หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา >อ.วังน้ำเขียว >ต.วังน้ำเขียว > โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษ
TL;DR: โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษ อยู่ที่เลขที่ 14 หมู่ที่ 11 บ้านน้ำซับ ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา 30370 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

นครราชสีมา

โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษ

โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 17.00 น.
 
โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือที่รู้จักกันในชื่อศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียว ตั้งอยู่เลขที่ 14 หมู่ที่ 11 บ้านน้ำซับ ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา 30370 เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรรมธรรมชาติ เศรษฐกิจพอเพียง และวิถีชีวิตชุมชนที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของอำเภอวังน้ำเขียว พื้นที่แห่งนี้เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรที่ต้องการเปลี่ยนวิธีทำเกษตรจากระบบที่พึ่งพาสารเคมีไปสู่การผลิตอาหารปลอดภัย การดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างชุมชนเกษตรที่พึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ศูนย์แห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแปลงผักหรือแหล่งจำหน่ายผลผลิต แต่เป็นพื้นที่ที่บอกเล่าการเปลี่ยนผ่านของชุมชนบ้านน้ำซับจากปัญหาทางเศรษฐกิจและผลกระทบจากสารเคมี ไปสู่การจัดระบบการผลิตแบบไร้สารพิษที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ ผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และรายได้ของเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม
 
บ้านน้ำซับเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมต่อการทำเกษตรอินทรีย์ เพราะตั้งอยู่ในอำเภอวังน้ำเขียว ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นที่สูง อากาศเย็นสบาย และเป็นพื้นที่ต้นน้ำสำคัญหลายสาย ได้แก่ ลำพระเพลิง ลำมูลบน และลำเชียงสา ความสำคัญของพื้นที่ต้นน้ำทำให้การทำเกษตรโดยลดหรือเลิกใช้สารเคมีมีผลมากกว่าการสร้างอาหารปลอดภัยในระดับครัวเรือน เพราะยังเกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำ ดิน ป่า ระบบนิเวศ และสุขภาพของชุมชนในระยะยาว การเกิดขึ้นของศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียวจึงสะท้อนการมองเกษตรกรรมแบบองค์รวม ไม่แยกผลผลิตออกจากธรรมชาติ และไม่แยกเศรษฐกิจของชุมชนออกจากความรับผิดชอบต่อพื้นที่ต้นน้ำ
 
กลุ่มส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียวก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2541 จากการรวมตัวของเกษตรกรในอำเภอวังน้ำเขียวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อ พ.ศ. 2540 และเล็งเห็นโทษของสารเคมีตกค้างจากการทำเกษตรที่ส่งผลต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ชุมชนจึงร่วมกันปรับแนวทางการผลิต หันมาให้ความสำคัญกับเกษตรอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ การปลูกพืชหมุนเวียน การปลูกพืชหลากหลาย และการจัดการแปลงผักให้ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก จุดเริ่มต้นนี้ทำให้ศูนย์แห่งนี้มีคุณค่าทั้งในฐานะแหล่งผลิตผักไร้สารพิษและในฐานะตัวอย่างของชุมชนที่ลุกขึ้นจัดการปัญหาด้วยพลังของตนเอง
 
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2541 กลุ่มได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้กิจกรรมกสิกรรมไร้สารพิษของบ้านน้ำซับมีสถานะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ภายหลังมีการจดทะเบียนเป็นสหกรณ์การเกษตรในชื่อสหกรณ์กสิกรรมไร้สารพิษในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอวังน้ำเขียว จำกัด การจัดตั้งเป็นสหกรณ์ช่วยให้การดำเนินงานมีระบบมากขึ้น ทั้งการรวมกลุ่มเกษตรกร การรวบรวมผลผลิต การคัดแยก การบรรจุ การวางแผนการผลิต การตลาด และการพัฒนาคุณภาพสินค้า เกษตรกรจึงไม่ได้ทำงานแบบต่างคนต่างผลิต แต่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายที่มีเป้าหมายร่วมกัน
 
