หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดหนองบัวลำภู >อ.โนนสัง >ต.นิคมพัฒนา > วัดพระพุทธบาทภูเก้า
TL;DR: วัดพระพุทธบาทภูเก้า อยู่ที่บ้านดงบาก ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
วัดพระพุทธบาทภูเก้า

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
วัดพระพุทธบาทภูเก้า จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นวัดเก่าแก่บนพื้นที่ภูเก้าในอำเภอโนนสังที่มีความสำคัญทั้งด้านพระพุทธศาสนา ตำนานพื้นบ้าน โบราณคดี ธรรมชาติ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของอีสานตอนบน จุดเด่นของวัดคือรอยพระพุทธบาทที่เป็นศูนย์รวมศรัทธา รอยเท้ามนุษย์และรอยตีนสุนัขขนาดใหญ่ที่สลักอยู่บนหินซึ่งเชื่อมโยงกับนิทานพื้นบ้านเรื่อง “พระสุพรหมวิโมขากับหมาเก้าหาง” รวมถึงถ้ำมึ้มและถ้ำอาจารย์สิมหรือถ้ำหลวงปู่สิม ซึ่งมีภาพเขียนสีและภาพสลักตามผนังถ้ำสมัยก่อนประวัติศาสตร์ วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระ ชมรอยพระพุทธบาท ศึกษาเรื่องเล่าท้องถิ่น เดินชมแหล่งโบราณคดี และสัมผัสบรรยากาศภูเขาหินทรายในเขตอุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำ
วัดพระพุทธบาทภูเก้าตั้งอยู่ที่บ้านดงบาก ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นวัดราษฎร์บนพื้นที่ภูเก้าที่มีบทบาทสำคัญต่อทั้งชุมชนและนักเดินทาง เพราะเป็นจุดที่เชื่อมระหว่างศาสนสถาน วัดป่าบนภูเขา แหล่งภาพเขียนสี แหล่งภาพสลักบนผนังถ้ำ เรื่องเล่าพื้นบ้าน และธรรมชาติของเทือกเขาภูเก้าไว้ในพื้นที่เดียวกัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้วัดไม่ได้เป็นเพียงวัดสำหรับกราบไหว้เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่เรียนรู้ภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่ประกอบด้วยความเชื่อ ศิลปะถ้ำ ป่าไม้ ลานหิน เส้นทางภูเขา และร่องรอยมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ยังปรากฏเป็นหลักฐานสำคัญของจังหวัดหนองบัวลำภู
ภูเก้าเป็นเทือกเขาหินทรายที่มีลักษณะซับซ้อน ชื่อภูเก้าสื่อถึงกลุ่มภูเขา 9 ลูก ได้แก่ ภูฝาง ภูขุมปูน ภูหัน ภูเมย ภูค้อหม้อ ภูชั้น ภูเพราะ ภูลวก และภูวัด พื้นที่โดยรวมมีลักษณะคล้ายกระทะหงาย มีที่ราบอยู่ตอนกลางและมีแนวเทือกเขาล้อมรอบ ภูมิประเทศเช่นนี้ทำให้เกิดลานหิน เพิงผา ถ้ำ โพรงหิน เส้นทางธรรมชาติ และจุดชมวิวหลายแห่ง วัดพระพุทธบาทภูเก้าจึงตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความพิเศษทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และเชิงวัฒนธรรม เพราะภูเขาไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของวัด แต่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่า ศรัทธา และหลักฐานโบราณคดีที่ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความหมายลึกกว่าวัดบนภูเขาทั่วไป
หัวใจของการมาเยือนวัดพระพุทธบาทภูเก้าคือการกราบนมัสการรอยพระพุทธบาท ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการระลึกถึงพระพุทธเจ้าและการเดินตามรอยพระธรรม รอยพระพุทธบาทในวัฒนธรรมไทยมีความหมายทางศรัทธาสูง เพราะพุทธศาสนิกชนมองว่าเป็นเครื่องหมายแห่งการประทับอยู่ของพระพุทธธรรมในโลกมนุษย์ ผู้ที่ขึ้นมาถึงวัดจึงมักเริ่มต้นด้วยการไหว้พระ ทำบุญ และตั้งจิตอธิษฐาน ก่อนเดินชมจุดสำคัญอื่น ๆ ในพื้นที่ การไหว้รอยพระพุทธบาทบนภูเขายังให้ความรู้สึกเชิงสัญลักษณ์ว่าผู้มาเยือนได้เดินขึ้นสู่พื้นที่สูง เพื่อวางใจให้สงบและเปิดรับความหมายทางธรรมที่วัดแห่งนี้ถ่ายทอดผ่านภูมิประเทศจริง
