หน้าแรก lovethailand >สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ >สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร >อ.ดงหลวง >ต.กกตูม > น้ำตกแก่งโพธิ์
TL;DR: น้ำตกแก่งโพธิ์ อยู่ที่หมู่ 8 บ้านนาหินกอง ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น.

มุกดาหาร

น้ำตกแก่งโพธิ์

น้ำตกแก่งโพธิ์

วันเปิดทำการ: ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ: 08.00 – 16.00 น.
 
น้ำตกแก่งโพธิ์ จังหวัดมุกดาหาร น้ำตกกลางป่าภูพานและเส้นทางศึกษาธรรมชาติแห่งอุทยานแห่งชาติภูผายล น้ำตกแก่งโพธิ์ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 บ้านนาหินกอง ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูผายล เป็นน้ำตกธรรมชาติขนาดกว้างประมาณ 14 เมตร สูงประมาณ 10 เมตร มีสายน้ำไหลผ่านลานหินทรายลงสู่แก่งและแอ่งน้ำด้านล่าง ท่ามกลางป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณที่อุดมสมบูรณ์สองฝั่งลำน้ำพุง จุดเด่นสำคัญคือเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 2,000 เมตร ลานธรรมชาติสำหรับพักผ่อน และพื้นที่กางเต็นท์ในบริเวณที่เจ้าหน้าที่กำหนด นักท่องเที่ยวควรติดต่ออุทยานแห่งชาติภูผายลก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือเมื่อต้องการพักค้างคืน เนื่องจากน้ำป่าและระดับน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้
 
น้ำตกแก่งโพธิ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ป่าภูพานทางด้านตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง แม้ชื่อสถานที่จะอยู่ในเขตจังหวัดมุกดาหาร แต่พื้นที่ป่าโดยรอบมีความต่อเนื่องกับเทือกเขาภูพานและอุทยานแห่งชาติภูผายล ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ความห่างไกลจากย่านเมืองและชุมชนขนาดใหญ่ทำให้น้ำตกแห่งนี้ยังคงบรรยากาศสงบ มีเสียงน้ำไหล เสียงลมผ่านเรือนยอดไม้ และสภาพภูมิประเทศที่สะท้อนความเป็นป่าต้นน้ำได้อย่างชัดเจน
 
ที่ตั้งของน้ำตกอยู่บริเวณบ้านนาหินกอง หมู่ 8 ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร รหัสไปรษณีย์ 49140 เส้นทางจากที่ว่าการอำเภอดงหลวงถึงน้ำตกมีระยะทางประมาณ 88 กิโลเมตรตามแนวถนนที่ผ่านชุมชนและพื้นที่ภูเขา ขณะที่เส้นทางจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูผายลไปตามถนนสายเปรมพัฒนา แล้วเลี้ยวผ่านบ้านสานแว้และบ้านนาหินกอง มีระยะทางประมาณ 32 กิโลเมตร ความแตกต่างของตัวเลขระยะทางจึงเกิดจากจุดเริ่มต้นและเส้นทางที่ใช้ ไม่ได้หมายความว่าน้ำตกตั้งอยู่คนละแห่ง
 
ตัวน้ำตกมีความกว้างประมาณ 14 เมตรและสูงประมาณ 10 เมตร สายน้ำไหลผ่านชั้นหินกว้างก่อนลดระดับลงสู่บริเวณด้านล่าง รูปทรงของน้ำตกจึงแตกต่างจากน้ำตกที่ไหลเป็นสายแคบจากหน้าผาสูง น้ำตกแก่งโพธิ์มีลักษณะเป็นแนวแก่งหินที่น้ำกระจายตัวตามความกว้างของชั้นหิน เมื่อมีปริมาณน้ำมากจะเห็นม่านน้ำสีขาวแผ่เต็มแนวผา ส่วนช่วงที่น้ำน้อยจะเห็นรายละเอียดของชั้นหิน ร่องน้ำ และพื้นผิวหินทรายได้ชัดเจนขึ้น
 
ด้านล่างของน้ำตกเป็นแก่งและแอ่งน้ำที่เกิดจากการกัดเซาะต่อเนื่องของสายน้ำ บางช่วงมีพื้นหินเรียบ บางช่วงมีรอยแตก ร่องลึก และหลุมซึ่งมองจากผิวน้ำได้ไม่ชัด ความสวยงามของบริเวณนี้จึงมาพร้อมกับข้อควรระวัง นักท่องเที่ยวไม่ควรกระโดดจากชั้นหิน ไม่ควรลงเล่นน้ำในเขตที่เจ้าหน้าที่ห้าม และไม่ควรเดินข้ามบริเวณที่มีน้ำไหลแรง แม้ระดับน้ำด้านหน้าจะดูตื้น แต่ใต้น้ำอาจมีซอกหิน กระแสน้ำวน หรือพื้นต่างระดับ
 
น้ำตกแก่งโพธิ์ได้รับการแนะนำว่าเป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปี แต่ปริมาณและความแรงของสายน้ำเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ปริมาณฝนในพื้นที่ต้นน้ำ และสภาพอากาศในวันที่เดินทาง ช่วงฤดูฝนจะมีน้ำมาก ม่านน้ำกว้างและป่าโดยรอบเขียวชอุ่มที่สุด ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่ต้องระวังน้ำป่าไหลหลากมากที่สุด ส่วนปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวเป็นช่วงที่มักได้ทั้งปริมาณน้ำที่สวยงามและสภาพอากาศเหมาะกับการเดินป่า
 
ลำน้ำที่ไหลผ่านน้ำตกเชื่อมโยงกับระบบลำน้ำพุง ซึ่งเป็นหนึ่งในลำน้ำสำคัญของพื้นที่ภูพาน ป่าต้นน้ำทำหน้าที่รับน้ำฝน ชะลอการไหล และปล่อยน้ำลงสู่ลำห้วยตามธรรมชาติ ความสมบูรณ์ของป่าจึงมีผลโดยตรงต่อปริมาณน้ำ ความใสของน้ำ และความมั่นคงของระบบนิเวศ หากพื้นที่ต้นน้ำถูกทำลาย น้ำฝนจะไหลลงมาเร็วขึ้น เกิดการพังทลายของดินมากขึ้น และทำให้ความเสี่ยงจากน้ำหลากเพิ่มสูงขึ้น
 