ในด้านแนวคิด ศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียวยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงและกสิกรรมธรรมชาติเป็นหัวใจสำคัญ การผลิตผักไร้สารพิษไม่ได้หมายถึงการเลิกใช้สารเคมีเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการเปลี่ยนวิธีคิดทั้งหมด ตั้งแต่การเตรียมดิน การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การจัดการน้ำ การทำปุ๋ยหมัก การดูแลศัตรูพืชด้วยวิธีธรรมชาติ การทำบัญชีครัวเรือน การลดต้นทุน และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคอย่างซื่อสัตย์ การเกษตรในลักษณะนี้ต้องอาศัยความอดทนและความรู้ต่อเนื่อง เพราะผลผลิตต้องปลอดภัย ได้คุณภาพ และสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้จริง
 
พื้นที่ศูนย์และเครือข่ายสหกรณ์มีบทบาทเป็นแหล่งผลิตผักอินทรีย์ที่สำคัญของวังน้ำเขียว โดยมีการพัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างต่อเนื่อง สหกรณ์มีสมาชิกเกษตรกรจำนวนมากและมีพื้นที่ผลิตในระบบเครือข่าย เกษตรกรเพาะปลูกพืชผักอินทรีย์หลากหลายชนิด ทั้งผักสลัด กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักกาดหอมใบแดง ผักบุ้งจีน ยอดมะระแม้ว ข้าวโพดหวาน แตงกวา และพืชผักอื่น ๆ การปลูกพืชหลากหลายชนิดช่วยให้เกษตรกรไม่ต้องพึ่งพาผลผลิตชนิดเดียว ลดความเสี่ยงด้านราคาและสภาพอากาศ พร้อมทำให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงผักอินทรีย์หลายประเภทตลอดทั้งปี
 
จุดแข็งสำคัญของศูนย์คือการไม่แยกการผลิตออกจากการเรียนรู้ ภายในพื้นที่มีฐานงานที่สามารถศึกษาดูงานได้หลายรูปแบบ เช่น แปลงผักอินทรีย์ ฐานการทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ฐานน้ำหมักชีวภาพ ฐานการเผาถ่านและผลิตน้ำส้มควันไม้ ฐานการปลูกผักไร้สารพิษ ฐานเศรษฐกิจพอเพียง ฐานการรวมกลุ่มชุมชน และพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตเกษตรกร ผู้เข้าชมจึงไม่ได้เห็นเพียงผักสวยในแปลง แต่ได้เห็นกระบวนการคิดและขั้นตอนการทำงานที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผลผลิตอินทรีย์
 
การทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเป็นฐานงานสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนของเกษตรกร เพราะการซื้อปุ๋ยเคมีหรือปัจจัยการผลิตจากภายนอกทำให้ต้นทุนสูงและผูกเกษตรกรไว้กับตลาดปัจจัยการผลิต เมื่อชุมชนสามารถผลิตปุ๋ยใช้เองจากเศษพืช มูลสัตว์ วัสดุเหลือใช้ และจุลินทรีย์ที่เหมาะสม เกษตรกรจึงควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น ดินได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และระบบการผลิตมีความยั่งยืนมากขึ้น ฐานงานนี้ยังช่วยให้ผู้ศึกษาดูงานเข้าใจว่าดินที่ดีไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นทันที แต่ต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ
 
น้ำหมักชีวภาพเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สะท้อนภูมิปัญญาและการประยุกต์ใช้ทรัพยากรในพื้นที่ เกษตรกรสามารถนำเศษผัก ผลไม้ สมุนไพร หรือวัสดุอินทรีย์ที่มีอยู่ในชุมชนมาหมักเพื่อใช้บำรุงพืชหรือช่วยจัดการศัตรูพืชตามวิธีธรรมชาติ การเรียนรู้ฐานน้ำหมักทำให้เห็นว่าการทำเกษตรไร้สารพิษไม่ใช่การปล่อยให้พืชเติบโตเองโดยไม่มีการดูแล แต่เป็นการดูแลด้วยวิธีที่ลดผลกระทบต่อดิน น้ำ ผู้ผลิต และผู้บริโภค พร้อมทำให้วัสดุเหลือใช้ในชุมชนกลับมาเป็นทรัพยากรใหม่ในระบบเกษตร
 
การเผาถ่านและการผลิตน้ำส้มควันไม้เป็นฐานงานที่ช่วยให้เห็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า น้ำส้มควันไม้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในแปลงเกษตรเพื่อช่วยไล่แมลง ลดกลิ่น หรือใช้ในกิจกรรมเกษตรบางประเภทตามความเหมาะสม ฐานงานนี้ทำให้ผู้มาเยือนเห็นว่ากสิกรรมไร้สารพิษเป็นระบบที่ประกอบด้วยหลายกิจกรรมซึ่งเชื่อมโยงกัน ไม่ใช่เพียงการปลูกผัก แต่รวมถึงการผลิตปัจจัยการผลิต การจัดการของเหลือ การแปรรูปทรัพยากร และการวางแผนใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีในพื้นที่อย่างรอบคอบ
 
