หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร >อ.คำชะอี >ต.คำชะอี > น้ำตกศักดิ์สิทธิ์
TL;DR: น้ำตกศักดิ์สิทธิ์ อยู่ที่บ้านแก้งช้างเนียม หมู่ 10 ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร 49110 เปิดปิดพื้นที่ชั่วคราวโดยไม่มีกำหนด เวลา ไม่มีรอบเข้าชมระหว่างประกาศปิดพื้นที่.

มุกดาหาร

น้ำตกศักดิ์สิทธิ์

น้ำตกศักดิ์สิทธิ์

วันเปิดทำการ: ปิดพื้นที่ชั่วคราวโดยไม่มีกำหนด
เวลาเปิดทำการ: ไม่มีรอบเข้าชมระหว่างประกาศปิดพื้นที่
สถานะล่าสุด: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานปิดพื้นที่ป่าเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและลดผลกระทบต่อสัตว์ป่า ณ วันที่ 18 กรกฎาคม 2026 ห้ามเดินทางเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
น้ำตกศักดิ์สิทธิ์ เป็นน้ำตกธรรมชาติที่มีความสำคัญทั้งในด้านระบบนิเวศ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ความเชื่อ และพิธีกรรมสำคัญของจังหวัดมุกดาหาร ตั้งอยู่บริเวณบ้านแก้งช้างเนียม หมู่ 10 ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน น้ำตกมีความสูงประมาณ 20 เมตร สายน้ำไหลลงจากหน้าผาหินท่ามกลางผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะบริเวณป่าดิบแล้งรอบน้ำตกซึ่งได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นพื้นที่ป่าดิบแล้งที่สมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดมุกดาหาร สถานที่แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงจุดชมธรรมชาติ แต่เป็นแหล่งต้นน้ำที่หล่อเลี้ยงชุมชน ระบบเกษตร และลำน้ำหลายสายของจังหวัด
 
สถานะล่าสุดของน้ำตกศักดิ์สิทธิ์แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป เนื่องจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานได้ประกาศปิดพื้นที่ป่าโดยไม่มีกำหนดในเดือนกรกฎาคม 2026 ภายหลังพบปัญหาขยะตกค้างและกิจกรรมของผู้เข้าใช้พื้นที่ที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า การปิดครั้งนี้เป็นการปิดชั่วคราวเพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัว ไม่ใช่การยุติสถานะของน้ำตกอย่างถาวร นักท่องเที่ยวจึงต้องรอประกาศเปิดพื้นที่อย่างเป็นทางการ และไม่ควรเดินทางเข้าไปถึงน้ำตกด้วยตนเอง แม้จะเคยใช้เส้นทางดังกล่าวหรือมีข้อมูลเส้นทางจากแผนที่ออนไลน์ก็ตาม
 
น้ำตกศักดิ์สิทธิ์มีชื่อเดิมที่คนในพื้นที่รู้จักว่า น้ำตกแก้งช้างเนียม ตามชื่อบ้านแก้งช้างเนียมซึ่งเป็นชุมชนใกล้พื้นที่น้ำตก ในเอกสารบางแห่งยังปรากฏชื่อเดิมว่า “น้ำตกตาดโตนภูสีฐาน” สะท้อนลักษณะของสายน้ำที่ไหลลงจากลานหินและหน้าผาในแนวภูสีฐาน ต่อมาเมื่อมีการสำรวจแหล่งน้ำแห่งนี้อย่างเป็นระบบในปี 1987 จึงพบว่าน้ำตกเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญและมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อของชุมชน จังหวัดมุกดาหารได้เปลี่ยนชื่อจากน้ำตกแก้งช้างเนียมเป็น “น้ำตกศักดิ์สิทธิ์” เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 1987 และใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน
 
ความสำคัญของชื่อ “น้ำตกศักดิ์สิทธิ์” ไม่ได้เกิดจากเรื่องเล่าเพื่อการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับสถานะของน้ำจากแหล่งนี้ซึ่งจังหวัดมุกดาหารนำไปใช้ในพิธีสำคัญ น้ำตกได้รับการยอมรับให้เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด และเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่ใช้ประกอบพิธีจัดทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในโอกาสมหามงคลต่าง ๆ ความหมายของสถานที่จึงครอบคลุมทั้งคุณค่าทางธรรมชาติ คุณค่าทางจิตใจ และความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับสายน้ำที่ดำรงอยู่มาอย่างยาวนาน
 
ในปี 2024 จังหวัดมุกดาหารได้ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจากน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ เพื่อนำไปจัดทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่ 28 กรกฎาคม 2024 พิธีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าน้ำตกยังคงมีบทบาทในพิธีการระดับจังหวัดและระดับประเทศ ผู้เข้าร่วมพิธีต้องดำเนินการตามแบบแผนอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ การประกอบพิธีพลีกรรม การตักน้ำ การอัญเชิญน้ำ ไปจนถึงการนำไปประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ ณ พระอุโบสถวัดศรีมงคลใต้ พระอารามหลวง ในตัวเมืองมุกดาหาร
 
น้ำจากน้ำตกศักดิ์สิทธิ์มีความสำคัญต่อระบบลุ่มน้ำของจังหวัด เพราะพื้นที่ภูสีฐานเป็นแหล่งกำเนิดของลำห้วยหลายสาย เช่น ห้วยบางทราย ห้วยบังอี่ ห้วยมุก และห้วยตาเปอะ ลำน้ำเหล่านี้ไหลลงจากแนวภูเขา ผ่านป่า พื้นที่เกษตร และชุมชน ก่อนเชื่อมต่อกับระบบน้ำขนาดใหญ่ การรักษาป่าต้นน้ำรอบน้ำตกจึงมีผลโดยตรงต่อปริมาณน้ำ คุณภาพน้ำ การลดตะกอน และความสามารถของพื้นที่ในการสำรองความชุ่มชื้นระหว่างฤดูฝนกับฤดูแล้ง
 