ชั้นหินที่ปรากฏบริเวณน้ำตกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มหินโคราช โดยพื้นที่น้ำตกแก่งโพธิ์สัมพันธ์กับหินทรายสีน้ำตาลของหมวดหินเสาขัว ชั้นหินทรายที่วางตัวเป็นแนวกว้างและมีความแข็งไม่เท่ากันถูกสายน้ำกัดเซาะมาเป็นเวลานาน ส่วนที่แข็งกว่ายังคงเป็นแนวชั้นน้ำตก ขณะที่ส่วนอ่อนกว่าถูกเซาะลึกลงจนเกิดขอบผา ร่องน้ำ แก่ง และแอ่งด้านล่าง กระบวนการดังกล่าวยังคงเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ทุกปีและทำให้รูปร่างของน้ำตกเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ
 
สีของหินบริเวณน้ำตกมีตั้งแต่น้ำตาล แดงคล้ำ ไปจนถึงเทาเข้มตามองค์ประกอบของแร่ ความชื้น และคราบสิ่งมีชีวิตที่เกาะบนผิวหิน หลังฝนตกหินจะมีสีเข้มและสะท้อนแสงมากกว่าปกติ พื้นผิวบางส่วนอาจมีตะไคร่น้ำหรือแผ่นฟิล์มบาง ๆ ที่ทำให้ลื่นมาก นักท่องเที่ยวควรเลือกรองเท้าพื้นยึดเกาะดีและไม่เดินบนขอบหินที่ลาดเอียงเพียงเพื่อหามุมถ่ายภาพ
 
ป่าเต็งรังรอบน้ำตกเป็นป่าที่ปรับตัวเข้ากับฤดูแล้งและดินที่อุ้มน้ำได้ไม่มาก ต้นไม้หลายชนิดมีเปลือกหนา ลำต้นแข็ง และผลัดใบในช่วงที่ความชื้นลดลง ทำให้ภูมิทัศน์ในฤดูแล้งมีโทนสีน้ำตาลทองและมองเห็นแนวหินได้ชัด ส่วนเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ต้นไม้จะแตกใบอ่อนอย่างรวดเร็ว พื้นป่ามีพืชล้มลุก เห็ด และดอกไม้ป่าตามฤดูกาล บรรยากาศจึงเปลี่ยนเป็นสีเขียวสดภายในเวลาไม่นาน
 
ป่าเบญจพรรณที่ปรากฏสลับกับป่าเต็งรังมีโครงสร้างเรือนยอดหลากหลายกว่า มีต้นไม้ผลัดใบหลายชนิด เถาวัลย์ ไม้พุ่ม และพืชชั้นล่างขึ้นร่วมกัน พื้นที่ใกล้ลำน้ำมีความชื้นสูงกว่าบริเวณสันเขา จึงพบพรรณไม้ที่ต้องการน้ำมากขึ้น ความแตกต่างของป่าทั้งสองประเภทตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติช่วยให้นักท่องเที่ยวเห็นว่าระดับความสูง ทิศทางลาด ดิน หิน และแหล่งน้ำมีผลต่อชนิดของพืชอย่างไร
 
ความอุดมสมบูรณ์ของป่าทำให้พื้นที่เป็นแหล่งอาศัยของนก แมลง ผีเสื้อ สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์ป่าขนาดเล็กหลายชนิด นักท่องเที่ยวอาจได้ยินเสียงนกหรือเสียงสัตว์เคลื่อนไหวอยู่ในพุ่มไม้มากกว่าจะมองเห็นตัวโดยตรง การเดินอย่างเงียบ ๆ ไม่เปิดเพลงเสียงดัง และไม่ส่งเสียงเรียกสัตว์ช่วยเพิ่มโอกาสในการสังเกตธรรมชาติ พร้อมลดการรบกวนพฤติกรรมการหาอาหารและการสืบพันธุ์ของสัตว์ป่า
 
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติของน้ำตกแก่งโพธิ์มีระยะทางประมาณ 2,000 เมตร ใช้สำหรับเรียนรู้ระบบป่า ลำน้ำ ชั้นหิน และภูมิประเทศรอบน้ำตก ระยะเวลาเดินขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทาง ความชื้น ความเร็วของผู้เดิน และเวลาที่ใช้หยุดดูธรรมชาติ ผู้ที่เดินต่อเนื่องอาจใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง ส่วนผู้ที่ถ่ายภาพหรือเดินกับเด็กและผู้สูงอายุควรเผื่อเวลามากกว่านั้น
 
แม้ระยะทาง 2 กิโลเมตรจะไม่ยาวมากเมื่อเทียบกับเส้นทางเดินป่าระยะไกล แต่สภาพเส้นทางธรรมชาติแตกต่างจากการเดินบนถนนเรียบ ผู้เดินอาจพบดินชื้น รากไม้ หินลอย ใบไม้ทับถม ทางลาด และช่วงที่ต้องก้าวข้ามลำห้วยขนาดเล็ก รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่รัดส้นจึงเหมาะกว่ารองเท้าแตะ ควรพกน้ำดื่ม ยาประจำตัว อุปกรณ์ป้องกันฝน และถุงสำหรับนำขยะกลับออกมาด้วย
 
ช่วงแรกของเส้นทางมักเชื่อมจากพื้นที่จอดรถหรือจุดเจ้าหน้าที่เข้าสู่บริเวณป่า ระหว่างทางจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากพื้นที่เปิดไปสู่ร่มเงาของต้นไม้ เสียงรถและชุมชนลดลง ขณะที่เสียงลำห้วยและแมลงเด่นชัดขึ้น ผู้เดินควรสังเกตป้ายเส้นทาง เครื่องหมายบนต้นไม้ หรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่ควรแยกออกจากทางหลักหรือสร้างทางลัดใหม่ เพราะการเหยียบย่ำซ้ำ ๆ ทำให้หน้าดินพังและทำลายพืชชั้นล่าง
 
