หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม >อ.นาแก >ต.นาแก > พระธาตุศรีคุณ
TL;DR: พระธาตุศรีคุณ อยู่ที่บ้านนาแกน้อย หมู่ 3 ตำบลนาแก อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม 48130 เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. การเดินทางสะดวก จากอำเภอธาตุพนมใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ต่อทางหลวงหมายเลข 223 ระยะทางประมาณ 27 กม. จากตัวเมืองนครพนมประมาณ 75 กม.
พระธาตุศรีคุณ

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 18.00 น.
พระธาตุศรีคุณ จังหวัดนครพนม หรือที่พบการเขียนอีกแบบว่า “พระธาตุศรีคูณ” ประดิษฐานอยู่ภายในวัดธาตุศรีคุณ บ้านนาแกน้อย หมู่ 3 ตำบลนาแก อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอนาแก และเป็นหนึ่งในพระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 8 แห่งของจังหวัดนครพนม โดยได้รับการยกย่องให้เป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันอังคาร จุดเด่นสำคัญคือองค์พระธาตุทรงสี่เหลี่ยมสูงประมาณ 24 เมตร มีรูปแบบส่วนบนคล้ายพระธาตุพนม แต่ฐานชั้นแรกแบ่งออกเป็น 2 ตอน ประดับลวดลายปูนปั้น ส่วนชั้นที่ 2 มีสัดส่วนสั้นกว่า ภายในบรรจุพระอรหันตธาตุของพระมหาโมคคัลลานะ พระสารีบุตร และพระมหากัจจายนะ ผู้มาเยือนสามารถเข้าสักการะได้ทุกวันโดยไม่เสียค่าเข้าชม เหมาะทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการไหว้พระธาตุประจำวันเกิด ผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้เส้นทางวัฒนธรรมอำเภอนาแกอย่างลึกซึ้ง
ความสำคัญของพระธาตุศรีคุณไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความเชื่อเรื่องพระธาตุประจำผู้เกิดวันอังคาร แต่ยังเชื่อมโยงกับประวัติการตั้งถิ่นฐานของชุมชนผู้ไทและประชาชนในเขตนาแก เมื่อมองจากบริเวณลานวัดจะเห็นองค์พระธาตุตั้งตระหง่านเป็นศูนย์กลางของพื้นที่ศาสนสถาน รอบองค์พระธาตุมีอาคารสำคัญและสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายส่วน ทั้งพระอุโบสถ ใบเสมาหินโบราณ ศาลาการเปรียญ พระพุทธไสยาสน์ที่แกะสลักจากต้นกระท้อนเก่าแก่ และรูปพญานาคที่สร้างบรรยากาศเชื่อมโยงกับคติความเชื่อของลุ่มแม่น้ำโขง การเดินชมวัดจึงไม่ใช่เพียงการมากราบองค์พระธาตุแล้วเดินทางกลับ แต่เป็นโอกาสทำความเข้าใจพัฒนาการของชุมชน ศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนา และวิธีที่ผู้คนรักษาความทรงจำเกี่ยวกับบรรพบุรุษไว้ผ่านศาสนสถาน
วัดธาตุศรีคุณตั้งอยู่ในบริเวณบ้านนาแกน้อย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเก่าในอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม พื้นที่โดยรอบมีภูมิประเทศเชื่อมต่อระหว่างที่ราบเกษตรกรรม ลำน้ำก่ำ และแนวเทือกเขาภูพาน ทำให้นาแกเป็นพื้นที่ที่มีทั้งความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ชื่อของพระธาตุและวัดปรากฏทั้งรูป “ศรีคุณ” และ “ศรีคูณ” ในเอกสาร แผนที่ และภาษาพูดของท้องถิ่น ปัจจุบันชื่อ “วัดธาตุศรีคุณ” เป็นชื่อที่ใช้ในฐานข้อมูลทางศาสนาและหน่วยงานท้องถิ่นหลายแห่ง ขณะที่ชื่อ “พระธาตุศรีคูณ” ยังคงได้รับความนิยมเนื่องจากสอดคล้องกับความเชื่อเรื่องอานิสงส์ที่ช่วยให้ศักดิ์ศรีและสิริมงคลเพิ่มพูนทวีคูณ
เรื่องราวของวัดเริ่มต้นจากการเป็นวัดร้างและโบราณสถานกลางป่า ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าพระธาตุองค์แรกสร้างขึ้นในสมัยใด แต่บันทึกท้องถิ่นกล่าวถึงการค้นพบในช่วงประมาณ พ.ศ. 2340–2360 โดยกลุ่มชาวผู้ไทวังและผู้ไทกะโปซึ่งอพยพจากดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่นาแก กลุ่มผู้นำที่ปรากฏในเรื่องเล่า ได้แก่ นายโสมแผ้ว นายอ้อน และนายจ่า เมื่อออกสำรวจพื้นที่เพื่อหาชัยภูมิตั้งหมู่บ้าน พวกเขาพบเจดีย์เก่าก่ออิฐถือปูนอยู่กลางป่า ฐานกว้างประมาณ 12 เมตร ตัวเจดีย์เอียงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และมีรูปทรงโดยรวมคล้ายพระธาตุพนม
นอกจากซากเจดีย์แล้ว คณะสำรวจยังพบสิ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า “หอคุณ” ซึ่งมีลักษณะเป็นศาลหรือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างจากท่อนซุงไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่ การพบเจดีย์และหอคุณในพื้นที่เดียวกันทำให้ชุมชนเห็นว่าบริเวณนี้เป็นพื้นที่สำคัญทั้งในเชิงศาสนาและการตั้งถิ่นฐาน เมื่อสำรวจแหล่งน้ำและที่ดินโดยรอบแล้วจึงย้ายครอบครัวเข้ามาตั้งบ้านเรือน ถากถางพื้นที่เพื่อทำไร่ทำนา และช่วยกันบูรณะวัดร้างให้กลับมาเป็นศูนย์กลางของชุมชน การกำเนิดวัดธาตุศรีคุณจึงสัมพันธ์กับการสร้างบ้านเมืองของผู้คนรุ่นแรกในนาแกโดยตรง
