หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดหนองบัวลำภู >อ.ศรีบุญเรือง >ต.ศรีบุญเรือง > หมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้า
TL;DR: หมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้า อยู่ที่ชุมชนห้วยฮวก จอมทอง นาฝาย ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

หนองบัวลำภู

หมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้า

หมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้า

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
หมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้า จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของอำเภอศรีบุญเรืองที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนจากการนำต้นคล้า หรือพืชท้องถิ่นที่มีความเหนียว ยืดหยุ่น และทนทาน มาแปรรูปเป็นกระติบข้าวเหนียวและผลิตภัณฑ์จักสานหลากหลายชนิด จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่งานสานกระติบจากต้นคล้าที่ชาวบ้านห้วยฮวก จอมทอง และนาฝายสืบทอดกันมายาวนาน กระติบต้นคล้าสามารถเก็บข้าวเหนียวให้นุ่ม ไม่แฉะ ไม่แห้งเร็ว และมีความคงทนกว่าวัสดุจักสานหลายประเภท จึงกลายเป็นทั้งของใช้ในชีวิตประจำวัน ของฝากพื้นเมือง และงานหัตถกรรมที่สะท้อนตัวตนของชุมชนศรีบุญเรืองได้อย่างโดดเด่น
 
หมู่บ้านตั้งอยู่บนเส้นทางศรีบุญเรือง – ภูเวียง ประมาณกิโลเมตรที่ 8 ในเขตอำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู เส้นทางนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า เพราะสามารถแวะชมหมู่บ้าน เลือกซื้อกระติบข้าวจากต้นคล้า และเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัดสำคัญในพื้นที่ได้สะดวก การมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการแวะซื้อของฝาก แต่เป็นการเข้าไปสัมผัสพื้นที่ผลิตจริง เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ทำงานจักสานอย่างต่อเนื่อง และเข้าใจว่ากระติบข้าวเหนียวหนึ่งใบเกิดจากกระบวนการที่ละเอียดกว่าที่เห็นภายนอกมาก
 
กระติบข้าวจากต้นคล้าเป็นผลงานจากภูมิปัญญาของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอศรีบุญเรือง ซึ่งเดิมทีชุมชนอีสานใช้วัสดุธรรมชาติหลายชนิดทำเครื่องจักสาน เช่น ไม้ไผ่ หวาย และพืชเส้นใยต่าง ๆ แต่ต้นคล้ามีคุณสมบัติที่เหมาะกับการนำมาทำกระติบข้าวอย่างยิ่ง เพราะเส้นคล้ามีลักษณะเล็ก เรียบ แบน เหนียว ยืดหยุ่น แข็งแรง และมีความมันวาวตามธรรมชาติ เมื่อนำมาจักเป็นเส้นตอกและสานเป็นภาชนะจึงได้งานที่แน่น ทน และดูสวยงามในแบบธรรมชาติ กระติบต้นคล้ายังช่วยเก็บความร้อนของข้าวเหนียวได้ดี ทำให้ข้าวเหนียวนึ่งสุกคงสภาพนุ่มอยู่ได้นาน จึงเป็นของใช้ที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมการกินข้าวเหนียวของคนอีสานอย่างลึกซึ้ง
 
เอกลักษณ์สำคัญของหมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้าอยู่ที่การทำงานด้วยมือเกือบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกต้นคล้า การจักเส้น การตาก การแช่น้ำ การขูดไส้ การรีดเส้นตอก ไปจนถึงการสานขึ้นรูปเป็นกระติบข้าว ตะกร้า กระเป๋า และของใช้ต่าง ๆ งานแต่ละใบจึงมีรายละเอียดจากฝีมือของผู้สาน ไม่ใช่งานที่ผลิตแบบโรงงานในจังหวะเดียวกันทั้งหมด ความงามของงานสานเกิดจากความสม่ำเสมอของเส้นตอก ความแน่นของการขัดสาน ความกลมของรูปทรง และความประณีตในการเก็บขอบ เก็บปาก และตกแต่งส่วนประกอบให้ใช้งานได้จริง
 