บริเวณตัวน้ำตกหลักเป็นจุดชมทิวทัศน์สำคัญที่สุด สามารถเห็นแนวหน้าผากว้าง สายน้ำ และแอ่งด้านล่างได้ในมุมเดียว วันที่มีน้ำมากเสียงน้ำจะดังจนกลบเสียงสนทนาและเกิดละอองน้ำกระจายรอบฐานน้ำตก นักท่องเที่ยวควรยืนในพื้นที่มั่นคง ไม่รวมตัวบนขอบหินจุดเดียวมากเกินไป และเปิดทางให้ผู้อื่นเดินผ่านได้อย่างปลอดภัย
 
โซนแก่งด้านล่างมีลักษณะเป็นลานหินและสายน้ำที่ไหลลดหลั่นต่อจากน้ำตกหลัก จุดนี้ช่วยให้มองเห็นการทำงานของกระแสน้ำกับชั้นหินได้ชัด แต่เป็นบริเวณที่พื้นลื่นและมีร่องหินซ่อนอยู่ นักท่องเที่ยวควรใช้พื้นที่ตามที่เจ้าหน้าที่เปิดให้เข้าเท่านั้น หากมีเชือก ป้ายห้าม หรือแนวกั้น ต้องไม่ข้ามเข้าไปแม้จะเห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นอยู่ด้านใน
 
โซนป่าและเส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นพื้นที่สำหรับเรียนรู้มากกว่าการเร่งเดินให้ครบระยะทาง ผู้มาเยือนสามารถสังเกตเปลือกไม้ รูปทรงใบไม้ รอยสัตว์ เมล็ดพืช เห็ด และชั้นดินที่แตกต่างกันตามตำแหน่ง ไม่ควรเด็ดดอกไม้ เก็บเมล็ดพันธุ์ นำหินออกจากพื้นที่ หรือจับสัตว์ขนาดเล็กกลับบ้าน เพราะสิ่งที่ดูเหมือนมีจำนวนมากอาจมีบทบาทสำคัญต่อการฟื้นตัวของป่า
 
โซนลานพักผ่อนและกางเต็นท์อยู่ในบริเวณที่อุทยานกำหนดใกล้พื้นที่น้ำตก ลักษณะเป็นลานธรรมชาติที่รองรับการพักแรมแบบใกล้ชิดป่า การมีพื้นที่กางเต็นท์ไม่ได้หมายความว่าสามารถตั้งเต็นท์ได้ทุกจุด นักท่องเที่ยวต้องลงทะเบียน ชำระค่าบริการตามอัตราที่กำหนด และปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องเวลาเข้าออก การใช้เสียง การประกอบอาหาร และการจัดการขยะ
 
ผู้ที่ต้องการพักค้างคืนควรติดต่ออุทยานแห่งชาติภูผายลก่อนออกเดินทาง เพื่อยืนยันว่าลานกางเต็นท์เปิดให้บริการ ตรวจสอบสภาพอากาศ จำนวนผู้เข้าพัก และข้อจำกัดด้านความปลอดภัย ในช่วงฝนตกหนักเจ้าหน้าที่สามารถระงับการกางเต็นท์หรือปิดบางพื้นที่ได้ทันที การโทรสอบถามก่อนเดินทางช่วยลดความเสี่ยงจากการไปถึงแล้วไม่สามารถเข้าพักได้
 
อุปกรณ์สำหรับการกางเต็นท์ควรเหมาะกับสภาพป่าและความชื้น เต็นท์ควรมีฟลายชีตและพื้นกันน้ำ สมอบกต้องยึดกับพื้นได้ดี และควรมีไฟฉายส่วนตัวพร้อมแบตเตอรี่สำรอง อากาศกลางคืนในพื้นที่ภูเขาอาจเย็นกว่าตัวเมือง แม้เดินทางในช่วงฤดูร้อน ผู้พักแรมควรเตรียมเสื้อแขนยาว ผ้าห่มบาง ยากันแมลง และถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
 
การประกอบอาหารควรทำเฉพาะพื้นที่ที่อนุญาต ใช้เตาสำเร็จรูปที่ควบคุมเปลวไฟได้ และดับไฟให้สนิททุกครั้ง ห้ามก่อกองไฟบนพื้นป่า ห้ามตัดกิ่งไม้สดหรือเก็บไม้แห้งมาเป็นเชื้อเพลิง เนื่องจากป่าเต็งรังมีความเสี่ยงต่อไฟป่าในฤดูแล้ง เศษถ่านและเถ้าร้อนที่ทิ้งไว้สามารถลุกไหม้ขึ้นใหม่เมื่อมีลมแรงได้
 
อาหารทั้งหมดควรเก็บในภาชนะปิดมิดชิด ไม่วางเศษอาหารไว้ข้างเต็นท์ และไม่ให้อาหารสัตว์ป่า กลิ่นอาหารสามารถดึงดูดแมลง หนู และสัตว์ชนิดอื่นเข้ามาในบริเวณพักแรม การให้อาหารสัตว์ยังทำให้สัตว์เปลี่ยนพฤติกรรมและเข้าใกล้มนุษย์มากขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายทั้งต่อสัตว์และนักท่องเที่ยว
 
สิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณน้ำตกอยู่ในระดับพื้นฐานและเหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ นักท่องเที่ยวควรเตรียมน้ำดื่ม อาหาร ยาสามัญ เสื้อกันฝน และของใช้ส่วนตัวจากชุมชนหรือเมืองก่อนเข้าสู่พื้นที่ ไม่ควรคาดหวังร้านค้า ร้านอาหาร หรือสัญญาณโทรศัพท์ที่พร้อมตลอดเวลา การเตรียมตัวให้ครบช่วยลดการเดินทางเข้าออกซ้ำและลดขยะจากการซื้อของแบบเร่งด่วน
 