ในฤดูฝน เรือนยอดไม้ เศษใบไม้ และชั้นดินในป่าช่วยดูดซับน้ำฝนไว้บางส่วน ก่อนค่อย ๆ ปล่อยน้ำลงสู่ร่องห้วย กระบวนการนี้ช่วยชะลอการไหล ลดการกัดเซาะ และทำให้สายน้ำมีความต่อเนื่องมากกว่าพื้นที่ซึ่งสูญเสียป่า หากป่าต้นน้ำถูกเปิดโล่ง น้ำฝนอาจไหลลงอย่างรวดเร็ว เกิดน้ำป่าและพาตะกอนจำนวนมากลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ขณะเดียวกันลำห้วยจะสูญเสียความชุ่มชื้นเร็วขึ้นเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง การปิดพื้นที่เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติจึงเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของแหล่งน้ำโดยตรง
 
น้ำตกมีลักษณะเป็นสายน้ำที่ลดระดับลงจากแนวหน้าผาหินสูงประมาณ 20 เมตร เมื่อมีปริมาณน้ำมาก สายน้ำจะไหลลงเป็นม่านสีขาวตัดกับสีเข้มของหน้าผาและสีเขียวของป่า ส่วนช่วงที่ปริมาณน้ำลดลง สายน้ำอาจแยกเป็นสายเล็ก ๆ ไหลผ่านร่องหินลงสู่แอ่งด้านล่าง รูปแบบของน้ำตกจึงเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ปริมาณฝน และความชุ่มชื้นของพื้นที่ต้นน้ำ ไม่ควรใช้ภาพถ่ายจากช่วงน้ำมากเป็นหลักในการคาดการณ์สภาพจริงในทุกเดือน
 
บริเวณฐานน้ำตกประกอบด้วยโขดหิน ลานหิน และแอ่งน้ำธรรมชาติที่เกิดจากแรงน้ำกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง ร่องหินบางจุดมีความลึกและพื้นผิวไม่สม่ำเสมอ แม้น้ำจะใสจนมองเห็นพื้นด้านล่าง แต่อาจมีส่วนที่ลาดลงรวดเร็วหรือมีหินซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ ความสูงของหน้าผา พื้นหินเปียก และกิ่งไม้ที่ตกลงมาตามธรรมชาติทำให้พื้นที่นี้ต้องมีการควบคุมการเข้าถึง การเข้าไปโดยไม่มีเจ้าหน้าที่จึงเสี่ยงต่อการลื่นล้ม หลงเส้นทาง หรือไม่สามารถขอความช่วยเหลือได้ทันเวลา
 
ผืนป่ารอบน้ำตกเป็นจุดเด่นที่ทำให้สถานที่แห่งนี้แตกต่างจากน้ำตกขนาดเล็กอื่นในจังหวัด บริเวณที่มีความชุ่มชื้นสูงใกล้ลำห้วยพบสภาพป่าดิบแล้งที่มีเรือนยอดค่อนข้างต่อเนื่อง มีไม้ยืนต้น เถาวัลย์ พืชชั้นล่าง เฟิน มอส และพืชที่ปรับตัวเข้ากับบริเวณร่มชื้น ขณะที่พื้นที่ส่วนอื่นของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ทุ่งหญ้า และพื้นที่ป่าที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัว ความหลากหลายของสภาพป่าทำให้ภูสีฐานเป็นพื้นที่สำคัญต่อการอนุรักษ์ในระดับภูมิภาค
 
ป่าดิบแล้งมีลักษณะสำคัญคือมีไม้ยืนต้นหลายระดับชั้น เรือนยอดช่วยกรองแสงและรักษาอุณหภูมิบริเวณพื้นป่าให้ต่ำกว่าพื้นที่เปิด เศษใบไม้ที่ทับถมช่วยสร้างอินทรียวัตถุและรักษาความชื้น ขอนไม้ผุ รากไม้ และโพรงหินกลายเป็นที่อยู่อาศัยของแมลง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สัตว์เลื้อยคลาน และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจำนวนมาก การเดินออกนอกเส้นทางหรือเคลื่อนย้ายขอนไม้เพื่อถ่ายภาพจึงสามารถทำลายถิ่นอาศัยที่มองไม่เห็นได้
 
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานได้รับการประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2000 ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอำเภอดงหลวง อำเภอคำชะอี และอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร รวมถึงพื้นที่อำเภอเขาวงและอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่รวมประมาณ 156,250 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาในแนวเทือกเขาภูพานตอนล่าง มีระดับความสูงประมาณ 200–592 เมตรจากระดับน้ำทะเล และทำหน้าที่เป็นแนวป่าต้นน้ำระหว่างพื้นที่ของ 2 จังหวัด
 
ภูมิประเทศแบบภูเขาและที่ราบสลับซับซ้อนทำให้เกิดร่องน้ำ หุบเขา หน้าผา ลานหิน และพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดเล็กจำนวนมาก บางจุดรับแสงแดดตลอดวันและมีพืชป่าโปร่งขึ้นปกคลุม ขณะที่บางหุบเขาได้รับแสงน้อยและเก็บความชื้นไว้ได้ดี ความแตกต่างของทิศทางลาดและระดับความสูงส่งผลให้ชนิดพืชและสัตว์ในแต่ละบริเวณแตกต่างกัน น้ำตกศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีความชุ่มชื้นและองค์ประกอบของป่าที่โดดเด่น จึงมีคุณค่าต่อการศึกษาระบบนิเวศอย่างมาก
 
สภาพภูมิอากาศของพื้นที่ได้รับอิทธิพลจากมรสุมเขตร้อน แบ่งเป็นฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว ปริมาณฝนเฉลี่ยรายปีของพื้นที่ศึกษาภูสีฐานอยู่ที่ประมาณ 1,364.71 มิลลิเมตร โดยเดือนสิงหาคมมักมีปริมาณฝนสูง การไหลของน้ำตกจึงสัมพันธ์กับฝนอย่างชัดเจน ช่วงปลายฤดูฝนเป็นเวลาที่มีโอกาสเห็นสายน้ำสมบูรณ์ แต่ก็เป็นช่วงที่เสี่ยงต่อฝนหนัก น้ำป่า ทางลื่น และกิ่งไม้หักมากที่สุดเช่นกัน
 