ที่มาของชื่อ “วัดธาตุศรีคุณ” มีคำอธิบายสืบต่อกันในท้องถิ่นจากองค์ประกอบ 3 คำ คำว่า “ธาตุ” เป็นคำที่คนอีสานและชุมชนลุ่มแม่น้ำโขงใช้เรียกเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุหรือพระอรหันตธาตุ คำว่า “ศรี” เชื่อมโยงกับคำว่า “สี” ในความหมายของบริเวณที่ช้างเคยใช้ลำตัวสีต้นไม้เพื่อแก้อาการคัน ส่วนคำว่า “คุณ” มาจากหอคุณที่ค้นพบอยู่ใกล้องค์เจดีย์ เมื่อนำคำทั้งหมดมารวมกันจึงเกิดเป็นชื่อวัดธาตุศรีคุณ ซึ่งชาวบ้านอธิบายความหมายว่าเป็นวัดที่มีองค์พระธาตุอันสง่างามและเป็นคุณต่อพระพุทธศาสนาและชุมชน
หลังการค้นพบ ชาวบ้านได้บูรณะวัดและองค์พระธาตุหลายระยะ เอกสารท้องถิ่นบันทึกการปฏิสังขรณ์ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และมีการบูรณะครั้งสำคัญอีกครั้งในช่วง พ.ศ. 2486–2497 โดยก่อสร้างองค์พระธาตุใหม่ครอบฐานเจดีย์เก่าไว้ วิธีการสร้างครอบองค์เดิมเช่นนี้สะท้อนความตั้งใจรักษาพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เดิมโดยไม่รื้อถอนร่องรอยทั้งหมด องค์พระธาตุที่เห็นในปัจจุบันจึงเป็นผลจากการสืบต่อศรัทธาหลายยุคสมัย มากกว่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียว
วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2490 เป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติพระธาตุศรีคุณ เมื่อข้าราชการและผู้นำท้องถิ่นได้อัญเชิญพระอรหันตธาตุจากประเทศอินเดียมาประดิษฐานเพื่อให้ประชาชนชาวนาแกสักการะ พระอรหันตธาตุที่กล่าวถึงประกอบด้วยธาตุของพระมหาโมคคัลลานะ พระสารีบุตร และพระมหากัจจายนะ ภายหลังการบูรณะองค์พระธาตุแล้วเสร็จ พระอรหันตธาตุเหล่านี้ได้รับการบรรจุไว้ภายในพร้อมกับโบราณวัตถุและพระพุทธรูปที่ค้นพบระหว่างขุดรอบฐานเจดีย์เก่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้องค์พระธาตุได้รับความเคารพมากขึ้นในฐานะที่ประดิษฐานพระธาตุของพระอัครสาวกและพระเถระสำคัญในพระพุทธศาสนา
ระหว่างการบูรณะมีการค้นพบพระพุทธรูปหลายประเภท ทั้งพระพุทธรูปโลหะมีค่า พระพุทธรูปหิน พระพุทธรูปเนื้อผง และวัตถุศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ สิ่งของที่ค้นพบถูกนำกลับไปบรรจุภายในองค์พระธาตุเมื่อการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ การกระทำดังกล่าวสอดคล้องกับธรรมเนียมการบูรณะพระธาตุในภาคอีสาน ซึ่งให้ความสำคัญกับการรักษาความต่อเนื่องของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และการรวบรวมวัตถุที่เกี่ยวข้องกับองค์เดิมไว้ภายในเจดีย์ใหม่ พระธาตุศรีคุณจึงเปรียบเสมือนชั้นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่เก็บทั้งความศรัทธา วัตถุโบราณ และเรื่องราวของผู้คนหลายรุ่นไว้ในโครงสร้างเดียวกัน
รูปแบบสถาปัตยกรรมของพระธาตุศรีคุณมีความสัมพันธ์อย่างชัดเจนกับพระธาตุพนม ซึ่งเป็นต้นแบบสำคัญของพระธาตุหลายองค์ในจังหวัดนครพนม องค์พระธาตุสูงประมาณ 24 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม มีสัดส่วนเรียวสูงขึ้นไปสู่ยอดฉัตร ส่วนฐานชั้นแรกแบ่งออกเป็น 2 ตอนและตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น ทำให้เกิดจังหวะของฐานที่แตกต่างจากพระธาตุพนม ชั้นถัดขึ้นไปมีความสั้นกระชับกว่าองค์ต้นแบบ แต่ยังรักษาโครงสร้างแนวตั้งและรูปทรงที่มองเห็นได้ชัดจากระยะไกล สีขาว สีทอง และรายละเอียดประดับรอบองค์พระธาตุช่วยสร้างความสง่างามท่ามกลางลานวัด
องค์พระธาตุหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเชื่อมโยงกับทิศประจำวันอังคารตามคติการจัดพระธาตุประจำวันเกิด รอบองค์พระธาตุมีพระพุทธรูปประดิษฐานตามทิศสำคัญ ทำให้พื้นที่สามารถใช้สักการะและเวียนประทักษิณได้อย่างเป็นระเบียบ รูปแบบดังกล่าวยังทำให้องค์พระธาตุดูเสมือนศูนย์กลางที่ได้รับการปกป้องจากพระพุทธรูปโดยรอบ ความสัมพันธ์ระหว่างทิศทาง จำนวนชั้น ความสูง และพระพุทธรูปประจำทิศได้รับการอธิบายผ่านความเชื่อเรื่องพลังนักสู้และความเข้มแข็งของผู้เกิดวันอังคาร
