หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา >อ.ห้วยแถลง >ต.หลุ่งประดู่ > หมู่บ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหลุ่งประดู่สามัคคี
TL;DR: หมู่บ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหลุ่งประดู่สามัคคี อยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา 30240 เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
หมู่บ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหลุ่งประดู่สามัคคี

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30 – 16.30 น.
หมู่บ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหลุ่งประดู่สามัคคี นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา 30240 ริมทางหลวงหมายเลข 2163 เส้นทางพิมาย–หินดาด บริเวณกิโลเมตรที่ 21 เป็นหมู่บ้านหัตถกรรมผ้าไหมที่มีความสำคัญของจังหวัดนครราชสีมา และเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ฟอกไหม ย้อมสี และทอผ้าในลักษณะครบวงจร ชุมชนแห่งนี้มีชื่อเสียงจากการรวมกลุ่มทอผ้าในชื่อกลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ ซึ่งสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าพื้นเมืองมายาวนาน ผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าทอลายมัดหมี่ ผ้าลายสก๊อต ผ้าหางกระรอก และผ้าไหมลวดลายโบราณกับร่วมสมัยที่สะท้อนเอกลักษณ์ของโคราชได้อย่างชัดเจน
บ้านหลุ่งประดู่สามัคคีเป็นชุมชนที่ทำให้ผู้มาเยือนเห็นว่าผ้าไหมไม่ได้เริ่มต้นจากกี่ทอผ้าเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการปลูกหม่อนซึ่งเป็นอาหารหลักของตัวไหม การดูแลใบหม่อนให้มีคุณภาพ การเลี้ยงไหมให้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การเก็บรังไหม การสาวเส้นไหม การฟอก การย้อมสี และการนำเส้นไหมเข้าสู่กระบวนการทอ ทุกขั้นตอนล้วนต้องอาศัยความละเอียด ความรู้เชิงประสบการณ์ และการถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง การเดินทางมาที่หมู่บ้านแห่งนี้จึงทำให้เห็นผ้าไหมในฐานะระบบชีวิต ไม่ใช่เพียงสินค้าแฟชั่นหรือของฝาก
ภูมิปัญญาการทอผ้าของบ้านหลุ่งประดู่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของชุมชนอีสานใต้อย่างลึกซึ้ง ในอดีตครัวเรือนจำนวนมากมีการทอผ้าเพื่อใช้เองในครอบครัว ทั้งผ้านุ่ง ผ้าคลุมไหล่ ผ้าสำหรับพิธีกรรม และผ้าที่เก็บไว้เป็นสมบัติของบ้าน การทอผ้าจึงเป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของผู้หญิงในครอบครัว การทำงานหลังฤดูเก็บเกี่ยว และการใช้เวลาว่างให้เกิดคุณค่า เมื่อชุมชนรวมตัวกันเป็นกลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ ภูมิปัญญาเดิมจึงถูกพัฒนาจากงานครัวเรือนไปสู่แหล่งเรียนรู้และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีตลาดรองรับมากขึ้น
ความโดดเด่นของหมู่บ้านอยู่ที่การผลิตผ้าไหมครบวงจร ผู้มาเยือนสามารถเข้าใจความสัมพันธ์ของต้นหม่อน ตัวไหม รังไหม เส้นไหม สี และลายผ้าได้ภายในพื้นที่เดียวกัน การปลูกหม่อนเป็นจุดเริ่มของวัฏจักรไหม เพราะใบหม่อนเป็นอาหารที่กำหนดสุขภาพและคุณภาพของตัวไหม เมื่อตัวไหมสร้างรัง ชาวบ้านจึงนำรังไหมมาผ่านกระบวนการสาวเส้นไหม เส้นไหมที่ได้มีความละเอียด มันวาว และมีคุณสมบัติแตกต่างกันตามช่วงของการสาว จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการฟอก ย้อม และเตรียมเส้นสำหรับการทอ
การสาวไหมเป็นขั้นตอนที่แสดงความชำนาญของผู้ทำได้อย่างชัดเจน เพราะต้องควบคุมความร้อนของน้ำ การดึงเส้นจากรังไหม และการรวมเส้นไหมให้ได้ขนาดที่เหมาะสม หากดึงเร็วเกินไปเส้นไหมอาจขาด หากรวมเส้นไม่สม่ำเสมอ ผ้าที่ทอออกมาอาจมีความหนาบางไม่เท่ากัน การสาวไหมจึงเป็นงานที่ต้องอาศัยทั้งสายตา มือ และประสบการณ์ เมื่อเส้นไหมผ่านการเตรียมที่ดี การทอผ้าก็มีพื้นฐานที่แข็งแรงและส่งผลต่อความงามของผืนผ้าทั้งผืน
การฟอกและย้อมสีเป็นอีกหัวใจหนึ่งของผ้าไหมบ้านหลุ่งประดู่ ชุมชนมีการใช้ทั้งสีธรรมชาติและสีเคมีตามประเภทผลิตภัณฑ์และความต้องการของตลาด สีธรรมชาติช่วยให้ผ้ามีโทนอบอุ่น ละมุน และเชื่อมโยงกับพืชพื้นบ้าน เช่น แก่นขนุน สะเดา ดอกอัญชัน ใบแก้ว สบู่เลือด ฝักคูณ ครั่ง หรือพืชให้สีอื่นในท้องถิ่น ส่วนสีเคมีช่วยให้ควบคุมเฉดสีได้กว้างและสม่ำเสมอขึ้น การเลือกใช้สีจึงสะท้อนทั้งภูมิปัญญาเก่าและการปรับตัวของชุมชนต่อรสนิยมผู้ซื้อในยุคปัจจุบัน
การทอผ้าไหมบ้านหลุ่งประดู่มีทั้งลวดลายโบราณและลวดลายสมัยใหม่ ลายโบราณสะท้อนความทรงจำของชุมชนและความต่อเนื่องของงานทอพื้นเมือง ขณะที่ลายร่วมสมัยสะท้อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ใช้ได้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น ผ้าคลุมไหล่ ผ้าผืนสำหรับตัดชุด ผ้าลายสก๊อต ผ้ามัดหมี่ และผ้าหางกระรอก ผ้าแต่ละประเภทมีจังหวะของลวดลายและความหมายต่างกัน บางผืนเน้นความเรียบหรู บางผืนเน้นลายมัดหมี่ละเอียด บางผืนเน้นความเหลือบของสีซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะของผ้าไหมโคราช
ผ้าหางกระรอกเป็นหนึ่งในผ้าสำคัญที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ผ้าไหมนครราชสีมาอย่างเด่นชัด ลักษณะเด่นของผ้าหางกระรอกคือการนำเส้นไหมหรือเส้นฝ้าย 2 เส้น 2 สีมาตีเกลียวควบเข้าด้วยกันให้เป็นเส้นเดียว เรียกว่าเส้นลูกลายหรือเส้นหางกระรอก เมื่อนำไปเป็นเส้นพุ่งทอผ้า จะเกิดลายเหลือบเล็ก ๆ ในตัว มันวาว และมองเห็นมิติของสีที่เคลื่อนไปตามแสง ผ้าหางกระรอกจึงเป็นผ้าพื้นเรียบที่ไม่ธรรมดา เพราะความงามอยู่ในรายละเอียดของเส้นไหมและการควบสีมากกว่าลวดลายใหญ่ที่เห็นชัดตั้งแต่แรกมอง
ลายไตรลักษณ์ของผ้าไหมหางกระรอกหลุ่งประดู่มีความสำคัญต่อภาพจำของผ้าไหมโคราช เพราะชุมชนได้รับการยอมรับจากการพัฒนาผ้าหางกระรอกลายไตรลักษณ์จนกลายเป็นลายเอกลักษณ์ประจำจังหวัดนครราชสีมา กระบวนการพัฒนาลายเกิดจากการรวมองค์ความรู้ของช่างทอ การสนับสนุนจากหน่วยงาน และการประกวดที่ช่วยให้ผ้าของชุมชนเป็นที่รู้จักกว้างขึ้น เมื่อผืนผ้าลายหนึ่งได้รับสถานะเป็นลายเอกลักษณ์ของจังหวัด ความหมายของงานทอจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ผลิต แต่ขยายไปสู่ภาพแทนทางวัฒนธรรมของนครราชสีมาด้วย
