หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร >อ.คำชะอี >ต.คำชะอี > เขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่าภูสีฐาน
TL;DR: เขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่าภูสีฐาน สถานที่ท่องเที่ยวมุกดาหาร ธรรมชาติ และสัตว์ป่า, อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์.
เขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่าภูสีฐาน

วันเปิดทำการ: เปิดให้เข้าพื้นที่ท่องเที่ยวเรียนรู้ตามการอนุญาตและการนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ ไม่ควรเดินทางเข้าเส้นทางป่า จุดดูสัตว์ หรือลานกางเต็นท์โดยไม่ได้ประสานล่วงหน้า
เวลาเปิดทำการ: เวลาติดต่อสำนักงาน 08.30 – 16.30 น. ส่วนเวลาเดินป่า ส่องสัตว์ ดูดาว และกางเต็นท์เป็นไปตามแผนที่เจ้าหน้าที่อนุมัติ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน เป็นผืนป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่บนแนวเทือกเขาภูพานตอนล่าง ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่เป็นที่รู้จักในฝั่งมุกดาหารอยู่ในเขตอำเภอคำชะอี อำเภอดงหลวง และอำเภอหนองสูง จุดเด่นของผืนป่าแห่งนี้คือภูเขาสลับซับซ้อน ที่ราบบนยอดภู ป่าหลายประเภท แหล่งต้นน้ำ ลานหิน น้ำตกตามฤดูกาล ทุ่งหญ้ากว้างซึ่งเป็นแหล่งหากินของสัตว์ป่า ตลอดจนพื้นที่สำหรับศึกษาธรรมชาติ เดินป่า ส่องสัตว์ กางเต็นท์ และดูดาวภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่
สำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังค้นหาสถานที่เดินป่าในมุกดาหาร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานให้ประสบการณ์แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะพื้นที่ไม่ได้เปิดเป็นสวนสาธารณะหรืออุทยานที่สามารถขับรถเข้าไปเที่ยวทุกจุดได้อย่างอิสระ ภารกิจหลักของพื้นที่คือการรักษาถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า ป้องกันการลักลอบล่า ฟื้นฟูระบบนิเวศ และคุ้มครองแหล่งต้นน้ำ การท่องเที่ยวจึงเป็นกิจกรรมรองที่ต้องจัดอย่างจำกัด มีการกำหนดเส้นทาง เวลา จำนวนผู้เข้าใช้พื้นที่ จุดพัก และเงื่อนไขด้านความปลอดภัยตามสถานการณ์จริง
นักท่องเที่ยวที่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่จะได้สัมผัสธรรมชาติในลักษณะที่ยังคงความเป็นป่าสูง เส้นทางหลายช่วงไม่มีร้านค้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ต่อเนื่อง และไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ ผู้เดินทางต้องเตรียมน้ำ อาหาร อุปกรณ์เดินป่า ยาประจำตัว และเครื่องมือสื่อสารให้พร้อม รวมทั้งต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด การเดินทางแบบมีการวางแผนและมีเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญทั้งต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและการลดผลกระทบต่อสัตว์ป่า
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานมีพื้นที่ประมาณ 189,541 ไร่ หรือประมาณ 303.27 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมป่าดงภูสีฐาน ป่าดงหมูแปลง 3 และป่าดงด่านแย้ พื้นที่ในจังหวัดมุกดาหารเกี่ยวข้องกับตำบลกกตูมและตำบลบ้านค้อ อำเภอดงหลวง ตำบลบ้านเหล่า ตำบลน้ำเที่ยงและตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี รวมทั้งตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง ส่วนพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ครอบคลุมบางส่วนของอำเภอเขาวงและอำเภอกุฉินารายณ์ ทำให้ภูสีฐานเป็นผืนป่าอนุรักษ์ซึ่งเชื่อมโยงระบบนิเวศและชุมชนของ 2 จังหวัดเข้าด้วยกัน
พื้นที่ได้รับการกำหนดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2533 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2533 การจัดตั้งพื้นที่อนุรักษ์เกิดขึ้นหลังจากป่าภูสีฐานเคยผ่านกิจกรรมสัมปทานทำไม้และเผชิญแรงกดดันจากการใช้ทรัพยากร ชุมชนรอบป่ามองเห็นความสำคัญของภูเขาในฐานะแหล่งต้นน้ำและที่พึ่งทางธรรมชาติ จึงมีส่วนผลักดันให้ยุติการทำลายป่าและกำหนดพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างจริงจัง
ประวัติของภูสีฐานสะท้อนให้เห็นว่าการอนุรักษ์ไม่ได้เกิดจากการประกาศกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ ชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนที่อาศัยอยู่รอบผืนป่า การดูแลพื้นที่ในปัจจุบันประกอบด้วยการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ การตั้งกล้องดักถ่ายสัตว์ป่า การป้องกันไฟป่า การสกัดกั้นการลักลอบล่าสัตว์ การฟื้นฟูถิ่นอาศัย และการสร้างความเข้าใจให้ผู้มาเยือนตระหนักว่าป่าแห่งนี้เป็นบ้านของสัตว์ป่าก่อนที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวของมนุษย์
ภูมิประเทศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานเป็นภูเขาสูงและที่ราบบนยอดเขา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาภูพานตอนล่าง ระดับความสูงอยู่ระหว่างประมาณ 200–592 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง จุดที่สูงที่สุดคือ ภูเมย สูงประมาณ 592 เมตรและอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ภูเขาหลายลูกเชื่อมต่อกันเป็นแนวยาว มีทั้งสันเขา เนินชัน หุบตื้น หน้าผา ลานหินและพื้นที่ราบกลางป่า ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมหลากหลายภายในพื้นที่เดียว
พื้นที่ส่วนใหญ่ลาดลงทางด้านอำเภอคำชะอีและอำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร จึงเกิดลำห้วยจำนวนมาก เช่น ห้วยไผ่ ห้วยยาง ห้วยกระแส ห้วยนกเต็น ห้วยตาเปอะและห้วยเลา ลำน้ำเหล่านี้ไหลรวมเป็นสาขาของห้วยบางทราย ก่อนหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนด้านล่าง ความสมบูรณ์ของเรือนยอดไม้ ดินป่า พืชพื้นล่าง และชั้นใบไม้ทับถมช่วยชะลอน้ำฝน ลดการชะล้างหน้าดิน และกักเก็บความชื้นไว้ในระบบนิเวศ
ความสำคัญด้านต้นน้ำทำให้การสูญเสียป่าในภูสีฐานส่งผลไกลกว่าพื้นที่บนภูเขา หากเรือนยอดไม้ถูกทำลาย น้ำฝนจะไหลบ่ารวดเร็วขึ้น ดินถูกพัดพา แหล่งน้ำตื้นเขิน และชุมชนด้านล่างเผชิญทั้งภาวะน้ำหลากในฤดูฝนกับการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง การรักษาผืนป่าจึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงของน้ำ การเกษตร คุณภาพสิ่งแวดล้อม และการดำรงชีวิตของประชาชนรอบพื้นที่
สภาพป่าภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานประกอบด้วยป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าผสมผลัดใบ ทุ่งหญ้า และสังคมพืชบนลานหิน พื้นที่ซึ่งมีดินลึกและความชื้นสูงกว่าจะมีต้นไม้ขนาดใหญ่และเรือนยอดค่อนข้างหนาแน่น ส่วนพื้นที่แห้งหรือมีดินตื้นจะพบไม้ในกลุ่มป่าเต็งรัง ไม้พุ่ม หญ้าและพืชที่ทนต่อแสงแดดจัด ความแตกต่างของสภาพป่าเหล่านี้ทำให้สัตว์ป่าแต่ละชนิดสามารถเลือกใช้พื้นที่เพื่อหาอาหาร หลบซ่อน พักผ่อนหรือขยายพันธุ์ตามความเหมาะสม
ฤดูฝนเป็นช่วงที่ป่าภูสีฐานมีสีเขียวเข้ม ลำห้วยและน้ำตกเริ่มมีน้ำ พืชพื้นล่างเจริญเติบโตและสัตว์ป่ามีแหล่งน้ำกระจายอยู่ทั่วผืนป่า เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศเย็นลง ความชื้นลดลง และเส้นทางหลายช่วงเดินได้สะดวกขึ้น ขณะที่ฤดูร้อนป่าเต็งรังบางส่วนผลัดใบ พื้นป่าแห้งและมีความเสี่ยงต่อไฟป่า การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวจึงต้องพิจารณาตามฤดูกาล ไม่สามารถกำหนดให้ทุกจุดเปิดได้ตลอดปีโดยไม่คำนึงถึงสภาพธรรมชาติ
สัตว์ป่าที่อาศัยหรือใช้ประโยชน์จากพื้นที่ภูสีฐานมีหลายกลุ่ม ตั้งแต่สัตว์กินพืชขนาดกลาง สัตว์กินเนื้อขนาดเล็ก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ออกหากินกลางคืน นกป่า สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก บริเวณทุ่งโนนป่าก่อเป็นพื้นที่เรียนรู้สัตว์ป่าที่สามารถพบหรือศึกษาร่องรอยของละอง-ละมั่ง กวางป่า เนื้อทราย เก้งและหมูป่า สัตว์เหล่านี้ใช้ทุ่งหญ้าเป็นพื้นที่หาอาหาร ขณะที่แนวป่ารอบทุ่งทำหน้าที่เป็นที่หลบภัยและเส้นทางเชื่อมต่อไปยังแหล่งน้ำ
การพบสัตว์ป่าไม่ได้หมายความว่านักท่องเที่ยวควรเดินเข้าไปใกล้หรือพยายามล่อสัตว์ให้ออกมา สัตว์ป่าจำนวนมากไวต่อเสียง แสง กลิ่นอาหาร และการเคลื่อนไหวของมนุษย์ การส่องสัตว์จึงต้องใช้หอสังเกตการณ์ จุดซุ่มดู หรือบริเวณที่เจ้าหน้าที่กำหนด ควรรักษาความเงียบ ใช้ไฟกำลังต่ำ หลีกเลี่ยงการส่องแสงเข้าดวงตาสัตว์โดยตรง และไม่ส่งเสียงเรียกเพื่อให้สัตว์หันมาถ่ายภาพ
กล้องดักถ่ายซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้สำรวจสัตว์ป่ามีบทบาทสำคัญต่อการติดตามประชากรและการใช้พื้นที่ กล้องสามารถทำงานทั้งกลางวันและกลางคืนโดยไม่จำเป็นต้องมีคนเฝ้า ช่วยบันทึกสัตว์ที่พบเห็นได้ยาก รวมทั้งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์ผู้ล่า สัตว์กินพืช แหล่งน้ำและเส้นทางเดินตามธรรมชาติ ข้อมูลเหล่านี้ใช้วางแผนลาดตระเวน กำหนดพื้นที่เฝ้าระวัง และประเมินผลของการฟื้นฟูถิ่นอาศัยในระยะยาว
นักท่องเที่ยวอาจไม่ได้เห็นสัตว์ขนาดใหญ่ทุกครั้ง แต่สามารถเรียนรู้ธรรมชาติจากรอยเท้า มูลสัตว์ รอยขุดคุ้ย รอยกัดกินพืช รอยถูตามต้นไม้ ขนที่ติดกับกิ่งไม้ และเสียงร้องจากแนวป่า การเดินกับผู้รู้ช่วยให้เข้าใจว่าร่องรอยเหล่านี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับชนิดสัตว์ ทิศทางการเคลื่อนที่ เวลาออกหากินและลักษณะถิ่นอาศัย การเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจึงไม่ควรถูกวัดด้วยจำนวนสัตว์ที่ถ่ายภาพได้เพียงอย่างเดียว
