หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม >อ.เมืองนครพนม >ต.ในเมือง > หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ
TL;DR: หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ อยู่ที่ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม เปิดวันอังคาร – วันเสาร์ ปิดวันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00 – 17.00 น.

นครพนม

หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ

หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ

วันเปิดทำการ: วันอังคาร – วันเสาร์ ปิดวันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 17.00 น.
 
หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม ตั้งอยู่บนถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ภายในอาคารศาลากลางจังหวัดนครพนมหลังเก่า ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญและหนึ่งในอาคารประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองริมแม่น้ำโขง อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2458 – 2462 มีรูปแบบสถาปัตยกรรมโคโลเนียลที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก เดิมใช้เป็นศูนย์กลางการบริหารราชการของจังหวัด ก่อนผ่านเหตุการณ์สำคัญทั้งกรณีพิพาทไทยกับฝรั่งเศส การถูกยิงด้วยปืนใหญ่จากฝั่งเมืองท่าแขก การย้ายศาลากลาง และการบูรณะเพื่อเปลี่ยนเป็นหอสมุดแห่งชาติที่ยังเปิดให้ประชาชนใช้บริการมาจนถึงปัจจุบัน
 
ข้อมูลสำคัญ: อาคารศาลากลางจังหวัดนครพนมหลังเก่าสร้างขึ้นในสมัยพระยาพนมนครานุรักษ์ หรืออุ้ย นาครทรรพ ใช้แรงงานผู้ต้องขังร่วมในการก่อสร้าง มีนายสุมังค์ ปทุมชาติเป็นผู้ควบคุมงาน และนายก่าย ช่างชาวเวียดนามเป็นหัวหน้าการก่อสร้าง ตัวอาคารหลักมี 2 ชั้น จำนวน 17 ห้อง ส่วนมุขด้านเหนือและด้านใต้มีพื้นที่ชั้นที่ 3 ภายหลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน บูรณะ และเปิดเป็นหอสมุดแห่งชาติตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2537 ปัจจุบันเปิดวันอังคารถึงวันเสาร์ เวลา 09.00 – 17.00 น. เข้าชมและใช้บริการโดยไม่เสียค่าเข้าชม
 
สถานที่แห่งนี้มีคุณค่าในลักษณะซ้อนทับกันหลายด้าน ด้านแรกคือคุณค่าทางประวัติศาสตร์จากการเคยเป็นศาลากลางจังหวัด ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการของนครพนมเป็นเวลาหลายทศวรรษ ด้านที่ 2 คือคุณค่าทางสถาปัตยกรรมจากรูปทรงแบบตะวันตกที่ปรับให้เหมาะกับภูมิอากาศของเมืองริมแม่น้ำโขง ด้านที่ 3 คือคุณค่าด้านการอนุรักษ์ เนื่องจากอาคารเก่าได้รับการฟื้นฟูโดยยังรักษารูปแบบและวัสดุสำคัญไว้ และด้านสุดท้ายคือคุณค่าในฐานะแหล่งเรียนรู้ซึ่งรวบรวมหนังสือ สิ่งพิมพ์ เอกสารท้องถิ่น เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน และทรัพยากรสารสนเทศสำหรับประชาชน
 
ทำเลบนถนนอภิบาลบัญชาช่วยให้หอสมุดเชื่อมโยงกับโครงสร้างเมืองเก่านครพนมอย่างชัดเจน บริเวณโดยรอบเคยเป็นย่านราชการที่รวมหน่วยงานสำคัญไว้ใกล้กัน ทั้งศาลากลาง เรือนจำ หน่วยงานฝ่ายปกครอง และพื้นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกันยังอยู่ไม่ไกลจากย่านการค้า ชุมชนเก่า วัด และถนนเลียบแม่น้ำโขง ผู้มาเยือนจึงสามารถศึกษาประวัติอาคารควบคู่กับการเดินสำรวจพัฒนาการของเมืองได้ภายในวันเดียว
 
ศาลากลางจังหวัดนครพนมหลังเก่าสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2458 – 2462 ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นระยะเวลาที่รัฐไทยกำลังพัฒนาระบบการบริหารจังหวัดและสร้างอาคารราชการถาวรในหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของระบบราชการ อาคารศาลากลางจึงไม่ได้เป็นเพียงสำนักงาน แต่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจรัฐ การจัดระเบียบการปกครอง และการเปลี่ยนจากระบบหัวเมืองดั้งเดิมเข้าสู่การบริหารจังหวัดในรูปแบบสมัยใหม่
 
ผู้ว่าราชการจังหวัดในช่วงก่อสร้างคือพระยาพนมนครานุรักษ์ หรืออุ้ย นาครทรรพ บุคคลสำคัญที่มีบทบาทต่อการพัฒนาเมืองนครพนมในยุคนั้น การสร้างอาคารราชการขนาดใหญ่ต้องอาศัยทั้งงบประมาณ วัสดุ ช่างผู้ชำนาญ และระบบจัดการแรงงานที่ซับซ้อน เพราะการขนส่งในพื้นที่ริมแม่น้ำโขงช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ยังพึ่งพาเส้นทางน้ำ ถนนท้องถิ่น และแรงงานคนเป็นหลัก
 
แบบก่อสร้างของอาคารมีความเชื่อมโยงกับแบบศาลากลางจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้รับการออกแบบโดยนายแพทย์ชาวอเมริกันในคณะมิชชันนารีอเมริกันเพรสไบทีเรียนเมื่อ พ.ศ. 2443 การนำแบบอาคารราชการจากจังหวัดหนึ่งมาปรับใช้ในอีกจังหวัดหนึ่งสะท้อนกระบวนการสร้างมาตรฐานอาคารราชการในช่วงที่ประเทศไทยรับแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมจากตะวันตก พร้อมกับปรับสัดส่วน วัสดุ และการระบายอากาศให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของแต่ละภูมิภาค
 
นายสุมังค์ ปทุมชาติ อดีตปลัดอำเภอ ทำหน้าที่ควบคุมการก่อสร้าง ขณะที่นายก่าย ช่างชาวเวียดนาม เป็นหัวหน้าการก่อสร้าง การมีช่างชาวเวียดนามเข้ามารับผิดชอบงานสำคัญสอดคล้องกับประวัติของเมืองริมแม่น้ำโขงหลายแห่ง ซึ่งช่างเวียดนามมีความเชี่ยวชาญด้านการก่ออิฐถือปูน งานไม้ และการสร้างอาคารที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส ช่างเหล่านี้มีบทบาทต่อการสร้างวัด โบสถ์ บ้านพัก อาคารพาณิชย์ และสถานที่ราชการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวนมาก
 
การก่อสร้างศาลากลางใช้แรงงานผู้ต้องขังจากเรือนจำจังหวัดนครพนมซึ่งตั้งอยู่ใกล้กัน การใช้แรงงานนักโทษในโครงการของรัฐเป็นแนวปฏิบัติที่พบได้ในอดีต โดยผู้ต้องขังถูกนำมาใช้ในงานขนวัสดุ เตรียมพื้นที่ ก่อสร้าง และงานที่ใช้กำลังแรงงานจำนวนมาก เรื่องนี้ทำให้อาคารมีความสัมพันธ์โดยตรงกับพื้นที่เรือนจำเก่าหรือสวนชมโขงในปัจจุบัน และช่วยให้เห็นว่าหน่วยงานราชการในย่านเดียวกันเคยพึ่งพากันทั้งในด้านการบริหารและแรงงาน
 