ช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศบริเวณภูสีฐานเย็นลง ความชื้นในช่วงเช้าช่วยให้ป่ามีบรรยากาศสดชื่น แต่ปริมาณน้ำตกจะค่อย ๆ ลดลงตามฝนที่สิ้นสุดลง ส่วนฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมเป็นช่วงที่พื้นที่ป่าแห้งมากขึ้น มีความเสี่ยงจากไฟป่าและฝุ่นควัน เส้นทางบางแห่งจึงอาจถูกปิดเพื่อป้องกันไฟป่า แม้สถานการณ์ไฟจะคลี่คลาย เจ้าหน้าที่อาจยังไม่เปิดพื้นที่ทันที เพราะต้องประเมินความพร้อมของระบบนิเวศและความปลอดภัยก่อน
 
สัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานมีความหลากหลายทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก การสำรวจในพื้นที่เคยบันทึกสัตว์สำคัญหลายกลุ่ม เช่น ลิงลม ลิงแสม ตัวนิ่ม หมี หมูป่า เก้ง และสัตว์ขนาดเล็กที่อาศัยตามพื้นป่า อย่างไรก็ตาม การพบเห็นสัตว์จริงขึ้นอยู่กับฤดูกาล เวลา และความสงบของพื้นที่ นักท่องเที่ยวไม่ควรเดินทางเข้าไปโดยตั้งเป้าติดตามสัตว์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจทำให้สัตว์เปลี่ยนเส้นทางหากินหรือทิ้งพื้นที่พักอาศัย
 
ลำห้วยและแอ่งน้ำรอบน้ำตกเป็นแหล่งสำคัญของสัตว์ป่า โดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูแล้ง สัตว์อาจเข้ามาดื่มน้ำ หาอาหาร หรือเคลื่อนผ่านแนวป่าริมห้วย การมีคนจำนวนมาก เสียงดัง กลิ่นอาหาร และขยะสามารถทำให้สัตว์หลีกเลี่ยงแหล่งน้ำ ขณะเดียวกันเศษอาหารอาจดึงดูดสัตว์ให้เข้าใกล้คนและเปลี่ยนพฤติกรรมตามธรรมชาติ ปัญหาเหล่านี้เป็นเหตุผลสำคัญที่พื้นที่อนุรักษ์ต้องกำหนดจำนวนผู้เข้าใช้ เส้นทาง เวลา และกิจกรรมอย่างเข้มงวด
 
ประกาศปิดพื้นที่ล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2026 มีเป้าหมายให้ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าได้รับการฟื้นฟู ภายหลังพบขยะกระจายในป่าและปัญหาการใช้พื้นที่ที่ไม่เป็นไปตามกติกา ขยะพลาสติก เชือก ภาชนะอาหาร และเศษวัสดุสามารถติดอยู่กับสัตว์ ถูกน้ำพัดลงลำห้วย หรือแตกตัวเป็นชิ้นเล็กในระบบนิเวศ การเก็บขยะออกจากพื้นที่ป่าที่มีภูมิประเทศสูงชันทำได้ยากกว่าพื้นที่เมือง การป้องกันไม่ให้ขยะเข้าสู่ป่าจึงมีประสิทธิภาพกว่าการตามเก็บภายหลัง
 
ระหว่างประกาศปิด ผู้ที่ลักลอบเข้าไปอาจเผชิญทั้งความผิดตามกฎหมายและอันตรายจากสภาพพื้นที่ เนื่องจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่ใช่สวนสาธารณะที่เปิดให้เข้าได้โดยอิสระ การเข้าพื้นที่อนุรักษ์ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ และคำอนุญาตของเจ้าหน้าที่ การเห็นภาพหรือโพสต์ของผู้ที่เคยเข้าไปก่อนวันประกาศปิดไม่ได้เป็นหลักฐานว่าสามารถเข้าได้ในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวต้องยึดประกาศล่าสุดจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเป็นสำคัญ
 
เมื่อพื้นที่เปิดอีกครั้งในอนาคต การเดินทางควรเริ่มจากการโทรศัพท์สอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง โดยต้องตรวจสอบว่าน้ำตกเปิดรับผู้มาเยือนหรือไม่ ต้องทำหนังสือขออนุญาตหรือแจ้งรายชื่อหรือไม่ มีจำนวนผู้เข้าพื้นที่ต่อวันที่กำหนดไว้เท่าใด ต้องใช้เจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางหรือไม่ และสามารถนำยานพาหนะไปถึงจุดใดได้บ้าง การได้รับอนุญาตให้เข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเดินทางไปทุกจุดหรือทำกิจกรรมได้โดยไม่มีข้อจำกัด
 
เส้นทางหลักเข้าสู่พื้นที่เริ่มจากอำเภอคำชะอี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 12 ในช่วงมุกดาหาร–กุฉินารายณ์ จากย่านอำเภอเดินทางตามเส้นทางหลักประมาณ 12 กิโลเมตร ก่อนแยกเข้าสู่ถนนท้องถิ่นไปยังบ้านแก้งช้างเนียม หมู่ 10 หมู่บ้านอยู่ห่างจากย่านอำเภอคำชะอีประมาณ 20 กิโลเมตร เส้นทางเข้าสู่ชุมชนค่อนข้างสะดวกสำหรับรถยนต์ส่วนตัว แต่เส้นทางจากชุมชนเข้าสู่พื้นที่ป่าและน้ำตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่และอาจมีสภาพแตกต่างกันตามฤดูกาล
 
ผู้เดินทางจากตัวเมืองมุกดาหารสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าไปทางอำเภอคำชะอีและจังหวัดกาฬสินธุ์ ระยะทางถึงย่านอำเภอคำชะอีประมาณ 35 กิโลเมตร จากนั้นจึงเข้าสู่เส้นทางบ้านแก้งช้างเนียม การเดินทางจากตัวเมืองถึงชุมชนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและสภาพการจราจร แต่การเดินทางต่อไปยังน้ำตกไม่สามารถประเมินจากเวลาเดินทางบนถนนเพียงอย่างเดียว เพราะอาจต้องลงทะเบียน รอเจ้าหน้าที่ เปลี่ยนพาหนะ หรือเดินเท้าตามเงื่อนไขในวันที่เปิดพื้นที่
 