ต้นคล้าที่ใช้ทำผลิตภัณฑ์เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยเฉพาะพื้นที่ดินร่วนปนทรายที่มีความชื้นเหมาะสม ลำต้นของคล้ามีปล้องยาวขึ้นเป็นกอ เมื่อต้นเจริญเต็มที่จึงตัดนำมาเตรียมเป็นเส้นตอกสำหรับสาน ชาวบ้านต้องเลือกต้นที่มีอายุและขนาดเหมาะสม เพราะต้นที่อ่อนเกินไปอาจไม่มีความแข็งแรงพอ ส่วนต้นที่แก่เกินไปอาจทำให้เส้นตอกแข็งและยากต่อการสาน การคัดวัตถุดิบจึงเป็นขั้นตอนแรกที่มีผลต่อคุณภาพของกระติบข้าวโดยตรง
 
หลังจากตัดต้นคล้า ชาวบ้านจะลอกเปลือกนอกและผ่าเป็นเส้นเล็ก ๆ จากนั้นนำเส้นคล้าไปตากแดด สลับกับการแช่น้ำ เพื่อให้เส้นคล้าปรับสภาพจนมีสีและความยืดหยุ่นที่เหมาะสม ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ เพราะหากตากน้อยเกินไป เส้นคล้าอาจยังมีความชื้นสูงและไม่พร้อมใช้งาน หากตากมากเกินไป เส้นอาจแห้งแข็งจนสานยาก เมื่อเส้นตอกแห้งและได้รูปแล้วจึงนำมาเก็บรักษาเพื่อใช้สานต่อไป กระบวนการเหล่านี้สะท้อนความเข้าใจของชาวบ้านต่อวัสดุธรรมชาติอย่างละเอียด
 
การสานกระติบข้าวจากต้นคล้าเริ่มจากการกำหนดรูปทรงและขนาดของกระติบ จากนั้นค่อย ๆ วางเส้นตอกเป็นโครงและขัดสานให้เกิดรูปทรงทรงกระบอกหรือทรงที่ต้องการ ผู้สานต้องควบคุมแรงมือให้สม่ำเสมอ เพราะถ้าดึงแน่นเกินไปกระติบอาจบิดหรือเสียรูป แต่ถ้าสานหลวมเกินไปกระติบจะไม่แข็งแรงและเก็บข้าวเหนียวได้ไม่ดี เมื่อขึ้นรูปได้แล้วจึงเก็บขอบ ทำฝา ใส่ฐาน หรือประกอบส่วนตกแต่งอื่น ๆ งานสานที่ดีจะมีเส้นสม่ำเสมอ แน่นพอดี น้ำหนักไม่มาก และสามารถใช้งานได้ยาวนาน
 
ลวดลายของกระติบต้นคล้าศรีบุญเรืองมีทั้งลายพื้นถิ่นและลายประยุกต์ ลายพื้นถิ่นที่พบได้ เช่น ลายครุบ ลายครุ ลายก้นลิง ลายสอง และลายสาม ส่วนลายประยุกต์มีทั้งลายดอกผักแว่น ลายขอ และลายขิด ลวดลายเหล่านี้ไม่ได้ทำให้กระติบสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความแน่น ความแข็งแรง และเอกลักษณ์ให้กับชิ้นงานด้วย ผู้สานที่มีประสบการณ์สามารถเลือกใช้ลายให้เหมาะกับรูปทรงและการใช้งาน เช่น กระติบข้าวสำหรับใช้ประจำวัน กระติบขนาดเล็กสำหรับของฝาก หรือกระเป๋าสานที่ต้องการลวดลายร่วมสมัยมากขึ้น
 
นอกจากกระติบข้าวเหนียวแล้ว ผลิตภัณฑ์จากเส้นคล้ายังพัฒนาเป็นของใช้และของตกแต่งอีกหลายประเภท เช่น ตะกร้า กระเป๋า กระเช้า ที่รองจาน ที่รองแก้ว ภาชนะใส่ของ และของฝากขนาดเล็ก การต่อยอดสินค้าเหล่านี้ทำให้ภูมิปัญญาที่เคยผูกกับการเก็บข้าวเหนียวขยายไปสู่ตลาดร่วมสมัยมากขึ้น ผู้ซื้อสามารถเลือกงานสานตามการใช้งานจริง ไม่ว่าจะใช้ในครัวเรือน ใช้เป็นของขวัญ ใช้ตกแต่งร้านอาหาร ใช้ในคาเฟ่แนวพื้นถิ่น หรือใช้เป็นสินค้าสะสมที่มีเรื่องราวของชุมชนประกอบอยู่
 
