หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม >อ.ธาตุพนม >ต.ธาตุพนม > วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
TL;DR: วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อยู่ที่เลขที่ 183/13 หมู่ที่ 13 ถนนชยางกูร ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม 48110 เปิดทุกวัน เวลา 05.00 – 21.00 น.

นครพนม

วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร

วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 05.00 – 21.00 น.
ค่าเข้าชม: ไม่เสียค่าเข้าชม
 
วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย และเป็นศูนย์กลางความศรัทธาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของลุ่มแม่น้ำโขง ภายในวัดประดิษฐานองค์พระธาตุพนม ปูชนียสถานซึ่งพุทธศาสนิกชนไทย ลาว และประชาชนจากหลายกลุ่มชาติพันธุ์เคารพในฐานะสถานที่บรรจุพระอุรังคธาตุ หรือพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระอุระของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์พระธาตุยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้เกิดปีวอกและเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้เกิดวันอาทิตย์ จึงมีผู้เดินทางมากราบสักการะ ขอพร รักษาศีล และเวียนประทักษิณตลอดทั้งปี
 
สิ่งที่ทำให้วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารมีความสำคัญมากกว่าศาสนสถานทั่วไป คือการเป็นพื้นที่ซึ่งประวัติศาสตร์ โบราณคดี สถาปัตยกรรม พระพุทธศาสนา ประเพณี และวิถีชีวิตของชุมชนสองฝั่งแม่น้ำโขงเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง ผู้มาเยือนไม่ได้พบเพียงเจดีย์สีขาวประดับลายทองสูงเด่นเหนืออาคารโดยรอบ แต่ยังได้เห็นหลักฐานจากการก่อสร้างหลายยุค ศิลปวัตถุที่พบภายในองค์พระธาตุ อาคารพระอารามหลวง พิพิธภัณฑ์ ประเพณีข้าวพืชภาค การอัญเชิญพระอุปคุต การรำบูชา และระบบความเชื่อของชุมชนที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
 
วัดตั้งอยู่เลขที่ 183/13 หมู่ที่ 13 ถนนชยางกูร ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ห่างจากตัวเมืองนครพนมประมาณ 52 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากแม่น้ำโขงประมาณ 600 เมตร พื้นที่วัดตั้งอยู่ใจกลางชุมชนธาตุพนม สามารถเดินทางต่อไปยังตลาด ร้านอาหาร ที่พัก พื้นที่ริมแม่น้ำ และแหล่งศิลปวัฒนธรรมได้สะดวก ตำแหน่งดังกล่าวสะท้อนบทบาทขององค์พระธาตุพนมในฐานะหัวใจของเมือง เพราะชุมชน ถนน ตลาด งานประเพณี และกิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมากพัฒนาขึ้นโดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง
 
พระธาตุพนมตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งในตำนานเรียกว่า “ภูกำพร้า” ชื่อนี้ปรากฏในตำนานอุรังคธาตุซึ่งเป็นวรรณกรรมสำคัญของลุ่มแม่น้ำโขง ตำนานกล่าวว่าหลังพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระมหากัสสปเถระได้นำพระอุรังคธาตุมายังพื้นที่นี้ พร้อมพระอรหันต์ 500 องค์ และได้รับความร่วมมือจากเจ้าผู้ครองนครต่าง ๆ ในแคว้นศรีโคตรบูรและบริเวณใกล้เคียง ร่วมกันสร้างสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเมื่อประมาณ พ.ศ. 8
 
ข้อมูล พ.ศ. 8 เป็นลำดับเวลาตามตำนานอุรังคธาตุและเป็นความเชื่อที่มีความหมายต่อผู้ศรัทธามายาวนาน ส่วนหลักฐานทางโบราณคดีวางอายุชั้นก่อสร้างโบราณที่ตรวจพบไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 12–14 หรือประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 7–9 การทำความเข้าใจองค์พระธาตุจึงควรอ่านข้อมูลทั้ง 2 ระดับควบคู่กัน ตำนานอธิบายความศักดิ์สิทธิ์ ความผูกพัน และโลกทัศน์ของชุมชน ขณะที่โบราณคดีช่วยอธิบายวัสดุ รูปแบบศิลปกรรม และพัฒนาการทางสถาปัตยกรรมที่สามารถตรวจสอบจากสิ่งก่อสร้างกับวัตถุจริง
 
องค์พระธาตุในระยะแรกมีลักษณะเป็นอาคารอิฐรูปสี่เหลี่ยมคล้ายมณฑปหรือปราสาท มีความสูงไม่มากเมื่อเทียบกับองค์ปัจจุบัน โดยเรื่องเล่าท้องถิ่นอธิบายว่ามีความสูงประมาณ 8 เมตร ภายในทำเป็นห้องสำหรับประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องบูชา รูปแบบของส่วนเรือนธาตุและอิฐสลักลวดลายที่ค้นพบแสดงอิทธิพลของศิลปะจาม ขอม และงานช่างพื้นเมืองในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ลวดลายบุคคล สัตว์ ก้านขด และใบผักกูดที่ประดับอยู่บริเวณฐานจึงเป็นหลักฐานสำคัญของการแลกเปลี่ยนศิลปกรรมระหว่างชุมชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
พระธาตุพนมไม่ได้คงรูปร่างเดิมตลอดเวลา แต่ได้รับการต่อเติม ซ่อมแซม และเปลี่ยนรูปทรงจากผู้ปกครอง พระสงฆ์ และชุมชนหลายยุค การบูรณะแต่ละครั้งสะท้อนรสนิยม เทคโนโลยี และอำนาจทางการเมืองของช่วงเวลานั้น ส่วนฐานแบบปราสาทโบราณได้รับการต่อยอดด้วยองค์ระฆังและยอดทรงบัวเหลี่ยมแบบล้านช้าง ทำให้เกิดรูปลักษณ์สูงชะลูดซึ่งกลายเป็นต้นแบบของพระธาตุหลายแห่งในภาคอีสานและฝั่งลาว
 
