หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา >อ.พิมาย >ต.สัมฤทธิ์ > อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์
TL;DR: อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ อยู่ที่หมู่ 1 บ้านสัมฤทธิ์ตะวันออก ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. จุดเด่นคือ ภายในศาลามีรูปปั้นนางสาวบุญเหลือในท่าถือคบเพลิง รูปปั้นและภาพวาดท้าวสุรนารี ภาพพระบรมฉายาลักษณ์.
อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ จังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญของอำเภอพิมาย ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 บ้านสัมฤทธิ์ตะวันออก ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่รำลึกถึงวีรกรรมของท้าวสุรนารี นางสาวบุญเหลือ และวีรชนชาวโคราชที่ร่วมกันปกป้องบ้านเมืองในเหตุการณ์สงครามเจ้าอนุวงศ์เมื่อ พ.ศ. 2369 บริเวณที่ปัจจุบันเป็นอนุสรณ์สถานเคยเป็นพื้นที่สนามรบระหว่างชาวนครราชสีมากับกองทัพเวียงจันทน์ในสมัยรัชกาลที่ 3 จึงเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ความทรงจำร่วมของชุมชน และการเรียนรู้เรื่องบทบาทของประชาชนในการปกป้องแผ่นดิน
สำหรับผู้ที่เดินทางมาอำเภอพิมาย อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์เป็นสถานที่ที่ควรแวะควบคู่กับอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย และไทรงาม เพราะสถานที่แห่งนี้ช่วยเติมเต็มเรื่องราวของพิมายในอีกมิติหนึ่ง หากปราสาทหินพิมายสะท้อนอารยธรรมโบราณและศิลปกรรมขอม อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์คือพื้นที่ที่สะท้อนความกล้าหาญของผู้คนในประวัติศาสตร์ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจว่าเมืองพิมายและทุ่งสัมฤทธิ์ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะด้านโบราณสถานเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการต่อสู้ ความเสียสละ และความทรงจำของชาวโคราช
หัวใจของอนุสรณ์สถานแห่งนี้คือศาลาทรงไทยแบบจตุรมุขซึ่งสร้างขึ้นเป็นศาลสถิตดวงวิญญาณของนางสาวบุญเหลือหรือย่าเหลือ และวีรชนชาวนครราชสีมาที่เสียชีวิตในการต่อสู้ ศาลาแห่งนี้มีลักษณะสง่างาม ตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งกว้างที่ชวนให้ระลึกถึงภาพสนามรบในอดีต ภายในศาลามีรูปปั้นนางสาวบุญเหลือในท่าถือคบเพลิงหรือดุ้นฟืนติดไฟ อันเป็นสัญลักษณ์ของวีรกรรมที่เล่าสืบต่อกันมาว่า นางได้ใช้ไฟทำลายเกวียนบรรทุกดินดำหรือดินระเบิดของกองทัพฝ่ายเจ้าอนุวงศ์ จนทำให้กองกำลังฝ่ายตรงข้ามเสียหายอย่างหนัก
เรื่องราวของทุ่งสัมฤทธิ์สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับเหตุการณ์ที่เจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ยกทัพเข้ายึดเมืองนครราชสีมาใน พ.ศ. 2369 เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นช่วงเวลาที่ชาวเมืองโคราชจำนวนมากถูกกวาดต้อนไปตามเส้นทาง ก่อนที่ท้าวสุรนารีหรือคุณหญิงโมจะรวบรวมผู้คนและใช้กลวิธีปลุกใจชาวเมืองให้ต่อสู้ตอบโต้ กำลังของชาวโคราชจึงไม่ใช่กองทัพขนาดใหญ่ตามแบบทหารประจำเมืองเท่านั้น แต่เป็นพลังของประชาชน ผู้หญิง ผู้ชาย และชาวบ้านที่ร่วมกันรักษาบ้านเมืองของตนเอง
นางสาวบุญเหลือเป็นหนึ่งในวีรสตรีที่มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์ครั้งนั้น ความกล้าหาญของนางไม่ได้ถูกจดจำเพียงในฐานะผู้ช่วยท้าวสุรนารี แต่เป็นผู้ที่ลงมือกระทำในจังหวะสำคัญของการสู้รบ ตามเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น นางสาวบุญเหลือถือคบเพลิงหรือดุ้นฟืนติดไฟเข้าไปทำลายกองเกวียนดินดำของฝ่ายตรงข้าม การระเบิดของดินดำสร้างความเสียหายต่อยุทโธปกรณ์ของกองทัพเวียงจันทน์และส่งผลต่อกำลังใจของฝ่ายศัตรู วีรกรรมนี้ทำให้นางสาวบุญเหลือได้รับการยกย่องเป็น “ย่าเหลือ” วีรสตรีผู้เสียสละชีวิตเพื่อเมืองโคราช
ความหมายของอนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์จึงลึกกว่าการเป็นสถานที่ตั้งรูปปั้น เพราะพื้นที่นี้ทำหน้าที่เป็นเสมือนห้องเรียนกลางแจ้งที่เชื่อมโยงเรื่องราวของท้าวสุรนารี นางสาวบุญเหลือ และวีรชนชาวโคราชเข้าด้วยกัน ผู้มาเยือนจะได้เห็นว่าวีรกรรมของเมืองนครราชสีมาไม่ได้เกิดจากบุคคลเพียงคนเดียว แต่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของผู้คนจำนวนมาก สถานที่แห่งนี้จึงช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โคราชให้ครบถ้วนขึ้น โดยเฉพาะบทบาทของชาวบ้านและสตรีในเหตุการณ์บ้านเมือง
อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2531 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ดวงวิญญาณของนางสาวบุญเหลือและวีรชนท่านอื่น ๆ ที่เสียชีวิตในการทำศึกกับเจ้าอนุวงศ์ ส่วนศาลสถิตดวงวิญญาณนางสาวบุญเหลือและวีรชนชาวโคราชมีประวัติการก่อสร้างโดยชาวทุ่งสัมฤทธิ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2513 ภายในพื้นที่ยังมีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำทางประวัติศาสตร์ เช่น รูปปั้นย่าเหลือ รูปปั้นหรือภาพวาดของท้าวสุรนารี ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ขณะเสด็จเยือนจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงพื้นที่จัดแสดงประวัติและเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้
เมื่อเดินเข้าสู่พื้นที่อนุสรณ์ ผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงโบราณสถานทั่วไป เพราะสถานที่นี้มีทั้งความสงบ ความศักดิ์สิทธิ์ และความเป็นพื้นที่ชุมชน ลานโล่งรอบศาลาทำให้มองเห็นภาพรวมของอนุสรณ์ได้ชัดเจน ศาลาทรงไทยจตุรมุขตั้งเป็นจุดศูนย์กลางของพื้นที่ ขณะที่รูปปั้นนางสาวบุญเหลือถือคบเพลิงทำให้เรื่องเล่าประวัติศาสตร์กลายเป็นภาพที่จับต้องได้ ผู้มาเยือนจึงสามารถเข้าใจเหตุการณ์ในอดีตผ่านสัญลักษณ์ทางศิลปกรรมและพื้นที่จริงได้พร้อมกัน
ความสำคัญอีกประการหนึ่งของอนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์คือการเป็นสถานที่จัดงานสดุดีวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์เป็นประจำทุกปี โดยในอดีตมีการจัดงานรำลึกช่วงวันที่ 3–5 มีนาคม และปัจจุบันยังคงมีการจัดพิธีสดุดี บวงสรวง สักการะ การรำบวงสรวง และกิจกรรมทางวัฒนธรรมเพื่อระลึกถึงท้าวสุรนารี นางสาวบุญเหลือ และเหล่าวีรชนชาวโคราช งานประจำปีนี้มีความหมายต่อชุมชนอย่างมาก เพราะทำให้ประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่เพียงในเอกสารหรือป้ายข้อมูล แต่ถูกถ่ายทอดผ่านพิธีกรรม การแสดง การรวมตัวของชาวบ้าน และการมีส่วนร่วมของหน่วยงานท้องถิ่น
ในวาระครบรอบ 200 ปี วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ จังหวัดนครราชสีมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดงานสดุดีวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ระหว่างวันที่ 3–5 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ บริเวณอนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย ภายในงานมีพิธีบวงสรวงสักการะท้าวสุรนารี นางสาวบุญเหลือ และวีรชนชาวโคราช การจำหน่ายสินค้าชุมชน สินค้าหัตถกรรม สินค้า OTOP และการแสดงแสง สี เสียง ชุด “200 ปี วีรชน วีรชัย วีรสตรีไทย ท้าวสุรนารี” ทำให้อนุสรณ์สถานแห่งนี้ยังคงมีบทบาทเป็นศูนย์กลางความทรงจำของชาวโคราชในปัจจุบัน
