หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา >อ.พิมาย >ต.สัมฤทธิ์ > ศาลหลวงพ่อคำ
TL;DR: ศาลหลวงพ่อคำ อยู่ที่หมู่ที่ 2 บ้านสัมฤทธิ์ ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา 30110 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. จุดเด่นคือ ศาลชุมชนขนาดกะทัดรัด มีจุดสักการะหลวงพ่อคำและเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระพุทธรูปหินทรายที่พบในพื้นที่บ้านสัมฤทธิ์.

นครราชสีมา

ศาลหลวงพ่อคำ

ศาลหลวงพ่อคำ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
ศาลหลวงพ่อคำ นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 บ้านสัมฤทธิ์ ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา 30110 เป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนบ้านสัมฤทธิ์ที่มีความสำคัญต่อความเชื่อ ความทรงจำ และวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่อำเภอพิมาย ศาลแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ชาวบ้านให้ความเคารพสักการะมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเกี่ยวข้องกับโกลนพระพุทธรูปหินทรายที่ขุดพบในบริเวณสระน้ำของชุมชน เดิมชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่ออิฐ” และต่อมาผู้ศรัทธานำทองคำเปลวมาปิดทับทั้งองค์ จึงเกิดชื่อเรียกที่คุ้นเคยว่า “หลวงพ่อทองคำ” หรือศาลหลวงพ่อคำในปัจจุบัน
 
ศาลหลวงพ่อคำเป็นสถานที่ขนาดไม่ใหญ่ แต่มีน้ำหนักทางวัฒนธรรมสูง เพราะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงโบราณวัตถุ ความศรัทธา และเรื่องเล่าของชุมชนเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น ภายในศาลเคยประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก ซึ่งเป็นรูปแบบพระพุทธรูปที่มีความหมายสำคัญในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะภาพพระพุทธองค์ประทับนั่งภายใต้พญานาคที่แผ่พังพานปกป้อง เป็นสัญลักษณ์ของการคุ้มครอง ความสงบ และพลังศรัทธาที่ปกปักรักษาผู้คน เมื่อเวลาผ่านไป แม้จะไม่ปรากฏองค์พระพุทธรูปนาคปรกสมบูรณ์เช่นเดิม แต่โกลนพระพุทธรูปหินทรายที่ชาวบ้านค้นพบยังคงเป็นหลักศรัทธาสำคัญของชุมชน
 
สิ่งที่ทำให้ศาลหลวงพ่อคำแตกต่างจากศาลหรือวัดขนาดใหญ่ คือความเป็นศาลชุมชนที่เกิดจากความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างผู้คนกับวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่พบในพื้นที่จริง โกลนพระพุทธรูปหินทรายไม่ได้ถูกนำเข้ามาจากภายนอกเพื่อจัดแสดง แต่เป็นสิ่งที่ชาวบ้านพบในบริเวณสระของหมู่บ้าน เมื่อผู้คนในพื้นที่รับรู้ถึงความพิเศษของวัตถุศักดิ์สิทธิ์นี้ จึงเกิดการเคารพบูชา การปิดทอง และการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ศาลหลวงพ่อคำจึงเป็นตัวอย่างของศรัทธาที่เติบโตจากชุมชนเอง ไม่ได้เกิดจากการจัดสร้างสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่
 
คำว่า “หลวงพ่อคำ” มีความหมายที่เชื่อมโยงกับคำว่า “ทองคำ” และภาพขององค์พระที่ถูกปิดทองคำเปลวจนเหลืองอร่าม การปิดทองในวัฒนธรรมไทยเป็นการแสดงความเคารพต่อพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้ศรัทธามักปิดทองด้วยความตั้งใจเพื่อสะสมบุญ กราบไหว้ขอพร หรือแสดงความกตัญญูต่อสิ่งที่ตนนับถือ เมื่อเวลาผ่านไปทองคำเปลวที่ผู้คนปิดทับเพิ่มขึ้นทีละชั้นทำให้องค์พระมีภาพจำใหม่ กลายเป็นหลวงพ่อทองคำหรือหลวงพ่อคำที่ชาวบ้านเคารพในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชน
 
