หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม >อ.เมืองนครพนม >ต.ในเมือง > สวนหลวง ร.9 จังหวัดนครพนม
TL;DR: สวนหลวง ร.9 จังหวัดนครพนม อยู่ที่ทางด้านทิศเหนือของเขตเทศบาลเมืองนครพนม ตำบลหนองแสง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น.
สวนหลวง ร.9 จังหวัดนครพนม

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.30–16.30 น.
สวนหลวง ร.9 จังหวัดนครพนม หรือชื่อเดิมว่า “สวนหนองแสง” เป็นสวนสาธารณะขนาดประมาณ 84 ไร่ 59 ตารางวา ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของเขตเทศบาลเมืองนครพนม บนถนนนครพนม–ท่าอุเทน ช่วงกิโลเมตรที่ 0–1 ตรงข้ามวัดสว่างสุวรรณาราม พื้นที่แห่งนี้พัฒนาจากหนองน้ำธรรมชาติและเกาะเล็กภายในหนองให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับพักผ่อน ออกกำลังกาย เดินชมธรรมชาติ และทำกิจกรรมของชุมชน สวนสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชสักการะเนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2530 ปัจจุบันเปิดให้ประชาชนเข้าใช้โดยไม่เสียค่าเข้าชม ภายใต้การดูแลของเทศบาลเมืองนครพนม
สวนหลวง ร.9 จังหวัดนครพนม เป็นพื้นที่สีเขียวสำคัญของตัวเมืองนครพนมที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ธรรมชาติในเขตเมือง และความทรงจำเกี่ยวกับการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน สวนแห่งนี้ไม่ได้มีลักษณะเป็นเพียงสวนหย่อมหรือสถานที่ออกกำลังกายทั่วไป แต่มีพื้นฐานมาจากหนองน้ำธรรมชาติที่ชาวนครพนมรู้จักกันมาเป็นเวลานานในชื่อ “หนองแสง” ก่อนจะได้รับการพัฒนา ปรับภูมิทัศน์ และยกระดับให้เป็นสวนสาธารณะประจำเมืองสำหรับประชาชนทุกวัย
ทำเลของสวนอยู่ทางตอนเหนือของเขตเทศบาลเมืองนครพนม บริเวณถนนนครพนม–ท่าอุเทน หรือแนวทางหลวงหมายเลข 212 ช่วงกิโลเมตรที่ 0–1 ตำบลหนองแสง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม จุดสังเกตที่ชัดเจนคือตั้งอยู่ตรงข้ามวัดสว่างสุวรรณาราม ทำให้ผู้เดินทางจากย่านใจกลางเมืองสามารถค้นหาเส้นทางได้สะดวก สถานที่อยู่ไม่ไกลจากแนวชุมชนริมแม่น้ำโขง ย่านเมืองเก่า และแหล่งท่องเที่ยวหลักหลายแห่งของนครพนม จึงเหมาะกับการจัดเป็นจุดพักระหว่างเส้นทางท่องเที่ยวในเมือง หรือใช้เป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมยามเช้าและยามเย็น
ก่อนการพัฒนาเป็นสวนหลวง ร.9 พื้นที่นี้เป็นหนองน้ำตามธรรมชาติ มีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจายอยู่ภายใน และมีพรรณไม้พื้นถิ่นขึ้นอยู่โดยรอบ ลักษณะดังกล่าวทำให้หนองแสงเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศชุ่มน้ำในเขตเมือง เป็นพื้นที่รองรับน้ำ เป็นแหล่งความชุ่มชื้น และเป็นองค์ประกอบทางภูมิทัศน์ที่ช่วยลดความแข็งกระด้างของย่านชุมชน การพัฒนาพื้นที่จึงไม่ได้เริ่มต้นจากที่ดินว่างเปล่า แต่เป็นการนำโครงสร้างธรรมชาติเดิมมาปรับให้สามารถใช้งานในฐานะสวนสาธารณะได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยมากขึ้น
ชื่อ “หนองแสง” มีที่มาจากคำบอกเล่าของคนรุ่นเก่าในพื้นที่ว่า บริเวณรอบหนองเคยมีต้นแสงขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก การตั้งชื่อหนองน้ำตามพืชที่พบมากในพื้นที่เป็นรูปแบบการเรียกชื่อภูมิประเทศที่พบได้ในหลายชุมชนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะชื่อดังกล่าวช่วยบอกลักษณะของพื้นที่และเก็บรักษาความทรงจำเกี่ยวกับระบบนิเวศดั้งเดิมไว้ แม้ภายหลังจะเปลี่ยนชื่อเป็นสวนหลวง ร.9 แต่ชื่อสวนหนองแสงยังคงถูกใช้ควบคู่กันในหมู่คนท้องถิ่น และช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าพื้นที่สีเขียวแห่งนี้มีรากฐานจากธรรมชาติและชุมชนมาก่อนการปรับปรุงเป็นสวนสมัยใหม่
พื้นที่ของสวนมีขนาดประมาณ 84 ไร่ 59 ตารางวา หรือมากกว่า 134,000 ตารางเมตร ขนาดดังกล่าวเพียงพอสำหรับการจัดองค์ประกอบภูมิทัศน์หลายลักษณะ ทั้งหนองน้ำ เกาะกลางน้ำ สะพาน ทางเดิน พื้นที่ร่มเงา สวนหย่อม และลานสำหรับกิจกรรม ขณะเดียวกันยังคงเปิดมุมมองให้ผู้ใช้สวนสัมผัสความกว้างของพื้นที่และความสงบของผิวน้ำได้โดยไม่รู้สึกแออัด ลักษณะพื้นที่กว้างและมีองค์ประกอบทางธรรมชาติเดิมจึงเป็นจุดแตกต่างจากสวนขนาดเล็กที่สร้างขึ้นด้วยการจัดภูมิทัศน์ทั้งหมดภายหลัง