ทุ่งโนนป่าก่อ เป็นพื้นที่ราบและทุ่งหญ้าขนาดใหญ่กลางผืนป่าภูสีฐาน ตั้งอยู่ในตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร พื้นที่ทุ่งประมาณ 3,000 ไร่ทำหน้าที่เป็นแหล่งหากินสำคัญของสัตว์ป่าหลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์กินพืชซึ่งออกมากินหญ้าในช่วงเช้าตรู่และใกล้ค่ำ แนวป่าที่ล้อมรอบทุ่งทำให้สัตว์สามารถเคลื่อนเข้าออกได้โดยไม่ต้องอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งเป็นเวลานาน
ทุ่งโนนป่าก่อเป็นพื้นที่ซึ่งเหมาะกับการจัดกิจกรรมเรียนรู้สัตว์ป่า เพราะมีหอส่องสัตว์และจุดสังเกตการณ์ที่ช่วยลดการรบกวน นักท่องเที่ยวควรเข้าพื้นที่เป็นกลุ่มเล็ก ใช้เสื้อผ้าสีไม่ฉูดฉาด หลีกเลี่ยงน้ำหอมกลิ่นแรง และงดการเปิดเพลง เสียงจากโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่สร้างความรบกวน การนั่งรออย่างสงบทำให้มีโอกาสสังเกตพฤติกรรมตามธรรมชาติได้ดีกว่าการเดินค้นหาสัตว์ในทุ่ง
นอกจากการส่องสัตว์แล้ว ทุ่งโนนป่าก่อยังเป็นพื้นที่ดูดาวที่สำคัญของมุกดาหาร ความโล่งของทุ่งเปิดมุมมองท้องฟ้าเกือบ 360 องศา ขณะที่ระยะห่างจากชุมชนและแหล่งแสงขนาดใหญ่ทำให้ท้องฟ้ามืดกว่าพื้นที่เมือง ในคืนที่ท้องฟ้าเปิดสามารถมองเห็นทางช้างเผือก กระจุกดาวลูกไก่ เนบิวลานายพราน กลุ่มดาวตามฤดูกาล ตลอดจนฝนดาวตกในช่วงเวลาที่เหมาะสม
พื้นที่ทุ่งโนนป่าก่อได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานท้องฟ้ามืดในช่วงปี 2568–2570 การขึ้นทะเบียนสะท้อนทั้งคุณภาพของท้องฟ้าและความพยายามควบคุมแสงที่ไม่จำเป็น การท่องเที่ยวดูดาวจึงควรใช้ไฟฉายแสงแดงหรือไฟที่ปรับความสว่างได้ ปิดไฟรถเมื่อจอดในจุดที่กำหนด ไม่ใช้ไฟสปอร์ตไลต์ส่องขึ้นฟ้า และไม่เปิดแสงสีขาวต่อเนื่อง เพราะแสงเพียงเล็กน้อยสามารถทำลายการปรับสายตาของผู้ดูดาวและรบกวนสัตว์กลางคืนได้
สิ่งอำนวยความสะดวกในบริเวณทุ่งโนนป่าก่อประกอบด้วยศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพักขนาด 4 ห้องนอน ห้องน้ำ อาคารอเนกประสงค์ หอส่องสัตว์ และลานกางเต็นท์ การมีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ได้หมายความว่าสามารถเดินทางเข้าพักได้ทันที ผู้มาเยือนต้องตรวจสอบวันว่าง จำนวนผู้เข้าพัก เงื่อนไขการใช้บ้านพักและลานกางเต็นท์ รวมทั้งข้อกำหนดเกี่ยวกับอาหาร การใช้ไฟ และการจัดการขยะกับเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง
การกางเต็นท์ในทุ่งโนนป่าก่อให้ประสบการณ์ที่แตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืน กลางวันสามารถเห็นทุ่งหญ้า แนวป่าและร่องรอยสัตว์ได้ชัด ส่วนกลางคืนจะได้ยินเสียงแมลง กบ นกกลางคืนและการเคลื่อนไหวจากพื้นที่รอบค่าย ผู้พักแรมต้องไม่เดินออกจากลานโดยลำพัง ไม่ทิ้งอาหารไว้หน้าที่พัก และไม่วางรองเท้าหรือสัมภาระไว้นอกเต็นท์โดยไม่ตรวจสอบ เพราะพื้นที่เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าและสัตว์เลื้อยคลานหลายชนิด
อาหารทุกชนิดควรเก็บในภาชนะปิดสนิท เศษอาหารต้องรวบรวมกลับออกจากพื้นที่ ไม่ควรเทน้ำแกง น้ำมัน หรือเศษอาหารลงบนพื้น เนื่องจากกลิ่นอาหารดึงดูดหมูป่า สัตว์ฟันแทะและสัตว์ชนิดอื่นให้เข้ามาใกล้ค่าย เมื่อสัตว์เริ่มเชื่อมโยงมนุษย์กับอาหาร พฤติกรรมตามธรรมชาติจะเปลี่ยนไปและเพิ่มความเสี่ยงต่อทั้งสัตว์กับนักท่องเที่ยว
น้ำตกศักดิ์สิทธิ์ หรือที่รู้จักในชื่อ น้ำตกแก้งช้างเนียม ตั้งอยู่บริเวณบ้านแก้งช้างเนียม ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน เป็นน้ำตกขนาดเล็กสูงประมาณ 20 เมตร รายล้อมด้วยป่าดิบแล้งที่มีความสมบูรณ์ น้ำไหลลดหลั่นผ่านชั้นหินและลานหิน ก่อนรวมตัวในแอ่งและไหลลงสู่ลำห้วยด้านล่าง
น้ำตกมีน้ำมากและสวยงามที่สุดในช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว ส่วนฤดูแล้งปริมาณน้ำอาจลดลงอย่างมากหรือเหลือเพียงน้ำไหลบางช่วง ผู้เดินทางจึงควรตรวจสอบสภาพน้ำและเส้นทางก่อนออกเดินทาง ไม่ควรอาศัยภาพถ่ายในช่วงฤดูฝนเป็นตัวแทนสภาพของน้ำตกตลอดปี ฝนตกหนักยังอาจทำให้น้ำเปลี่ยนระดับอย่างรวดเร็ว พื้นหินลื่น และเส้นทางบางช่วงไม่ปลอดภัย
ชื่อของน้ำตกไม่ได้มีความหมายเพียงในด้านการท่องเที่ยว เพราะน้ำตกแก้งช้างเนียมเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดมุกดาหาร น้ำจากแหล่งนี้เคยถูกใช้ในพิธีพลีกรรมตักน้ำและจัดทำน้ำพระพุทธมนต์สำหรับพระราชพิธีสำคัญ ความสำคัญดังกล่าวทำให้พื้นที่เชื่อมโยงคุณค่าทางธรรมชาติเข้ากับความเชื่อ ประเพณี และความเคารพของชุมชนต่อแหล่งต้นน้ำ
บริเวณน้ำตกมีลานหินซึ่งเหมาะสำหรับหยุดพักและใช้เป็นพื้นที่กิจกรรมภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ ในบางโอกาสมีการอนุญาตให้ตั้งแคมป์บนพื้นที่ที่กำหนด แต่ผู้เดินทางไม่ควรนำเต็นท์เข้าไปกางเองโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากต้องพิจารณาระดับน้ำ สภาพอากาศ ความเสี่ยงจากกิ่งไม้ สัตว์ป่า ไฟป่า และผลกระทบต่อพื้นที่พิธีกรรม หากต้องการพักแรมควรสอบถามว่าลานน้ำตกเปิดให้ใช้หรือควรเปลี่ยนไปใช้ลานกางเต็นท์ทุ่งโนนป่าก่อ