พื้นที่บ้านสัมฤทธิ์มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของจังหวัดนครราชสีมาอย่างมาก เพราะเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับทุ่งสัมฤทธิ์ วีรกรรมของชาวโคราช และเรื่องราวของย่าโมกับนางสาวบุญเหลือหรือย่าเหลือ การที่ศาลหลวงพ่อคำตั้งอยู่ในชุมชนเดียวกันทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดไหว้พระขนาดเล็ก แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางประวัติศาสตร์และศรัทธาของตำบลสัมฤทธิ์ ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นความต่อเนื่องระหว่างศาลชุมชน โบราณวัตถุ สระน้ำ หมู่บ้าน และอนุสรณ์สถานสำคัญในพื้นที่เดียวกัน
 
บ้านสัมฤทธิ์ตั้งอยู่ในอำเภอพิมาย ซึ่งเป็นอำเภอที่มีชื่อเสียงด้านประวัติศาสตร์และโบราณสถาน โดยเฉพาะอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย เมืองพิมายมีร่องรอยอารยธรรมขอมโบราณ ศาสนา วัฒนธรรม และชุมชนเก่าแก่จำนวนมาก การพบโกลนพระพุทธรูปหินทรายในบ้านสัมฤทธิ์จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อมองในภาพรวมของพื้นที่ เพราะอำเภอพิมายและชุมชนโดยรอบเป็นบริเวณที่มีชั้นทางประวัติศาสตร์หนาแน่น ศาลหลวงพ่อคำจึงช่วยเสริมภาพของพิมายในฐานะพื้นที่ที่มีทั้งโบราณสถานขนาดใหญ่และศาสนวัตถุระดับชุมชน
 
คำว่าโกลนพระพุทธรูปหมายถึงชิ้นงานที่ยังไม่สมบูรณ์หรือส่วนที่อยู่ในกระบวนการขึ้นรูปพระพุทธรูป โกลนพระหินทรายจึงมีคุณค่าในฐานะวัตถุที่ชวนให้ตั้งคำถามเกี่ยวกับช่างฝีมือ วัสดุ แหล่งผลิต และการใช้งานในอดีต แม้ชาวบ้านจะเรียกว่า “หลวงพ่ออิฐ” แต่ข้อมูลท้องถิ่นระบุว่าเป็นโกลนพระพุทธรูปหินทราย การเรียกชื่อแบบชาวบ้านสะท้อนความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างผู้คนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะชื่อที่ใช้เรียกไม่ได้เน้นศัพท์ทางวิชาการ แต่เน้นการจดจำและการสื่อสารภายในชุมชน
 
หลวงพ่ออิฐหรือหลวงพ่อทองคำจึงมีความหมาย 2 ชั้นพร้อมกัน ชั้นแรกคือความหมายในฐานะวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านกราบไหว้ ชั้นที่สองคือความหมายในฐานะหลักฐานวัฒนธรรมที่บอกเล่าว่าพื้นที่บ้านสัมฤทธิ์มีความเกี่ยวข้องกับศิลปกรรมและความเชื่อทางพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน ผู้มาเยือนที่สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจะเห็นว่าศาลเล็ก ๆ แห่งนี้ช่วยเปิดมุมมองต่อพิมายได้ลึกขึ้น เพราะไม่ได้มีเพียงปราสาทหินพิมายเท่านั้นที่เล่าเรื่องอดีต แต่ยังมีศาลชุมชนและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านดูแลรักษาอยู่ด้วย
 