จุดเปลี่ยนสำคัญของหนองแสงเกิดขึ้นในปี 2530 เมื่อจังหวัดนครพนมและเทศบาลเมืองนครพนมร่วมกันพัฒนาพื้นที่เพื่อจัดสร้างสวนสาธารณะถวายเป็นพระราชสักการะ เนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ หรือ 60 พรรษา การดำเนินงานเกิดขึ้นในช่วงที่หลายจังหวัดทั่วประเทศไทยจัดสร้างสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างสถานที่สาธารณะที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน
การพัฒนาสวนมีความโดดเด่นตรงที่เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ เทศบาล พ่อค้า และประชาชนในจังหวัดนครพนม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมในเวลานั้นคือ นายอุทัย นาคปรีชา และนายกเทศมนตรีเมืองนครพนมคือ นายองอาจ ทิพย์โกศัยคุณ ได้เชิญชวนหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมบริจาคเงินเพื่อดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ โดยได้รับเงินบริจาครวมประมาณ 400,000 บาท และเทศบาลเมืองนครพนมสมทบงบประมาณอีก 100,000 บาท รวมเป็นเงินเริ่มต้นประมาณ 500,000 บาท
เงินทุนดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการขุดลอกหนองน้ำ ปรับปรุงสภาพพื้นที่ จัดระบบภูมิทัศน์ และสร้างองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการใช้งานในฐานะสวนสาธารณะ การขุดลอกช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับน้ำและฟื้นฟูสภาพหนอง ส่วนการจัดภูมิทัศน์ช่วยเชื่อมพื้นที่น้ำ เกาะ ทางเดิน และสวนเข้าด้วยกัน การพัฒนาจึงสะท้อนแนวคิดที่ไม่ต้องการลบล้างธรรมชาติเดิม แต่ใช้โครงสร้างของหนองแสงเป็นแกนกลางในการสร้างสถานที่พักผ่อนสำหรับประชาชน
สวนหลวง ร.9 จังหวัดนครพนม เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2530 เวลา 09.30 น. ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 วันที่เปิดสวนจึงมีความหมายทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น เพราะเป็นวันที่ชาวนครพนมได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีผ่านการสร้างสาธารณประโยชน์ที่สามารถส่งต่อให้คนรุ่นหลังใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
คำว่า “สวนหลวง ร.9” ทำให้ผู้เดินทางบางคนอาจสับสนกับสวนหลวง ร.9 ในกรุงเทพมหานคร แต่สวนแห่งนี้เป็นสวนสาธารณะอีกแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนครพนม มีขนาด รูปแบบภูมิทัศน์ และเรื่องราวเฉพาะของตนเอง จุดเด่นสำคัญคือการพัฒนาจากหนองน้ำธรรมชาติของชุมชนและการมีส่วนร่วมของชาวนครพนมในการรวบรวมทุนเพื่อสร้างสวน การค้นหาเส้นทางจึงควรใช้ชื่อเต็มว่า “สวนหลวง ร.9 จังหวัดนครพนม” หรือ “สวนหนองแสง นครพนม” เพื่อป้องกันการนำทางไปยังจังหวัดอื่น
เมื่อเข้าสู่พื้นที่สวน จุดแรกที่เห็นได้ชัดคือบริเวณทางเข้าและป้ายชื่อสวน ซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดระบุตัวตนของสถานที่และเป็นมุมถ่ายภาพสำหรับผู้มาเยือน พื้นที่บริเวณนี้เชื่อมต่อกับแนวทางเดินเข้าสู่ส่วนด้านใน ทำให้สามารถมองเห็นองค์ประกอบของหนองน้ำ พื้นที่สีเขียว และสะพานได้ตามลำดับ ผู้ที่มาเยือนเป็นครั้งแรกควรเริ่มต้นจากบริเวณป้ายและเดินสำรวจพื้นที่อย่างช้า ๆ เพื่อทำความเข้าใจผังโดยรวมก่อนเลือกเส้นทางออกกำลังกายหรือพักผ่อน
พื้นที่หนองน้ำและเกาะเล็กภายในสวนเป็นหัวใจสำคัญของภูมิทัศน์ เพราะเป็นองค์ประกอบที่สืบต่อมาจากหนองแสงดั้งเดิม ผิวน้ำช่วยเพิ่มความโปร่งให้กับสวน สะท้อนแสงและเงาของต้นไม้ และสร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ตอนเช้าผิวน้ำมักให้ความรู้สึกสงบและเย็นสบาย ส่วนช่วงเย็นจะรับแสงอ่อนจากท้องฟ้า เหมาะกับการเดินเล่น นั่งพัก และถ่ายภาพธรรมชาติในเมือง