รถยนต์ส่วนตัวเป็นพาหนะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเดินทางมายังบ้านแก้งช้างเนียม เนื่องจากรถสาธารณะไม่ได้ให้บริการถึงแนวทางเข้าสู่น้ำตกโดยตรง รถควรมีสภาพพร้อมใช้งาน มีน้ำมันเพียงพอ ยางอะไหล่ เครื่องมือพื้นฐาน และระบบเบรกที่สมบูรณ์ ในฤดูฝนควรสอบถามว่าถนนช่วงท้ายมีโคลน น้ำขัง หรือพื้นผิวเสียหายหรือไม่ ไม่ควรนำรถเข้าไปเกินจุดที่เจ้าหน้าที่อนุญาต เพราะการติดหล่มหรือขวางเส้นทางลาดตระเวนอาจกระทบงานอนุรักษ์และการช่วยเหลือฉุกเฉิน
 
ผู้ที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารไปยังอำเภอคำชะอี แล้วนัดหมายรถรับจ้างท้องถิ่นหรือประสานชุมชนล่วงหน้า แต่ต้องจัดเตรียมรถขากลับไว้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง บริเวณบ้านแก้งช้างเนียมไม่มีระบบรถรับจ้างประจำเหมือนพื้นที่เมือง และสัญญาณโทรศัพท์อาจไม่สม่ำเสมอใกล้แนวป่า หากพื้นที่เปิดแบบมีการจองล่วงหน้า ผู้เดินทางควรแจ้งรูปแบบการเดินทางให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับจุดนัดหมายและเวลาที่เหมาะสม
 
พื้นที่ใช้งานบริเวณน้ำตกสามารถอธิบายเป็นหลายส่วน เริ่มจากเขตชุมชนบ้านแก้งช้างเนียมซึ่งเป็นประตูเชื่อมระหว่างถนนสาธารณะกับแนวป่า ถัดไปคือจุดประสานงานหรือจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งใช้ตรวจสอบการอนุญาตและแจ้งกติกา จากนั้นเป็นเส้นทางเข้าสู่ป่าต้นน้ำ บริเวณลานหินและจุดชมหน้าผาน้ำตก แอ่งน้ำด้านล่าง แนวป่าริมห้วย และเขตอนุรักษ์ชั้นในที่ไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้า การแบ่งพื้นที่เหล่านี้ช่วยควบคุมผลกระทบและลดความเสี่ยงต่อผู้มาเยือน
 
บริเวณชุมชนบ้านแก้งช้างเนียมควรได้รับการใช้พื้นที่อย่างเคารพ เพราะเป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินของประชาชน ไม่ใช่ลานจอดรถหรือพื้นที่บริการนักท่องเที่ยวทั้งหมด ผู้มาเยือนควรจอดรถในจุดที่ได้รับอนุญาต ไม่กีดขวางบ้าน ทางการเกษตร หรือทางสัญจรของชุมชน ไม่ส่งเสียงดังในช่วงเช้าและค่ำ และขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลหรือทรัพย์สินส่วนตัว การใช้บริการสินค้า อาหาร หรือผู้นำทางที่ชุมชนจัดขึ้นอย่างถูกต้องช่วยให้รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายสู่คนในพื้นที่
 
จุดตรวจหรือจุดประสานงานของเจ้าหน้าที่เป็นพื้นที่สำคัญที่สุดก่อนเข้าสู่ป่า ผู้มาเยือนต้องแสดงหลักฐานการอนุญาต ลงทะเบียนจำนวนสมาชิก รับฟังคำแนะนำเกี่ยวกับสภาพอากาศ เส้นทาง ระดับน้ำ และเวลาที่ต้องกลับออกมา เจ้าหน้าที่อาจห้ามนำสิ่งของบางประเภทเข้าไป เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภาชนะโฟม อุปกรณ์ก่อไฟ หรือเครื่องมือที่รบกวนสัตว์ หากสภาพอากาศเปลี่ยนหรือพบความเสี่ยง เจ้าหน้าที่มีสิทธิงดการเข้าพื้นที่ได้แม้ผู้เดินทางจะมาถึงแล้ว
 
เส้นทางเดินในป่าอาจประกอบด้วยทางดิน รากไม้ หิน กรวด พื้นลาดชัน และจุดข้ามลำห้วย ความยากของเส้นทางสามารถเปลี่ยนไปตามฝนและการพังทลาย ไม่ควรเดินแซงผู้นำทางหรือแยกออกจากกลุ่มเพื่อค้นหามุมถ่ายภาพ นักท่องเที่ยวควรรักษาระยะห่างพอเหมาะ มองพื้นก่อนก้าว และแจ้งผู้นำกลุ่มเมื่อรู้สึกเหนื่อย เวียนศีรษะ หรือมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย การฝืนเดินต่ออาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นในจุดที่การอพยพทำได้ยาก
 
บริเวณจุดชมหน้าผาน้ำตกต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะพื้นหินสามารถลื่นได้แม้ไม่มีฝน มอสและตะไคร่บางชนิดมีสีใกล้เคียงกับหินจนมองเห็นได้ยาก ไม่ควรยืนริมหน้าผา ปีนก้อนหินเหนือแนวน้ำตก หรือนั่งในจุดที่ไม่มีพื้นที่รองรับมั่นคง การถ่ายภาพควรใช้มุมที่เจ้าหน้าที่กำหนด ไม่เดินถอยหลังโดยไม่มองพื้น และไม่พยายามเข้าใกล้ม่านน้ำเพื่อให้ได้ภาพที่แตกต่างจากผู้อื่น
 
แอ่งน้ำด้านล่างไม่ได้หมายความว่าเป็นพื้นที่เล่นน้ำโดยอัตโนมัติ กระแสน้ำจากหน้าผาสามารถสร้างแรงกด น้ำวน และความลึกที่ไม่สม่ำเสมอ ก้อนหินใต้ผิวน้ำอาจมีขอบคมหรือพื้นผิวลื่น การลงน้ำต้องเป็นไปตามคำอนุญาตของเจ้าหน้าที่ในวันที่ระดับน้ำปลอดภัยเท่านั้น ห้ามกระโดดจากหิน ดำน้ำ ว่ายเข้าใกล้จุดน้ำตก หรือใช้ห่วงยางและอุปกรณ์ลอยน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
แนวป่าริมห้วยเป็นพื้นที่เปราะบางที่ช่วยป้องกันการพังทลายและรักษาคุณภาพน้ำ รากไม้ตามริมฝั่งอาจดูแข็งแรงแต่ไม่ควรใช้จับหรือเหยียบ เพราะดินด้านล่างสามารถทรุดตัวได้ พืชขนาดเล็ก มอส และเฟินไม่ควรถูกเหยียบเพื่อเปิดทางหรือจัดฉากถ่ายภาพ ไม่ควรเคลื่อนย้ายหิน กิ่งไม้ หรือขอนไม้ เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ขนาดเล็กและมีบทบาทต่อการไหลของน้ำ
 