ลักษณะของศาลหลวงพ่อคำเหมาะกับการมาเยือนอย่างสงบ ผู้มาเยือนสามารถแวะกราบไหว้ ขอพร ปิดทอง หรือใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อพักใจ ศาลไม่ได้มีขนาดใหญ่แบบวัดสำคัญหรืออุทยานประวัติศาสตร์ แต่มีบรรยากาศของศาลชุมชนที่เรียบง่ายและจริงใจ ความเงียบของสถานที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกใกล้ชิดกับศรัทธาของชาวบ้านมากกว่าการเที่ยวชมในเชิงภาพถ่าย ศาลแห่งนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นในระดับหมู่บ้านและต้องการเห็นความเชื่อที่ยังมีชีวิตอยู่ในชุมชน
 
การสักการะหลวงพ่อคำนิยมทำด้วยความสำรวม ผู้มาเยือนสามารถเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน ทองคำเปลว หรือเครื่องสักการะตามธรรมเนียมท้องถิ่น เมื่อเข้าไปในพื้นที่ศาลควรใช้เสียงเบา ไม่กีดขวางผู้ที่กำลังกราบไหว้ และไม่แตะต้ององค์หลวงพ่อหรือเครื่องสักการะของผู้อื่นโดยไม่จำเป็น การปิดทองควรทำอย่างสุภาพและระมัดระวัง เพราะองค์หลวงพ่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพและช่วยกันรักษามาอย่างต่อเนื่อง
 
สิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญเมื่อมาเยือนศาลหลวงพ่อคำคือการมองสถานที่นี้ในฐานะศาลของชุมชน ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ ผู้มาเยือนควรใช้เวลาสังเกตบรรยากาศโดยรอบอย่างเคารพ ทั้งพื้นที่สระน้ำ บ้านเรือน เส้นทางในหมู่บ้าน และจุดสักการะที่ชาวบ้านใช้ในชีวิตจริง การเข้ามาอย่างสุภาพช่วยให้การท่องเที่ยวมีความหมายมากขึ้น และไม่ทำให้ศาลซึ่งเป็นพื้นที่ศรัทธาของคนท้องถิ่นถูกลดคุณค่าลงเหลือเพียงจุดแวะถ่ายภาพ
 
เมื่อเชื่อมศาลหลวงพ่อคำเข้ากับพื้นที่ตำบลสัมฤทธิ์ จะเห็นว่าบริเวณนี้มีแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะอนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านตำบลสัมฤทธิ์ อนุสรณ์สถานดังกล่าวเป็นศาลาทรงไทยแบบจตุรมุขที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงนางสาวบุญเหลือหรือย่าเหลือ และวีรชนชาวโคราชที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทุ่งสัมฤทธิ์ ภายในมีรูปปั้นและเรื่องราวที่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจประวัติศาสตร์การต่อสู้ของชาวโคราชได้ชัดเจนขึ้น
 
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านตำบลสัมฤทธิ์ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับอนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ เป็นพื้นที่รวบรวมข้อมูล เครื่องมือ เครื่องใช้ เรื่องเล่า และหลักฐานทางวัฒนธรรมของชุมชน การจัดเส้นทางจากศาลหลวงพ่อคำไปยังพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานจึงเป็นการเดินทางที่เชื่อมศรัทธากับประวัติศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม ผู้มาเยือนจะเริ่มจากการกราบไหว้หลวงพ่อคำ แล้วต่อด้วยการเรียนรู้เรื่องย่าเหลือ วีรชนทุ่งสัมฤทธิ์ และวิถีชีวิตของชาวบ้านสัมฤทธิ์ในอดีต
 
การมาเยือนศาลหลวงพ่อคำจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวพิมายในมุมที่ลึกกว่าการชมปราสาทหินเพียงอย่างเดียว หากอุทยานประวัติศาสตร์พิมายคือภาพใหญ่ของอารยธรรมโบราณ ศาลหลวงพ่อคำคือภาพเล็กที่สะท้อนว่าความเชื่อและโบราณวัตถุยังคงอยู่ในชีวิตของชาวบ้าน การเห็นทั้งสองแบบทำให้เข้าใจอำเภอพิมายครบขึ้น ทั้งในฐานะเมืองโบราณ แหล่งศิลปกรรมขอม พื้นที่พุทธศาสนา และชุมชนที่มีความทรงจำของตนเอง
 