แปลงผักอินทรีย์เป็นภาพจำสำคัญของศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียว ผู้มาเยือนจะได้เห็นการปลูกผักเป็นแปลง การจัดแนวปลูก การดูแลต้นกล้า การหมุนเวียนชนิดผัก และการจัดการพื้นที่ให้เหมาะกับสภาพอากาศของวังน้ำเขียว ผักสลัดและพืชเมืองหนาวจำนวนมากเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่นี้เพราะอากาศเอื้อต่อการปลูกพืชที่ต้องการความเย็น ความงามของแปลงผักไม่ได้มีไว้เพื่อถ่ายภาพเท่านั้น แต่เป็นผลจากความละเอียดของการดูแลดิน น้ำ อุณหภูมิ ระยะปลูก และมาตรฐานการผลิตที่ต้องสม่ำเสมอ
 
ผลผลิตผักอินทรีย์ของเครือข่ายได้รับการพัฒนาด้านมาตรฐานและการตลาดอย่างต่อเนื่อง มีการคัดแยก บรรจุ และรวบรวมผลผลิตเพื่อส่งจำหน่ายให้แหล่งรับซื้อที่ต้องการสินค้าปลอดภัยและมีคุณภาพ การมีโรงคัดบรรจุและระบบรับซื้อจากสมาชิกช่วยลดภาระของเกษตรกรรายย่อย เพราะเกษตรกรไม่ต้องเผชิญตลาดเพียงลำพัง สหกรณ์ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวมผลผลิต วางแผนปริมาณสินค้า และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค การรวมกลุ่มแบบนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกษตรอินทรีย์สามารถอยู่ได้ในเชิงเศรษฐกิจ
 
ศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียวยังมีความสำคัญในฐานะศูนย์ศึกษาการพัฒนาของชาวบ้าน คำนี้สะท้อนลักษณะพิเศษของสถานที่ได้ชัดเจน เพราะเป็นศูนย์ที่เกิดจากคนในชุมชน ไม่ใช่ศูนย์เรียนรู้ที่ถูกสร้างขึ้นจากภายนอกเพียงอย่างเดียว ชาวบ้านเป็นผู้ทดลอง เรียนรู้ ปรับตัว แก้ปัญหา และถ่ายทอดประสบการณ์ให้ผู้มาเยือน ผู้ศึกษาดูงานจึงได้เรียนรู้จากคนที่ทำจริงในพื้นที่จริง เห็นทั้งความสำเร็จ อุปสรรค วิธีคิด และเงื่อนไขที่ทำให้ระบบเกษตรอินทรีย์เดินต่อได้
 
ในเชิงสังคม ศูนย์แห่งนี้ช่วยสร้างงานและสร้างรายได้ในชุมชน เพราะผลผลิตผักอินทรีย์สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง สมาชิกเกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายที่ชัดเจนขึ้น มีความมั่นใจในการผลิต และมีโอกาสพัฒนาทักษะทั้งด้านการเพาะปลูก การจัดการคุณภาพ การตลาด และการทำงานร่วมกัน ระบบสหกรณ์ยังช่วยให้เกิดความเป็นเจ้าของร่วมกันในระดับชุมชน เมื่อผลผลิตมีมาตรฐานและตลาดยอมรับ ชุมชนก็มีรายได้หมุนเวียนมากขึ้นโดยไม่ต้องละทิ้งฐานทรัพยากรธรรมชาติของตนเอง
 
ในเชิงสิ่งแวดล้อม การทำเกษตรไร้สารพิษมีความหมายต่อพื้นที่วังน้ำเขียวโดยตรง เพราะอำเภอนี้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนรู้จักในฐานะแหล่งอากาศดีและพื้นที่ธรรมชาติสำคัญของนครราชสีมา การลดการใช้สารเคมีในพื้นที่ต้นน้ำช่วยลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของดินและน้ำ ช่วยให้ระบบนิเวศในพื้นที่เกษตรมีความสมดุลมากขึ้น และทำให้เกษตรกรทำงานในแปลงโดยปลอดภัยกว่าเดิม ความสำเร็จของศูนย์จึงเชื่อมโยงทั้งอาหารปลอดภัย สุขภาพของคนทำเกษตร คุณภาพสิ่งแวดล้อม และภาพลักษณ์ของวังน้ำเขียวในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและเกษตรกรรม
 