เมื่อศึกษาประวัติการใช้แรงงานผู้ต้องขัง ควรพิจารณาควบคู่กับบริบทของสิทธิและระบบราชทัณฑ์ในแต่ละยุค อาคารที่มีความงดงามอาจเกิดจากแรงงานของบุคคลซึ่งไม่มีเสรีภาพในการเลือกงานหรือสภาพการทำงาน การเล่าเรื่องส่วนนี้จึงช่วยเพิ่มมิติทางสังคมให้กับประวัติศาสตร์อาคาร และทำให้ผู้มาเยือนมองเห็นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังงานก่อสร้าง ไม่ได้จดจำเฉพาะชื่อข้าราชการหรือรูปแบบสถาปัตยกรรมเท่านั้น
 
ลักษณะโดยรวมของอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลที่ผสมองค์ประกอบตะวันตกกับวิธีการก่อสร้างซึ่งเหมาะกับภูมิอากาศเขตร้อน ผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีมุขต่อออกจากมุมด้านเหนือกับด้านใต้ ด้านหน้าหันไปทางทิศตะวันออกเข้าสู่แม่น้ำโขง การวางทิศทางเช่นนี้ทำให้อาคารเชื่อมต่อกับเส้นทางคมนาคมและภูมิทัศน์สำคัญของเมืองในอดีต อีกทั้งสามารถรับลมจากแม่น้ำและใช้แสงธรรมชาติภายในอาคารได้ดี
 
ตัวอาคารก่อด้วยอิฐถือปูนโดยไม่ใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ผนังจึงทำหน้าที่รับน้ำหนักของชั้นบนและหลังคา ผนังที่หนาช่วยสร้างความมั่นคงและลดความร้อนที่ส่งผ่านจากภายนอกเข้าสู่ห้องในช่วงกลางวัน วิธีการก่อสร้างเช่นนี้ต้องอาศัยความแม่นยำในการวางฐานราก ก่อผนัง และกระจายน้ำหนัก เพราะการตัดหรือรื้อผนังบางส่วนโดยไม่เข้าใจระบบเดิมอาจส่งผลต่อความมั่นคงของอาคารทั้งหลัง
 
หลังคาเป็นทรงปั้นหยามุงด้วยกระเบื้องดินเผาสีแดง มีชายคายื่นออกมาช่วยป้องกันแสงแดดและน้ำฝนไม่ให้กระทบผนังโดยตรง โครงหลังคาและองค์ประกอบสำคัญจำนวนมากทำจากไม้ พื้นอาคารทุกชั้นปูด้วยไม้กระดานบนตงไม้ เมื่อเดินภายในจึงสัมผัสได้ถึงเสียงและความยืดหยุ่นของพื้นแบบอาคารเก่า ผู้ใช้บริการควรเดินอย่างระมัดระวัง ไม่กระโดดหรือเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต
 
อาคารหลักมีความสูง 2 ชั้นและแบ่งออกเป็น 17 ห้อง ส่วนมุขด้านซ้ายกับด้านขวามีพื้นที่ต่อขึ้นไปเป็นชั้นที่ 3 ทำให้ผู้มองจากภายนอกอาจเรียกอาคารนี้ว่าอาคาร 3 ชั้น แม้พื้นที่หลักส่วนใหญ่จะมีเพียง 2 ชั้น ความแตกต่างของระดับช่วยสร้างจังหวะให้มวลอาคารและทำให้มุมทั้ง 2 ข้างมีความโดดเด่นมากกว่าส่วนกลาง
 
ด้านหน้ามีประตูทางเข้า 3 ทาง ส่วนด้านหลังมีประตู 2 ทาง การมีช่องทางเข้าออกหลายด้านสะท้อนการแบ่งการใช้งานของอาคารราชการเดิม ทั้งทางเข้าหลักสำหรับผู้ว่าราชการ ข้าราชการ และประชาชน รวมถึงทางด้านหลังสำหรับเจ้าหน้าที่และงานบริการ ห้องโถงกลางเป็นจุดเชื่อมพื้นที่สำคัญ โดยมีบันไดไม้ประดับราวลูกกรงไม้แยกขึ้นไปยังชั้นบนทางซ้ายและขวา
 
บันไดไม้กลางอาคารเป็นองค์ประกอบที่ผู้สนใจสถาปัตยกรรมไม่ควรมองข้าม เพราะทำหน้าที่ทั้งด้านการสัญจรและการสร้างภาพลักษณ์ของพื้นที่ราชการ บันไดที่แยกออกเป็น 2 ทางช่วยกระจายผู้ใช้งานไปยังห้องต่าง ๆ และทำให้ห้องโถงมีลักษณะสง่างาม ราวลูกกรงไม้ยังแสดงทักษะงานช่างและรูปแบบการตกแต่งที่นิยมในอาคารราชการช่วงต้นสมัยใหม่
 
ช่องประตูและหน้าต่างจำนวนมากช่วยให้อากาศหมุนเวียนผ่านห้องต่าง ๆ ได้ต่อเนื่อง เพดานสูงทำให้อากาศร้อนลอยขึ้นด้านบน ขณะที่มุขและชายคาช่วยสร้างร่มเงา การออกแบบจึงลดการพึ่งพาเครื่องปรับอากาศในยุคที่ยังไม่มีระบบไฟฟ้าทั่วถึง แม้ปัจจุบันการใช้งานภายในจะมีการปรับระบบให้เหมาะกับการเก็บหนังสือและเอกสาร แต่หลักการระบายอากาศแบบดั้งเดิมยังคงมองเห็นได้จากรูปทรงอาคาร
 
สีภายนอกที่ดูอบอุ่นและหลังคากระเบื้องสีแดงทำให้อาคารโดดเด่นจากพื้นที่สีเขียวโดยรอบ แนวช่องเปิดที่เรียงเป็นจังหวะ ความสมมาตร และมุขหัวมุมช่วยสร้างภาพลักษณ์สง่างามโดยไม่ต้องใช้ลวดลายตกแต่งมากเกินไป ความงามของอาคารจึงเกิดจากสัดส่วน รูปทรง วัสดุ และเงาที่เปลี่ยนไปตามแสงแดดในแต่ละช่วงเวลา
 
ในช่วงที่ใช้เป็นศาลากลาง ห้องต่าง ๆ ภายในเป็นพื้นที่ทำงานของผู้ว่าราชการ ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจังหวัด ประชาชนเดินทางมาที่นี่เพื่อยื่นคำร้อง ติดต่อราชการ ขอเอกสาร และประสานงานกับฝ่ายปกครอง อาคารจึงเป็นสถานที่ซึ่งการตัดสินใจเกี่ยวกับงบประมาณ การพัฒนา ความสงบเรียบร้อย และชีวิตประจำวันของประชาชนถูกดำเนินการมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ
 