อีกจุดสำคัญของวัดคือรอยเท้ามนุษย์และรอยตีนสุนัขขนาดใหญ่ที่สลักอยู่บนหิน ซึ่งคนท้องถิ่นเชื่อมโยงกับนิทานพื้นบ้านเรื่องพระสุพรหมวิโมขากับหมาเก้าหาง รอยทั้ง 2 ทำให้วัดพระพุทธบาทภูเก้าเป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เพราะผสานร่องรอยบนลานหินเข้ากับวรรณกรรมพื้นบ้าน ความเชื่อ และคติธรรมของชุมชนอีสาน รอยเท้ามนุษย์และรอยตีนสุนัขไม่ได้เป็นเพียงวัตถุให้มองเห็น แต่เป็นจุดที่ทำให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจว่าชุมชนใช้ภูมิประเทศจริงเป็นพื้นที่เก็บรักษาเรื่องเล่าอย่างไร เรื่องเล่าจึงไม่ลอยอยู่ในหนังสือหรือปากคำเท่านั้น แต่มีจุดหมายบนพื้นหินที่ผู้คนสามารถเดินทางไปเห็นและรับรู้ด้วยตนเอง
นิทานพระสุพรหมวิโมขากับหมาเก้าหางเป็นเรื่องเล่าที่มีความหมายในเชิงคติธรรม กล่าวถึงตัวละครที่เดินทางผ่านเหตุการณ์ยากลำบาก โดยมีสุนัขเก้าหางเป็นเพื่อนร่วมทางที่ซื่อสัตย์และเสียสละ เมื่อชุมชนเชื่อมเรื่องนี้เข้ากับรอยเท้ามนุษย์และรอยตีนสุนัขบนหิน พื้นที่วัดพระพุทธบาทภูเก้าจึงกลายเป็นพื้นที่เล่าเรื่องที่มีชีวิต รอยบนหินทำหน้าที่คล้ายหลักฐานทางความทรงจำ ช่วยให้ผู้มาเยือนมองเห็นคุณค่าของความซื่อสัตย์ ความกตัญญู ความเพียร และการเสียสละผ่านภูมิประเทศจริง นิทานพื้นบ้านจึงไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าสำหรับความบันเทิง แต่เป็นสื่อทางวัฒนธรรมที่สอนคุณธรรมและเชื่อมผู้คนกับพื้นที่อย่างลึกซึ้ง
ภายในวัดพระพุทธบาทภูเก้ายังมีถ้ำมึ้ม ซึ่งเป็นแหล่งศิลปะถ้ำสำคัญของภูเก้า ถ้ำมึ้มมีลักษณะเป็นก้อนหินขนาดใหญ่คล้ายภูเขาลูกเล็ก ยาวประมาณ 100 เมตร มีโพรงลึกบริเวณตอนกลางด้านทิศตะวันออก ปากถ้ำกว้างประมาณ 8 เมตร ลึกประมาณ 4 เมตร และสูงจากพื้นหินประมาณ 2.5 เมตร ภายในถ้ำปรากฏทั้งภาพเขียนสีและภาพสลัก ส่วนผนังหินด้านล่างหน้าปากถ้ำมีภาพสลักอยู่เต็มผนัง ขนาดสูงประมาณ 2 เมตร ยาวประมาณ 11 เมตร ลักษณะเช่นนี้ทำให้ถ้ำมึ้มมีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะแหล่งศิลปะถ้ำที่สะท้อนการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในอดีต
ภาพเขียนสีและภาพสลักในถ้ำมึ้มช่วยให้เข้าใจว่าภูเก้าเคยเป็นพื้นที่ที่มนุษย์เข้ามาใช้ประโยชน์และทิ้งร่องรอยทางความเชื่อไว้ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ศิลปะถ้ำเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนเอกสารบนผนังหิน บอกเล่าผ่านรูปทรง เส้น รอยสลัก และสีที่ยังหลงเหลืออยู่ ภาพเขียนและภาพสลักไม่ได้เป็นเพียงงานศิลปะในความหมายสมัยใหม่ แต่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต พิธีกรรม ความเชื่อ การสื่อสาร และการรับรู้ธรรมชาติของมนุษย์ในอดีต การที่แหล่งศิลปะถ้ำตั้งอยู่ใกล้กับวัดพระพุทธบาทภูเก้ายิ่งทำให้พื้นที่นี้มีหลายชั้นความหมาย ทั้งชั้นก่อนประวัติศาสตร์ ชั้นตำนานพื้นบ้าน และชั้นศรัทธาพุทธศาสนาในปัจจุบัน
ถ้ำอาจารย์สิมหรือถ้ำหลวงปู่สิมเป็นอีกจุดสำคัญที่อยู่ในกลุ่มแหล่งโบราณคดีของภูเก้า ชื่อถ้ำเชื่อมโยงกับสายปฏิบัติธรรมและความสงบของวัดป่า ขณะเดียวกันภายในถ้ำยังมีภาพเขียนสีและภาพสลักบนผนังหินที่มีคุณค่าด้านโบราณคดี จุดนี้ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นความต่อเนื่องของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในหลายยุค ตั้งแต่ร่องรอยมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ การใช้ถ้ำและเพิงผาเป็นพื้นที่สื่อสารความเชื่อ ไปจนถึงการใช้ภูเขาและถ้ำเป็นสถานที่ภาวนาของพระสงฆ์สายปฏิบัติ ความหมายของถ้ำจึงไม่ได้มีเพียงมิติทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รองรับความศรัทธา การเรียนรู้ และการสงบใจ