ผู้ที่เดินทางมาในช่วงงานประจำปีจะได้เห็นบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ ชาวบ้านจากตำบลสัมฤทธิ์และพื้นที่ใกล้เคียงจะร่วมกันจัดพิธี สวมชุดพื้นถิ่น รำบวงสรวง และร่วมกิจกรรมสดุดีวีรกรรมอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศดังกล่าวสะท้อนความผูกพันของชุมชนกับสถานที่อย่างชัดเจน เพราะอนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ที่คนท้องถิ่นใช้สืบทอดความภาคภูมิใจในบ้านเกิดและส่งต่อเรื่องราวความเสียสละของบรรพบุรุษสู่คนรุ่นใหม่
ในวันปกติ อนุสรณ์สถานแห่งนี้เหมาะกับการเที่ยวแบบสงบและใช้เวลาเรียนรู้ ผู้มาเยือนสามารถเดินชมศาลา สักการะรูปปั้นย่าเหลือ ชมองค์ประกอบภายในศาลา อ่านข้อมูลประวัติ และมองพื้นที่โล่งรอบอนุสรณ์ในฐานะบริเวณที่เคยเชื่อมโยงกับสนามรบในอดีต การมาเยือนช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายก่อนแดดแรงจะช่วยให้เดินชมได้สบายขึ้น เพราะพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นลานกลางแจ้ง ควรเตรียมน้ำดื่ม สวมรองเท้าที่เดินสะดวก และแต่งกายสุภาพ เนื่องจากพื้นที่มีลักษณะเป็นทั้งสถานที่รำลึกและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวโคราช
อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ยังเหมาะกับครอบครัวและสถานศึกษา เพราะเนื้อหาของสถานที่สามารถอธิบายให้เยาวชนเข้าใจได้ง่าย เรื่องราวของการปกป้องบ้านเมือง ความกล้าหาญของผู้หญิง ความร่วมแรงของชาวบ้าน และผลกระทบของสงครามต่อชุมชน ล้วนเป็นบทเรียนที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์กับคุณค่าทางสังคมได้ดี การพาเด็กและเยาวชนมาที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการพามาเที่ยว แต่เป็นการพามาเรียนรู้ว่าความรักบ้านเมืองและความเสียสละมีรูปร่างหน้าตาอย่างไรในประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
เมื่อพิจารณาร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอำเภอพิมาย จะเห็นว่าอนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ครบหลายยุค เริ่มจากอารยธรรมขอมที่อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ต่อด้วยวัตถุโบราณและศิลปกรรมที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย จากนั้นมาสู่ประวัติศาสตร์ชุมชนและวีรกรรมในสมัยรัตนโกสินทร์ที่อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ หากมีเวลาเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวยังสามารถแวะไทรงามเพื่อสัมผัสธรรมชาติริมแม่น้ำมูล ทำให้ทริปพิมายมีทั้งประวัติศาสตร์ โบราณคดี วัฒนธรรม และธรรมชาติในวันเดียว
การเดินทาง จากตัวเมืองนครราชสีมาใช้ทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าไปทางอำเภอพิมาย ถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 43–44 จะมีทางแยกขวาเข้าสู่อนุสรณ์สถาน จากนั้นขับเข้าไปประมาณ 3 กม. จะถึงบริเวณอนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ หากเดินทางจากตัวอำเภอพิมายหรือปราสาทหินพิมาย สามารถใช้เส้นทางถนนพิมาย–สัมฤทธิ์หรือเส้นทางท้องถิ่นเชื่อมต่อมายังตำบลสัมฤทธิ์ได้ โดยรถยนต์ส่วนตัวเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสามารถแวะเที่ยวจุดต่าง ๆ รอบพิมายได้ต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่ใช้ขนส่งสาธารณะ สามารถเดินทางจากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมาแห่งที่ 2 โดยขึ้นรถโดยสารสายโคราช–พิมาย แล้วสอบถามคนขับหรือพนักงานรถเกี่ยวกับเที่ยวที่ผ่านทางทุ่งสัมฤทธิ์ จากนั้นต่อรถท้องถิ่นหรือเหมารถเข้าไปยังอนุสรณ์สถาน การเดินทางด้วยวิธีนี้ควรเผื่อเวลาและตรวจสอบรอบรถล่วงหน้า เพราะเส้นทางย่อยเข้าสู่ตัวอนุสรณ์อยู่ห่างจากถนนหลักประมาณ 3 กม. และอาจไม่มีรถสาธารณะผ่านตลอดเวลา
สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อเข้าชมคือการเคารพสถานที่ ไม่ปีนป่ายศาลาหรือองค์ประกอบอนุสรณ์ ไม่แตะต้องรูปปั้นหรือสิ่งจัดแสดงในลักษณะที่อาจทำให้เสียหาย ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ทิ้งขยะในพื้นที่ หากมาสักการะควรจัดวางดอกไม้ ธูปเทียน หรือเครื่องบูชาในจุดที่เหมาะสม การรักษาความเรียบร้อยของพื้นที่มีความสำคัญมาก เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นอนุสรณ์แก่ผู้เสียชีวิตและเป็นพื้นที่ที่ชุมชนใช้ประกอบพิธีสดุดีประจำปี
จุดเด่นเชิงภาพถ่ายของสถานที่คือศาลาทรงไทยจตุรมุข ลานกว้าง ป้ายชื่ออนุสรณ์ และรูปปั้นย่าเหลือในท่าถือคบเพลิง มุมถ่ายภาพที่เหมาะคือมุมด้านหน้าศาลา ซึ่งสามารถเก็บทั้งองค์ศาลาและพื้นที่โดยรอบได้พร้อมกัน ช่วงเช้าให้แสงนุ่มและอากาศไม่ร้อน ส่วนช่วงเย็นให้บรรยากาศสงบและเหมาะกับการเดินชมแบบไม่เร่งรีบ หากมาในช่วงงานประจำปีจะมีบรรยากาศพิธีกรรมและการแสดงที่ช่วยให้ภาพของสถานที่มีชีวิตชีวามากขึ้น
ในเชิงความเชื่อ ชาวโคราชจำนวนมากให้ความเคารพต่อย่าเหลือและวีรชนทุ่งสัมฤทธิ์ เพราะมองว่าท่านคือผู้เสียสละเพื่อบ้านเมืองเช่นเดียวกับท้าวสุรนารี การมาสักการะจึงมักเกี่ยวข้องกับการขอพรเรื่องความกล้าหาญ ความเข้มแข็ง ความปลอดภัย และความสำเร็จในการดำเนินชีวิต ผู้มาเยือนควรเข้าถึงความเชื่อนี้ด้วยความเคารพ แม้จะมองในฐานะนักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจประวัติศาสตร์ก็ตาม เพราะความศรัทธาของชุมชนคือส่วนหนึ่งที่ทำให้อนุสรณ์สถานแห่งนี้ยังมีชีวิตอยู่
อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ยังเป็นสถานที่ที่ทำให้เห็นบทบาทของพื้นที่ชนบทในประวัติศาสตร์ชาติ พื้นที่ทุ่งโล่งและชุมชนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในอำเภอพิมายกลายเป็นเวทีของเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อประวัติศาสตร์เมืองนครราชสีมาและความทรงจำของผู้คนในจังหวัด แม้สถานที่นี้จะไม่ได้มีอาคารใหญ่โตหรือความคึกคักแบบแหล่งท่องเที่ยวหลัก แต่ความสงบและความเรียบง่ายกลับช่วยให้ผู้มาเยือนตั้งใจฟังเรื่องราวของอดีตได้ชัดเจนขึ้น
หากมาเที่ยวพิมายเป็นครั้งแรก การจัดเส้นทางที่เหมาะคือเริ่มจากอุทยานประวัติศาสตร์พิมายในช่วงเช้า ต่อด้วยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมายเพื่อทำความเข้าใจวัตถุโบราณและบริบทของเมือง จากนั้นรับประทานอาหารกลางวันในตัวอำเภอพิมาย แล้วเดินทางมายังอนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ในช่วงบ่าย ก่อนปิดท้ายด้วยไทรงามหรือร้านอาหารริมแม่น้ำมูล เส้นทางนี้ช่วยให้ผู้เดินทางเห็นพิมายในหลายมิติ ตั้งแต่อารยธรรมโบราณจนถึงวีรกรรมของชาวบ้านในประวัติศาสตร์ไทย
สำหรับชาวต่างชาติที่สนใจประวัติศาสตร์ไทย อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์เป็นสถานที่ที่ควรได้รับการอธิบายอย่างเป็นบริบท เพราะเรื่องราวนี้ไม่ใช่เพียงสงครามระหว่างเมือง แต่เป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนความสัมพันธ์ของสยาม ลาว เวียงจันทน์ และเมืองหน้าด่านในภาคอีสานช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 การมองสถานที่นี้ร่วมกับเรื่องราวของท้าวสุรนารีและนางสาวบุญเหลือจะช่วยให้เข้าใจว่าประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไทยมีทั้งมิติการเมือง สังคม เพศภาวะ และวัฒนธรรมความทรงจำที่ซับซ้อน