การเป็นศาลากลางทำให้อาคารมีสถานะเป็นศูนย์กลางเชิงสัญลักษณ์ของจังหวัด พิธีรับรองแขกบ้านแขกเมือง การประชุมสำคัญ และประกาศนโยบายต่าง ๆ ล้วนเกี่ยวข้องกับพื้นที่แห่งนี้ เมื่อมองอาคารในปัจจุบัน ผู้มาเยือนจึงควรจินตนาการถึงช่วงเวลาที่โถงและห้องทำงานเต็มไปด้วยข้าราชการ เอกสารราชการ ประชาชนจากอำเภอต่าง ๆ และการติดต่อสื่อสารที่ต้องใช้เวลาเดินทางมากกว่ายุคปัจจุบัน
 
เหตุการณ์สำคัญที่สุดเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2483 ระหว่างกรณีพิพาทไทยกับฝรั่งเศส พื้นที่นครพนมตั้งอยู่ตรงข้ามเมืองท่าแขกของลาวซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส ทหารฝรั่งเศสยิงปืนใหญ่จากฝั่งท่าแขกข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังเมืองนครพนม กระสุนทำให้อาคารศาลากลางบริเวณชั้น 2 ได้รับความเสียหาย
 
ความเสียหายจากปืนใหญ่แสดงให้เห็นว่าเมืองนครพนมไม่ได้เป็นเพียงเมืองสงบริมแม่น้ำ แต่เคยอยู่บนแนวเผชิญหน้าทางการเมืองและการทหารระหว่างรัฐ แม่น้ำโขงซึ่งเป็นเส้นทางการค้าและพื้นที่เชื่อมโยงผู้คน สามารถกลายเป็นเส้นแบ่งเขตแดนและแนวปะทะได้ในเวลาเดียวกัน ประวัติของอาคารจึงเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเข้ากับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอินโดจีน
 
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว อาคารได้รับการซ่อมแซมและกลับมาใช้เป็นศาลากลางจังหวัดต่อไป การซ่อมอาคารที่มีโครงสร้างผนังรับน้ำหนักและพื้นไม้ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ส่วนที่เสียหายสามารถทำงานร่วมกับวัสดุเดิมได้ การใช้งานต่อเนื่องหลังผ่านเหตุการณ์สงครามเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อาคารมีคุณค่าในฐานะพยานของความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
 
อาคารทำหน้าที่เป็นศาลากลางจังหวัดจนถึง พ.ศ. 2523 เมื่อหน่วยงานราชการย้ายไปใช้อาคารศาลากลางหลังใหม่ซึ่งมีพื้นที่และระบบรองรับงานราชการสมัยใหม่มากกว่า หลังการย้าย อาคารเก่าถูกส่งมอบให้กรมศิลปากรดูแล การเปลี่ยนผู้ดูแลครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะช่วยให้อาคารได้รับการพิจารณาในฐานะมรดกทางสถาปัตยกรรม ไม่ใช่อาคารราชการที่หมดประโยชน์และสามารถรื้อถอนได้
 
ก่อนการย้ายศาลากลาง อาคารได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2522 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ 92 ตารางวา การขึ้นทะเบียนทำให้การซ่อมแซม ดัดแปลง หรือใช้พื้นที่ต้องคำนึงถึงกฎหมายและหลักการอนุรักษ์โบราณสถาน ช่วยป้องกันไม่ให้ส่วนสำคัญของอาคารถูกเปลี่ยนแปลงจนสูญเสียคุณค่า
 
หลังจากไม่ได้ใช้เป็นศาลากลาง อาคารอยู่ในช่วงรอการกำหนดบทบาทใหม่ การปล่อยอาคารไม้และอิฐเก่าให้ว่างเป็นเวลานานทำให้เกิดความเสี่ยงจากหลังคารั่ว ความชื้น ปลวก การผุของพื้นไม้ และการแตกร้าวของผนัง การหาหน้าที่ใหม่ซึ่งเหมาะกับโครงสร้างเดิมจึงเป็นวิธีสำคัญในการรักษาอาคาร เพราะสถานที่ซึ่งมีผู้ใช้และมีงบประมาณดูแลอย่างสม่ำเสมอมักมีโอกาสอยู่รอดมากกว่าอาคารที่ปิดทิ้งไว้
 
ใน พ.ศ. 2533 พลเอกมานะ รัตนโกเศศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น สนับสนุนการจัดตั้งหอสมุดแห่งชาติสาขานครพนม เพื่อเป็นศูนย์รวมการเรียนรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และประชาชนในจังหวัดนครพนมกับพื้นที่ใกล้เคียง แนวคิดนี้สอดคล้องกับความต้องการนำอาคารเก่ากลับมาใช้ประโยชน์โดยไม่ทำลายลักษณะทางประวัติศาสตร์
 
การจัดตั้งหอสมุดเป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 และได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อว่า “หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม” ชื่อดังกล่าวยังคงใช้เป็นชื่ออย่างเป็นทางการของหน่วยงาน
 
เนื่องจากไม่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับก่อสร้างอาคารหอสมุดแห่งใหม่ จังหวัดนครพนมและกระทรวงศึกษาธิการจึงเลือกปรับปรุงศาลากลางหลังเก่า การตัดสินใจนี้ช่วยรักษาอาคารประวัติศาสตร์พร้อมกับสร้างพื้นที่เรียนรู้ให้ประชาชน เป็นตัวอย่างของการปรับใช้ประโยชน์อาคารเก่าหรือ adaptive reuse ซึ่งรักษาโครงสร้างและเอกลักษณ์เดิม แต่ปรับระบบภายในให้รองรับหน้าที่ใหม่
 
การปรับปรุงระยะแรกได้รับงบประมาณจากโครงการอีสานเขียวรวม 7,973,000 บาท โดยดำเนินการต่อเนื่องใน พ.ศ. 2534 และ พ.ศ. 2535 ครอบคลุมการซ่อมอาคาร ติดตั้งระบบไฟฟ้า และเตรียมพื้นที่สำหรับบริการหอสมุด ต่อมาใน พ.ศ. 2536 ได้รับงบประมาณอีก 1,936,000 บาท เพื่อสร้างโรงอาหารและห้องสุขาบริเวณด้านหลังแทนอาคารไม้เดิมที่ชำรุด
 
หอสมุดเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2537 หลังจากได้รับการจัดสรรบุคลากรจากหอสมุดแห่งชาติสาขาอื่น ช่วงเริ่มต้นต้องจัดหาหนังสือ ชั้นวาง โต๊ะอ่าน ระบบทะเบียน และอุปกรณ์สำนักงานให้เหมาะกับพื้นที่อาคารเก่า การนำห้องราชการเดิมมาเป็นพื้นที่อ่านหนังสือต้องปรับสมดุลระหว่างการใช้งาน ความปลอดภัย และการรักษาพื้นกับผนังเดิม
 
ใน พ.ศ. 2538 พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนั้น ได้บริจาคเงิน 5,000,000 บาท เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์และโสตทัศนูปกรณ์ เงินสนับสนุนดังกล่าวช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการ ทำให้หอสมุดไม่ได้มีเฉพาะหนังสือ แต่สามารถจัดเก็บและนำเสนอสื่อประเภทอื่นตามพัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศ
 