องค์พระธาตุปัจจุบันมีความสูงประมาณ 53.60 เมตร เป็นเจดีย์รูปทรงมณฑปสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกัน 2 ชั้น ส่วนยอดเป็นทรงบัวเหลี่ยมเรียวสอบขึ้นไปทั้ง 4 ด้าน โครงสร้างหลักเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กและทำพื้นที่ภายในเป็นช่องกลวงพร้อมคานยึดเพื่อเพิ่มความมั่นคง ฐานชั้นล่างมีประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออก ส่วนอีก 3 ด้านทำเป็นประตูจำลอง ผนังประดับแผ่นอิฐสีแดงแกะสลักและลวดลายปูนปั้นซึ่งอ้างอิงรูปแบบจากองค์พระธาตุเดิม
 
บริเวณซุ้มประตูทั้ง 4 ทิศประดับลวดลายฝักเพกา รูปราหูอมจันทร์ และบานประตูจำลองสลักพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ส่วนชั้นบนลดรูปจากฐานชั้นล่างและประดับลายดอกจอก เหนือขึ้นไปเป็นชุดฐานปัทม์ บัวคว่ำ บัวหงาย ลูกแก้วอกไก่ และลายดอกไม้ ก่อนรองรับส่วนยอดทรงบัวเหลี่ยมที่มีลวดลายช่อต่อดอกกับทรงพุ่มข้าวบิณฑ์เรียงต่อเนื่องขึ้นไปจนถึงยอดฉัตรทองคำ รูปทรงนี้ทำให้องค์พระธาตุดูสง่างามเมื่อมองจากทั้งระยะใกล้และเส้นทางเข้าสู่อำเภอธาตุพนม
 
สีขาวของพื้นผิวองค์พระธาตุช่วยเน้นลวดลายทองให้มองเห็นได้ชัด ลายประดับไม่เพียงทำหน้าที่เพิ่มความงดงาม แต่ยังสร้างจังหวะให้ส่วนยอดซึ่งมีความสูงมากดูสมดุลกับฐานสี่เหลี่ยมที่มั่นคง ลวดลายพรรณพฤกษา พุ่มข้าวบิณฑ์ กลีบบัว และรูปสัตว์ในงานประดับเชื่อมโยงกับความหมายเรื่องความเจริญงอกงาม ความบริสุทธิ์ และการถวายสิ่งประณีตเป็นพุทธบูชา
 
ยอดองค์พระธาตุประดับฉัตรทองคำซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศและความสูงส่งของพระบรมสารีริกธาตุ ฉัตรทำหน้าที่เป็นจุดสูงสุดขององค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมและเป็นเครื่องหมายที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล ในช่วงที่แสงอาทิตย์ตกกระทบ ลวดลายทองกับฉัตรจะสะท้อนแสงออกมาเหนือชุมชน ทำให้องค์พระธาตุมีภาพลักษณ์คล้ายศูนย์กลางซึ่งเชื่อมโลกมนุษย์กับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
 
เหตุการณ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของพระธาตุพนมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2518 เวลา 19.38 น. หลังเกิดพายุและฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน องค์พระธาตุซึ่งมีส่วนยอดสูงและมีน้ำหนักมากตั้งอยู่บนฐานอิฐโบราณที่เสื่อมสภาพ ได้พังทลายลงเกือบทั้งองค์ เหตุการณ์นี้สร้างความเศร้าโศกอย่างรุนแรงแก่ประชาชนไทยและลาว เพราะพระธาตุพนมไม่ได้เป็นเพียงอาคารเก่า แต่เป็นศูนย์รวมความศรัทธาและเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนสองฝั่งแม่น้ำโขง
 
ภายหลังการพังทลาย หน่วยงานของรัฐ นักโบราณคดี วิศวกร นักอนุรักษ์ พระสงฆ์ และผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาเข้าตรวจสอบพื้นที่ มีการทดสอบชั้นดิน ขุดค้นฐานเดิม สำรวจอิฐสลัก แยกชิ้นส่วนสถาปัตยกรรม และค้นหาห้องประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ การดำเนินงานครั้งนี้เป็นทั้งภารกิจด้านศาสนาและโครงการทางวิชาการขนาดใหญ่ เพราะต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ควบคู่กับการรวบรวมหลักฐานโดยไม่ทำให้ข้อมูลทางโบราณคดีสูญหาย
 
ท่ามกลางซากอิฐและวัสดุจากองค์พระธาตุเดิม มีการค้นพบผอบสำริดขนาดใหญ่ ภายในบรรจุผอบทองคำซ้อนกันหลายชั้นและมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ การค้นพบทำให้พุทธศาสนิกชนเกิดความปีติและยืนยันความสำคัญของพื้นที่ในฐานะสถานที่บรรจุพระธาตุมาแต่โบราณ วัตถุที่พบร่วมกันยังประกอบด้วยเครื่องทอง เครื่องเงิน อัญมณี พระพุทธรูป เหรียญ และเครื่องบูชาจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนการถวายสิ่งของจากผู้ศรัทธาหลายยุค
 
การสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่เริ่มดำเนินการภายหลังเหตุการณ์ พ.ศ. 2518 โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาล พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระสังฆราช หน่วยงานราชการ ผู้เชี่ยวชาญ ช่างฝีมือ และประชาชนทั้งในประเทศกับต่างประเทศ การออกแบบพยายามรักษารูปทรงและลวดลายขององค์ก่อนพังไว้ให้มากที่สุด แต่เสริมโครงสร้างภายในด้วยวิศวกรรมสมัยใหม่เพื่อให้ฐานและส่วนยอดรับน้ำหนักได้มั่นคงกว่าเดิม
 