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียวเหมาะกับผู้ที่ต้องการเที่ยวแบบมีสาระมากกว่าการชมวิวเพียงอย่างเดียว ผู้มาเยือนจะได้เห็นแปลงผัก สัมผัสบรรยากาศเกษตรอินทรีย์ ซื้อผลผลิตปลอดสารพิษ เรียนรู้ฐานงาน และเข้าใจว่าเบื้องหลังผักสดหนึ่งถุงต้องอาศัยความรู้ แรงงาน และการรวมกลุ่มของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง สถานที่นี้จึงเหมาะทั้งสำหรับครอบครัว นักเรียน นักศึกษา เกษตรกร ผู้ประกอบการอาหารสุขภาพ และผู้ที่สนใจวิถีชีวิตเรียบง่ายตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
 
สำหรับคณะศึกษาดูงาน การมาเยือนควรติดต่อศูนย์ล่วงหน้าเพื่อจัดเวลาและรูปแบบการเรียนรู้ให้เหมาะสม เพราะพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีการดำเนินงานจริง ฐานงานบางส่วนอาจต้องมีผู้บรรยายหรือผู้ประสานงานช่วยอธิบาย การติดต่อก่อนเดินทางทำให้คณะได้รับประโยชน์สูงสุด เห็นภาพรวมของการผลิตผักไร้สารพิษ เข้าใจระบบสหกรณ์ และสามารถวางแผนเวลาชมแปลง ฐานปุ๋ย ฐานน้ำหมัก ฐานเศรษฐกิจพอเพียง และพื้นที่จำหน่ายผลผลิตได้ครบถ้วน
 
การเดินทาง ไปโครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เดินทางสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยตั้งจุดหมายไปที่เลขที่ 14 หมู่ที่ 11 บ้านน้ำซับ ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา 30370 หรือใช้พิกัด 14.4282556, 101.8336669 หากเดินทางจากตัวเมืองนครราชสีมา สามารถใช้เส้นทางไปอำเภอวังน้ำเขียวผ่านทางหลวงสายหลักที่เชื่อมไปยังปักธงชัยและวังน้ำเขียว จากนั้นเข้าสู่บ้านน้ำซับตามเส้นทางท้องถิ่น ผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางนครราชสีมา-ปักธงชัย-วังน้ำเขียว หรือเส้นทางที่เชื่อมกับเขาใหญ่และวังน้ำเขียวตามแผนการเดินทาง
 
พื้นที่บ้านน้ำซับตั้งอยู่ในโซนวังน้ำเขียวซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและเกษตรกรรมจำนวนมาก การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจึงเหมาะที่สุด เพราะสามารถจัดเส้นทางต่อไปยังฟ้าประทานฟาร์ม ฟลอร่า พาร์ค วังน้ำเขียวฟาร์ม เขาแผงม้า ผาเก็บตะวัน อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ร้านอาหารท้องถิ่น และที่พักในอำเภอวังน้ำเขียวได้สะดวก หากเดินทางเป็นคณะหรือกลุ่มนักเรียน ควรจัดรถที่สามารถเข้าพื้นที่ชุมชนได้คล่องตัวและประสานเวลาศึกษาดูงานล่วงหน้า
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับมาเยือนคือช่วงเช้าถึงช่วงบ่ายภายในเวลาเปิดทำการ 08.00–17.00 น. ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินชมแปลงผักเพราะอากาศยังไม่ร้อนมาก แสงสวย และเห็นกิจกรรมการดูแลแปลงได้ชัดเจน ส่วนช่วงบ่ายเหมาะกับการฟังบรรยายหรือชมฐานงานบางส่วนหลังจากเดินทางท่องเที่ยวในวังน้ำเขียวมาแล้ว หากมาในฤดูฝนหรือหลังฝน พื้นที่แปลงผักจะมีความเขียวสดและเห็นการจัดการน้ำในแปลงได้ชัดเจน ส่วนฤดูหนาวเป็นช่วงที่บรรยากาศวังน้ำเขียวเย็นสบาย เหมาะกับการเที่ยวเชิงเกษตรและพักผ่อนร่วมกัน
 