เขตอนุรักษ์ชั้นในเป็นพื้นที่สำหรับสัตว์ป่า การวิจัย และการลาดตระเวน ไม่ใช่พื้นที่ท่องเที่ยวทั่วไป แม้จะมีเส้นทางของเจ้าหน้าที่หรือร่องรอยทางเดินอยู่ก็ตาม นักท่องเที่ยวห้ามตามเส้นทางดังกล่าวไปเอง การออกนอกเขตที่อนุญาตเพิ่มความเสี่ยงต่อการหลงป่า เหยียบกับดักที่เจ้าหน้าที่กำลังเก็บกู้ พบสัตว์ป่าในระยะใกล้ หรือเข้าสู่พื้นที่ไม่มีสัญญาณสื่อสาร นอกจากนี้ยังรบกวนระบบติดตามสัตว์และการปฏิบัติงานป้องกันการลักลอบล่าสัตว์
 
กิจกรรมที่เหมาะสมเมื่อพื้นที่ได้รับอนุญาตให้เปิด ได้แก่ การชมสายน้ำ ถ่ายภาพภูมิทัศน์ ศึกษาพืชพรรณ เรียนรู้ระบบต้นน้ำ สังเกตร่องรอยสัตว์ และฟังคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทาง การท่องเที่ยวควรเน้นการเรียนรู้มากกว่าการจัดกิจกรรมบันเทิง ไม่ควรเปิดเพลง ใช้เครื่องขยายเสียง จัดงานเลี้ยง หรือสร้างเสียงดัง เพราะเสียงสามารถเดินทางไปไกลในหุบเขาและรบกวนสัตว์ที่อาศัยบริเวณแหล่งน้ำ
 
การถ่ายภาพน้ำตกควรเตรียมอุปกรณ์ให้กะทัดรัด กล้องหรือโทรศัพท์ควรมีสายคล้องและถุงกันน้ำ ขาตั้งกล้องต้องวางในจุดที่ไม่กีดขวางทางเดินและไม่เสี่ยงลื่นลงสู่แอ่งน้ำ การใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำสามารถทำให้สายน้ำดูนุ่ม แต่ผู้ถ่ายไม่ควรอยู่ในพื้นที่นานจนขัดขวางคนอื่น ไม่ควรเด็ดกิ่งไม้ ตัดใบไม้ หรือย้ายสิ่งธรรมชาติเพื่อเปิดมุมกล้อง
 
การใช้โดรนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายและระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่สามารถนำขึ้นบินเพียงเพราะได้ลงทะเบียนโดรนกับหน่วยงานการบินแล้ว เสียงและการเคลื่อนไหวของโดรนรบกวนนก สัตว์บนเรือนยอด และสัตว์ที่เข้ามาใช้แหล่งน้ำ ผู้ที่ต้องการถ่ายทำเชิงพาณิชย์ งานสารคดี หรือใช้ทีมงานขนาดใหญ่ต้องยื่นรายละเอียดและรอการอนุมัติก่อนเดินทาง
 
น้ำป่าเป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดในฤดูฝน ฝนไม่จำเป็นต้องตกตรงบริเวณน้ำตกจึงจะเกิดอันตราย เพราะฝนที่ตกบนพื้นที่สูงสามารถไหลรวมลงสู่ลำห้วยในเวลาอันสั้น สัญญาณเตือนประกอบด้วยเสียงน้ำดังขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำเปลี่ยนเป็นสีขุ่น มีใบไม้หรือกิ่งไม้จำนวนมากไหลมากับน้ำ และระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หากพบสัญญาณดังกล่าวต้องออกจากลำห้วยและขึ้นพื้นที่สูงทันที โดยไม่หยุดเก็บภาพหรือสัมภาระที่ไม่จำเป็น
 
รองเท้าที่เหมาะสมควรเป็นรองเท้าเดินป่าหรือรองเท้ากีฬาที่มีดอกยางและกระชับกับเท้า รองเท้าแตะพื้นเรียบ รองเท้าส้นสูง และรองเท้าที่อุ้มน้ำมากไม่เหมาะกับเส้นทาง ควรสวมกางเกงขายาว เสื้อที่แห้งเร็ว และหมวก พร้อมเตรียมเสื้อกันฝนแบบบางมากกว่าร่ม เพราะร่มใช้งานลำบากบนทางแคบ ถุงเท้าสำรองช่วยลดปัญหาผิวหนังเมื่อเท้าเปียกเป็นเวลานาน
 
ครอบครัวที่มีเด็กต้องสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนว่าช่วงอายุและสภาพเส้นทางเหมาะสมหรือไม่ เด็กต้องอยู่ในระยะที่ผู้ปกครองจับตัวได้ ไม่ควรวิ่งบนลานหิน เดินนำกลุ่ม หรือลงน้ำโดยลำพัง ผู้ปกครองควรอธิบายตั้งแต่ก่อนเริ่มเดินว่าห้ามเก็บพืช จับสัตว์ ให้อาหารสัตว์ หรือทิ้งขยะ การเรียนรู้กติกาเหล่านี้ทำให้การท่องเที่ยวเป็นบทเรียนด้านการอนุรักษ์ที่มีคุณค่ามากกว่าการมาเล่นน้ำเพียงอย่างเดียว
 
ผู้สูงอายุหรือผู้มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวควรประเมินเส้นทางจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ในวันเดินทาง ไม่ควรใช้คำว่า “เดินทางสะดวก” เป็นหลักในการตัดสินใจ เพราะความสะดวกบนถนนเข้าสู่หมู่บ้านไม่เท่ากับความสะดวกบนเส้นทางเดินป่า พื้นที่อาจมีทางชัน รากไม้ และหินเปียก หากไม่สามารถเดินถึงน้ำตกได้ การเรียนรู้ข้อมูลจากชุมชนหรือเจ้าหน้าที่บริเวณจุดประสานงานยังคงเป็นประสบการณ์ที่ปลอดภัยและมีความหมาย
 