วัดพระพุทธบาทภูเก้าจึงเป็นสถานที่ที่ไม่ควรรีบชมแบบผ่าน ๆ เพราะจุดสำคัญแต่ละแห่งมีความหมายแตกต่างกัน รอยพระพุทธบาทคือศูนย์กลางศรัทธา รอยเท้านายพรานและรอยตีนหมาคือประตูเข้าสู่ตำนานพื้นบ้าน ถ้ำมึ้มและถ้ำอาจารย์สิมคือหลักฐานของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ภูเขาหินทรายคือภูมิประเทศที่ทำให้เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นและดำรงอยู่ร่วมกัน ส่วนวัดในปัจจุบันคือพื้นที่ที่คอยเชื่อมโยงทุกชั้นความหมายให้คนรุ่นปัจจุบันเข้าถึงได้ การเที่ยววัดแห่งนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ครบทั้งทำบุญ เรียนรู้ เดินชมธรรมชาติ และเข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
ในด้านโบราณคดี ถ้ำมึ้มได้รับการศึกษาหลายครั้งโดยนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การสำรวจของ Wilhelm G. Solheim ใน พ.ศ. 2506 การสำรวจของกองโบราณคดี กรมศิลปากรร่วมกับมหาวิทยาลัยฮาวายใน พ.ศ. 2512 การสำรวจและคัดลอกภาพบนผนังถ้ำของโครงการโบราณคดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือใน พ.ศ. 2525 และการเผยแพร่ผลการสำรวจในงานศึกษาภาพเขียนสีภาคตะวันออกเฉียงเหนือของกรมศิลปากรใน พ.ศ. 2532 การศึกษาต่อเนื่องเหล่านี้สะท้อนว่าวัดพระพุทธบาทภูเก้าและพื้นที่ภูเก้าไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่น แต่เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับการทำความเข้าใจศิลปะถ้ำของประเทศไทย
พื้นที่ภูเก้าในปัจจุบันอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำ ซึ่งกินพื้นที่หลายจังหวัด ได้แก่ หนองบัวลำภู อุดรธานี และขอนแก่น อุทยานแห่งนี้มีทั้งแหล่งธรรมชาติและแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดี เช่น เขื่อนอุบลรัตน์ ทิวทัศน์ริมทะเลสาบเหนือเขื่อน น้ำตกตาดฟ้า หอสวรรค์ เสาหินหามต่าง รอยเท้านายพราน รอยตีนหมา ถ้ำจันได ถ้ำเสือตก ถ้ำพลานไฮ แหล่งโบราณคดีโนนนกทา และดอนกลาง วัดพระพุทธบาทภูเก้าจึงอยู่ในเครือข่ายสถานที่สำคัญของภูเก้า ไม่ได้โดดเดี่ยวจากพื้นที่รอบข้าง แต่เป็นหนึ่งในจุดหลักที่ทำให้เส้นทางท่องเที่ยวภูเก้ามีความสมบูรณ์
ธรรมชาติรอบวัดมีลักษณะเป็นป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และพื้นที่ภูเขาหินทราย ไม้สำคัญในป่าเต็งรังมีทั้งเต็ง รัง เหียง พลวง พะยอม กระโดน รวมถึงไม้พื้นล่างอย่างปรงป่า หญ้าเพ็ก เป้ง เถาวัลย์ และไม้หนามหลายชนิด ส่วนพื้นที่ลุ่ม ริมห้วย และหุบเขาบางแห่งมีป่าเบญจพรรณ เช่น แดง ประดู่ มะค่าแต้ กระบก ตะคร้อ และไม้ไผ่ สภาพธรรมชาติเหล่านี้ทำให้การมาเยือนวัดมีความร่มรื่นและให้ความรู้สึกของวัดภูเขาในเขตป่าอนุรักษ์ ผู้มาเยือนจึงควรปฏิบัติต่อพื้นที่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่รบกวนธรรมชาติ