ระยะเวลาเยี่ยมชมโดยทั่วไปสำหรับนักท่องเที่ยวอิสระอาจใช้ประมาณ 1–2 ชั่วโมง เพื่อชมแปลงผัก ซื้อผลผลิต และเดินดูบรรยากาศโดยรวม ส่วนคณะศึกษาดูงานควรเผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน เพราะการเรียนรู้ฐานงานต่าง ๆ ต้องใช้เวลาในการฟัง อธิบาย สังเกต และซักถาม หากต้องการเรียนรู้เชิงลึกเรื่องระบบสหกรณ์ การทำปุ๋ยชีวภาพ การแปรรูป การคัดบรรจุ และการตลาดผักอินทรีย์ ควรวางแผนเป็นกิจกรรมเต็มวันเพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วน
 
สิ่งที่ควรเตรียมเมื่อเดินทางมาเยือนคือรองเท้าที่เดินในพื้นที่เกษตรได้สะดวก หมวกหรือร่มสำหรับกันแดด น้ำดื่มส่วนตัว และถุงผ้าสำหรับซื้อผักหรือผลิตภัณฑ์อินทรีย์ หากมาเป็นคณะควรเตรียมสมุดบันทึกหรืออุปกรณ์บันทึกข้อมูล เพราะฐานงานของศูนย์มีรายละเอียดเชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง การแต่งกายควรสุภาพและเหมาะกับการเดินกลางแจ้ง เพราะบางพื้นที่เป็นแปลงผักหรือฐานงานภาคสนาม
 
ข้อควรปฏิบัติสำคัญคือการเคารพพื้นที่ผลิตของเกษตรกร ไม่เหยียบแปลงผัก ไม่เด็ดผักโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่สัมผัสผลิตผลก่อนล้างมือหรือก่อนได้รับอนุญาต และไม่ทิ้งขยะในพื้นที่แปลงเกษตร พื้นที่นี้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และพื้นที่ผลิตจริง ความสะอาดและระเบียบในแปลงจึงมีความสำคัญต่อมาตรฐานอาหารปลอดภัย การท่องเที่ยวที่เหมาะสมควรช่วยรักษาคุณภาพพื้นที่ ไม่รบกวนงานของเกษตรกร และให้เกียรติคนในชุมชนที่เป็นเจ้าขององค์ความรู้
 
จุดเด่นของศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียวคือความเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ไม่แยกทฤษฎีออกจากการปฏิบัติ ผู้มาเยือนได้เห็นด้วยตาว่าหลักเศรษฐกิจพอเพียงสามารถเกิดขึ้นในระดับแปลงผัก ระดับครัวเรือน และระดับสหกรณ์ได้อย่างไร เกษตรกรไม่ได้พูดเรื่องความพอเพียงในเชิงนามธรรมเท่านั้น แต่แสดงให้เห็นผ่านการลดต้นทุน การทำปุ๋ยเอง การจัดการตลาดร่วมกัน การรักษามาตรฐานอินทรีย์ และการผลิตอาหารที่ปลอดภัยต่อทั้งผู้ปลูกและผู้กิน
 
สำหรับผู้ที่สนใจต่อยอดแนวคิดไปใช้กับพื้นที่ของตนเอง ศูนย์แห่งนี้ช่วยให้เห็นว่าการเริ่มต้นเกษตรไร้สารพิษไม่จำเป็นต้องเริ่มจากพื้นที่ขนาดใหญ่เสมอไป จุดเริ่มต้นสำคัญคือการเข้าใจดิน น้ำ พืช แรงงาน ตลาด และเป้าหมายของครัวเรือน เมื่อเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จึงค่อยเลือกวิธีปลูกพืช เลือกชนิดผัก จัดระบบปุ๋ย ทำบัญชี และพัฒนาเครือข่ายตลาด การเรียนรู้จากบ้านน้ำซับจึงเป็นการเรียนรู้วิธีคิด มากกว่าการลอกแบบแปลงเกษตรทุกตารางเมตร
 
เมื่อมองในภาพรวม โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านน้ำซับ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าทั้งด้านเกษตรอินทรีย์ เศรษฐกิจพอเพียง สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาชุมชน จุดเด่นอยู่ที่การรวมกลุ่มของเกษตรกร การผลิตผักอินทรีย์ที่มีมาตรฐาน การถ่ายทอดฐานงานกสิกรรมธรรมชาติ การลดผลกระทบจากสารเคมีในพื้นที่ต้นน้ำ และการสร้างรายได้ให้ชุมชนผ่านระบบสหกรณ์ สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับการศึกษาดูงาน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร การเรียนรู้วิถีชีวิตเกษตรกร และการทำความเข้าใจว่าอาหารปลอดภัยเริ่มต้นจากความรับผิดชอบของทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และชุมชนร่วมกัน
 
ชื่อสถานที่โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษอันเนื่องมาจากพระราชดำริ / ศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียว
ที่ตั้งเลขที่ 14 หมู่ที่ 11 บ้านน้ำซับ ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา 30370
ที่อยู่14 หมู่ที่ 11 บ้านน้ำซับ ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา 30370
พิกัด14.4282556, 101.8336669
ไฮไลต์แหล่งเรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษ เศรษฐกิจพอเพียง แปลงผักอินทรีย์ ฐานปุ๋ยชีวภาพ ฐานน้ำหมักชีวภาพ ฐานน้ำส้มควันไม้ และระบบสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ของบ้านน้ำซับ
ประวัติ / ที่มาก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2541 จากการรวมตัวของเกษตรกรอำเภอวังน้ำเขียวที่ต้องการลดผลกระทบจากสารเคมีทางการเกษตร และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2541
ประเภทสถานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาของชาวบ้าน แหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ลักษณะเด่นเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่ดำเนินงานโดยชุมชน มีการผลิตผักอินทรีย์ การรวมกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ การจัดการผลผลิต การคัดบรรจุ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านกสิกรรมไร้สารพิษ
ผลผลิตสำคัญผักอินทรีย์ ผักสลัด กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักกาดหอมใบแดง ผักบุ้งจีน ยอดมะระแม้ว ข้าวโพดหวาน แตงกวา และผักปลอดสารพิษตามฤดูกาล
การเดินทางเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด ตั้งจุดหมายไปที่บ้านน้ำซับ ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา หรือใช้พิกัด 14.4282556, 101.8336669
สถานะปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาดูงานด้านกสิกรรมไร้สารพิษ เกษตรอินทรีย์ เศรษฐกิจพอเพียง และวิถีชีวิตชุมชนบ้านน้ำซับ
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 17.00 น.
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่ศึกษาดูงาน แปลงผักอินทรีย์ ฐานการเรียนรู้ พื้นที่จำหน่ายผลผลิต พื้นที่พักสำหรับคณะศึกษาดูงานบางรูปแบบ อาหารสำหรับคณะ และพื้นที่จอดรถ
โซนภายใน / ฐานเรียนรู้1. แปลงผักอินทรีย์
2. ฐานปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
3. ฐานน้ำหมักชีวภาพ
4. ฐานน้ำส้มควันไม้
5. ฐานเศรษฐกิจพอเพียง
6. ฐานวิถีชีวิตชุมชน
7. พื้นที่คัดบรรจุและรวบรวมผลผลิต
8. พื้นที่จำหน่ายผักไร้สารพิษและผลิตภัณฑ์ชุมชน
ผู้ดูแล / ผู้ประสานงานนายอำนาจ หมายยอดกลาง ประธานสหกรณ์กสิกรรมไร้สารพิษในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอวังน้ำเขียว จำกัด / นางวราภรณ์ พรมมา ผู้จัดการสหกรณ์ฯ / คุณฝากฝน ผู้ประสานงานข้อมูลเดิมของศูนย์
เบอร์โทร044-249-107, 081-977-8699, 083-995-5309, 081-966-4247, 087-253-6515
โทรสาร044-249-107
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วังภูหมอก ฟาร์ม & โฮมสเตย์ – อยู่ในพื้นที่โครงการ / บ้านน้ำซับ – โทร. 081-265-5665
2. วังน้ำเขียวฟาร์ม – ประมาณ 12 กม.
3. ฟ้าประทานฟาร์ม / ฟลอร่า พาร์ค – ประมาณ 16 กม. – โทร. 093-328-5437
4. เขาแผงม้า – ประมาณ 22 กม.
5. ผาเก็บตะวัน อุทยานแห่งชาติทับลาน – ประมาณ 30 กม.
6. อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง – ประมาณ 40 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ภัตตะ วังน้ำเขียว – ประมาณ 9 กม. – โทร. 065-945-5168
2. ครัวบ้านเลขที่ 5 ไทยสามัคคี – ประมาณ 17 กม. – โทร. 083-467-4411, 086-243-4411
3. Jungle View Restaurant – ประมาณ 18 กม. – โทร. 081-257-4462, 081-376-5929
4. ครัวต้นไทร วังน้ำเขียว – ประมาณ 18 กม.
5. โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว – ประมาณ 20 กม.
6. ณ ศิริ วังน้ำเขียว – ประมาณ 22 กม. – โทร. 088-354-0980, 080-229-6635, 081-733-2778
ที่พักใกล้เคียง1. วังภูหมอก ฟาร์ม & โฮมสเตย์ – อยู่ในพื้นที่โครงการ / บ้านน้ำซับ – โทร. 081-265-5665
2. อานาปานา รีสอร์ท – ประมาณ 8 กม. – โทร. 088-586-0209
3. สวนภูมิมาลี – ประมาณ 9 กม. – โทร. 081-553-0316, 081-649-1505
4. คลองทราย ฮิลล์ – ประมาณ 10 กม. – โทร. 085-016-4433, 085-771-0033
5. มูนริเวอร์ วิลเลจ – ประมาณ 25 กม. – โทร. 092-888-0390
6. บุหงาส่าหรี รีสอร์ต – ประมาณ 24 กม. – โทร. 062-394-4246
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษ วังน้ำเขียวอยู่ที่ไหน?
ตอบ: ตั้งอยู่เลขที่ 14 หมู่ที่ 11 บ้านน้ำซับ ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา 30370
 