ผู้ที่เดินทางคนเดียวไม่ควรเข้าไปในป่าโดยลำพัง แม้จะได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ก็ตาม ควรเข้าร่วมกลุ่มที่มีเจ้าหน้าที่หรือผู้นำทาง แจ้งแผนการเดินทางให้คนใกล้ชิดทราบ และกำหนดเวลากลับอย่างชัดเจน โทรศัพท์ต้องมีแบตเตอรี่เพียงพอและควรมีแบตเตอรี่สำรอง แต่ไม่ควรพึ่งพาสัญญาณโทรศัพท์ เนื่องจากภูเขา หุบเขา และเรือนยอดไม้สามารถทำให้สัญญาณขาดหายได้
 
อุปกรณ์ที่ควรเตรียมเมื่อพื้นที่เปิด ได้แก่ น้ำดื่มส่วนตัว อาหารว่างที่มีบรรจุภัณฑ์น้อย ยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาล ไฟฉาย นกหวีด ถุงกันน้ำ ยากันแมลง และถุงสำหรับนำขยะกลับ ไม่ควรนำภาชนะแก้ว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อุปกรณ์ก่อไฟ หรืออาหารที่มีกลิ่นแรงเข้าไป การจัดของให้เบาช่วยให้เดินได้มั่นคงและลดจำนวนสิ่งของที่อาจหลงเหลือในพื้นที่
 
น้ำจากน้ำตกมีความสำคัญในเชิงพิธีกรรม แต่ไม่ได้หมายความว่านักท่องเที่ยวควรตัก ดื่ม หรือนำกลับไปโดยไม่ได้รับอนุญาต การเก็บน้ำจากแหล่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับพิธีการของจังหวัดดำเนินการภายใต้แบบแผนและการควบคุมอย่างเป็นทางการ น้ำในธรรมชาติยังอาจมีจุลินทรีย์หรือสิ่งปนเปื้อนที่มองไม่เห็น จึงควรนำน้ำดื่มมาเองและไม่ใช้ขวดบรรจุน้ำจากลำห้วยกลับบ้าน
 
ห้ามใช้สบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทุกชนิดในลำห้วย แม้จะระบุว่าย่อยสลายได้ เพราะสารเหล่านี้สามารถเปลี่ยนคุณภาพน้ำและกระทบสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ไม่ควรล้างภาชนะ ซักเสื้อผ้า หรือเทอาหารและเครื่องดื่มลงในน้ำ การรักษาความใสของน้ำต้องเริ่มจากการไม่เพิ่มสารใด ๆ เข้าไปในระบบธรรมชาติ
 
ขยะทุกชิ้นต้องนำกลับออกจากพื้นที่ รวมถึงเศษอาหาร กระดาษทิชชู เปลือกผลไม้ และวัสดุที่หลายคนเข้าใจว่าย่อยสลายได้ เปลือกผลไม้จากต่างพื้นที่อาจมีเมล็ดหรือเชื้อโรคที่ไม่ควรถูกนำเข้าสู่ป่า ส่วนเศษอาหารสามารถดึงดูดสัตว์และทำให้สัตว์เรียนรู้ที่จะเข้าใกล้คน ผู้มาเยือนควรตรวจพื้นที่พักก่อนออกเดินทางและเก็บขยะชิ้นเล็ก เช่น ฝาขวด ซองขนม และสายรัดพลาสติกให้ครบถ้วน
 
หากพบสัตว์ป่าต้องหยุดและรักษาระยะห่าง ไม่ให้อาหาร ไม่ใช้เสียงเรียก และไม่ปิดกั้นทางเดิน สัตว์ส่วนใหญ่มักหลีกเลี่ยงคนเมื่อมีพื้นที่ให้ถอย หากพบงูควรหยุดเคลื่อนไหวแล้วถอยช้า ๆ ไม่ใช้ไม้ตีหรือขว้างสิ่งของ หากพบลูกสัตว์อยู่ตามลำพังไม่ควรจับ เพราะแม่สัตว์อาจอยู่ใกล้และกำลังรอให้คนออกจากพื้นที่ การแจ้งตำแหน่งให้เจ้าหน้าที่เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด
 
ชุมชนบ้านแก้งช้างเนียมเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์น้ำตก ชื่อของบ้านถูกใช้เรียกน้ำตกมาแต่เดิมและยังคงปรากฏในชื่อ “น้ำตกแก้งช้างเนียม” การเรียนรู้เรื่องราวจากคนในพื้นที่ช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภูเขา ป่า แหล่งน้ำ และชุมชนได้มากกว่าการอ่านป้ายเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม การเผยแพร่เรื่องเล่าควรให้ความเคารพต่อผู้ให้ข้อมูล ไม่เปลี่ยนเรื่องราวให้เกินจริงหรือใช้ความเชื่อท้องถิ่นเป็นเพียงเครื่องมือสร้างความตื่นเต้น
 
เมื่อพื้นที่เปิดใหม่ นักท่องเที่ยวสามารถจัดเส้นทางร่วมกับสถานที่ในอำเภอคำชะอีได้ เช่น น้ำตกคำชะอี วัดป่าวิเวกวัฒนารามหรือวัดหลวงปู่จาม เจดีย์ศรีไตรรัตนานุสรณ์คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ และวัดบรรพตคีรีหรือวัดภูจ้อก้อ สถานที่เหล่านี้สะท้อนทั้งธรรมชาติ วิถีกรรมฐาน และบุคคลสำคัญทางพระพุทธศาสนาของจังหวัดมุกดาหาร การจัดโปรแกรมควรตรวจสอบสถานะและเวลาเปิดของแต่ละแห่งแยกกัน เพราะการเปิดน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้หมายความว่าสถานที่ธรรมชาติอื่นจะเปิดในเวลาเดียวกัน
 