บ้านหลุ่งประดู่เป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาทอผ้าแบบมีชีวิต ภายในชุมชนมีผู้หญิงหลายรุ่นที่เรียนรู้จากการดู การช่วยงาน การลงมือทำ และการบอกเล่าจากคนในครอบครัว การทอผ้าไม่ได้ถ่ายทอดผ่านตำราเพียงอย่างเดียว แต่ถ่ายทอดผ่านการนั่งอยู่ข้างกี่ การจับเส้นไหม การมัดหมี่ การฟอกย้อม และการแก้ปัญหาหน้างานจริง ความรู้จึงค่อย ๆ สั่งสมผ่านประสบการณ์ของผู้ทอแต่ละคน และกลายเป็นทุนวัฒนธรรมของหมู่บ้าน
ภายในกลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ มีการแบ่งงานตามความถนัดของสมาชิก บางคนมีทักษะด้านมัดหมี่ บางคนถนัดฟอกย้อม บางคนถนัดสาวไหม บางคนถนัดทอผ้า และบางคนทำหน้าที่ประสานงานหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การแบ่งงานเช่นนี้ทำให้การผลิตผ้าไหมมีความต่อเนื่องและรองรับคำสั่งซื้อได้ดีขึ้น สมาชิกที่ไม่มีกี่ทอผ้าที่บ้านสามารถใช้กี่ของกลุ่มหรือเข้ามาทอร่วมในศูนย์เรียนรู้ได้ ภาพของผู้คนที่นั่งทอผ้าร่วมกันจึงสะท้อนทั้งการทำงานและความสัมพันธ์ของชุมชนในเวลาเดียวกัน
ศูนย์เรียนรู้กลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหลุ่งประดู่เป็นพื้นที่ที่ช่วยเชื่อมผู้มาเยือนเข้ากับองค์ความรู้ของชุมชน ผู้มาเยือนจะได้เห็นกี่ทอผ้า เส้นไหม อุปกรณ์ตีเกลียว เส้นหางกระรอก ตัวอย่างผ้า และเรื่องราวของกลุ่มทอผ้าในพื้นที่ การเรียนรู้ในสถานที่จริงทำให้เข้าใจว่าผ้าไหมหนึ่งผืนต้องผ่านเวลาและมือของคนจำนวนมาก ตั้งแต่คนเลี้ยงไหม คนสาวไหม คนย้อม คนมัดลาย และคนทอ ความงามของผืนผ้าจึงเป็นผลรวมของแรงงาน ความอดทน และความประณีตของทั้งชุมชน
ชุมชนหลุ่งประดู่ยังมีความสำคัญในฐานะพื้นที่ที่งานทอผ้าเชื่อมกับวิถีเกษตรของอีสาน การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมักอยู่ร่วมกับการทำนา ทำไร่ และกิจกรรมเกษตรอื่นตามฤดูกาล คนในชุมชนจึงไม่ได้ทำงานทอผ้าแยกขาดจากชีวิตเกษตรกรรม แต่ใช้จังหวะของฤดูกาลและเวลาว่างจากไร่นามาต่อเนื่องกับงานหัตถกรรม การทอผ้าจึงเป็นทั้งอาชีพเสริม แหล่งรายได้ และพื้นที่รักษาความทรงจำของครอบครัว
ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของบ้านหลุ่งประดู่มีความหลากหลาย ทั้งผ้าผืน ผ้าคลุมไหล่ ผ้ามัดหมี่ ผ้าลายสก๊อต ผ้าหางกระรอก และผ้าทอลายร่วมสมัย ผ้าคลุมไหล่เป็นสินค้าที่เข้าถึงผู้ซื้อได้ง่าย เพราะใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและโอกาสพิเศษ ผ้ามัดหมี่เน้นความละเอียดของลายและการย้อมเส้นก่อนทอ ผ้าลายสก๊อตแสดงการประยุกต์ลายให้ร่วมสมัย ส่วนผ้าหางกระรอกเป็นงานที่สะท้อนความเป็นโคราชได้ชัดเจนด้วยผิวเหลือบของสีและเทคนิคการควบเส้นอันประณีต
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจงานฝีมือ บ้านหลุ่งประดู่สามัคคีเป็นพื้นที่ที่ให้ประสบการณ์แตกต่างจากการซื้อผ้าในร้านทั่วไป เพราะผู้มาเยือนได้เห็นกระบวนการและคนทำงานจริง ได้พูดคุยกับสมาชิกกลุ่ม ได้สัมผัสเนื้อผ้า ได้เห็นสีไหมและลายทอในบริบทของหมู่บ้าน การซื้อผ้าจากแหล่งผลิตโดยตรงทำให้เข้าใจคุณค่าของงานมือมากขึ้น เพราะผืนผ้าไม่ได้เป็นเพียงวัสดุสวยงาม แต่เป็นเรื่องราวของต้นหม่อน ตัวไหม กี่ทอผ้า และชีวิตของผู้คนในชุมชน