แม้จะได้รับการเรียกว่าเป็นพระธาตุประจำวันอังคาร แต่พระธาตุศรีคุณเปิดรับผู้ศรัทธาทุกวันเกิด ชาวบ้านเชื่อว่าผู้ที่ได้มานมัสการจะได้รับอานิสงส์ให้มีศักดิ์ศรีเพิ่มพูน มีสติปัญญา ความเข้มแข็ง และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเผชิญการแข่งขันหรือภารกิจที่ต้องใช้ความกล้าหาญ ความเชื่อเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมศรัทธาและไม่ได้จำกัดว่าผู้เกิดวันอื่นจะไม่สามารถมาสักการะได้ ผู้มาเยือนจึงสามารถตั้งจิตขอพรเกี่ยวกับความมั่นคง ความสำเร็จ การเรียน การงาน หรือการมีพลังใจในการดำเนินชีวิตได้ตามความเหมาะสม
การกำหนดพระธาตุศรีคุณให้เป็นพระธาตุประจำผู้เกิดวันอังคารสัมพันธ์กับพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำวันอังคารตามคติไทย พระพุทธรูปปางนี้แสดงพระพุทธองค์บรรทมตะแคงขวา พระเศียรหนุนพระหัตถ์ มีความหมายเกี่ยวข้องกับความสงบ ความมีสติ และการดำรงพระทัยอย่างมั่นคง แม้บุคลิกตามความเชื่อของผู้เกิดวันอังคารมักถูกอธิบายว่าเข้มแข็ง กล้าตัดสินใจ และมีพลังในการต่อสู้ แต่พระพุทธรูปปางไสยาสน์ช่วยเตือนให้พลังดังกล่าวอยู่ภายใต้สติ ความเมตตา และการพิจารณาอย่างรอบคอบ
เครื่องสักการะที่ประชาชนนิยมนำมาบูชาพระธาตุประกอบด้วยดอกไม้ ธูป เทียน ข้าวตอก น้ำอบ และเครื่องบูชาตามธรรมเนียมท้องถิ่น ดอกไม้สีชมพูได้รับความนิยมในกลุ่มผู้เกิดวันอังคารเนื่องจากถือเป็นสีที่สัมพันธ์กับวันเกิด บางแนวทางใช้ธูป 4 ดอกและเทียนสีขาว 2 เล่ม อย่างไรก็ตาม ผู้มาเยือนไม่จำเป็นต้องเตรียมของจำนวนมาก สิ่งสำคัญคือการแต่งกายสุภาพ ตั้งจิตสงบ กล่าวคำบูชาด้วยความเคารพ และไม่วางเครื่องสักการะในบริเวณที่กีดขวางทางเดินหรือทำให้เกิดความเสียหายต่อองค์พระธาตุ
วิธีสักการะที่เหมาะสมเริ่มจากการกราบพระประธานหรือจุดบูชาที่วัดจัดไว้ จากนั้นจึงจุดธูปเทียนตามข้อกำหนดของพื้นที่ ผู้ที่ไม่สะดวกจุดธูปสามารถพนมมือและตั้งจิตระลึกถึงพระรัตนตรัยได้เช่นกัน เมื่อสักการะแล้วสามารถเดินเวียนรอบองค์พระธาตุในทิศตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ โดยรักษาความสงบ ไม่เดินตัดหน้าผู้ที่กำลังกราบพระ และไม่สัมผัสลวดลายปูนปั้นหรือส่วนประกอบขององค์พระธาตุ การเวียนประทักษิณควรเป็นช่วงเวลาที่ใช้ทบทวนตนเองมากกว่าการเร่งเดินเพื่อให้ครบจำนวนรอบ
บริเวณใกล้องค์พระธาตุมีพระอุโบสถที่เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญของวัด รอบอุโบสถปักใบเสมาหินจำนวน 11 ใบ แบ่งเป็นเสมาแบบเรียบและเสมาที่มีลวดลายสลัก ลวดลายสำคัญประกอบด้วยรูปสถูป หม้อปูรณฆฏะหรือหม้อแห่งความอุดมสมบูรณ์ ลายกลีบบัว และลายคั่นลูกประคำ รูปแบบดังกล่าวได้รับการจัดอยู่ในกลุ่มศิลปกรรมสมัยทวารวดี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 14–16 ใบเสมาเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพื้นที่นาแกมีความสำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรมมาก่อนการตั้งชุมชนสมัยใหม่เป็นเวลาหลายร้อยปี
ใบเสมามีหน้าที่กำหนดเขตพัทธสีมาของพระอุโบสถ เป็นเครื่องหมายแสดงขอบเขตสำหรับประกอบสังฆกรรม แต่ใบเสมาของวัดธาตุศรีคุณมีคุณค่าเพิ่มขึ้นจากอายุและลวดลายโบราณ การปักเสมาตามทิศทั้ง 8 สะท้อนระบบการวางผังพื้นที่ศาสนสถาน ขณะที่จำนวน 11 ใบแสดงให้เห็นว่ามีเสมาบางตำแหน่งมากกว่าหนึ่งใบ นักท่องเที่ยวควรชมจากระยะที่เหมาะสม ไม่ปีน นั่งพิง หรือสัมผัสรอยสลัก เพราะการเสียดสีและน้ำมันจากผิวหนังสามารถสร้างความเสียหายต่อผิวหินในระยะยาวได้
ด้านหน้าพระอุโบสถมีรูปพญานาคหลายเศียรซึ่งช่วยเสริมบรรยากาศของศาสนสถานลุ่มแม่น้ำโขง พญานาคเป็นสัญลักษณ์ที่ปรากฏอย่างแพร่หลายในวัดของจังหวัดนครพนมและภาคอีสาน สื่อถึงผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนา ความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำ และความเชื่อที่เชื่อมโยงชุมชนสองฝั่งแม่น้ำโขง รูปพญานาคของวัดธาตุศรีคุณจึงไม่ได้เป็นเพียงงานตกแต่ง แต่ช่วยสะท้อนภูมิหลังทางวัฒนธรรมของผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ระหว่างแม่น้ำก่ำ แม่น้ำโขง และแนวภูพาน
อีกหนึ่งสิ่งสำคัญภายในวัดคือพระพุทธไสยาสน์ที่มีชื่อว่า พระพุทธเจ้าใหญ่องค์ต้องแสนสุข ประดิษฐานอยู่ในศาลาการเปรียญ พระพุทธรูปองค์นี้แกะสลักจากลำต้นกระท้อนหรือที่คนอีสานเรียกว่า “ต้นหมากต้อง” ซึ่งเคยเติบโตอยู่คู่กับวัดมาเกือบ 200 ปี ต้นกระท้อนมีลำต้นขนาดใหญ่ สูงเกือบ 10 เมตร และมีวงรอบประมาณ 3 เมตร เมื่อหักโค่นจากพายุฝนในปี พ.ศ. 2559 พระสงฆ์และชาวบ้านเห็นคุณค่าของไม้เก่าแก่จึงร่วมกันนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์แทนการปล่อยให้ผุพัง