วัสดุจากองค์พระธาตุเดิมที่ยังใช้ได้ถูกคัดเลือกกลับมาใช้ ส่วนอิฐสลักและลวดลายสำคัญได้รับการทำสำเนาหรือจัดวางตามตำแหน่งที่เหมาะสม ช่างศิลปกรรมจากหลายแขนงร่วมสร้างปูนปั้น ลายทอง ประตู หน้าต่าง และส่วนยอด โดยพยายามรักษาบุคลิกของศิลปะลุ่มแม่น้ำโขง ไม่ทำให้องค์พระธาตุกลายเป็นเจดีย์สมัยใหม่ที่ขาดความสัมพันธ์กับรูปแบบเดิม
 
งานบูรณะองค์พระธาตุดำเนินต่อเนื่องระหว่าง พ.ศ. 2518–2522 และแล้วเสร็จในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2522 พระบรมสารีริกธาตุได้รับการอัญเชิญกลับเข้าสู่สถานที่ประดิษฐานภายในองค์พระธาตุด้วยพิธีอันสมพระเกียรติ การสร้างครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการก่ออาคารทดแทนของเดิม แต่เป็นการฟื้นฟูศูนย์กลางทางจิตใจของภูมิภาคผ่านความร่วมมือของประชาชนจำนวนมาก
 
เหตุการณ์พระธาตุพังและการสร้างใหม่ทำให้พระธาตุพนมเป็นกรณีศึกษาสำคัญของการอนุรักษ์ศาสนสถานที่ยังมีชีวิต ผู้เชี่ยวชาญต้องตัดสินใจระหว่างการรักษาซากเดิม การใช้วัสดุเก่า การสร้างรูปทรงให้ใกล้เคียงก่อนพัง และการเพิ่มความแข็งแรงด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ขณะเดียวกันต้องรับฟังความรู้สึกของชุมชนซึ่งต้องการให้องค์พระธาตุกลับมายืนอยู่ในภูมิทัศน์เดิมโดยเร็วที่สุด
 
พระธาตุพนมได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติเมื่อ พ.ศ. 2478 และมีการกำหนดเขตโบราณสถานเพิ่มเติมใน พ.ศ. 2522 ครอบคลุมพื้นที่พุทธาวาสด้านหน้าประมาณ 17 ไร่ 3 งาน 56 ตารางวา การขึ้นทะเบียนทำให้งานซ่อม การขุดดิน การติดตั้งระบบ และการเปลี่ยนแปลงสิ่งก่อสร้างในเขตสำคัญต้องคำนึงถึงกฎหมายกับหลักการอนุรักษ์ ไม่สามารถดำเนินการเหมือนอาคารใหม่ทั่วไปได้
 
ใน พ.ศ. 2560 ประเทศไทยเสนอ “พระธาตุพนม สิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง และภูมิทัศน์วัฒนธรรม” เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นของศูนย์มรดกโลก การอยู่ในบัญชีเบื้องต้นยังไม่เท่ากับการได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก แต่แสดงว่าสถานที่มีคุณค่าที่ประเทศเตรียมผลักดันในระดับสากล ทั้งด้านสถาปัตยกรรม การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และความสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณของผู้คนในลุ่มแม่น้ำโขง
 
คุณค่าทางสถาปัตยกรรมของพระธาตุพนมเกิดจากการรวมองค์ประกอบหลายวัฒนธรรม รูปฐานและภาพสลักมีความสัมพันธ์กับศิลปะจาม ขอม และงานพื้นเมือง ส่วนยอดทรงบัวเหลี่ยมสะท้อนการพัฒนาของศิลปะล้านช้าง การผสมผสานดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในคราวเดียว แต่ค่อย ๆ สะสมจากการบูรณะหลายสมัย จนเกิดรูปแบบเฉพาะซึ่งถูกนำไปเป็นต้นแบบของพระธาตุเรณู พระธาตุท่าอุเทน พระธาตุศรีคุณ พระธาตุมหาชัย และเจดีย์อื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำวันอาทิตย์ตามคติพระธาตุประจำวันเกิดของจังหวัดนครพนม ผู้เกิดวันอาทิตย์นิยมมาสักการะเพื่อเสริมสิริมงคล ความมั่นคง ความก้าวหน้า และความสว่างทางปัญญา นอกจากนี้ยังเป็นพระธาตุประจำปีวอกตามคติปีเกิด ผู้เกิดปีวอกจึงนิยมเดินทางมานมัสการอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต อย่างไรก็ตาม การกราบพระธาตุเปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้เกิดวันอาทิตย์หรือปีวอก
 
การเวียนประทักษิณรอบองค์พระธาตุเป็นกิจกรรมสำคัญ ผู้สักการะเดินตามเข็มนาฬิกาโดยให้ด้านขวาหันเข้าหาองค์พระธาตุ สามารถเดิน 3 รอบเพื่อระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ หรือปฏิบัติตามกำลังศรัทธา ระหว่างเดินควรรักษาความสงบ ตั้งจิตระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย และไม่เดินแซงหรือกีดขวางผู้สูงอายุ ผู้ปฏิบัติธรรม และขบวนพิธี
 
เครื่องสักการะที่พบโดยทั่วไปประกอบด้วยดอกไม้ ธูป เทียน ข้าวตอก และน้ำอบ แต่ควรใช้เฉพาะจุดบูชาที่วัดจัดไว้ ไม่จุดธูปหรือเทียนชิดองค์พระธาตุและอาคารโบราณ เพราะเขม่า ความร้อน และน้ำตาเทียนสามารถทำลายพื้นผิวได้ การบูชาด้วยดอกไม้ การประนมมือ และการรักษาศีลมีความหมายทางพระพุทธศาสนาโดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องสักการะจำนวนมาก
 
ภายในพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสนศาสดา พระประธานสำคัญของวัด ผู้มาเยือนควรกราบพระประธานเพื่อระลึกถึงพระพุทธคุณก่อนหรือหลังนมัสการองค์พระธาตุ พระอุโบสถยังใช้ประกอบสังฆกรรม การอุปสมบท การสวดพระปาติโมกข์ และพิธีสำคัญของคณะสงฆ์ จึงอาจจำกัดการเข้าชมในช่วงที่มีพิธี
 
หอพระแก้วเป็นอีกพื้นที่สำคัญ ภายในประดิษฐานพระพุทธมารวิชัยศาสดาและพระพุทธรูปที่ชุมชนเคารพ รูปแบบอาคารกับเครื่องประดับแสดงฝีมือช่างในยุคหลังและทำหน้าที่รองรับผู้มาสักการะจำนวนมาก ผู้มาเยือนควรถอดรองเท้า ปิดเสียงโทรศัพท์ และไม่นั่งเหยียดเท้าไปทางพระพุทธรูป
 
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมรัตนโมลีศรีโคตรบูรหรือพิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุพนมตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2530 เพื่อรวบรวมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และข้อมูลจากการขุดค้นกับการบูรณะหลังองค์พระธาตุพัง ภายในจัดแสดงอิฐสลัก พระพุทธรูป ภาชนะดินเผา ศิลาจารึก ตู้พระธรรม เงินตราโบราณ และเครื่องใช้ในพระพุทธศาสนา
 
การชมพิพิธภัณฑ์ช่วยให้เข้าใจองค์พระธาตุมากกว่าการมองรูปทรงภายนอก เพราะวัตถุแต่ละชิ้นเปิดเผยกระบวนการก่อสร้าง การถวายเครื่องบูชา การติดต่อระหว่างชุมชน และการเปลี่ยนแปลงของศิลปกรรมในแต่ละยุค พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม และควรเผื่อเวลาประมาณ 30–60 นาที
 
บ่อน้ำพระอินทร์หรือสระมุรธาภิเษกเป็นสถานที่ซึ่งเชื่อมโยงกับน้ำศักดิ์สิทธิ์และพิธีกรรมของวัด น้ำมีบทบาทในวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขงทั้งด้านการดำรงชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ และความบริสุทธิ์ การเข้าชมควรอยู่ในบริเวณที่กำหนด ไม่โยนสิ่งของ ลงล้างมือ หรือตักน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
หอพระนอน มหารัตนศาลา หอระฆัง กลองใหญ่ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และอาคารประกอบอื่นช่วยให้พื้นที่วัดรองรับทั้งการสักการะ การศึกษา และกิจกรรมของชุมชน แต่ละอาคารสร้างขึ้นคนละช่วงเวลา จึงควรมองวัดเป็นกลุ่มมรดกที่เติบโตต่อเนื่อง ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างทั้งหมดซึ่งมีอายุเท่ากับองค์พระธาตุ
 
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ภายในวัดเป็นสัญลักษณ์เชื่อมโยงกับสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ร่มเงาของต้นโพธิ์ยังเป็นพื้นที่พักและปฏิบัติธรรม ผู้มาเยือนไม่ควรแกะเปลือก เด็ดใบสด ตอกตะปู ผูกวัตถุหนัก หรือวางขยะบริเวณราก การเก็บใบที่ร่วงตามธรรมชาติควรปฏิบัติตามกติกาของวัด
 
งานนมัสการองค์พระธาตุพนมจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติ โดยทั่วไปเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 รวม 9 วัน 9 คืน ช่วงงานมีพุทธศาสนิกชนจากหลายจังหวัดและประเทศเพื่อนบ้านเดินทางมาจำนวนมาก บริเวณวัดและตัวเมืองจึงเต็มไปด้วยขบวนบุญ โรงทาน การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตลอดวัน
 
พิธีอัญเชิญพระอุปคุตเป็นพิธีเปิดงานที่สำคัญ ตามความเชื่อในลุ่มแม่น้ำโขง พระอุปคุตเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอานุภาพและจำพรรษาอยู่ใต้มหาสมุทรหรือแม่น้ำ การอัญเชิญท่านขึ้นมาร่วมงานมีความหมายถึงการขอความคุ้มครองให้งานดำเนินไปโดยสงบ พิธีมักเริ่มในช่วงเช้ามืดบริเวณริมแม่น้ำโขง ก่อนเคลื่อนขบวนมายังวัด
 
พิธีถวายข้าวพืชภาคเป็นการนำข้าวใหม่ เมล็ดพันธุ์ และผลผลิตจากการเกษตรมาถวายเป็นพุทธบูชาหลังฤดูเก็บเกี่ยว สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนากับเศรษฐกิจของชุมชน การถวายไม่ได้มีเพียงความหมายเรื่องบุญ แต่เป็นการแสดงความกตัญญูต่อแผ่นดิน น้ำ แรงงาน และผลผลิตที่หล่อเลี้ยงครอบครัว
 
ประเพณีเสียค่าหัวหรือบุญเสียค่าหัวข้าโอกาสเชื่อมโยงกับกลุ่มคนซึ่งบรรพบุรุษเคยถวายตนหรือได้รับมอบหมายให้ดูแลองค์พระธาตุ คำว่า “ข้าโอกาส” ในบริบทนี้หมายถึงชุมชนผู้รับใช้และรักษาศาสนสถาน มิใช่การเป็นทาสในความหมายทั่วไป ลูกหลานจะนำสิ่งของหรือเงินตามธรรมเนียมมาถวายเพื่อแสดงความผูกพันและยืนยันหน้าที่ทางจิตวิญญาณต่อองค์พระธาตุ
 