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หมู่บ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหลุ่งประดู่สามัคคีเป็นจุดหมายที่อธิบาย Thai silk ได้ชัดเจนในระดับชุมชน ผู้มาเยือนได้เห็นต้นทางของไหมตั้งแต่การเลี้ยงไหมจนถึงการทอ ไม่ได้เห็นเฉพาะผ้าสำเร็จรูปบนชั้นวางสินค้า กระบวนการฟอก ย้อม สาวไหม และทอผ้าทำให้เข้าใจว่าผ้าไหมไทยเป็นงานที่ใช้ทั้งวิทยาศาสตร์พื้นบ้าน ความอดทน และศิลปะของมือมนุษย์ ผืนผ้าที่ได้จึงมีทั้งความงามเชิงวัสดุและความหมายทางวัฒนธรรม
บ้านหลุ่งประดู่สามัคคียังเป็นตัวอย่างของการท่องเที่ยวชุมชนที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งโครงสร้างขนาดใหญ่ สิ่งที่ทำให้ชุมชนมีคุณค่าคือภูมิปัญญาที่คนในพื้นที่ยังใช้จริงและถ่ายทอดจริง ภายในหมู่บ้านมีบ้านเรือน กี่ทอผ้า พื้นที่เรียนรู้ กลุ่มผู้ผลิต และเส้นทางเชื่อมกับชุมชนใกล้เคียง การมาเยือนจึงเป็นการเข้าไปสัมผัสวิถีชีวิตที่ดำเนินอยู่ ไม่ใช่การชมฉากจำลอง งานทอผ้าและการเลี้ยงไหมทำให้ชุมชนมีตัวตนที่เด่นชัด และช่วยให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของงานหัตถกรรมท้องถิ่นมากขึ้น
การเดินทาง ไปหมู่บ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหลุ่งประดู่สามัคคีใช้ทางหลวงหมายเลข 2163 เส้นทางพิมาย–หินดาด บริเวณกิโลเมตรที่ 21 จะมีทางแยกขวามือพร้อมป้ายบอกทางเข้าหมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านหลุ่งประดู่ รวมระยะทางจากจังหวัดนครราชสีมาประมาณ 90 กม. หากเริ่มจากตัวเมืองนครราชสีมา สามารถเดินทางไปทางอำเภอพิมาย แล้วใช้เส้นทางพิมาย–หินดาดต่อไปยังตำบลหลุ่งประดู่ พิกัดสำหรับนำทางคือ 15.045272, 102.558743
พื้นที่ตำบลหลุ่งประดู่มีแหล่งท่องเที่ยวและจุดเรียนรู้ใกล้เคียงที่เชื่อมกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น วัดหลุ่งประดู่ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหลุ่งประดู่ ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มไหมไทย กู่ศิลาขันธ์ และพื้นที่ชุมชนโดยรอบ เมื่อเชื่อมกับอำเภอพิมาย เส้นทางนี้ยังสามารถต่อไปยังอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย และไทรงามได้ ทำให้การเดินทางหนึ่งวันครอบคลุมทั้งผ้าไหม วิถีชุมชน วัด โบราณสถาน และมรดกวัฒนธรรมโคราชตอนตะวันออกเฉียงเหนือ
การชมกระบวนการทำผ้าไหมในบ้านหลุ่งประดู่มีจังหวะที่น่าสนใจหลายช่วง การดูต้นหม่อนช่วยให้เข้าใจแหล่งอาหารของตัวไหม การดูรังไหมช่วยให้เห็นต้นกำเนิดของเส้นใย การดูการสาวไหมช่วยให้เห็นการดึงเส้นใยจากธรรมชาติสู่เส้นไหม การดูการย้อมสีช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของพืชให้สีกับเนื้อผ้า และการดูการทอบนกี่ทำให้เห็นการประกอบเส้นยืนกับเส้นพุ่งจนกลายเป็นผืนผ้า ภาพทั้งหมดนี้ช่วยให้ผ้าไหมหนึ่งผืนมีความหมายลึกกว่าลวดลายที่ปรากฏบนพื้นผ้า