เกาะเล็กเกาะน้อยที่กระจายอยู่ในหนองช่วยแบ่งมุมมองออกเป็นหลายระดับ ทำให้พื้นที่ไม่ดูเหมือนบ่อน้ำโล่งขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดเป็นภาพของพืชพรรณ น้ำ สะพาน และแนวทางเดินที่ซ้อนกันตามระยะ เกาะเหล่านี้ยังช่วยสร้างพื้นที่สงบสำหรับสัตว์ขนาดเล็กและนกที่เข้ามาใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ แม้สวนจะอยู่ในเขตเมือง แต่การรักษาพื้นที่น้ำและพืชพรรณไว้ช่วยให้สถานที่ยังคงทำหน้าที่เป็นจุดพักของสิ่งมีชีวิตและเป็นพื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติใกล้ตัว
สะพานและทางเดินรอบหนองเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สร้างเอกลักษณ์ให้สวน เส้นทางที่เชื่อมพื้นที่ต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สวนเปลี่ยนมุมมองจากริมหนองไปยังเกาะและพื้นที่สีเขียวโดยรอบ การเดินบนสะพานทำให้สามารถชมผิวน้ำจากมุมสูงขึ้นเล็กน้อย เห็นเงาสะท้อนของต้นไม้ และสัมผัสลมที่พัดผ่านพื้นที่เปิด ผู้สูงอายุและครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยวควรเดินอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงหลังฝนตกซึ่งพื้นสะพานหรือทางเดินอาจเปียกลื่น
บริเวณร่มไม้และสวนหย่อมเหมาะสำหรับการพักจากการเดินหรือออกกำลังกาย ต้นไม้ที่กระจายตัวทั่วพื้นที่ช่วยกรองแสงแดด ลดความร้อน และสร้างจุดนั่งพักที่เป็นธรรมชาติ ผู้มาเยือนสามารถเลือกใช้พื้นที่เหล่านี้สำหรับอ่านหนังสือ พูดคุย พักระหว่างเดินทาง หรือใช้เวลาสงบโดยไม่ต้องมีกิจกรรมเฉพาะ สวนจึงรองรับทั้งผู้ที่ต้องการเคลื่อนไหวร่างกายและผู้ที่เพียงต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากความเร่งรีบของเมือง
พื้นที่ทางเดินและลานเปิดภายในสวนเหมาะกับการเดินเพื่อสุขภาพ วิ่งเบา ๆ ยืดเหยียดร่างกาย และทำกิจกรรมที่ไม่รบกวนผู้ใช้พื้นที่คนอื่น ช่วงเช้ามักเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอากาศเย็นและบรรยากาศสงบ ขณะที่ช่วงเย็นเป็นเวลาที่ชาวเมืองออกมาใช้พื้นที่มากขึ้น ผู้ที่ต้องการออกกำลังกายต่อเนื่องควรเลือกเส้นทางที่มีพื้นเรียบ สวมรองเท้าที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการเร่งความเร็วในจุดที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ใช้สวนจำนวนมาก
สำหรับครอบครัว สวนหลวง ร.9 เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เด็กได้สัมผัสหนองน้ำ ต้นไม้ และสภาพแวดล้อมกลางแจ้งโดยไม่ต้องเดินทางออกจากตัวเมือง ผู้ปกครองสามารถใช้โอกาสนี้อธิบายเรื่องพื้นที่ชุ่มน้ำ การรักษาความสะอาด และบทบาทของสวนสาธารณะต่อชุมชน อย่างไรก็ตาม พื้นที่มีหนองน้ำและสะพานหลายจุด เด็กเล็กจึงควรอยู่ในสายตาของผู้ดูแลตลอดเวลา และไม่ควรปีนราวสะพาน เข้าใกล้ขอบน้ำ หรือให้อาหารสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต
ผู้สูงอายุสามารถใช้สวนเป็นพื้นที่เดินช้า ๆ ฝึกการทรงตัว รับอากาศภายนอก และพบปะผู้คนในชุมชน การเลือกมาในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ช่วยลดความเสี่ยงจากอากาศร้อน ควรพกน้ำดื่มและหยุดพักเมื่อรู้สึกเหนื่อย เนื่องจากพื้นที่สวนมีขนาดค่อนข้างกว้าง ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินไม่จำเป็นต้องเดินครบทุกส่วน แต่สามารถเลือกใช้บริเวณทางเข้า แนวร่มไม้ หรือเส้นทางสั้นรอบหนองตามกำลัง
ผู้ที่สนใจถ่ายภาพจะพบมุมหลากหลายตั้งแต่ป้ายชื่อสวน สะพานโค้ง ผิวน้ำ เกาะเล็ก แนวต้นไม้ ไปจนถึงภาพกิจกรรมของผู้คนในสวน แสงเช้าช่วยให้สีของพืชพรรณดูสดและให้เงาที่นุ่ม ส่วนแสงเย็นให้บรรยากาศอบอุ่นและสะท้อนบนผิวน้ำได้ชัดกว่า การใช้เลนส์มุมกว้างเหมาะกับการเก็บภาพภาพรวมของหนองและสะพาน ขณะที่เลนส์ระยะกลางเหมาะกับการถ่ายรายละเอียดพืช เงาสะท้อน และวิถีชีวิตของผู้ใช้สวน โดยควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพบุคคลใกล้ชิดโดยไม่ได้รับอนุญาต
ในมุมของระบบนิเวศเมือง หนองแสงมีคุณค่ามากกว่าความสวยงาม เพราะพื้นที่น้ำและพืชพรรณช่วยเก็บความชื้น ลดอุณหภูมิบริเวณโดยรอบ และรองรับน้ำในช่วงฝนตก พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ยังช่วยกรองฝุ่น สร้างร่มเงา และเป็นจุดพักของนกหรือสัตว์ขนาดเล็ก การดูแลสวนจึงควรคำนึงถึงทั้งความสะดวกของผู้ใช้งานและความสามารถของหนองในการทำหน้าที่ทางธรรมชาติ ไม่ควรทิ้งขยะลงน้ำ ปล่อยสัตว์เลี้ยงลงในหนอง หรือทำลายพืชที่ขึ้นอยู่ตามขอบน้ำ