พิธีห่มผ้าองค์พระธาตุเป็นอีกกิจกรรมซึ่งได้รับความนิยม ผ้าที่ถวายเป็นตัวแทนของความเคารพและการปกป้องพระบรมสารีริกธาตุ การนำผ้าเข้าร่วมพิธีควรดำเนินผ่านช่องทางของวัด ไม่ควรผูกหรือพาดผ้ากับส่วนสถาปัตยกรรมเอง เพราะอาจกระทบลวดลายและรบกวนระบบการจัดพิธี
 
การรำบูชาองค์พระธาตุพนมเป็นภาพสะท้อนความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ผู้แสดงจากชุมชนผู้ไท ไทยญ้อ ไทแสก ไทกะเลิง และกลุ่มวัฒนธรรมอื่นร่วมแต่งกายพื้นเมืองและนำท่ารำ ดนตรี กับเครื่องสักการะมาถวาย การรำไม่ได้เป็นเพียงการแสดงสำหรับนักท่องเที่ยว แต่เป็นการแสดงความเคารพและการประกาศว่าชุมชนหลายกลุ่มมีองค์พระธาตุเป็นศูนย์รวมร่วมกัน
 
วันสัตตนาคารำลึกเป็นประเพณีทำบุญอุทิศแก่พญานาค 7 ตนซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์องค์พระธาตุมาตั้งแต่การก่อสร้างครั้งแรก ความเชื่อเรื่องพญานาคมีความสัมพันธ์กับแม่น้ำโขง น้ำฝน ความอุดมสมบูรณ์ และการคุ้มครองพระพุทธศาสนา จึงปรากฏทั้งในตำนาน งานประติมากรรม ลวดลาย และพิธีกรรมของพื้นที่
 
วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา กฐินพระราชทาน และพิธีสวดมนต์ข้ามปีเป็นช่วงที่วัดมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ผู้มาเยือนสามารถร่วมตักบาตร ฟังธรรม ทำวัตร หรือเวียนเทียนได้ตามกำหนด แต่ควรแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา และให้พื้นที่แก่พระสงฆ์กับผู้ประกอบพิธี
 
การเข้าชมวัดสามารถแบ่งเป็นโซนสำคัญหลายส่วน ได้แก่ โซนองค์พระธาตุและลานเวียนประทักษิณ โซนพระอุโบสถกับหลวงพ่อองค์แสนศาสดา โซนหอพระแก้ว โซนศูนย์ศิลปวัฒนธรรมรัตนโมลีศรีโคตรบูร โซนบ่อน้ำพระอินทร์กับสระมุรธาภิเษก โซนหอพระนอนและมหารัตนศาลา โซนต้นพระศรีมหาโพธิ์ และโซนลานกิจกรรมกับพื้นที่บริการผู้แสวงบุญ
 
ควรเริ่มการเยี่ยมชมจากองค์พระธาตุในช่วงเช้า เมื่ออากาศยังไม่ร้อนและจำนวนคนไม่หนาแน่น จากนั้นกราบพระในพระอุโบสถ เข้าชมหอพระแก้ว และเดินต่อไปยังพิพิธภัณฑ์ ลำดับนี้ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสศรัทธาก่อน แล้วจึงศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมที่ช่วยอธิบายพัฒนาการของสถานที่
 
ช่วงเวลา 05.00–08.00 น. เหมาะกับผู้ต้องการสัมผัสบรรยากาศสงบและร่วมทำบุญในตอนเช้า ช่วง 08.30–16.00 น. เหมาะกับผู้ต้องการเข้าพิพิธภัณฑ์ ส่วนช่วง 17.00–20.30 น. เหมาะกับการชมองค์พระธาตุในแสงเย็นและแสงไฟ ผู้มาเยือนควรเผื่อเวลาออกจากพื้นที่ก่อนประตูปิดและตรวจสอบกำหนดการในช่วงงานใหญ่
 
ระยะเวลาแนะนำสำหรับชมพื้นที่หลักอยู่ที่ประมาณ 2–3 ชั่วโมง หากต้องการศึกษาพิพิธภัณฑ์อย่างละเอียด ร่วมทำวัตร หรือเดินชมชุมชนริมแม่น้ำโขง ควรเผื่อเวลาครึ่งวัน ในช่วงงานนมัสการควรเผื่อเวลามากขึ้นสำหรับการจราจร การหาที่จอดรถ และการเดินผ่านพื้นที่ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก
 
ฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่อากาศเหมาะกับการเดินชมมากที่สุด และสอดคล้องกับฤดูกาลงานนมัสการในหลายปี ฤดูร้อนควรมาในช่วงเช้าหรือเย็นและเตรียมน้ำดื่ม ส่วนฤดูฝนควรระวังพื้นลื่น น้ำขัง และฝนสาดบริเวณทางเดิน ไม่ควรวางร่มเปียกหรือสัมภาระชิดอาคารโบราณ
 
วัดเป็นพระอารามหลวงและศาสนสถานที่มีผู้มาปฏิบัติธรรมจำนวนมาก การแต่งกายควรปิดหัวไหล่และหัวเข่า หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าโปร่งบางหรือรัดรูป ถอดรองเท้าและหมวกก่อนเข้าสู่อาคารที่กำหนด ไม่นั่งเหยียดเท้าไปทางพระพุทธรูปหรือพระสงฆ์ และไม่แสดงท่าทางล้อเลียนเพื่อถ่ายภาพ
 
ผู้หญิงไม่ควรสัมผัสพระภิกษุหรือส่งสิ่งของให้โดยตรง หากต้องการถวายของควรวางบนผ้ารับประเคนหรือปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เด็กควรอยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง ไม่วิ่งเล่น ปีนฐานพระธาตุ หรือสัมผัสวัตถุจัดแสดง ผู้ใช้รถเข็นและผู้สูงอายุควรเลือกเส้นทางพื้นเรียบและหลีกเลี่ยงช่วงที่มีผู้คนหนาแน่น
 