โดยสรุป อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์เป็นสถานที่สำคัญที่ควรอยู่ในแผนการเดินทางของผู้ที่มาเที่ยวพิมายและนครราชสีมา เพราะเป็นพื้นที่ที่รวมประวัติศาสตร์ วีรกรรม ความศรัทธา และชีวิตชุมชนไว้ในจุดเดียว การได้มายืนอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นสนามรบ ได้สักการะย่าเหลือและวีรชน ได้เห็นศาลาทรงไทยและรูปปั้นที่ถ่ายทอดเหตุการณ์สำคัญ ทำให้ผู้มาเยือนได้เข้าใจว่าเบื้องหลังคำว่า “เมืองย่าโม” มีเรื่องราวของผู้เสียสละอีกจำนวนมากที่ควรได้รับการจดจำร่วมกัน
| ชื่อสถานที่ | อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ |
| ที่ตั้ง | หมู่ 1 บ้านสัมฤทธิ์ตะวันออก ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา |
| ที่อยู่ | หมู่ 1 ถนนสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา 30110 |
| ไฮไลต์ | ศาลาทรงไทยแบบจตุรมุข ศาลสถิตดวงวิญญาณนางสาวบุญเหลือหรือย่าเหลือ และวีรชนชาวโคราช ผู้เสียสละชีวิตในการปกป้องบ้านเมืองเมื่อ พ.ศ. 2369 |
| ประวัติ / สมัย / ยุค | เกี่ยวข้องกับสงครามเจ้าอนุวงศ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2369 อนุสรณ์สถานสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2531 ส่วนศาลสถิตดวงวิญญาณสร้างขึ้นโดยชาวทุ่งสัมฤทธิ์เมื่อ พ.ศ. 2513 |
| ที่มาของชื่อ | ตั้งชื่อตามพื้นที่ทุ่งสัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นบริเวณที่เคยเกิดการสู้รบระหว่างชาวโคราชกับกองทัพเจ้าอนุวงศ์ และเป็นพื้นที่รำลึกถึงวีรกรรมของชาวโคราช |
| ลักษณะเด่น | ภายในศาลามีรูปปั้นนางสาวบุญเหลือในท่าถือคบเพลิง รูปปั้นและภาพวาดท้าวสุรนารี ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ |
| โซนภายใน / พื้นที่สำคัญ | ลานอนุสรณ์สถาน ศาลาทรงไทยแบบจตุรมุข ศาลสถิตดวงวิญญาณนางสาวบุญเหลือและวีรชน รูปปั้นย่าเหลือถือคบเพลิง รูปปั้นและภาพวาดท้าวสุรนารี อาคารจัดแสดงประวัติและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ พื้นที่จัดงานสดุดีวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ประจำปี |
| ผู้ดูแล | องค์การบริหารส่วนตำบลสัมฤทธิ์ ร่วมกับอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องในการดูแลพื้นที่และจัดพิธีสดุดีวีรกรรมประจำปี |
| ประเพณี / พิธีกรรมที่เกี่ยวข้อง | งานสดุดีวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ จัดขึ้นช่วงวันที่ 3–5 มีนาคมของทุกปี มีพิธีบวงสรวงสักการะท้าวสุรนารี นางสาวบุญเหลือ และวีรชนชาวโคราช รวมถึงการรำบวงสรวงและกิจกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่น |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองนครราชสีมาใช้ทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ ไปทางอำเภอพิมาย ถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 43–44 แยกขวาเข้าไปประมาณ 3 กม. จะถึงอนุสรณ์สถาน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดให้เข้าชม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวโคราชและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของอำเภอพิมาย |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้า | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ที่จอดรถ ทางลาดสำหรับผู้พิการ ลานอนุสรณ์ พื้นที่สักการะ พื้นที่จัดกิจกรรมประจำปี และเส้นทางเข้าชมภายในบริเวณอนุสรณ์สถาน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 044-482900, องค์การบริหารส่วนตำบลสัมฤทธิ์ โทร. 044-482901 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ประมาณ 8 กม. 2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ประมาณ 8 กม. 3. ไทรงาม พิมาย ประมาณ 9 กม. 4. เขื่อนพิมาย ประมาณ 9 กม. 5. วัดเดิม พิมาย ประมาณ 8 กม. 6. ประตูชัยเมืองพิมาย ประมาณ 8 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. สวนอาหารริเวอร์ไซด์ ประมาณ 4 กม. โทร. 044-285510 2. เคียงมูลพิมาย ประมาณ 7 กม. โทร. 081-062-8875, 081-997-4970 3. พจน์ เป็ดย่าง ประมาณ 8 กม. โทร. 044-928129, 098-162-3282 4. ทิวไผ่เป็ดย่างพิมาย ประมาณ 8 กม. โทร. 044-287500, 081-878-1466 5. ติ๋ม จงสงวนกลาง ประมาณ 9 กม. โทร. 081-064-6263 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Rabbit Hotel Phimai ประมาณ 7 กม. โทร. 081-202-2250 2. พิมาย เรสซิเดนซ์ ประมาณ 8 กม. โทร. 097-149-9992 3. พิมาย พาราไดซ์ โฮเทล ประมาณ 8 กม. โทร. 044-287565, 044-471575, 086-4688402 4. บ้านลิตา พิมาย ประมาณ 9 กม. โทร. 088-595-2542 5. กอดพิมาย รีสอร์ท ประมาณ 9 กม. โทร. 087-960-1177, 044-918600 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 บ้านสัมฤทธิ์ตะวันออก ตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
ถาม: อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่รำลึกถึงวีรกรรมของท้าวสุรนารี นางสาวบุญเหลือ และวีรชนชาวโคราชที่เสียสละชีวิตในการปกป้องเมืองนครราชสีมาเมื่อครั้งสงครามเจ้าอนุวงศ์ พ.ศ. 2369
ถาม: ภายในอนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์มีอะไรให้ชม?
ตอบ: ภายในมีศาลาทรงไทยแบบจตุรมุข ศาลสถิตดวงวิญญาณนางสาวบุญเหลือและวีรชน รูปปั้นย่าเหลือถือคบเพลิง รูปปั้นและภาพวาดท้าวสุรนารี รวมถึงพื้นที่จัดแสดงประวัติและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้
ถาม: อนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์เปิดให้เข้าชมเวลาใด?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
ถาม: เข้าชมอนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ต้องเสียค่าเข้าหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถเข้าไปสักการะและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้โดยไม่มีค่าเข้าชม
ถาม: งานสดุดีวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์จัดช่วงใด?
ตอบ: งานสดุดีวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์จัดขึ้นช่วงวันที่ 3–5 มีนาคมของทุกปี โดยมีพิธีบวงสรวงสักการะ รำบวงสรวง การแสดง และกิจกรรมทางวัฒนธรรมของชุมชน
ถาม: เดินทางไปอนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์อย่างไร?
ตอบ: จากตัวเมืองนครราชสีมาใช้ทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าไปทางอำเภอพิมาย ถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 43–44 แล้วแยกขวาเข้าไปประมาณ 3 กม.
ถาม: เที่ยวอนุสรณ์วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ร่วมกับที่ไหนได้บ้าง?
ตอบ: สามารถเที่ยวร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ไทรงาม เขื่อนพิมาย วัดเดิม และประตูชัยเมืองพิมายได้สะดวก
หมวดหมู่: ●ศิลปะ วัฒนธรรม และแหล่งมรดก
กลุ่ม: ●แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 สัปดาห์ที่แล้ว