ช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับชมสายน้ำและป่าสีเขียวคือฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว โดยทั่วไปอยู่ในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน เดือนที่มีฝนต่อเนื่องน้ำตกจะกว้างและไหลแรง แต่ต้องตรวจสอบประกาศของอุทยานในวันเดินทาง ส่วนช่วงปลายฝนต้นหนาวน้ำยังมีปริมาณดี เส้นทางเริ่มแห้งขึ้น และอากาศเย็นสบายกว่า จึงเหมาะกับการเดินศึกษาธรรมชาติและกางเต็นท์
 
ในฤดูฝน นักท่องเที่ยวต้องให้ความสำคัญกับสภาพอากาศบริเวณต้นน้ำ ไม่ควรพิจารณาเฉพาะท้องฟ้าเหนือจุดน้ำตก เพราะน้ำป่าอาจเกิดจากฝนที่ตกหนักบนภูเขาห่างออกไป สัญญาณอันตรายประกอบด้วยน้ำเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูงขึ้น เศษกิ่งไม้ไหลมากับกระแสน้ำ เสียงน้ำดังผิดปกติ หรือเจ้าหน้าที่ประกาศให้ออกจากพื้นที่ เมื่อพบสัญญาณเหล่านี้ต้องขึ้นสู่พื้นที่สูงและปฏิบัติตามคำสั่งทันที
 
ช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เหมาะกับการพักแรมและเดินป่า อุณหภูมิช่วงเช้าและกลางคืนลดลง ท้องฟ้ามักโปร่งและความชื้นน้อยกว่าฤดูฝน ปริมาณน้ำตกอาจค่อย ๆ ลดลงตามระยะห่างจากฤดูฝน แต่ยังสามารถชมชั้นหิน แก่ง และบรรยากาศป่าได้ชัดเจน ผู้กางเต็นท์ควรเตรียมเสื้อกันหนาว โดยเฉพาะคืนที่มีลมแรง
 
ฤดูร้อนและปลายฤดูแล้งทำให้ป่าเต็งรังเปลี่ยนสีและผลัดใบ บริเวณที่เคยมีร่มเงาอาจรับแสงแดดมากขึ้น ปริมาณน้ำลดลงและอุณหภูมิกลางวันสูง ผู้มาเยือนควรเริ่มเดินช่วงเช้า พกน้ำมากกว่าปกติ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อประกายไฟ แม้สายน้ำจะน้อยกว่าฤดูฝน แต่ฤดูนี้เหมาะกับผู้สนใจธรณีวิทยา เพราะสามารถมองเห็นแนวหิน รอยชั้นหิน และรูปแบบการกัดเซาะได้ชัด
 
เวลาที่เหมาะแก่การเริ่มเที่ยวคือช่วง 08.00–10.00 น. เมื่ออากาศยังไม่ร้อนและมีเวลาเพียงพอสำหรับเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ผู้ที่มาถึงช่วงบ่ายควรประเมินเวลาที่เหลือก่อนปิดพื้นที่ ไม่ควรเริ่มเส้นทางยาวใกล้เวลา 16.00 น. เพราะแสงในป่าลดลงเร็วกว่าพื้นที่โล่งและทำให้การมองเห็นรากไม้หรือร่องหินยากขึ้น
 
กิจกรรมหลักของน้ำตกแก่งโพธิ์ประกอบด้วยการชมทิวทัศน์ เดินศึกษาธรรมชาติ ถ่ายภาพ พักผ่อนริมลำห้วย ปิกนิกในพื้นที่อนุญาต และกางเต็นท์ ผู้ที่ตั้งใจเล่นน้ำต้องสอบถามเจ้าหน้าที่ทุกครั้งว่าบริเวณใดเปิดให้ลงน้ำ สภาพน้ำในวันนั้นปลอดภัยหรือไม่ และต้องสวมอุปกรณ์ช่วยลอยตัวหรือปฏิบัติตามมาตรการใดบ้าง ห้ามตัดสินความปลอดภัยจากภาพถ่ายเก่าหรือรีวิวของผู้ที่เดินทางในคนละฤดูกาล
 
การถ่ายภาพน้ำตกควรใช้ความระมัดระวังมากกว่าการถ่ายภาพสถานที่ทั่วไป ละอองน้ำทำให้เลนส์และโทรศัพท์เปียก ขณะที่พื้นหินลื่นอาจทำให้อุปกรณ์หลุดมือ ควรใช้สายคล้องโทรศัพท์หรือกล้อง เก็บอุปกรณ์ในถุงกันน้ำเมื่อไม่ใช้งาน และตั้งขาตั้งกล้องเฉพาะบนพื้นมั่นคง ไม่ควรถอยหลังเพื่อจัดองค์ประกอบภาพโดยไม่มองทาง
 
ช่วงเช้าให้แสงนุ่มและป่ามีสีสด เหมาะกับภาพสายน้ำและรายละเอียดของใบไม้ หลังฝนตกละอองน้ำและความชื้นช่วยให้สีของหินเข้มขึ้น แต่พื้นลื่นมากกว่าเดิม การใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำสามารถทำให้สายน้ำดูนุ่มนวล ผู้ถ่ายภาพควรใช้ฟิลเตอร์และขาตั้งกล้องจากจุดปลอดภัยแทนการเดินลงไปกลางกระแสน้ำ
 
ครอบครัวที่พาเด็กมาเที่ยวควรเลือกชมบริเวณใกล้ลานจอดรถและตัวน้ำตกหลักก่อน เด็กต้องอยู่ในระยะเอื้อมถึงของผู้ปกครองเมื่ออยู่ใกล้น้ำ ไม่ควรปล่อยให้วิ่งบนลานหินหรือเล่นตามลำพัง การเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติควรประเมินอายุ ความแข็งแรง และสภาพอากาศ หากเด็กเหนื่อยควรย้อนกลับ ไม่ควรเร่งให้เดินครบระยะทางเพียงเพื่อให้ถึงปลายทาง
 