นอกจากมิติทางศาสนาและโบราณคดี วัดพระพุทธบาทภูเก้ายังมีความสำคัญด้านการปฏิบัติธรรม เพราะพื้นที่ภูเขา ถ้ำ ร่มไม้ และความเงียบเอื้อต่อการทำใจให้สงบ วัดบนภูเขามักมีบรรยากาศที่ช่วยให้ผู้มาเยือนลดความเร่งรีบและหันมาสังเกตตนเองมากขึ้น การเดินขึ้นเส้นทางภูเก้า การหยุดกราบรอยพระพุทธบาท การนั่งพักในพื้นที่สงบ และการเดินชมถ้ำอย่างสำรวม ล้วนทำให้การมาเที่ยววัดกลายเป็นการพักใจไปพร้อมกัน สำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรม ควรติดต่อวัดล่วงหน้าและปฏิบัติตามระเบียบของวัดอย่างเคร่งครัด
พระอธิการ อ้วน ปภาโส เป็นเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทภูเก้าที่ปรากฏในข้อมูลวัดล่าสุด บทบาทของเจ้าอาวาสและคณะสงฆ์มีความสำคัญต่อการดูแลพื้นที่วัดราษฎร์บนภูเขา ทั้งในด้านศาสนกิจ การต้อนรับญาติโยม การรักษาความสะอาด การประสานกับหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่อุทยาน และการดูแลสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีทั้งรอยพระพุทธบาท รอยเท้าตามตำนาน ถ้ำ และจุดโบราณคดี พื้นที่ลักษณะนี้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างวัด ชุมชน และหน่วยงานรัฐ เพื่อให้การเข้าชมเป็นไปอย่างเหมาะสมและไม่กระทบต่อมรดกธรรมชาติและมรดกวัฒนธรรม
พื้นที่ของวัดและเส้นทางภูเก้าเหมาะกับการเดินชมแบบมีลำดับ ผู้มาเยือนควรเริ่มจากพื้นที่วัดและรอยพระพุทธบาทก่อน เพื่อทำบุญและตั้งใจให้สงบ จากนั้นจึงเดินไปยังจุดรอยเท้านายพรานและรอยตีนหมาเพื่อเรียนรู้ตำนานพื้นบ้าน ต่อด้วยการวางแผนชมถ้ำมึ้มและถ้ำอาจารย์สิมซึ่งอยู่ในกลุ่มแหล่งภาพเขียนสีและภาพสลัก หากมีเวลามากขึ้นสามารถเชื่อมต่อไปยังเสาหินหามต่าง หอสวรรค์ น้ำตกตาดฟ้า หรือจุดชมวิวอื่นในภูเก้า เส้นทางนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เห็นภาพรวมของภูเก้าทั้งศรัทธา เรื่องเล่า โบราณคดี และธรรมชาติในวันเดียว
การเดินชมถ้ำและแหล่งภาพเขียนสีควรทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ ภาพเขียนสีและภาพสลักบนผนังหินเป็นหลักฐานที่เปราะบางและมีคุณค่าทางวิชาการสูง ผู้มาเยือนไม่ควรสัมผัสผนังถ้ำ ไม่ขีดเขียนเพิ่มเติม ไม่ใช้แสงหรืออุปกรณ์ที่ก่อความร้อนใกล้ภาพ ไม่ปีนขึ้นไปบนผนังหิน และไม่เคลื่อนย้ายวัตถุใด ๆ ในพื้นที่ หากพบเศษหิน เศษภาชนะ หรือร่องรอยที่อาจเกี่ยวข้องกับโบราณคดี ควรปล่อยไว้ตามเดิม เพราะบริบทที่พบมีความสำคัญต่อการศึกษามากกว่าวัตถุเพียงชิ้นเดียว การเคารพแหล่งโบราณคดีคือการช่วยรักษาความรู้ของคนรุ่นต่อไป
ค่าเข้าชมพื้นที่วัดสำหรับการไหว้พระโดยทั่วไปไม่มีการระบุว่าเก็บค่าเข้าวัดโดยตรง แต่พื้นที่ถ้ำมึ้มและจุดท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำมีอัตราค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน ชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ผู้มาเยือนที่ต้องการเข้าพื้นที่อุทยาน จุดถ้ำ หรือจุดธรรมชาติที่อยู่ในเขตอุทยานควรเตรียมค่าใช้จ่ายตามอัตราดังกล่าว และควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับอุทยานก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีการปิดเส้นทางบางจุดเพื่อความปลอดภัยและการฟื้นฟูธรรมชาติ
การเดินทาง ไปวัดพระพุทธบาทภูเก้าจากตัวจังหวัดหนองบัวลำภู ใช้ทางหลวงหมายเลข 2146 มุ่งหน้าตำบลบ้านถิ่น อำเภอโนนสัง ประมาณ 27 กม. เมื่อถึงตำบลบ้านถิ่นให้เลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทางภูเก้าและบ้านดงบาก ตำบลนิคมพัฒนา ไปตามถนนประมาณ 11 กม. เมื่อถึงบ้านดงบากจะพบสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนประมาณ 400 เมตร จะพบทางขึ้นสู่ภูเก้าและวัดพระพุทธบาทภูเก้าอยู่ทางขวามือ จากนั้นขึ้นสู่ภูเก้าอีกประมาณ 2.7 กม. จึงถึงวัด เส้นทางนี้เหมาะกับรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับจ้างในพื้นที่ เพราะสามารถกำหนดเวลาแวะชมจุดต่าง ๆ ได้สะดวกกว่า
ผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองหนองบัวลำภูควรเผื่อเวลาสำหรับการขับรถและการเดินชมรวมอย่างน้อยครึ่งวัน หากต้องการชมเฉพาะวัด รอยพระพุทธบาท และรอยเท้าตามตำนาน อาจใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง แต่หากต้องการชมถ้ำมึ้ม ถ้ำอาจารย์สิม และจุดธรรมชาติใกล้เคียง ควรเผื่อเวลา 3 – 5 ชั่วโมง หรือจัดเป็นทริปเต็มวันในพื้นที่ภูเก้า ช่วงเช้าเหมาะที่สุดสำหรับการเดินชม เพราะอากาศยังไม่ร้อนจัด แสงเหมาะกับการถ่ายภาพ และมีเวลาสำรองสำหรับเดินทางต่อไปยังจุดธรรมชาติหรือร้านอาหารในอำเภอโนนสัง
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเยี่ยมชมคือช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ภูเขาและมีจุดเดินกลางแจ้งหลายจุด การมาในช่วงเช้าทำให้เดินขึ้นวัดได้สบายกว่า เห็นบรรยากาศป่าและลานหินชัดเจน และมีเวลาเพียงพอสำหรับถ้ำหรือจุดชมวิว ส่วนช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการชมบรรยากาศสงบและแสงอ่อนบนภูเขา หากมาในฤดูฝนควรระวังพื้นลื่น เส้นทางดินชื้น และหินที่มีตะไคร่ ส่วนฤดูร้อนควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก และรองเท้าที่เหมาะกับการเดินบนพื้นหินหรือทางลาดชัน
ข้อปฏิบัติในการเข้าชมวัดพระพุทธบาทภูเก้าควรเริ่มจากการแต่งกายสุภาพ เพราะพื้นที่เป็นทั้งวัดและแหล่งศักดิ์สิทธิ์ ควรสวมเสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงที่เหมาะสม และใช้รองเท้าที่เดินได้มั่นคง ไม่ส่งเสียงดัง ไม่เปิดเพลง ไม่ทิ้งขยะ ไม่ปีนหรือเหยียบรอยพระพุทธบาท รอยเท้าตามตำนาน หรือผนังถ้ำ และไม่แตะต้องภาพเขียนสีหรือภาพสลัก ทุกจุดควรเดินชมด้วยความสำรวม โดยเฉพาะพื้นที่ถ้ำและเพิงผาที่มีหลักฐานทางโบราณคดี เพราะความเสียหายเล็กน้อยอาจทำให้หลักฐานเก่าแก่สูญหายถาวร
วัดพระพุทธบาทภูเก้าเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม สายบุญสามารถมาไหว้รอยพระพุทธบาทและทำบุญที่วัด สายประวัติศาสตร์สามารถศึกษาภาพเขียนสี ภาพสลัก และหลักฐานก่อนประวัติศาสตร์ สายวัฒนธรรมสามารถเรียนรู้เรื่องพระสุพรหมวิโมขากับหมาเก้าหาง สายธรรมชาติสามารถต่อเส้นทางไปยังจุดชมวิว หอสวรรค์ เสาหินหามต่าง และน้ำตกตาดฟ้า ส่วนครอบครัวและนักเรียนสามารถใช้พื้นที่นี้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องภูมิประเทศ ศิลปะถ้ำ การอนุรักษ์ และความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับอุทยานแห่งชาติได้อย่างครบถ้วน
การจัดเส้นทางเที่ยวแบบครึ่งวันสามารถเริ่มจากวัดพระพุทธบาทภูเก้าในช่วงเช้า ไหว้รอยพระพุทธบาท ชมรอยเท้านายพรานและรอยตีนหมา แล้วเลือกเดินชมถ้ำมึ้มหรือถ้ำอาจารย์สิมตามความพร้อมของเส้นทาง จากนั้นลงมารับประทานอาหารในอำเภอโนนสังหรือใกล้เส้นทางกลับตัวเมือง ส่วนทริปเต็มวันสามารถเพิ่มหอสวรรค์ เสาหินหามต่าง น้ำตกตาดฟ้า หาดโนนยาว อุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำ หรือสกายวอล์คภูแอ่นโนนสัง เพื่อให้ได้ทั้งวัด โบราณคดี ธรรมชาติ และทิวทัศน์ริมเขื่อนในวันเดียว