การเดินทาง ไปศาลหลวงพ่อคำสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยตั้งจุดหมายไปที่หมู่ที่ 2 บ้านสัมฤทธิ์ ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา 30110 หากเริ่มจากตัวเมืองนครราชสีมา สามารถใช้ถนนมิตรภาพมุ่งหน้าไปทางขอนแก่น แล้วเลี้ยวเข้าสู่พื้นที่บ้านสัมฤทธิ์ตามเส้นทางท้องถิ่น หากเริ่มจากตัวอำเภอพิมาย สามารถเดินทางย้อนลงมาทางตำบลสัมฤทธิ์เพื่อเข้าสู่บ้านสัมฤทธิ์และศาลหลวงพ่อคำได้ ใช้รถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุดเพราะสามารถเชื่อมต่อกับอนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ไทรงาม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมายในวันเดียว
 
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางไปยังตัวอำเภอพิมายหรือตัวเมืองนครราชสีมาก่อน แล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นเข้าสู่บ้านสัมฤทธิ์ การใช้ขนส่งสาธารณะในพื้นที่หมู่บ้านอาจไม่ถี่เท่าในตัวเมือง จึงควรวางแผนเวลาเดินทางล่วงหน้า หากเดินทางเป็นกลุ่มหรือเดินทางเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ตำบลสัมฤทธิ์ ควรจัดรถเหมาหรือรถส่วนตัวเพื่อให้สามารถแวะหลายจุดได้สะดวกและควบคุมเวลาได้ดีขึ้น
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนคือช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนเย็นตามเวลาเปิดทำการ 08.00 – 17.00 น. ช่วงเช้าเหมาะกับการกราบไหว้และเดินชมบริเวณศาลในบรรยากาศที่ไม่ร้อนจัด ส่วนช่วงบ่ายเหมาะกับผู้ที่เดินทางต่อจากอำเภอพิมายหรือแวะหลังชมสถานที่อื่นมาแล้ว หากมาในฤดูร้อนควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม เพราะพื้นที่หมู่บ้านและเส้นทางบางช่วงอาจมีแดดจัด
 
ระยะเวลาเยี่ยมชมศาลหลวงพ่อคำโดยทั่วไปใช้ประมาณ 20–40 นาที หากต้องการกราบไหว้ ปิดทอง และชมบรรยากาศโดยรอบอย่างสงบ หากรวมเส้นทางกับอนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านตำบลสัมฤทธิ์ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง ส่วนผู้ที่ต้องการต่อไปยังอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย และไทรงาม ควรวางแผนเป็นทริปครึ่งวันถึงหนึ่งวันเต็มเพื่อให้มีเวลาชมแต่ละสถานที่อย่างไม่เร่งรีบ
 
สำหรับครอบครัว ศาลหลวงพ่อคำเป็นสถานที่ที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนเรียนรู้เรื่องศรัทธาท้องถิ่นได้ง่าย เพราะเรื่องราวของหลวงพ่ออิฐและหลวงพ่อทองคำเริ่มจากการขุดพบพระในบริเวณสระของหมู่บ้าน เด็กจะเห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่เฉพาะในพิพิธภัณฑ์หรืออุทยานโบราณสถานเท่านั้น แต่ยังอยู่ในศาลเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านช่วยกันดูแล และอยู่ในเรื่องเล่าที่ผู้ใหญ่ส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป
 
สำหรับผู้สนใจศิลปกรรมและโบราณคดี ศาลหลวงพ่อคำเป็นจุดที่ควรใช้เวลาสังเกตวัสดุและรูปทรงของโกลนพระพุทธรูปหินทราย แม้องค์พระจะถูกปิดทองคำเปลวจากแรงศรัทธาของผู้คนจนมองเห็นรายละเอียดเดิมไม่ชัดทั้งหมด แต่ยังสะท้อนความสำคัญของพระพุทธรูปหินในพื้นที่พิมายได้ดี การพบพระพุทธรูปหรือโกลนพระในระดับชุมชนช่วยให้เห็นว่าการผลิตและการเคารพบูชาพระพุทธรูปเคยมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง
 