ผู้มาเยือนน้ำตกควรรักษาความสะอาดและความสงบเป็นพิเศษ ไม่ใช้สบู่ แชมพูหรือน้ำยาทำความสะอาดในลำธาร ไม่ทิ้งเหรียญ พวงมาลัย ธูป เทียน หรือสิ่งของลงในน้ำ และไม่เคลื่อนย้ายก้อนหินเพื่อสร้างแอ่งส่วนตัว แม้กิจกรรมบางอย่างอาจเกิดจากความศรัทธา แต่สิ่งของที่ถูกทิ้งไว้สามารถกลายเป็นมลพิษและส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ ตะกอน และคุณภาพของแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์
การลงเล่นน้ำต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และพิจารณาสภาพจริงในวันนั้น แอ่งบางแห่งมีพื้นต่างระดับ หินใต้น้ำลื่น และอาจมีเศษกิ่งไม้ซ่อนอยู่ กระแสน้ำหลังฝนตกสามารถแรงกว่าที่มองเห็นจากริมฝั่ง เด็กต้องอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่ตลอดเวลา และไม่ควรกระโดดจากชั้นหินลงในแอ่งที่ไม่ทราบความลึก
พื้นที่ ภูผาผึ้ง เป็นอีกส่วนหนึ่งซึ่งใช้ศึกษาลักษณะธรณีวิทยา ป่าบนภูเขา และกระบวนการกัดกร่อนของหิน เส้นทางมีทั้งลานหิน ทางลาดและแนวป่า ผู้เดินทางควรใช้รองเท้าดอกยางลึกและหลีกเลี่ยงการเดินในช่วงฝนฟ้าคะนอง เพราะพื้นที่เปิดบนลานหินมีความเสี่ยงจากฟ้าผ่า การจัดทริปไปภูผาผึ้งต้องตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ว่าเส้นทางเปิดและต้องใช้ผู้นำทางหรือไม่
พื้นที่ฝั่งกาฬสินธุ์มีจุดศึกษาธรรมชาติและวัฒนธรรม เช่น ถ้ำลายมือหรือถ้ำฝ่ามือแดง อ่างเก็บน้ำบริเวณสำนักงาน และเส้นทางขึ้นภูเมย แต่จุดเหล่านี้อยู่คนละด้านของผืนป่ากับทางเข้าฝั่งคำชะอี ไม่ควรวางแผนเดินทางเชื่อมต่อกันโดยดูจากระยะเส้นตรง เพราะถนนอ้อมภูเขาและเส้นทางภายในบางส่วนไม่ได้เปิดเป็นทางสาธารณะ การเที่ยวทั้ง 2 ฝั่งควรแบ่งเป็นคนละวันและประสานสำนักงานเกี่ยวกับจุดนัดหมายให้ชัดเจน
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานเหมาะกับผู้ที่มีพื้นฐานการเดินป่าหรือพร้อมปฏิบัติตามระบบการท่องเที่ยวแบบควบคุม เส้นทางระยะสั้นสามารถใช้เป็นกิจกรรมเรียนรู้สำหรับผู้เริ่มต้นได้เมื่อมีเจ้าหน้าที่นำทาง ส่วนเส้นทางขึ้นภูหรือเส้นทางที่ต้องเดินหลายชั่วโมงต้องประเมินความแข็งแรงของร่างกาย ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจ ความดันโลหิตสูง ปัญหาข้อเข่าหรืออาการแพ้รุนแรงควรแจ้งผู้ร่วมทางและเจ้าหน้าที่ก่อนเริ่มกิจกรรม
รองเท้าเดินป่าควรมีพื้นยึดเกาะดีและผ่านการใช้งานมาแล้ว ไม่ควรนำรองเท้าคู่ใหม่ที่ยังไม่เคยสวมเดินไกลมาใช้ทันที เสื้อผ้าควรระบายอากาศ แห้งเร็วและปกปิดผิวเพื่อป้องกันแดด แมลง กิ่งไม้และหญ้าคม ควรเตรียมเสื้อกันฝนแบบบาง หมวก ถุงเท้าสำรอง ผ้าหรือถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์ และไฟฉายคาดศีรษะแม้จะวางแผนกลับก่อนเย็น
น้ำดื่มต้องเตรียมให้เพียงพอตามระยะทางและอุณหภูมิ ไม่ควรดื่มน้ำจากลำห้วยโดยตรง แม้น้ำจะดูใส เพราะอาจมีจุลินทรีย์ ตะกอนหรือสิ่งปนเปื้อนจากสัตว์ป่า อาหารควรเป็นชนิดพกพาง่าย ให้พลังงาน และไม่สร้างขยะมาก เช่น ข้าวห่อ ผลไม้ที่จัดเก็บในกล่อง ถั่วหรืออาหารแห้ง ควรหลีกเลี่ยงบรรจุภัณฑ์หลายชั้นและนำขยะทุกชิ้นกลับออกจากป่า
อุปกรณ์ที่ควรมีประกอบด้วยชุดปฐมพยาบาล ยาประจำตัว ยาแก้แพ้ ผ้ายืดพันข้อ พลาสเตอร์ปิดแผล น้ำยาฆ่าเชื้อ นกหวีด แบตเตอรี่สำรอง และแผนที่ออฟไลน์ โทรศัพท์ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือนำทางเพียงอย่างเดียว เพราะแบตเตอรี่อาจหมดหรือสัญญาณดาวเทียมอาจคลาดเคลื่อนใต้เรือนยอดไม้ ผู้เดินทางต้องจดจำชื่อจุดนัดหมาย เวลาเดินทางกลับ และหมายเลขติดต่อเจ้าหน้าที่ไว้แยกต่างหาก
การเดินเป็นกลุ่มควรรักษาระยะที่ยังมองเห็นกันได้ ไม่เดินแซงผู้นำทางและไม่หยุดแยกจากกลุ่มโดยไม่แจ้ง หากต้องการถ่ายภาพ พักดื่มน้ำ หรือจัดอุปกรณ์ควรบอกคนด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อพบทางแยกไม่ควรเลือกเส้นทางเอง ผู้ที่หลงทางควรหยุดอยู่กับที่ ใช้นกหวีดส่งสัญญาณ และหลีกเลี่ยงการเดินลงห้วยโดยไม่มีข้อมูล เพราะห้วยอาจนำไปสู่หน้าผาหรือพื้นที่ห่างไกลกว่าเดิม
ในฤดูฝนต้องระวังทาก แมลง และพื้นดินที่อ่อนตัว ควรตรวจรองเท้า ถุงเท้า และเสื้อผ้าเมื่อพัก ระวังกิ่งไม้เปียกที่หักง่าย และไม่ยืนใต้ต้นไม้ใหญ่ในช่วงลมแรง หากมีฝนฟ้าคะนองควรออกจากลานหิน จุดสูงและแนวต้นไม้โดดเดี่ยวตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ การพยายามเดินต่อเพื่อให้ถึงจุดหมายทั้งที่สภาพอากาศไม่ปลอดภัยเป็นความเสี่ยงซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น
ฤดูแล้งมีความเสี่ยงจากไฟป่า ใบไม้แห้งและหญ้าเป็นเชื้อเพลิงที่ติดไฟได้ง่าย ห้ามก่อกองไฟนอกพื้นที่ที่อนุญาต ห้ามทิ้งก้นบุหรี่ และไม่ควรใช้เตาที่มีเปลวไฟใกล้หญ้าแห้ง หากพบควัน กลิ่นไหม้หรือแนวไฟต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีและเคลื่อนออกตามคำสั่ง ไม่ควรเข้าไปถ่ายภาพหรือพยายามดับไฟป่าด้วยตนเอง