โซนภายในหมู่บ้านแบ่งตามกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ ได้แก่ พื้นที่ปลูกหม่อน พื้นที่เลี้ยงไหม พื้นที่สาวไหม พื้นที่ฟอกและย้อมสี พื้นที่ทอผ้า พื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์ พื้นที่จำหน่ายผ้าไหม และพื้นที่ศูนย์เรียนรู้กลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ แต่ละโซนมีหน้าที่ต่างกันและประกอบกันเป็นภาพรวมของการผลิตผ้าไหมครบวงจร เมื่อเดินชมตามลำดับ จะเห็นการเปลี่ยนจากใบหม่อนและรังไหมไปสู่เส้นไหม สี และผืนผ้าที่พร้อมใช้จริง
คุณค่าทางวัฒนธรรมของบ้านหลุ่งประดู่เกิดจากความต่อเนื่องของคนหลายรุ่น งานทอผ้าในชุมชนไม่ได้เป็นเพียงงานของช่างทอคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นมรดกที่สะสมจากแม่ ยาย ญาติพี่น้อง และผู้สูงอายุในหมู่บ้าน คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเรียนรู้จากกลุ่มจึงไม่ได้รับเพียงเทคนิคการทอ แต่ได้รับเรื่องเล่า ความอดทน และความภาคภูมิใจในผืนผ้า การสืบทอดลักษณะนี้ทำให้ผ้าไหมหลุ่งประดู่เป็นงานหัตถกรรมที่ยังมีชีวิตและยังเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยได้
ในเชิงเศรษฐกิจชุมชน กลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ช่วยสร้างรายได้จากทักษะของคนในพื้นที่โดยตรง การขายผ้าไหม ผ้าคลุมไหล่ ผ้ามัดหมี่ ผ้าหางกระรอก และผลิตภัณฑ์ทอมือทำให้เงินหมุนเวียนกลับสู่ผู้ผลิตในชุมชน สมาชิกกลุ่มมีบทบาททั้งในฐานะผู้ทำงานฝีมือ ผู้ถ่ายทอดความรู้ และผู้รักษาอัตลักษณ์ผ้าไหมโคราช การสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากหมู่บ้านจึงสัมพันธ์กับการรักษาอาชีพ การสืบทอดงานทอ และความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ห้วยแถลง
การย้อมสีธรรมชาติทำให้ผ้าไหมหลุ่งประดู่มีมิติทางสิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญา พืชให้สีแต่ละชนิดให้เฉดที่แตกต่างกันและต้องใช้ความรู้ในการเตรียมวัตถุดิบ ต้มสี กรองสี และจับสีให้ติดเส้นไหม ความเข้มอ่อนของสีขึ้นอยู่กับชนิดพืช ปริมาณวัตถุดิบ ระยะเวลาย้อม และเทคนิคของผู้ย้อม สีธรรมชาติจึงมีความงามแบบนุ่มนวลและมีเอกลักษณ์เฉพาะรอบการย้อม ขณะที่การใช้สีเคมีในบางผลิตภัณฑ์ช่วยให้ได้เฉดที่แน่นอนและรองรับความต้องการของตลาดที่หลากหลาย
ผ้ามัดหมี่ของบ้านหลุ่งประดู่เป็นงานที่แสดงความแม่นยำของผู้ผลิต เพราะต้องมัดเส้นไหมให้เกิดลายก่อนนำไปย้อม เมื่อแก้มัดและนำไปทอ ลายที่วางไว้บนเส้นด้ายจึงค่อย ๆ ปรากฏเป็นภาพบนผืนผ้า ความยากอยู่ที่การคำนวณตำแหน่งลาย การคุมสี และการทอให้ลายต่อกันอย่างเหมาะสม ส่วนผ้าลายสก๊อตและผ้าหางกระรอกแสดงความสามารถในการจัดจังหวะสีและเส้น ทำให้ผ้าไหมมีทั้งลายที่เข้าใจง่ายและลายที่มีรายละเอียดซ่อนอยู่ในพื้นผ้า
การมาเยือนหมู่บ้านในช่วงเวลาเปิดทำการ 08.30–16.30 น. ทำให้เห็นบรรยากาศการทำงานของชุมชนในช่วงกลางวัน พื้นที่นี้เหมาะสำหรับผู้สนใจผ้าไหม นักเรียน นักศึกษา คณะศึกษาดูงาน นักออกแบบ ผู้สะสมผ้า และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าใจวัฒนธรรมสิ่งทอของอีสานตอนใต้ หากเป็นคณะหรือมีกิจกรรมเฉพาะ เช่น การชมสาธิตหลายฐาน การเลือกซื้อสินค้าจำนวนมาก หรือการเรียนรู้เชิงลึก การติดต่อคุณบุษบา ประเทสังที่เบอร์ 089-582-6025 ช่วยให้การประสานงานกับกลุ่มเป็นระบบและตรงกับรูปแบบกิจกรรมของชุมชน