ช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่เหมาะกับการเดินและทำกิจกรรมกลางแจ้งมากที่สุด อากาศของนครพนมในช่วงเช้าและเย็นมักเย็นสบายกว่าฤดูอื่น ท้องฟ้าโปร่ง และสามารถเดินสำรวจสวนได้นานโดยไม่เหนื่อยจากความร้อนมากเกินไป นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวงานเทศกาลหรือเส้นทางริมแม่น้ำโขงสามารถแวะสวนในช่วงเช้า แล้วจึงเดินทางต่อไปยังแหล่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในย่านเมืองเก่าได้
ฤดูร้อนตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมมีอุณหภูมิสูง โดยเฉพาะช่วงกลางวัน ผู้มาเยือนควรเลือกช่วงเช้าหรือหลังเวลา 16.00 น. สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี พกน้ำดื่ม หมวก และอุปกรณ์ป้องกันแดด พื้นที่ร่มไม้ช่วยให้พักจากความร้อนได้ แต่การเดินระยะไกลในช่วงแดดจัดยังอาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำได้รวดเร็ว การวางแผนให้สวนเป็นจุดแวะสั้น ๆ ในตอนเช้าหรือเย็นจะเหมาะสมกว่าการอยู่กลางแจ้งต่อเนื่องในช่วงเที่ยง
ฤดูฝนทำให้พืชพรรณภายในสวนมีสีเขียวสดและหนองน้ำมีความสมบูรณ์มากขึ้น บรรยากาศหลังฝนตกเหมาะกับการชมต้นไม้และถ่ายภาพเงาสะท้อนบนผิวน้ำ แต่ผู้มาเยือนควรตรวจสภาพอากาศ เตรียมร่มหรือเสื้อกันฝน และระวังทางเดินที่ลื่น พื้นที่ใกล้น้ำอาจมียุงมากกว่าปกติ จึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแมลงเมื่อมาในช่วงเย็นหรือหลังฝนตก การเดินควรใช้เส้นทางหลักและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีน้ำขัง
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการมาเที่ยวทั่วไปคือประมาณ 08.30–10.00 น. และ 15.30–16.30 น. ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินเพื่อสุขภาพ ชมแสงอ่อน และสัมผัสบรรยากาศที่ยังไม่พลุกพล่าน ส่วนช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการพักผ่อนและถ่ายภาพก่อนเดินทางไปชมพระอาทิตย์ตกบริเวณริมแม่น้ำโขง ผู้ที่ตั้งใจออกกำลังกายควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 45–60 นาที ส่วนผู้ที่ต้องการเดินชมหนองน้ำ สะพาน และถ่ายภาพอย่างสบาย ๆ ควรเผื่อเวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง
การเที่ยวสวนในช่วงเช้าสามารถเริ่มจากป้ายทางเข้า เดินตามเส้นทางรอบพื้นที่น้ำ แวะชมสะพานและเกาะเล็ก แล้วเลือกพักใต้ร่มไม้ก่อนเดินกลับ เส้นทางลักษณะนี้ช่วยให้เห็นองค์ประกอบสำคัญของสวนโดยไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ หลังจากนั้นสามารถเดินทางต่อไปยังโบสถ์นักบุญอันนา หนองแสง จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังเก่า หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ และย่านริมแม่น้ำโขงได้ภายในวันเดียว
หากมาในช่วงบ่าย สามารถใช้สวนเป็นจุดพักก่อนเข้าสู่เส้นทางท่องเที่ยวช่วงเย็น เริ่มด้วยการเดินเบา ๆ รอบหนอง นั่งพักรับลม และถ่ายภาพบริเวณสะพาน จากนั้นเดินทางไปสักการะพญาศรีสัตตนาคราชหรือเดินชมถนนริมโขง ช่วงเย็นของนครพนมมีร้านอาหารและร้านกาแฟหลายแห่งเปิดให้บริการ การจัดสวนเป็นกิจกรรมแรกก่อนรับประทานอาหารเย็นช่วยให้ไม่ต้องเร่งรีบและหลีกเลี่ยงแดดจัดในช่วงกลางวัน
การเดินทาง จากย่านใจกลางเมืองนครพนมหรือบริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช ให้ใช้ถนนสุนทรวิจิตรหรือทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าไปทางอำเภอท่าอุเทน ระยะทางตามเส้นทางประมาณ 3 กิโลเมตร เมื่อเข้าสู่ตำบลหนองแสงให้สังเกตวัดสว่างสุวรรณาราม สวนตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามและมีป้ายชื่อมองเห็นได้จากถนน การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถเช่า รถรับจ้าง หรือรถสามล้อท้องถิ่นใช้เวลาไม่นานจากศูนย์กลางเมือง
ผู้ที่เดินทางจากท่าอากาศยานนครพนมสามารถใช้รถเช่า รถแท็กซี่ หรือบริการรับส่งของที่พักเข้าสู่ตัวเมือง แล้วเดินทางต่อไปตามทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าท่าอุเทน การเดินทางจากสนามบินถึงสวนใช้เส้นทางผ่านเขตเมืองและควรเผื่อเวลาตามสภาพการจราจร ผู้ที่พักในย่านริมโขงหรือย่านเมืองเก่าสามารถให้ที่พักช่วยเรียกรถรับจ้างและแจ้งจุดหมายว่า “สวนหนองแสง” หรือ “สวนหลวง ร.9 ตรงข้ามวัดสว่างสุวรรณาราม” เพื่อให้คนขับเข้าใจจุดหมายได้ชัดเจน