ใน พ.ศ. 2540 อาคารได้รับคัดเลือกให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่นจากคณะกรรมาธิการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ รางวัลนี้สะท้อนความสำเร็จของการรักษาคุณค่าทางสถาปัตยกรรมพร้อมกับนำอาคารกลับมาใช้งานจริง ไม่ได้อนุรักษ์ไว้เป็นเพียงสิ่งก่อสร้างที่ชมได้จากภายนอก
 
การได้รับรางวัลยังแสดงให้เห็นว่าการใช้งานใหม่สามารถช่วยให้อาคารเก่ามีชีวิตต่อไปได้ การเป็นหอสมุดต้องมีผู้เข้ามาอ่าน ค้นคว้า เข้าร่วมกิจกรรม และทำงานภายในทุกวัน การใช้งานเหล่านี้ทำให้อาคารยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเมือง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สามารถสังเกตความผิดปกติ เช่น น้ำรั่ว พื้นทรุด หรือปลวก และดำเนินการแก้ไขได้ก่อนเกิดความเสียหายรุนแรง
 
อาคารได้รับงบประมาณซ่อมหลังคาใน พ.ศ. 2549 และได้รับงบประมาณปรับปรุงทั้งหลังใน พ.ศ. 2550 การดูแลหลังคามีความสำคัญต่ออาคารไม้และผนังก่ออิฐ เพราะน้ำฝนที่รั่วลงภายในสามารถทำลายโครงหลังคา พื้นไม้ หนังสือ และเอกสารได้พร้อมกัน การบูรณะต้องเลือกวัสดุและวิธีการซึ่งไม่สร้างภาระเกินกำลังของโครงสร้างเดิม
 
ปัจจุบันหอสมุดอยู่ในความดูแลของสำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยมีนางลัดดาวัลย์ ทิพย์สิงห์เป็นหัวหน้าหอสมุด เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ดูแลทั้งการบริการประชาชน การจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศ การอนุรักษ์เอกสาร และการประสานงานด้านการบำรุงรักษาโบราณสถาน ซึ่งแตกต่างจากห้องสมุดทั่วไปที่ไม่ต้องรับผิดชอบอาคารประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่
 
ภารกิจหลักของหอสมุดคือสำรวจ รวบรวม จัดหา และจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศ ทั้งหนังสือ สิ่งพิมพ์ เอกสารท้องถิ่น เอกสารโบราณ และสื่อประเภทต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ต้องวิเคราะห์หมวดหมู่ จัดทำรายการ และบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูล เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาทรัพยากรที่ต้องการได้อย่างเป็นระบบ
 
หนังสือทั่วไปภายในหอสมุดครอบคลุมความรู้หลายสาขา ทั้งประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศาสนา ภาษา วรรณกรรม ศิลปะ วิทยาศาสตร์ การศึกษา และความรู้สำหรับเยาวชน ผู้ใช้สามารถเข้ามาอ่านภายในอาคารและสอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการค้นหนังสือ การใช้รายการสืบค้น หรือเงื่อนไขของบริการแต่ละประเภท
 
ความโดดเด่นของหอสมุดสาขานครพนมคือการรวบรวมข้อมูลท้องถิ่นเกี่ยวกับจังหวัดนครพนมและลุ่มแม่น้ำโขง เนื้อหาครอบคลุมประวัติเมือง กลุ่มชาติพันธุ์ ศาสนา ประเพณีไหลเรือไฟ พระธาตุพนม ชุมชนเวียดนาม ความสัมพันธ์ไทย–ลาว ภาษา วรรณกรรม และภูมิปัญญาพื้นบ้าน ทรัพยากรเหล่านี้มีความสำคัญต่อครู นักเรียน นักวิจัย และผู้จัดทำสื่อเกี่ยวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
ห้องศรีโคตรบูรณ์เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับรวบรวมและศึกษาข้อมูลท้องถิ่นกับเอกสารโบราณ ชื่อศรีโคตรบูรณ์เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของนครพนมและเมืองโบราณในลุ่มแม่น้ำโขง ห้องนี้ช่วยให้ผู้ศึกษาเข้าถึงหลักฐานที่มีรายละเอียดมากกว่าหนังสือนำเที่ยวทั่วไป และเป็นฐานสำหรับการศึกษาประวัติชุมชน ศาสนสถาน ตำนาน และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
 
คัมภีร์ใบลานและเอกสารโบราณเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าเป็นพิเศษ ใบลานใช้บันทึกพระธรรม คำสอน ตำรายา โหราศาสตร์ วรรณกรรม และเรื่องราวของชุมชนด้วยอักษรธรรมและอักษรท้องถิ่น เอกสารแต่ละผูกอาจมีอายุหลายสิบหรือหลายร้อยปี จึงต้องควบคุมความชื้น แสง ฝุ่น แมลง และการสัมผัสอย่างเคร่งครัด
 
ผู้ที่ต้องการศึกษาเอกสารโบราณควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า ระบุหัวข้อวิจัยและปฏิบัติตามขั้นตอนของหอสมุด เอกสารบางรายการไม่สามารถเปิดให้จับต้องโดยตรงได้ เนื่องจากสภาพเปราะบาง เจ้าหน้าที่อาจให้ใช้ภาพถ่าย สำเนาดิจิทัล หรือจัดเตรียมพื้นที่เฉพาะสำหรับศึกษา การจำกัดการเข้าถึงไม่ได้เป็นการปิดกั้นความรู้ แต่เป็นวิธีรักษาต้นฉบับให้คงอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป
 
งานอนุรักษ์เอกสารประกอบด้วยการตรวจสภาพ ทำความสะอาด บันทึกความเสียหาย จัดทำกล่องหรือวัสดุห่อหุ้มที่เหมาะสม และควบคุมสภาพแวดล้อม หนังสือหรือใบลานที่เกิดเชื้อราไม่สามารถทำความสะอาดด้วยวิธีทั่วไป เพราะอาจทำให้เส้นใยและหมึกเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงต้องอาศัยความรู้เฉพาะด้านและประสานผู้เชี่ยวชาญเมื่อพบปัญหาซับซ้อน
 
หอสมุดยังทำหน้าที่ศึกษาค้นคว้าและวิจัยด้านบรรณารักษศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ หนังสือ อักษร และเอกสารโบราณ งานวิชาการเหล่านี้ช่วยพัฒนาวิธีจัดหมวดหมู่ การสงวนรักษา และการให้บริการให้เหมาะกับทรัพยากรของภูมิภาค ซึ่งมีทั้งภาษาไทย ภาษาท้องถิ่น อักษรธรรม และเอกสารที่สัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน
 
อีกบทบาทหนึ่งคือการประสานงานกับสำนักหอสมุดแห่งชาติส่วนกลางเกี่ยวกับเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ หรือ ISBN และเลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร หรือ ISSN ผู้จัดพิมพ์ นักเขียน หน่วยงาน และผู้ผลิตสิ่งพิมพ์ในภูมิภาคสามารถขอคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องได้
 