สิ่งที่ทำให้กระติบต้นคล้าของอำเภอศรีบุญเรืองมีชื่อเสียงคือความละเอียดของเส้นตอกและความแน่นในตัวของงานสาน ผลิตภัณฑ์ที่ดีจะมีเส้นคล้าเรียบ แบน ไม่เปื่อยง่าย มีความมันวาวตามธรรมชาติ และจับแล้วรู้สึกแน่นมือแต่ไม่หนักจนเกินไป เมื่อใช้บรรจุข้าวเหนียว กระติบจะช่วยระบายไอน้ำได้พอดี ทำให้ข้าวไม่แฉะ ขณะเดียวกันก็รักษาความอุ่นและความนุ่มไว้ได้ดี คุณสมบัตินี้เป็นเหตุผลสำคัญที่กระติบคล้ายังคงได้รับความนิยม แม้ในปัจจุบันจะมีภาชนะสมัยใหม่ให้เลือกจำนวนมาก
 
หมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้ายังมีความสำคัญในฐานะแหล่งอาชีพของชุมชน ชาวบ้านจำนวนมากใช้เวลาว่างจากการทำไร่ ทำนา และงานประจำมาจักสานผลิตภัณฑ์จากต้นคล้า การรวมกลุ่มทำให้สามารถรวบรวมสินค้า จัดจำหน่าย และรับคำสั่งซื้อได้เป็นระบบมากขึ้น รายได้จากงานสานช่วยสร้างเศรษฐกิจในครัวเรือนและทำให้ชุมชนมีแรงจูงใจในการรักษาภูมิปัญญาเดิมไว้ การสานกระติบจึงเป็นมากกว่างานฝีมือ เพราะเป็นทั้งอาชีพเสริม อาชีพหลักในบางครอบครัว และเครื่องมือสร้างความภาคภูมิใจให้กับท้องถิ่น
 
กลุ่มสานกระติบข้าวจากคล้าชุมชนห้วยฮวก จอมทอง นาฝาย เป็นชื่อที่เชื่อมโยงกับแหล่งผลิตสำคัญในพื้นที่เทศบาลตำบลจอมทอง อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีคุณธิษณามดี ศรีหนองเม็ก เป็นประธานกลุ่มและผู้ประสานงานที่เกี่ยวข้องกับงานจักสานของชุมชน ชื่อของกลุ่มสะท้อนความร่วมมือระหว่างหลายชุมชนใกล้เคียงที่มีทักษะการสานกระติบจากต้นคล้าเหมือนกัน การรวมตัวเช่นนี้ช่วยให้สินค้าชุมชนมีความต่อเนื่องทั้งด้านการผลิต การถ่ายทอดความรู้ และการจำหน่าย
 
ในมุมของนักท่องเที่ยว หมู่บ้านแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านจริง ๆ ไม่ใช่เพียงสินค้าสำเร็จรูปบนชั้นวาง การมาเดินชมและเลือกซื้อที่แหล่งผลิตทำให้เข้าใจว่ากระติบหนึ่งใบมีที่มาจากพื้นที่ วัตถุดิบ และแรงมือของคนในชุมชน ผู้มาเยือนสามารถสังเกตรายละเอียดของงานสาน เปรียบเทียบลวดลาย เลือกขนาดที่เหมาะกับการใช้งาน และพูดคุยกับชาวบ้านเพื่อเรียนรู้วิธีดูแลรักษากระติบข้าว การซื้อจากแหล่งผลิตยังทำให้เงินหมุนกลับสู่ชุมชนโดยตรง
 
สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อกระติบข้าวเหนียวอย่างดี ควรพิจารณาหลายจุดประกอบกัน ได้แก่ ความแน่นของการสาน ความเรียบร้อยของขอบกระติบ ความกลมของรูปทรง น้ำหนัก ความเรียบของเส้นตอก กลิ่นของวัสดุธรรมชาติ และความเหมาะสมของขนาด หากต้องการใช้จริงในชีวิตประจำวันควรเลือกกระติบที่แน่น แข็งแรง เปิดปิดสะดวก และขนาดพอดีกับปริมาณข้าวเหนียวของครอบครัว หากต้องการซื้อเป็นของฝากอาจเลือกกระติบขนาดเล็กหรือผลิตภัณฑ์ประยุกต์ที่พกพาง่ายและอธิบายเรื่องราวของต้นคล้าให้ผู้รับเข้าใจได้
 