สัตว์ป่าทุกชนิดควรได้รับระยะปลอดภัย หากพบหมูป่า กวางหรือสัตว์ขนาดกลางบนเส้นทาง ควรหยุดและเปิดทางให้สัตว์เคลื่อนออก ไม่วิ่งไล่ ไม่เข้าไปขวาง และไม่พยายามถ่ายภาพระยะใกล้ แม่สัตว์ที่มีลูกอาจมีพฤติกรรมป้องกันตัวสูงกว่าปกติ ส่วนสัตว์เลื้อยคลานควรปล่อยให้เคลื่อนผ่าน ไม่ใช้ไม้ตีหรือจับออกจากทางโดยไม่มีความชำนาญ
ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปปล่อยหรือเดินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพราะสัตว์เลี้ยงสามารถไล่กัดสัตว์ป่า นำโรคเข้าสู่ระบบนิเวศ หรือหลงหายและกลายเป็นสัตว์เร่ร่อนในป่า อาหารสัตว์และเสียงเห่ายังรบกวนสัตว์ที่อาศัยใกล้ทุ่งกับลานกางเต็นท์ ผู้เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงจึงต้องจัดหาสถานที่ดูแลภายนอกพื้นที่ก่อนเดินทาง
การใช้โดรน กล้องถ่ายภาพเพื่อการค้า อุปกรณ์ส่องสว่างกำลังสูง หรือการจัดกิจกรรมกลุ่มขนาดใหญ่ต้องขออนุญาตเป็นกรณีเฉพาะ โดรนสามารถรบกวนนกและสัตว์ป่า โดยเฉพาะช่วงผสมพันธุ์หรือเลี้ยงลูก อีกทั้งเสียงใบพัดส่งผลต่อบรรยากาศของพื้นที่ดูดาวและการสังเกตสัตว์ การเห็นพื้นที่เปิดโล่งไม่ได้หมายความว่าสามารถนำอากาศยานขึ้นบินได้โดยอิสระ
นักถ่ายภาพสัตว์ป่าควรใช้เลนส์ระยะไกลและตั้งกล้องในจุดที่เจ้าหน้าที่อนุญาต ไม่ใช้เหยื่อ อาหาร เสียงร้องจากลำโพง หรือกลิ่นล่อสัตว์ การเปิดเสียงนกเพื่อดึงให้นกเข้ามาใกล้สามารถทำให้สัตว์เสียเวลาและพลังงานในการป้องกันพื้นที่ โดยเฉพาะในฤดูทำรัง ภาพที่ดีควรเกิดจากการสังเกตพฤติกรรมตามธรรมชาติ ไม่ใช่การบังคับให้สัตว์ตอบสนองต่อสิ่งเร้า
การดูดาวควรเลือกคืนใกล้เดือนดับและตรวจสอบเมฆล่วงหน้า แต่สภาพอากาศบนภูเขาอาจเปลี่ยนได้เร็วแม้พยากรณ์ระบุว่าท้องฟ้าเปิด ควรเตรียมผ้าปูพื้น เสื้อกันลม ยากันแมลง และอุปกรณ์ป้องกันความชื้น กล้องถ่ายดาวควรตั้งอยู่ภายในพื้นที่ที่กำหนดเพื่อไม่กีดขวางทางเดินหรือเส้นทางของสัตว์ และไม่ควรวางอุปกรณ์ทิ้งไว้โดยไม่มีผู้ดูแล
ช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตกเป็นช่วงที่สัตว์หลายชนิดเริ่มออกหากิน การเดินระหว่างลานกางเต็นท์ หอส่องสัตว์ และพื้นที่ดูดาวจึงต้องใช้เส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนด ไม่เดินเข้าแนวหญ้าสูงหรือชายป่าเพียงเพื่อหามุมถ่ายภาพ ใช้ไฟฉายส่องพื้นเฉพาะที่จำเป็น และพูดคุยด้วยเสียงเบาเพื่อลดผลกระทบต่อสัตว์กลางคืน
ครอบครัวที่มีเด็กสามารถเข้าร่วมกิจกรรมบริเวณทุ่งโนนป่าก่อหรือพื้นที่บริการได้เมื่อได้รับอนุญาต แต่ต้องดูแลเด็กไม่ให้วิ่งออกจากลาน ไม่ปีนหอส่องสัตว์โดยไม่มีผู้ใหญ่ และไม่เข้าใกล้แหล่งน้ำตามลำพัง เส้นทางน้ำตกและลานหินอาจไม่เหมาะกับรถเข็นเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีข้อจำกัดด้านการทรงตัว โดยเฉพาะหลังฝนตก
ผู้พักค้างคืนควรเตรียมอุปกรณ์นอนให้เหมาะกับฤดูกาล กลางคืนในฤดูหนาวอาจเย็นกว่าตัวเมือง ขณะที่ฤดูฝนมีความชื้นสูงและเกิดน้ำค้างภายในเต็นท์ได้ง่าย เต็นท์ควรมีผ้าคลุมกันฝนและแผ่นรองพื้น ไม่ควรขุดร่องระบายน้ำรอบเต็นท์ เพราะทำให้พื้นดินเสียหาย หากจุดกางเต็นท์มีน้ำขังควรขอเปลี่ยนตำแหน่งจากเจ้าหน้าที่
ห้องน้ำและบ้านพักในพื้นที่มีจำนวนจำกัด นักท่องเที่ยวควรใช้น้ำอย่างประหยัด ไม่ทิ้งผ้าเปียก ทิชชู หรือขยะลงในโถสุขภัณฑ์ และไม่ใช้สารทำความสะอาดรุนแรงในบริเวณแหล่งน้ำ การรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกให้อยู่ในสภาพดีช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้ทรัพยากรไปกับการลาดตระเวนและการอนุรักษ์ได้มากขึ้น
การเดินทาง ไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวฝั่งมุกดาหารควรเริ่มจากอำเภอคำชะอี ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองมุกดาหารตามทางหลวงหมายเลข 12 ประมาณ 37 กิโลเมตร จากตัวอำเภอต้องเดินทางต่อไปยังจุดนัดหมายที่เจ้าหน้าที่แจ้ง เช่น ทุ่งโนนป่าก่อ บ้านแก้งช้างเนียม หรือหน่วยพิทักษ์ป่าที่รับผิดชอบเส้นทาง ไม่ควรใช้ชื่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจากแผนที่เพียงอย่างเดียว เพราะพื้นที่กว้างและมีทางเข้าหลายด้าน
สำนักงานหลักของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานตั้งอยู่ที่ตู้ ปณ.2 ตำบลหนองห้าง อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงอยู่คนละด้านกับจุดท่องเที่ยวทุ่งโนนป่าก่อและน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ในมุกดาหาร นักท่องเที่ยวต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนว่าต้องการเข้าพื้นที่ใด เพื่อรับพิกัดจุดนัดหมาย เส้นทางที่ถูกต้อง ชนิดรถที่เหมาะสม และเวลาที่ควรเดินทางถึง
รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นทางเลือกที่สะดวกที่สุด ระบบขนส่งสาธารณะสามารถเดินทางถึงอำเภอคำชะอีได้บางช่วง แต่ไม่มีรถประจำทางเข้าสู่เส้นทางป่าอย่างสม่ำเสมอ รถยนต์ทั่วไปสามารถเดินทางถึงหมู่บ้านหรือจุดบริการหลายแห่งได้ในสภาพอากาศปกติ ส่วนถนนดิน ทางชัน หรือเส้นทางหลังฝนตกอาจต้องใช้รถกระบะหรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
ก่อนเข้าสู่พื้นที่ควรเติมน้ำมันในตัวอำเภอ ตรวจยางอะไหล่ แม่แรง ระบบเบรกและไฟส่องสว่าง รวมทั้งบันทึกแผนที่แบบออฟไลน์ การจอดรถต้องใช้พื้นที่ที่กำหนด ไม่จอดปิดทางเจ้าหน้าที่ ทางหนีไฟ หรือเส้นทางสัตว์ หากรถติดหล่มหรือเกิดปัญหาควรติดต่อเจ้าหน้าที่ ไม่พยายามขับออกนอกเส้นทางเพราะอาจทำลายพืชและทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น
แผนเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสทุ่งโนนป่าก่ออย่างครบถ้วน วันแรกสามารถเดินทางถึงอำเภอคำชะอีช่วงบ่าย ซื้อเสบียง ติดต่อจุดนัดหมาย เข้าพื้นที่ตามเวลาที่กำหนด และเตรียมลานกางเต็นท์ ก่อนส่องสัตว์ช่วงเย็นกับดูดาวในเวลากลางคืน เช้าวันถัดไปสามารถสังเกตสัตว์จากหอส่องสัตว์ เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ แล้วออกจากพื้นที่ก่อนช่วงบ่าย
ผู้ที่สนใจน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ควรจัดเป็นทริปกลางวันและเดินทางในช่วงที่มีน้ำ โดยติดต่อเจ้าหน้าที่หรือชุมชนก่อน หากได้รับอนุญาตให้พักแรมต้องปฏิบัติตามจุดกางเต็นท์ที่กำหนด ไม่ตั้งเต็นท์ใกล้ร่องน้ำหรือใต้หน้าผา การวางแผนรวมน้ำตกกับทุ่งโนนป่าก่อในวันเดียวต้องพิจารณาระยะทางจริงและเวลาปิดเส้นทาง ไม่ควรเร่งเดินทางระหว่างพื้นที่หลังพระอาทิตย์ตก
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเดินป่ามากที่สุดคือปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาว เมื่อป่าเขียว แหล่งน้ำยังมีน้ำและอากาศไม่ร้อนจัด แต่ต้องตรวจสอบฝนและพื้นทางก่อนเดิน ส่วนการดูดาวเหมาะกับคืนท้องฟ้าเปิดใกล้เดือนดับตลอดช่วงที่ไม่มีฝนหนัก การส่องสัตว์ทำได้ดีในเวลาเช้าตรู่และใกล้ค่ำภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่
อาหาร ร้านค้าและสถานีบริการส่วนใหญ่อยู่ในตัวอำเภอคำชะอีหรือริมทางหลวงหมายเลข 12 นักท่องเที่ยวควรซื้อสิ่งจำเป็นก่อนเข้าป่า ร้านอาหารและคาเฟ่ในอำเภอมีทั้งอาหารไทย อาหารอีสาน กาแฟและเครื่องดื่ม แต่เวลาเปิดอาจเปลี่ยนตามวันหยุดหรือฤดูกาล ควรโทรตรวจสอบล่วงหน้า โดยเฉพาะเมื่อต้องการรับประทานอาหารเป็นกลุ่มหรือเดินทางกลับจากป่าช่วงค่ำ
ที่พักภายนอกพื้นที่มีทั้งรีสอร์ทขนาดเล็กในอำเภอคำชะอีและที่พักริมทางหลวง ผู้ที่ไม่ต้องการกางเต็นท์สามารถพักในตัวอำเภอแล้วเดินทางเข้าจุดนัดหมายตอนเช้า ส่วนบ้านพักในทุ่งโนนป่าก่อมีจำนวนจำกัดและต้องได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ การมีชื่อที่พักอยู่ในข้อมูลประชาสัมพันธ์ไม่ได้หมายความว่าจะมีห้องว่างหรือเปิดรับผู้เข้าพักทุกวัน
ปัจจุบันเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานอยู่ภายใต้การดูแลของ นายคมกฤต สามเพชรเจริญ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน ติดต่อสำนักงานได้ที่หมายเลข 043-840422 ส่วนข้อมูลการท่องเที่ยวเรียนรู้ ทุ่งโนนป่าก่อ บ้านพักและลานกางเต็นท์สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 099-0197307 การติดต่อควรดำเนินการก่อนวันเดินทาง ไม่ควรรอจนถึงบริเวณทางเข้าป่าซึ่งสัญญาณโทรศัพท์อาจไม่ต่อเนื่อง
ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานยังคงดำเนินภารกิจอนุรักษ์ ลาดตระเวนและเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเรียนรู้ทุ่งโนนป่าก่อตามระบบการอนุญาต อย่างไรก็ตาม สถานะเส้นทางเดินป่า น้ำตก ลานกางเต็นท์และจุดส่องสัตว์สามารถเปลี่ยนได้ตามสภาพอากาศ ไฟป่า งานลาดตระเวน การฟื้นฟูพื้นที่ หรือพฤติกรรมของสัตว์ป่า การยืนยันกับเจ้าหน้าที่จึงเป็นขั้นตอนบังคับก่อนเดินทางทุกครั้ง
ไม่พบการประกาศอัตราค่าเข้าชมแบบมาตรฐานซึ่งใช้ครอบคลุมทุกกิจกรรมของพื้นที่ การเข้าพื้นที่ บ้านพัก การกางเต็นท์ ผู้นำทางหรือกิจกรรมเฉพาะอาจมีเงื่อนไขและค่าใช้บริการแตกต่างกัน นักท่องเที่ยวต้องสอบถามยอดค่าใช้จ่าย วิธีชำระเงิน และสิ่งที่รวมอยู่ในบริการโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ ห้ามนำข้อมูลค่าธรรมเนียมจากอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นมาใช้แทน เพราะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีระบบบริหารจัดการต่างกัน
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานเหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ป่าอย่างลึกซึ้งมากกว่าการเดินทางไปเช็กอินเพียงชั่วครู่ ความน่าสนใจไม่ได้จำกัดอยู่ที่น้ำตก ลานหินหรือภาพสัตว์ป่า แต่รวมถึงการสังเกตว่าทุ่งหญ้าเชื่อมโยงกับแนวป่าอย่างไร ลำห้วยเกิดจากภูเขาอย่างไร และเหตุใดการควบคุมแสง เสียง ขยะกับจำนวนผู้เข้าพื้นที่จึงมีผลต่อการดำรงชีวิตของสัตว์