พื้นที่อ่านหนังสือทั่วไปได้รับการจัดวางภายในห้องต่าง ๆ ของอาคารเดิม โต๊ะ ชั้นหนังสือ และอุปกรณ์ต้องติดตั้งโดยไม่ทำลายผนัง พื้น หรือองค์ประกอบสถาปัตยกรรม ผู้ใช้จึงได้อ่านหนังสือท่ามกลางหน้าต่างสูง พื้นไม้ และบรรยากาศของอาคารอายุมากกว่า 100 ปี ซึ่งให้ประสบการณ์ต่างจากห้องสมุดในอาคารสมัยใหม่
 
พื้นที่บริการหลักของหอสมุดประกอบด้วยบริเวณต้อนรับและสอบถามข้อมูล ห้องอ่านหนังสือทั่วไป ส่วนหนังสืออ้างอิง พื้นที่ข้อมูลท้องถิ่น ห้องศรีโคตรบูรณ์ ส่วนเอกสารโบราณและคัมภีร์ใบลาน พื้นที่สื่อโสตทัศน์ ห้องจัดกิจกรรมหรือนิทรรศการ ห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ และบริเวณภายนอกสำหรับชมสถาปัตยกรรม
 
การจัดพื้นที่อาจปรับเปลี่ยนตามการบำรุงรักษา จำนวนทรัพยากร และกิจกรรมในแต่ละช่วง ผู้ที่ต้องการค้นเอกสารเฉพาะหรือเข้าชมห้องซึ่งมีทรัพยากรเปราะบางควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อน ไม่ควรเปิดตู้ เคลื่อนย้ายหนังสือเก่า หรือเข้าไปในพื้นที่ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
หอสมุดจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านสำหรับเด็ก นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เช่น การเยี่ยมชมเป็นคณะ นิทรรศการหนังสือ กิจกรรมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การอบรม และกิจกรรมในวันสำคัญ การใช้โบราณสถานเป็นพื้นที่กิจกรรมช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากทั้งเนื้อหาและสภาพแวดล้อมจริง
 
นิทรรศการหมุนเวียนอาจเกี่ยวข้องกับเอกสารสำคัญ บุคคลในประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม หนังสือหายาก หรือกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื้อหาและช่วงเวลาจัดแสดงเปลี่ยนไปตามแผนงาน ผู้ที่สนใจควรตรวจประกาศของหอสมุดก่อนเดินทาง เพื่อทราบว่ามีกิจกรรมพิเศษหรือข้อจำกัดการใช้พื้นที่ในวันนั้นหรือไม่
 
สำหรับผู้ที่สนใจสถาปัตยกรรม ควรเริ่มชมจากด้านนอกก่อนเข้าใช้บริการ สังเกตผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุขหัวมุม แนวหลังคาปั้นหยา กระเบื้องดินเผาสีแดง ตำแหน่งประตูทั้ง 3 ด้านหน้า และจังหวะของหน้าต่าง การเดินรอบอาคารจะทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างส่วนหน้าอันเป็นทางการกับอาคารบริการและพื้นที่ด้านหลัง
 
เมื่อเข้าสู่โถงกลาง ควรสังเกตพื้นไม้ ความหนาของผนัง ช่องเปิด และบันไดแยกซ้ายขวา รายละเอียดเหล่านี้ทำให้เข้าใจระบบโครงสร้างและการใช้งานเดิมได้มากกว่าการถ่ายภาพด้านหน้าเพียงจุดเดียว การเดินอย่างช้า ๆ ยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนต่อพื้นไม้และไม่รบกวนผู้ใช้บริการที่กำลังอ่านหนังสือ
 
ผู้มาเยือนควรใช้เสียงเบา ปิดเสียงโทรศัพท์ และหลีกเลี่ยงการสนทนาในห้องอ่านหนังสือ ไม่ควรวางอาหารหรือเครื่องดื่มใกล้หนังสือ เอกสาร และพื้นไม้ เพราะความชื้น คราบอาหาร และแมลงสามารถสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรได้ หากต้องการรับประทานอาหารควรใช้พื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนด
 
การถ่ายภาพภายนอกอาคารสามารถทำได้โดยไม่กีดขวางทางเข้าและไม่รบกวนผู้ใช้บริการ ส่วนการถ่ายภาพภายใน คัมภีร์ใบลาน เอกสารโบราณ หรือกิจกรรมของหอสมุดควรขออนุญาตเจ้าหน้าที่ก่อน ไม่ควรใช้แฟลชกับเอกสารเก่า และการถ่ายภาพเพื่อการค้า การผลิตรายการ หรือการใช้ขาตั้งขนาดใหญ่ต้องประสานหน่วยงานล่วงหน้า
 
อาคารหลักมีบันไดไม้สำหรับขึ้นชั้นบน ผู้สูงอายุ ผู้มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว และผู้ใช้รถเข็นควรติดต่อหอสมุดก่อนเดินทางเพื่อสอบถามพื้นที่ที่เข้าถึงได้และบริการช่วยเหลือ พื้นที่ภายนอกกับชั้นล่างเข้าถึงได้สะดวกกว่าชั้นบน ขณะที่ธรณีประตูและระดับพื้นบางจุดยังคงเป็นลักษณะของอาคารเก่า
 
ช่วงเช้าหลังเปิดเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับผู้ต้องการอ่านหนังสือหรือถ่ายภาพอาคารในบรรยากาศสงบ แสงจากทิศตะวันออกช่วยเน้นรายละเอียดด้านหน้า ส่วนช่วงบ่ายแสงจะตกกระทบมุขและแนวหน้าต่างในมุมที่แตกต่าง ผู้ที่ต้องการอ่านเอกสารหรือใช้บริการค้นคว้าควรมาถึงก่อนเวลาอย่างน้อย 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อให้มีเวลาเพียงพอก่อนปิดบริการ
 
เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์เหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองนครพนม เนื่องจากอากาศค่อนข้างเย็นและเดินเชื่อมสถานที่ใกล้เคียงได้สะดวก ฤดูร้อนควรหลีกเลี่ยงการเดินกลางแดดช่วงเที่ยง ส่วนฤดูฝนควรเตรียมร่มและระวังพื้นภายนอกลื่น ผู้เข้าชมไม่ควรใช้ร่มหรือสิ่งของเปียกใกล้ชั้นหนังสือและพื้นไม้
 
การเดินทาง จากย่านริมแม่น้ำโขงหรือศูนย์กลางเมืองนครพนมให้เข้าสู่ถนนอภิบาลบัญชา หอสมุดตั้งอยู่ใกล้ศาลหลักเมืองและสวนชมโขง สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ รถรับจ้าง จักรยาน หรือเดินจากที่พักในเขตเมืองเก่า ผู้ใช้รถยนต์ควรจอดในพื้นที่ที่กำหนดและไม่กีดขวางทางเข้าโบราณสถานหรือเส้นทางบริการของเจ้าหน้าที่
 