ร้านอาหารและที่พักใกล้บ้านหลุ่งประดู่มีทั้งในตัวอำเภอห้วยแถลงและอำเภอพิมาย เส้นทางห้วยแถลงมีคาเฟ่ ร้านอาหารท้องถิ่น และที่พักขนาดเล็ก ส่วนเส้นทางพิมายมีที่พัก ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายกว่า ผู้ที่ต้องการเชื่อมการเที่ยวผ้าไหมกับโบราณสถานสามารถพักในพิมายแล้วเดินทางมายังบ้านหลุ่งประดู่ในช่วงกลางวัน หรือพักในอำเภอห้วยแถลงเพื่อสัมผัสเส้นทางชุมชนและวิถีชนบทใกล้แหล่งทอผ้าไหมมากขึ้น
โดยสรุป หมู่บ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหลุ่งประดู่สามัคคีเป็นแหล่งเรียนรู้ผ้าไหมที่ครบทั้งต้นทาง วัตถุดิบ กระบวนการผลิต และผืนผ้าสำเร็จรูป จุดเด่นอยู่ที่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ฟอก ย้อมสี และทอผ้าในชุมชนเดียวกัน รวมถึงผ้ามัดหมี่ ผ้าลายสก๊อต ผ้าคลุมไหล่ และผ้าหางกระรอกที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ผ้าไหมโคราช หมู่บ้านแห่งนี้จึงเหมาะกับการเรียนรู้วัฒนธรรมผ้าไหมไทยในระดับชุมชน เข้าใจชีวิตของผู้ทอ และเห็นคุณค่าของผ้าไหมในฐานะมรดกภูมิปัญญาที่ดำรงอยู่ผ่านคนจริง พื้นที่จริง และกระบวนการจริง
| ชื่อสถานที่ | หมู่บ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหลุ่งประดู่สามัคคี / กลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ |
| ที่ตั้ง | หมู่ที่ 1 ตำบลหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา 30240 |
| ที่อยู่ | บ้านหลุ่งประดู่สามัคคี หมู่ที่ 1 ตำบลหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา 30240 ริมทางหลวงหมายเลข 2163 เส้นทางพิมาย–หินดาด บริเวณกิโลเมตรที่ 21 |
| พิกัด | 15.045272, 102.558743 |
| ไฮไลต์ | แหล่งเรียนรู้การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ฟอกไหม ย้อมสี และทอผ้าไหมครบวงจรของบ้านหลุ่งประดู่ พร้อมผลิตภัณฑ์ผ้ามัดหมี่ ผ้าลายสก๊อต ผ้าคลุมไหล่ และผ้าหางกระรอก |
| ประวัติ / ความสำคัญ | ชุมชนรวมกลุ่มทอผ้าในชื่อกลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ มีการสืบสานการทอผ้าพื้นเมืองมากกว่า 300 ปี และพัฒนาผ้าหางกระรอกลายไตรลักษณ์ซึ่งเป็นลายเอกลักษณ์ของจังหวัดนครราชสีมา |
| ที่มาของชื่อ | ชื่อบ้านหลุ่งประดู่มาจากชื่อชุมชนในตำบลหลุ่งประดู่ ส่วนชื่อหมู่บ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสะท้อนบทบาทของชุมชนในฐานะแหล่งผลิตไหมและผ้าไหมครบวงจร |
| ประเภทสถานที่ | หมู่บ้านหัตถกรรมผ้าไหม แหล่งเรียนรู้ชุมชน แหล่งจำหน่ายผ้าไหม และจุดศึกษาภูมิปัญญาทอผ้าอีสานตอนใต้ |
| ผลิตภัณฑ์สำคัญ | ผ้าคลุมไหล่ ผ้าทอลายมัดหมี่ ผ้าลายสก๊อต ผ้าหางกระรอก ผ้าไหมพื้นเมือง ผ้าผืนสำหรับตัดชุด และผลิตภัณฑ์ไหมตามรูปแบบของกลุ่ม |
| ลักษณะเด่นของผ้า | ผ้าไหมทอมือที่มีทั้งลายโบราณและลายร่วมสมัย ใช้เทคนิคการมัดหมี่ การย้อมสีธรรมชาติและสีเคมี การสาวไหม และการทอผ้าหางกระรอกด้วยเส้นลูกลายที่ให้สีเหลือบมันวาว |