นักท่องเที่ยวที่ใช้จักรยานสามารถเดินทางจากเขตเมืองตามแนวถนนสุนทรวิจิตรได้ เนื่องจากระยะทางไม่ไกล แต่ควรสวมหมวกนิรภัย ใช้เส้นทางอย่างระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงช่วงที่การจราจรหนาแน่น การปั่นจักรยานในช่วงเช้าเหมาะกว่าเวลาแดดจัด เมื่อถึงสวนควรจอดในบริเวณที่ไม่กีดขวางทางเข้าและทางเดิน สำหรับผู้ที่เดินเท้า ระยะทางจากใจกลางเมืองค่อนข้างไกลกว่าการเดินท่องเที่ยวทั่วไป จึงเหมาะกับการใช้รถรับจ้างหรือจักรยานมากกว่า
สวนไม่มีค่าเข้าชมและเหมาะกับการแวะเที่ยวโดยไม่ต้องจองล่วงหน้า ผู้มาเยือนควรพกน้ำดื่มและของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น เพราะวัตถุประสงค์หลักของสถานที่คือสวนสาธารณะ ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ การแต่งกายสามารถใช้เสื้อผ้าลำลองหรือชุดออกกำลังกายที่สุภาพ รองเท้าควรยึดเกาะพื้นได้ดี โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเดินรอบหนองหรือมาในฤดูฝน
แม้สวนจะเหมาะกับผู้มาเยือนหลายวัย แต่ผู้ใช้รถเข็น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวควรเลือกเส้นทางพื้นราบบริเวณทางเข้าและแนวทางเดินหลัก หลีกเลี่ยงจุดที่พื้นต่างระดับ ทางแคบ หรือสะพานที่อาจมีความลาดเอียง ควรมีผู้ร่วมเดินทางช่วยสำรวจเส้นทางก่อนเข้าสู่พื้นที่ด้านใน การเดินเฉพาะบางส่วนยังสามารถสัมผัสบรรยากาศของหนองน้ำและพื้นที่สีเขียวได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินรอบสวนทั้งหมด
การรักษามารยาทในสวนสาธารณะช่วยให้ทุกคนใช้พื้นที่ร่วมกันได้อย่างสะดวก ควรหลีกเลี่ยงการเปิดเสียงดัง ขับขี่ยานพาหนะเข้าไปในทางเดิน ทิ้งขยะนอกถัง หรือจัดกิจกรรมที่กีดขวางเส้นทาง ไม่ควรเด็ดดอกไม้ หักกิ่งไม้ หรือจับสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ผู้ที่นำอาหารเข้ามาควรเก็บภาชนะและเศษอาหารกลับออกไป หากพาสัตว์เลี้ยงมาด้วยควรใช้สายจูง ดูแลความสะอาด และปฏิบัติตามข้อกำหนดของเทศบาลในขณะนั้น
พื้นที่น้ำเป็นองค์ประกอบที่สวยงามแต่ต้องใช้ความระมัดระวัง ไม่ควรลงเล่นน้ำ เดินออกนอกเส้นทางไปยังขอบหนอง หรือยืนพิงราวสะพานในลักษณะที่เสี่ยงต่อการพลัดตก ผู้ปกครองควรจับมือเด็กเล็กเมื่อเดินผ่านสะพาน ส่วนผู้ที่มาวิ่งควรลดความเร็วเมื่อผ่านทางแคบ พื้นเปียก หรือบริเวณที่มีผู้สูงอายุ การปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยพื้นฐานทำให้การใช้สวนเป็นประสบการณ์ที่ผ่อนคลายและลดผลกระทบต่อผู้ใช้พื้นที่คนอื่น
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้สวนที่สามารถจัดรวมในเส้นทางเดียวกันได้สะดวก ได้แก่ วัดสว่างสุวรรณารามซึ่งอยู่ตรงข้ามสวน โบสถ์นักบุญอันนา หนองแสง ซึ่งสะท้อนประวัติศาสตร์ชุมชนคริสต์ในนครพนม จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังเก่าที่นำเสนอเรื่องราวของเมือง หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ความสัมพันธ์ของชุมชนชาวเวียดนาม และพญาศรีสัตตนาคราชซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญริมแม่น้ำโขง
เส้นทางครึ่งวันสามารถเริ่มจากสวนหลวง ร.9 ในช่วงเช้า ต่อด้วยโบสถ์นักบุญอันนาและจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังเก่า จากนั้นแวะหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์และรับประทานอาหารกลางวันในย่านเมือง ส่วนเส้นทางเต็มวันสามารถเพิ่มวัดพระธาตุพนม บ้านลุงโฮจิมินห์ หรือแหล่งท่องเที่ยวนอกเขตเมืองตามเวลาที่มี การวางสวนไว้ต้นเส้นทางช่วยให้ได้เริ่มวันด้วยกิจกรรมเบา ๆ ก่อนเข้าสู่สถานที่ที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากขึ้น