ผู้สูงอายุ ผู้มีปัญหาข้อเข่า หรือผู้ที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกควรสอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับสภาพเส้นทางก่อนเริ่มเดิน บางช่วงอาจมีพื้นต่างระดับ รากไม้ หรือหินเปียก บริเวณน้ำตกไม่ใช่เส้นทางที่รองรับรถเข็นได้ครบทุกจุด การเที่ยวแบบสบายสามารถเลือกชมตัวน้ำตกจากจุดใกล้ลานจอดรถ พักบริเวณลานธรรมชาติ และไม่จำเป็นต้องเดินครบเส้นทาง 2,000 เมตร
 
ผู้เดินทางคนเดียวควรแจ้งเจ้าหน้าที่หรือคนรู้จักเกี่ยวกับเส้นทางและเวลาที่คาดว่าจะกลับ ไม่ควรแยกเข้าป่าหรือเดินออกนอกแนวเส้นทาง หากสัญญาณโทรศัพท์อ่อนควรดาวน์โหลดแผนที่ไว้ล่วงหน้าและเก็บหมายเลขติดต่ออุทยานไว้ในเครื่อง การมีนกหวีด ไฟฉาย และแบตเตอรี่สำรองช่วยเพิ่มความพร้อมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
 
นักท่องเที่ยวควรใช้หลักนำสิ่งของเข้าไปเท่าใดให้นำกลับออกมาเท่านั้น ขยะเปียก เศษอาหาร กระดาษชำระ ขวดพลาสติก กระป๋อง และถ่านไฟฉายต้องนำออกจากพื้นที่ ไม่ควรเผาหรือฝังขยะ เพราะสัตว์สามารถขุดขึ้นมาได้และสารบางชนิดปนเปื้อนดินกับแหล่งน้ำ การใช้กล่องอาหารและขวดน้ำแบบใช้ซ้ำช่วยลดปริมาณขยะได้มาก
 
การอาบน้ำ สระผม หรือล้างภาชนะด้วยสบู่ในลำห้วยไม่เหมาะสม แม้ผลิตภัณฑ์จะระบุว่าย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ สารทำความสะอาดยังส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ ควรใช้น้ำในจุดบริการที่อุทยานจัดไว้และจัดการน้ำทิ้งตามกฎของพื้นที่ การรักษาความสะอาดของลำน้ำพุงมีความสำคัญต่อชุมชนและระบบนิเวศที่อยู่ปลายน้ำ
 
บ้านนาหินกองและชุมชนในตำบลกกตูมเป็นส่วนสำคัญของเส้นทางท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต้องขับรถผ่านพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เกษตรก่อนเข้าสู่ป่า ควรลดความเร็ว ไม่ใช้แตรโดยไม่จำเป็น ไม่จอดขวางทางบ้าน และสนับสนุนร้านค้าชุมชนเมื่อมีโอกาส การซื้ออาหาร น้ำดื่ม หรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นช่วยกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่คนในพื้นที่
 
ผู้มาเยือนควรเคารพวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชน ไม่ถ่ายภาพบุคคลหรือบ้านเรือนระยะใกล้โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เข้าไปในพื้นที่เกษตรหรือพื้นที่ส่วนบุคคล และไม่ทิ้งรถไว้บนทางแคบ การท่องเที่ยวที่ไม่รบกวนชุมชนช่วยให้คนท้องถิ่นยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวและสนับสนุนการอนุรักษ์น้ำตกในระยะยาว
 
การเดินทาง จากที่ว่าการอำเภอดงหลวง ใช้ทางหลวงหมายเลข 2287 มุ่งหน้าไปทางตำบลกกตูมและบ้านนาหินกอง ระยะทางตามเส้นทางที่ใช้ประมาณ 88 กิโลเมตร ควรใช้ระบบนำทางควบคู่กับป้ายท้องถิ่นและสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานก่อนเดินทาง เส้นทางบางช่วงผ่านพื้นที่ภูเขา ชุมชนขนาดเล็ก และเขตที่บริการน้ำมันหรือร้านค้ามีไม่มาก จึงควรเติมน้ำมันให้เพียงพอก่อนออกจากตัวอำเภอ
 
อีกเส้นทางหนึ่งเริ่มจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูผายล ใช้ถนนสายเปรมพัฒนา แล้วแยกซ้ายบริเวณบ้านสานแว้ ผ่านบ้านนาหินกองไปยังน้ำตก รวมระยะทางประมาณ 32 กิโลเมตร เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่พักบริเวณที่ทำการอุทยานหรือเที่ยวอ่างเก็บน้ำห้วยหวดร่วมด้วย ก่อนออกเดินทางควรสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าถนนช่วงสุดท้ายเหมาะกับรถประเภทใดและมีจุดที่ได้รับผลกระทบจากฝนหรือไม่
 
รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเป็นวิธีเดินทางที่สะดวกที่สุด รถควรอยู่ในสภาพดี ยางมีดอกยางเพียงพอ เบรกทำงานปกติ และมีล้ออะไหล่ ในฤดูฝนรถที่มีความสูงจากพื้นมากจะเดินทางบนถนนเปียกหรือช่วงที่มีหลุมได้สะดวกกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถขับผ่านน้ำไหลหรือถนนที่เจ้าหน้าที่ปิดได้ ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและไม่เสี่ยงนำรถเข้าไปในเส้นทางที่ไม่เปิดใช้งาน
 
ระบบขนส่งสาธารณะเข้าสู่น้ำตกมีจำกัด ไม่มีรถโดยสารประจำทางที่ส่งนักท่องเที่ยวถึงตัวน้ำตก ผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารระหว่างจังหวัดควรลงในอำเภอดงหลวงหรือเมืองใกล้เคียง แล้วนัดหมายรถรับจ้างพร้อมกำหนดเวลารับกลับให้ชัดเจน รถต้องรอหรือกลับมารับตามเวลานัด เนื่องจากบริเวณน้ำตกอาจไม่มีรถสาธารณะให้เรียกในทันที
 