หากเดินทางต่อไปยังอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ผู้มาเยือนจะเห็นความแตกต่างระหว่างโบราณสถานระดับเมืองกับศาลศักดิ์สิทธิ์ระดับหมู่บ้าน อุทยานประวัติศาสตร์พิมายมีปราสาทหินขนาดใหญ่ ผังเมืองโบราณ และหลักฐานสถาปัตยกรรมที่ได้รับการบูรณะอย่างเป็นระบบ ส่วนศาลหลวงพ่อคำมีความเรียบง่ายและสะท้อนการดูแลของชุมชนโดยตรง ทั้งสองสถานที่จึงมีคุณค่าคนละแบบและเติมเต็มกันได้ในเส้นทางเดียวกัน
 
พื้นที่อำเภอพิมายยังมีอาหารท้องถิ่นที่ควรลอง เช่น ผัดหมี่พิมาย อาหารอีสาน ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านกาแฟ และร้านอาหารริมทางในตัวอำเภอ ผู้มาเยือนศาลหลวงพ่อคำสามารถแวะรับประทานอาหารในตัวอำเภอพิมายหลังจากกราบไหว้เสร็จ หรือเลือกร้านใกล้เส้นทางไปอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ร้านอาหารหลายแห่งในตัวเมืองพิมายมีบรรยากาศท้องถิ่นและเหมาะกับการพักก่อนเดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่น
 
ที่พักที่สะดวกสำหรับการมาเยือนศาลหลวงพ่อคำส่วนใหญ่อยู่ในตัวอำเภอพิมาย เพราะมีโรงแรม เกสต์เฮาส์ และที่พักขนาดเล็กหลายแห่ง ผู้ที่ต้องการเที่ยวพิมายอย่างละเอียดสามารถพักในตัวอำเภอ 1 คืน เพื่อชมอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ไทรงาม อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ และศาลหลวงพ่อคำได้อย่างครบถ้วน ส่วนผู้ที่เดินทางจากตัวเมืองนครราชสีมาสามารถจัดเป็นทริปไปเช้าเย็นกลับได้ หากออกเดินทางช่วงเช้าและวางแผนเส้นทางดีพอ
 
ข้อควรปฏิบัติเมื่อมาเยือนศาลหลวงพ่อคำคือแต่งกายสุภาพ รักษาความสงบ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนป่ายหรือแตะต้ององค์หลวงพ่อโดยไม่จำเป็น ไม่ถ่ายภาพในลักษณะที่รบกวนผู้สักการะ และไม่เคลื่อนย้ายเครื่องสักการะของชุมชน หากมีชาวบ้านหรือผู้ดูแลพื้นที่อยู่บริเวณศาล สามารถสอบถามข้อมูลด้วยความสุภาพ การเคารพกติกาเหล่านี้ช่วยรักษาบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์และทำให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นไปอย่างเหมาะสม
 
การถ่ายภาพที่ศาลควรเน้นภาพบรรยากาศโดยรวม จุดสักการะ และสภาพแวดล้อมของชุมชนมากกว่าการถ่ายใกล้องค์หลวงพ่อในลักษณะที่ไม่เหมาะสม หากมีผู้กำลังกราบไหว้ควรรักษาระยะและหลีกเลี่ยงการถ่ายติดบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ภาพที่ดีของศาลหลวงพ่อคำคือภาพที่สะท้อนความสงบ ความเรียบง่าย และความสัมพันธ์ระหว่างศาลกับหมู่บ้าน ไม่ใช่ภาพที่รบกวนความเป็นส่วนตัวของผู้มาสักการะ
 