การมาเยือนด้วยความเคารพต่อกฎทำให้นักท่องเที่ยวมีส่วนช่วยรักษาภูสีฐานได้โดยตรง ทุกครั้งที่ไม่ทิ้งขยะ ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ออกนอกเส้นทาง ไม่เด็ดพืช และไม่รบกวนพื้นที่กลางคืน เท่ากับลดภาระต่อเจ้าหน้าที่และรักษาสภาพแวดล้อมไว้สำหรับสัตว์ป่า การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าจึงไม่ใช่การเข้าถึงทุกพื้นที่ แต่เป็นการเข้าใจว่าบางส่วนของป่าควรสงวนไว้โดยไม่มีมนุษย์เข้าไปรบกวน
ผืนป่าภูสีฐานเป็นตัวอย่างสำคัญของการฟื้นคืนธรรมชาติจากพื้นที่ซึ่งเคยเผชิญสัมปทานและแรงกดดันจากการใช้ทรัพยากร จนกลายเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่มีทั้งสัตว์ป่า แหล่งต้นน้ำ ทุ่งหญ้า ป่าหลายประเภทและแหล่งเรียนรู้ด้านท้องฟ้ามืด การเดินทางมายังพื้นที่จึงควรเกิดขึ้นพร้อมความเข้าใจว่าเบื้องหลังทิวทัศน์สงบงามคือการทำงานลาดตระเวน การฟื้นฟู และความร่วมมือของเจ้าหน้าที่กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง
| ชื่อสถานที่ | เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Phu Si Than Wildlife Sanctuary |
| ประเภทพื้นที่ | เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การท่องเที่ยวต้องได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้เงื่อนไขของเจ้าหน้าที่ |
| ที่ตั้ง | พื้นที่รอยต่อจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยแหล่งท่องเที่ยวหลักฝั่งมุกดาหารอยู่ในอำเภอคำชะอี อำเภอดงหลวง และอำเภอหนองสูง |
| ที่อยู่สำนักงานหลัก | ตู้ ปณ.2 ตำบลหนองห้าง อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46110 |
| พิกัดสำนักงานหลัก | 16.5828, 104.1425 |
| พื้นที่ | ประมาณ 189,541 ไร่ หรือประมาณ 303.27 ตารางกิโลเมตร |
| การประกาศจัดตั้ง | ประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2533 |
| ระดับความสูง | ประมาณ 200–592 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง จุดสูงสุดคือภูเมย สูงประมาณ 592 เมตร |
| ไฮไลต์ | เดินป่า ส่องสัตว์ ทุ่งหญ้าโนนป่าก่อ ดูดาวในพื้นที่ท้องฟ้ามืด น้ำตกศักดิ์สิทธิ์ ลานหิน ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และแหล่งต้นน้ำ |
| ลักษณะภูมิประเทศ | ภูเขาและที่ราบบนภูในแนวเทือกเขาภูพานตอนล่าง มีสันเขา ลานหิน ทุ่งหญ้า หุบเขาและลำห้วยหลายสาย |
| ประเภทป่า | ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าผสมผลัดใบ ทุ่งหญ้า และสังคมพืชบนลานหิน |
| สัตว์ป่าเด่น | ละอง-ละมั่ง กวางป่า เนื้อทราย เก้ง หมูป่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก นกป่า สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก |
| แหล่งต้นน้ำ | ห้วยไผ่ ห้วยยาง ห้วยกระแส ห้วยนกเต็น ห้วยตาเปอะ ห้วยเลา และลำห้วยสาขาของห้วยบางทราย |
| โซนและพื้นที่สำคัญ | 1. ทุ่งโนนป่าก่อและพื้นที่ส่องสัตว์ 2. เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดและลานดูดาว 3. หอส่องสัตว์ 4. ลานกางเต็นท์และบ้านพักทุ่งโนนป่าก่อ 5. น้ำตกศักดิ์สิทธิ์หรือน้ำตกแก้งช้างเนียม 6. ลานหินบริเวณน้ำตก 7. เส้นทางศึกษาธรรมชาติภูผาผึ้ง 8. ภูเมย 9. ถ้ำลายมือหรือถ้ำฝ่ามือแดงฝั่งกาฬสินธุ์ 10. อ่างเก็บน้ำและบริเวณสำนักงานหลัก |
| วันเปิดทำการ | เปิดให้เข้าพื้นที่ตามการอนุญาตและการนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ เส้นทางบางแห่งอาจปิดตามฤดูกาลหรือภารกิจอนุรักษ์ |
| เวลาเปิดทำการ | เวลาติดต่อสำนักงาน 08.30 – 16.30 น. เวลากิจกรรมและการพักแรมเป็นไปตามกำหนดของเจ้าหน้าที่ |
| เงื่อนไขการเข้าพื้นที่ | ต้องประสานเจ้าหน้าที่ แจ้งจำนวนผู้เดินทาง จุดหมาย กิจกรรม วันและเวลาที่ต้องการเข้าพื้นที่ก่อนเดินทาง |
| ค่าเข้าชมและบริการ | ไม่มีอัตราค่าเข้าชมมาตรฐานที่เผยแพร่ครอบคลุมทุกกิจกรรม ต้องสอบถามค่าบ้านพัก กางเต็นท์ ผู้นำทางหรือบริการเฉพาะกับเจ้าหน้าที่โดยตรง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก 4 ห้องนอน ห้องน้ำ อาคารอเนกประสงค์ หอส่องสัตว์ และลานกางเต็นท์ในพื้นที่ทุ่งโนนป่าก่อ |
| กิจกรรม | เดินป่า ศึกษาธรรมชาติ ส่องสัตว์ ดูนก ดูดาว ถ่ายภาพทางดาราศาสตร์ ชมฝนดาวตก กางเต็นท์ และเรียนรู้แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ |
| ช่วงเวลาที่เหมาะ | ปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาวเหมาะกับการเดินป่าและชมน้ำตก คืนใกล้เดือนดับและท้องฟ้าเปิดเหมาะกับการดูดาว |
| ระยะเวลาเที่ยว | กิจกรรมระยะสั้นประมาณครึ่งวัน และแนะนำ 2 วัน 1 คืนสำหรับส่องสัตว์ ดูดาวและกางเต็นท์ที่ทุ่งโนนป่าก่อ |
| การเดินทาง | จากตัวเมืองมุกดาหารใช้ทางหลวงหมายเลข 12 ไปอำเภอคำชะอีประมาณ 37 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อไปยังจุดนัดหมายตามพิกัดที่เจ้าหน้าที่แจ้ง |