ก่อนเข้าสู่พื้นที่ควรดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ บันทึกพิกัด 16.7563, 104.2473 และเก็บหมายเลขโทรศัพท์อุทยานแห่งชาติภูผายลไว้ สัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ภูเขาสามารถขาดหายตามเครือข่ายและตำแหน่งหุบเขา การพึ่งพาการนำทางออนไลน์เพียงอย่างเดียวจึงมีความเสี่ยง ควรสังเกตป้าย เส้นทางที่รถคันอื่นใช้ และไม่ขับตามทางแยกเล็กที่ไม่มีป้ายยืนยัน
 
แผนเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับสามารถเริ่มออกจากที่พักตั้งแต่เช้า เดินทางถึงน้ำตกใกล้เวลาเปิด ลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ ชมตัวน้ำตกและเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติช่วงเช้า พักรับประทานอาหารกลางวันที่เตรียมมาในพื้นที่อนุญาต แล้วเดินทางกลับก่อนช่วงบ่ายแก่ วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการขับรถบนเส้นทางภูเขาหลังมืด
 
แผนเที่ยวแบบพักค้างคืนควรจองหรือแจ้งอุทยานล่วงหน้า เดินทางถึงพื้นที่ก่อนเที่ยงเพื่อมีเวลาตรวจสอบลานกางเต็นท์และติดตั้งอุปกรณ์ ขณะยังมีแสงสว่าง ช่วงบ่ายสามารถชมตัวน้ำตกและเดินเส้นทางบางส่วน ก่อนกลับลานพักแรมในเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด เช้าวันถัดไปจึงเก็บเต็นท์ ตรวจพื้นที่ไม่ให้มีขยะหลงเหลือ และออกเดินทางต่อไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยหวดหรือแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอุทยาน
 
สถานที่ใกล้เคียงที่สามารถจัดเส้นทางร่วมกันได้ ได้แก่ วัดป่าภูไม้ฮาว อ่างเก็บน้ำห้วยหวด น้ำตกคำน้ำสร้าง น้ำตกผาผึ้ง และพญาเต่างอย แต่ละแห่งอยู่คนละส่วนของพื้นที่ภูพานและมีลักษณะเส้นทางแตกต่างกัน การเที่ยวหลายแห่งภายในวันเดียวต้องคำนวณเวลาขับรถ สภาพถนน และเวลาปิดของอุทยาน ไม่ควรวางแผนแน่นจนต้องเร่งเดินหรือขับรถเร็วบนทางภูเขา
 
อ่างเก็บน้ำห้วยหวดอยู่ใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูผายล เป็นจุดพักผ่อนริมอ่างเก็บน้ำและเส้นทางเรียนรู้ธรรมชาติอีกแบบหนึ่ง ภูมิทัศน์เปิดกว้างแตกต่างจากหุบลำน้ำของน้ำตกแก่งโพธิ์ ผู้ที่พักบริเวณที่ทำการอุทยานสามารถชมอ่างเก็บน้ำ เดินเส้นทางริมป่า และเดินทางต่อน้ำตกแก่งโพธิ์ตามถนนสายเปรมพัฒนาได้
 
น้ำตกคำน้ำสร้างเป็นน้ำตกสำคัญอีกแห่งของอุทยานแห่งชาติภูผายล มีเส้นทางเดินป่าจากบริเวณที่ทำการอุทยานและเหมาะกับผู้ที่มีเวลามากกว่าการแวะชมจุดเดียว น้ำตกผาผึ้งเป็นน้ำตกตามฤดูกาลที่มีทิวทัศน์ผาหินและป่าภูพาน การเที่ยวทั้งสองแห่งควรสอบถามสภาพน้ำและเส้นทางกับเจ้าหน้าที่ เพราะความเหมาะสมเปลี่ยนแปลงตามฤดู
 
พญาเต่างอยในอำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความเชื่อที่สามารถจัดรวมกับเส้นทางภูผายลได้ นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปสักการะรูปปั้นพญาเต่างอยก่อนหรือหลังเที่ยวอุทยาน พื้นที่อำเภอเต่างอยยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักมากกว่าบริเวณน้ำตก จึงเหมาะกับการใช้เป็นจุดเตรียมเสบียงหรือพักค้างคืน
 
น้ำตกแก่งโพธิ์มีคุณค่าในฐานะห้องเรียนธรรมชาติที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างป่า น้ำ และหินได้อย่างชัดเจน ป่ารับน้ำฝน ลำน้ำรวบรวมน้ำจากพื้นที่สูง และชั้นหินกำหนดรูปร่างของแก่งกับน้ำตก ทุกองค์ประกอบทำงานเชื่อมโยงกัน การศึกษาธรรมชาติในพื้นที่จริงช่วยให้เข้าใจว่าการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำไม่ได้ปกป้องเฉพาะต้นไม้ แต่ยังรักษาแหล่งน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความปลอดภัยของชุมชนปลายน้ำ
 
สำหรับสถานศึกษาและกลุ่มเยาวชน เส้นทางระยะ 2,000 เมตรเหมาะกับกิจกรรมเรียนรู้เรื่องชนิดป่า การปรับตัวของพืช วัฏจักรน้ำ การผุพังของหิน และผลกระทบจากขยะ แต่การจัดกิจกรรมกลุ่มต้องประสานเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า มีผู้ควบคุมจำนวนเพียงพอ และไม่ส่งเสียงหรือใช้พื้นที่เกินขีดความสามารถของเส้นทาง การเรียนรู้ควรเกิดขึ้นโดยไม่ทิ้งความเสียหายไว้ในป่า
 
อุทยานแห่งชาติภูผายลเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลน้ำตกแก่งโพธิ์ ภายใต้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ตรวจสภาพเส้นทาง เฝ้าระวังไฟป่า จัดการการพักแรม และสั่งปิดพื้นที่เมื่อเกิดฝนหนัก น้ำป่า ไฟป่า หรือสภาพที่ไม่เหมาะต่อการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต้องยอมรับว่าคำสั่งของเจ้าหน้าที่ในวันเดินทางมีความสำคัญกว่าข้อมูลเวลาเปิดปกติ
 