การถ่ายภาพภายนอกสามารถทำได้เมื่อไม่กีดขวางขบวนพิธีหรือผู้สักการะ ภายในพระอุโบสถ หอพระแก้ว และพิพิธภัณฑ์ควรสังเกตป้ายหรือสอบถามก่อนใช้กล้อง ไม่ควรใช้แฟลช ขาตั้งขนาดใหญ่ หรือโดรนโดยไม่ได้รับอนุญาต การเผยแพร่ภาพควรใช้คำอธิบายที่ให้เกียรติสถานที่และไม่บิดเบือนพิธีกรรม
 
ผู้มาเยือนควรระวังการซื้อเครื่องสักการะจากผู้ที่เข้ามายื่นหรือบังคับขาย ควรเลือกซื้อจากจุดที่มีป้ายราคาและได้รับอนุญาตจากวัด ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องบูชาราคาแพงเพื่อให้การสักการะมีความหมาย หากพบพฤติกรรมรบกวนสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่วัดหรือหน่วยงานท้องถิ่น
 
วัดไม่เก็บค่าเข้าชมพื้นที่หลักและพิพิธภัณฑ์ ผู้มีศรัทธาสามารถบริจาคผ่านตู้หรือช่องทางที่วัดประกาศอย่างเป็นทางการ เงินบริจาคสนับสนุนศาสนกิจ การศึกษาพระปริยัติธรรม ค่าน้ำ ค่าไฟ การดูแลผู้แสวงบุญ งานประเพณี และการอนุรักษ์อาคารกับศิลปวัตถุ ไม่ควรวางเงินบนองค์พระธาตุ พระพุทธรูป หรือพื้นทางเดิน
 
เจ้าอาวาสปัจจุบันคือพระธรรมวชิรโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 ผู้รับผิดชอบการบริหารพระอาราม พระสงฆ์ ศาสนกิจ การศึกษา งานประเพณี การอนุรักษ์ และความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ วัดยังมีพระสงฆ์และบุคลากรจำนวนมากช่วยรองรับผู้แสวงบุญ การติดต่อเรื่องพิธี กลุ่มศึกษา หรือการถ่ายทำควรประสานวัดล่วงหน้าทางหมายเลข 063-004-9049
 
การเดินทาง จากตัวเมืองนครพนมใช้ทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าลงใต้ผ่านอำเภอเรณูนครและเข้าสู่อำเภอธาตุพนม ระยะทางประมาณ 52 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50–65 นาที เมื่อเข้าสู่เขตเทศบาลธาตุพนมให้ตามป้ายวัดพระธาตุพนมไปยังถนนชยางกูร พิกัดสำหรับการนำทางคือ 16.942656, 104.724144
 
จากท่าอากาศยานนครพนมมีระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 60–75 นาที สามารถใช้รถเช่า รถรับจ้าง หรือรถบริการที่จองล่วงหน้า ผู้เดินทางจากจังหวัดมุกดาหารใช้ทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าไปทางเหนือ ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ส่วนผู้เดินทางจากสกลนครใช้ทางหลวงหมายเลข 223 มุ่งสู่อำเภอธาตุพนม
 
วัดมีพื้นที่จอดรถทั้งภายในและบริเวณรอบชุมชน แต่ในช่วงงานนมัสการ วันหยุดยาว และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอาจมีการปิดถนนหรือกำหนดจุดจอดรถชั่วคราว ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามป้ายและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่จอดขวางประตูวัด บ้านเรือน ทางฉุกเฉิน หรือพื้นที่ขบวนพิธี
 
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงสามารถจัดเป็นเส้นทางต่อเนื่องได้ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมรัตนโมลีศรีโคตรบูรอยู่ภายในวัด ตลาดอินโดจีนและถนนคนเดินธาตุพนมอยู่ในระยะเดินถึง พื้นที่ริมแม่น้ำโขงเหมาะกับการชมบรรยากาศช่วงเย็น ส่วนวัดหัวเวียงรังษี วัดโพธิ์คำ และพระธาตุน้อยศรีบุญเรืองช่วยขยายความเข้าใจเรื่องฮูปแต้ม สิมอีสาน และเครือข่ายพระธาตุรอบเมือง
 
ร้านอาหารรอบวัดมีทั้งอาหารเวียดนาม อาหารอีสาน อาหารไทย ปลาแม่น้ำ ร้านกาแฟ และของหวาน ดาวทองอาหารเวียดนามเป็นร้านเก่าแก่ของพื้นที่ Sister ธาตุพนมให้บริการอาหารหลายประเภท Sweet Factory เป็นคาเฟ่ใกล้ตัวเมือง ชมโขงริเวอร์วิวกับห้องอาหารนทีทองเหมาะสำหรับผู้ต้องการรับประทานอาหารพร้อมบรรยากาศริมแม่น้ำ ผู้เดินทางเป็นกลุ่มควรโทรจองโต๊ะล่วงหน้า
 
ที่พักใกล้วัดมีตั้งแต่เกสต์เฮาส์ โรงแรมขนาดเล็ก ไปจนถึงโรงแรมริมแม่น้ำ แสงทองเฮอริเทจอยู่ใกล้เขตชุมชนเก่า โรงแรมพรนฤมิตรและโรงแรม ณ ธาตุพนม เพลสเหมาะกับผู้ต้องการพักใกล้วัด ส่วนโรงแรมธาตุพนมริเวอร์วิวกับโรงแรมทอแสงมีพื้นที่รองรับครอบครัวและกลุ่มเดินทาง ในช่วงเทศกาลควรจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์
 
วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารมีคุณค่าจากการเป็นสถานที่ซึ่งศรัทธาไม่เคยหยุดอยู่ในอดีต ตำนานการบรรจุพระอุรังคธาตุ หลักฐานโบราณคดี การบูรณะหลายยุค เหตุการณ์พังทลาย การสร้างใหม่ งานนมัสการ และกิจกรรมของผู้คนปัจจุบันประกอบกันเป็นประวัติศาสตร์ที่ต่อเนื่อง การมาเยือนจึงควรใช้เวลาเรียนรู้ความหมายของสถานที่ ไม่มององค์พระธาตุเป็นเพียงฉากถ่ายภาพ
 
การรักษาพระธาตุพนมเป็นหน้าที่ร่วมกันของวัด ชุมชน หน่วยงานด้านศิลปวัฒนธรรม ผู้ประกอบการ และผู้มาเยือน การไม่สัมผัสอิฐสลัก ไม่ปีนฐาน ไม่ทิ้งขยะ ไม่ใช้เปลวไฟใกล้อาคาร และไม่เผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อน เป็นการช่วยอนุรักษ์ที่ทุกคนทำได้ทันที มรดกขนาดใหญ่สามารถได้รับความเสียหายจากการกระทำเล็ก ๆ ที่เกิดซ้ำจากผู้คนจำนวนมาก
 
ผู้ที่เดินเวียนรอบองค์พระธาตุในช่วงเช้ามืดจะได้เห็นแสงแรกกระทบยอดฉัตรและเสียงสวดมนต์เริ่มต้นขึ้นพร้อมชีวิตของชุมชน ส่วนผู้ที่มาในช่วงค่ำจะเห็นลวดลายทองสว่างอยู่เหนือเมือง ภาพทั้ง 2 ช่วงเวลาแสดงให้เห็นว่าองค์พระธาตุไม่ได้แยกออกจากชีวิตประจำวัน แต่ยังเป็นจุดอ้างอิงทางจิตใจของผู้คนที่อาศัย เดินทาง ค้าขาย และทำบุญอยู่รอบพื้นที่
 
วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารจึงเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้สนใจพระบรมสารีริกธาตุ ประวัติศาสตร์ลุ่มแม่น้ำโขง ศิลปะจาม ขอม และล้านช้าง สถาปัตยกรรมพระธาตุ ประเพณีอีสาน การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา และมรดกวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต การมาเยือนด้วยความเข้าใจและความสำรวมจะทำให้ผู้เดินทางได้รับทั้งความสงบ ความรู้ และโอกาสสัมผัสความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างองค์พระธาตุกับผู้คนสองฝั่งแม่น้ำโขง
 
ชื่อสถานที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
ชื่อภาษาอังกฤษWat Phra That Phanom Woramahawihan
ประเภทและสังกัดพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
ที่ตั้งเลขที่ 183/13 หมู่ที่ 13 ถนนชยางกูร ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม 48110
พิกัด16.942656, 104.724144
เจ้าอาวาสพระธรรมวชิรโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10
หมายเลขติดต่อวัด063-004-9049
สถานะปัจจุบันเปิดประกอบศาสนกิจและต้อนรับพุทธศาสนิกชนตามปกติ
สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญพระอุรังคธาตุหรือพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระอุระของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระธาตุประจำวันและปีเกิดพระธาตุประจำวันเกิดวันอาทิตย์และพระธาตุประจำปีวอก
การสร้างตามตำนานตำนานอุรังคธาตุระบุว่าสร้างประมาณ พ.ศ. 8 โดยพระมหากัสสปเถระ พระอรหันต์ 500 องค์ และเจ้าผู้ครองนครในลุ่มแม่น้ำโขง
อายุจากหลักฐานโบราณคดีชั้นก่อสร้างโบราณอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 12–14 หรือประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 7–9
ความสูงองค์ปัจจุบันประมาณ 53.60 เมตร
รูปแบบสถาปัตยกรรมเจดีย์รูปทรงมณฑปสี่เหลี่ยมซ้อน 2 ชั้น ส่วนยอดทรงบัวเหลี่ยม ผสมผสานศิลปะจาม ขอม งานพื้นเมือง และล้านช้าง
เหตุการณ์พังทลายวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2518 เวลา 19.38 น. ภายหลังฝนตกหนักและพายุต่อเนื่อง
การสร้างองค์ปัจจุบันดำเนินการระหว่าง พ.ศ. 2518–2522 แล้วเสร็จวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2522
การขึ้นทะเบียนขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2478 และกำหนดเขตโบราณสถานเพิ่มเติมใน พ.ศ. 2522
สถานะด้านมรดกโลกอยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นของศูนย์มรดกโลกตั้งแต่ พ.ศ. 2560
พระประธานในพระอุโบสถหลวงพ่อองค์แสนศาสดา
โซนสำคัญ1. องค์พระธาตุและลานเวียนประทักษิณ
2. พระอุโบสถและหลวงพ่อองค์แสนศาสดา
3. หอพระแก้วและพระพุทธมารวิชัยศาสดา
4. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมรัตนโมลีศรีโคตรบูร
5. บ่อน้ำพระอินทร์และสระมุรธาภิเษก
6. หอพระนอนและมหารัตนศาลา
7. ต้นพระศรีมหาโพธิ์และพื้นที่พัก
8. ลานกิจกรรมและพื้นที่บริการผู้แสวงบุญ
พิพิธภัณฑ์ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมรัตนโมลีศรีโคตรบูร เปิดทุกวัน เวลา 08.30–16.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม โทร. 042-541-050
ประเพณีสำคัญงานนมัสการองค์พระธาตุพนม 9 วัน 9 คืน พิธีอัญเชิญพระอุปคุต ถวายข้าวพืชภาค บุญเสียค่าหัวข้าโอกาส ห่มผ้าองค์พระธาตุ รำบูชา และวันสัตตนาคารำลึก
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ05.00–21.00 น. เวลาอาจปรับตามพิธีและประกาศของวัด
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชม สามารถร่วมบริจาคตามศรัทธาผ่านช่องทางของวัด
ระยะเวลาแนะนำประมาณ 2–3 ชั่วโมง หรือครึ่งวันเมื่อรวมพิพิธภัณฑ์และชุมชนริมแม่น้ำโขง
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ ศาลาพัก จุดประชาสัมพันธ์ ร้านเครื่องสักการะ จุดรับบริจาค ร้านอาหารและร้านของฝากรอบวัด
ข้อปฏิบัติแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอาคาร ไม่ปีนหรือสัมผัสส่วนองค์พระธาตุ ไม่ใช้แฟลชในพิพิธภัณฑ์ ไม่ใช้โดรนโดยไม่ได้รับอนุญาต และหลีกทางให้ขบวนพิธี
การเดินทางจากตัวเมืองนครพนมใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ระยะทางประมาณ 52 กม. จากจังหวัดมุกดาหารใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ระยะทางประมาณ 50 กม. จากสกลนครใช้ทางหลวงหมายเลข 223
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมรัตนโมลีศรีโคตรบูร ภายในวัด ระยะทาง 0 กม. โทร. 042-541-050
2. ตลาดอินโดจีนและถนนคนเดินธาตุพนม ประมาณ 1 กม.
3. แนวริมแม่น้ำโขงและลานพญาศรีสัตตนาคราชธาตุพนม ประมาณ 1 กม.
4. วัดหัวเวียงรังษี ประมาณ 2 กม.
5. วัดโพธิ์คำ บ้านน้ำก่ำ ประมาณ 5 กม.
6. พระธาตุน้อยศรีบุญเรือง ประมาณ 9 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Sister ธาตุพนม ประมาณ 1 กม. โทร. 042-532-148
2. Sweet Factory Drink & Dessert Cafe ประมาณ 1 กม. โทร. 064-985-5924, 095-746-4649
3. ดาวทองอาหารเวียดนาม ประมาณ 1 กม. โทร. 081-380-1769, 042-540-488
4. ชมโขงริเวอร์วิว ธาตุพนม ประมาณ 2 กม. โทร. 064-694-1989, 095-169-1966
5. ห้องอาหารนทีทอง โรงแรมธาตุพนมริเวอร์วิว ประมาณ 2 กม. โทร. 042-541-555
ที่พักใกล้เคียง1. โรงแรมพรนฤมิตร ประมาณ 1 กม. โทร. 061-695-9642
2. แสงทองเฮอริเทจ ประมาณ 1 กม. โทร. 081-578-7960
3. โรงแรม ณ ธาตุพนม เพลส ประมาณ 1 กม. โทร. 081-504-7899, 042-532-149
4. โรงแรมทอแสง ธาตุพนม ประมาณ 1 กม. โทร. 084-686-0558, 095-940-4777
5. โรงแรมธาตุพนมริเวอร์วิว ประมาณ 2 กม. โทร. 042-541-555, 089-967-7282
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารเปิดเวลาใด?
ตอบ: วัดเปิดให้เข้ากราบสักการะทุกวัน เวลา 05.00–21.00 น. ส่วนศูนย์ศิลปวัฒนธรรมรัตนโมลีศรีโคตรบูรเปิดเวลา 08.30–16.00 น. เวลาอาจปรับในช่วงพิธีหรือกิจกรรมพิเศษ
 
ถาม: วัดพระธาตุพนมมีค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ไม่เสียค่าเข้าชมทั้งพื้นที่หลักของวัดและพิพิธภัณฑ์ ผู้มีศรัทธาสามารถบริจาคผ่านตู้หรือช่องทางที่วัดกำหนดได้ตามความสมัครใจ
 
ถาม: พระธาตุพนมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนใด?
ตอบ: ตามตำนานและความเชื่อของชุมชนลุ่มแม่น้ำโขง ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุหรือพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระอุระของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
 
ถาม: พระธาตุพนมสร้างเมื่อใด?
ตอบ: ตำนานอุรังคธาตุระบุว่าสร้างประมาณ พ.ศ. 8 ส่วนหลักฐานทางโบราณคดีวางอายุชั้นก่อสร้างโบราณไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 12–14 ควรแยกข้อมูลตำนานออกจากอายุทางโบราณคดี
 
ถาม: พระธาตุพนมพังลงเมื่อใดและสร้างใหม่เสร็จปีใด?
ตอบ: องค์พระธาตุพังลงเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2518 เวลา 19.38 น. หลังเกิดฝนตกและพายุต่อเนื่อง งานก่อสร้างองค์ปัจจุบันแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2522
 
ถาม: ผู้เกิดวันใดและปีใดนิยมมาสักการะพระธาตุพนม?
ตอบ: พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำวันเกิดวันอาทิตย์และพระธาตุประจำปีวอก แต่ผู้เกิดทุกวันและทุกปีสามารถเดินทางมากราบสักการะได้
 
ถาม: งานนมัสการพระธาตุพนมจัดช่วงใด?
ตอบ: งานจัดในช่วงเดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติ โดยทั่วไปเริ่มวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 รวม 9 วัน 9 คืน
 
ถาม: เดินทางจากตัวเมืองนครพนมไปวัดพระธาตุพนมอย่างไร?
ตอบ: ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าลงใต้สู่อำเภอธาตุพนม ระยะทางประมาณ 52 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 50–65 นาที และสามารถใช้พิกัด 16.942656, 104.724144 ในระบบนำทาง

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หมวดหมู่: ●สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

วัดกลุ่ม: ●วัดประเพณีไทยวัฒนธรรมไทยประเพณีภาคอีสาน

ปรับปรุงล่าสุด : 1 เดือนที่แล้ว


คลิกเพื่อเข้าแผนที่นำทาง GPS

แผนที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร

อัลบั้มรูป

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(3)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(2)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(3)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(3)
ห้องสมุด ห้องสมุด(1)
วัด วัด(23)
โบสถ์ โบสถ์(1)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(11)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(5)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(1)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(5)
น้ำตก น้ำตก(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(3)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(3)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(2)
สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(2)
ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน ช้อปปิ้ง และตลาดกลางคืน(1)