บริเวณใกล้สวนมีร้านอาหารท้องถิ่นขนาดเล็กหลายแห่ง โดยเฉพาะร้านอาหารอีสาน ร้านส้มตำ ร้านปลาเผา และร้านอาหารริมเส้นทาง ผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารใกล้ที่สุดสามารถเลือกร้านปลาเผาหน้าสวนหลวง ร.9 หรือร้านก้อย ลาบ ต้ม ส้มตำแม่จอย ส่วนผู้ที่ต้องการบรรยากาศริมแม่น้ำโขงสามารถเดินทางต่อไปยัง Kitchen Khong หรือเรือนริมน้ำได้ การโทรสอบถามร้านก่อนเดินทางเหมาะสำหรับกลุ่มใหญ่หรือผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารในช่วงวันหยุด
ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักใกล้สวนบนแนวถนนนครพนม–ท่าอุเทน หรือเลือกโรงแรมในย่านใจกลางเมืองและริมแม่น้ำโขง โรงแรมสยามแกรนด์ เดอะรูม และบลูโฮเทลอยู่ในระยะเดินทางสั้นจากสวน เหมาะกับผู้ที่มีรถส่วนตัวและต้องการเข้าออกเมืองสะดวก ส่วนโรงแรมในย่านริมโขงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินเที่ยวตลาด ร้านอาหาร และแลนด์มาร์กช่วงเย็น การเลือกที่พักควรพิจารณาระยะทางจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นประกอบ ไม่จำเป็นต้องเลือกจากระยะทางถึงสวนเพียงอย่างเดียว
ในเชิงสังคม สวนหลวง ร.9 เป็นตัวอย่างของพื้นที่สาธารณะที่เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน เงินบริจาคจากหน่วยงาน พ่อค้า และประชาชนรวมกับงบประมาณเทศบาล ทำให้หนองน้ำเก่ากลายเป็นทรัพย์สินร่วมของเมือง เรื่องราวนี้ทำให้สวนมีคุณค่ามากกว่าสถานที่พักผ่อน เพราะสะท้อนความสามารถของชุมชนในการรวมพลังสร้างสาธารณประโยชน์ และแสดงให้เห็นว่าการเฉลิมพระเกียรติสามารถดำเนินควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมได้
ในเชิงประวัติศาสตร์เมือง สวนช่วยเก็บรักษาชื่อหนองแสงและความทรงจำเกี่ยวกับภูมิประเทศเดิมไว้ แม้รูปแบบการใช้งานจะเปลี่ยนจากหนองน้ำธรรมชาติไปเป็นสวนสาธารณะที่มีทางเดินและสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น แต่โครงสร้างหนองและเกาะยังทำให้คนรุ่นหลังมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างเมืองนครพนมกับพื้นที่ชุ่มน้ำ การเรียนรู้ประวัติของสวนจึงช่วยให้การเดินชมธรรมดามีความหมายมากขึ้น เพราะทุกส่วนของพื้นที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของเมืองในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
สวนยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชื่อมคนหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน ในช่วงเช้าอาจพบผู้สูงอายุและผู้รักสุขภาพออกมาเดินหรือออกกำลังกาย ช่วงกลางวันเป็นพื้นที่พักของผู้เดินทางและคนในชุมชน ส่วนช่วงบ่ายและเย็นเหมาะกับครอบครัว นักเรียน และผู้ที่ต้องการพบปะพูดคุย การใช้งานที่หลากหลายทำให้สวนมีชีวิตและไม่ถูกจำกัดให้เป็นเพียงอนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติที่เข้าชมเฉพาะโอกาสสำคัญ
การดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่องมีความสำคัญต่อทั้งคุณภาพน้ำ ความปลอดภัยของทางเดิน ความสะอาด และสุขภาพของต้นไม้ หน่วยงานในจังหวัดและเทศบาลเมืองนครพนมเคยจัดกิจกรรมทำความสะอาดและปรับภูมิทัศน์ภายในสวนร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้สวนยังคงเป็นพื้นที่พักผ่อนของประชาชน ผู้ใช้สวนสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการลดขยะ ดูแลทรัพย์สินสาธารณะ และแจ้งเทศบาลเมื่อพบความเสียหายหรือจุดที่อาจเป็นอันตราย
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบสถานที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ สวนหลวง ร.9 อาจไม่ใช่จุดที่ใช้เวลาตลอดวันหรือมีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ แต่เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ความเป็นสวนของคนเมืองนครพนมจริง ๆ ผู้มาเยือนสามารถเห็นวิถีการใช้พื้นที่ของชุมชน เดินชมหนองน้ำที่มีประวัติยาวนาน และเข้าใจมิติหนึ่งของเมืองนอกเหนือจากวัด พระธาตุ และแลนด์มาร์กริมโขง การแวะสวนจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการรู้จักนครพนมอย่างค่อยเป็นค่อยไปและไม่จำกัดการเดินทางไว้เฉพาะจุดถ่ายภาพยอดนิยม