พระพุทธเจ้าใหญ่องค์ต้องแสนสุขมีความสูงประมาณ 1 เมตรและยาวประมาณ 3 เมตร เนื้อไม้กระท้อนมีลวดลายละเอียดและสีสันเป็นธรรมชาติ การสร้างพระพุทธรูปจากต้นไม้ที่เคยให้ร่มเงาแก่ชุมชนมาหลายชั่วอายุคนมีความหมายในด้านการเปลี่ยนสิ่งที่เสียหายจากธรรมชาติให้กลายเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ พระนอนองค์นี้ยังสอดคล้องกับสถานะของพระธาตุศรีคุณในฐานะพระธาตุประจำวันอังคาร ทำให้ผู้มาเยือนสามารถสักการะทั้งองค์พระธาตุและพระพุทธรูปประจำวันเกิดได้ภายในวัดเดียวกัน
การแกะสลักพระนอนจากต้นกระท้อนเกิดจากแนวคิดของพระครูบวรโพธิวัฒน์และพระสงฆ์ภายในวัด ร่วมกับศรัทธาของประชาชนในพื้นที่ กระบวนการนี้แสดงให้เห็นบทบาทของวัดในการอนุรักษ์ทั้งพระพุทธศาสนาและทรัพยากรที่มีความหมายต่อชุมชน ต้นไม้เก่าแก่ไม่ได้หายไปจากความทรงจำหลังหักโค่น แต่ได้รับชีวิตใหม่ในฐานะพุทธศิลป์ที่ผู้คนเข้ามากราบไหว้ทุกวัน เรื่องราวของพระพุทธเจ้าใหญ่องค์ต้องแสนสุขจึงเหมาะสำหรับใช้สอนเรื่องความไม่เที่ยง การใช้ทรัพยากรอย่างเห็นคุณค่า และการเปลี่ยนความสูญเสียให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
วัดธาตุศรีคุณยังเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาของชุมชนนาแกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำบุญวันพระ การสวดมนต์ การฟังพระธรรมเทศนา การบำเพ็ญกุศล และกิจกรรมส่งเสริมการรักษาศีล วัดเคยได้รับการกำหนดให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนครพนม ทำให้พื้นที่ไม่ได้มีบทบาทเฉพาะด้านการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นสถานที่ศึกษาธรรมและฝึกจิตของประชาชน ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมปฏิบัติธรรมเป็นหมู่คณะควรติดต่อวัดล่วงหน้าเพื่อสอบถามกำหนดการ ที่พัก และข้อปฏิบัติ เนื่องจากกิจกรรมแต่ละช่วงอาจแตกต่างกันตามปฏิทินของคณะสงฆ์
ผู้ดูแลวัด คือพระครูบวรโพธิวัฒน์ หรือพระครูบวรโพธิวัฒน์ ประยูร ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดธาตุศรีคุณและเจ้าคณะอำเภอนาแก วัดมีพระภิกษุจำพรรษาและมีพระสงฆ์ช่วยดูแลศาสนสถาน งานพิธี และกิจกรรมของประชาชน การดูแลโบราณวัตถุ ใบเสมาหิน และองค์พระธาตุจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์ หน่วยงานด้านวัฒนธรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน ผู้มาเยือนจึงควรปฏิบัติตามป้ายและคำแนะนำของพระสงฆ์โดยเฉพาะในช่วงที่มีการบูรณะหรือจัดงานขนาดใหญ่
งานนมัสการพระธาตุศรีคุณเป็นประเพณีสำคัญประจำปีของอำเภอนาแก จัดร่วมกับงานบุญมหาชาติหรือบุญผะเหวดในช่วงบุญเดือน 4 ตามปฏิทินจันทรคติ กำหนดวันจึงเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี ตัวอย่างในปี 2026 งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–5 มีนาคม ภายในงานมีพิธีบวงสรวงและนมัสการองค์พระธาตุ การทำบุญ ฟังเทศน์มหาชาติ กิจกรรมทางพระพุทธศาสนา การแสดงวัฒนธรรม การจำหน่ายสินค้าชุมชน และกิจกรรมของหน่วยงานในอำเภอ งานดังกล่าวช่วยให้พระธาตุศรีคุณยังคงเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงศาสนา วัฒนธรรม และเศรษฐกิจท้องถิ่นเข้าด้วยกัน
บุญมหาชาติเป็นประเพณีการฟังเทศน์เรื่องพระเวสสันดรชาดก ซึ่งสะท้อนคุณธรรมเรื่องการให้ทาน ความเสียสละ และการบำเพ็ญบารมี ชุมชนอีสานเรียกประเพณีนี้ว่าบุญผะเหวดและถือเป็นหนึ่งในฮีตสิบสอง การจัดงานนมัสการพระธาตุร่วมกับบุญมหาชาติทำให้ผู้ร่วมงานได้ทั้งกราบพระธาตุ ฟังธรรม และพบปะเครือญาติ ผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศคึกคักควรวางแผนเดินทางในช่วงงานประจำปี ส่วนผู้ที่ต้องการความสงบและมีเวลาสังเกตศิลปกรรมอย่างละเอียดควรมาในวันธรรมดาหรือช่วงเช้าก่อนคณะนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึง
บรรยากาศของวัดในวันปกติมีความสงบและเป็นกันเอง ลานรอบพระธาตุเปิดกว้าง สามารถมองเห็นรายละเอียดสถาปัตยกรรมได้จากหลายมุม ช่วงเช้าแสงแดดไม่แรงและเหมาะกับการสักการะ ส่วนช่วงบ่ายแก่แสงอุ่นจะช่วยเน้นสีทองและลวดลายรอบองค์พระธาตุ ฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่เดินเที่ยวได้สบายที่สุด ขณะที่ฤดูร้อนควรหลีกเลี่ยงช่วงเที่ยงเพราะลานคอนกรีตสะสมความร้อน ฤดูฝนอาจมีพื้นลื่นจึงควรเตรียมร่มและรองเท้าที่เดินสะดวก