ถาม: โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษเปิดวันไหนและเวลาใด?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
 
ถาม: จุดเด่นของศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียวคืออะไร?
ตอบ: จุดเด่นคือการเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรอินทรีย์และเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนบ้านน้ำซับ มีแปลงผักอินทรีย์ ฐานปุ๋ยชีวภาพ ฐานน้ำหมักชีวภาพ ฐานน้ำส้มควันไม้ และระบบสหกรณ์ที่รวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรสมาชิก
 
ถาม: ศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียวเหมาะกับใคร?
ตอบ: เหมาะกับเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา คณะศึกษาดูงาน ครอบครัว นักท่องเที่ยวเชิงเกษตร และผู้ที่สนใจผักอินทรีย์ วิถีชีวิตชุมชน และแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
 
ถาม: ภายในศูนย์มีฐานเรียนรู้อะไรบ้าง?
ตอบ: มีฐานแปลงผักอินทรีย์ ฐานปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ฐานน้ำหมักชีวภาพ ฐานน้ำส้มควันไม้ ฐานเศรษฐกิจพอเพียง พื้นที่คัดบรรจุผลผลิต และพื้นที่จำหน่ายผักไร้สารพิษ
 
ถาม: เดินทางไปโครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษอย่างไร?
ตอบ: เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกที่สุด ตั้งจุดหมายไปที่บ้านน้ำซับ ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว หรือใช้พิกัด 14.4282556, 101.8336669
 
ถาม: สถานที่ท่องเที่ยวใกล้ศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียวมีที่ไหนบ้าง?
ตอบ: สถานที่ใกล้เคียง ได้แก่ วังภูหมอก ฟาร์ม & โฮมสเตย์ วังน้ำเขียวฟาร์ม ฟ้าประทานฟาร์ม ฟลอร่า พาร์ค เขาแผงม้า ผาเก็บตะวัน และอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง

โครงการในพระราชดำริหมวดหมู่: ●โครงการในพระราชดำริ

โครงการหลวงกลุ่ม: ●โครงการหลวง

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษ

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(20)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(5)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(7)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(6)
อาร์ตแกลเลอรี่ อาร์ตแกลเลอรี่(1)
ไร่ สวนเพื่อการศึกษา ไร่ สวนเพื่อการศึกษา(4)
วัด วัด(29)
มัสยิด มัสยิด(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(6)
โครงการหลวง โครงการหลวง(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(6)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(4)
ตลาดน้ำ ตลาดน้ำ(1)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(3)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(5)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(8)
น้ำตก น้ำตก(9)
น้ำพุร้อน น้ำพุร้อน(1)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
ทุ่งดอกไม้ ทุ่งดอกไม้(1)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(8)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(2)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(3)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์ แคมป์สัตว์ และการแสดงสัตว์(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(21)
สวนน้ำ สวนน้ำ(2)
กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และผจญภัย(6)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(2)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(5)