| การเดินทาง | จากจังหวัดนครราชสีมาเดินทางประมาณ 90 กม. ใช้ทางหลวงหมายเลข 2163 เส้นทางพิมาย–หินดาด ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 21 แยกขวามือเข้าหมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านหลุ่งประดู่ |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งจำหน่ายผ้าไหมของชุมชนหลุ่งประดู่ โดยกลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ยังคงผลิตผ้าไหมและถ่ายทอดภูมิปัญญาทอผ้าในพื้นที่ |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30 – 16.30 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเดินชมหมู่บ้านและเลือกซื้อผ้าไหม ส่วนกิจกรรมศึกษาดูงานเชิงลึกหรือกิจกรรมเฉพาะเป็นไปตามการประสานงานของกลุ่ม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่ศูนย์เรียนรู้กลุ่มไหมไทย พื้นที่ทอผ้าไหม พื้นที่จัดแสดงผ้าไหม พื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ผ้าทอมือ กี่ทอผ้า อุปกรณ์สาธิต และพื้นที่จอดรถในชุมชน |
| โซนภายใน / ฐานเรียนรู้ | 1. พื้นที่ปลูกหม่อน 2. พื้นที่เลี้ยงไหม 3. พื้นที่สาวไหม 4. พื้นที่ฟอกไหมและย้อมสี 5. พื้นที่ทอผ้าไหม 6. ศูนย์เรียนรู้กลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ 7. พื้นที่จัดแสดงผ้าหางกระรอก ผ้ามัดหมี่ และผ้าลายสก๊อต 8. พื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมชุมชน |
| ผู้ดูแล / ผู้ประสานงาน | กลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ / คุณบุษบา ประเทสัง / สมาชิกกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหลุ่งประดู่ |
| เบอร์โทร | คุณบุษบา ประเทสัง โทร. 089-582-6025 กลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ โทร. 061-086-2953 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. ศูนย์เรียนรู้กลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ / พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหลุ่งประดู่ – อยู่ในชุมชนเดียวกัน 2. วัดหลุ่งประดู่ – ประมาณ 1 กม. 3. วัดป่าหลุ่งประดู่สามัคคีธรรม – ประมาณ 3 กม. 4. กู่ศิลาขันธ์ บ้านกู่ศิลาขันธ์ – ประมาณ 6 กม. 5. ตัวอำเภอห้วยแถลง – ประมาณ 22 กม. 6. อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย – ประมาณ 24 กม. – โทร. 044-471-568 7. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย – ประมาณ 24 กม. – โทร. 044-471-167 8. ไทรงาม พิมาย – ประมาณ 26 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Jungle Cafe สาขาห้วยแถลง นครราชสีมา – ประมาณ 22 กม. – โทร. 086-023-0263 2. ทุ่งนากาแฟ @ ห้วยแถลง – ประมาณ 22 กม. – โทร. 080-351-4938, 091-832-6325 3. ร้านเพื่อนเรา ห้วยแถลง – ประมาณ 22 กม. – โทร. 044-301-245 4. Naisuan CAFE ห้วยแถลง – ประมาณ 23 กม. – โทร. 095-619-5819 5. Cartoon Café ห้วยแถลง – ประมาณ 23 กม. – โทร. 081-760-4489 6. ร้านน้อยส้มตำ อำเภอพิมาย – ประมาณ 24 กม. – โทร. 083-365-7490 7. Rakkan Bakery 1 พิมาย – ประมาณ 24 กม. – โทร. 065-584-8675 