ในภาพรวม ศาลหลวงพ่อคำเป็นสถานที่ที่ช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับอำเภอพิมายและตำบลสัมฤทธิ์ได้อย่างดี จุดเด่นอยู่ที่หลวงพ่ออิฐหรือหลวงพ่อทองคำ โกลนพระพุทธรูปหินทรายที่ขุดพบในพื้นที่ชุมชน ความเชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ และความผูกพันของชาวบ้านที่ปิดทองคำเปลวจนเกิดชื่อเรียกหลวงพ่อทองคำ สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรียนรู้เรื่องเล่าท้องถิ่น และเชื่อมเส้นทางกับแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญของพิมาย
 
การมาเยือนศาลหลวงพ่อคำจึงไม่ใช่เพียงการแวะศาลเล็กในหมู่บ้าน แต่เป็นการเข้าไปสัมผัสชั้นความทรงจำของชุมชนสัมฤทธิ์ ศาลแห่งนี้บอกเล่าความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธรูปหินทราย สระน้ำ บ้านเรือน ผู้ศรัทธา และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นรอบทุ่งสัมฤทธิ์ ผู้ที่ให้เวลากับสถานที่อย่างสงบจะเห็นว่าความงามของศาลไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โต แต่อยู่ที่เรื่องเล่า ความเชื่อ และแรงศรัทธาที่ชาวบ้านช่วยกันรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน
 
ชื่อสถานที่ศาลหลวงพ่อคำ นครราชสีมา
ที่ตั้งหมู่ที่ 2 บ้านสัมฤทธิ์ ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา 30110
ที่อยู่บ้านสัมฤทธิ์ หมู่ที่ 2 ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา 30110
ไฮไลต์หลวงพ่ออิฐหรือหลวงพ่อทองคำ โกลนพระพุทธรูปหินทรายที่ชาวบ้านขุดพบในบริเวณสระ และศาลศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนบ้านสัมฤทธิ์
ประวัติ / เรื่องเล่าเป็นศาลที่เคยประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก ปัจจุบันพบโกลนพระพุทธรูปหินทรายที่ชาวบ้านขุดพบในบริเวณสระ ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่ออิฐ และปิดทองคำเปลวจนเรียกว่าหลวงพ่อทองคำหรือหลวงพ่อคำ
ที่มาของชื่อชื่อหลวงพ่อคำสัมพันธ์กับการปิดทองคำเปลวทับองค์หลวงพ่ออิฐจนเกิดภาพจำเป็นหลวงพ่อทองคำ และเรียกสืบต่อมาเป็นศาลหลวงพ่อคำ
ลักษณะเด่นศาลชุมชนขนาดกะทัดรัด มีจุดสักการะหลวงพ่อคำและเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระพุทธรูปหินทรายที่พบในพื้นที่บ้านสัมฤทธิ์
สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญหลวงพ่อคำ หรือหลวงพ่อทองคำ โกลนพระพุทธรูปหินทรายที่ชาวบ้านเคารพสักการะ
การเดินทางเดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัว ตั้งจุดหมายไปที่หมู่ที่ 2 บ้านสัมฤทธิ์ ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา หากเริ่มจากตัวเมืองนครราชสีมาใช้ถนนมิตรภาพมุ่งหน้าไปทางขอนแก่น แล้วเข้าสู่ตำบลสัมฤทธิ์ตามเส้นทางท้องถิ่น
สถานะปัจจุบันเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าสักการะ เป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนบ้านสัมฤทธิ์
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่สักการะ จุดวางเครื่องไหว้ พื้นที่หน้าศาล พื้นที่ชุมชนโดยรอบ และเส้นทางเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวตำบลสัมฤทธิ์
โซนภายใน / พื้นที่สำคัญพื้นที่สักการะหลวงพ่อคำ พื้นที่ปิดทอง จุดวางเครื่องสักการะ บริเวณหน้าศาล พื้นที่สระที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเล่าการขุดพบ และบริเวณชุมชนบ้านสัมฤทธิ์
ผู้ดูแลพื้นที่ชุมชนบ้านสัมฤทธิ์และหน่วยงานท้องถิ่นตำบลสัมฤทธิ์
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ – ประมาณ 3 กม. – โทร. 044-482900-1
2. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านตำบลสัมฤทธิ์ – ประมาณ 3 กม. – โทร. 044-482900-1
3. อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย – ประมาณ 16 กม.
4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย – ประมาณ 16 กม. – โทร. 044-471167
5. ไทรงาม พิมาย – ประมาณ 18 กม.
6. เมรุพรหมทัต พิมาย – ประมาณ 16 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านน้อยส้มตำ อ.พิมาย – ประมาณ 16 กม. – โทร. 083-365-7490
2. ครัวคุณพิมพ์ By เชฟวัช พิมาย – ประมาณ 16 กม. – โทร. 091-776-6198
3. Rakkan Bakery 1 – ประมาณ 16 กม. – โทร. 065-584-8675
4. เบอร์เกอร์บ้านบ้าน พิมาย – ประมาณ 16 กม. – โทร. 085-258-1793
5. สวนอาหารริเวอร์ไซด์ พิมาย – ประมาณ 17 กม.
ที่พักใกล้เคียง1. Phimai Paradise Hotel – ประมาณ 16 กม. – โทร. 044-287-565, 044-471-575
2. Rabbit Hotel Phimai – ประมาณ 16 กม. – โทร. 081-202-2250
3. Benya Guest House – ประมาณ 16 กม. – โทร. 081-976-2471
4. Phimai Inn Hotel – ประมาณ 17 กม.
5. Phimai Hotel – ประมาณ 16 กม.
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ศาลหลวงพ่อคำ นครราชสีมาอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ศาลหลวงพ่อคำตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 บ้านสัมฤทธิ์ ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา 30110
 