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติภูผายลสำหรับชาวไทยอยู่ที่ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ส่วนชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี พระภิกษุ สามเณร นักบวช ผู้สูงอายุชาวไทย และผู้พิการได้รับการยกเว้นตามหลักเกณฑ์ของอุทยาน ค่าเช่าเต็นท์ ค่าพื้นที่กางเต็นท์ หรือค่าบริการอื่นคิดแยกตามประเภทบริการและต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าพัก
 
สถานะปัจจุบันของน้ำตกแก่งโพธิ์อยู่ในกลุ่มแหล่งท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติภูผายลที่เปิดให้เข้าชมตามเวลาปกติ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ฝนตกหนัก น้ำเปลี่ยนสี กระแสน้ำแรง หรือมีความเสี่ยงจากน้ำป่า เจ้าหน้าที่สามารถห้ามลงน้ำ ปิดเส้นทาง หรือระงับการท่องเที่ยวชั่วคราวได้ทันที ผู้เดินทางจึงควรโทรตรวจสอบในวันก่อนเดินทางและตรวจประกาศอีกครั้งในช่วงเช้าของวันเที่ยว
 
เสน่ห์ของน้ำตกแก่งโพธิ์ไม่ได้อยู่เพียงขนาดกว้าง 14 เมตรและสูง 10 เมตร แต่อยู่ที่ประสบการณ์ทั้งหมดตั้งแต่การเดินทางผ่านชุมชน เข้าสู่ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ฟังเสียงลำน้ำพุง เดินบนเส้นทางธรรมชาติ และเรียนรู้พลังของน้ำที่สร้างภูมิประเทศจากชั้นหินทราย ผู้ที่เดินทางด้วยความพร้อม เคารพคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และไม่ทิ้งร่องรอยไว้ในป่า จะได้สัมผัสธรรมชาติของมุกดาหารในมุมที่สงบ ลึก และแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวริมเมือง
 
ชื่อสถานที่น้ำตกแก่งโพธิ์
ชื่อภาษาอังกฤษKaeng Pho Waterfall
ที่ตั้งหมู่ 8 บ้านนาหินกอง ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร
ที่อยู่บ้านนาหินกอง หมู่ 8 ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร 49140
พิกัด16.7563, 104.2473
พื้นที่อนุรักษ์อุทยานแห่งชาติภูผายล
ผู้ดูแลอุทยานแห่งชาติภูผายล กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ขนาดน้ำตกกว้างประมาณ 14 เมตร สูงประมาณ 10 เมตร
ลักษณะน้ำตกสายน้ำไหลกระจายผ่านแนวชั้นหินทรายกว้างลงสู่แก่งและแอ่งน้ำด้านล่าง
ลำน้ำสำคัญลำน้ำพุงและลำห้วยในระบบป่าต้นน้ำเทือกเขาภูพาน
ลักษณะทางธรณีวิทยาชั้นหินทรายสีน้ำตาลของหมวดหินเสาขัวในกลุ่มหินโคราช ถูกสายน้ำกัดเซาะจนเกิดหน้าผา แก่ง ร่องน้ำ และแอ่งธรรมชาติ
สภาพป่าป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณที่อุดมสมบูรณ์สองข้างทางลำน้ำพุง
เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 2,000 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1–2 ชั่วโมงตามสภาพเส้นทางและความพร้อมของผู้เดิน
พื้นที่และโซนสำคัญ1. จุดลงทะเบียนและพื้นที่จอดรถ
2. โซนน้ำตกหลัก
3. โซนแก่งและแอ่งน้ำด้านล่าง
4. เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะ 2,000 เมตร
5. พื้นที่พักผ่อนและปิกนิก
6. พื้นที่กางเต็นท์ที่อุทยานกำหนด
กิจกรรมชมธรรมชาติ เดินป่า ถ่ายภาพ ดูนก เรียนรู้ป่าและธรณีวิทยา ปิกนิก และกางเต็นท์โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่
วันเปิดทำการทุกวัน
เวลาเปิดทำการ08.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี พระภิกษุ สามเณร นักบวช ผู้สูงอายุชาวไทย และผู้พิการได้รับการยกเว้นตามหลักเกณฑ์ของอุทยาน
การกางเต็นท์มีพื้นที่กางเต็นท์ในบริเวณที่อุทยานกำหนด ต้องลงทะเบียนและสอบถามสถานะลานกางเต็นท์ก่อนเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่จอดรถ จุดเจ้าหน้าที่ เส้นทางเดินธรรมชาติ ลานพักผ่อน และพื้นที่กางเต็นท์ สิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ในระดับพื้นฐาน ควรเตรียมน้ำ อาหาร และของใช้ส่วนตัวให้พร้อม
ช่วงที่เหมาะแก่การเที่ยวเดือนกรกฎาคม–พฤศจิกายนสำหรับชมสายน้ำและป่าสีเขียว และเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์สำหรับเดินป่าหรือกางเต็นท์ในอากาศเย็น
ข้อควรระวังระวังน้ำป่าไหลหลาก หินลื่น ร่องหินใต้น้ำ และกระแสน้ำวน ห้ามกระโดดน้ำตกหรือข้ามแนวกั้น ต้องปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่
การเดินทางจากอำเภอดงหลวงใช้ทางหลวงหมายเลข 2287 มุ่งหน้าตำบลกกตูมและบ้านนาหินกอง ระยะทางตามเส้นทางประมาณ 88 กม.
การเดินทางจากที่ทำการอุทยานใช้ถนนสายเปรมพัฒนา แยกซ้ายที่บ้านสานแว้ ผ่านบ้านนาหินกอง ระยะทางประมาณ 32 กม.
สถานะปัจจุบันเปิดให้ท่องเที่ยวตามเวลาปกติ เจ้าหน้าที่สามารถปิดพื้นที่หรือห้ามลงน้ำชั่วคราวเมื่อเกิดฝนหนัก น้ำป่า หรือสภาพไม่ปลอดภัย
เบอร์ติดต่อหลักอุทยานแห่งชาติภูผายล โทร. 042-707-214 และ 083-835-9096
เพจทางการhttps://www.facebook.com/61550861694407/
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง1. วัดป่าภูไม้ฮาว ระยะทางประมาณ 9 กม.
2. อ่างเก็บน้ำห้วยหวดและที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูผายล ระยะทางประมาณ 32 กม. โทร. 083-835-9096
3. น้ำตกคำน้ำสร้าง ระยะทางประมาณ 34 กม. โทร. 083-835-9096
4. น้ำตกผาผึ้ง ระยะทางประมาณ 35 กม. โทร. 083-835-9096
5. พญาเต่างอย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร ระยะทางประมาณ 40 กม.
ร้านอาหารใกล้เคียง1. Jib Kɑfæ Cafe อำเภอเต่างอย ระยะทางประมาณ 38 กม. โทร. 093-696-2922
2. เมตตา คาเฟ่ อำเภอเต่างอย ระยะทางประมาณ 40 กม. โทร. 095-663-5655
3. Café Amazon สาขาเขาวง ระยะทางประมาณ 45 กม. โทร. 095-629-5740
4. Tiń Cafe Mukdahan เส้นทางดงหลวง ระยะทางประมาณ 70 กม.
5. Jungle Cafe สาขาดงหลวง ระยะทางประมาณ 88 กม. โทร. 092-990-6995
ที่พักใกล้เคียง1. ลานกางเต็นท์น้ำตกแก่งโพธิ์ ระยะทาง 0 กม. โทร. 083-835-9096
2. บ้านพักและลานกางเต็นท์อุทยานแห่งชาติภูผายล ระยะทางประมาณ 32 กม. โทร. 042-707-214, 083-835-9096
3. Goodville Resort Tao Ngoi ระยะทางประมาณ 38 กม. โทร. 092-462-2263, 088-334-4600
4. เต่างอยรีสอร์ท ระยะทางประมาณ 40 กม. โทร. 086-631-9289
5. กู๊ดวิวเต่างอย ระยะทางประมาณ 41 กม. โทร. 083-326-1847
 