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Sleep Tight Hotel Huai Thalaeng – ประมาณ 22 กม. – โทร. 098-881-0108 2. ติยากร รีสอร์ท ห้วยแถลง – ประมาณ 25 กม. – โทร. 084-473-2626 3. สุขสันต์ รีสอร์ท ห้วยแถลง – ประมาณ 25 กม. – โทร. 098-631-9795 4. Phimai Paradise Hotel – ประมาณ 24 กม. – โทร. 044-287-565, 044-471-575 5. Benya Guest House พิมาย – ประมาณ 24 กม. – โทร. 081-976-2471 6. Rabbit Hotel Phimai – ประมาณ 25 กม. – โทร. 081-202-2250 7. Phimai Inn Hotel – ประมาณ 25 กม. – โทร. 044-471-175, 081-266-9058 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หมู่บ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหลุ่งประดู่สามัคคีอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา 30240 ริมทางหลวงหมายเลข 2163 เส้นทางพิมาย–หินดาด บริเวณกิโลเมตรที่ 21 รวมระยะทางจากจังหวัดนครราชสีมาประมาณ 90 กม.
ถาม: หมู่บ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหลุ่งประดู่สามัคคีเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
ถาม: จุดเด่นของบ้านหลุ่งประดู่สามัคคีคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการเป็นหมู่บ้านผ้าไหมที่มีการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ฟอก ย้อมสี และทอผ้าไหมในลักษณะครบวงจร พร้อมผลิตภัณฑ์ผ้ามัดหมี่ ผ้าลายสก๊อต ผ้าคลุมไหล่ และผ้าหางกระรอก
ถาม: ผ้าหางกระรอกของหลุ่งประดู่มีความสำคัญอย่างไร?
ตอบ: ผ้าหางกระรอกเป็นผ้าทอที่ใช้เทคนิคการควบเส้นไหม 2 สีให้เกิดสีเหลือบมันวาวในตัว และผ้าหางกระรอกลายไตรลักษณ์ของกลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ได้รับการยอมรับเป็นลายเอกลักษณ์ของจังหวัดนครราชสีมา
ถาม: หมู่บ้านแห่งนี้มีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเดินชมหมู่บ้านและเลือกซื้อผ้าไหม ส่วนกิจกรรมศึกษาดูงานเชิงลึกหรือกิจกรรมเฉพาะเป็นไปตามการประสานงานของกลุ่ม
ถาม: เดินทางไปบ้านหลุ่งประดู่สามัคคีอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 2163 เส้นทางพิมาย–หินดาด ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 21 แล้วแยกขวามือเข้าหมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านหลุ่งประดู่ พิกัดนำทางคือ 15.045272, 102.558743
ถาม: ติดต่อกลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ได้ที่เบอร์ใด?
ตอบ: ติดต่อคุณบุษบา ประเทสัง โทร. 089-582-6025 หรือกลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ โทร. 061-086-2953
ถาม: สถานที่ท่องเที่ยวใกล้หมู่บ้านหลุ่งประดู่สามัคคีมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: สถานที่ใกล้เคียง ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้กลุ่มไหมไทยหลุ่งประดู่ วัดหลุ่งประดู่ วัดป่าหลุ่งประดู่สามัคคีธรรม กู่ศิลาขันธ์ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย และไทรงาม พิมาย
หมวดหมู่: ●วิถีชีวิต
กลุ่ม: ●หมู่บ้าน ชุมชน
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว



