นที่เหล่านี้เคยเป็นทั้งเขตอยู่อาศัยและพื้นที่ประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับความตาย ในงานโบราณคดี โครงกระดูกไม่ได้มีความสำคัญเพียงเพราะเป็นร่างของคนในอดีต แต่ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะประชากร อายุ สุขภาพ อาหาร การทำงาน และประเพณีการฝังศพ ตำแหน่งของโครงกระดูก ทิศทางการวางศพ ภาชนะหรือเครื่องประดับที่พบร่วม และความสัมพันธ์ระหว่างหลุมฝังศพกับชั้นดิน ล้วนช่วยอธิบายโลกทัศน์ของชุมชนได้ การเข้าชมพื้นที่จึงควรรักษาความสงบและให้ความเคารพต่อหลักฐานมนุษย์ ไม่มองหลุมฝังศพเป็นเพียงฉากถ่ายภาพ
 
ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา เป็นหลักฐานอีกกลุ่มหนึ่งที่พบเป็นจำนวนมาก ลักษณะของภาชนะบางส่วนมีความคล้ายคลึงกับวัฒนธรรมบ้านเชียงในด้านรูปทรง เทคนิคการผลิต หรือรูปแบบการตกแต่ง ความคล้ายคลึงนี้ช่วยให้นักโบราณคดีใช้เปรียบเทียบลำดับอายุและความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างชุมชนต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างไรก็ตาม บ้านกุดคอเมยและบ้านกุดกวางสร้อยเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีบริบทเฉพาะของตนเอง การกล่าวว่าภาชนะคล้ายบ้านเชียงจึงหมายถึงการพบลักษณะร่วมทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรม ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ทั้ง 2 แห่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกบ้านเชียงหรือเป็นชุมชนเดียวกันโดยตรง
 
ภาชนะดินเผาบอกเรื่องราวของชีวิตประจำวันได้หลายด้าน ภาชนะขนาดใหญ่สัมพันธ์กับการเก็บน้ำหรืออาหาร ภาชนะปากกว้างเหมาะกับการเตรียมอาหาร ส่วนภาชนะขนาดเล็กอาจใช้ใส่ของเฉพาะอย่างหรือใช้ประกอบพิธีกรรม รอยไหม้ คราบอาหาร เนื้อดิน ส่วนผสมของทรายหรือแกลบ และรูปแบบการเผา ช่วยให้นักโบราณคดีศึกษาวิธีผลิตและการใช้ภาชนะได้ เมื่อพบภาชนะร่วมกับหลุมฝังศพ ความหมายของวัตถุนั้นอาจเปลี่ยนจากของใช้ในครัวเรือนไปเป็นสิ่งของที่ชุมชนตั้งใจวางไว้กับผู้เสียชีวิต หลักฐานชิ้นเดียวจึงมีความหมายต่างกันตามตำแหน่งและบริบทที่พบ
 
กำไลสำริด แสดงถึงความรู้ด้านโลหกรรมของชุมชน การผลิตสำริดต้องอาศัยการควบคุมวัตถุดิบ อุณหภูมิ และกระบวนการหลอมโลหะอย่างแม่นยำ ช่างในอดีตต้องรู้วิธีเตรียมเบ้าหลอม ทำแบบหล่อ เทโลหะ และตกแต่งผิวหลังจากโลหะเย็นตัว เครื่องประดับสำริดจึงไม่ได้เป็นเพียงของสวยงาม แต่สะท้อนการแบ่งงาน ความชำนาญ และสถานะของผู้ครอบครอง เมื่อพบกำไลสำริดร่วมกับหลุมฝังศพ ยังช่วยให้เห็นความสำคัญของเครื่องประดับในพิธีกรรมและความสัมพันธ์ระหว่างตัวบุคคลกับชุมชน
 
กำไลหิน เป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นกระบวนการเลือกวัตถุดิบ การเจาะ การขัด และการแต่งผิวอย่างละเอียด การทำกำไลหินให้เป็นวงสม่ำเสมอต้องใช้เวลาและทักษะสูงกว่าที่เห็นจากรูปลักษณ์ภายนอก หินแต่ละชนิดมีความแข็ง สี และคุณสมบัติแตกต่างกัน การได้มาซึ่งวัตถุดิบบางประเภทอาจเชื่อมโยงกับการเดินทางหรือการแลกเปลี่ยนกับชุมชนอื่น กำไลหินจึงสะท้อนทั้งเทคโนโลยี ความงาม และเครือข่ายการติดต่อของผู้คนในอดีต
 
หนึ่งในวัตถุเด่นที่กล่าวถึงจากทั้ง 2 แหล่งคือ แม่พิมพ์หินทรายสำหรับหล่อหัวขวานสำริด หลักฐานประเภทนี้มีคุณค่ามาก เพราะเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนการผลิต ไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป การพบแม่พิมพ์แสดงว่าชุมชนมีความรู้หรือมีช่างที่สามารถผลิตเครื่องมือโลหะในพื้นที่ ขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมโลหะ การประกอบแม่พิมพ์ การเทโลหะหลอมเหลว การรอให้เย็น และการแต่งคม ล้วนต้องอาศัยประสบการณ์และการควบคุมกระบวนการอย่างเป็นระบบ จึงสะท้อนระดับเทคโนโลยีของชุมชนได้ชัดเจน
 
เครื่องมือเหล็ก แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญของเทคโนโลยีการผลิตและการดำรงชีวิต เหล็กมีความแข็งและสามารถนำไปผลิตเครื่องมือเกษตร เครื่องมือช่าง หรืออาวุธได้หลากหลาย การใช้เครื่องมือเหล็กช่วยให้การเปิดพื้นที่เพาะปลูก การตัดไม้ การขุดดิน และการแปรรูปวัสดุมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อพบหลักฐานเหล็กร่วมกับสำริด จึงเห็นได้ว่าชุมชนไม่ได้เปลี่ยนจากโลหะชนิดหนึ่งไปสู่อีกชนิดหนึ่งแบบทันที แต่มีช่วงเวลาที่เทคโนโลยีหลายแบบดำรงอยู่และถูกเลือกใช้ตามหน้าที่
 
ลูกปัดแก้ว เป็นวัตถุขนาดเล็กที่มีความหมายต่อการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนอย่างมาก การผลิตแก้วต้องใช้เทคโนโลยีและวัตถุดิบเฉพาะ ขณะที่ลูกปัดมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย และได้รับความนิยมเป็นเครื่องประดับ การพบลูกปัดแก้วในชุมชนตอนในจึงเชื่อมโยงกับระบบแลกเปลี่ยนที่กว้างกว่าพื้นที่หมู่บ้าน วัตถุเหล่านี้บอกว่าผู้คนในบริเวณเชิงภูพานและภูเก้าไม่ได้อยู่แยกขาดจากโลกภายนอก แต่มีการรับวัตถุ รูปแบบความงาม และเทคโนโลยีผ่านเครือข่ายการติดต่อระหว่างชุมชน
 
เมื่อพิจารณาโครงกระดูก ภาชนะดินเผา เครื่องประดับ โลหะ แม่พิมพ์ และเครื่องมือร่วมกัน จะเห็นภาพชุมชนที่มีระบบเศรษฐกิจหลากหลาย ผู้คนเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ เตรียมและเก็บอาหาร ผลิตภาชนะ ทำเครื่องประดับ และใช้ความรู้ด้านโลหกรรม พื้นที่ตั้งชุมชนอยู่ระหว่างทรัพยากรจากที่ราบกับแนวภูเขา จึงเข้าถึงทั้งพื้นที่เกษตร แหล่งน้ำ ไม้ หิน แร่ และทรัพยากรจากป่า การเลือกทำเลตั้งถิ่นฐานจึงสัมพันธ์กับการดำรงชีวิตโดยตรง ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
 
หลักฐานจากสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ทวารวดี และล้านช้างยังช่วยอธิบายการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ในระยะยาว ช่วงก่อนประวัติศาสตร์เป็นช่วงที่ชุมชนยังไม่มีเอกสารลายลักษณ์อักษรให้ศึกษา เรื่องราวจึงต้องอ่านจากชั้นดิน วัตถุ และโครงกระดูก เมื่อเข้าสู่ช่วงทวารวดี รูปแบบศาสนา การตั้งถิ่นฐาน และเครือข่ายทางวัฒนธรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปลี่ยนแปลงไป ต่อมาในช่วงล้านช้าง พื้นที่ลุ่มน้ำโขงและภาคอีสานมีความสัมพันธ์ทางการเมือง ศาสนา และศิลปกรรมที่ชัดเจนขึ้น การพบหลักฐานหลายยุคในเนินเดียวกันจึงแสดงถึงคุณค่าของพื้นที่ซึ่งถูกใช้ซ้ำและมีความหมายต่อผู้คนหลายรุ่น
 
คำว่า “คล้ายวัฒนธรรมบ้านเชียง” ควรได้รับการอธิบายอย่างระมัดระวัง บ้านเชียงในจังหวัดอุดรธานีเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีลำดับชั้นวัฒนธรรมและประวัติการศึกษาของตนเอง ส่วนบ้านกุดคอเมยและบ้านกุดกวางสร้อยเป็นแหล่งในจังหวัดหนองบัวลำภูที่มีสภาพภูมิประเทศ ประวัติการขุดค้น และชุดหลักฐานเฉพาะ ความคล้ายคลึงของภาชนะหรือวัตถุบางประเภทช่วยยืนยันว่าชุมชนในภูมิภาคมีความรู้และรูปแบบวัฒนธรรมที่ติดต่อถึงกัน แต่คุณค่าของแหล่งทั้ง 2 แห่งอยู่ที่การช่วยเติมรายละเอียดของแผนที่ชุมชนโบราณในอีสาน ไม่ใช่การเป็นสำเนาของบ้านเชียง
 
การมีแหล่งโบราณคดีหลายแห่งอยู่รอบภูเก้าและแนวภูพานยังทำให้พื้นที่อำเภอโนนสังมีศักยภาพเป็นเส้นทางเรียนรู้โบราณคดีระดับภูมิภาค บริเวณใกล้เคียงมีแหล่งภาพเขียนสีและเพิงผา เช่น ถ้ำมึ้ม ถ้ำอาจารย์สิม ถ้ำเสือตก และถ้ำจันได หลักฐานจากเพิงผาแสดงกิจกรรมอีกลักษณะหนึ่งซึ่งต่างจากเนินชุมชนและหลุมฝังศพ เมื่อเชื่อมโยงสถานที่เหล่านี้เข้าด้วยกัน นักท่องเที่ยวจะมองเห็นว่าภูมิประเทศของโนนสังเคยถูกใช้ทั้งเป็นที่อยู่อาศัย พื้นที่ประกอบพิธีกรรม เส้นทางเคลื่อนย้าย และแหล่งทรัพยากร
 
พิพิธภัณฑ์หรือศูนย์เรียนรู้ของชุมชนมีบทบาทสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างโบราณวัตถุกับพื้นที่กำเนิด แม้โบราณวัตถุต้นฉบับจำนวนหนึ่งจะถูกส่งไปเก็บรักษาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเพื่อความปลอดภัยและการอนุรักษ์ แต่พื้นที่ชุมชนยังคงเป็นสถานที่ที่ช่วยอธิบายภูมิประเทศ เรื่องเล่าการค้นพบ และความทรงจำของชาวบ้านได้ดีที่สุด การเรียนรู้จึงไม่ควรจำกัดอยู่ที่การมองวัตถุในตู้จัดแสดง แต่ควรสังเกตเนินดิน สภาพแวดล้อม ทางน้ำ พื้นที่เกษตร และระยะห่างระหว่างชุมชนกับแนวภูเขาด้วย
 
ที่บ้านกุดคอเมย ผู้มาเยือนควรเริ่มจากการประสานองค์การบริหารส่วนตำบลกุดดู่หรือผู้นำชุมชน เพื่อยืนยันว่ามีผู้เปิดพื้นที่เรียนรู้และให้ข้อมูลในวันที่เดินทาง จากนั้นจึงชมอาคารข้อมูลโบราณวัตถุและทำความเข้าใจลักษณะของโนนพร้าว การมีผู้นำชมช่วยลดความสับสนระหว่างพื้นที่หมู่บ้าน พื้นที่พิพิธภัณฑ์ และแนวเขตแหล่งโบราณคดี ทั้งยังช่วยให้ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการค้นพบวัตถุและการอนุรักษ์จากผู้ที่รู้จักพื้นที่จริง
 
บ้านกุดคอเมยมีประเพณีรำบวงสรวงบรรพบุรุษโนนพร้าวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งชาวบ้านร่วมกันจัดขึ้นเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษและประชาสัมพันธ์คุณค่าของแหล่งโบราณคดี ประเพณีนี้แสดงว่าความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนปัจจุบันกับเนินโบราณไม่ได้จำกัดอยู่ที่การศึกษาเชิงวิชาการ แต่ยังเชื่อมโยงกับความทรงจำ ความเคารพต่อผู้ล่วงลับ และอัตลักษณ์ของหมู่บ้าน ผู้ที่เดินทางในช่วงกิจกรรมควรปฏิบัติตามกติกาของชุมชน แต่งกายสุภาพ และไม่รบกวนพิธีกรรม
 
ที่บ้านกุดกวางสร้อย ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้ผ่านพื้นที่โนนดอนกลางและอาคารพิพิธภัณฑ์บ้านกุดกวางสร้อย ซึ่งจัดแสดงวัตถุหรือข้อมูลส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการขุดค้น จุดเด่นของพื้นที่คือการมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างเนินดินกับหมู่บ้านและแนวภูเก้า โนนดอนกลางอยู่ห่างจากตัวชุมชนประมาณ 600 เมตร การเดินชมจึงช่วยให้เข้าใจว่าชุมชนโบราณเลือกตั้งถิ่นฐานในตำแหน่งที่เชื่อมต่อพื้นที่เกษตรกับทรัพยากรจากแนวเขาอย่างไร
 
องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านถิ่นมีโครงการพัฒนาพิพิธภัณฑ์โบราณคดีโนนดอนกลางและระบบไฟส่องสว่าง รวมถึงการปรับปรุงถนนในพื้นที่บ้านกุดกวางสร้อยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การดำเนินงานดังกล่าวยืนยันว่าพื้นที่ยังได้รับการดูแลในฐานะแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ของท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ลักษณะการให้บริการยังแตกต่างจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหรืออุทยานประวัติศาสตร์ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำตามตาราง นักท่องเที่ยวจึงควรโทรนัดหมายเพื่อให้มีผู้ดูแลรับทราบและช่วยเปิดพื้นที่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง
 
พื้นที่สำคัญของเส้นทางนี้แบ่งได้เป็น 4 ส่วน ได้แก่ เนินโบราณคดีโนนพร้าวที่บ้านกุดคอเมย พิพิธภัณฑ์หรือศูนย์ข้อมูลโบราณวัตถุบ้านกุดคอเมย เนินโบราณคดีโนนดอนกลางที่บ้านกุดกวางสร้อย และอาคารพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านกุดกวางสร้อย แต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกัน เนินดินเป็นพื้นที่หลักฐานดั้งเดิม อาคารเรียนรู้ใช้สื่อสารเรื่องวัตถุและประวัติการค้นพบ ส่วนหมู่บ้านโดยรอบช่วยให้เห็นบริบททางสังคมและภูมิประเทศ การเดินทางที่วางแผนดีจึงควรเผื่อเวลาสำหรับทั้งการชมข้อมูลภายในและการสำรวจสภาพแวดล้อมภายนอก
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทางคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่แดดไม่แรง โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ซึ่งอากาศของภาคอีสานค่อนข้างเย็นและเดินกลางแจ้งได้สะดวก ฤดูร้อนควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก และอุปกรณ์ป้องกันแสงแดด ส่วนฤดูฝนควรตรวจสภาพถนนท้องถิ่นก่อนเดินทาง เพราะบางจุดอยู่ใกล้พื้นที่เกษตรและอาจมีพื้นดินชื้นหรือทางเดินลื่น การเข้าพื้นที่หลังฝนตกต้องระวังไม่เดินลัดเข้าไปบนเนินหรือบริเวณที่อาจมีชั้นดินโบราณคดี
 
มารยาทในการชมแหล่งโบราณคดีมีความสำคัญอย่างยิ่ง ห้ามขุด คุ้ย เก็บเศษภาชนะ หิน โลหะ กระดูก หรือวัตถุใดออกจากพื้นที่ แม้วัตถุนั้นจะดูเป็นเพียงเศษเล็ก ๆ เพราะตำแหน่งที่พบคือส่วนหนึ่งของข้อมูลทางโบราณคดี การเคลื่อนย้ายทำให้วัตถุสูญเสียบริบทและอาจกระทบต่อกฎหมายคุ้มครองโบราณวัตถุ ผู้มาเยือนควรเดินตามทางที่ชุมชนกำหนด ไม่ปีนลงหลุมขุดค้น ไม่สัมผัสโครงกระดูกหรือวัตถุจัดแสดง และไม่ใช้แฟลชเมื่อผู้ดูแลระบุว่าพื้นที่หรือวัตถุมีความเปราะบาง
 
การถ่ายภาพควรคำนึงถึงความเหมาะสม โดยเฉพาะภาพโครงกระดูกและพื้นที่ฝังศพ ควรถ่ายเพื่อการเรียนรู้ ไม่จัดท่าทางล้อเลียน ไม่วางสิ่งของบนขอบหลุม และไม่เผยแพร่ข้อความที่ทำให้แหล่งโบราณคดีกลายเป็นเรื่องลึกลับหรือสร้างความเข้าใจผิด การนำเสนอที่ดีควรระบุชื่อแหล่งให้ถูกต้อง แยกระหว่างโนนพร้าวกับโนนดอนกลาง และอธิบายว่าหลักฐานมีอายุหลายช่วงเวลาแทนการเหมารวมว่าเป็นของยุคเดียวทั้งหมด
 
ผู้ปกครองและครูสามารถใช้พื้นที่ทั้ง 2 แห่งเป็นห้องเรียนภาคสนาม เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้การสังเกตรูปทรงภาชนะ ความแตกต่างระหว่างสำริดกับเหล็ก กระบวนการทำแม่พิมพ์ และเหตุผลที่นักโบราณคดีบันทึกตำแหน่งของวัตถุอย่างละเอียด การตั้งคำถามว่าเหตุใดชุมชนจึงเลือกอยู่บนเนิน เหตุใดจึงฝังสิ่งของร่วมกับผู้เสียชีวิต หรือเหตุใดลูกปัดแก้วจึงเดินทางมาถึงชุมชนตอนใน จะช่วยให้การเรียนรู้มีความหมายกว่าการจำชื่อวัตถุเพียงอย่างเดียว
 
ผู้ที่สนใจโบราณคดีอย่างจริงจังควรเผื่อเวลาศึกษาทั้ง 2 แห่งในวันเดียวกัน เพราะระยะทางระหว่างบ้านกุดคอเมยกับบ้านกุดกวางสร้อยไม่ไกลมาก การเริ่มที่โนนพร้าวในช่วงเช้าช่วยให้เห็นลักษณะเนินชุมชนบริเวณเชิงภูพาน จากนั้นเดินทางต่อไปยังโนนดอนกลางในช่วงสายหรือบ่ายเพื่อเปรียบเทียบขนาดเนิน สภาพแวดล้อม และรูปแบบการจัดแสดง การมองสองแหล่งในวันเดียวทำให้เข้าใจคำว่าเครือข่ายชุมชนโบราณได้ชัดกว่าการเยี่ยมชมเพียงแห่งเดียว
 
แผนเที่ยวแบบครึ่งวันเหมาะสำหรับผู้ที่พักในอำเภอโนนสังหรือพื้นที่ใกล้เคียง โดยควรเลือกชมแหล่งใดแหล่งหนึ่งพร้อมผู้นำชุมชน ใช้เวลาทำความเข้าใจนิทรรศการและภูมิประเทศประมาณ 1–2 ชั่วโมง ส่วนแผนเที่ยวเต็มวันสามารถรวมบ้านกุดคอเมย บ้านกุดกวางสร้อย วัดป่าพระธาตุกู่ และแหล่งธรรมชาติหรือแหล่งภาพเขียนสีใกล้ภูเก้า แต่พื้นที่ถ้ำและเพิงผาบางแห่งต้องใช้เส้นทางเดินและควรมีผู้รู้เส้นทางนำทาง ไม่ควรเข้าไปเองโดยไม่มีข้อมูล
 
การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เนื่องจากแหล่งทั้ง 2 แห่งอยู่ในพื้นที่ชุมชนชนบทและไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงจุดจัดแสดงโดยตรง จากตัวเมืองหนองบัวลำภูใช้ทางหลวงหมายเลข 2146 สายหนองบัวลำภู–โนนสัง ระยะทางถึงบริเวณบ้านหนองแวงประมาณ 36 กิโลเมตร จากนั้นแยกเข้าสู่ถนนท้องถิ่นตามป้ายบ้านกุดคอเมยหรือบ้านกุดกวางสร้อย เส้นทางในเอกสารเก่าระบุระยะจากบ้านหนองแวงประมาณ 5–7 กิโลเมตร แต่ผู้เดินทางควรใช้พิกัดและสอบถามหน่วยงานท้องถิ่นประกอบ เพราะแนวถนนและทางเข้าสู่พื้นที่จัดแสดงอาจมีการปรับปรุง
 
การเดินทาง ไปบ้านกุดคอเมยให้ใช้เส้นทางเข้าสู่ตำบลกุดดู่และมุ่งหน้าไปหมู่ 4 บ้านกุดคอเมย พิกัดโนนพร้าวคือ 16.954380, 102.638756 ส่วนบ้านกุดกวางสร้อยให้เข้าสู่ตำบลบ้านถิ่นและมุ่งหน้าไปหมู่ 2 บ้านกุดกวางสร้อย พิกัดโนนดอนกลางคือ 16.961466, 102.539838 ก่อนออกเดินทางควรโทรหาองค์การบริหารส่วนตำบลกุดดู่ที่หมายเลข 042-315-805 สำหรับบ้านกุดคอเมย และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านถิ่นที่หมายเลข 042-315-620 สำหรับบ้านกุดกวางสร้อย เพื่อยืนยันผู้ประสานงาน จุดนัดพบ และสภาพเส้นทางในวันเดินทาง
 
นักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารมาถึงตัวอำเภอโนนสัง แล้วติดต่อรถรับจ้างในพื้นที่สำหรับการเดินทางต่อ แต่ควรตกลงเส้นทาง เวลาไปรับกลับ และค่าใช้จ่ายให้ชัดเจนก่อนออกเดินทาง เนื่องจากไม่มีรถประจำทางที่ให้บริการถึงหน้าพิพิธภัณฑ์ตามรอบแน่นอน การเช่ารถพร้อมคนขับจากตัวเมืองหนองบัวลำภูเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวทั้ง 2 แห่งและแหล่งใกล้เคียงในวันเดียว
 
พื้นที่จัดแสดงชุมชนมีขนาดและสิ่งอำนวยความสะดวกจำกัด ผู้สูงอายุ ผู้ใช้รถเข็น และครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็กเล็กควรสอบถามลักษณะพื้น ทางลาด ห้องน้ำ และระยะเดินกับผู้ดูแลล่วงหน้า บริเวณเนินโบราณคดีเป็นพื้นที่กลางแจ้งและอาจมีพื้นไม่เรียบ รองเท้าที่กระชับและไม่ลื่นจึงเหมาะกว่ารองเท้าแตะ การเตรียมน้ำดื่ม ยาประจำตัว ร่ม และอุปกรณ์กันแดดจะช่วยให้เที่ยวได้สะดวกขึ้น
 
ด้านอาหาร นักท่องเที่ยวควรวางแผนรับประทานอาหารในเขตชุมชนกุดดู่ ตัวอำเภอโนนสัง หรือเส้นทางชุมชนตาดไฮ ร้านอาหารในหมู่บ้านอาจเปิดตามเวลาของเจ้าของร้านและอาจหยุดโดยไม่ได้ประกาศล่วงหน้า การโทรตรวจสอบก่อนเดินทางจึงช่วยลดความเสี่ยง ร้านในตัวอำเภอโนนสังมีทั้งอาหารตามสั่ง อาหารอีสาน ชาบู ก๋วยเตี๋ยว และคาเฟ่ ส่วนชุมชนตาดไฮมีร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากปลาและผลผลิตท้องถิ่น
 
ด้านที่พัก ตัวเลือกใกล้ที่สุดกระจายอยู่ในตำบลกุดดู่และเขตอำเภอโนนสัง มีทั้งรีสอร์ตขนาดเล็ก ห้องพักรายวัน และที่พักแบบเรียบง่าย ผู้ที่เน้นศึกษาแหล่งโบราณคดีสามารถพักในโนนสังเพื่อเริ่มเดินทางช่วงเช้า ส่วนผู้ที่วางแผนเที่ยวจังหวัดหนองบัวลำภูหลายจุดสามารถพักในตัวเมืองแล้วเดินทางไป–กลับภายในวันเดียว ก่อนจองควรสอบถามสภาพห้องพัก ที่จอดรถ เวลาเช็กอิน และนโยบายการยกเลิกกับผู้ประกอบการโดยตรง
 
คุณค่าของบ้านกุดคอเมยและบ้านกุดกวางสร้อยอยู่ที่การทำให้ประวัติศาสตร์ของหนองบัวลำภูย้อนไปไกลกว่าการก่อตั้งจังหวัดและเหตุการณ์ในสมัยประวัติศาสตร์ หลักฐานอายุประมาณ 2,500 ปีแสดงว่าพื้นที่นี้มีชุมชนที่รู้จักเกษตรกรรม งานหัตถกรรม โลหกรรม และการแลกเปลี่ยนมานานแล้ว เมื่อหลักฐานจากทวารวดีและล้านช้างปรากฏซ้อนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน จึงเห็นความต่อเนื่องของการใช้ภูมิประเทศและความสำคัญของเส้นทางระหว่างที่ราบ แนวภูพาน ภูเก้า และลุ่มน้ำใกล้เคียง
 
การรักษาแหล่งโบราณคดีไม่ได้เป็นหน้าที่ของกรมศิลปากรหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพียงฝ่ายเดียว ชาวบ้านเป็นผู้พบเห็น ดูแล และถ่ายทอดเรื่องราวของพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวจึงมีส่วนช่วยอนุรักษ์ได้ด้วยการปฏิบัติตามกติกา ไม่เคลื่อนย้ายวัตถุ ไม่ทิ้งขยะ สนับสนุนบริการชุมชน และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง การท่องเที่ยวที่เคารพพื้นที่จะช่วยให้พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีผู้สนใจและสร้างเหตุผลให้การดูแลแหล่งดำเนินต่อไปในระยะยาว
 
บ้านกุดคอเมยและบ้านกุดกวางสร้อยจึงเหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการทำความเข้าใจภาคอีสานผ่านชีวิตของผู้คนในอดีตมากกว่าการมองหาเพียงจุดถ่ายภาพ ทั้ง 2 แห่งนำเสนอเรื่องราวตั้งแต่การตั้งบ้านเรือนบนเนิน การทำภาชนะ การหล่อสำริด การใช้เหล็ก การสวมเครื่องประดับ การติดต่อกับชุมชนอื่น และการดูแลผู้เสียชีวิต การนัดหมายล่วงหน้าและเดินทางพร้อมความเคารพจะทำให้การเยี่ยมชมมีคุณค่า พร้อมช่วยรักษาหลักฐานสำคัญของจังหวัดหนองบัวลำภูให้คงอยู่เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนรุ่นต่อไป
 