ถาม: ศาลหลวงพ่อคำเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: ศาลหลวงพ่อคำมีจุดเด่นอะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือหลวงพ่อคำหรือหลวงพ่อทองคำ ซึ่งเป็นโกลนพระพุทธรูปหินทรายที่ชาวบ้านขุดพบในบริเวณสระ เดิมเรียกว่าหลวงพ่ออิฐและได้รับการปิดทองคำเปลวจนกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของชุมชน
 
ถาม: หลวงพ่อคำกับหลวงพ่ออิฐเกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ตอบ: หลวงพ่ออิฐเป็นชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกโกลนพระพุทธรูปหินทรายที่ขุดพบในบริเวณสระ ต่อมาผู้ศรัทธานำทองคำเปลวมาปิดทับทั้งองค์ จึงเรียกว่าหลวงพ่อทองคำหรือหลวงพ่อคำ
 
ถาม: เดินทางไปศาลหลวงพ่อคำอย่างไร?
ตอบ: เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด โดยตั้งจุดหมายไปที่หมู่ที่ 2 บ้านสัมฤทธิ์ ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย หากเริ่มจากตัวเมืองนครราชสีมาใช้ถนนมิตรภาพมุ่งหน้าไปทางขอนแก่น แล้วเข้าสู่ตำบลสัมฤทธิ์ตามเส้นทางท้องถิ่น
 
ถาม: ศาลหลวงพ่อคำเหมาะกับการจัดเส้นทางร่วมกับที่ไหน?
ตอบ: เหมาะกับการจัดเส้นทางร่วมกับอนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านตำบลสัมฤทธิ์ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย และไทรงาม
 
ถาม: ควรใช้เวลาเยี่ยมชมศาลหลวงพ่อคำนานเท่าไร?
ตอบ: หากกราบไหว้ ปิดทอง และชมบรรยากาศโดยรอบ ใช้เวลาประมาณ 20–40 นาที หากรวมเส้นทางกับแหล่งท่องเที่ยวตำบลสัมฤทธิ์และพิมาย ควรเผื่อเวลาครึ่งวันถึงหนึ่งวัน

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆกลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่ศาลหลวงพ่อคำ

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(20)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(6)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(4)
วัด วัด(29)
มัสยิด มัสยิด(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(5)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(9)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(8)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(21)
สวนน้ำ สวนน้ำ(2)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(6)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(2)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(5)