การดูแลกระติบจากต้นคล้าไม่ซับซ้อน แต่ควรใส่ใจเพื่อให้ใช้งานได้นาน หลังใช้งานควรทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน ผึ่งให้แห้งในที่อากาศถ่ายเท และหลีกเลี่ยงการเก็บไว้ในพื้นที่อับชื้นเป็นเวลานาน แม้ต้นคล้าจะมีความทนทานและไม่เกิดมอดง่าย แต่การดูแลที่ดีจะช่วยรักษารูปทรงและความสวยงามของงานสานไว้ได้นานขึ้น หากใช้ใส่ข้าวเหนียวเป็นประจำ ควรปล่อยให้กระติบแห้งสนิทก่อนเก็บทุกครั้ง เพื่อรักษาคุณภาพของวัสดุธรรมชาติและลดกลิ่นอับ
 
หมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้าเหมาะกับการท่องเที่ยวแบบครอบครัว เพราะเด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรมว่าวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นสามารถเปลี่ยนเป็นของใช้ได้อย่างไร การเห็นต้นคล้า เส้นตอก และกระติบสำเร็จรูปช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ ภูมิปัญญา และการดำรงชีวิตของชุมชนอีสาน ผู้ปกครองสามารถชวนเด็กสังเกตลายสาน รูปทรง และประโยชน์ของกระติบข้าวเหนียวในวัฒนธรรมการกินของคนไทยภาคอีสาน การเรียนรู้ลักษณะนี้ทำให้การท่องเที่ยวมีความหมายมากกว่าการแวะซื้อของฝาก
 
สำหรับผู้สนใจงานออกแบบ ผลิตภัณฑ์จากต้นคล้าเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำวัสดุพื้นถิ่นมาต่อยอดสู่สินค้าไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เส้นคล้ามีสีและผิวสัมผัสที่อบอุ่น ให้ความรู้สึกธรรมชาติ และเข้ากับงานตกแต่งบ้านหรือร้านอาหารที่ต้องการบรรยากาศเรียบง่ายแบบไทยอีสาน กระเป๋าสาน ตะกร้า และของตกแต่งจากคล้าจึงสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้โดยไม่จำกัดอยู่เพียงบริบทดั้งเดิม ความน่าสนใจของงานสานบ้านห้วยฮวก จอมทอง และนาฝายคือการรักษารากเดิมไว้ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ลวดลายและรูปแบบสินค้าใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
ในมิติทางวัฒนธรรม กระติบข้าวเหนียวเป็นภาชนะที่อยู่คู่กับวิถีอีสานมายาวนาน เพราะข้าวเหนียวเป็นอาหารหลักของผู้คนจำนวนมากในภูมิภาคนี้ กระติบจึงไม่ได้เป็นเพียงภาชนะเก็บอาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของสำรับอาหาร ครัวเรือน การเดินทางไปไร่นา งานบุญ งานประเพณี และการต้อนรับแขก เมื่อกระติบทำจากต้นคล้าของพื้นที่ศรีบุญเรือง จึงยิ่งมีความหมายเฉพาะถิ่นมากขึ้น เพราะวัสดุและงานฝีมือเกิดจากพื้นที่เดียวกันกับชุมชนผู้ใช้และผู้ผลิต
 
การมาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้ยังช่วยให้เห็นภาพของศรีบุญเรืองในฐานะพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาชุมชนเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น ต้นคล้าที่ขึ้นในพื้นที่ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงพืชริมทุ่งหรือพืชพื้นบ้านทั่วไป แต่ถูกพัฒนาให้เป็นวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดหนองบัวลำภู ผลิตภัณฑ์คล้าศรีบุญเรืองจึงเป็นตัวอย่างของการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างรู้คุณค่า และเป็นแนวทางที่ช่วยให้ชุมชนมีรายได้จากสิ่งที่ตนเองมีอยู่แล้วในพื้นที่
 
บรรยากาศของการเยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้ามีความเรียบง่ายและอบอุ่น ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสความเป็นกันเองของชาวบ้าน ได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากมือของคนในชุมชน และได้เลือกซื้อสินค้าที่มีประโยชน์จริง เหมาะกับทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ต้องการของฝากพื้นเมือง และชาวต่างชาติที่สนใจงานหัตถกรรมไทยแบบดั้งเดิม งานสานจากต้นคล้าอธิบายได้ง่ายในระดับสากล เพราะทุกวัฒนธรรมล้วนรู้จักการใช้พืชเส้นใยมาทำภาชนะ แต่รายละเอียดของกระติบข้าวเหนียวจากคล้าทำให้เห็นตัวตนเฉพาะของอีสานอย่างชัดเจน
 
หากจัดเส้นทางท่องเที่ยวในอำเภอศรีบุญเรือง สามารถเริ่มต้นจากหมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้า แล้วต่อไปยังวัดเทพโพธาราม วัดจันทร์ประสิทธิ์ หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ถ้ำผาเจาะ และวัดถ้ำเอราวัณ รวมถึงเชื่อมเส้นทางไปยังอุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่นได้ตามความสะดวก การจัดเส้นทางแบบนี้ทำให้ผู้เดินทางได้สัมผัสทั้งหัตถกรรม วิถีชุมชน ศาสนสถาน ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในทริปเดียว
 
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเยี่ยมชมคือช่วงเช้าถึงบ่ายในเวลาเปิดทำการ เพราะมีแสงเพียงพอสำหรับชมรายละเอียดของเส้นตอก ลวดลาย และสีธรรมชาติของงานสาน หากต้องการเลือกซื้อหลายชิ้นหรือพูดคุยกับผู้ดูแลกลุ่ม ควรเผื่อเวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หากเดินทางเป็นหมู่คณะหรือมีความประสงค์จะเรียนรู้กระบวนการสานอย่างละเอียด ควรติดต่อสอบถามล่วงหน้า เพื่อให้การเยี่ยมชมสอดคล้องกับเวลาทำงานของชุมชนและผู้สาน
 
มารยาทในการเยี่ยมชมหมู่บ้านหัตถกรรมควรให้ความสำคัญกับความเป็นพื้นที่ชุมชน นักท่องเที่ยวควรขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลหรือพื้นที่ทำงานภายในบ้าน ไม่ควรจับชิ้นงานที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และควรเดินชมด้วยความระมัดระวัง เพราะผลิตภัณฑ์บางชิ้นอาจเสียรูปได้หากถูกกดหรือวางไม่ถูกวิธี การพูดคุยอย่างสุภาพ การอุดหนุนสินค้าตามความเหมาะสม และการบอกต่อเรื่องราวของงานสานอย่างเคารพ เป็นวิธีสนับสนุนชุมชนที่มีคุณค่ามาก
 
สำหรับชาวต่างชาติ หมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้าเป็นจุดหมายที่ช่วยอธิบายวัฒนธรรมการกินข้าวเหนียวของไทยภาคอีสานได้ดี กระติบไม่ได้เป็นเพียงกล่องใส่อาหาร แต่เป็นภาชนะที่ออกแบบจากความเข้าใจเรื่องอาหารและสภาพอากาศ ข้าวเหนียวที่เพิ่งนึ่งสุกต้องการภาชนะที่รักษาความอุ่นแต่ไม่เก็บความชื้นมากเกินไป กระติบสานจากเส้นคล้าจึงตอบโจทย์นี้ด้วยวัสดุธรรมชาติและโครงสร้างการสานที่ระบายอากาศได้พอดี เมื่ออธิบายเช่นนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเห็นว่าของใช้พื้นบ้านไทยมีเหตุผลด้านการออกแบบซ่อนอยู่ในวิถีชีวิต
 
หมู่บ้านแห่งนี้ยังสะท้อนความสำคัญของการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นในยุคที่สินค้าสมัยใหม่เข้ามาแทนที่ของใช้ดั้งเดิมจำนวนมาก หากชุมชนไม่ถ่ายทอดทักษะการจักเส้น การเตรียมต้นคล้า และการสานให้คนรุ่นต่อไป ความรู้จำนวนมากอาจหายไปพร้อมกับผู้ชำนาญงาน การท่องเที่ยวและการซื้อผลิตภัณฑ์จากแหล่งผลิตจริงจึงมีส่วนช่วยให้ภูมิปัญญานี้ยังมีพื้นที่ในเศรษฐกิจปัจจุบัน และทำให้คนรุ่นใหม่มองเห็นคุณค่าของงานฝีมือที่บรรพบุรุษสร้างไว้
 