ชื่อสถานที่แหล่งโบราณคดีบ้านกุดคอเมยหรือโนนพร้าว และแหล่งโบราณคดีบ้านกุดกวางสร้อยหรือโนนดอนกลาง
ที่ตั้งอำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู
ที่อยู่บ้านกุดคอเมยโนนพร้าว บ้านกุดคอเมย หมู่ 4 ตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู 39140
ที่อยู่บ้านกุดกวางสร้อยโนนดอนกลาง บ้านกุดกวางสร้อย หมู่ 2 ตำบลบ้านถิ่น อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู 39140
พิกัดบ้านกุดคอเมย16.954380, 102.638756
พิกัดบ้านกุดกวางสร้อย16.961466, 102.539838
ไฮไลต์เนินชุมชนและพื้นที่ฝังศพอายุประมาณ 2,500 ปี พบโครงกระดูกมนุษย์ ภาชนะดินเผา เครื่องประดับสำริดและหิน แม่พิมพ์หล่อสำริด เครื่องมือเหล็ก และลูกปัดแก้ว
ประวัติการสำรวจบ้านกุดคอเมยกรมศิลปากรสำรวจโนนพร้าวเมื่อ พ.ศ. 2524 และขุดค้นเมื่อ พ.ศ. 2536
ประวัติการขุดค้นบ้านกุดกวางสร้อยขุดค้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2517 ขุดค้นเพิ่มเติมในช่วง พ.ศ. 2535–2536 และสำรวจเพิ่มเติมเมื่อ พ.ศ. 2540
สมัยและอายุมีหลักฐานช่วงสำคัญอายุประมาณ 2,500 ปี และมีหลักฐานต่อเนื่องจากสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ทวารวดี และล้านช้าง โดยหลักฐานล้านช้างอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 23–24
ลักษณะแหล่งบ้านกุดคอเมยเนินดินเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 150 เมตร สูงจากที่ราบโดยรอบประมาณ 2 เมตร
ลักษณะแหล่งบ้านกุดกวางสร้อยเนินดินขนาดประมาณ 155 × 200 เมตร สูงจากที่ราบโดยรอบประมาณ 2–3 เมตร อยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 600 เมตร
หลักฐานสำคัญโครงกระดูกมนุษย์ ภาชนะเครื่องปั้นดินเผาที่มีลักษณะบางส่วนคล้ายวัฒนธรรมบ้านเชียง กำไลสำริด กำไลหิน แม่พิมพ์หินทรายสำหรับหล่อหัวขวานสำริด เครื่องมือเหล็ก และลูกปัดแก้ว
โซนและพื้นที่สำคัญ1. เนินโบราณคดีโนนพร้าว บ้านกุดคอเมย
2. พิพิธภัณฑ์หรือศูนย์ข้อมูลโบราณวัตถุบ้านกุดคอเมย
3. เนินโบราณคดีโนนดอนกลาง บ้านกุดกวางสร้อย
4. อาคารพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านกุดกวางสร้อย
โบราณวัตถุที่นำไปเก็บรักษาโบราณวัตถุต้นฉบับบางส่วนได้รับการเก็บรักษาโดยหน่วยงานด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในจังหวัดขอนแก่น
ประเพณีที่เกี่ยวข้องชุมชนบ้านกุดคอเมยจัดพิธีรำบวงสรวงบรรพบุรุษโนนพร้าวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษและส่งเสริมการเรียนรู้แหล่งโบราณคดี
ผู้ดูแลบ้านกุดคอเมยองค์การบริหารส่วนตำบลกุดดู่และชุมชนบ้านกุดคอเมย
ผู้ดูแลบ้านกุดกวางสร้อยองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านถิ่นและชุมชนบ้านกุดกวางสร้อย
สถานะปัจจุบันยังคงอยู่ในฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีและแหล่งท่องเที่ยวของหน่วยงานรัฐ พื้นที่โนนดอนกลางมีการพัฒนาไฟส่องสว่างและเส้นทางเข้าถึงในช่วงปี 2567–2568 การเข้าชมควรประสานผู้ดูแลล่วงหน้า
วันเปิดทำการเข้าชมโดยการนัดหมายกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้นำชุมชน
เวลาเปิดทำการไม่มีตารางเวลาเปิดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ประกาศตายตัว ต้องยืนยันเวลาก่อนเดินทาง
รูปแบบการเข้าชมไม่มีระบบจำหน่ายบัตรแบบพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ ควรติดต่อผู้ดูแลเพื่อขอเข้าชมพื้นที่เรียนรู้และรับคำแนะนำเกี่ยวกับจุดที่อนุญาตให้เข้าถึง
สิ่งอำนวยความสะดวกอาคารพิพิธภัณฑ์หรือพื้นที่เรียนรู้ระดับชุมชน ถนนท้องถิ่นเข้าสู่หมู่บ้าน และระบบไฟส่องสว่างที่ได้รับการพัฒนาในพื้นที่โนนดอนกลาง
ข้อปฏิบัติห้ามขุด เก็บ เคลื่อนย้าย หรือสัมผัสโบราณวัตถุและโครงกระดูก เดินตามเส้นทางที่ผู้ดูแลกำหนด และขออนุญาตก่อนถ่ายภาพในอาคารหรือพื้นที่ฝังศพ
การเดินทางจากตัวเมืองหนองบัวลำภูใช้ทางหลวงหมายเลข 2146 สายหนองบัวลำภู–โนนสังประมาณ 36 กิโลเมตรถึงบริเวณบ้านหนองแวง แล้วใช้ถนนท้องถิ่นเข้าสู่บ้านกุดคอเมยหรือบ้านกุดกวางสร้อย ควรใช้พิกัดและสอบถามผู้ดูแลประกอบ
เบอร์ติดต่อบ้านกุดคอเมยองค์การบริหารส่วนตำบลกุดดู่ โทร. 042-315-805
เบอร์ติดต่อบ้านกุดกวางสร้อยองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านถิ่น โทร. 042-315-620
เว็บไซต์หรือช่องทางทางการเว็บไซต์องค์การบริหารส่วนตำบลกุดดู่ และเว็บไซต์องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านถิ่น
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงระยะทางโดยรถยนต์โดยประมาณจากบ้านกุดคอเมย / บ้านกุดกวางสร้อย ตามลำดับ
1. แหล่งโบราณคดีบ้านกุดกวางสร้อยหรือบ้านกุดคอเมย 13 กม. / 13 กม.
2. วัดป่าพระธาตุกู่ 6 กม. / 10 กม.
3. แหล่งโบราณคดีถ้ำมึ้ม 20 กม. / 7 กม.
4. แหล่งโบราณคดีถ้ำอาจารย์สิม 19 กม. / 6 กม.
5. อุทยานแห่งชาติภูเก้า–ภูพานคำ 27 กม. / 18 กม.
6. ชุมชนท่องเที่ยวตาดไฮและอ่างเก็บน้ำห้วยบอง 35 กม. / 25 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียงระยะทางโดยรถยนต์โดยประมาณจากบ้านกุดคอเมย / บ้านกุดกวางสร้อย ตามลำดับ
1. ร้านหลังอำเภอ โนนสัง 16 กม. / 13 กม. โทร. 087-226-9021
2. ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระโอ่งล้มยักษ์ สาขาโนนสัง 15 กม. / 12 กม. โทร. 092-197-1287
3. ชิลล์ชาบู โนนสัง 16 กม. / 13 กม. โทร. 062-454-3023
4. Noot's Cafe Non Sang 18 กม. / 15 กม. โทร. 092-824-1662
5. ร้านยายแป้ เมี่ยงปลาเผาตาดไฮ 35 กม. / 25 กม. โทร. 061-308-3396
ที่พักใกล้เคียงระยะทางโดยรถยนต์โดยประมาณจากบ้านกุดคอเมย / บ้านกุดกวางสร้อย ตามลำดับ
1. มานอนนารีสอร์ท บ้านกุดดู่ 4 กม. / 14 กม. โทร. 061-641-5596
2. โรงแรมชมเดือนภูเก้ารีสอร์ท 14 กม. / 10 กม. โทร. 092-951-4524, 089-532-2266
3. อรณีรีสอร์ท โนนสัง 17 กม. / 14 กม. โทร. 081-118-2500
4. Muji House Resort โนนสัง 16 กม. / 13 กม. โทร. 083-218-2749, 095-668-1813
5. ปาล์ม รีสอร์ท โนนสัง 16 กม. / 13 กม. โทร. 095-273-4675
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: บ้านกุดคอเมยและบ้านกุดกวางสร้อยเป็นแหล่งโบราณคดีเดียวกันหรือไม่?
ตอบ: เป็นคนละแหล่งแต่มีความสัมพันธ์กัน บ้านกุดคอเมยเชื่อมโยงกับเนินโบราณคดีโนนพร้าวในตำบลกุดดู่ ส่วนบ้านกุดกวางสร้อยเชื่อมโยงกับโนนดอนกลางในตำบลบ้านถิ่น ทั้ง 2 แห่งอยู่ในอำเภอโนนสังและพบหลักฐานหลายประเภทที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน
 