สำหรับผู้ที่สนใจตำนานพื้นบ้าน ควรให้เวลากับรอยเท้านายพรานและรอยตีนหมามากกว่าการแวะถ่ายภาพสั้น ๆ เพราะจุดนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของการที่ชุมชนใช้ธรรมชาติเป็นหลักหมายทางวัฒนธรรม รอยบนหินทำให้เรื่องเล่าเรื่องหมาเก้าหางมีสถานที่จริงให้ผู้คนเดินทางไปสัมพันธ์ด้วย เมื่อผู้มาเยือนยืนอยู่หน้ารอยเท้าและรอยตีนสุนัข ความหมายของเรื่องเล่าจะชัดขึ้น เพราะสามารถเชื่อมการมองเห็น การฟังตำนาน และการเข้าใจคติธรรมเข้าด้วยกัน รอยบนหินจึงเป็นทั้งจุดท่องเที่ยว จุดเรียนรู้ และสัญลักษณ์ของความทรงจำชุมชน
สำหรับผู้ที่สนใจศิลปะถ้ำ ถ้ำมึ้มเป็นจุดที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะมีทั้งภาพเขียนสีและภาพสลัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพสลักและได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในแหล่งภาพแกะสลักผนังหินที่สำคัญมากของไทย การมีทั้งเทคนิคการลงสีและการทำร่องรอยบนหินในพื้นที่เดียวกันทำให้ถ้ำมึ้มมีคุณค่าสูงในเชิงวิชาการ ผู้มาเยือนควรมองภาพบนผนังอย่างสงบและเคารพ ไม่พยายามเน้นภาพด้วยการแตะ การขูด หรือการใช้อุปกรณ์ใด ๆ เพราะภาพเหล่านี้ผ่านเวลามายาวนานและต้องอาศัยการปกป้องอย่างจริงจัง
ในเชิงภูมิทัศน์ วัดพระพุทธบาทภูเก้าเป็นประตูสำคัญของการเข้าใจภูเก้า เพราะจากพื้นที่วัดสามารถเชื่อมไปยังจุดสำคัญหลายแห่งในอุทยาน ผู้ที่มองภูเก้าเพียงเป็นภูเขาธรรมชาติอาจพลาดความหมายด้านวัฒนธรรม แต่เมื่อเริ่มต้นจากวัด จะเห็นว่าภูเขานี้เป็นพื้นที่ที่มนุษย์ใช้สื่อสารกับธรรมชาติ ศาสนา และเรื่องเล่ามายาวนาน ตั้งแต่คนก่อนประวัติศาสตร์ที่ฝากภาพไว้บนผนังถ้ำ ชุมชนท้องถิ่นที่เล่านิทานผ่านรอยบนหิน ไปจนถึงพุทธศาสนิกชนที่ขึ้นมานมัสการรอยพระพุทธบาทในปัจจุบัน
แม้วัดพระพุทธบาทภูเก้าจะเป็นสถานที่ที่มีหลายมิติ แต่ประสบการณ์ที่ดีที่สุดยังคงเริ่มจากความสงบ ผู้มาเยือนควรเดินช้า ๆ อ่านป้ายหรือข้อมูลที่มี สังเกตร่องรอยหิน ฟังเสียงธรรมชาติ และเว้นพื้นที่ให้ผู้ที่มาทำบุญหรือปฏิบัติธรรม ความเงียบของภูเขาและวัดป่าจะช่วยให้เข้าใจว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีคุณค่าเพราะจุดถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว แต่เพราะเป็นพื้นที่ที่พุทธศาสนา ธรรมชาติ โบราณคดี และตำนานพื้นบ้านค่อย ๆ ซ้อนทับกันจนเกิดเอกลักษณ์เฉพาะของหนองบัวลำภู
โดยสรุป วัดพระพุทธบาทภูเก้าเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของอำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ที่ควรอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและโบราณคดีของจังหวัด จุดเด่นของวัดคือรอยพระพุทธบาท รอยเท้ามนุษย์และสุนัขขนาดใหญ่ที่เชื่อมกับนิทานพระสุพรหมวิโมขากับหมาเก้าหาง ถ้ำมึ้ม ถ้ำอาจารย์สิม ภาพเขียนสี ภาพสลักสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และธรรมชาติของภูเก้าในเขตอุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำ ผู้ที่มาเยือนควรให้เวลาอย่างเพียงพอ เคารพพื้นที่ศาสนาและแหล่งโบราณคดี และใช้การเดินทางครั้งนี้เป็นโอกาสเรียนรู้มรดกทางศรัทธา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมของหนองบัวลำภูอย่างลึกซึ้ง
| ชื่อสถานที่ | วัดพระพุทธบาทภูเก้า |
| ที่ตั้ง | บ้านดงบาก ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู |
| ที่อยู่ | หมู่ที่ 10 บ้านดงบาก ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู 39140 |
| ไฮไลต์ | รอยพระพุทธบาท รอยเท้ามนุษย์และรอยตีนสุนัขขนาดใหญ่บนหิน นิทานพระสุพรหมวิโมขากับหมาเก้าหาง ถ้ำมึ้ม ถ้ำอาจารย์สิม ภาพเขียนสีและภาพสลักก่อนประวัติศาสตร์ |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เป็นวัดราษฎร์บนพื้นที่ภูเก้าในเขตอุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำ มีแหล่งภาพเขียนสีและภาพสลักสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในถ้ำมึ้มและถ้ำอาจารย์สิม |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อวัดมาจากรอยพระพุทธบาทที่เป็นศูนย์กลางศรัทธาของวัด ส่วนภูเก้าหมายถึงกลุ่มภูเขา 9 ลูกในพื้นที่ ได้แก่ ภูฝาง ภูขุมปูน ภูหัน ภูเมย ภูค้อหม้อ ภูชั้น ภูเพราะ ภูลวก และภูวัด |
| ลักษณะเด่น | เป็นวัดภูเขาที่รวมศรัทธาพุทธศาสนา ตำนานพื้นบ้าน แหล่งศิลปะถ้ำ ธรรมชาติ และเส้นทางท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำไว้ในพื้นที่เดียว |
| สิ่งสำคัญภายในพื้นที่ | 1. รอยพระพุทธบาท 2. รอยเท้านายพรานและรอยตีนหมา 3. ถ้ำมึ้ม 4. ถ้ำอาจารย์สิมหรือถ้ำหลวงปู่สิม 5. ภาพเขียนสีและภาพสลักบนผนังถ้ำ 6. เส้นทางภูเก้าและจุดชมวิวใกล้เคียง |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองหนองบัวลำภูใช้ทางหลวงหมายเลข 2146 มุ่งหน้าตำบลบ้านถิ่น อำเภอโนนสัง ประมาณ 27 กม. เลี้ยวขวาไปทางภูเก้าและบ้านดงบากประมาณ 11 กม. ถึงบ้านดงบากแล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ 400 เมตร จากนั้นขึ้นทางสู่ภูเก้าอีกประมาณ 2.7 กม. ถึงวัดพระพุทธบาทภูเก้า |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นวัดราษฎร์ ศาสนสถาน แหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา และจุดเชื่อมต่อแหล่งโบราณคดีในพื้นที่ภูเก้า |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 17.00 น. |
| ค่าเข้าชม | พื้นที่วัดไม่มีค่าเข้าชมทั่วไป ส่วนพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำ ชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ไหว้พระ ลานวัด เส้นทางขึ้นภูเก้า จุดชมรอยพระพุทธบาท จุดชมรอยเท้าตามตำนาน พื้นที่เดินชมถ้ำและแหล่งโบราณคดี บริการพื้นฐานของอุทยานในจุดที่เปิดให้บริการ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | 1. เขตวัดและพื้นที่ไหว้พระ 2. จุดรอยพระพุทธบาท 3. ลานรอยเท้านายพรานและรอยตีนหมา 4. ถ้ำมึ้ม 5. ถ้ำอาจารย์สิมหรือถ้ำหลวงปู่สิม 6. เส้นทางธรรมชาติและจุดชมวิวภูเก้า 7. พื้นที่เชื่อมต่ออุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำ |
| เจ้าอาวาส / ผู้ดูแล | พระอธิการ อ้วน ปภาโส เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทภูเก้า และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดูแลพื้นที่อุทยานและแหล่งธรรมชาติในเขตภูเก้า |
| เบอร์ติดต่อ | วัดพระพุทธบาทภูเก้า โทร. 088-599-2366 อุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำ โทร. 042-315-837, 063-648-4821 |
| ข้อปฏิบัติในการเข้าชม | แต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทิ้งขยะ ไม่ปีนหรือเหยียบรอยพระพุทธบาทและรอยบนหิน ไม่สัมผัสภาพเขียนสีหรือภาพสลัก ไม่เคลื่อนย้ายวัตถุในพื้นที่โบราณคดี และปฏิบัติตามคำแนะนำของวัดกับอุทยาน |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. รอยเท้านายพรานและรอยตีนหมา อยู่ในพื้นที่วัด 2. ถ้ำอาจารย์สิมหรือถ้ำหลวงปู่สิม ประมาณ 5 กม. 3. ถ้ำมึ้ม ประมาณ 5 กม. 4. หอสวรรค์ภูเก้า ประมาณ 7 กม. 5. เสาหินหามต่าง ประมาณ 8 กม. 6. น้ำตกตาดฟ้า ประมาณ 15 กม. 7. หาดโนนยาว