หากมีเวลาจำกัดประมาณ 30 นาที ควรใช้เวลาบริเวณทางเข้า เดินไปยังจุดชมหนองและสะพานใกล้ที่สุด แล้วกลับเส้นทางเดิม หากมีเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สามารถเดินสำรวจแนวทางเดินหลักและพักใต้ร่มไม้ ส่วนผู้ที่มีเวลา 2 ชั่วโมงสามารถเดินอย่างช้า ๆ ถ่ายภาพหลายมุม และใช้พื้นที่เป็นจุดพักก่อนเดินทางต่อ การกำหนดเวลาให้เหมาะกับสภาพอากาศและสภาพร่างกายช่วยให้การมาเยือนมีคุณภาพมากกว่าการพยายามเดินให้ครบทุกส่วนอย่างเร่งรีบ
สิ่งที่ควรเตรียมสำหรับการมาเที่ยว ได้แก่ รองเท้าสำหรับเดิน น้ำดื่ม หมวกหรือร่ม อุปกรณ์ป้องกันแดด และผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงในฤดูฝน ผู้ที่ตั้งใจถ่ายภาพควรเตรียมผ้าสำหรับเช็ดเลนส์ เนื่องจากความชื้นใกล้หนองน้ำอาจสูงในช่วงเช้า การพกถุงขนาดเล็กสำหรับเก็บขยะส่วนตัวช่วยลดภาระการจัดการขยะของสวน ส่วนผู้ที่เดินทางกับเด็กหรือผู้สูงอายุควรจัดช่วงพักเป็นระยะและไม่เลือกเวลาที่อากาศร้อนจัด
สวนหลวง ร.9 จังหวัดนครพนมจึงเป็นทั้งสวนสาธารณะ พื้นที่ชุ่มน้ำในเขตเมือง สถานที่เฉลิมพระเกียรติ และบันทึกความร่วมมือของชาวนครพนมในสถานที่เดียวกัน จากหนองแสงที่มีต้นไม้พื้นถิ่นและเกาะเล็กกระจายอยู่ภายใน พื้นที่ได้รับการฟื้นฟูให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้โดยไม่สูญเสียลักษณะสำคัญของหนองน้ำเดิม การมาเยือนช่วยให้ผู้เดินทางได้พักจากเส้นทางท่องเที่ยวที่หนาแน่น พร้อมเรียนรู้เรื่องราวของเมืองผ่านภูมิทัศน์ที่ยังคงอยู่ในชีวิตประจำวันของชุมชน
ผู้ที่กำลังวางแผนเที่ยวตัวเมืองนครพนมสามารถเลือกสวนแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นยามเช้า จุดพักระหว่างวัน หรือจุดออกกำลังกายก่อนชมบรรยากาศริมโขงในช่วงเย็น ด้วยทำเลที่อยู่ไม่ไกลจากศาสนสถาน อาคารประวัติศาสตร์ ร้านอาหาร และที่พักหลายระดับ สวนหลวง ร.9 สามารถเชื่อมเข้ากับแผนการเดินทางได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้เวลาทั้งวัน สิ่งสำคัญคือการใช้พื้นที่ด้วยความระมัดระวัง รักษาความสะอาด เคารพผู้ใช้สวนคนอื่น และช่วยกันรักษาหนองแสงให้เป็นพื้นที่สีเขียวของเมืองนครพนมต่อไป
| ชื่อสถานที่ | สวนหลวง ร.9 จังหวัดนครพนม หรือสวนหนองแสง |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Suan Luang Rama IX Park, Nakhon Phanom |
| ที่ตั้ง | ทางด้านทิศเหนือของเขตเทศบาลเมืองนครพนม ตำบลหนองแสง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม |
| ที่อยู่ | ถนนนครพนม–ท่าอุเทน ทางหลวงหมายเลข 212 ช่วงกิโลเมตรที่ 0–1 ตรงข้ามวัดสว่างสุวรรณาราม ตำบลหนองแสง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000 |
| พิกัด | 17.4181, 104.7756 |
| พื้นที่ | ประมาณ 84 ไร่ 59 ตารางวา |
| ไฮไลต์ | สวนสาธารณะที่พัฒนาจากหนองน้ำธรรมชาติ มีเกาะเล็ก สะพาน ทางเดินรอบน้ำ พื้นที่ร่มไม้ และภูมิทัศน์ที่เหมาะกับการพักผ่อนและออกกำลังกาย |
| ประวัติ | พัฒนาจากสวนหนองแสงในปี 2530 เพื่อถวายเป็นพระราชสักการะเนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2530 เวลา 09.30 น. |
| งบประมาณเริ่มต้น | เงินบริจาคจากหน่วยงาน พ่อค้า และประชาชนประมาณ 400,000 บาท พร้อมงบสมทบจากเทศบาลเมืองนครพนม 100,000 บาท |
| ที่มาของชื่อหนองแสง | มาจากคำบอกเล่าว่าบริเวณรอบหนองเคยมีต้นแสงขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเรียกพื้นที่ตามพืชที่พบเด่นในท้องถิ่น |
| ลักษณะเด่น | ยังคงองค์ประกอบของหนองน้ำและเกาะธรรมชาติเดิมไว้ พร้อมปรับภูมิทัศน์ให้เป็นพื้นที่สีเขียวกลางเมืองสำหรับประชาชนทุกวัย |
| กิจกรรมที่เหมาะสม | เดินเพื่อสุขภาพ วิ่งเบา ๆ พักผ่อน อ่านหนังสือ ถ่ายภาพ ชมหนองน้ำ และทำกิจกรรมครอบครัว |
| ช่วงเวลาที่เหมาะ | ช่วงเช้า 08.30–10.00 น. และช่วงบ่ายแก่ 15.30–16.30 น. โดยฤดูหนาวเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งมากที่สุด |
| ระยะเวลาเที่ยว | ประมาณ 1–2 ชั่วโมง |