ถาม: แหล่งโบราณคดีทั้ง 2 แห่งมีอายุเท่าใด?
ตอบ: ชั้นหลักฐานช่วงสำคัญกำหนดอายุได้ประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว และยังพบหลักฐานต่อเนื่องจากสมัยทวารวดีและล้านช้าง โดยหลักฐานล้านช้างอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 23–24
 
ถาม: พบโบราณวัตถุประเภทใดที่บ้านกุดคอเมยและบ้านกุดกวางสร้อย?
ตอบ: หลักฐานเด่นประกอบด้วยโครงกระดูกมนุษย์ ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา กำไลสำริด กำไลหิน แม่พิมพ์หินทรายสำหรับหล่อหัวขวานสำริด เครื่องมือเหล็ก และลูกปัดแก้ว
 
ถาม: ภาชนะดินเผาของที่นี่เหมือนกับวัฒนธรรมบ้านเชียงหรือไม่?
ตอบ: ภาชนะบางส่วนมีลักษณะ รูปทรง หรือเทคนิคใกล้เคียงกับหลักฐานจากวัฒนธรรมบ้านเชียง จึงใช้เปรียบเทียบทางโบราณคดีได้ แต่บ้านกุดคอเมยและบ้านกุดกวางสร้อยเป็นแหล่งที่มีบริบทและลำดับวัฒนธรรมของตนเอง
 
ถาม: เปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีตารางวันและเวลาเปิดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ประกาศตายตัว การเข้าชมอาคารเรียนรู้และพื้นที่สำคัญควรนัดหมายกับองค์การบริหารส่วนตำบลหรือผู้นำชุมชนก่อนเดินทาง
 
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: พื้นที่ไม่ได้ดำเนินงานในระบบจำหน่ายบัตรแบบพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ ผู้เดินทางควรสอบถามเรื่องรูปแบบการเข้าชม กิจกรรมชุมชน หรือค่าใช้จ่ายสำหรับผู้นำชมกับหน่วยงานผู้ดูแลโดยตรง
 
ถาม: สามารถเดินทางไปทั้ง 2 แห่งภายในวันเดียวได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถจัดเป็นเส้นทางวันเดียวได้ เพราะอยู่ในอำเภอโนนสังและห่างกันประมาณ 13 กิโลเมตรตามเส้นทางถนน ควรนัดหมายผู้ดูแลทั้ง 2 แห่งและเริ่มเดินทางในช่วงเช้า
 
ถาม: นักท่องเที่ยวสามารถเก็บเศษภาชนะหรือวัตถุที่พบบนพื้นกลับไปได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่ได้ ห้ามขุด เก็บ หรือเคลื่อนย้ายวัตถุทุกชนิดออกจากแหล่ง เพราะตำแหน่งที่พบเป็นข้อมูลสำคัญทางโบราณคดี และโบราณวัตถุอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองของประเทศไทย

ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดกหมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก

แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์กลุ่ม: ●แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(4)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(1)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(10)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(5)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(1)
ถ้ำ ถ้ำ(6)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)