พื้นที่สำคัญภายในวัดสามารถแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้หลายส่วน ส่วนแรกคือเขตองค์พระธาตุศรีคุณและลานเวียนประทักษิณ ซึ่งเป็นพื้นที่สักการะหลัก ส่วนที่ 2 คือพระอุโบสถและกลุ่มใบเสมาหินสมัยทวารวดี ส่วนที่ 3 คือศาลาการเปรียญซึ่งประดิษฐานพระพุทธเจ้าใหญ่องค์ต้องแสนสุข ส่วนที่ 4 คือบริเวณพระพุทธรูปและพญานาครอบศาสนสถาน ส่วนที่ 5 คือเขตเสนาสนะและพื้นที่ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ ซึ่งผู้มาเยือนควรรักษาความสงบและไม่เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต การแบ่งพื้นที่ดังกล่าวช่วยให้ผู้เที่ยวสามารถวางลำดับการเข้าชมได้โดยไม่รบกวนกิจกรรมของวัด
เส้นทางเข้าชมที่เหมาะสมเริ่มจากจอดรถบริเวณที่วัดจัดไว้ จากนั้นเดินไปยังจุดบูชาพระรัตนตรัยและองค์พระธาตุ ก่อนเวียนประทักษิณรอบองค์พระธาตุ เมื่อสักการะเสร็จจึงเดินชมพระอุโบสถและใบเสมาหินโดยไม่ข้ามเขตที่กั้นไว้ ต่อด้วยการเข้าไปกราบพระพุทธไสยาสน์ในศาลาการเปรียญ และปิดท้ายด้วยการพักบริเวณลานวัดหรือศึกษาป้ายข้อมูล ใช้เวลาประมาณ 60–90 นาทีจึงจะสามารถชมจุดสำคัญได้ครบโดยไม่เร่งรีบ หากมาในช่วงงานประจำปีควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงเนื่องจากมีพิธีและกิจกรรมจำนวนมาก
ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ เสื้อควรคลุมหัวไหล่ กางเกงหรือกระโปรงมีความยาวเหมาะสม งดส่งเสียงดัง และปิดเสียงโทรศัพท์เมื่อเข้าอาคารศาสนสถาน ก่อนขึ้นศาลาหรือพระอุโบสถควรถอดรองเท้าตามป้าย ห้ามปีนฐานพระธาตุ นั่งบนใบเสมา หรือสัมผัสโบราณวัตถุ หลีกเลี่ยงการยืนหันหลังชิดพระพุทธรูปเพื่อถ่ายภาพในลักษณะไม่เหมาะสม และไม่ควรถ่ายภาพพระสงฆ์หรือผู้ที่กำลังประกอบพิธีจากระยะใกล้โดยไม่ขออนุญาต
การใช้โดรนภายในวัดต้องได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการบิน เนื่องจากเสียงและการเคลื่อนไหวของโดรนอาจรบกวนพระสงฆ์ ผู้ปฏิบัติธรรม และผู้มาสักการะ ในช่วงงานนมัสการยังมีผู้คนจำนวนมากทำให้การบินเหนือฝูงชนมีความเสี่ยง ผู้ถ่ายภาพทั่วไปสามารถเลือกมุมจากลานด้านหน้าและด้านข้างพระธาตุ ซึ่งมองเห็นองค์พระธาตุ พระอุโบสถ และพญานาคได้อย่างชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องเข้าใกล้พื้นที่หวงห้าม
วัดไม่มีระบบจำหน่ายบัตรและไม่เก็บค่าเข้าชม ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญผ่านตู้บริจาคหรือช่องทางที่วัดกำหนด เงินบริจาคมีส่วนสนับสนุนค่าน้ำค่าไฟ การบูรณะศาสนสถาน การศึกษาของพระภิกษุสามเณร และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของชุมชน ไม่ควรวางธนบัตรไว้ตามฐานพระพุทธรูปหรือติดกับองค์พระธาตุ เพราะอาจทำให้เกิดคราบและความเสียหาย สิ่งของถวายพระควรส่งมอบในจุดที่เหมาะสมหรือสอบถามพระสงฆ์ก่อน
สิ่งอำนวยความสะดวกของวัดประกอบด้วยพื้นที่จอดรถ ลานพัก จุดสักการะ ห้องสุขา และร้านค้าหรือจุดจำหน่ายดอกไม้ธูปเทียนในบางช่วง วันงานประจำปีจะมีร้านอาหาร สินค้าชุมชน และพื้นที่บริการเพิ่มขึ้น ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงลานพระธาตุได้ค่อนข้างสะดวก แต่บางอาคารมีขั้นบันไดจึงควรมีผู้ช่วย ผู้ใช้รถเข็นควรตรวจสอบเส้นทางเข้าสู่ศาลาและพระอุโบสถก่อน เนื่องจากทางลาดอาจไม่ได้ครอบคลุมทุกอาคาร
การเดินทาง จากอำเภอธาตุพนมใช้ทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งไปทางนครพนมประมาณ 7 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางเชื่อมทางหลวงหมายเลข 223 มุ่งหน้าอำเภอนาแกประมาณ 20 กิโลเมตร เมื่อเข้าสู่เขตตัวอำเภอให้ตามป้ายไปบ้านนาแกน้อยและวัดธาตุศรีคุณ ระยะทางรวมจากวัดพระธาตุพนมถึงวัดธาตุศรีคุณประมาณ 27 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30–40 นาที เส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนลาดยาง รถยนต์ส่วนตัวและรถจักรยานยนต์เดินทางได้สะดวก
จากตัวเมืองนครพนมสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ลงใต้ผ่านอำเภอธาตุพนม แล้วต่อไปตามเส้นทางหมายเลข 223 เข้าสู่อำเภอนาแก ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมง 30 นาทีตามสภาพการจราจร นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางเต็มวันโดยเริ่มจากตัวเมืองนครพนม แวะวัดพระธาตุพนม เดินทางต่อมายังพระธาตุศรีคุณ และกลับผ่านแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในอำเภอนาแก
ผู้ที่เดินทางจากจังหวัดสกลนครสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 223 มุ่งสู่อำเภอนาแก เมื่อเข้าเขตเทศบาลให้ใช้พิกัด 16.944639, 104.496611 เพื่อไปยังวัดโดยตรง เส้นทางผ่านพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนท้องถิ่น ควรขับด้วยความระมัดระวังโดยเฉพาะช่วงเย็นที่อาจมีรถจักรยานยนต์และรถการเกษตร รถโดยสารสาธารณะเข้าสู่นาแกมีจำนวนจำกัด การใช้รถเช่าหรือรถพร้อมคนขับจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายสถานที่ภายในวันเดียว
เส้นทางท่องเที่ยวใกล้วัดที่เหมาะสำหรับผู้มีเวลาครึ่งวันสามารถเริ่มจากพระธาตุศรีคุณ แล้วแวะอ่างเก็บน้ำห้วยศรีคุณซึ่งอยู่ไม่ไกลเพื่อชมบรรยากาศชนบท จากนั้นเดินทางไปวัดภูพานอุดมธรรมหรือดานสาวคอยเพื่อชมแนวภูเขาและทิวทัศน์กว้าง ผู้มีเวลาเต็มวันสามารถเพิ่มวัดธรรมบรรพตหรือถ้ำพระเวส วัดถ้ำสูงดอยสวรรค์ และพระธาตุโพธิ์ทอง เส้นทางเหล่านี้ทำให้เห็นว่านาแกมีทั้งพระธาตุ โบราณวัตถุ ถ้ำ วัดป่า และธรรมชาติของเทือกเขาภูพาน
ดานสาวคอยเป็นสถานที่ซึ่งมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับหนุ่มสาวในอดีตที่นัดหมายกันระหว่างเดินทางหาของป่า พื้นที่เป็นลานหินบนแนวภูพานและสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้กว้าง การเดินทางควรเลือกช่วงอากาศดีและตรวจสอบสภาพถนน โดยเฉพาะฤดูฝน ส่วนวัดถ้ำสูงดอยสวรรค์ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงในเขตภูพาน มีจุดชมวิวและบรรยากาศเหมาะกับการปฏิบัติธรรม การเที่ยวสถานที่ธรรมชาติควรเตรียมน้ำดื่ม รองเท้าที่เกาะพื้นดี และหลีกเลี่ยงการทิ้งขยะ
อาหารในอำเภอนาแกมีทั้งอาหารอีสาน ร้านอาหารตามสั่ง คาเฟ่ และร้านสมัยใหม่ ภายในตัวอำเภอมีร้านกาแฟและร้านอาหารหลายแห่งอยู่ห่างจากวัดเพียงไม่กี่กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเลือกแวะ Yuu Cafe ซึ่งเป็นคาเฟ่ในตัวนาแก Home Specialty Coffee and Roaster สำหรับผู้สนใจกาแฟ วาวสเต๊กสำหรับอาหารจานหลัก หรือ MER’NA Cafe and Restaurant ซึ่งมีบรรยากาศชนบท ร้านแต่ละแห่งอาจเปลี่ยนวันหยุดและเวลาให้บริการ ควรโทรสอบถามก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเมื่อต้องการรับประทานอาหารเป็นกลุ่มใหญ่
ผู้ที่ต้องการพักค้างคืนสามารถเลือกที่พักขนาดเล็กในเขตนาแก เช่น Amonrat Place Nakae, Teerana Place, Pranee Resort, บ้านพักพอเพียง และ Suanyang Resort ที่พักส่วนใหญ่มีที่จอดรถและเหมาะกับผู้ใช้รถส่วนตัว แต่จำนวนห้องมีจำกัด ควรจองล่วงหน้าในช่วงงานนมัสการพระธาตุศรีคุณ งานพระธาตุพนม วันหยุดยาว และเทศกาลปีใหม่ ผู้ที่ต้องการโรงแรมขนาดใหญ่หรือบริการที่หลากหลายสามารถพักในอำเภอธาตุพนมหรือตัวเมืองนครพนมแล้วเดินทางมายังนาแกแบบไปเช้าเย็นกลับ
พระธาตุศรีคุณเหมาะกับการจัดอยู่ในเส้นทาง “8 พระธาตุประจำวันเกิด จังหวัดนครพนม” ซึ่งประกอบด้วยพระธาตุพนมประจำวันอาทิตย์ พระธาตุเรณูประจำวันจันทร์ พระธาตุศรีคุณประจำวันอังคาร พระธาตุมหาชัยประจำวันพุธกลางวัน พระธาตุมรุกขนครประจำวันพุธกลางคืน พระธาตุประสิทธิ์ประจำวันพฤหัสบดี พระธาตุท่าอุเทนประจำวันศุกร์ และพระธาตุนครประจำวันเสาร์ การเดินทางให้ครบทุกองค์ควรแบ่งอย่างน้อย 2–3 วัน เนื่องจากพระธาตุกระจายอยู่ในหลายอำเภอของจังหวัด
สำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ พระธาตุศรีคุณมีความโดดเด่นกว่าการเป็นจุดไหว้พระประจำวันเกิด เพราะพื้นที่วัดรวบรวมหลักฐานหลายยุค ตั้งแต่ใบเสมาทวารวดี วัดร้างและเจดีย์ที่ค้นพบโดยชุมชนอพยพ การบูรณะในสมัยใหม่ การอัญเชิญพระอรหันตธาตุจากอินเดีย ไปจนถึงการสร้างพระนอนจากต้นกระท้อนเก่าแก่ แต่ละส่วนสะท้อนวิธีที่ชุมชนสร้างความหมายใหม่ให้มรดกเดิมโดยไม่ตัดขาดจากอดีต
ผู้ที่พาเด็กหรือเยาวชนมาเที่ยวสามารถใช้วัดเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนได้หลายเรื่อง เช่น ความหมายของพระธาตุและเจดีย์ หน้าที่ของใบเสมา ศิลปะทวารวดี พระอัครสาวกในพระพุทธศาสนา การอนุรักษ์ต้นไม้เก่า และประเพณีบุญมหาชาติ ควรอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าพื้นที่ยังใช้ประกอบพิธีจริง จึงต้องเดินอย่างสงบ ไม่วิ่งเล่นรอบองค์พระธาตุ และไม่จับโบราณวัตถุ การเรียนรู้ผ่านการเคารพสถานที่ช่วยสร้างความเข้าใจวัฒนธรรมได้ดีกว่าการมาเพื่อถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว
นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเข้าเยี่ยมชมได้โดยไม่จำเป็นต้องนับถือพระพุทธศาสนา สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติตามมารยาทของวัด ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคาร ไม่ยืนสูงกว่าพระสงฆ์ในระยะใกล้ ไม่นั่งเหยียดเท้าไปทางพระพุทธรูป และไม่แตะศีรษะพระพุทธรูปหรือสามเณร การอธิบายว่าพระธาตุศรีคุณเป็น stupa associated with Tuesday-born devotees จะช่วยให้เข้าใจบทบาทของสถานที่โดยไม่ลดทอนความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนา
ช่วงที่มีงานนมัสการ ผู้มาเยือนควรมาถึงก่อนพิธีเปิดหรือก่อนช่วงเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรหนาแน่น พื้นที่จอดรถใกล้วัดอาจเต็มและต้องใช้ลานชั่วคราว ควรพกเงินสดจำนวนพอเหมาะสำหรับซื้ออาหารหรือสินค้าชุมชน รักษาทรัพย์สินส่วนตัว และปฏิบัติตามเส้นทางเดินที่เจ้าหน้าที่กำหนด การสนับสนุนอาหาร งานหัตถกรรม และผลิตภัณฑ์ของชุมชนช่วยให้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวกลับไปสู่คนในพื้นที่โดยตรง
การอนุรักษ์พระธาตุศรีคุณต้องให้ความสำคัญทั้งตัวองค์พระธาตุ ใบเสมาหิน อาคารศาสนสถาน และภูมิทัศน์รอบวัด ความชื้น ฝน แสงแดด การสัมผัส และแรงสั่นสะเทือนจากการใช้งานสามารถส่งผลต่อโบราณวัตถุได้ นักท่องเที่ยวมีส่วนช่วยอนุรักษ์ด้วยการไม่ปีน ไม่ขีดเขียน ไม่ติดแผ่นทองในจุดที่วัดไม่ได้กำหนด และไม่นำเศษวัสดุจากวัดกลับไปเป็นของที่ระลึก การถ่ายภาพแทนการสัมผัสเป็นวิธีบันทึกความทรงจำที่ไม่ทำลายมรดก
การมาเยือนพระธาตุศรีคุณจึงให้ประสบการณ์มากกว่าการไหว้พระเพื่อขอพร ผู้มาเยือนจะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างโบราณสถานกับชุมชน ศึกษาสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากพระธาตุพนม ชมใบเสมาทวารวดี กราบพระอรหันตธาตุ และเรียนรู้เรื่องพระนอนจากต้นกระท้อนอายุเกือบ 200 ปี ทุกองค์ประกอบช่วยอธิบายว่าเหตุใดวัดแห่งนี้จึงเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองของชาวนาแกและยังมีบทบาทสำคัญในชีวิตของประชาชนจนถึงปัจจุบัน
พระธาตุศรีคุณ เป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้แสวงหาความสงบ ผู้เกิดวันอังคารที่ต้องการสักการะพระธาตุประจำวันเกิด นักเดินทางสายประวัติศาสตร์ และผู้สนใจวัฒนธรรมอีสาน การวางแผนเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง แต่งกายสุภาพ และเดินชมทุกส่วนด้วยความเคารพ จะช่วยให้เข้าใจคุณค่าของสถานที่ได้ลึกกว่าการแวะถ่ายภาพเพียงชั่วครู่ เมื่อรวมกับแหล่งธรรมชาติ ร้านอาหาร และที่พักในอำเภอนาแกแล้ว พระธาตุศรีคุณสามารถเป็นศูนย์กลางของเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรมที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งของจังหวัดนครพนม
| ชื่อสถานที่ | พระธาตุศรีคุณ วัดธาตุศรีคุณ |
| ชื่อที่ใช้เรียกอีกแบบ | พระธาตุศรีคูณ วัดพระธาตุศรีคุณ และวัดธาตุศรีคูณ |
| ที่ตั้ง | บ้านนาแกน้อย หมู่ 3 ตำบลนาแก อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม 48130 |
| พิกัด | 16.944639, 104.496611 |
| ประเภท | วัดราษฎร์ ปูชนียสถานสำคัญ และพระธาตุประจำวันอังคาร |
| พระธาตุประจำวันเกิด | พระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันอังคาร |
| ไฮไลต์ | องค์พระธาตุสูงประมาณ 24 เมตร พระอรหันตธาตุ 3 พระองค์ ใบเสมาหินสมัยทวารวดี 11 ใบ และพระพุทธไสยาสน์แกะสลักจากต้นกระท้อนเก่าแก่ |
| ประวัติการค้นพบ | ค้นพบในช่วงประมาณ พ.ศ. 2340–2360 โดยชุมชนผู้ไทวังและผู้ไทกะโปซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานในนาแก |
| การบูรณะ | มีการบูรณะหลายระยะ และก่อสร้างองค์พระธาตุใหม่ครอบฐานเจดีย์เดิมในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 |
| ลักษณะองค์พระธาตุ | ทรงสี่เหลี่ยมสูงประมาณ 24 เมตร รูปแบบคล้ายพระธาตุพนม ฐานชั้นแรกแบ่งเป็น 2 ตอน ประดับปูนปั้น และชั้นที่ 2 สั้นกว่าองค์พระธาตุพนม |
| สิ่งที่บรรจุภายใน | พระอรหันตธาตุของพระมหาโมคคัลลานะ พระสารีบุตร และพระมหากัจจายนะ พร้อมพระพุทธรูปและวัตถุที่ค้นพบระหว่างการบูรณะ |
| โบราณวัตถุสำคัญ | ใบเสมาหินจำนวน 11 ใบ มีทั้งแบบเรียบและแบบสลักลายสถูป หม้อปูรณฆฏะ กลีบบัว และลูกประคำ อายุราวพุทธศตวรรษที่ 14–16 |
| พระพุทธรูปสำคัญ | พระพุทธเจ้าใหญ่องค์ต้องแสนสุข พระพุทธไสยาสน์แกะสลักจากต้นกระท้อนอายุเกือบ 200 ปี |
| พื้นที่สำคัญภายในวัด | 1. องค์พระธาตุและลานเวียนประทักษิณ 2. พระอุโบสถและใบเสมาทวารวดี 3. ศาลาการเปรียญและพระพุทธไสยาสน์ 4. พื้นที่พระพุทธรูปและพญานาค 5. เขตเสนาสนะและพื้นที่ปฏิบัติธรรม |