ริมเขื่อนอุบลรัตน์ ประมาณ 28 กม. 8. สกายวอล์คภูแอ่นโนนสัง ประมาณ 32 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ร้านอาหารในย่านบ้านดงบากและนิคมพัฒนา ประมาณ 5 กม. 2. Route 88 Café อำเภอโนนสัง ประมาณ 24 กม. โทร. 095-176-6662 3. ร้านอาหารตามสั่ง น้ำปั่นมะพร้าว โนนสัง ประมาณ 24 กม. โทร. 082-609-8064 4. Mi Cafe ตำบลบ้านค้อ ประมาณ 30 กม. โทร. 090-924-4929 5. ร้านพุงกาง หนองบัวลำภู ประมาณ 40 กม. โทร. 097-318-7088, 088-052-1334 6. ร้านอาหารบริเวณหาดโนนยาว ประมาณ 28 กม. |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. บ้านพักและจุดกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำ ประมาณ 20 กม. โทร. 042-315-837, 063-648-4821 2. Muji House Resort โนนสัง ประมาณ 24 กม. โทร. 083-218-2749 3. สบายดีแอทโฮม โนนสัง ประมาณ 25 กม. โทร. 095-668-7171, 063-053-3797 4. อรณี รีสอร์ท โนนสัง ประมาณ 32 กม. 5. ที่พักย่านหาดโนนยาวและอำเภอโนนสัง ประมาณ 28 กม. |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระพุทธบาทภูเก้าอยู่ที่ไหน?
ตอบ: วัดพระพุทธบาทภูเก้าตั้งอยู่ที่บ้านดงบาก ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ภายในพื้นที่ภูเก้าซึ่งเชื่อมกับอุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำ
ถาม: วัดพระพุทธบาทภูเก้าเปิดให้เข้าชมวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
ถาม: วัดพระพุทธบาทภูเก้ามีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: พื้นที่วัดไม่มีค่าเข้าชมทั่วไป แต่พื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำมีค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน ชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
ถาม: จุดเด่นของวัดพระพุทธบาทภูเก้าคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือรอยพระพุทธบาท รอยเท้ามนุษย์และรอยตีนสุนัขขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับนิทานพระสุพรหมวิโมขากับหมาเก้าหาง รวมถึงถ้ำมึ้มและถ้ำอาจารย์สิมที่มีภาพเขียนสีและภาพสลักสมัยก่อนประวัติศาสตร์
ถาม: ถ้ำมึ้มและถ้ำอาจารย์สิมมีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ถ้ำมึ้มและถ้ำอาจารย์สิมเป็นแหล่งศิลปะถ้ำสำคัญของภูเก้า มีภาพเขียนสีและภาพสลักบนผนังถ้ำ เป็นหลักฐานการใช้พื้นที่ของมนุษย์ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์
ถาม: นิทานพระสุพรหมวิโมขากับหมาเก้าหางเกี่ยวข้องกับวัดอย่างไร?
ตอบ: นิทานนี้เกี่ยวข้องกับรอยเท้ามนุษย์และรอยตีนสุนัขขนาดใหญ่บนหินภายในพื้นที่วัด ชุมชนใช้รอยดังกล่าวเชื่อมโยงกับเรื่องเล่าเรื่องพระสุพรหมวิโมขาและหมาเก้าหาง
ถาม: เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทภูเก้าคือใคร?
ตอบ: เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทภูเก้าคือพระอธิการ อ้วน ปภาโส
ถาม: เดินทางไปวัดพระพุทธบาทภูเก้าอย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองหนองบัวลำภูใช้ทางหลวงหมายเลข 2146 ไปทางตำบลบ้านถิ่น อำเภอโนนสัง ประมาณ 27 กม. จากนั้นเลี้ยวขวาไปทางภูเก้าและบ้านดงบากประมาณ 11 กม. เลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 400 เมตร แล้วขึ้นทางสู่ภูเก้าอีกประมาณ 2.7 กม. ถึงวัด
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●วัด
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