จากท่าอากาศยานนครพนมสามารถใช้รถแท็กซี่ รถเช่า หรือรถรับส่งของโรงแรมเข้าสู่ตัวเมือง ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร เส้นทางเข้าสู่เมืองใช้เวลาตามสภาพการจราจร ผู้ที่วางแผนเที่ยวเฉพาะเขตเมืองสามารถเข้าที่พักก่อนแล้วใช้การเดินเท้า จักรยาน หรือรถรับจ้างเชื่อมสถานที่ต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ตลอดวัน
 
บริเวณถนนอภิบาลบัญชามีหน่วยงาน ร้านค้า และชุมชนอยู่ใกล้กัน จำนวนที่จอดรถอาจจำกัดในวันทำการหรือวันที่มีกิจกรรม ผู้มาเยือนควรหลีกเลี่ยงการจอดบนทางเท้า หน้าประตู หรือพื้นที่ซึ่งมีป้ายห้ามจอด การเดินจากพื้นที่จอดสาธารณะใกล้เคียงช่วยลดความแออัดและเปิดโอกาสให้ชมอาคารเก่าในย่านเดียวกัน
 
เส้นทางเดินประวัติศาสตร์สามารถเริ่มจากหอสมุดแห่งชาติ เดินไปศาลหลักเมืองนครพนมและสวนชมโขงหรือเรือนจำเก่า จากนั้นต่อไปยังหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ถนนคนเดิน วัดโอกาสศรีบัวบาน และลานพญาศรีสัตตนาคราช เส้นทางนี้รวมประวัติการปกครอง กระบวนการยุติธรรม การอพยพของชุมชนเวียดนาม ศาสนา และความเชื่อริมแม่น้ำโขงไว้ด้วยกัน
 
ศาลหลักเมืองนครพนมอยู่ใกล้หอสมุดและเป็นสถานที่สะท้อนความเชื่อเกี่ยวกับศูนย์กลางและสิริมงคลของเมือง การวางศาลหลักเมืองใกล้พื้นที่ราชการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจการปกครองกับความเชื่อดั้งเดิม ผู้มาเยือนสามารถชมสถาปัตยกรรมศาลหลักเมืองและสักการะตามธรรมเนียมก่อนเดินต่อไปยังสถานที่อื่น
 
สวนชมโขงหรือเรือนจำเก่าอยู่ห่างออกไปไม่มาก พื้นที่นี้เคยเป็นเรือนจำจังหวัดและมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการก่อสร้างศาลากลาง เพราะใช้แรงงานผู้ต้องขังจากเรือนจำ การชมทั้ง 2 แห่งในเส้นทางเดียวช่วยให้เข้าใจระบบราชการยุคเก่าได้ครบขึ้น ตั้งแต่พื้นที่ปกครองจนถึงสถานที่ควบคุมผู้ต้องขัง
 
หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์เป็นหลักฐานของชุมชนชาวเวียดนามในนครพนม และเชื่อมโยงกับบทบาทของช่างเวียดนามที่มีส่วนสร้างอาคารศาลากลางเก่า บริเวณรอบหอนาฬิกามีร้านอาหาร คาเฟ่ และถนนคนเดิน จึงเหมาะสำหรับเที่ยวต่อในช่วงเย็นหลังหอสมุดปิดบริการ
 
วัดโอกาสศรีบัวบานประดิษฐานพระติ้วและพระเทียม พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองนครพนม ส่วนลานพญาศรีสัตตนาคราชเป็นพื้นที่สักการะพญานาคริมแม่น้ำโขง การเดินจากอาคารราชการเก่าไปยังวัดและลานศรัทธาช่วยให้เห็นว่าเมืองนครพนมประกอบด้วยประวัติศาสตร์ราชการ ศาสนา และวิถีริมแม่น้ำที่อยู่ใกล้ชิดกัน
 
ร้านอาหารบริเวณใกล้หอสมุดมีทั้งอาหารเวียดนาม อาหารอีสาน อาหารไทย และร้านริมแม่น้ำโขง เมนูที่นิยม ได้แก่ ไข่กระทะ ขนมปังยัดไส้ หมูยอ แหนมเนือง ก๋วยจั๊บญวน ปลาแม่น้ำ และอาหารอีสาน ผู้เดินทางควรตรวจเวลาเปิดของร้านก่อน เพราะร้านอาหารเช้ากับร้านช่วงเย็นมีเวลาบริการแตกต่างกัน
 
ที่พักใกล้ถนนอภิบาลบัญชามีทั้งโรงแรมขนาดเล็กในเมือง โรงแรมบูติก และที่พักริมแม่น้ำโขง การพักในย่านนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินเที่ยวอาคารประวัติศาสตร์ ชมพระอาทิตย์ขึ้น ปั่นจักรยาน และเดินไปถนนคนเดินช่วงเย็นได้โดยไม่ต้องใช้รถยนต์
 
แผนเที่ยวครึ่งวันสามารถเริ่มเวลา 09.00 น. ที่หอสมุด ใช้เวลาชมสถาปัตยกรรมและค้นข้อมูลประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง จากนั้นเดินไปศาลหลักเมืองและสวนชมโขง รับประทานอาหารกลางวันในเขตเมืองเก่า แล้วต่อไปยังพิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองอาสนวิหารนักบุญอันนา หนองแสง
 
ผู้เดินทางที่มีเวลาเต็มวันสามารถกลับมายังย่านหอนาฬิกาในช่วงเย็น เดินถนนคนเดิน รับประทานอาหารริมโขง และชมลานพญาศรีสัตตนาคราช แผนดังกล่าวช่วยลดการเดินทางย้อนกลับและทำให้เข้าใจเมืองจากย่านราชการเก่าไปสู่ชุมชน ศาสนสถาน และพื้นที่นันทนาการร่วมสมัย
 
สำหรับครอบครัว หอสมุดเป็นสถานที่ที่เด็กสามารถเรียนรู้ทั้งจากหนังสือและอาคารจริง ผู้ปกครองอาจชวนเด็กสังเกตความแตกต่างระหว่างผนังก่ออิฐ พื้นไม้ และอาคารคอนกรีตสมัยใหม่ พร้อมอธิบายว่าศาลากลางเก่าถูกเปลี่ยนเป็นหอสมุดอย่างไร การเรียนรู้ผ่านพื้นที่จริงช่วยให้ประวัติศาสตร์เข้าใจง่ายกว่าการจดจำปีเพียงอย่างเดียว
 
คณะนักเรียนควรติดต่อหอสมุดล่วงหน้า โดยเฉพาะเมื่อต้องการเข้าชมเป็นกลุ่มใหญ่หรือขอวิทยากร นักเรียนสามารถแบ่งหัวข้อศึกษาเป็นประวัติอาคาร สถาปัตยกรรม เหตุการณ์พิพาทไทย–ฝรั่งเศส แรงงานผู้ต้องขัง การอนุรักษ์เอกสาร และข้อมูลท้องถิ่น แล้วนำผลการศึกษากลับมาแลกเปลี่ยนภายหลัง
 