| งานประเพณี | งานนมัสการพระธาตุศรีคุณและงานบุญมหาชาติ จัดช่วงบุญเดือน 4 ตามปฏิทินจันทรคติ โดยปี 2026 จัดวันที่ 2–5 มีนาคม |
| เจ้าอาวาส | พระครูบวรโพธิวัฒน์ (ประยูร) เจ้าคณะอำเภอนาแก |
| วันเปิดทำการ | ทุกวัน |
| เวลาเปิดทำการ | 08.00 – 18.00 น. |
| ค่าเข้าชม | ไม่เสียค่าเข้าชม สามารถร่วมทำบุญตามศรัทธา |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | พื้นที่จอดรถ ห้องสุขา ลานพัก จุดสักการะ และร้านค้าชั่วคราวในช่วงงานประจำปี |
| ข้อปฏิบัติ | แต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคาร งดส่งเสียงดัง ไม่ปีนฐานพระธาตุ ไม่นั่งหรือสัมผัสใบเสมา และขออนุญาตก่อนถ่ายภาพพิธีหรือพระสงฆ์ |
| ระยะเวลาแนะนำในการเข้าชม | ประมาณ 60–90 นาที และอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงในช่วงงานประจำปี |
| การเดินทาง | จากอำเภอธาตุพนมใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ต่อทางหลวงหมายเลข 223 ระยะทางประมาณ 27 กม. จากตัวเมืองนครพนมประมาณ 75 กม. |
| เบอร์ติดต่อวัด | 086-235-1999 |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | 1. อ่างเก็บน้ำห้วยศรีคุณ ประมาณ 2 กม. 2. วัดภูพานอุดมธรรม (ดานสาวคอย) ประมาณ 9 กม. 3. วัดธรรมบรรพต (ถ้ำพระเวส) ประมาณ 14 กม. 4. พระธาตุโพธิ์ทอง วัดถ้ำโพธิ์ทอง ประมาณ 19 กม. 5. วัดถ้ำสูงดอยสวรรค์ ประมาณ 22 กม. 6. วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ประมาณ 27 กม. |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | 1. Yuu Cafe' ประมาณ 2 กม. โทร. 081-805-4047 2. Home Specialty Coffee and Roaster ประมาณ 3 กม. โทร. 085-995-9505 3. วาว สเต๊ก แอนด์ คอฟฟี่ ประมาณ 3 กม. โทร. 088-536-4752 4. MER’NA Cafe and Restaurant ประมาณ 6 กม. โทร. 095-168-3549 5. KFC ปตท. โออาร์ นาแก ประมาณ 9 กม. โทร. 063-216-5825 |
| ที่พักใกล้เคียง | 1. Amonrat Place Nakae ประมาณ 2 กม. โทร. 093-460-0413 2. Teerana Place ประมาณ 2 กม. โทร. 089-123-0018 3. Pranee Resort ประมาณ 3 กม. โทร. 093-554-9017 4. บ้านพักพอเพียง ประมาณ 3 กม. โทร. 089-996-1492, 089-821-8940 5. Suanyang Resort 1 ประมาณ 8 กม. โทร. 095-672-7609 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: พระธาตุศรีคุณอยู่ที่ไหน?
ตอบ: พระธาตุศรีคุณประดิษฐานอยู่ภายในวัดธาตุศรีคุณ บ้านนาแกน้อย หมู่ 3 ตำบลนาแก อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม พิกัด 16.944639, 104.496611
ถาม: พระธาตุศรีคุณเป็นพระธาตุประจำวันอะไร?
ตอบ: เป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันอังคาร และสัมพันธ์กับพระพุทธรูปปางไสยาสน์ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำวันอังคาร
ถาม: พระธาตุศรีคุณเปิดกี่โมงและเสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: เปิดทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถร่วมทำบุญตามศรัทธา
ถาม: ภายในพระธาตุศรีคุณบรรจุพระธาตุของใคร?
ตอบ: ภายในบรรจุพระอรหันตธาตุของพระมหาโมคคัลลานะ พระสารีบุตร และพระมหากัจจายนะ พร้อมพระพุทธรูปและวัตถุสำคัญที่พบระหว่างการบูรณะ
ถาม: สิ่งสำคัญภายในวัดธาตุศรีคุณมีอะไรบ้าง?
ตอบ: จุดสำคัญประกอบด้วยองค์พระธาตุสูงประมาณ 24 เมตร พระอุโบสถ ใบเสมาหินสมัยทวารวดี 11 ใบ พญานาค และพระพุทธเจ้าใหญ่องค์ต้องแสนสุขซึ่งแกะสลักจากต้นกระท้อนอายุเกือบ 200 ปี
ถาม: งานนมัสการพระธาตุศรีคุณจัดช่วงใด?
ตอบ: จัดในช่วงบุญเดือน 4 ตามปฏิทินจันทรคติร่วมกับงานบุญมหาชาติ วันที่เปลี่ยนแปลงทุกปี โดยปี 2026 จัดระหว่างวันที่ 2–5 มีนาคม
ถาม: เดินทางจากวัดพระธาตุพนมไปพระธาตุศรีคุณอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 223 มุ่งหน้าอำเภอนาแก ระยะทางประมาณ 27 กม. ใช้เวลาขับรถประมาณ 30–40 นาที
ถาม: นักท่องเที่ยวควรใช้เวลาเที่ยวพระธาตุศรีคุณนานเท่าใด?
ตอบ: ควรเผื่อเวลาประมาณ 60–90 นาทีสำหรับสักการะองค์พระธาตุ ชมใบเสมา พระอุโบสถ และพระพุทธไสยาสน์ หากมาช่วงงานประจำปีควรเผื่ออย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง
หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
กลุ่ม: ●สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ
●ประเพณีไทย ●วัฒนธรรมไทย ●ประเพณีภาคอีสาน
ปรับปรุงล่าสุด : 3 เดือนที่แล้ว