| การเดินทาง | จากใจกลางเมืองนครพนมใช้ถนนสุนทรวิจิตรหรือทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าอำเภอท่าอุเทนประมาณ 3 กิโลเมตร สวนอยู่ตรงข้ามวัดสว่างสุวรรณาราม เดินทางได้ด้วยรถยนต์ รถเช่า รถรับจ้าง รถสามล้อท้องถิ่น หรือจักรยาน |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดใช้เป็นสวนสาธารณะและพื้นที่พักผ่อนของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองนครพนม |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.30–16.30 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เสียค่าเข้าชม |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ทางเดิน สะพาน พื้นที่ร่มเงา สวนหย่อม ลานกิจกรรม พื้นที่ออกกำลังกาย และบริเวณพักผ่อนรอบหนองน้ำ |
| โซนและพื้นที่สำคัญ | 1. บริเวณทางเข้าและป้ายชื่อสวน 2. พื้นที่หนองน้ำและเกาะธรรมชาติ 3. สะพานและทางเดินรอบน้ำ 4. พื้นที่ร่มไม้และสวนหย่อม 5. ลานเปิดและพื้นที่ออกกำลังกาย |
| ผู้ดูแล | เทศบาลเมืองนครพนม |
| เบอร์ติดต่อหลัก | เทศบาลเมืองนครพนม โทร. 042-512-005 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. วัดสว่างสุวรรณาราม ระยะทาง 0.2 กม. 2. โบสถ์นักบุญอันนา หนองแสง ระยะทาง 1.5 กม. 3. จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังเก่า ระยะทาง 2 กม. 4. หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ระยะทาง 3 กม. 5. พญาศรีสัตตนาคราช ระยะทาง 3.5 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. ปลาเผา หน้าสวนหลวง ร.9 ระยะทาง 0.2 กม. โทร. 093-364-3670 2. ก้อย ลาบ ต้ม ส้มตำ แม่จอย ระยะทาง 0.3 กม. โทร. 099-976-1508 3. พอดีคำ แซนด์วิช ระยะทาง 0.5 กม. โทร. 094-384-6094 4. Kitchen Khong The River Front ระยะทาง 3 กม. โทร. 085-924-7898 5. เรือนริมน้ำ ระยะทาง 3.5 กม. โทร. 082-107-7241 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. โรงแรมสยามแกรนด์ นครพนม ระยะทาง 0.6 กม. โทร. 042-512-750 2. The Room Hotel Nakhon Phanom ระยะทาง 1 กม. โทร. 042-512-144 3. Blu Hotel Nakhon Phanom ระยะทาง 1.2 กม. โทร. 063-958-4403 4. บ้านพันสุข นครพนม ระยะทาง 2.5 กม. โทร. 042-511-035 5. พอเพียง โฮเทล ระยะทาง 3 กม. โทร. 042-515-444 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: สวนหลวง ร.9 จังหวัดนครพนมอยู่ที่ไหน?
ตอบ: สวนตั้งอยู่บนถนนนครพนม–ท่าอุเทน ช่วงกิโลเมตรที่ 0–1 ตำบลหนองแสง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม โดยอยู่ตรงข้ามวัดสว่างสุวรรณารามและห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร
ถาม: สวนหลวง ร.9 นครพนมเปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น. ช่วงเช้าและช่วงบ่ายแก่เหมาะกับการเดิน ออกกำลังกาย และถ่ายภาพมากที่สุด
ถาม: สวนหลวง ร.9 นครพนมเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชม เป็นสวนสาธารณะที่เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าใช้พื้นที่
ถาม: ทำไมสวนหลวง ร.9 จึงมีอีกชื่อว่าสวนหนองแสง?
ตอบ: พื้นที่เดิมเป็นหนองน้ำธรรมชาติชื่อหนองแสง ซึ่งมีคำบอกเล่าว่าบริเวณรอบหนองเคยมีต้นแสงขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ชื่อสวนหนองแสงจึงยังคงใช้ในหมู่คนท้องถิ่น
ถาม: สวนหลวง ร.9 จังหวัดนครพนมสร้างขึ้นเมื่อใด?
ตอบ: พื้นที่ได้รับการพัฒนาในปี 2530 เพื่อถวายเป็นพระราชสักการะเนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2530
ถาม: ภายในสวนมีกิจกรรมอะไรบ้าง?
ตอบ: กิจกรรมที่เหมาะสม ได้แก่ เดินเพื่อสุขภาพ วิ่งเบา ๆ พักผ่อน อ่านหนังสือ ถ่ายภาพ ชมหนองน้ำและสะพาน รวมถึงทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว
ถาม: ควรใช้เวลาเที่ยวสวนหลวง ร.9 นานเท่าใด?
ตอบ: ควรเผื่อเวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง หากแวะชมเฉพาะบริเวณทางเข้า หนองน้ำ และสะพานใกล้ที่สุด สามารถใช้เวลาประมาณ 30–45 นาทีได้
ถาม: สามารถเที่ยวสวนหลวง ร.9 ร่วมกับที่ใดได้บ้าง?
ตอบ: สามารถจัดเส้นทางร่วมกับวัดสว่างสุวรรณาราม โบสถ์นักบุญอันนา หนองแสง จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหลังเก่า หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ และพญาศรีสัตตนาคราชได้ภายในวันเดียว
หมวดหมู่: ●บันเทิง และท่องเที่ยวเชิงเกษตร
กลุ่ม: ●ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ปรับปรุงล่าสุด : 2 เดือนที่แล้ว