การเดินทาง ไปยังหมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้า ใช้เส้นทางทางหลวงสายศรีบุญเรือง – ภูเวียง โดยหมู่บ้านตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 8 ของเส้นทางดังกล่าว หากเดินทางจากตัวอำเภอศรีบุญเรืองให้มุ่งหน้าไปทางภูเวียง จังหวัดขอนแก่น แล้วสังเกตพื้นที่ชุมชนห้วยฮวก จอมทอง และนาฝาย การใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะซื้อผลิตภัณฑ์จักสานและเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้ตามแผน นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากตัวเมืองหนองบัวลำภูควรวางเวลาให้เหมาะสม เนื่องจากระยะทางมายังอำเภอศรีบุญเรืองใช้เวลาพอสมควร
 
โดยสรุป หมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้า หนองบัวลำภู เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและหัตถกรรมที่ควรค่าแก่การแวะชมอย่างยิ่ง เพราะรวมทั้งภูมิปัญญาการใช้ต้นคล้า งานสานกระติบข้าวเหนียว วิถีชุมชนอีสาน และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่ใช้งานได้จริงไว้ในที่เดียว นักท่องเที่ยวสามารถมาเลือกซื้อกระติบข้าวเหนียวคุณภาพดี เรียนรู้กระบวนการทำงานของชาวบ้าน และสัมผัสความอบอุ่นของชุมชนบ้านห้วยฮวก จอมทอง และนาฝายได้ทุกวันในช่วงเวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ชื่อสถานที่หมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้า
ที่ตั้งชุมชนห้วยฮวก จอมทอง นาฝาย ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู
ที่อยู่กลุ่มสานกระติบข้าวจากคล้าชุมชนห้วยฮวก จอมทอง นาฝาย เทศบาลตำบลจอมทอง เลขที่ 999 หมู่ที่ 9 ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู 39180
ไฮไลต์แหล่งผลิตกระติบข้าวเหนียวจากต้นคล้า งานหัตถกรรมพื้นบ้านที่เก็บข้าวเหนียวให้นุ่มและอุ่นได้นาน
ประวัติ / สมัย / ยุคภูมิปัญญาการจักสานผลิตภัณฑ์จากต้นคล้าในอำเภอศรีบุญเรืองสืบทอดมากว่า 40 ปี และเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงของจังหวัดหนองบัวลำภู
ที่มาของชื่อชื่อสถานที่มาจากงานหัตถกรรมหลักของชุมชน คือ การนำต้นคล้ามาจักเป็นเส้นตอกและสานเป็นกระติบข้าวเหนียว
ลักษณะเด่นเส้นคล้าเรียบแบน เหนียว ยืดหยุ่น แข็งแรง มีความมันวาวตามธรรมชาติ และเมื่อนำมาสานเป็นกระติบข้าวจะช่วยรักษาคุณภาพของข้าวเหนียวให้ไม่แห้งเร็ว
ผลิตภัณฑ์เด่นกระติบข้าวเหนียวจากต้นคล้า ตะกร้า กระเป๋า กระเช้า ที่รองจาน ที่รองแก้ว และของใช้จากเส้นคล้า
ลวดลายเด่นลายครุบ ลายครุ ลายก้นลิง ลายสอง ลายสาม ลายดอกผักแว่น ลายขอ และลายขิด
การเดินทางใช้เส้นทางทางหลวงสายศรีบุญเรือง – ภูเวียง หมู่บ้านอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 8 เหมาะกับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า
สถานะปัจจุบันเปิดให้เข้าชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จักสานจากต้นคล้า
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จักสาน พื้นที่เรียนรู้งานหัตถกรรม พื้นที่ชุมชนสำหรับชมวิถีการทำงาน และพื้นที่จอดรถตามสภาพพื้นที่ชุมชน
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพื้นที่จำหน่ายกระติบต้นคล้า, พื้นที่แสดงผลิตภัณฑ์จักสาน, พื้นที่เรียนรู้การเตรียมเส้นคล้า, พื้นที่สานกระติบของชาวบ้าน, พื้นที่เลือกซื้อของฝากจากชุมชน
ประธานกลุ่ม / ผู้ดูแลคุณธิษณามดี ศรีหนองเม็ก
เบอร์ติดต่อหลัก09-3381-5573
เว็บไซต์ / เพจทางการข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดหนองบัวลำภูและเอกสารผลิตภัณฑ์คล้าศรีบุญเรืองของหน่วยงานรัฐ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดเทพโพธาราม ประมาณ 11 กม.
2. วัดจันทร์ประสิทธิ์และบ่อน้ำโบราณบ้านสร้างเสี่ยน ประมาณ 13 กม.
3. ถ้ำผาเจาะ ประมาณ 18 กม.
4. วัดถ้ำเอราวัณ ประมาณ 25 กม.
5. น้ำตกตาดฟ้า อุทยานแห่งชาติภูเวียง ประมาณ 45 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. สวรรค์บ้านนา ประมาณ 10 กม. โทร. 084-787-4847, 064-748-0781
2. คุณชาย พาเพลิน ประมาณ 11 กม. โทร. 093-421-5757
3. Winnie Coffee ประมาณ 12 กม.
4. ทุ่งเกวียน ประมาณ 12 กม.
5. เบ้อเร่อ ชาบู พันธุ์แท้ สาขาร้อยเอ็ดศรีบุญเรือง ประมาณ 13 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. P2 Garden View Hotel Sriboonruang ประมาณ 10 กม. โทร. 061-079-7136
2. โรงแรมต้นหลิว อำเภอศรีบุญเรือง ประมาณ 11 กม.
3. รีสอร์ทบ้านสวนอินน์ ศรีบุญเรือง ประมาณ 11 กม.
4. ศรีบุรีรีสอร์ท ประมาณ 12 กม. โทร. 080-010-3530, 082-103-5048
5. Hi Creek Resort & Campsite ประมาณ 14 กม. โทร. 082-570-5925
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้าอยู่ที่ไหน?
ตอบ: อยู่ในชุมชนห้วยฮวก จอมทอง นาฝาย ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู บนเส้นทางศรีบุญเรือง – ภูเวียง ประมาณกิโลเมตรที่ 8
 