ร้านอาหารและที่พักส่วนใหญ่อยู่ในย่านอำเภอคำชะอีหรือชุมชนตามทางหลวงหมายเลข 12 บริเวณน้ำตกไม่มีศูนย์การค้าหรือร้านอาหารขนาดใหญ่ ผู้เดินทางจึงควรรับประทานอาหาร เตรียมน้ำ และใช้ห้องน้ำก่อนเข้าแนวป่า การโทรสอบถามร้านและที่พักล่วงหน้าเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะวันธรรมดาและช่วงเทศกาล เพราะกิจการขนาดเล็กอาจเปลี่ยนเวลาเปิดหรือปิดให้บริการเป็นบางวัน
 
แผนเที่ยวครึ่งวันในอนาคตควรเริ่มด้วยการนัดหมายเจ้าหน้าที่และเดินทางถึงบ้านแก้งช้างเนียมในช่วงเช้า หลังลงทะเบียนและรับฟังคำแนะนำจึงเข้าสู่เส้นทางตามเวลาที่กำหนด ใช้เวลาเรียนรู้ป่าต้นน้ำและน้ำตกโดยไม่เร่งรีบ แล้วเดินทางกลับออกจากพื้นที่ก่อนช่วงบ่าย หลังจากนั้นสามารถรับประทานอาหารในอำเภอคำชะอีและแวะวัดป่าวิเวกวัฒนารามหรือเจดีย์ศรีไตรรัตนานุสรณ์ได้ โดยไม่ควรวางโปรแกรมหลายแห่งจนต้องเร่งเดินในป่า
 
แผนเที่ยวเต็มวันสามารถเริ่มจากน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ในช่วงเช้า ก่อนเดินทางไปน้ำตกคำชะอีและสถานที่ทางศาสนาในย่านบ้านห้วยทราย หากต้องการเดินทางต่อไปยังภูผาซานหรือแหล่งธรรมชาติอื่น ต้องสอบถามสถานะพื้นที่และระบบผู้นำทางแยกต่างหาก แหล่งธรรมชาติในแนวภูสีฐานหลายแห่งอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์หรือป่าสงวน ไม่ควรตีความว่าการปรากฏบนแผนที่ออนไลน์เท่ากับเปิดให้เข้าได้โดยอิสระ
 
นักท่องเที่ยวที่เหมาะกับน้ำตกศักดิ์สิทธิ์คือผู้ที่สนใจระบบนิเวศ ต้นน้ำ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และการเดินป่าแบบมีการควบคุม มากกว่าผู้ที่ต้องการสถานที่เล่นน้ำพร้อมร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน การเข้าไปยังพื้นที่ต้องมีความพร้อมในการปฏิบัติตามกติกา ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และพร้อมยกเลิกการเดินทางทันทีหากเจ้าหน้าที่เห็นว่าไม่ปลอดภัย
 
ระหว่างที่พื้นที่ยังปิด นักท่องเที่ยวไม่ควรเดินทางไปทดลองสอบถามที่ด่านหรือหวังว่าเจ้าหน้าที่จะอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ ควรติดตามประกาศผ่านช่องทางของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 หรือสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 1362 การรอให้มีประกาศเปิดอย่างชัดเจนช่วยลดภาระเจ้าหน้าที่และแสดงความเคารพต่อมาตรการฟื้นฟูธรรมชาติ
 
น้ำตกศักดิ์สิทธิ์จึงมีคุณค่ามากกว่าความสูงประมาณ 20 เมตรหรือภาพม่านน้ำกลางป่า สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งต้นน้ำ เป็นพื้นที่ป่าที่มีความหลากหลาย เป็นแหล่งน้ำสำคัญในพิธีของจังหวัด และเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำชุมชนบ้านแก้งช้างเนียม การท่องเที่ยวในอนาคตต้องตั้งอยู่บนความรับผิดชอบ ไม่ทิ้งขยะ ไม่ออกนอกเส้นทาง ไม่รบกวนสัตว์ และไม่เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต การปฏิบัติตามกติกาเหล่านี้คือเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้น้ำตกและป่าภูสีฐานสามารถกลับมาเปิดต้อนรับผู้สนใจธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน
 