นักวิจัยที่ต้องการใช้เอกสารท้องถิ่นควรเตรียมหัวข้อ ช่วงเวลา ชื่อบุคคล และคำค้นที่เกี่ยวข้องก่อนเดินทาง การให้รายละเอียดแก่บรรณารักษ์ช่วยให้ค้นรายการได้รวดเร็วขึ้น เอกสารบางประเภทต้องใช้เวลาเตรียมหรืออยู่ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ จึงไม่ควรวางแผนค้นคว้าสำคัญในช่วงใกล้เวลาปิด
 
คุณค่าของหอสมุดต่อชุมชนไม่ได้จำกัดอยู่ที่จำนวนหนังสือ แต่รวมถึงการรักษาความทรงจำของจังหวัด เอกสารท้องถิ่น ภาพถ่าย สิ่งพิมพ์ และคัมภีร์ใบลานช่วยให้คนรุ่นใหม่ศึกษาประวัติของครอบครัว วัด ชุมชน และประเพณี ขณะที่อาคารศาลากลางเก่าทำให้เรื่องราวเหล่านั้นมีพื้นที่ทางกายภาพซึ่งเชื่อมโยงกับเมืองจริง
 
ในมิติการท่องเที่ยว อาคารช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับนครพนม นักท่องเที่ยวไม่ได้ชมเพียงวัด พระธาตุ หรือทิวทัศน์แม่น้ำโขง แต่สามารถเรียนรู้ประวัติการบริหาร การสร้างเมือง สถาปัตยกรรมตะวันตก และงานอนุรักษ์ การใช้เวลาอ่านข้อมูลก่อนออกไปเที่ยวสถานที่อื่นยังช่วยให้มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างอาคาร ชุมชน และเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ชัดขึ้น
 
การอนุรักษ์อาคารต้องดำเนินต่อเนื่อง เพราะวัสดุไม้และผนังอิฐมีความไวต่อความชื้น ปลวก การสั่นสะเทือน และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ หลังคา รางน้ำ และระบบระบายน้ำต้องตรวจสอบสม่ำเสมอ ส่วนระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์สมัยใหม่ต้องติดตั้งโดยไม่ทำลายโครงสร้างหรือสร้างความเสี่ยงต่ออัคคีภัย
 
จำนวนผู้ใช้บริการก็ต้องสมดุลกับความสามารถของอาคาร พื้นไม้และบันไดมีข้อจำกัดด้านน้ำหนัก การจัดกิจกรรมขนาดใหญ่จึงต้องวางแผนเส้นทางและจำนวนคนอย่างเหมาะสม ผู้มาเยือนสามารถช่วยอนุรักษ์ได้ด้วยการปฏิบัติตามป้าย ไม่พิงหน้าต่าง ไม่เขียนบนผนัง ไม่เคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ และแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อพบความเสียหาย
 
หอสมุดเปิดบริการวันอังคารถึงวันเสาร์ เวลา 09.00 – 17.00 น. ปิดวันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยไม่เก็บค่าเข้าชม ตารางอาจเปลี่ยนในวันที่มีการบำรุงรักษา กิจกรรมราชการ หรือสถานการณ์พิเศษ ผู้เดินทางไกลและคณะศึกษาควรโทรศัพท์ตรวจสอบก่อนออกเดินทาง
 
การเข้าชมหอสมุดแห่งนี้ควรเผื่อเวลาไม่น้อยกว่า 1 – 2 ชั่วโมง หากต้องการชมสถาปัตยกรรม อ่านนิทรรศการ และใช้บริการหนังสือ ผู้ที่ต้องการศึกษาคัมภีร์ใบลานหรือเอกสารท้องถิ่นควรเตรียมเวลามากกว่านั้นและประสานเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า การเดินชมอย่างช้า ๆ ทำให้เห็นรายละเอียดมากกว่าการแวะถ่ายภาพด้านหน้าแล้วเดินทางต่อทันที
 
หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ นครพนม เป็นตัวอย่างสำคัญของการรักษามรดกด้วยการใช้งาน อาคารซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางอำนาจรัฐ ผ่านความเสียหายจากสงคราม และเคยถูกทิ้งไว้หลังย้ายศาลากลาง ได้รับชีวิตใหม่ในฐานะพื้นที่ความรู้ ประชาชนทุกวัยสามารถเข้ามาอ่าน ศึกษา และสัมผัสประวัติศาสตร์ภายในอาคารจริง
 
เมื่อเดินออกจากอาคารและมองกลับไปยังหลังคากระเบื้องสีแดง มุขหัวมุม หน้าต่าง และผนังเก่า ผู้มาเยือนจะเห็นมากกว่าความงดงามแบบตะวันตก เพราะทุกองค์ประกอบเกี่ยวข้องกับข้าราชการ ช่างเวียดนาม ผู้ต้องขัง ประชาชน เหตุการณ์พิพาทระหว่างประเทศ และความพยายามของนักอนุรักษ์ อาคารจึงเป็นหลักฐานที่เชื่อมผู้คนหลายกลุ่มกับประวัติศาสตร์มากกว่าหนึ่งศตวรรษ
 
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเมืองนครพนมอย่างลึกซึ้ง หอสมุดควรเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของการเดินทาง เพราะสถานที่แห่งนี้รวบรวมทั้งความรู้ในหนังสือ หลักฐานในเอกสาร และประวัติศาสตร์ที่ปรากฏอยู่ในตัวอาคาร เมื่อศึกษาที่นี่แล้ว สวนชมโขง หอนาฬิกา วัดริมโขง จวนผู้ว่าราชการหลังเก่า และชุมชนต่าง ๆ จะไม่ใช่สถานที่แยกจากกัน แต่เป็นองค์ประกอบของเรื่องราวเมืองเดียวกัน
 
ชื่อสถานที่หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อเรียกอื่นหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ นครพนม, ศาลากลางจังหวัดนครพนมหลังเก่า และศาลากลางเก่านครพนม
ที่ตั้งถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
ที่อยู่350 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000
ประเภทสถานที่หอสมุดแห่งชาติสาขา โบราณสถาน อาคารราชการเก่า และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
การใช้งานเดิมศาลากลางจังหวัดนครพนม
ช่วงเวลาก่อสร้างพ.ศ. 2458 – 2462 ในสมัยพระยาพนมนครานุรักษ์ หรืออุ้ย นาครทรรพ
แบบก่อสร้างเชื่อมโยงกับแบบศาลากลางจังหวัดเชียงราย ซึ่งออกแบบโดยนายแพทย์ชาวอเมริกันในคณะมิชชันนารีอเมริกันเพรสไบทีเรียนเมื่อ พ.ศ. 2443
ผู้ควบคุมการก่อสร้างนายสุมังค์ ปทุมชาติ อดีตปลัดอำเภอ
หัวหน้าช่างนายก่าย ช่างชาวเวียดนาม
แรงงานก่อสร้างใช้แรงงานผู้ต้องขังจากเรือนจำจังหวัดนครพนมร่วมในการก่อสร้าง
รูปแบบสถาปัตยกรรมสถาปัตยกรรมโคโลเนียลแบบตะวันตก ปรับให้เหมาะกับภูมิอากาศเมืองริมแม่น้ำโขง
ลักษณะอาคารอาคารก่ออิฐถือปูนไม่เสริมเหล็ก ใช้ผนังรับน้ำหนัก หลังคาปั้นหยามุงกระเบื้องดินเผาสีแดง พื้นไม้กระดาน ตัวอาคารหลักมี 2 ชั้น จำนวน 17 ห้อง และมุขด้านเหนือกับด้านใต้มีชั้นที่ 3
เหตุการณ์สำคัญใน พ.ศ. 2483 ทหารฝรั่งเศสยิงปืนใหญ่จากเมืองท่าแขกข้ามแม่น้ำโขง ทำให้อาคารชั้น 2 ได้รับความเสียหาย
การขึ้นทะเบียนโบราณสถานประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2522 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ 92 ตารางวา
การจัดตั้งหอสมุดเริ่มปรับปรุงอาคารในช่วง พ.ศ. 2534 – 2536 และเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2537
รางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2540 จากคณะกรรมาธิการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์
โซนและพื้นที่บริการ1. บริเวณต้อนรับและสอบถามข้อมูล
2. ห้องอ่านหนังสือทั่วไป
3. ส่วนหนังสืออ้างอิงและงานค้นคว้า
4. พื้นที่ข้อมูลท้องถิ่น
5. ห้องศรีโคตรบูรณ์
6. ส่วนเอกสารโบราณและคัมภีร์ใบลาน
7. พื้นที่สื่อโสตทัศน์
8. ห้องจัดกิจกรรมและนิทรรศการ
9. โถงกลางและบันไดไม้ประวัติศาสตร์
10. พื้นที่ชมสถาปัตยกรรมและสวนภายนอก
ทรัพยากรสำคัญหนังสือ สิ่งพิมพ์ หนังสืออ้างอิง ข้อมูลท้องถิ่นนครพนม เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน สื่อโสตทัศน์ และฐานข้อมูลสารสนเทศ
ผู้ดูแลสำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
หัวหน้าหอสมุดนางลัดดาวัลย์ ทิพย์สิงห์
วันเปิดทำการวันอังคาร – วันเสาร์ ปิดวันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลาเปิดทำการ09.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชม
สิ่งอำนวยความสะดวกโต๊ะอ่านหนังสือ บริการค้นคว้า พื้นที่กิจกรรม ห้องน้ำ โรงอาหารบริเวณด้านหลัง และพื้นที่พักผ่อนภายนอกอาคาร
ข้อจำกัดการเข้าถึงชั้นบนเข้าถึงด้วยบันไดไม้ ผู้สูงอายุและผู้ใช้รถเข็นควรติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง
ระยะเวลาเข้าชมที่แนะนำประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง และควรเผื่อเวลามากขึ้นสำหรับการค้นเอกสารเฉพาะ
การเดินทางเดินทางเข้าสู่ถนนอภิบาลบัญชาในเขตตัวเมืองนครพนม อยู่ใกล้ศาลหลักเมืองและสวนชมโขง สามารถมาได้ด้วยรถยนต์ รถรับจ้าง จักรยาน หรือเดินจากที่พักในย่านเมืองเก่า
สถานะปัจจุบันเปิดดำเนินการเป็นหอสมุดแห่งชาติสาขา โบราณสถาน และแหล่งเรียนรู้ของจังหวัดนครพนม
เบอร์ติดต่อหลัก042-512200, 042-516246
อีเมลnl_nakonpanom@finearts.go.th
เว็บไซต์ทางการhttps://www.finearts.go.th/nakhonphanomlibrary
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ศาลหลักเมืองนครพนม 0.2 กม.
2. สวนชมโขงหรือเรือนจำเก่านครพนม 0.4 กม.
3. หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ 0.8 กม.
4. ถนนคนเดินนครพนม 1 กม.
5. วัดโอกาสศรีบัวบาน 1 กม.
6. ลานพญาศรีสัตตนาคราช 2 กม.
7. พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม 2 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. สบายดี@นครพนม 1 กม. โทร. 042-064200
2. ปรุงสุข นครพนม 1 กม. โทร. 061-5323924, 098-2496953
3. นางแหนมเนือง 2 กม. โทร. 042-512424
4. เรือนริมน้ำ 2 กม. โทร. 088-6807609
5. Kitchen Khong The River Front 2 กม. โทร. 085-9247898
ที่พักใกล้เคียง1. NP Residence 0.5 กม. โทร. 042-513500
2. โรงแรมพอเพียง นครพนม 1 กม. โทร. 042-515444, 099-6698992
3. Landmark Nakhon Phanom Hotel 2 กม. โทร. 091-7403001
4. Boondara Boutique Hotel 3 กม. โทร. 042-530946
5. Fortune View Khong Hotel Nakhon Phanom 3 กม. โทร. 042-513564
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ นครพนมเปิดวันใด?
ตอบ: เปิดวันอังคารถึงวันเสาร์ เวลา 09.00 – 17.00 น. ปิดวันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
 
ถาม: ต้องเสียค่าเข้าชมหรือค่าใช้บริการหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถชมอาคารและใช้พื้นที่อ่านหนังสือตามระเบียบของหอสมุดได้ฟรี
 
ถาม: เหตุใดอาคารจึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์?
ตอบ: อาคารสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2458 – 2462 เคยเป็นศาลากลางจังหวัด ใช้แรงงานผู้ต้องขังในการก่อสร้าง และเคยได้รับความเสียหายจากปืนใหญ่ฝรั่งเศสใน พ.ศ. 2483
 
ถาม: ภายในหอสมุดมีสิ่งใดน่าสนใจ?
ตอบ: มีหนังสือทั่วไป หนังสืออ้างอิง ข้อมูลท้องถิ่นนครพนม ห้องศรีโคตรบูรณ์ เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน สื่อโสตทัศน์ และรายละเอียดสถาปัตยกรรมของศาลากลางเก่า
 
ถาม: สามารถชมคัมภีร์ใบลานหรือเอกสารโบราณได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อศึกษาทรัพยากรที่เปิดให้บริการ เอกสารเปราะบางบางรายการต้องขออนุญาตและใช้ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่
 
ถาม: สามารถถ่ายภาพภายในอาคารได้หรือไม่?
ตอบ: ควรขออนุญาตเจ้าหน้าที่ก่อนถ่ายภาพภายใน โดยเฉพาะเอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน นิทรรศการ และการใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่หรือแฟลช
 
ถาม: ผู้ใช้รถเข็นสามารถเข้าชมได้หรือไม่?
ตอบ: พื้นที่ภายนอกและชั้นล่างเข้าถึงได้สะดวกกว่าชั้นบนซึ่งใช้บันไดไม้ ผู้ใช้รถเข็นควรโทรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง
 
ถาม: ควรเที่ยวร่วมกับสถานที่ใดในตัวเมืองนครพนม?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับศาลหลักเมือง สวนชมโขง หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ถนนคนเดิน วัดโอกาสศรีบัวบาน และลานพญาศรีสัตตนาคราชได้

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการหมวดหมู่: ●สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิชาการ

ห้องสมุดกลุ่ม: ●ห้องสมุด

ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
วัด วัด(23)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(11)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(3)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)
รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร รีวิวท่องเที่ยว, รีวิวอาหาร(1)