ถาม: หมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้าเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: กระติบต้นคล้ามีจุดเด่นอย่างไร?
ตอบ: จุดเด่นคือเส้นคล้ามีความเหนียว แข็งแรง ยืดหยุ่น ไม่เปื่อยง่าย และช่วยเก็บข้าวเหนียวให้นุ่ม ไม่แห้งเร็ว จึงเหมาะกับวิถีการกินข้าวเหนียวของชาวอีสาน
 
ถาม: ที่หมู่บ้านมีสินค้าอะไรให้เลือกซื้อบ้าง?
ตอบ: มีทั้งกระติบข้าวเหนียวจากต้นคล้า ตะกร้า กระเป๋า กระเช้า ที่รองจาน ที่รองแก้ว และผลิตภัณฑ์จักสานจากเส้นคล้าหลายรูปแบบ
 
ถาม: ควรเลือกซื้อกระติบต้นคล้าอย่างไร?
ตอบ: ควรดูความแน่นของการสาน ความเรียบร้อยของขอบ รูปทรง น้ำหนัก ความเรียบของเส้นตอก และขนาดที่เหมาะกับการใช้งานจริง
 
ถาม: เดินทางไปหมู่บ้านหัตถกรรมจักสานกระติบต้นคล้าอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงสายศรีบุญเรือง – ภูเวียง หมู่บ้านอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 8 การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด
 
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวหมู่บ้านนานเท่าไร?
ตอบ: โดยทั่วไปควรเผื่อเวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ชมลวดลาย และพูดคุยกับชาวบ้านหรือผู้ดูแลกลุ่ม
 
ถาม: หมู่บ้านนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบใด?
ตอบ: เหมาะกับผู้สนใจงานหัตถกรรม วิถีชุมชนอีสาน ของฝากพื้นเมือง งานจักสานจากวัสดุธรรมชาติ ครอบครัวที่ต้องการแหล่งเรียนรู้ และชาวต่างชาติที่อยากเข้าใจวัฒนธรรมข้าวเหนียวของไทย

วิถีชีวิตหมวดหมู่: ●วิถีชีวิต

หมู่บ้าน ชุมชนกลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชนประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(4)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(1)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(1)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
วัด วัด(10)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(3)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(5)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(1)
ถ้ำ ถ้ำ(6)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)