ชื่อสถานที่น้ำตกศักดิ์สิทธิ์
ชื่ออื่นน้ำตกแก้งช้างเนียม และชื่อเดิมที่พบในข้อมูลท้องถิ่นว่า น้ำตกตาดโตนภูสีฐาน
ชื่อภาษาอังกฤษSaksit Waterfall / Kaeng Chang Niam Waterfall
ที่ตั้งบ้านแก้งช้างเนียม หมู่ 10 ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร 49110
พื้นที่อนุรักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน จังหวัดมุกดาหารและจังหวัดกาฬสินธุ์
ความสูงของน้ำตกประมาณ 20 เมตร
ไฮไลต์ม่านน้ำจากหน้าผาหิน แหล่งต้นน้ำสำคัญ ป่าดิบแล้งอุดมสมบูรณ์ และสถานะเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดมุกดาหาร
ประวัติชื่อสำรวจพบอย่างเป็นระบบในปี 1987 และเปลี่ยนชื่อจากน้ำตกแก้งช้างเนียมเป็นน้ำตกศักดิ์สิทธิ์เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 1987
ความสำคัญทางพิธีกรรมเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดมุกดาหาร และเป็นแหล่งน้ำที่ใช้จัดทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในพิธีสำคัญ
ลำน้ำที่เกี่ยวข้องห้วยบางทราย ห้วยบังอี่ ห้วยมุก และห้วยตาเปอะ รวมถึงร่องน้ำย่อยในระบบต้นน้ำภูสีฐาน
ลักษณะป่าบริเวณน้ำตกมีป่าดิบแล้งอุดมสมบูรณ์ ส่วนภาพรวมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ทุ่งหญ้า และพื้นที่ป่าฟื้นตัว
พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าประมาณ 156,250 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดกาฬสินธุ์
ผู้ดูแลเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านายคมกฤต สามเพชรเจริญ
เบอร์ติดต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน โทร. 0-4384-0422 และ 099-019-7307
สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 1362
วันเปิดทำการปิดพื้นที่ชั่วคราวโดยไม่มีกำหนด
เวลาเปิดทำการไม่มีรอบเข้าชมระหว่างประกาศปิดพื้นที่
สถานะปัจจุบันปิดพื้นที่ป่าเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและลดผลกระทบต่อสัตว์ป่า ณ วันที่ 18 กรกฎาคม 2026 ต้องรอประกาศเปิดใหม่อย่างเป็นทางการ
ค่าเข้าชมไม่มีการเปิดจำหน่ายบัตรหรือรับนักท่องเที่ยวระหว่างปิดพื้นที่ อัตราและเงื่อนไขหลังเปิดใหม่ต้องสอบถามเจ้าหน้าที่
กิจกรรมเมื่อได้รับอนุญาตชมธรรมชาติ ศึกษาป่าต้นน้ำ ถ่ายภาพน้ำตก เรียนรู้ระบบนิเวศ สังเกตร่องรอยสัตว์ และศึกษาความสำคัญของแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์
โซนและพื้นที่สำคัญ1. ชุมชนบ้านแก้งช้างเนียม
2. จุดตรวจและจุดประสานงานเจ้าหน้าที่
3. เส้นทางเข้าสู่ป่าต้นน้ำ
4. จุดชมหน้าผาน้ำตกและลานหิน
5. แอ่งน้ำและแนวป่าริมห้วย
6. เขตอนุรักษ์ชั้นในซึ่งไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้า
การเดินทางจากอำเภอคำชะอีใช้ทางหลวงหมายเลข 12 สายมุกดาหาร–กุฉินารายณ์ประมาณ 12 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าสู่บ้านแก้งช้างเนียม หมู่ 10 หมู่บ้านอยู่ห่างจากย่านอำเภอประมาณ 20 กิโลเมตร ส่วนการเข้าสู่พื้นที่น้ำตกต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่
ข้อควรระวังห้ามลักลอบเข้าพื้นที่ ระวังน้ำป่า หินลื่น หน้าผา สัตว์ป่า และสัญญาณโทรศัพท์ไม่ต่อเนื่อง ห้ามออกนอกเส้นทางหรือใช้โดรนโดยไม่ได้รับอนุญาต
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดป่าวิเวกวัฒนาราม หรือวัดหลวงปู่จาม ประมาณ 22 กม.
2. เจดีย์ศรีไตรรัตนานุสรณ์ คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ ประมาณ 23 กม.
3. น้ำตกคำชะอี บ้านศรีมงคล ประมาณ 28 กม.
4. วัดบรรพตคีรี หรือวัดภูจ้อก้อ ประมาณ 35 กม.
5. วัดพุทโธธัมมธโร หรือภูด่านแต้ ประมาณ 47 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. ร้านอาหารบ้านพักโฮมสเตย์หนองเขี่ยน ประมาณ 18 กม. โทร. 096-828-7747, 089-812-1378
2. Sit-Nee Bar คำชะอี ประมาณ 20 กม. โทร. 093-497-9499
3. ลำภูหมูกระทะคำชะอี ประมาณ 20 กม. โทร. 089-405-0594
4. ลำไพรสินแฮง คำชะอี ประมาณ 25 กม. โทร. 082-148-6632, 098-651-0930
5. ร้านบ้านเรา บ้านโคกป่าหวาย ประมาณ 26 กม. โทร. 093-485-0849
ที่พักใกล้เคียง1. PT Resort คำชะอี ประมาณ 20 กม. โทร. 093-518-8327
2. มาดี รีสอร์ท คำชะอี ประมาณ 20 กม. โทร. 099-213-6161
3. มายู รีสอร์ท คำชะอี ประมาณ 21 กม. โทร. 093-251-2699
4. ทรัพย์เสถียรรีสอร์ท คำชะอี ประมาณ 22 กม. โทร. 088-375-2525
5. สุขสมบูรณ์รีสอร์ท คำชะอี ประมาณ 25 กม. โทร. 098-626-1396
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: น้ำตกศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ: น้ำตกตั้งอยู่บริเวณบ้านแก้งช้างเนียม หมู่ 10 ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน
 
ถาม: น้ำตกศักดิ์สิทธิ์เปิดให้เข้าชมในขณะนี้หรือไม่?
ตอบ: ยังไม่เปิดให้เข้าชม เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานประกาศปิดพื้นที่ป่าโดยไม่มีกำหนดในเดือนกรกฎาคม 2026 ผู้สนใจต้องรอประกาศเปิดใหม่อย่างเป็นทางการ
 
ถาม: สามารถเดินทางไปถึงหมู่บ้านใกล้น้ำตกได้หรือไม่?
ตอบ: ถนนสาธารณะเข้าสู่ชุมชนบ้านแก้งช้างเนียมสามารถใช้ได้ตามสภาพปกติ แต่ห้ามเดินทางต่อเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพื้นที่น้ำตกระหว่างประกาศปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
ถาม: ทำไมน้ำตกแห่งนี้จึงเรียกว่าน้ำตกศักดิ์สิทธิ์?
ตอบ: น้ำตกเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญและเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดมุกดาหาร ชื่อเดิมคือน้ำตกแก้งช้างเนียม ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นน้ำตกศักดิ์สิทธิ์เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 1987
 
ถาม: น้ำจากน้ำตกเคยใช้ในพิธีสำคัญหรือไม่?
ตอบ: เคยใช้ในการจัดทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัด รวมถึงพิธีเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่ 28 กรกฎาคม 2024
 
ถาม: น้ำตกศักดิ์สิทธิ์มีความสูงเท่าใด?
ตอบ: น้ำตกมีความสูงประมาณ 20 เมตร ไหลลงจากหน้าผาหินท่ามกลางป่าดิบแล้งและป่าต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์
 
ถาม: หากเปิดพื้นที่ใหม่ต้องขออนุญาตก่อนหรือไม่?
ตอบ: ต้องติดต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐานก่อนเดินทาง และปฏิบัติตามระบบอนุญาต การลงทะเบียน จำนวนผู้เข้าพื้นที่ และการใช้เจ้าหน้าที่หรือผู้นำทางตามที่กำหนด
 
ถาม: ติดต่อสอบถามสถานะล่าสุดได้ที่ใด?
ตอบ: ติดต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน โทร. 0-4384-0422 หรือ 099-019-7307 และสอบถามกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชผ่านสายด่วน 1362

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

น้ำตกกลุ่ม: ●น้ำตก

ปรับปรุงล่าสุด : 1 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(17)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(4)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(4)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(5)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(3)
น้ำตก น้ำตก(5)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)