| ยานพาหนะที่เหมาะสม | รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า ถนนป่าบางช่วงอาจต้องใช้รถกระบะหรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ |
| ผู้ดูแล | นายคมกฤต สามเพชรเจริญ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน |
| เบอร์ติดต่อหลัก | 043-840422, 099-0197307 |
| ช่องทางทางการ | Facebook: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน และอีเมล phusithan.wildlife@gmail.com |
| สถานะปัจจุบัน | ยังดำเนินภารกิจอนุรักษ์และเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเรียนรู้ทุ่งโนนป่าก่อตามระบบการขออนุญาต ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 |
| ข้อควรปฏิบัติ | ไม่ล่าสัตว์ ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่เก็บพืชหรือหิน ไม่ทิ้งขยะ ไม่ก่อไฟนอกจุดที่กำหนด ไม่นำสัตว์เลี้ยงเข้า และไม่ใช้โดรนโดยไม่ได้รับอนุญาต |
| สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง | ระยะทางโดยประมาณจากตัวอำเภอคำชะอี ซึ่งเป็นจุดเตรียมตัวก่อนเข้าพื้นที่ฝั่งมุกดาหาร 1. อ่างเก็บน้ำห้วยคันแทใหญ่ 8 กิโลเมตร 2. สำนักชีคุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ 9 กิโลเมตร 3. วัดถ้ำหลวงปู่เสาร์ 11 กิโลเมตร 4. พระธาตุโพธิญาณ วัดป่าสุภัททาราม 12 กิโลเมตร 5. สำนักสงฆ์ภูผาซาน 16 กิโลเมตร 6. วัดป่าวิเวกวัฒนารามหรือวัดหลวงปู่จาม 20 กิโลเมตร |
| ร้านอาหารใกล้เคียง | ระยะทางโดยประมาณจากตัวอำเภอคำชะอี 1. ผ้าหยาดคาเฟ่และลูกชาย 5 กิโลเมตร โทร. 084-2949292 2. หลานคุณตามุกดาคาเฟ่ 6 กิโลเมตร โทร. 061-4478533 3. ร้านบ้านเรา คาเฟ่และร้านอาหาร 6 กิโลเมตร โทร. 093-4850849 4. วังชา คาเฟ่ By ครัวชาววัง 7 กิโลเมตร โทร. 093-4757381, 092-5452324 5. Cafe Seosulla Mukdahan 12 กิโลเมตร โทร. 091-8670604 |
| ที่พักใกล้เคียง | ระยะทางโดยประมาณจากตัวอำเภอคำชะอี ยกเว้นที่พักภายในทุ่งโนนป่าก่อ 1. บ้านพักและลานกางเต็นท์ทุ่งโนนป่าก่อ 0 กิโลเมตร โทร. 043-840422, 099-0197307 2. PT Resort คำชะอี 5 กิโลเมตร โทร. 093-5188327 3. Mayu Resort 7 กิโลเมตร โทร. 065-3174573 4. บ้านยายนาน รีสอร์ท 8 กิโลเมตร โทร. 084-0825832 5. ชลธารรีสอร์ท คำชะอี 10 กิโลเมตร โทร. 083-2843088 |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานอยู่จังหวัดอะไร?
ตอบ: พื้นที่ครอบคลุมจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดกาฬสินธุ์ ส่วนทุ่งโนนป่าก่อและน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญฝั่งมุกดาหารอยู่ในอำเภอคำชะอี
ถาม: สามารถเดินทางเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานได้ทันทีหรือไม่?
ตอบ: ไม่ควรเดินทางเข้าเอง ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ แจ้งวัน เวลา จำนวนคน กิจกรรมและจุดหมายล่วงหน้า เนื่องจากเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเส้นทางอาจเปลี่ยนตามภารกิจอนุรักษ์กับสภาพอากาศ
ถาม: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานเปิดกี่โมง?
ตอบ: เวลาติดต่อสำนักงานคือ 08.30–16.30 น. ส่วนเวลาเข้าพื้นที่ เดินป่า ส่องสัตว์ ดูดาวและพักแรมเป็นไปตามกำหนดที่เจ้าหน้าที่อนุญาต
ถาม: ทุ่งโนนป่าก่อสามารถกางเต็นท์ได้หรือไม่?
ตอบ: มีลานกางเต็นท์ บ้านพัก ห้องน้ำ อาคารอเนกประสงค์และหอส่องสัตว์ แต่ต้องตรวจสอบวันว่างและได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง
ถาม: น้ำตกศักดิ์สิทธิ์มีน้ำตลอดปีหรือไม่?
ตอบ: ปริมาณน้ำเปลี่ยนตามฤดูกาล ช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวมีโอกาสเห็นน้ำตกสมบูรณ์ที่สุด ส่วนฤดูแล้งน้ำอาจลดลงมาก จึงควรสอบถามสภาพน้ำก่อนเดินทาง
ถาม: สามารถตั้งแคมป์บริเวณน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่?
ตอบ: บริเวณน้ำตกมีลานหินซึ่งใช้พักและจัดกิจกรรมได้บางช่วง แต่การกางเต็นท์ต้องได้รับอนุญาตเป็นกรณี ไม่ควรเข้าไปตั้งแคมป์เอง หากพื้นที่ไม่เหมาะ เจ้าหน้าที่จะแนะนำให้ใช้ลานทุ่งโนนป่าก่อ
ถาม: ช่วงไหนเหมาะกับการดูดาวที่ทุ่งโนนป่าก่อ?
ตอบ: ควรเลือกคืนใกล้เดือนดับ ท้องฟ้าเปิดและไม่มีฝน ทุ่งโนนป่าก่อมีมุมมองท้องฟ้ากว้างและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานท้องฟ้ามืดช่วงปี 2568–2570
ถาม: ติดต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานได้ที่หมายเลขใด?
ตอบ: ติดต่อสำนักงานได้ที่ 043-840422 และสอบถามกิจกรรมทุ่งโนนป่าก่อ บ้านพักหรือพื้นที่กางเต็นท์ได้ที่ 099-0197307
หมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า
กลุ่ม: ●อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์
ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว