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: น้ำตกแก่งโพธิ์อยู่ที่ไหน?
ตอบ: น้ำตกแก่งโพธิ์ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 บ้านนาหินกอง ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูผายล
 
ถาม: น้ำตกแก่งโพธิ์เปิดกี่โมงและปิดกี่โมง?
ตอบ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00–16.00 น. แต่เจ้าหน้าที่สามารถปิดพื้นที่ชั่วคราวเมื่อเกิดฝนหนัก น้ำป่า หรือสภาพไม่ปลอดภัย
 
ถาม: น้ำตกแก่งโพธิ์เสียค่าเข้าชมหรือไม่?
ตอบ: ใช้อัตราค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติภูผายล ชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 100 บาท และเด็ก 50 บาท
 
ถาม: น้ำตกแก่งโพธิ์มีน้ำตลอดปีหรือไม่?
ตอบ: น้ำตกมีน้ำไหลได้ตลอดปี แต่ปริมาณและความแรงเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ช่วงฤดูฝนมีน้ำมากที่สุด ขณะที่ปลายฤดูแล้งจะเห็นชั้นหินมากขึ้น
 
ถาม: สามารถลงเล่นน้ำที่น้ำตกแก่งโพธิ์ได้หรือไม่?
ตอบ: ลงเล่นน้ำได้เฉพาะบริเวณและวันที่เจ้าหน้าที่อนุญาต ห้ามกระโดดจากชั้นหิน ห้ามข้ามแนวกั้น และต้องออกจากน้ำทันทีเมื่อน้ำเปลี่ยนสีหรือเจ้าหน้าที่แจ้งเตือน
 
ถาม: เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแก่งโพธิ์ยาวเท่าใด?
ตอบ: เส้นทางมีระยะทางประมาณ 2,000 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1–2 ชั่วโมง ควรสวมรองเท้ารัดส้นและพกน้ำดื่มให้เพียงพอ
 
ถาม: สามารถกางเต็นท์ที่น้ำตกแก่งโพธิ์ได้หรือไม่?
ตอบ: มีพื้นที่กางเต็นท์ในบริเวณที่อุทยานกำหนด ผู้เข้าพักต้องลงทะเบียนและโทรตรวจสอบสถานะลานกางเต็นท์กับอุทยานแห่งชาติภูผายลก่อนเดินทาง
 
ถาม: ควรเดินทางไปน้ำตกแก่งโพธิ์ช่วงเดือนไหน?
ตอบ: เดือนกรกฎาคม–พฤศจิกายนเหมาะกับการชมสายน้ำและป่าสีเขียว ส่วนเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์เหมาะกับการเดินป่าและกางเต็นท์ในอากาศเย็น

ธรรมชาติ และสัตว์ป่าหมวดหมู่: ●ธรรมชาติ และสัตว์ป่า

น้ำตกกลุ่ม: ●น้ำตก

ปรับปรุงล่าสุด : 4 สัปดาห์ที่แล้ว

โหวตให้เรา รีวิวและให้คะแนน Love Thailand
แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ แหล่งประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์(2)
แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน แลนด์มาร์ก และอนุสรณ์สถาน(3)
ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี(2)
พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์(1)
วัด วัด(17)
สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ สถานที่เกี่ยวกับศาสนาอื่นๆ(3)
หมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้าน ชุมชน(4)
ตลาดท้องถิ่น ตลาดท้องถิ่น(2)
อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ และเขตอนุรักษ์(4)
ดอย และภูเขา ดอย และภูเขา(5)
เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ เขื่อน พื้นที่อนุรักษ์ ทะเลสาบ(3)
น้ำตก น้ำตก(5)
ถ้ำ ถ้ำ(2)
แม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลอง(2)
อ่าว และชายหาด อ่าว และชายหาด(1)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ(1)
ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ฟาร์ม สวน และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(1)